Microinverter (ไมโครอินเวอร์เตอร์) สำหรับหลังคา Solar Roof ต่างกับ String Inverter ธรรมดา ในแง่การทำงาน โดยจะแปลงกระแสไฟฟ้าเฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละแผงโซลาร์เซลล์ หากแผงใดทำงานผิดปกติ จะไม่กระทบกับแผงโซลาร์เซลล์แผงอื่นๆ บนหลังคา ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า หลักการทำงานของหลังคา Solar Roof โดยปกติแล้ว ไฟฟ้าที่ได้จากแผงโซลาร์เซลล์\ จะเป็นไฟฟ้ากระแสตรง ซึ่งจะต้องผ่านอุปกรณ์อย่าง Inverter (อินเวอร์เตอร์\) เพื่อแปลงให้กลายเป็นไฟฟ้ากระแสสลับก่อนจึงจะใช้งานภายในบ้านได้ ก่อนและหลังติดตั้ง Solar Roof หลังคาโซล่าเซลล์ภาพ: ตัวอย่างหลังคาก่อนและหลังติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ Solar Roof หลังคาโซล่าเซลล์ ภาพ: การทำงานของหลังคา Solar Roof ระบบต่างๆ จะเห็นว่าพลังงานไฟฟ้าจากแผงโซล่าเซลล์จะถูกส่งผ่านไปยัง Inverter (อินเวอร์เตอร์) เพื่อแปลงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับก่อนจะนำไปใช้ในบ้านหรือเก็บลงแบตเตอรี ทำความรู้จัก อินเวอร์เตอร์ (Inverter) ทั้งแบบ String Inverter และ Microinverter สำหรับหลังคาโซลาร์เซลล์ String Inverter (สตริงอินเวอร์เตอร์) ก็คือ Inverter แบบธรรมดาที่ใช้กันทั่วไป โดยลักษณะการเชื่อมต่อจะเป็นแบบอนุกรมที่มีอินเวอร์เตอร์ 1 จุดต่อกับแผงโซลาร์เซลล์ทั้งหมด ซึ่งมีข้อจำกัดคือหากประสิทธิภาพการทำงานแผงโซลาร์แผงใดแผงหนึ่งลดลง (เช่น มีใบไม้หล่นใส่ หรือมีเงามาบดบัง) แผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาทั้งหมดจะลดประสิทธิภาพการทำงานลงตามด้วย ดังนั้นจึงได้มีการคิดค้นและผลิตอินเวอร์เตอร์อีกประเภทที่เรียกว่า “Microinverter” (ไมโครอินเวอร์เตอร์) ขึ้นมา ความแตกต่าง String Inverter และ Microinverter (ไมโครอินเวอร์เตอร์) ภาพ: ตัวอย่าง String Inverter และ Microinverter เลือกซื้อแผงโซล่าเซลล์ อินเวอร์เตอร์ และอุปกรณ์เกี่ยวข้อง คลิก\ ติดตั้ง หลังคาโซล่าเซลล์ SCG Solar Roof พร้อมบริการครบวงจร คลิก\ ไมโครอินเวอร์เตอร์ (Microinverter) ตอบโจทย์กว่า สตริงอินเวอร์เตอร์ยังไง? จุดเด่นที่ทำให้ ไมโครอินเวอร์เตอร์ (Microinverter) แตกต่างจาก สตริงอินเวอร์เตอร์ (String Inverter) ทั่วไป คือการทำงานแบบแยกอิสระรายแผง เหมือนเป็นการย่อขนาดอินเวอร์เตอร์ไปติดตั้งไว้ใต้แผงโซลาร์เซลล์โดยตรง (โดยอาจเป็น 1 แผง ต่อ Microinverter 1 ตัว หรือ 4 แผง ต่อ Microinverter 1 ตัว ขึ้นอยู่กับรุ่นที่เลือก) หากมีแผงใดแผงหนึ่งโดนเงาบังหรือทำงานผิดปกติ ประสิทธิภาพโดยรวมของระบบจะไม่ลดลงทั้งแถวเหมือนระบบสตริงอินเวอร์เตอร์ ทำให้ตอบโจทย์บ้านที่มีพื้นที่หลังคาซับซ้อนหรือมีเงาต้นไม้บังได้ดีกว่า ข้อดีและจุดเด่นของระบบ ไมโครอินเวอร์เตอร์ การที่ Microinverter แปลงกระแสไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์เฉพาะสำหรับแต่ละแผง นอกจากการทำงานจะไม่กระทบกันแล้ว ยังมีอีกข้อดีคือ สามารถตรวจสอบการทำงานของระบบและการผลิตไฟของแผงโซลาร์เซลล์แยกแต่ละแผงได้ และการแปลงกระแสงไฟฟ้าเป็นรายแผงเป็นกระแสไฟฟ้าแรงดันต่ำ หรือ Low Voltage ทำให้ปลอดภัยกว่าเมื่อเทียบกับ String Inverter แบบธรรมดาทั่วไป และมีระบบ Rapid Shutdown ซึ่งจะตัดการทำงานทันทีเมื่อเกิดความผิดปกติ ข้อควรรู้และสิ่งที่ต้องพิจารณา ก่อนเลือกติดตั้ง Microinverter ทั้งการใช้ Microinverter มีข้อคำนึงที่เจ้าของบ้านควรทราบ นั่นคือมักจะมีราคาสูงกว่า แพ็กเกจที่ใช้ String Inverter และการบำรุงรักษาจะยุ่งยากกว่า เนื่องจากตัวไมโครอินเวอร์เตอร์ ติดตั้งอยู่ด้านใต้ของแผงโซลาร์เซลล์ ดังนั้นการซ่อมแซม หรือเปลี่ยนอุปกรณ์ จะต้องปีนขึ้นหลังคา ต่างกับ String Inverter ซึ่งติดตั้งไว้ภายในบ้าน จึงบำรุงรักษาซ่อมแซมก็จะทำได้สะดวกกว่า และไม่ต้องเผชิญกับความร้อนบนหลังคาที่อาจส่งผลต่อความเสื่อมของอุปกรณ์ด้วย การติดตั้ง microinverter ไว้ใต้แผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา โดยการทำงานของ Microinverter จะแปลงไฟฟ้าสำหรับแผงโซลาร์แยกรายแผง ภาพ: ตัวอย่าง Microinverter ที่ติดตั้งบนหลังคาเพื่อแปลงกระแสไฟฟ้าสำหรับแผงโซลาร์เซลล์แต่ละชุด String Inverter อินเวอร์เตอร์ ธรรมดา ติดตั้งในบ้าน ภาพ: ตัวอย่างการติดตั้ง String Inverter แบบธรรมดาภายในบ้าน เลือกซื้อแผงโซล่าเซลล์ อินเวอร์เตอร์ และอุปกรณ์เกี่ยวข้อง คลิก\ สรุป สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนติดตั้ง Solar Roof การเลือกประเภทอินเวอร์เตอร์ ให้เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ โดยทั่วไปแบ่งเป็น String Inverter และ Microinverter ซึ่งมีหลักการทำงานต่างกัน String Inverter (สตริงอินเวอร์เตอร์) เป็นระบบที่เชื่อมต่อแผงโซลาร์เซลล์แบบอนุกรม จุดเด่นคือติดตั้งและดูแลรักษาง่ายเนื่องจากเครื่องอยู่ภายในบ้าน และช่วยประหยัดงบประมาณ เหมาะกับหลังคาเรียบที่ไม่มีเงาบัง แต่ข้อจำกัดคือหากมีสิ่งกีดขวางแสงเพียงแผงเดียว ประสิทธิภาพการผลิตไฟทั้งระบบจะลดลงตามไปด้วย ในขณะที่ Microinverter (ไมโครอินเวอร์เตอร์) จะติดตั้งแยกอิสระใต้แผงโซลาร์เซลล์แต่ละแผง ทำให้แก้ปัญหาเรื่องเงาบังได้ดีเยี่ยม หากแผงใดมีปัญหา แผงอื่นยังทำงานได้ปกติ นอกจากนี้ยังมีความปลอดภัยสูงกว่าด้วยระบบแรงดันไฟฟ้าต่ำ (Low Voltage) และ Rapid Shutdown ที่ตัดไฟทันทีเมื่อเกิดเหตุ แม้จะมีราคาสูงกว่าและซ่อมบำรุงยากกว่าเพราะอยู่บนหลังคา แต่ตอบโจทย์บ้านที่มีหลังคาซับซ้อนหรือต้องการเน้นความปลอดภัยสูงสุด อ่านเพิ่มเติม: 13 ถามบ่อย ระบบหลังคาโซลาร์ เอสซีจี (SCG Solar Roof)\ อ่านเพิ่มเติม: รีวิว: ติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof เปิดแอร์กลางวัน ไม่หวั่นค่าไฟ\ ติดตั้ง หลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof พร้อมบริการครบวงจร คลิก\ สำรวจและติดตั้งระบบหลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof โดยทีมงานมืออาชีพแบบครบวงจร พร้อมรับข้อเสนอและโปรโมชันพิเศษได้ที่ SCGHOME.COM หรือ SCGHOME APP วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ทีม Content Creator | SCG HOME > ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
ความแตกต่างของ “แอร์โซลาร์เซลล์” กับ “หลังคาโซลาร์เซลล์” ทั้งเรื่องลักษณะการใช้งาน การติดตั้ง การขออนุญาตติดตั้ง งบประมาณ การคืนทุน และการดูแลรักษา หลายบ้านเริ่มหันมาให้ความสนใจพลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้น เพราะสามารถช่วยแบ่งเบาค่าไฟได้อย่างเห็นผล โดยเฉพาะในยุคที่ค่าไฟสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้โซลาร์เซลล์กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับเจ้าของบ้านยุคใหม่ แต่เมื่อเริ่มศึกษาก็มักจะลังเลว่าระหว่าง “แอร์โซลาร์เซลล์”\ กับ “หลังคาโซลาร์เซลล์”\ ควรเลือกแบบไหนที่ตอบโจทย์การใช้งานของบ้านเราได้คุ้มค่ามากที่สุด ทำความรู้จักแอร์โซลาร์เซลล์ ก่อนจะไปดูว่าแบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน ขอเกริ่นสั้นๆ สำหรับ “แอร์โซลาร์เซลล์”\ (Solar Air Conditioner) ว่าเป็นระบบปรับอากาศที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาค่าไฟแพงจากการเปิดแอร์โดยเฉพาะ โดยตัวเครื่อง (ซึ่งมักเป็นระบบ Inverter) จะดึงพลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งแยกมาใช้ร่วมกับไฟบ้านโดยตรง ช่วยให้เราเปิดแอร์ในเวลากลางวันได้อย่างประหยัด ข้อดีของแอร์โซลาร์เซลล์ ลดค่าไฟเฉพาะส่วนของแอร์โซลาร์เซลล์ ซึ่งเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟสูง แอร์โซลาร์เซลล์ติดตั้งง่ายกว่าระบบหลังคาโซลาร์เซลล์ แอร์โซลาร์เซลล์ใช้งบประมาณน้อยกว่าระบบหลังคาโซลาร์เซลล์ ข้อจำกัดของแอร์โซลาร์เซลล์ จะใช้พลังงานได้เฉพาะแอร์โซลาร์เซลล์เท่านั้น ไม่ครอบคลุมเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ในบ้าน แอร์โซลาร์เซลล์ยังต้องใช้ไฟฟ้าตามปกติในช่วงกลางคืน ประหยัดได้จำกัดตามจำนวนแอร์โซลาร์เซลล์ที่ติดตั้ง อ่านเพิ่มเติม: รู้จักแอร์โซลาร์เซลล์ ทางเลือกประหยัดไฟ เหมาะกับบ้านแบบไหน\ เลือกซื้อแอร์โซล่าเซลล์ คลิก\ หลังคาโซลาร์เซลล์ คืออะไร “หลังคาโซลาร์เซลล์”\ หรือ โซลาร์รูฟ เป็นระบบหลังคาโซลาร์เซลล์ที่ได้จากการนำแผงโซลาร์เซลล์ติดตั้งบนพื้นที่หลังคาเพื่อแปลงพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง (DC) และส่งผ่านอินเวอร์เตอร์เพื่อแปลงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) สำหรับใช้งานภายในบ้าน