สิ้นสุดการรอคอย ลงทะเบียนโซลาร์ภาคประชาชนได้ตั้งแต่ 27 ตุลาคม 2569 ถึง 31 มกราคม 2570 รัฐอุดหนุน 50,000 บาทต่อ 1 มิเตอร์ จ่ายเป็นเงินคืนหลังจากเชื่อมระบบกับการไฟฟ้า (ขนานไฟ) เสร็จภายใน 30 กันยายน 2570 ผู้มีสิทธิ์ต้องเป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้าประเภท 1 ชื่อตรงกับผู้ลงทะเบียน ติดตั้งระบบขนาด 5-10 kWp กับผู้ติดตั้งที่การไฟฟ้ารับรอง และต้องไม่ได้ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีโซลาร์ 200,000 บาทแล้ว ระยะเวลาโครงการโซลาร์ภาคประชาชน รัฐช่วยจ่าย 50,000 บาท วันที่เปิดลงทะเบียน: วันที่ 27 ตุลาคม 2569 – 31 มกราคม 2570 โดยต้องเชื่อมต่อระบบโซลาร์เซลล์เข้ากับการไฟฟ้า (ขนานไฟ) ภายในวันที่ 30 กันยายน 2570 เงื่อนไขโครงการโซลาร์ภาคประชาชน รัฐช่วยจ่าย 50,000 บาท 1 คน 1 สิทธิ์ 1 มิเตอร์ไฟ ต้องเป็นมิเตอร์ไฟฟ้าประเภท 1 เท่านั้น ชื่อเจ้าของมิเตอร์กับชื่อผู้ลงทะเบียนต้องเป็นคนเดียวกัน ระบบโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งต้องมีขนาดขั้นต่ำ 5 kWp แต่ไม่เกิน 10 kWp ผู้ทีใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี 200,000 บาทแล้ว จะไม่สามารถใช้สิทธิ์นี้ได้ ต้องใช้ผู้ให้บริการ/บริษัทติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ที่การไฟฟ้ารับรองเท่านั้น เงิน 50,000 บาทจะได้คืนอย่างไร เงินสนับสนุนจากภาครัฐ 50,000 บาทคือส่วนลดค่าบริการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ โดยจะได้รับเงินเมื่อเชื่อมต่อระบบโซลาร์เซลล์กับการไฟฟ้า (ขนานไฟ) เรียบร้อยแล้ว โดยแบ่งเป็น 2 กรณี กรณีที่ 1: จ่ายเงินเองเต็มจำนวน รัฐจะโอนเงินคืนผ่านระบบพร้อมเพย์ กรณีที่ 2: กู้เงินจากธนาคารในส่วนที่เกิน 50,000 บาท (เช่น ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ 150,000 บาท สามารถกู้เงินได้สูงสุด 100,000 บาท) ในอัตราดอกเบี้ย 2.5% ต่อปี ผ่อนนาน 7 ปี โดยมี 3 ธนาคารที่ให้กู้ได้คือ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รัฐจะคืนเงินให้ธนาคาร บริการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์\ กำลังตัดสินใจติดตั้งโซลาร์เซลล์ เลือกโครงการไหนดีระหว่าง "มาตรการลดหย่อนภาษี 200,000 บาท" กับ "โซลาร์ภาคประชาชน 50,000 บาท" แนวทางการตัดสินใจ สามารถพิจารณาได้จาก ขนาดระบบ ค่าบริการติดตั้ง และอัตราเสียภาษีบุคคล สำหรับมาตรการลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท เราสามารถติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ได้ตั้งแต่ขนาดเริ่มต้น (ซึ่งต่ำกว่า 5 kWp) แต่ต้องไม่เกิน 10 kWp ต่อ 1 มิเตอร์ โดยสามารถเอาค่าใช้จ่ายในการติดตั้งไปหักออกจากรายได้สุทธิก่อนคำนวณภาษี ดังนั้น จะลดหย่อนภาษีได้มากหรือน้อยจึงขึ้นอยู่กับค่าบริการและอัตราภาษีที่ต้องเสียในปีนั้น ๆ ยกตัวอย่างกรณีลดหย่อนภาษีได้สูงสุดที่ 200,000 บาท จะช่วยลดภาษีตามอัตราภาษีได้ดังนี้ อัตราภาษี 5% ลดภาษีได้ 10,000 บาท อัตราภาษี 10% ลดภาษีได้ 20,000 บาท อัตราภาษี 15% ลดภาษีได้ 30,000 บาท อัตราภาษี 20% ลดภาษีได้ 40,000 บาท อัตราภาษี 25% ลดภาษีได้ 50,000 บาท อัตราภาษี 30% ลดภาษีได้ 60,000 บาท อัตราภาษี 35% ลดภาษีได้ 70,000 บาท แต่หากค่าบริการติดตั้งระบบไม่ถึง 200,000 บาท เช่น 150,000 บาท ก็จะช่วยลดภาษีได้น้อยลงตามอัตราภาษี ดังนี้ อัตราภาษี 5% ลดภาษีได้ 7,500 บาท อัตราภาษี 10% ลดภาษีได้ 15,000 บาท อัตราภาษี 15% ลดภาษีได้ 22,500 บาท อัตราภาษี 20% ลดภาษีได้ 30,000 บาท อัตราภาษี 25% ลดภาษีได้ 37,500 บาท อัตราภาษี 30% ลดภาษีได้ 45,000 บาท อัตราภาษี 35% ลดภาษีได้ 52,500 บาท ทั้งนี้ ระยะเวลาของมาตรการลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาทจะค่อนข้างนาน คือตั้งแต่ 3 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมาจนถึง 31 ธันวาคม 2571 โดยสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ในปีที่ระบบเชื่อมต่อกับการไฟฟ้าเสร็จเรียบร้อย ส่วนโครงการโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน รัฐช่วยจ่าย 50,000 บาท ต้องติดตั้งขนาดระบบเริ่มต้นที่ 5 kWp และไม่เกิน 10 kWp โดยจะได้รับเงินคืนหลังจากที่ระบบเชื่อมต่อกับการไฟฟ้าแล้วเท่านั้น ไม่ว่าจะจ่ายค่าบริการติดตั้งเท่าไหร่ เราจะได้เงินคืน 50,000 บาททุกกรณี และยังสามารถกู้เงินจากธนาคารในส่วนที่เกินกว่า 50,000 บาทได้ด้วย ที่สำคัญคือ ระยะเวลาลงทะเบียนของโครงการนี้ประมาณ 4 เดือนเท่านั้น คือตั้งแต่ 27 ตุลาคม 2569 – 31 มกราคม 2570 โดยต้องเชื่อมต่อกับการไฟฟ้าแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2570 จึงจะได้เงินคืน 50,000 บาท เปรียบเทียบ 2 โครงการโซลาร์เซลล์ เลือกแบบไหนให้คุ้ม รายละเอียด มาตรการลดหย่อนภาษี 200,000 บาท โซลาร์เซลล์ภาคประชาชน 50,000 บาท ระยะเวลาโครงการ/ลงทะเบียน 3 มี.ค. 69 - 31 ธ.ค. 71 ลงทะเบียน 27 ต.ค. 69 - 31 ม.ค. 70เชื่อมต่อระบบภายใน 30 ก.ย. 70 ขนาดระบบ ไม่เกิน 10 kW 5 - 10 kW ส่วนลดสูงสุด ตามฐานภาษี เช่น 25% = 50,000 บาท30% = 60,000 บาท35% = 70,000 บาท ทุกกรณี50,000 บาท วันที่ได้ผลประโยชน์ ลดหย่อนภาษี ในปีที่ต่อขนานไฟ ได้เงินคืนหลังจากขนานไฟแล้ว สินเชื่อเฉพาะโครงการ ไม่มี มี ขายไฟคืนการไฟฟ้า ขายได้ 2.20 บาท/หน่วย ขายได้ 2.20 บาท/หน่วย สรุปให้ชัดก่อนตัดสินใจติดโซลาร์ หากติดตั้งระบบโซลาร์ขนาดไม่เกิน 5 kWp ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้เท่านั้น หากติดตั้งขนาดระบบตั้งแต่ 5 kWp - 10 kWp ต้องดูที่ค่าบริการติดตั้งและอัตราภาษี สำหรับมาตรการลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท จะเหมาะกับกรณีที่มีค่าบริการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป และยิ่งถ้าเป็นผู้ที่มีอัตราภาษี 30% ขึ้นไป จะลดภาษีได้มากกว่าเงินจากโครงการโซลาร์ภาคประชาชน แต่หากค่าบริการติดตั้งไม่ถึง 200,000 บาท โครงการโซลาร์เซลล์ภาคประชาชนอาจจะคุ้มค่ากว่าโดยเฉพาะกรณีที่เป็นผู้เสียภาษีในอัตราไม่เกิน 25% ทั้งนี้ มาตรการลดหย่อนภาษีมีระยะเวลาตัดสินใจยืดหยุ่นกว่า เพราะสิ้นสุดในปี 2571 ส่วนโครงการโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน รัฐช่วยจ่าย 50,000 บาท ต้องรีบตัดสินใจภายใน 31 มกราคม 2570 ไม่ว่าจะเลือกโครงการใด สามารถทำเรื่องขายไฟคืนได้อัตรา 2.20 บาท/หน่วยได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือ ระบบโซลาร์เซลล์จะคุ้มค่าคืนทุนเร็วเมื่อเราใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวันเป็นหลัก หากติดระบบโซลาร์เพื่อขายไฟคืนในปัจจุบันยังไม่คุ้มค่าแน่นอน ดังนั้น ใครที่กำลังคิดจะลงทุนติดตั้งระบบควรพิจารณาจากการใช้ไฟฟ้าในบ้านเป็นสำคัญ โดยสามารถติดต่อผู้ให้บริการ/บริษัทติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้เข้าประเมินเพื่อให้คำแนะนำและเลือกขนาดของระบบที่เหมาะสมกับบ้านเรา บริการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์\ คลิกดู VDO\ เลือกโครงการสนับสนุนจากภาครัฐแบบไหน ในการติดตั้งโซลาร์เซลล์ ถึงจะคุ้มค่ากว่ากัน? รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลโครงการโซลาร์ภาคประชาชน บทความที่เกี่ยวข้อง: โซลาร์เซลล์คืนทุนกี่ปี? วิธีคำนวณด้วยตัวเอง (สูตร + ตัวอย่างจริง อัปเดต 2569) ติดโซลาร์เซลล์บ้านปี 2569 ใช้งบประมาณเท่าไหร่ เลือกแบบไหนคุ้มค่าการลงทุนกว่ากัน เช็คราคาติดโซล่าเซลล์ปี 2569 ที่นี่ พร้อมมาตราการลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท และข่าวรัฐช่วยอุดหนุน 3-5 หมื่นบาท เจาะลึกแบบจบ! 12 ข้อน่ารู้ โครงการขายไฟคืน 2569 โซลาร์เซลล์ภาคประชาชน คู่มือความรู้การติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop) อย่างไรให้คุ้มค่า ฉบับเจ้าของบ้าน ต้องการติดตั้งโซล่าร์กับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าที่เป็นค่าสำรวจโซล่าร์เซลล์ผ่านเวบไซต์ SCGHOME.COM จองวันที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่เข้าสำรวจ และชำระเงินค่าสำรวจ เมื่อสำรวจแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะจัดส่งใบสำรวจ พร้อมใบเสนอราคาให้ลูกค้า ลูกค้าชำระค่าบริการตามใบเสนอราคา หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะเข้าติดตั้งตามวันที่นัดหมาย สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome ข้อมูลนี้จัดทำโดย หน่วยงาน SCG Home Online ซึ่งเป็นหน่วยงาน E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด มหาชน) แบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนการให้คำปรึกษา ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในเรื่องการเลือกใช้วัสดุต่าง ๆ เพื่อการทำบ้าน รวมถึงโซลูชั่นเรื่องบ้านต่าง ๆ โดยผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้าน และเรื่องวัสดุก่อสร้าง สงวนลิขสิทธ์การคัดลอก เผยแพร่ และทำซ้ำ
เปรียบเทียบคุณสมบัติ ข้อดีข้อเสีย และวิธีเลือกใช้วัสดุยาแนวระหว่างปูนซีเมนต์ขาวกับกาวซิลิโคน สำหรับงานติดตั้งฐานชักโครก อ่างล้างหน้า อ่างอาบน้ำ ประเด็นสำคัญ วัสดุที่มักใช้ในงานยาแนวสุขภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็น ปูนซีเมนต์ขาวหรือกาวซิลิโคน มีคุณสมบัติแตกต่างกัน ควรเลือกใช้ให้เหมาะสม เพื่อป้องกันปัญหารอยแตกร้าว น้ำซึม หรือคราบเชื้อราสะสม ปูนซีเมนต์ขาว เป็นวัสดุประสานที่มีสีขาว เมื่อนำมาผสมน้ำจะเกิดปฏิกิริยาและแข็งตัว มีความแข็งแรง เหมาะกับงานก่อสร้าง งานตกแต่ง และงานอุดช่องว่างบางประเภท กาวซิลิโคน เป็นวัสดุยาแนวชนิดยืดหยุ่น เมื่อแห้งตัวดีจะมีลักษณะคล้ายยาง สามารถยึดเกาะกับวัสดุได้หลายประเภท สำหรับงานห้องน้ำควรเลือกกางซิลิโคนชนิด Sanitary Silicone ที่ออกแบบมาสำหรับพื้นที่เปียกชื้นและมีสารช่วยยับยั้งการเกิดเชื้อรา การยาแนวรอยต่อที่ฐานชักโครก อ่างล้างหน้า หรืออ่างอาบน้ำ โดยทั่วไปควรใช้กาวซิลิโคน เพราะมีความยืดหยุ่นสูง ลดโอกาสการเกิดเชื้อรา และยังกรีดออกยาแนวใหม่ง่ายโดยไม่สร้างความเสียหาย แต่หากต้องการความแข็งแรงในการติดตั้ง อย่างกรณีที่ชักโครกไม่มีอุปกรณ์ยึดกับพื้น แนะนำให้ใช้ปูนซีเมนต์ขาวในการยาแนว การติดตั้งสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำ ไม่ว่าจะเป็นชักโครก อ่างล้างหน้า