ซึ่งสามารถจ่ายไฟให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ทั้งหลัง ช่วยแบ่งเบาภาระจากค่าไฟได้มาก และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาพรวมอย่างยั่งยืน ข้อดีของหลังคาโซลาร์เซลล์ ระบบหลังคาโซลาร์เซลล์ช่วยลดค่าไฟได้ทั้งบ้าน รองรับเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิด ไม่ใช่แค่แอร์ ระบบหลังคาโซลาร์เซลล์คุ้มค่าในระยะยาว โดยเฉพาะบ้านที่ใช้ไฟเยอะ ช่วยเพิ่มมูลค่าให้บ้าน ข้อจำกัดของหลังคาโซลาร์เซลล์ ระบบหลังคาโซลาร์เซลล์ใช้งบประมาณค่อนข้างสูง ต้องมีพื้นที่หลังคารับแดดตลอดทั้งวันและเพียงพอในการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ระบบหลังคาโซลาร์เซลล์ติดตั้งซับซ้อนกว่าแอร์โซลาร์เซลล์ บริการติดตั้งหลังคาโซล่าเซลล์ SCG Solar Roof พร้อมขออนุญาต คลิก\ การใช้งานระหว่าง แอร์โซลาร์เซลล์ VS หลังคาโซลาร์เซลล์ ใช้ต่างกันยังไง? แอร์โซลาร์เซลล์ เหมาะกับบ้านที่มีการใช้งานเครื่องปรับอากาศเป็นหลักในช่วงเวลากลางวัน เนื่องจากระบบจะจ่ายพลังงานเฉพาะอุปกรณ์นั้นในลักษณะเฉพาะจุดตามพื้นที่ติดตั้ง ในขณะที่หลังคาโซลาร์เซลล์เป็นระบบผลิตไฟฟ้าแบบรวมศูนย์ สามารถกระจายพลังงานไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกประเภทภายในบ้านได้อย่างครอบคลุม จึงเหมาะกับบ้านที่มีการใช้ไฟฟ้าหลากหลายและต่อเนื่องในหลายช่วงเวลา โดยเฉพาะช่วงกลางวันที่มีการผลิตพลังงานสูงสุด งบประมาณเบื้องต้นของ แอร์โซลาร์เซลล์ VS หลังคาโซลาร์เซลล์ ราคาต่างกันเท่าไหร่? “แอร์โซลาร์เซลล์”\ เป็นการลงทุน “ขนาดเล็ก” เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าไฟจากเครื่องปรับอากาศ (เฉพาะแอร์โซลาร์เซลล์เท่านั้น) ไม่ต้องวางระบบใหญ่ทั้งบ้าน ยกตัวอย่าง แอร์โซลาร์เซลล์ Sinclair รุ่น Handuro Inverter แต่ละขนาดมีราคา ดังนี้ งบประมาณเบื้องต้นของ แอร์โซลาร์เซลล์ VS หลังคาโซลาร์เซลล์ “หลังคาโซลาร์เซลล์”\ เป็นการลงทุน “ทั้งระบบบ้าน” ต้องติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์หลายแผง + อินเวอร์เตอร์ ราคาจึงสูงกว่าแอร์โซลาร์เซลล์ ยกตัวอย่าง บริการติดโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof Solutions ระบบหลังคาโซลาร์ เอสซีจี พร้อมขออนุญาตครบวงจร Smart Package (String Inverter) ดังนี้ หลังคาโซลาร์เซลล์ ราคาเบื้องต้นเป็นเพียงช่วงราคาโดยประมาณ อาจเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและคุณภาพของอุปกรณ์ประกอบต่างๆ ความซับซ้อนของการติดตั้ง ฯลฯ หากต้องการทราบราคาที่ถูกต้องและเหมาะสมกับบ้านต้องติดต่อบริษัทผู้ผลิต/ติดตั้ง ให้สำรวจสถานที่และออกแบบระบบโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อได้ราคาที่ถูกต้อง ระยะเวลาคืนทุนของ แอร์โซลาร์เซลล์ VS หลังคาโซลาร์เซลล์ กี่ปีคืนทุน? แอร์โซลาร์เซลล์มีระยะเวลาคืนทุนอยู่ในช่วงประมาณ 2–4 ปี เนื่องจากเป็นระบบขนาดเล็ก ใช้งบเริ่มต้นไม่สูง และสามารถลดการใช้ไฟฟ้าในส่วนของเครื่องปรับอากาศซึ่งเป็นภาระโหลดหลักของบ้านได้โดยตรง โดยเฉพาะในกรณีที่มีการใช้งานในช่วงเวลากลางวันอย่างต่อเนื่อง ขณะที่หลังคาโซลาร์เซลล์ (โซลาร์รูฟ) จะมีระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ยประมาณ 4–6 ปี หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับขนาดระบบและพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า เนื่องจากเป็นการลงทุนทั้งระบบบ้าน แม้จะใช้เงินลงทุนเริ่มต้นสูงกว่า แต่สามารถลดค่าไฟฟ้าได้ในภาพรวมของทั้งบ้าน จึงมีความคุ้มค่าในระยะยาวและให้ผลตอบแทนที่ต่อเนื่องหลังจากผ่านจุดคุ้มทุนแล้ว การติดตั้งของ แอร์โซลาร์เซลล์ VS หลังคาโซลาร์เซลล์ แอร์โซลาร์เซลล์มีความสะดวกในการติดตั้งมากกว่าหลังคาโซลาร์เซลล์อยู่หลายด้าน ทั้งในเรื่องของขนาดพื้นที่ ความซับซ้อนของระบบ ระยะเวลา รวมถึงการขออนุญาตติดตั้ง ขนาดพื้นที่ แอร์โซลาร์เซลล์ ใช้พื้นที่ไม่มากตามจำนวนแผงโซลาร์เซลล์ที่ใช้กับเครื่องปรับอากาศ ประมาณ 4-10 ตร.ม. หลังคาโซลาร์เซลล์ มีจำนวนแผงโซลาร์เซลล์ที่มากกว่า ประมาณ 6-73 ตร.ม. ความซับซ้อนของระบบ แอร์โซลาร์เซลล์ เป็นการติดตั้งแบบเฉพาะจุด โดยเชื่อมต่อแผงโซลาร์เซลล์เข้ากับเครื่องปรับอากาศโดยตรง จึงไม่ซับซ้อนเท่ากับหลังคาโซลาร์เซลล์ แต่ช่างแอร์ที่มาติดตั้งควรเป็นผู้ที่เข้าใจระบบการเชื่อมต่อกับโซลาร์เซลล์ด้วย หลังคาโซลาร์เซลล์ เป็นการติดตั้งแบบระบบรวม ที่ต้องออกแบบให้สอดคล้องกับโครงสร้างหลังคา ทิศทางแสงแดด และระบบไฟฟ้าภายในบ้าน โดยมีการติดตั้งอุปกรณ์สำคัญ เช่น อินเวอร์เตอร์ ตู้ควบคุม และระบบความปลอดภัยต่างๆ จึงมีความซับซ้อนสูงกว่าแอร์โซลาร์เซลล์ ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการติดตั้งเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด ระยะเวลา แอร์โซลาร์เซลล์ ใช้เวลาติดตั้งภายใน 1 วัน เหมือนการติดตั้งแอร์ทั่วไป หลังคาโซลาร์เซลล์ ใช้เวลาติดตั้งประมาณ 3-5 วัน ขึ้นอยู่กับขนาดของระบบ การขออนุญาตติดตั้ง แอร์โซลาร์เซลล์ ไม่ต้องขออนุญาตติดตั้ง เพราะเปรียบเสมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปที่มีระบบโซลาร์เซลล์เสริมเข้ามา หลังคาโซลาร์เซลล์ ต้องขออนุญาตหน่วยงานรัฐ ใช้เวลาในการขออนุญาตทั้งกระบวนการประมาณ 4-6 เดือน (ขึ้นอยู่กับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง) โดยต้องขออนุญาต 3 หน่วยงาน คือ การไฟฟ้า (ภาคนครหลวง หรือ ส่วนภูมิภาค) ที่ทำการเขต และ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) การดูแลรักษาของ แอร์โซลาร์เซลล์ VS หลังคาโซลาร์เซลล์ แอร์โซลาร์เซลล์ สำหรับตัวเครื่องแอร์ดูแลรักษาเหมือนแอร์ทั่วไป คือ การล้างแอร์ทุก 6 เดือน ส่วนแผงโซลาร์เซลล์ควรฉีดน้ำล้างทำความสะอาดแผงปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อไม่ให้มีฝุ่นบดบังหน้าแผงจนผลิตไฟได้น้อยลง ส่วนหลังคาโซลาร์เซลล์ (โซลาร์รูฟ) ควรตรวจสอบระบบและล้างทำความสะอาดแผงโซลาร์เซลล์ ปีละ 1 ครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ผลิต/ติดตั้ง มักมีบริการนี้ให้ด้วย อาจมากับแพกเกจอยู่แล้ว 2-5 ปี หลังจากนั้นต้องซื้อบริการเอง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 2,000-5,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดระบบ อายุการใช้งานของ แอร์โซลาร์เซลล์ VS หลังคาโซลาร์เซลล์ ใช้ได้น่านกี่ปี แอร์โซลาร์เซลล์จะมีข้อจำกัดตามอายุของเครื่องปรับอากาศเป็นหลัก โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 10–15 ปี ขึ้นอยู่กับคุณภาพอุปกรณ์และการบำรุงรักษา แม้แผงโซลาร์เซลล์ที่ใช้งานร่วมกันจะมีอายุยาวนานกว่านั้น แต่เมื่อถึงรอบเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศ อาจต้องมีการปรับเปลี่ยนหรืออัปเกรดระบบให้สอดคล้องกันด้วย ในขณะที่หลังคาโซลาร์เซลล์ (โซลาร์รูฟ) ถูกออกแบบให้เป็นระบบระยะยาว แผงโซลาร์เซลล์มีอายุการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 20–25 ปี และยังสามารถผลิตไฟฟ้าได้แม้ประสิทธิภาพจะลดลงตามเวลา ส่วนอุปกรณ์สำคัญอย่างอินเวอร์เตอร์มักมีอายุประมาณ 8–12 ปี และอาจต้องเปลี่ยนระหว่างอายุการใช้งานของระบบ จึงถือเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนต่อเนื่องในระยะยาวเมื่อมีการวางแผนดูแลอย่างเหมาะสม สรุปความแตกต่างของ แอร์โซลาร์เซลล์ VS หลังคาโซลาร์เซลล์ โดยสรุป แอร์โซลาร์เซลล์เหมาะกับบ้านที่ต้องการเริ่มต้นประหยัดพลังงานในงบประมาณจำกัด และมีพฤติกรรมใช้แอร์ในช่วงกลางวันเป็นหลัก ขณะที่หลังคาโซลาร์เซลล์เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดค่าไฟทั้งระบบของบ้าน และมีการใช้ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องในหลายช่วงเวลา หากพิจารณาจากความคุ้มค่าในระยะยาวและขอบเขตการใช้งาน หลังคาโซลาร์เซลล์ (โซลาร์รูฟ) จะตอบโจทย์ได้ครอบคลุมมากกว่า แต่แอร์โซลาร์เซลล์เป็นทางเลือกที่เข้าถึงง่ายและเริ่มต้นได้เร็วกว่า สรุปให้เห็นความแตกต่างของแอร์โซลาร์เซลล์ VS หลังคาโซลาร์เซลล์ ดังตาราง สรุปความแตกต่างของ แอร์โซลาร์เซลล์ VS หลังคาโซลาร์เซลล์ สนใจ แอร์โซลาร์เซลล์ คลิก\ สนใจ หลังคาโซลาร์เซลล์ คลิก\ อ่านเพิ่มเติม: ศัพท์เรื่องบ้าน: หลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Roof)\ อ่านเพิ่มเติม: ระบบหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Roof) มีกี่แบบ? เลือกแบบไหนให้คุ้มค่าและประหยัดไฟ\ อ่านเพิ่มเติม: รีวิวติดตั้ง SCG Solar Roof: เปิดแอร์กลางวัน ไม่หวั่นค่าไฟ ลดค่าใช้จ่ายได้จริง\ อ่านเพิ่มเติม: รู้จักแอร์โซลาร์เซลล์ ทางเลือกประหยัดไฟ เหมาะกับบ้านแบบไหน\ คลิกดู VDO\ 10 คำถามถามบ่อย | หลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof Solutions พร้อมบริการครบวงจร คลิกดู VDO\ รีวิว ระบบหลังคาโซลาร์ เอสซีจี พร้อมบริการครบวงจร | SCG Solar Roof Solutions วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ทีม Content Creator | SCG HOME ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
ตอบคำถามสามารถติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์เพื่อใช้ไฟในการชาร์จรถไฟฟ้าด้วย EV Charger ได้หรือไม่ ประเด็นสำคัญ EV Charger ก็คืออุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดหนึ่ง จึงสามารถใช้ไฟจากโซลาร์เซลล์ได้ตามปกติ หากต้องการรู้ว่าหลังคาโซลาร์เซลล์จะช่วยชาร์จรถ EV ได้มากแค่ไหน ต้องเช็ก “กำลังไฟชาร์จ” เทียบกับ “ขนาดโซลาร์เซลล์” ขนาดของหลังคาโซลาร์เซลล์ที่เหมาะสมหากติดตั้ง EV Charger ปัจจุบันหลายบ้านเริ่มหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ควบคู่กับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ ทำให้เกิดคำถามยอดฮิตว่า “สามารถใช้ไฟจากโซลาร์เซลล์ชาร์จรถไฟฟ้าได้มั้ย??” แม้ทั้งสองระบบจะดูเป็นพลังงานสะอาดเหมือนกัน แต่การใช้งานร่วมกันก็มีเรื่องที่ควรทำความเข้าใจ เพื่อวางแผนให้คุ้มค่าและเหมาะกับไลฟ์สไตล์มากที่สุด EV Charger ก็คืออุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดหนึ่ง EV Charger\ เปรียบเสมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ในบ้าน เช่นเดียวกับ แอร์ / เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น / เครื่องทำน้ำร้อน เครื่องอบผ้า ฯลฯ ดังนั้นหากมีการชาร์จรถในช่วง “กลางวัน” ที่ Solar Roof หรือ หลังคาโซลาร์เซลล์กำลังผลิตไฟ ก็สามารถนำไฟจากโซลาร์เซลล์มาใช้ชาร์จรถได้โดยตรง ช่วยลดการใช้ไฟจากการไฟฟ้าได้ทันที “ขนาด EV Charger” เทียบกับ “ขนาด Solar Roof หรือ หลังคาโซลาร์เซลล์” หากต้องการรู้ว่าหลังคาโซลาร์เซลล์จะช่วยชาร์จรถ EV ได้มากแค่ไหน ต้องดู 2 ส่วนควบคู่กัน คือ (1) EV Charger ใช้ไฟกี่ kW และ (2) โซลาร์เซลล์ผลิตไฟได้กี่ kW (1) EV Charger ใช้ไฟกี่ kW (ที่ใช้ในบ้าน) EV Charger (2) หลังคาโซลาร์เซลล์ผลิตไฟได้กี่ kW (สำหรับบ้านพักอาศัย) โซลาร์เซลล์ ยกตัวอย่างการใช้งานเบื้องต้น สมมติติดตั้ง EV Charger ใช้ไฟ 7.4 kW และติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ผลิตไฟได้สูงสุด 5 kW ขณะที่ชาร์จรถไฟฟ้า ระบบโซลาร์เซลล์จะจ่ายไฟให้ EV Charger สูงสุด 5 kW และใช้ไฟจากการไฟฟ้าอีกไม่น้อยกว่า 2.4 kW (หากเปิดใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ ในขณะเดียวกัน) สนใจ เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) คลิก\ เลือกขนาด Solar Roof หรือ หลังคาโซลาร์เซลล์ ให้เหมาะกับ EV Charger โดยปกติการเลือกขนาดโซลาร์เซลล์จะพิจารณาจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปิดใช้งานเป็นประจำในช่วงกลางวันเป็นหลัก โดยเฉพาะอุปกรณ์ไฟฟ้าที่กินกำลังไฟสูงอย่างเครื่องปรับอากาศ ยกตัวอย่างเช่น เปิดแอร์ขนาด 18000 BTU 2 เครื่องช่วงกลางวันเป็นประจำ ซึ่งติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ขนาด 5 kW ก็เพียงพอ แต่หากต้องการติดตั้ง EV Charger ขนาด 11 kW เพิ่มเติม โดยชาร์จรถไฟฟ้าสัปดาห์ละ 2 วัน จะสามารถเลือกติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ได้หลายทางเลือก ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้ พฤติกรรมการใช้ไฟในช่วงกลางวัน งบประมาณในการติดตั้ง เฟสไฟของมิเตอร์ไฟฟ้าที่มีอยู่ (ไฟ 1 เฟสติดตั้งขนาดหลังคาโซลาร์เซลล์ได้สูงสุด 5 kW, ไฟ 3 เฟสติดตั้งขนาดหลังคาโซลาร์เซลล์ได้ตั้งแต่ 5 kW ขึ้นไป) สนใจ บริการติดตั้งโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof คลิก\ กรณีตัวอย่าง: เปิดแอร์ขนาด 18000 BTU 2 เครื่อง (รวม 36000 BTU) ช่วงกลางวัน และชาร์จรถไฟฟ้า 2 วันต่อสัปดาห์โดยติดตั้ง EV Charger ขนาด 11 kW ทางเลือก 1 ติดตั้ง Solar Roof หรือ หลังคาโซลาร์เซลล์ ขนาด 5 kW (ตามพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าในบ้านตอนกลางวันเป็นหลัก) เหมาะกับบ้านที่ต้องการลดค่าไฟจากการเปิดแอร์ช่วงกลางวัน หากวันใดชาร์จรถไฟฟ้าช่วงกลางวันจะเป็นการใช้ไฟจากโซลาร์เซลล์ร่วมกับการใช้ไฟจากการไฟฟ้าในส่วนที่มีกำลังไฟเกินจากระบบ ทางเลือกนี้ลงทุนหลังคาโซลาร์เซลล์แบบพอดีใช้งาน จ่ายค่าไฟเพิ่มเฉพาะวันที่มีการใช้ไฟเกินกำลังของระบบ ระยะเวลาคืนทุนจะอยู่ที่ประมาณ 4-6 ปี เป็นแนวทางที่ “ลงทุนพอดี ใช้คุ้ม” หากอนาคตมีงบประมาณอีกส่วนก็สามารถติดตั้งโซลาร์เซลล์เพิ่มเติมได้ ทางเลือก 2 ติดตั้ง Solar Roof หรือ หลังคาโซลาร์เซลล์ ขนาดมากกว่า 5 kW จนถึง 15 kW + แบตเตอรี (เน้นสำรองไฟ) หากติดตั้งขนาดหลังคาโซลาร์เซลล์เกินกว่า 5 kW เพื่อช่วยลดการใช้ไฟจากการไฟฟ้า หรือติดตั้งขนาดระบบให้ครอบคลุมการเปิดแอร์และชาร์จรถไฟฟ้าช่วงกลางวันด้วยคือประมาณ 15 kW หมายความว่าในวันที่ไม่ได้ชาร์จรถไฟฟ้าจะมีไฟเหลือจากระบบ ซึ่งสามารถเก็บในแบตเตอรีเพื่อใช้ในตอนกลางคืนหรือช่วงเวลาที่ไฟดับได้ ทางเลือกนี้เหมาะกับเจ้าของบ้านที่มีความจำเป็นหรือต้องการใช้ไฟฟ้าต่อเนื่อง มีงบประมาณเพียงพอสำหรับขนาดระบบและแบตเตอรีที่เพิ่มขึ้น ยอมรับจุดคืนทุนในระยะยาวได้ ทางเลือก 3 ติดตั้ง Solar Roof หรือ หลังคาโซลาร์เซลล์ ขนาดมากกว่า 5 kW จนถึง 15 kW (ขายไฟคืนการไฟฟ้า) หลักการใช้ไฟเช่นเดียวกับทางเลือก 2 ต่างกันตรงที่ไม่ต้องลงทุนกับแบตเตอรีสำรองไฟ แต่ไฟที่เหลือจากโซลาร์เซลล์ในวันที่ไม่ได้ชาร์รถไฟฟ้าก็ขายคืนการไฟฟ้า (ในกรณีที่มีนโยบายรับซื้อคืนจากรัฐบาล) โดยต้องยื่นคำขอผ่านระบบ PPIM ของการไฟฟ้าก่อน ซึ่งการไฟฟ้าจะรับซื้อในราคาประมาณ 2.20 บาท/หน่วย และยอดเงินจะถูกนำไปหักออกจากค่าไฟในบิลอัตโนมัติ ระยะเวลาสัญญา 10 ปี ทั้งนี้ ควรตรวจสอบรายละเอียดนโยบายและเงื่อนไขล่าสุดก่อนการตัดสินใจ สนใจ เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) คลิก\ สนใจ บริการติดตั้งโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof คลิก\ การใช้ Solar Roof หรือ หลังคาโซลาร์เซลล์ และติดตั้ง EV Charger เพื่อชาร์จรถไฟฟ้าในช่วงกลางวันสามารถทำได้ โดยช่วยลดค่าไฟได้อย่างเห็นผล ความคุ้มค่าหรือระยะเวลาคืนทุนขึ้นอยู่กับการเลือกขนาดระบบให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้ไฟและงบประมาณที่ใช้ อย่างไรก็ดี หากเจ้าของบ้านตัดสินใจติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์จากผู้ให้บริการ ทางเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจจะแนะนำขนาดระบบที่เหมาะสมกับการใช้งานอีกครั้ง เพื่อพิจารณาขนาดโซลาร์เซลล์ที่ตอบโจทย์อย่างแท้จริง อ่านเพิ่มเติม: EV Charger 7 รุ่น ยอดนิยมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ปี 2569\ อ่านเพิ่มเติม: ติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop) อย่างไรให้คุ้มค่า? รวมเรื่องต้องรู้ก่อนติดแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาบ้าน\ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ทีม Content Creator | SCG HOME ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
เล่าถึงข้อแตกต่างของ 2 วัสดุ ระหว่างแผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG กับแผ่นซีเมนต์บอร์ด SCG ทั้งในแง่วัตถุดิบ คุณสมบัติ ลูกเล่นการใช้งาน และการตกแต่งพื้นผิว วัสดุแผ่นสำหรับสร้างบ้านอย่างแผ่นสมาร์ทบอร์ด และแผ่นซีเมนต์บอร์ด SCG นั้นมีข้อดีหลายอย่าง ทั้งความแข็งแรง เหนียวทนทาน ทนความชื้น ใช้ทำพื้นเบา ผนังเบา รวมถึงฝ้าเพดานทั้งภายในและภายนอกบ้านได้ สมาร์ทบอร์ด ไม่เป็นอาหารปลวก เป็นวัสดุปลอดภัยที่ไม่ติดไฟ ไม่ลามไฟ ไม่มีใยหินผสมจึงไม่เป็นสารก่อมะเร็ง ทั้งยังนำความร้อนต่ำจึงช่วยตอบโจทย์บ้านเย็นบ้านประหยัดพลังงานได้ด้วย สำหรับเจ้าของบ้านที่สนใจแต่ยังสงสัยว่าวัสดุทั้งสองนั้นต่างกันอย่างไร SCG HOME ขอนำเสนอข้อมูลชวนติดตามเพื่อไขความกระจ่างก่อนจะเลือกใช้ ✦ Ask Me: Claude\ 1) ส่วนผสมของแผ่นสมาร์ทบอร์ด และแผ่นซีเมนต์บอร์ด SCG แผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG และซีเมนต์บอร์ด SCG ต่างก็ใช้ “ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์” เป็นหนึ่งในวัตถุดิบหลัก ทำให้มีคุณสมบัติเรื่องความแข็งแรง แต่ในขณะเดียวกันยังมีความเหนียวยืดหยุ่นในตัวด้วยวัสดุเพิ่มเติมที่นำมาผสมกับปูนซีเมนต์ ดังต่อไปนี้ แผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG จะใช้เส้นใยเซลลูโลสจากต้นไม้ผนวกกับทรายซิลิกา ผสมเข้ากับปูนซีเมนต์ จึงจัดเป็นวัสดุประเภท “ไฟเบอร์ซีเมนต์” (Fiber Cement Board) แผ่นซีเมนต์บอร์ด SCG จะใช้ชิ้นไม้อัดย่อย ผสมเข้ากับปูนซีเมนต์ จึงจัดเป็นวัสดุประเภท “ไม้อัดซีเมนต์” (Wood Cement Board หรือ Cement Bonded Particle Board) สมาร์ทบอร์ด แผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG ซีเมนต์บอร์ด พื้นเบา ผนังเบา ภาพ: แผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG (ซ้าย) และ แผ่นซีเมนต์บอร์ด SCG 2) แผ่นสมาร์ทบอร์ด และแผ่นซีเมนต์บอร์ด SCG มีคุณสมบัติต่างกันอย่างไร แผ่นสมาร์ทบอร์ด และแผ่นซีเมนต์บอร์ด SCG\ สามารถใช้ทำพื้น ผนังเบา ฝ้าเพดาน ทั้งภายในและภายนอก รวมถึงใช้เป็นวัสดุรองใต้หลังคาได้ แต่ก็มีข้อแตกต่างเนื่องด้วยวัตถุดิบและการผลิต โดยแผ่นซีเมนต์บอร์ด SCG มีจุดเด่นที่พื้นผิวเรียบเนียนสวยงาม ในขณะที่ใส้ในจะเน้นความแข็งแรง (ดูขอบรอยตัดจะเห็นความต่างของไส้ในกับผิวนอก) แผ่นซีเมนต์บอร์ด ซีเมนต์บอร์ด SCG พื้นเบา ผนังเบา ภาพ: ผิวที่เรียบเนียนของแผ่นซีเมนต์บอร์ด SCG และขอบรอยตัดที่เห็นความต่างของ ไส้ในกับผิวนอกอย่างชัดเจน ส่วนแผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG นั้น ด้วยส่วนผสมจากเส้นใยเซลลูโลสและซิลิกา ทำให้มีจุดเด่นเรื่องความบาง น้ำหนักเบา ยกตัวอย่างงานฝ้าเพดาน ใช้แผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG หนาเพียง 3.5-4.0 มม. แต่ถ้าเป็นแผ่นซีเมนต์บอร์ด SCG จะหนาถึง 8.0 มม. จึงต้องใช้โครงคร่าวฝ้าที่แข็งแรงกว่า (และอาจเกิดรอยร้าวบริเวณหัวสกรูได้ง่ายกว่าด้วย) ในทำนองเดียวกัน หากเป็นงานพื้นจะใช้แผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG หนา 16 หรือ18 มม. ในขณะที่แผ่นซีเมนต์บอร์ด SCG จะหนาถึง 20-24 มม. จึงต้องเตรียมโครงสร้างที่รับน้ำหนักได้มากกว่า ความยาวและเหนียวของเส้นใยเซลลูโลส ทำให้แผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG สามารถดัดโค้ง (รัศมีความโค้งขึ้นอยู่กับความหนา) ในขณะที่ซีเมนต์บอร์ด SCG ไม่สามารถทำได้ สมาร์ทบอร์ด แผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG ดัดโค้ง ผนังเบา ภาพ: การใช้งานผนังสมาร์ทบอร์ด แบบดัดโค้ง เลือกซื้อ แผ่นสมาร์ทบอร์ดและแผ่นซีเมนต์บอร์ด SCG คลิก\ 3) แผ่นสมาร์ทบอร์ด และ แผ่นซีเมนต์บอร์ด SCG กับลูกเล่นใช้งานที่แตกต่าง ส่วนในเรื่องของการใช้งานพื้น ผนัง ฝ้าเพดาน ของสมาร์ทบอร์ด และแผ่นซีเมนต์บอร์ด SCG ในเชิงการตกแต่งจะมีข้อแตกต่างดังนี้ งานพื้น แผ่นพื้นสมาร์ทบอร์ด SCG มีแบบผิวเรียบอย่างเดียว ส่วนแผ่นซีเมนต์บอร์ด SCG นอกจากแบบผิวเรียบแล้ว จะมีรุ่นพิเศษชื่อ “พื้นซีเมนต์วูด เอสซีจี เมก้าฟลอร์\” ผิวลายเสี้ยนไม้ และลายเสี้ยนไม้เซาะร่อง ให้เลือกใช้ด้วย พื้นสมาร์ทบอร์ด SCG ปูพื้น พื้นเบา ภาพ: ตัวอย่างการติดตั้งพื้นสมาร์ทบอร์ด SCG แผ่นซีเมนต์บอร์ด ซีเมนต์บอร์ด SCG พื้นเบา พื้นซีเมนต์บอร์ด แผ่นซีเมนต์บอร์ดปูพื้น เมก้าฟลอร์ ภาพ: ตัวอย่างการใช้งานพื้นซีเมนต์วูด เอสซีจี เมก้าฟลอร์ผิวลายเสี้ยนไม้ แผ่นซีเมนต์บอร์ด ซีเมนต์บอร์ด SCG พื้นเบา พื้นซีเมนต์บอร์ด แผ่นซีเมนต์บอร์ดปูพื้นภายนอก เมก้าฟลอร์ ภาพ: ตัวอย่างการใช้งานพื้นซีเมนต์วูด เอสซีจี เมก้าฟลอร์ ลายเสี้ยนไม้เซาะร่อง เลือกซื้อ แผ่นสมาร์ทบอร์ดและแผ่นซีเมนต์บอร์ด SCG คลิก\ งานผนัง ผนัง สมาร์ทบอร์ด นอกจากแบบผิวเรียบธรรมดาแล้ว แผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG จะมีแบบเซาะร่องให้เลือก (ส่วนแผ่นซีเมนต์บอร์ด SCG ก็สามารถนำ “พื้นซีเมนต์วูด เอสซีจี เมก้าฟลอร์” ผิวลายเสี้ยนไม้ และลายเสี้ยนไม้เซาะร่อง มาประยุกต์ใช้กับงานผนังได้) สมาร์ทบอร์ด ผนังสมาร์ทบอร์ด แผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG ผนังเบา ภาพ: การใช้งานผนังสมาร์ทบอร์ด แบบเซาะร่อง ทาสีน้ำตาลเหมือนผนังไม้ สมาร์ทบอร์ด ผนังสมาร์ทบอร์ด แผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG ผนังเบา ภาพ: การใช้งานผนังสมาร์ทบอร์ด แบบเซาะร่อง ทาสีเล่นแพทเทิร์นลวดลายขาวดำ งานฝ้าเพดาน ในส่วนนี้แผ่นฝ้าสมาร์ทบอร์ด SCG จะได้เปรียบเรื่องรูปแบบที่หลากหลายโดยนอกจากแบบเรียบธรรมดาแล้ว จะมีทั้งแบบเซาะร่อง เซาะร่องลายไม้ และฝ้าระบายอากาศรูปแบบต่างๆ สำหรับงานเชิงชาย (หากฝ้าสมาร์ทบอร์ดระบายอากาศ รุ่น โพรเทคชั่น จะมีมุ้งลวดกันแมลงในตัวด้วย) ในขณะที่แผ่นซีเมนต์บอร์ด SCG จะมีแค่แบบผิวเรียบอย่างเดียว สมาร์ทบอร์ด ฝ้าสมาร์ทบอร์ด แผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG ภาพ: การใช้งานฝ้าสมาร์ทบอร์ด ในลักษณะผสมผสานทั้งแบบเรียบ เซาะร่อง และลายไม้ สมาร์ทบอร์ด ฝ้าสมาร์ทบอร์ด แผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG ภาพ: การใช้งานฝ้าสมาร์ทบอร์ด แบบเซาะร่อง ในลักษณะผสมผสานทั้งแบบเซาะร่องธรรมดา และแบบมีรูระบายอากาศ เลือกซื้อ แผ่นสมาร์ทบอร์ดและแผ่นซีเมนต์บอร์ด SCG คลิก\ สนใจ ฝ้าภายนอกแบบเรียบ และระบายอากาศ พร้อมบริการติดตั้ง คลิก\ 4) แผ่นสมาร์ทบอร์ด และ แผ่นซีเมนต์บอร์ด SCG กับงานตกแต่งพื้นผิว วัสดุทั้งสองสามารถเลือกใช้งานแบบโชว์พื้นผิว หรือใช้วัสดุแต่งผิวเพิ่มเติมได้ โดยแนะนำการใช้งานดังต่อไปนี้ ใช้งานแบบโชว์พื้นผิว หากเทียบในรุ่นแผ่นเรียบ แผ่นซีเมนต์บอร์ด SCG จะดูสวยงามด้วยพื้นผิวที่เรียบเนียนสีเทาเหมือนปูนเปลือย ส่วนแผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG จะสีสว่างและเห็นความขรุขระของพื้นผิวมากกว่า ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นสมาร์ทบอร์ด หรือซีเมนต์บอร์ด SCG หากเลือกติดตั้งแบบโชว์แบบพื้นผิวควรเคลือบน้ำยาทับเพื่อความคงทน (โดยเฉพาะกรณีใช้งานภายนอกควรใช้วัสดุอุดรอยต่อเว้นร่องเพื่อป้องกันความชื้น) แผ่นซีเมนต์บอร์ด ซีเมนต์บอร์ด SCG ผนังซีเมนต์บอร์ด สไตล์ลอฟต์ ภาพ: การใช้งานแผ่นซีเมนต์บอร์ดแบบโชว์พื้นผิวในงานตกแต่งผนังสไตล์ลอฟต์ สมาร์ทบอร์ด ฝ้าสมาร์ทบอร์ด แผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG ภาพ: การใช้งานฝ้าสมาร์ทบอร์ด แบบโชว์พื้นผิว ในงานตกแต่งสไตล์ลอฟต์ ใช้วัสดุตกแต่งพื้นผิวเพิ่มเติม แผ่นสมาร์ทบอร์ด และแผ่นซีเมนต์บอร์ด SCG สามารถตกแต่งผิวได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นการทาสี ฉาบปูนแต่งผิว หรือปูวัสดุอื่นทับ เช่น กระเบื้องยาง กระเบื้องเซรามิก ไม้พื้นลามิเนต พรม ฯลฯ โดยอาจมีเทคนิคเฉพาะที่ควรทราบจากผู้ผลิตก่อนติดตั้ง (เช่น หากจะปูกระเบื้องบนแผ่นสมาร์ทบอร์ดจะต้องปูทับด้านที่ขรุขระมากกว่า เป็นต้น) ซึ่งทั้งสองวัสดุ จะเน้นการติดตั้งแบบเว้นร่อง แต่สำหรับแผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG สามารถทำฝ้าเพดานและผนังแบบฉาบเรียบได้ โดยใช้รุ่นขอบลาด ฉาบทับด้วยวัสดุฉาบและเทปผ้า (แต่อาจไม่เรียบเนียนนัก ด้วยพื้นผิวที่มีความขรุขระ) สมาร์ทบอร์ด ผนังสมาร์ทบอร์ด แผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG ผนังเบา ภาพ: การใช้งานผนังสมาร์ทบอร์ด แบบฉาบเรียบ (ซ้าย) และแบบปูกระเบื้องทับ (ขวา) เลือกซื้อ แผ่นสมาร์ทบอร์ดและแผ่นซีเมนต์บอร์ด SCG คลิก\ จะเห็นว่าแผ่นสมาร์ทบอร์ด และแผ่นซีเมนต์บอร์ด SCG ต่างก็ใช้งานได้หลากหลาย ทั้งงานพื้น ผนัง ฝ้าเพดาน และงานตกแต่ง และยังเหมาะกับทั้งงานภายนอกและภายใน เจ้าของบ้านสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมทั้งในแง่ฟังก์ชันใช้งานและการตกแต่งที่สวยงามลงตัว สิ่งสำคัญคือ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นสมาร์ทบอร์ด และแผ่นซีเมนต์บอร์ด SCG ต่างก็ต้องติดตั้งอย่างถูกวิธีตามคู่มือติดตั้ง และการใช้งานสำหรับภายนอกนั้น วัสดุทั้งสามารถทนความชื้นได้ แต่ก็ไม่เหมาะกับการแช่น้ำเป็นเวลานาน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านต้องคำนึงด้วย อ่านเพิ่มเติม: แผ่นสมาร์ทบอร์ด กับซีเมนต์บอร์ด SCG ต่างกันอย่างไร ใช้อันไหนดี ?\ เลือกซื้อแผ่นสมาร์ทบอร์ด และแผ่นซีเมนต์บอร์ด SCG สำหรับติดตั้งพื้น ผนัง ฝ้าเพดาน และงานตกแต่งต่างๆ วัสดุก่อสร้างและสินค้าอื่นๆ เพื่อบ้าน รวมถึงบริการเพื่อบ้านโดยทีมงานมืออาชีพแบบครบวงจร พร้อมรับข้อเสนอและโปรโมชันพิเศษได้ที่ SCGHOME.COM หรือ SCGHOME APP วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome
หลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Roof) หรือที่เรียกกันว่า โซลาร์รูฟท็อป (Solar Roof Top) คือหลังคาที่มีการติดตั้ง “แผงโซลาร์เซลล์” เพื่อแปลงพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าสำหรับใช้งานภายในบ้าน หลายคนอาจคุ้นชินและค้นหาด้วยคำว่า "หลังคาโซล่าเซลล์" ซึ่งจริงๆ แล้วก็จะหมายหมายถึง "หลังคาโซลาร์เซลล์" เช่นเดียวกัน หลักการทำงานคือ เมื่อแสงอาทิตย์ส่องมายังแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา กระแสไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์\ จะไหลผ่าน “อินเวอร์เตอร์”\ ซึ่งทำหน้าที่แปลงพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ให้กลายเป็นกระแสสลับ (AC) ก่อนจะส่งต่อไปตู้ไฟฟ้าหรือที่เรียกกันว่าตู้เบรกเกอร์ เพื่อจ่ายไฟฟ้าไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ภายในบ้าน อุปกรณ์สำคัญของหลังคาโซล่าเซลล์ SCG solar roof ประกอบด้วยแผงโซล่าเซลล์ และอินเวอร์เตอร์แบบ String Inverter สำหรับโซล่ารูฟท็อป ภาพ: แผงโซลาร์เซลล์ และอินเวอร์เตอร์ โดยทั่วไป หลังคาโซลาร์เซลล์\จะผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ต่อเมื่อมีแสงอาทิตย์เท่านั้น นั่นหมายความว่า เมื่อไม่มีแสงแดด ก็จะไม่มีพลังงานไฟฟ้าจากหลังคาโซลาร์เซลล์ให้ใช้ ดังนั้นในช่วงเวลาดังกล่าวจะต้องมีการนำเอา “ไฟฟ้าจากระบบของการไฟฟ้า” หรือ “ไฟฟ้าจากแบตเตอรี\” มาใช้แทน ขึ้นอยู่กับประเภทของระบบหลังคาโซลาร์เซลล์ที่เจ้าของบ้านเลือกติดตั้ง การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา โดยทีมงานจาก SCG solar roof ซึ่งมีความชำนาญด้านหลังคาโซล่าเซลล์ โซล่ารูฟท็อป ภาพ: การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ บนหลังคา โดยทีมงาน SCG solar roof เลือกซื้อแผงโซล่าเซลล์ อินเวอร์เตอร์ และอุปกรณ์เกี่ยวข้อง คลิก\ อ่านเพิ่มเติม: ระบบหลังคาโซลาร์เซลล์ “Solar Roof” มีกี่แบบ อ่านเพิ่มเติม: รีวิวติดตั้ง SCG Solar Roof: เปิดแอร์กลางวัน ไม่หวั่นค่าไฟ ลดค่าใช้จ่ายได้จริง อ่านเพิ่มเติม: ระบบหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Roof) มีกี่แบบ? เลือกแบบไหนให้คุ้มค่าและประหยัดไฟ อ่านเพิ่มเติม: 13 ถามบ่อย ระบบหลังคาโซลาร์ เอสซีจี (SCG Solar Roof) อ่านเพิ่มเติม: ติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ SCG คุ้มไหม...ไฟก็ฟรี ขายคืนภาครัฐก็ได้ ? ติดตั้งระบบหลังคาโซล่าเซลล์ SCG Solar Roof คลิก\ คำถามพบบ่อย FAQ เกี่ยวกับหลังคาโซล่าเซลล์ 1) โซลาร์เซลล์ (Solar Cell) กับ โซลาร์รูฟ (Solar Roof) ต่างกันอย่างไร? โซลาร์เซลล์ (Solar Cell) คือ "หน่วยย่อยที่สุด" ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนแสงอาทิตย์เป็นไฟฟ้า ซึ่งก็นำมาประกอบกันเป็นแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Panel) นั่นเอง โซลาร์รูฟ (Solar Roof) หรือ หลังคาโซลาร์เซลล์ คือ การนำแผงโซลาร์เซลล์ มาติดตั้งบนหลังคาบ้านหรืออาคาร เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ว่างบนหลังคาให้กลายเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้า โดยต้องมีอุปกรณ์สำคัญประกอบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงยึดแผงโซลาร์เซลล์หลังคาเข้ากับหลังคา อินเวอร์เตอร์ (Inverter) ทำหน้าที่แปลงไฟให้เราใช้งานได้ในบ้าน ฯลฯ 2) ติดตั้งหลังคาโซล่าเซลล์ แบบไหนคืนทุนเร็วที่สุดสำหรับบ้านทั่วไป ? สำหรับบ้านทั่วไปการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ ระบบ On-Grid (แบบไม่มีแบตเตอรี่) เป็นระบบที่คืนทุนเร็วที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากมีต้นทุนอุปกรณ์ต่ำที่สุดและไม่มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาแบตเตอรี่ที่ราคายังค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตาม การติดตั้งหลังคาโซล่าเซลล์ให้คุ้มค่า จะต้องออกแบบขนาดระบบให้เหมาะสมกับ "พฤติกรรมการใช้ไฟจริงในช่วงกลางวัน" เพราะการผลิตไฟฟ้ามาแล้วใช้งานทันที (Self-consumption) จะช่วยลดค่าไฟได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากกว่าการผลิตเหลือแล้วปล่อยทิ้งหรือขายคืน ดังนั้นการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อคำนวณขนาดระบบให้เหมาะสมกับบ้านของเรา จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้คืนทุนได้เร็วภายใน 4-6 ปี 3) ติดตั้งโซล่าเซลล์บนหลังคาบ้าน ขายไฟคืนรัฐบาลได้หรือไม่? การติดตั้งหลังคา Solar Cell ในภาคครัวเรือน สามารถขายไฟคืนให้ภาครัฐผ่านโครงการ "โซลาร์ภาคประชาชน" แต่ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า โครงการนี้รัฐบาลจะมีการประกาศ ช่วงเวลาและเงื่อนไขการรับซื้อเป็นรอบๆ ซึ่งต้องคอยติดตามประกาศจากการไฟฟ้า (กฟน. หรือ กฟภ.) และ กกพ. เป็นระยะ ทั้งนี้ข้อสำคัญที่ลืมไม่ได้คือ ราคารับซื้อไฟคืนนั้น "ต่ำกว่า" ราคาไฟฟ้าที่เราซื้อมาใช้งานค่อนข้างมาก ดังนั้นจึงต้องมองว่าการขายไฟคืนเป็นเพียง "ผลพลอยได้" เพื่อไม่ให้พลังงานที่ผลิตเกินมาเสียเปล่าเท่านั้น ไม่ควรนำมาเป็นปัจจัยหลักในการคำนวณจุดคุ้มทุน เพราะความคุ้มค่าที่แท้จริงของหลังคาโซล่าเซลล์ คือการลดรายจ่ายค่าไฟที่เราต้องจ่ายทุกเดือนให้เหลือน้อยที่สุด คลิกดู VDO\ หลังคาโซลาร์ เอสซีจี (SCG Solar Roof) พร้อมบริการครบวงจร | SCG Solar Roof Solutions คลิกดู VDO\ รีวิว จากเสียงผู้ใช้งานจริง หลังจากระบบหลังคาโซลาร์ เอสซีจี (SCG Solar Roof) พร้อมบริการครบวงจร | SCG Solar Roof Solutions ติดตั้งระบบหลังคาโซล่าเซลล์ SCG Solar Roof คลิก\ บทความโดย: ทีม Content Creator | SCG HOME ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome
รีวิวแบ่งปันประสบการณ์แก้ปัญหาบ้านร้อน จากผู้ใช้บริการติดตั้งฉนวนกันความร้อน SCG รุ่น STAY COOL เปลี่ยนพื้นที่ชั้นบนซึ่งร้อนจัดในช่วงกลางวัน กลายเป็นพื้นที่ในบ้านเย็น สามารถนั่งผ่อนคลายได้ตลอดเวลา แดดอันร้อนแรงทำให้ชั้นบนสุดของบ้านร้อนระอุในเวลากลางวัน ตัวช่วยอย่างเครื่องปรับอากาศ บางครั้งก็ช่วยได้ไม่มากทั้งยังสิ้นเปลืองค่าไฟอีกด้วย นับเป็นเหตุการณ์ที่ใครหลายๆ คนต้องเจอ เช่นเดียวกันกับประสบการณ์ในอดีตของคุณชินฤทธิ์ วัชรเศรษฐกุล หรือ คุณทอม ผู้ซึ่งตัดสินใจแก้ปัญหาบ้านร้อน โดยติดตั้งฉนวนกันความร้อน SCG รุ่น STAY COOL ฉนวนกันความร้อนSCG ภาพ: ฉนวนกันความร้อน SCG รุ่น STAY COOL เป็นฉนวนใยแก้วซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันความร้อน ปลอดภัย ไม่เป็นสารก่อมะเร็ง และไม่ลามไฟ หุ้มด้วยวัสดุดุอะลูมิเนียมฟอยล์ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยสะท้อนรังสีความร้อนได้ด้วย คุณทอมเล่าว่า บ้านเดี่ยวย่านรามอินทราขนาด 55 ตารางวา หลังนี้ อาศัยกันมา 30-40 ปี เคยรีโนเวทครั้งนึงเมื่อนานมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้มีการแก้ปัญหาบ้านร้อนอย่างจริงจัง อย่างช่วงหน้าร้อนเดือน มี.ค.-พ.ค. พื้นที่ชั้น 2 ซึ่งรับความร้อนจากหลังคาบ้านโดยตรง ตอนกลางวันขึ้นไปอยู่ไม่ได้เลย เปิดแอร์ก็ไม่เย็น เคยลองเพิ่มขนาด BTU แล้วยังเอาไม่อยู่ กลายเป็นว่าในตอนกลางวัน ทุกคนในบ้านจะต้องหลบร้อนหนีลงมาชั้นล่างกันหมด พอช่วงค่ำขึ้นไปเปิดแอร์ในห้องนอน ถึงจะไม่ร้อนจัดแต่ก็รู้สึกได้ว่าความร้อนอบอ้าวยังคงหลงเหลืออยู่ ต้องเปิดแอร์สักพักกว่าจะเย็น เคยเห็นฉนวนกันความร้อน SCG รุ่น STAY COOL จากในอินเตอร์เน็ตบ้าง แต่ที่หันมาสนใจอยากลองใช้เป็นตัวเลือกเพื่อแก้ปัญหาบ้านร้อนครั้งนี้ เพราะเพื่อนเล่าให้ฟังว่าใช้บริการติดตั้งฉนวนกันความร้อนของ SCG ไปเมื่อ 2-3 เดือนที่แล้ว ปรากฏว่าบ้านเย็นขึ้นมาก พอเห็นผลตอบรับดีเลยเริ่มหาข้อมูลจาก Facebook อย่างจริงจัง แล้วเพื่อนก็แนะนำให้ติดต่อ SCG Experience เพราะมีทั้งบริการสำรวจและติดตั้งเสร็จสรรพ ดูแล้วน่าจะสะดวก จึงติดต่อขอนัดวันสำรวจทันที ในวันสำรวจ มีการเปิดช่อง Service บนฝ้าขึ้นไปสำรวจโครงคร่าวฝ้าเพดานและวัดขนาดพื้นที่ เสร็จสิ้นในครึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นก็ได้รับรายงานสรุปผลออกมาว่า โครงคร่าวฝ้าเพดานยังแข็งแรงดี รองรับฉนวนได้ทั้งความหนา 3 นิ้ว และ 6 นิ้ว สุดท้ายก็ตัดสินใจเลือกฉนวนกันความร้อน SCG รุ่น STAY COOL ขนาดความหนา 3 นิ้ว ตามที่ตั้งใจไว้แต่แรก เพราะเห็นว่าโครงสร้างบ้านก็มีอายุพอสมควรแล้ว เลยอยากได้ฉนวนที่น้ำหนักน้อยกว่าเพื่อความสบายใจ ฉนวนกันความร้อนSCG ภาพ: ฉนวนกันความร้อน SCG รุ่น STAY COOL ขนาด 6 นิ้ว (ซ้าย) และ 3 นิ้ว (ขวา) พอทราบผลตรวจสอบ และราคาฉนวนพร้อมบริการติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ก็นัดวันติดตั้งเลย ได้คิวเป็นช่วงต้นเดือนเมษายน ทันใช้งานในหน้าร้อนนี้พอดี ในวันติดตั้งทาง SCG จะจัดส่งฉนวนมาวางเตรียมไว้ให้ก่อน จากนั้นอีก 1 ชั่วโมงถัดมา ทีมช่างประมาณ 7 คน ก็เข้ามาดำเนินการติดตั้ง กระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เวลาประมาณครึ่งวันก็เสร็จ ฉนวนกันความร้อนSCG ฉนวนกันความร้อนSCG ภาพ: ฉนวนกันความร้อน SCG รุ่น STAY COOL ที่ติดตั้งบนฝ้าเพดานเรียบร้อยแล้ว ฉนวนกันความร้อนSCG ภาพ: บริเวณที่เป็นส่วนต่อเติม เป็นส่วนของบริการเสริมซึ่งมีการรื้อกระเบื้องหลังคาเพื่อจัดวางฉนวนบนฝ้าเพดาน ถึงแม้จะอยู่ในช่วงเวลาที่มีสถานการณ์โรคระบาดซึ่งต้องควบคุมเป็นพิเศษ แต่ก็สบายใจที่จะให้ช่างเข้ามาทำงานในบ้าน เพราะไม่ว่าจะเป็นวันสำรวจหรือติดตั้ง ทีมงานของเอสซีจีมีการสวมหน้ากากป้องกัน สวมถุงมือ ถุงเท้ามิดชิด และรักษาระยะห่างตามความเหมาะสม การทำงานก็เรียบร้อยดี มีการคลุมพื้นบันไดป้องกันไม่ให้พื้นเป็นรอย ระหว่างทำงาน หัวหน้าช่างจะคอยถ่ายรูปงานติดตั้งบนฝ้าให้ดู และที่ประทับใจอีกอย่างคือ พองานติดตั้งบนฝ้าเสร็จเรียบร้อย ช่างทุกคนที่ลงมาจากฝ้าเพดานจะใช้ถุงพลาสติกคลุมเท้าเพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นบนฝ้าที่ติดมากับถุงเท้า ร่วงหล่นเปรอะเปื้อนพื้นในบ้าน นับว่าใส่ใจทุกรายละเอียดเป็นอย่างดี ฉนวนกันความร้อนSCG ภาพ: การแต่งกายของทีมงานจาก เอสซีจี ในวันติดตั้ง หลังจากติดฉนวนกันความร้อน SCG รุ่น STAY COOL ไปแล้วรู้สึกถึงความแตกต่างอย่างมาก ชั้นบนของบ้านที่เคยอยู่กลางวันไม่ได้ ตอนนี้อยู่ได้สบาย แม้จะเป็นเดือนเมษาสัก 11 โมง หรือเที่ยง เปิดแอร์แค่10 นาทีก็เย็นแล้ว (ถ้าไม่มีฉนวนต่อให้เปิดแอร์นานเป็นชั่วโมงก็ไม่ได้ผล) วันไหนฝนตกใช้แค่พัดลมก็เย็นสบายไม่ต้องเปิดแอร์ด้วยซ้ำ ลองหันมาดูเทอร์โมมิเตอร์บนผนัง ก่อนติดฉนวนอุณหภูมิเคยอยู่ที่ 38 องศา ในเวลากลางวัน พอติดฉนวนแล้วเหลือแค่ 33-34 องศา ลดไปประมาณ 4 องศาเลยทีเดียว* (*อุณหภูมิแต่ละสถานที่อาจเปลี่ยนแปลงไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อม) ฉนวนกันความร้อนSCG ภาพ: เทอร์โมมิเตอร์แสดงอุณหภูมิภายในห้อง (ช่วงเวลาประมาณ 11:00 น.) หลังจากใช้บริการติดตั้งฉนวน รู้สึกว่าบริการติดตั้งฉนวนกันความร้อน SCG รุ่น STAY COOL ครั้งนี้ เทียบกับเงินที่จ่ายนับว่าไม่แพง ตัวฉนวนใช้งานได้ยาวนานเป็นสิบปี บริการดีมีมาตรฐาน ติดต่อประสานงานง่ายทั้งทาง Line และอีเมลล์ และพอดีว่าช่วงที่รับบริการมีโปรโมชั่นผ่อน 0% จากบัตรเครดิตซึ่งตรงกับเงื่อนไข ทำให้สะดวกในการชำระเงินอีกด้วย สำหรับเจ้าของบ้านที่กำลังหาทางแก้ปัญหาบ้านร้อน อยากให้ลองพิจารณาบริการติดตั้งฉนวนกันความร้อน SCG รุ่น STAY COOL เพราะจากประสบการณ์ เห็นว่าคุ้มค่ากับการลงทุน พอบ้านเย็นลงก็ประหยัดทั้งค่าไฟ ทั้งยังได้สุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตที่ดี เลยอยากแนะนำเป็นทางเลือกครับ สนใจฉนวนกันความร้อน STAY COOL พร้อมบริการติดตั้ง คลิก\ ฉนวนใยแก้วอันตรายมั้ย? รับชม VDO คลิก\ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome
ลดร้อนให้บ้านชั้นเดียวเย็นขึ้นกว่าภายนอกได้ถึง 10 กว่าองศา ด้วยการใช้ ฉนวนกันความร้อน Stay Cool ขนาดความหนา 6 นิ้ว พร้อมบริการติดตั้งจาก เอสซีจี หากใครกำลังจะวางแผนสร้างหรือซื้อบ้านชั้นเดียว แต่มีความกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องความร้อนที่จะผ่านเข้าสู่ตัวบ้านทางหลังคาแล้วล่ะก็ บทความนี้เราขอพาไปเยี่ยมชมบ้านชั้นเดียว ที่มีอุณหภูมิภายในบ้านเย็นกว่าภายนอกถึง 10 กว่าองศา ด้วยการใช้ฉนวนกันความร้อน Stay Cool คุณอมกฤต ชื่นจิต หรือคุณตู่ เจ้าของบ้านหลังนี้ เป็นวิศวกรหนุ่มชาวพังงา แต่มาหลงใหลในวิถีชีวิตของเมืองเชียงใหม่ จึงตัดสินใจซื้อบ้านชั้นเดียวภายในโครงการบ้านจัดสรรที่อยู่ชานเมือง เพราะรู้สึกว่าบริเวณชานเมืองนั้นอากาศดี และได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากกว่าในเมือง และวัตถุประสงค์หลักของการซื้อบ้านหลังนี้คือ การเตรียมตัวมาอยู่ถาวรหลังจากเกษียณอายุการทำงานแล้ว จึงเลือกเป็นบ้านชั้นเดียว เพื่อความสะดวกและปลอดภัยที่ไม่ต้องเดินขึ้น-ลงบันได ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านชั้นเดียว คุณตู่ก็มีความกังวลเรื่องความร้อนเหมือนกัน เพราะหากเป็นบ้าน 2 ชั้นขึ้นไป อย่างน้อยพื้นที่ชั้นบนย่อมมีส่วนช่วยกันความร้อนจากหลังคาบ้านได้อีกชั้น แต่บ้านชั้นเดียวจะได้รับความร้อนส่งต่อทางหลังคาบ้านได้โดยตรง ผู้อยู่อาศัยบ้านชั้นเดียวจึงไม่มีพื้นที่ให้หลบร้อนในยามกลางวัน แต่ด้วยวิชาชีพการทำงานด้านวิศวกรและจากการศึกษาเพิ่มเติม ทำให้คุณตู่มั่นใจว่าเทคโนโลยีและนวัตกรรมปัจจุบันสามารถช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ หลังจากซื้อบ้านได้ไม่นาน ก่อนตกแต่งห้องต่างๆ คุณตู่จึงหาวิธีป้องกันความร้อนที่เข้ามาทางผนังกระจก โดยการติดฟิล์มกรองแสง และจุดสำคัญคือบริเวณหลังคาที่จะได้รับความร้อนโดยตรง คุณตู่เลือกใช้ ฉนวนกันความร้อน เอสซีจี รุ่น STAY COOL ขนาดความหนา 6 นิ้ว พร้อมบริการติดตั้ง จากร้านตัวแทนจำหน่ายนพดลพาณิชย์ โดยทางร้านส่งทีมมาสำรวจประเมินหน้างาน เพื่อเสนอราคาก่อนติดตั้ง และยังสำรวจโครงสร้างการรับน้ำหนักของฝ้าให้ก่อนอีกด้วย เมื่อถึงวันติดตั้ง ทีมช่างจะทำการเปิดช่องฝ้าเพดาน เพื่อให้มีพื้นที่นำแผ่นฉนวนขึ้นไปปูบนฝ้าเพดาน บ้านหลังนี้พื้นที่ใช้สอยประมาณ 150 ตร.ม. ใช้ระยะเวลาติดตั้ง 1 วัน ก็แล้วเสร็จ สามารถอยู่อาศัยได้ตามปกติ text ภาพ: บริเวณช่องแสงติดฟิล์มและผ้าม่าน เพื่อลดแสงแดดและความร้อนที่จะเข้าสู่ตัวบ้าน text ภาพ: เปิดช่องฝ้าเพดานเพื่อทำการติดตั้งฉนวนกันความร้อน เอสซีจี รุ่น STAY COOL text ภาพ: ปูฉนวนกันความร้อน เอสซีจี รุ่น STAY COOL เหนือฝ้าเพดาน หลังจากติดตั้งฉนวนกันความร้อน Stay Cool คุณตู่เล่าว่า “สิ่งที่เห็นได้ชัด คือ บ้านร้อนช้าลง ช่วงฤดูกาลทั่วไปอย่างฤดูฝน ฤดูหนาว หรือวันปกติที่อากาศไม่ร้อนมากเกิน สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องเปิดแอร์ แค่เพียงมีพัดลมก็สามารถอยู่สบายแล้ว แต่หากเป็นช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่า 40 องศา ก็จำเป็นต้องเปิดแอร์ แต่ก็ช่วยยืดเวลาได้ดีกว่าตอนที่ไม่ติดตั้งมาก เช่น หากไม่ติดตั้งฉนวนกันร้อน บ้านจะเริ่มร้อนตั้งแต่ก่อนเที่ยง แต่หลังจากติดตั้งบ้านจะเริ่มร้อนช่วงบ่ายโมง บ่ายสองโมงเป็นต้นไป การมีฉนวนกันความร้อนจึงช่วยยืดเวลาให้สามารถอยู่ภายในบ้านสบายยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าเมื่ออุณหภูมิภายในบ้านลดลง ก็ช่วยลดการทำงานของแอร์ ช่วยลดค่าไฟในระยะยาวได้อีกด้วย” Tip: การเลือกขนาดความหนาของฉนวนกันความร้อนที่เหมาะสม ให้ลองสำรวจพื้นที่ว่างบนฝ้าเพดานก่อน เพราะรูปทรงหลังคาบางประเภท เช่น หลังคาคอนกรีตเสริมเหล็ก (หลังคา Slab), หลังคาเพิงแหงน จะมีพื้นที่ว่างใต้โถงหลังคาไม่มากนัก จึงจำเป็นต้องเลือกฉนวนกันความร้อนที่มีความบางลง แต่หากเป็นบ้านหลังคาปั้นหยา จั่ว มนิลา โดยปกติจะมีพื้นที่ใต้โถงหลังคาสูง แนะนำให้เลือกฉนวนกันความร้อนที่ 6 นิ้ว เพื่อให้ได้รับประสิทธิภาพสูงสุด เพราะยิ่งหนาก็ยิ่งกันความร้อนได้ดีกว่า ในส่วนการตกแต่งบ้าน คุณตู่เลือกใช้กระเบื้องสีขาวสะอาดตาในการปูพื้น และหินอ่อนลายสวยสำหรับท็อปเคาน์เตอร์ ซึ่งทั้งสองวัสดุนี้สามารถเก็บกักความเย็นได้อย่างดีเมื่อเปิดแอร์ และเมื่อปิดแอร์ก็จะคายความเย็นออกมา ทำให้รู้สึกเย็นสบายเมื่อได้สัมผัส text ภาพ: ภายในบ้านตกแต่งด้วยกระเบื้องปูพื้นสีขาวสะอาดตา และท็อปเคาน์เตอร์หินอ่อน เพิ่มความหรูหราอย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อเราเดินชมภายในบ้านครบแล้ว จึงมาลองตรวจวัดอุณหภูมิภายในห้องนอน โดยวางอุปกรณ์ไว้บริเวณหัวเตียงในช่วงเวลาเที่ยงวัน ผลที่ได้คือ ห้องนอนมีอุณหภูมิ 29.2 องศา ซึ่งเป็นระดับอุณหภูมิที่สามารถอยู่ได้แบบสบายๆ โดยไม่ต้องเปิดแอร์ text ภาพ: อุณภูมิที่วัดได้ภายในห้องนอน 29.2 องศาเซลเซียส จากนั้นเราจึงเดินออกไปวัดอุณหภูมิภายนอกบ้าน ซึ่งอุณหภูมิที่วัดได้คือ 41.6 องศา ต่างกับภายในห้องนอนมากถึง 12.4 องศา แต่ทั้งนี้ ความต่างของอุณหภูมิแต่ละบ้านอาจแตกต่างกันได้ ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น หลังคาบ้าน, งานสี และการระบายอากาศภายในบ้าน text ภาพ: อุณหภูมิภายนอกบ้าน 41.6 องศาเซลเซียส การติดตั้งฉนวนกันความร้อนบนฝ้าเพดาน นับเป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน แต่หากต้องการเพิ่มประสิทธิภาพให้บ้านของเราเย็นยิ่งขึ้น ควรใช้วิธีอื่นควบคู่กันไปด้วย เช่น การออกแบบบ้านให้มีการถ่ายเทอากาศที่ดี, เลือกก่อผนัง 2 ชั้นในทิศตะวันตกและทิศใต้, ก่อผนังด้วยอิฐมวลเบา, ทาสีผนังบ้านที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อน รวมทั้งการปลูกต้นไม้เพื่อช่วยกรองแสงแดดและให้ร่มเงา ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ: www.banidea.com สนใจ ฉนวนกันความร้อน STAYCOOL พร้อมบริการติดตั้ง คลิก\ ฉนวนใยแก้วอันตรายมั้ย? รับชม VDO คลิก\ วิธีสั่งซื้อกับเราง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome
ข้อดีของการใช้ฉนวนกันความร้อน STAY COOL ที่สร้างความสบายให้ทุกคนในบ้าน >ไม่ว่าใครๆ ก็อยากจะมีบ้านที่อยู่สบาย สำหรับบ้านเมืองร้อนอย่างเรา การนำฉนวนกันความร้อน เอสซีจี รุ่น STAY COOL มาติดบนฝ้าเพดานเพื่อให้บ้านเย็นขึ้น ก็เป็นอีกทางเลือกที่หยิบยื่นความสบายให้กับสมาชิกในบ้านได้ >## 1) บ้านเย็นอยู่สบายกาย > ฉนวนกันความร้อน เอสซีจี รุ่น STAY COOL บนฝ้าเพดานชั้นบนสุด จะทำหน้าที่ป้องกันความร้อนจากแดดที่แผดเผาหลังคา ด้วยเนื้อฉนวนใยแก้วที่มีโพรงอากาศมากมายอยู่ด้านใน โพรงอากาศเหล่านี้ทำให้อากาศร้อนเคลื่อนที่ต่อได้ยาก เป็นการชะลอความร้อนจากโถงหลังคาที่จะผ่านเข้ามาถึงตัวบ้าน นอกจากนี้ ตัวฉนวนใยแก้วยังหุ้มด้วยอะลูมิเนียมฟอยล์ ซึ่งช่วยสะท้อนรังสีความร้อนออกไปได้ พอความร้อนเข้ามาน้อยลง ก็ทำให้บ้านเย็นลง คนที่อยู่ในบ้านย่อมสบายกายสบายตัวขึ้นเป็นธรรมดา ฉนวนกันความร้อน >ภาพ: การทำหน้าที่ป้องกันความร้อนของฉนวนใยแก้วและอะลูมิเนียมฟอยล์ ของฉนวนกันความร้อน เอสซีจี รุ่น STAY COOL >## 2) ปลอดภัยสบายใจ >ฉนวนกันความร้อน เอสซีจี รุ่น STAY COOL ผลิตจากวัสดุไม่ลามไฟ โดยทดสอบตามมาตรฐาน ASTM E84 และ BS476 จึงไม่เป็นชนวนก่อให้เกิดอัคคีภัย และด้วยเนื้อฉนวนที่เป็นใยแก้ว ไม่ใช่ใยหิน จึงไม่ใช่สารก่อมะเร็ง เนื่องด้วยเส้นใยของใยแก้วที่เวลาแตกตัวจะมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะสูดเข้าปอดได้ นอกจากนี้ยังได้รับการรับรองโดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและความปลอดภัย จากสถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ (International Agency For Research on Cancer; IARC) ขององค์กรอนามัยโลก (WHO) ว่าไม่เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ สมาชิกในบ้านทุกคนจึงสบายใจได้ถึงความปลอดภัยเมื่อติดตั้ง ฉนวนกันความร้อน เอสซีจี รุ่น STAY COOL ไว้บนฝ้าเพดานในโถงหลังคา ฉนวนกันความร้อน >ภาพ: ติดตั้งฉนวนกันความร้อน เอสซีจี รุ่น STAY COOL ไม่ต้องกังวลทั้งเรื่องสารก่อมะเร็งและการลามไฟ (ภาพขวาจากบนลงล่าง: ทดสอบเป็นเวลา 9 วินาที พบว่าเปลวไฟไม่ลุกลาม) สนใจบริการ ติดตั้งฉนวนกันความร้อน STAY COOL คลิก\ >## 3) ประหยัดคุ้มสบายกระเป๋า >ลงทุนติดฉนวนกันความร้อน เอสซีจี รุ่น STAY COOL หนึ่งครั้งนับว่าคุ้มค่าในระยะยาว ยกตัวอย่าง ฉนวนกันความร้อน เอสซีจี รุ่น STAY COOL หนา 7.5 ซม. ราคาม้วนละ 350 บาท ปูได้ 2.4 ตารางเมตร ค่าติดตั้ง 60 บาท ต่อตารางเมตร ใช้งานได้ยาวนานกว่า 10 ปี นอกจากนี้ พอติดฉนวนแล้วบ้านเย็นขึ้น เครื่องปรับอากาศทำงานน้อยลง จึงประหยัดค่าไฟได้ถึง 47%* และยังได้รับฉลากประสิทธิภาพสูง จากกระทรวงพลังงาน ยาวนาน 7 ปี นับว่าช่วยลดค่าใช้จ่ายให้สบายกระเป๋าได้มากขึ้น (คำนวณอุณหภูมิเปรียบเทียบ ระหว่างบ้านที่ไม่ติดฉนวนและบ้านที่ติดฉนวนกันความร้อน เอสซีจี รุ่น STAY COOL หนา 75 มม.: จากการวิจัยร่วมกับหน่วยงานบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในปี พ.ศ.2550-2551 โดยคำนวณค่าไฟที่ 2.98 บาท/ยูนิต จากการจำลองห้องขนาด 4 x 4 เมตร ฝ้าเพดานยิปซั่ม ติดเครื่องปรับอากาศขนาด COP 2.5 (12,000 Btu) เปิดแอร์ 5 วัน / สัปดาห์ ระหว่างเวลา 8.00-18.00 น. เป็นเวลา 1 ปี ที่อุณหภูมิ 25 โดยใช้ฐานข้อมูลอากาศของวันที่ 15 สิงหาคม 2543) ฉนวนกันความร้อน >ภาพ: ข้อมูลเกี่ยวกับการลดความร้อนและประหยัดพลังงานจากแคตตาล็อก ฉนวนกันความร้อน เอสซีจี รุ่น STAY COOL >## 4) สะดวกสบาย ติดตั้งง่าย >ฉนวนกันความร้อน เอสซีจี รุ่น STAY COOL ติดตั้งได้ทั้งบ้านสร้างใหม่และบ้านที่อยู่อาศัยไปแล้ว ตัวฉนวนมีน้ำหนักเบา บรรจุในม้วนเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่สุดไม่เกิน 60 ซม. สามารถยกสอดขึ้นไปติดตั้งผ่านช่องฝ้าเพดานทั้งแบบเรียบและแบบทีบาร์ ส่วนตำแหน่งที่มีดาวน์ไลท์ ก็สามารถเจาะฉนวนเป็นช่องให้อากาศถ่ายเท หลอดไฟจะได้ไม่ขาดง่าย ฉนวนกันความร้อน >ภาพ: ฉนวนกันความร้อน เอสซีจี รุ่น STAY COOL ในม้วนบรรจุภัณฑ์ (ซ้าย) และการติดตั้งฉนวนโดยสอดขึ้นทางฝ้าเพดาน (ขวา) สนใจบริการ ติดตั้งฉนวนกันความร้อน STAY COOL คลิก\ ฉนวนใยแก้วอันตรายมั้ย? รับชม VDO คลิก\
ชวนมาหาคำตอบกันว่า ฉนวนกันความร้อน ฉนวนกันเสียง ทุกชนิด เมื่อติดในบ้านในอาคารแล้ว เวลาเกิดไฟไหม้จะทำให้ไฟลุกลามได้รวดเร็วหรือไม่... >หลายคนคงได้ยินมาว่า เวลาเกิดเพลิงไหม้ หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เปลวไฟลุกลามรวดเร็วก็คือ วัสดุประเภทฉนวนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฉนวนกันความร้อน หรือฉนวนกันเสียง ทีนี้พอคิดจะติดฉนวนกันความร้อน หรือฉนวนกันเสียง ในบ้านก็เลยเริ่มลังเลว่า หากเกิด Accident ไฟไหม้ขึ้นมาจริงๆ จะหนีไม่ทันเพราะฉนวนลามไฟเร็วหรือเปล่า? เกรงว่าอันตรายแบบนี้จะได้ไม่คุ้มเสีย ถ้างั้นเรายอมทนร้อนทนหนวกหูไปแบบนี้ดีกว่ามั้ย? SCGHOME.COM เลยขอยกเรื่องนี้มาชี้แจงให้ทราบกัน โดยเริ่มที่ประเด็นแรกคือ... >## “วัสดุติดไฟ” กับ “วัสดุลามไฟ” ไม่เหมือนกัน >วัสดุติดไฟ คือเมื่อโดนเปลวไฟแล้วไฟจะติดตำแหน่งนั้นๆ แต่จะลุกลามต่อหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติเฉพาะตัว วัสดุบางอย่างติดไฟได้แต่ไม่ลามไฟ (ติดแล้วดับได้เอง) ในทางตรงกันข้าม หากเป็นวัสดุที่ลามไฟ เมื่อไฟติดแล้ว จะลุกลามต่อเนื่องไปอย่างรวดเร็ว >## ฉนวนต่างๆ ติดไฟแล้วลุกลามเร็วจริงหรือไม่ >พูดถึงฉนวนที่เรามักใช้กันในบ้านหรืออาคาร ย่อมหนีไม่พ้น “ฉนวนกันความร้อน” และ “ฉนวนกันเสียง” ซึ่งมีหลากหลายประเภท แน่นอนว่าบางประเภทเป็นวัสดุที่ลามไฟ และบางครั้งก็พ่วงอันตรายอื่นๆ มาด้วยขณะไฟลุกลาม ไม่ว่าจะเป็นควันพิษ หรือเป็นลูกไฟหยดลงสู่ด้านล่าง >อย่างไรก็ตามเราจะเหมารวมว่าฉนวนทุกรุ่นลามไฟง่ายก็ดูจะไม่ถูกต้องนัก ฉนวนบางชนิด เช่น โฟม PE โฟม PU >กระดาษ บางรุ่นมีการผสมสารทนไฟ วัสดุทนไฟ จนสามารถยับยั้งการลุกลามได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีฉนวนบางชนิดเป็นวัสดุที่สามารถติดไฟได้แต่ก็ไม่ลามไฟ หนึ่งในนั้นคือ “ฉนวนใยแก้ว” ฉนวนกันความร้อน scg ฉนวนใยแก้ว ฉนวนติดไฟ ฉนวนไม่ลามไฟ >ภาพ: ฉนวนใยแก้วแบบต่างๆ >## ฉนวนใยแก้ว “ติดไฟได้” แต่ “ไม่ลามไฟ” >ด้วยคุณสมบัติของใยแก้ว เป็นวัสดุที่แม้จะติดไฟได้แต่ก็ไม่ลามไฟ ดูจากภาพด้านล่าง จะเห็นการทดสอบนำฉนวนใยแก้วมาจ่อกับเปลวไฟ พบว่าตำแหน่งที่ฉนวนโดนเปลวไฟแม้จะเว้าแหว่ง แต่ก็ไม่ลุกลามต่อไปยังส่วนอื่นๆ ในลักษณะที่จะเกิดขึ้นกับวัสดุลามไฟ ฉนวนกันความร้อน scg ฉนวนใยแก้ว ฉนวนกันความร้อน stay cool ฉนวนติดไฟ ฉนวนไม่ลามไฟ >ภาพ: ฉนวนใยแก้ว และตัวอย่างการทดสอบฉนวนโดยจ่อด้วยเปลวไฟ (ภาพล่างซ้ายและล่างขวา ระยะเวลาห่างกัน 9 วินาที) จะเห็นว่าฉนวนถูกเผาเป็นช่องโหว่ แต่ไม่ได้มีการลุกลาม >ดังนั้น หากเจ้าของบ้านกังวลว่าฉนวนที่นำมาติดในบ้านจะกลายเป็นวัสดุลามไฟหรือไม่ การเลือกใช้ฉนวนใยแก้ว จึงเป็นอีกหนึ่งทางออกที่ดี ซึ่งฉนวนใยแก้วนั้นมีทั้งในรูปของ “ฉนวนกันความร้อน” และ “ฉนวนกันเสียง” สำหรับติดตั้งเหนือฝ้าเพดานหรือติดตั้งในผนัง ช่วยแก้ปัญหาบ้านร้อนและปัญหาเสียงรบกวนในบ้าน ฉนวนกันความร้อน scg ฉนวนใยแก้ว ฉนวนกันความร้อน stay cool ฉนวนติดไฟ ฉนวนไม่ลามไฟ >ภาพ: ฉนวนใยแก้ว SCG รุ่น STAY COOL สำหรับติดตั้งบนฝ้าเพดาน ช่วยป้องกันความร้อน ฉนวนกันเสียง Zoundblock แผ่นซับเสียง scg ฉนวนติดไฟ ฉนวนไม่ลามไฟ >ภาพ: วัสดุอะคูสติก Cylence Zoundblockฉนวนใยแก้ว สำหรับติดตั้งในผนังหรือฝ้าเพดานเพื่อช่วยป้องกันเสียง สนใจ บริการติดตั้งฉนวนกันความร้อน คลิก\ >จะเห็นว่าการติดฉนวนกันความร้อน ฉนวนกันเสียง ในบ้าน ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเสมอไป หากเราเลือกใช้ฉนวนที่ไม่ลามไฟอย่างฉนวนใยแก้ว ก็สามารถอุ่นใจขึ้นได้มาก (แม้ฉนวนใยแก้วบางรุ่นจะมีวัสดุหุ้มบางๆ ซึ่งอาจลามไฟได้บ้าง แต่ก็เป็นเพียงส่วนน้อยมากเมื่อเทียบกับตัวฉนวนทั้งหมด จึงนับว่าปลอดภัยกว่าการใช้วัสดุฉนวนที่มีคุณสมบัติลามไฟ) นอกจากนี้ฉนวนใยแก้วยังเป็นวัสดุที่ไม่เป็นสารก่อมะเร็งอีกด้วย จึงถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับเจ้าของบ้านที่เน้นความปลอดภัยมาเป็นอันดับแรก > อ่านเพิ่มเติม: 5 ฉลากรับรอง รู้จักก่อนเลือกใช้ฉนวน ฉนวนใยแก้วอันตรายมั้ย? รับชม VDO คลิก\