หรืออ่างอาบน้ำ นอกจากต้องคำนึงถึงความแข็งแรงแล้ว ยังต้องเลือกวัสดุสำหรับปิดรอยต่อให้เหมาะสมด้วย เพราะบริเวณเหล่านี้ต้องสัมผัสกับน้ำและความชื้นอยู่เป็นประจำ วัสดุที่มักใช้ในงานยาแนวสุขภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็น ปูนซีเมนต์ขาวหรือกาวซิลิโคน มีคุณสมบัติแตกต่างกัน หากเลือกใช้ไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดปัญหารอยแตกร้าว น้ำซึม หรือคราบเชื้อราสะสมได้ มาดูกันว่าวัสดุทั้งสองชนิดต่างกันอย่างไร และควรเลือกใช้กับสุขภัณฑ์ตำแหน่งใดบ้าง ปูนซีเมนต์ขาว ปูนซีเมนต์ขาว (White Cement) เป็นวัสดุประสานที่มีสีขาว เมื่อนำมาผสมน้ำจะเกิดปฏิกิริยาและแข็งตัว มีความแข็งแรง เหมาะกับงานก่อสร้าง งานตกแต่ง และงานอุดช่องว่างบางประเภท คุณสมบัติ: เนื้อวัสดุแข็งตัว คงรูปได้ดี ยึดเกาะกับพื้นผิวปูนและวัสดุก่อสร้างประเภทแร่ได้ดี ไม่ยืดหยุ่น เมื่อพื้นผิวเกิดการขยับตัวอาจแตกร้าวได้ สามารถดูดซึมน้ำและความชื้นได้ ไม่ใช่วัสดุกันน้ำโดยสมบูรณ์ เมื่อแข็งตัวแล้วรื้อออกได้ยาก ดังนั้น ปูนซีเมนต์ขาวจึงเหมาะกับงานที่ต้องการเนื้อวัสดุแข็ง ไม่เหมาะกับรอยต่อที่มีการขยับตัวหรือสัมผัสน้ำเป็นประจำ กาวซิลิโคน กาวซิลิโคน (Silicone Sealant) เป็นวัสดุยาแนวชนิดยืดหยุ่น เมื่อแห้งตัวดีจะมีลักษณะคล้ายยาง สามารถยึดเกาะกับวัสดุได้หลายประเภท เช่น กระเบื้อง เซรามิก กระจก และโลหะ คุณสมบัติ: มีความยืดหยุ่น รองรับการขยับตัวของวัสดุได้ดี กันน้ำได้ดีเมื่อแห้งตัวสมบูรณ์ ยึดเกาะกับพื้นผิวได้หลายประเภท มีสูตรผสมสารป้องกันเชื้อรา เหมาะกับพื้นที่เปียกชื้น มีหลายสี เช่น สีขาวและสีใสสามารถกรีดออกและยาแนวใหม่ได้ง่ายกว่าปูนซีเมนต์ สิ่งสำคัญคือการเลือกชนิดของซิลิโคนให้เหมาะกับวัสดุที่ใช้งาน สำหรับงานห้องน้ำควรเลือกกาวซิลิโคนชนิด Sanitary Silicone ที่ออกแบบมาสำหรับพื้นที่เปียกชื้นและมีสารช่วยยับยั้งการเกิดเชื้อรา เปรียบเทียบปูนซีเมนต์ขาวกับซิลิโคนยาแนว เปรียบเทียบปูนซีเมนต์ขาวกับซิลิโคนยาแนว สรุป: ปูนซีเมนต์ขาวเหมาะกับงานที่ต้องการความแข็ง ส่วนซิลิโคนเหมาะกับงานยาแนวรอยต่อที่ต้องการความยืดหยุ่นและป้องกันน้ำ ยาแนวสุขภัณฑ์ด้วยปูนซีเมนต์ขาวหรือกาวซิลิโคน? สำหรับการยาแนวรอยต่อสุขภัณฑ์ทั้งชักโครก อ่างล้างหน้า และอ่างอาบน้ำ โดยทั่วไปแนะนำให้ใช้กาวซิลิโคน เพราะติดตั้งง่ายกว่า หน้างานสะอาด มีความยืดหยุ่นในตัวดี มีคุณสมบัติป้องกันการเกิดเชื้อรา ไม่ดูดซึมน้ำ ที่สำคัญคือสามารถกรีดออกเพื่อยาแนวใหม่ได้ง่ายโดยไม่ทำให้สุขภัณฑ์เสียหาย ส่วนการใช้ปูนซีเมนต์ขาวยาแนว มักใช้ในกรณีที่ต้องการความแข็งแรงในการติดตั้ง เช่น การติดตั้งชักโครกที่ไม่มีอุปกรณ์สกรูยึดกับพื้น เพราะสามารถยึดและรับน้ำหนักได้ดีกว่ากาวซิลิโคน ยาแนวสุขภัณฑ์ด้วยปูนซีเมนต์ขาวหรือกาวซิลิโคน อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะยาแนวด้วยปูนซีเมนต์ขาวหรือกาวซิลิโคนเป็นเพียงการปิดรอยต่อระหว่างวัสดุเท่านั้น ไม่สามารถใช้ป้องกันหรือแก้ไขปัญหารั่วซึมที่พื้นห้องน้ำหรือจากท่อประปา/ท่อระบายน้ำได้ ควรติดตั้งสุขภัณฑ์ต่าง ๆ ตามคู่มือและเลือกใช้ยาแนวตามคำแนะนำในการติดตั้งสุขภัณฑ์แต่ละประเภทเพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย ปูนกาวซีเมนต์และยาแนว\ ซิลิโคน กันเชื้อรา MagiX\ สุขภัณฑ์\ > - อ่านเพิ่มเติม: ห้องน้ำ: 12 เรื่องต้องรู้ก่อนทำ-รีโนเวต ให้ได้ผลจริง\ > - อ่านเพิ่มเติม: ไอเดียการแบ่งพื้นที่โซนเปียกและโซนแห้งในห้องน้ำ\ > - อ่านเพิ่มเติม: ย้ายหรือเพิ่มห้องน้ำในบ้านเดิม ทำได้มั้ย\ สั่งซื้อสินค้าและวัสดุก่อสร้าง กับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้า และจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome ข้อมูลนี้จัดทำโดย หน่วยงาน SCG Home Online ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแล E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด มหาชน) แบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนการให้คำปรึกษา ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในเรื่องการเลือกใช้วัสดุต่าง ๆ เพื่อการทำบ้าน รวมถึงโซลูชันเรื่องบ้านต่าง ๆ โดยผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้าน และเรื่องวัสดุก่อสร้าง สงวนลิขสิทธ์การคัดลอก เผยแพร่ และทำซ้ำ
รวมวิธีกำจัดคราบเหลือง คราบดำ และคราบฝังแน่น บนร่องยาแนวกระเบื้อง พร้อมแนะนำการใช้น้ำยาทำความสะอาด การซ่อมยาแนว และการปรับปรุงพื้นให้สะอาดน่าใช้งาน ประเด็นสำคัญ หากคราบเหลืองหรือคราบดำฝังแน่นตามร่องยาแนว การใช้น้ำยาทำความสะอาดร่องยาแนวโดยเฉพาะอาจช่วยขจัดคราบได้ดีกว่าน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป สำหรับคราบสกปรกไม่มาก อาจทดลองใช้เบกกิ้งโซดาผสมน้ำเล็กน้อยให้เป็นเนื้อครีม แล้วนำไปป้ายบริเวณร่องยาแนว ใช้แปรงขนนุ่มขัดเบา ๆ ก่อนล้างออกด้วยน้ำสะอาด หากคราบที่ร่องยาแนวเกิดจากเชื้อราหรือคราบอินทรีย์บางชนิด น้ำยาฟอกขาวช่วยลดคราบและฆ่าเชื้อได้ ระวังอย่าใช้น้ำยาฟอกขาวผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำส้มสายชู แอมโมเนีย หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดชนิดอื่น เพราะอาจเกิดก๊าซพิษที่เป็นอันตรายได้ หากลองทำความสะอาดหลายวิธีแล้วยังไม่สำเร็จ หรือพบว่าร่องยาแนวแตกร้าว หลุดล่อน และมีคราบสะสมอยู่ภายใน ควรขูดยาแนวเดิมและยาแนวใหม่ เพราะอาจเป็นเหตุให้น้ำรั่วซึมลงชั้นล่างได้ในอนาคต หากพื้นกระเบื้องเดิมมีคราบสะสมจำนวนมาก ทำความสะอาดยาก หรือเจ้าของบ้านต้องการปรับปรุงพื้นให้ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น อาจพิจารณาปูวัสดุพื้นชนิดใหม่ทับกระเบื้องเดิม โดยไม่ต้องรื้อพื้นเดิม อย่างปูพื้นกันลื่น พื้นลดแรงกระแทก คราบสกปรกที่มักเกิดขึ้นตามร่องยาแนวกระเบื้องในห้องน้ำ ไม่ว่าจะเป็นคราบเหลือง คราบดำ หรือคราบสกปรกฝังแน่น ซึ่งขัดออกยากกว่าคราบบนผิวกระเบื้องทั่วไป เพราะยาแนวมีรูพรุนและสามารถสะสมสิ่งสกปรกได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อยาแนวกระเบื้องเริ่มเสื่อมสภาพ เรามีวิธีขจัดคราบบนร่องยาแนวให้กลับมาสะอาดใหม่น่าใช้งาน ตั้งแต่การเลือกใช้น้ำยาให้เหมาะสม การซ่อมแซมร่องยาแนว ไปจนถึงการปรับปรุงพื้นให้เหมาะกับการใช้งานในระยะยาว 1. ใช้น้ำยาทำความสะอาดร่องยาแนวโดยเฉพาะ หากคราบเหลืองหรือคราบดำฝังแน่นตามร่องยาแนว การใช้น้ำยาทำความสะอาดร่องยาแนวโดยเฉพาะอาจช่วยขจัดคราบได้ดีกว่าน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป โดยควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าสามารถใช้กับยาแนวซีเมนต์และพื้นผิวกระเบื้องได้ วิธีทำความสะอาด กวาดหรือถูพื้นเพื่อกำจัดฝุ่นและสิ่งสกปรกที่หลงเหลืออยู่ก่อน ใช้น้ำยาตามวิธีใช้และระยะเวลาที่ระบุบนฉลาก ใช้แปรงขนนุ่มหรือแปรงสำหรับทำความสะอาดร่องยาแนวขัดเบา ๆ ล้างคราบน้ำยาออกให้หมด