ชวนเจ้าของบ้านทำความเข้าใจว่าทำไม ภายในบ้าน หรือในออฟฟิศของเรา อาจมีมลพิษอากาศสูงกว่าภายนอกบ้าน รวมถึงข้อแนะนำในการลดมลพิษอากาศด้วยอุปกรณ์ตัวช่วยต่างๆ... ทุกวันนี้เรามักกังวลว่ามลภาวะ ฝุ่น เชื้อโรค จากภายนอกบ้านจะเข้ามาทำให้อากาศภายในบ้านปนเปื้อน ส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่ลืมนึกกันไปว่า ภายในบ้านของเราก็อาจกลายเป็นแหล่งสะสมอากาศไม่สะอาดได้หากเป็นพื้นที่ระบบปิดซึ่งอากาศถ่ายเทได้ไม่เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นบ้านที่มักปิดห้อง ปิดประตูหน้าต่างมิดชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในออฟฟิศที่มีคนนั่งทำงานกันทั้งวัน อาจมีมลพิษอากาศมากกว่าภายนอกบ้าน นอกอาคารได้ถึง 2-5 เท่า ทำไมภายในบ้านเราถึงมีมลพิษในอากาศ ยกตัวอย่างลองนึกภาพภายในบ้านมีทั้งสัตว์เลี้ยง คนป่วย รวมถึงทุกๆ คนที่ออกไปข้างนอกแล้วกลับเข้ามาในบ้าน ก็มีโอกาสนำเชื้อโรค ฝุ่นหรือสารไม่พึงประสงค์ติดตัวเข้ามาได้ตลอด หากระบบถ่ายเทอากาศในบ้านไม่ดีพอ สารไม่พึงประสงค์เหล่านี้ก็จะสะสมล่องลอยอยู่ตามอากาศภายในบ้านที่เป็นระบบปิด ไม่ได้ถูกถ่ายเทออกไป แล้วเราจะมีวิธีใดที่ช่วยลดมลพิษที่ปะปนอยู่ตามอากาศในบ้านเราได้บ้าง... จัดการมลพิษอากาศภายในบ้านด้วยเครื่องฟอกอากาศ เป็นตัวช่วยทำให้อากาศสะอาดที่นิยมกัน เนื่องจากหาซื้อง่าย ใช้งานง่าย เพียงแค่เสียบปลั๊กกดปุ่ม เครื่องก็จะทำงานทันที สามารถโยกย้ายไปวางตามห้องต่างๆ ได้ตามต้องการ โดยเครื่องฟอกอากาศจะจัดการกับฝุ่น เชื้อโรค สารไม่พึงประสงค์ที่มีอยู่ในบ้าน ซึ่งจะกำจัดอะไรได้บ้างนั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถของเครื่องฟอกอากาศแต่ละรุ่น และเจ้าของบ้านจะต้องทำการเปลี่ยนแผ่นกรองตามระยะเวลาที่เหมาะสม ทั้งนี้เครื่องฟอกอากาศแต่ละรุ่นจะต้องใช้ในพื้นที่ปิดตามขนาดพื้นที่ห้องที่ระบุไว้ (ไม่ว่าจะเปิดเครื่องปรับอากาศหรือไม่ก็ตาม) ซึ่งเจ้าของบ้านควรเลือกใช้ให้เหมาะสม SingleImage ลดมลพิษอากาศในบ้านด้วยเครื่องฟอกอากาศ ภาพ: ตัวอย่างการใช้เครื่องฟอกอากาศในบ้าน เลือกซื้อ เครื่องฟอกอากาศ คลิก\ จัดการมลพิษอากาศในบ้าน ด้วยระบบไอออนกำจัดฝุ่น เชื้อโรค ในอากาศ หลักการของระบบคือ ติดตั้งอุปกรณ์ที่สร้างประจุไอออนบวก/ลบ มาจับกับฝุ่นและเชื้อโรคที่ล่องลอยอยู่ในอากาศให้ตกลงมา เป็นอีกวิธีที่สะดวก ไม่ต้องทำการเปลี่ยนไส้กรองใดๆ ทั้งสิ้น ยกตัวอย่างระบบ SCG Bi-ionization หรือที่เรียกว่า SCG Bi-ion ซึ่งใช้เทคโนโลยี Bipolar Ionization สร้างออกซิเจนไอออนบวก (O2+) และออกซิเจนไอออนลบ (O2-) เข้าจับโมเลกุลที่ลอยอยู่ ทำให้เกิดปฏิกิริยา Qxidation จัดการกับมลภาวะในอากาศ ไม่ว่าจะเป็น กำจัดเชื้อโรครวมถึงไวรัสตระกูลโคโรน่าได้สูงสุดถึง 99%* ลดฝุ่นขนาดเล็ก PM10-PM2.5 ลดกลิ่นสารระเหยและกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ SingleImage ลดมลพิษอากาศในบ้านด้วยเครื่องปล่อยประจุ เครื่องฟอกอากาศประจุลบ SCG Bi-ion ภาพ: จำลองการปล่อยประจุของ SCG Bi-ion เพื่อดักจับฝุ่น เชื้อโรคในบ้าน *หมายเหตุ ปริมาณเชื้อไวรัสที่ลดลงจากการทดสอบในห้องสภาวะควบคุม อาจแตกต่างกันไปตามสถานที่ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ และความชื้น เป็นต้น โดยผลการวิจัยพบว่า สามารถลด MS2 Bacteriophage ซึ่งเป็น Surrogate ของเชื้อ SARS-CoV-2 (COVID-19) ในอากาศได้ 90-99% และ บนพื้นผิว 80% ภายใน10 นาที เมื่อเทียบกับก่อนการเปิดใช้ระบบ SCG Bi-ion โดยแลปวิจัยทางด้าน Biological Defence ของสถาบัน INTA หน่วยงานของกระทรวงกลาโหม ประเทศสเปน เมื่อเดือน พ.ค. 2020 SCG Bi-ion เป็นระบบที่มีคุณสมบัติช่วยลดโอกาสในการติดโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ไม่ได้เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ดังนั้นทางผู้ใช้งานจึงควรปฏิบัติตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำอย่างเคร่งครัด สนใจติดตั้ง ระบบไอออนกำจัดฝุ่น เชื้อโรค ในอากาศ SCG Bi-ion คลิก\ ทั้งนี้ ระบบ SCG Bi-ion ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยโดย Intertek/ETL Standard UL 867 และ Zero Ozone Emission Standard UL 2998 มั่นใจได้ว่าปลอดภัยต่อคนและสิ่งมีชีวิตในขณะเปิดใช้งาน ไม่เกิดโอโซนอันเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ติดตั้งสะดวกเข้ากับระบบเครื่องปรับอากาศเดิมได้ทุกประเภท (รวมถึงแอร์แบบติดผนังที่นิยมใช้ในบ้านทั่วไป) หรือติดตั้งเข้ากับเครื่องเติมอากาศดี SCG Active Air Quality บางรุ่นได้ (ซึ่งจะเล่าถึงในหัวข้อถัดไป) โดยเมื่อระบบทำงาน ไอออนประจุบวกหรือลบจะจับตัวกับเซลล์ของเชื้อไวรัส แบคทีเรีย ทำให้เชื้อเหล่านั้นตาย และเมื่อจับตัวกับฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ทำอันตรายต่อสุขภาพ ก็จะทำให้ฝุ่นเหล่านั้นมีขนาดใหญ่ขึ้น จากนั้นฝุ่น เชื้อโรค มลภาวะภายในห้อง จะตกลงสู่พื้น อาจเกิดละอองฝุ่นสีดำที่พื้นห้อง ซึ่งเจ้าของบ้านสามารถกวาดหรือดูดฝุ่นได้ตามปกติ SingleImage เครื่องปล่อยประจุ SCG Bi-ion เครื่องฟอกอากาศประจุลบ ภาพ: อุปกรณ์ SCG Bi-ion กับระบบปรับอากาศประเภทต่าง จัดการมลพิษอากาศในบ้าน ด้วยเครื่องเติมอากาศดี หลักการคือ เป็นการนำอากาศจากภายนอกมาผ่านระบบกรอง เพื่อกรองฝุ่นและเชื้อโรคออกจนได้อากาสบริสุทธิ์ ก่อนจะนำเข้าสู่ภายในตัวบ้าน และอากาศดีที่เข้ามาก็จะดันเอาอากาศเสียภายในบ้านที่ประกอบด้วยฝุ่น เชื้อโรค สารไม่พึงประสงค์ รวมถึงคาร์บอนไดออกไซด์ ออกไปตามซอกรอยต่อต่างๆ ของบ้าน เช่น ตามขอบประตูหน้าต่าง ภายใต้หลักการของ Positive Pressure ซึ่งนอกจากอากาศดีจะดันอากาศเสียออกไปแล้ว อากาศที่ปนเปื้อนมลพิษจากภายนอกก็จะไม่สามารถซอกซอนเข้ามาในห้องได้ด้วย ดังนั้น ห้องในสภาพปิดมิดชิดที่ใช้เครื่องเติมอากาศดีจึงสามารถถ่ายเทอากาศได้ตลอด โดยเครื่องเติมอากาศดีจะมีรุ่นต่างๆ ให้เลือกทั้งสำหรับห้องที่ใช้เครื่องปรับอากาศและห้องที่ไม่ได้ใช้เครื่องปรับอากาศ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ร่วมกันกับตัวช่วยลดมลพิษอากาศในบ้าน อย่างเครื่องฟอกอากาศ หรือระบบ SCG Bi-ion ที่เล่าไว้ข้างต้นได้ด้วยเช่นกัน SingleImage ระบบแรงดันบวก air positive pressure กันฝุ่นเข้าบ้าน ภาพ: การทำงานของเครื่องเติมอากาศดี SCG Active Air Quality SingleImage ระบบกรองอากาศ 5 ชั้นของ เครื่องเติมอากาศดี scg active air quality ภาพ: ระบบกรองของเครื่องเติมอากาศดี SCG Active Air Quality ทั้งนี้การทำงานของเครื่องเติมอากาศดี จะต้องมีการนำเอาอากาศจากนอกบ้านมากรอง ดังนั้นห้องที่ติดตั้งเครื่องเติมอากาศดีจะต้องมีผนังอย่างน้อย 1 ด้านติดกับภายนอกบ้าน และต้องเปลี่ยนแผ่นกรองตามระยะเวลาที่กำหนด อ่านเพิ่มเติม: ปิดบ้านหนีฝุ่นกันเชื้อโรค แต่ยังระบายอากาศในบ้านได้ด้วย SCG Active AIR Quality\ สนใจติดตั้งเครื่องเติมอากาศดี SCG Active AIR Quality คลิก\ มาถึงตรงนี้เจ้าของบ้านคงได้เข้าใจแล้วว่า หากบ้านเรามีการถ่ายเทอากาศที่ไม่ดีพอ จะกลายเป็นแหล่งสะสมมลพิษในอากาศ ซึ่งเราสามารถอาศัยตัวช่วย เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องสุขภาพ หากเน้นความสะดวกอาจเลือกเครื่องฟอกอากาศ แต่ก็เป็นทางเลือกที่อาจจะกำจัดมลพิษในอากาศได้น้อยสุด ส่วนเครื่องเติมอากาศดีจะนำเอาแต่อากาศดีเข้ามาในบ้าน และดันอากาศเสียที่ปนเปื้อนฝุ่น เชื้อโรค รวมถึงก๊าซไม่พึงประสงค์ อย่างคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป ทำให้อากาศในห้องถ่ายเทได้ตลอดแม้ปิดมิดชิด โดยต้องทำการเปลี่ยนแผ่นกรองตามระยะเวลาที่เหมาะสม และต้องติดตั้งกับห้องที่มีผนังติดกับภายนอกอย่างน้อย 1 ด้าน ในขณะที่ระบบ SCG Bi-ion จะใช้ระบบปล่อยประจุดักจับฝุ่น เชื้อโรค ให้ตกลงพื้น ไม่ต้องมีการเปลี่ยนไส้กรอง แต่ควรกวาดหรือดูดฝุ่นเป็นประจำเพื่อกำจัดฝุ่นและเชื้อโรคที่ถูกดักจับและตกลงพื้น เครื่องเติมอากาศ | สร้างแรงดันบวก เติมออกซิเจนให้บ้าน กันฝุ่น PM และเชื้อโรค รับชม VDO คลิก\ 10 คำถามถามบ่อย: เครื่องเติมอากาศดี SCG Active AIR Quality รับชม VDO 10 คำถามถามบ่อย เครื่องเติมอากาศ คลิก\