แล้วปล่อยให้พื้นแห้ง ควรหลีกเลี่ยงแปรงลวดหรือการขัดแรงเกินไป เพราะอาจทำให้ร่องยาแนวสึกกร่อนหรือหลุดล่อนมากกว่าเดิม วิธีการใช้น้ำยาทำความสะอาดร่องยาแนวโดยเฉพาะ ภาพ: วิธีการใช้น้ำยาทำความสะอาดร่องยาแนวโดยเฉพาะ 2. ใช้เบกกิ้งโซดาช่วยขจัดคราบสกปรก สำหรับคราบสกปรกไม่มาก อาจทดลองใช้เบกกิ้งโซดาผสมน้ำเล็กน้อยให้เป็นเนื้อครีม แล้วนำไปป้ายบริเวณร่องยาแนว ใช้แปรงขนนุ่มขัดเบา ๆ ก่อนล้างออกด้วยน้ำสะอาด วิธีนี้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการทำความสะอาดคราบทั่วไป โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มจากน้ำยาที่มีฤทธิ์รุนแรง แต่หากเป็นคราบฝังแน่น คราบสนิม หรือคราบที่เกิดจากการเปลี่ยนสีของยาแนว อาจไม่สามารถขจัดออกได้ทั้งหมด ควรหลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับน้ำยาชนิดอื่น และไม่ควรใช้วัสดุขัดหยาบที่อาจทำให้ผิวกระเบื้องเป็นรอย วิธีการใช้เบกกิ้งโซดาช่วยขจัดคราบสกปรก ภาพ: วิธีการใช้เบกกิ้งโซดาช่วยขจัดคราบสกปรกที่ร่องยาแนวกระเบื้อง 3. ใช้น้ำยาฟอกขาวขจัดคราบดำและคราบเชื้อรา หากคราบที่ร่องยาแนวเกิดจากเชื้อราหรือคราบอินทรีย์บางชนิด น้ำยาฟอกขาวชนิดที่เหมาะสำหรับพื้นผิวดังกล่าวอาจช่วยลดคราบและฆ่าเชื้อได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่คราบเหลืองทุกชนิดจะสามารถขจัดได้ด้วยน้ำยาฟอกขาว จึงควรทดสอบในบริเวณเล็ก ๆ ก่อน วิธีทำความสะอาด ทำความสะอาดสิ่งสกปรกด้วยน้ำและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทั่วไปก่อน ผสมน้ำยาฟอกขาวกับน้ำตามฉลาก และควรเลือกชนิดที่ระบุว่าใช้ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อพื้นผิวได้ สวมถุงมือ เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท และหลีกเลี่ยงการสูดดมไอระเหย ทดสอบในบริเวณเล็ก ๆ ก่อน ตรวจสอบว่ายาแนวและกระเบื้องไม่เปลี่ยนสีหรือเสียหาย โดยเฉพาะกระเบื้องหินธรรมชาติหรือวัสดุที่มีผิวเคลือบพิเศษ ใช้แปรงขนนุ่มขัดเบา ๆ ปล่อยให้น้ำยาสัมผัสพื้นผิวตามเวลาที่ระบุบนฉลาก ไม่ปล่อยทิ้งไว้นานกว่าที่กำหนด ล้างพื้นให้สะอาด แล้วปล่อยให้แห้ง ข้อควรระวังสำคัญ: ห้ามผสมน้ำยาฟอกขาวกับน้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำส้มสายชู แอมโมเนีย หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดชนิดอื่น เพราะอาจเกิดก๊าซพิษที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจได้ แม้จะใช้น้ำยาคนละชนิด ควรล้างผลิตภัณฑ์เดิมออกให้หมดก่อนเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ วิธีการใช้น้ำยาฟอกขาวขจัดคราบ ภาพ: วิธีการใช้น้ำยาฟอกขาวขจัดคราบดำและคราบเชื้อราที่ร่องยาแนวกระเบื้อง 4. ขูดร่องยาแนวกระเบื้องเดิมออก แล้วยาแนวใหม่ หากลองทำความสะอาดหลายวิธีแล้วยังไม่สำเร็จ หรือพบว่าร่องยาแนวแตกร้าว หลุดล่อน และมีคราบสะสมอยู่ภายใน การซ่อมแซมด้วยการทำยาแนวใหม่อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า ขั้นตอนการซ่อมแซม ใช้เครื่องมือขูดร่องยาแนวเดิมออกอย่างระมัดระวัง โดยไม่ทำให้ขอบกระเบื้องเสียหาย ล้างทำความสะอาดฝุ่นและเศษวัสดุภายในร่อง และปล่อยให้แห้งสนิท ยาแนวใหม่ตามขั้นตอนของผู้ผลิต หากกระเบื้องหลวม มีเสียงกลวง หรือมีน้ำซึมจากใต้พื้น ควรตรวจสอบสาเหตุและแก้ไขชั้นปูนกาวหรือระบบกันซึมก่อน ไม่ควรทำยาแนวใหม่ทับเพื่อปกปิดปัญหาเพียงอย่างเดียว วิธีการขูดร่องยาแนวกระเบื้อง ภาพ: วิธีการขูดร่องยาแนวกระเบื้องเดิมออก แล้วยาแนวใหม่ เครื่องมือขูดร่องยาแนว ภาพ: เครื่องมือขูดร่องยาแนว 5. เปลี่ยนมาใช้วัสดุปูพื้นทับกระเบื้องเดิม หากพื้นกระเบื้องเดิมมีคราบสะสมจำนวนมาก ทำความสะอาดยาก หรือเจ้าของบ้านต้องการปรับปรุงพื้นให้ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น อาจพิจารณาปูวัสดุพื้นชนิดใหม่ทับกระเบื้องเดิม โดยไม่ต้องรื้อพื้นเดิม เช่น ปูพื้นกันลื่นห้องน้ำ\ ซึ่งเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการปรับปรุงพื้นเดิมให้เหมาะกับการใช้งาน โดยควรตรวจสอบคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์และความเหมาะสมกับพื้นที่ที่จะติดตั้งก่อน ก่อนปูทับ ควรตรวจสอบว่ากระเบื้องเดิมแข็งแรง ไม่หลวม ไม่แตกร้าว และไม่มีความชื้นสะสมใต้พื้น รวมถึงต้องเตรียมผิวพื้นและติดตั้งตามคำแนะนำของผู้ผลิต ทั้งนี้ การปูทับไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาพื้นห้องน้ำรั่วซึม ความชื้น หรือความเสียหายที่ซ่อนอยู่ใต้กระเบื้อง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบและแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนติดตั้งวัสดุใหม่ ตัวอย่างพื้นกันลื่นห้องน้ำ Ankara Plus ภาพ: ตัวอย่างพื้นกันลื่นห้องน้ำ Ankara Plus สรุป: ร่องยาแนวกระเบื้องสกปรก มีคราบเหลือง คราบดำ แก้ไขอย่างไรดี? การเลือกวิธีแก้ปัญหาควรเริ่มจากการพิจารณาสภาพของคราบและร่องยาแนว หากเป็นคราบทั่วไปให้เริ่มจากการทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน หากเป็นคราบฝังแน่นจึงค่อยเลือกใช้น้ำยาเฉพาะทาง ส่วนร่องยาแนวที่เสื่อมสภาพควรซ่อมแซมหรือทำใหม่ และหากต้องการปรับปรุงพื้นทั้งบริเวณ อาจพิจารณาวัสดุปูพื้นใหม่ที่เหมาะกับการใช้งาน แปรงขัดไฟฟ้า\ น้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำ น้ำยาอเนกประสงค์\ บริการติดตั้งพื้นกันลื่นห้องน้ำ โดย Minima House\ > - อ่านเพิ่มเติม: พื้นกันลื่นลดแรงกระแทก กันลื่นดี กันกระแทกได้ ลดอันตรายในบ้าน\ > - อ่านเพิ่มเติม: กระเบื้องปูพื้น เลือกอย่างไรให้เหมาะกับบ้าน\ เลือกซื้อสินค้าและบริการพร้อมติดตั้ง กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้บริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความนี้จัดทำโดย หน่วยงาน SCG Home Online ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแล E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนการให้คำปรึกษา ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในเรื่องการเลือกใช้วัสดุต่างๆ เพื่อการทำบ้าน รวมถึงโซลูชั่นเรื่องบ้านต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้าน และเรื่องวัสดุก่อสร้าง สงวนลิขสิทธ์การคัดลอก เผยแพร่ และทำซ้ำ
รู้จักกับ บัวผนัง บัวปูน องค์ประกอบของบ้านที่มีความสำคัญนอกเหนือจากการตกแต่งเพื่อความสวยงาม มีลักษณะและหน้าที่อย่างไร พร้อมวัสดุต่าง ๆ ที่มีให้เลือกใช้ได้หลากหลาย ประเด็นสำคัญ ขอบปูนที่ยื่นออกมาเหนือประตูและหน้าต่าง ที่เรียกกันว่า บัวผนัง บัวปูน บัวหน้าต่าง ช่วยควบคุมทิศทางการไหลของน้ำฝนที่ไหลลงมาตามผนังไม่ให้สะสมที่ขอบประตูหรือหน้าต่างจนอาจเกิดปัญหาน้ำซึมขอบหน้าต่างเข้าไปได้ มักเซาะร่องเป็นแนวยาวบริเวณใต้ขอบปูน ที่เรียกว่า ร่องน้ำหยด เพื่อเป็นร่องดักน้ำให้รวมตัวกันและหยดลงด้านล่างก่อนจะย้อนไปที่ขอบประตูหรือขอบหน้าต่าง บัวผนังไม่ได้จำเป็นสำหรับประตูหน้าต่างทุกบาน หากมีหลังคาหรือกันสาดปกคลุมด้านบน หรือมีผนังหนากว่าประตูหน้าต่างและเซตประตูหน้าต่างให้ชิดผนังด้านใน บัวหน้าต่างหรือบัวผนัง ไม่จำเป็นต้องหล่อคอนกรีตขึ้นรูปเสมอไป สามารถเลือกใช้บัวสำเร็จรูปได้ซึ่งมีหลากหลายวัสดุ ทั้งบัวปูนสำเร็จรูป, ไฟเบอร์ซีเมนต์, GRC (Glass Fiber Reinforced Concrete), โฟม EPS ขอบปูนเหนือประตูหรือหน้าต่าง ที่เรียกกันว่า “บัวผนัง” “บัวปูน” หรือ “บัวหน้าต่าง” เป็นองค์ประกอบหนึ่งของบ้านที่มีหน้าที่สำคัญนอกเหนือจากการตกแต่งเพื่อความสวยงาม บัวผนังมีลักษณะอย่างไร จำเป็นต้องมีหรือไม่ และมีวัสดุอะไรบ้าง SCGHOME.com มาเฉลยให้ดูกัน บัวปูน บัวผนัง เหนือประตูหน้าต่างมีหน้าที่อะไร? บัวปูน บัวผนัง หรือบัวหน้าต่าง มักมีลักษณะเป็นขอบปูนสี่เหลี่ยมยื่นออกมาจากผนังอย่างน้อย 5 ซม. มีหน้าที่ช่วยควบคุมทิศทางการไหลของน้ำฝนที่ไหลลงมาตามผนังไม่ให้สะสมที่ขอบประตูหรือหน้าต่าง จนอาจเป็นเหตุให้น้ำซึมขอบหน้าต่างเข้าไปในบ้านได้ โดยเฉพาะบริเวณที่มีรอยต่อหรือมีการซีลป้องกันน้ำไม่สมบูรณ์ บริเวณใต้บัวผนังเหนือประตูหน้าต่างมักเซาะร่องยาวตลอดแนวที่เรียกว่า ร่องน้ำหยด หรือ ร่องดักน้ำ มีหน้าที่ดักน้ำที่ไหลมาถึงร่องให้รวมตัวและหยดลงด้านล่าง แทนที่จะไหลย้อนกลับไปตามผิวใต้บัวปูนจนถึงขอบประตูหน้าต่าง ดังนั้น บัวปูนจึงช่วยป้องกันน้ำที่ไหลมาจากผนังไม่ให้ไหลเข้าตามขอบประตูหน้าต่างโดยตรง ส่วนร่องน้ำหยดช่วยดักน้ำไม่ให้ไหลย้อนกลับไปที่ขอบประตูหน้าต่าง อย่างไรก็ตาม บัวปูน บัวผนัง และร่องดักน้ำ ช่วยป้องกันน้ำซึมขอบหน้าต่างได้ด่านหนึ่ง สิ่งสำคัญคือรายละเอียดการติดตั้งวงกบ และการซีลรอยต่อ/ยาแนวขอบประตูหน้าต่างให้สนิท บัวผนังที่เป็นขอบปูนสี่เหลี่ยม ภาพ: ตัวอย่างบัวผนังที่เป็นขอบปูนสี่เหลี่ยมยื่นออกมาจากผนัง 10 ซม. และเซาะร่องเป็นแนวยาวใต้บัวผนังเพื่อดักน้ำกันน้ำไหลย้อนเข้าหน้าต่าง บัวผนัง เอสซีจี ภาพ: ตัวอย่างวัสดุตกแต่ง เอสซีจี รุ่นบัวผนัง เซาะร่องดักน้ำ บัวปูน บัวผนัง บัวขอบหน้าต่าง จำเป็นต้องมีหรือไม่? หากลองสังเกต เรามักพบบัวปูนเหนือประตูหน้าต่างที่มีระนาบเสมอผนัง หรือประตูหน้าต่างที่ไม่มีชายคา กันสาด หรือระเบียงปกคลุมด้านบน ดังนั้น บัวผนังเหนือประตูหน้าต่างจึงไม่จำเป็นกับประตูหรือหน้าต่างทุกบาน นอกจากนี้ หากประตูหรือหน้าต่างถูกเซตเข้าไปจากแนวผนังภายนอก (ผนังหนากว่าความหนาวงกบ) ถึงแม้ไม่มีหลังคา/กันสาดปกคลุมด้านบน ก็ไม่จำเป็นต้องทำบัวผนังเช่นกัน (ยกเว้นเพื่อความสวยงาม) แต่อาจทำร่องดักน้ำเพื่อช่วยลดปัญหาน้ำซึมขอบหน้าต่าง หน้าต่างถูกเซตเข้าไปจากแนวผนังภายนอก ภาพ: หน้าต่างถูกเซตเข้าไปจากแนวผนังภายนอก (ผนังหนากว่าความหนาวงกบ) ไม่จำเป็นต้องทำบัวผนัง บัวผนัง เหนือประตูหน้าต่างทำจากอะไร ใช้บัวสำเร็จรูปได้หรือไม่? สำหรับบ้านก่ออิฐฉาบปูนทั่วไป สามารถทำบัวปูนได้ตั้งแต่ช่วงขั้นตอนก่อผนังบ้าน โดยหล่อคานเอ็น (คอนกรีตเสริมเหล็ก: ค.ส.ล.) เหนือประตูหรือหน้าต่างให้มีลักษณะยื่นออกไปตามต้องการ ส่วนบ้านที่ใช้ผนังสำเร็จรูป (ผนัง Precast) หรือบ้านที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วต้องการทำบัวผนังเพิ่ม สามารถเลือกใช้บัวสำเร็จรูปได้ โดยปัจจุบันมีวัสดุให้เลือกใช้หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น บัวปูนสำเร็จรูปที่หล่อจากโรงงาน บัวสำเร็จรูปไฟเบอร์ซีเมนต์, บัวสำเร็จรูป GRC, บัวสำเร็จรูปโฟม EPS, บัวสำเร็จรูปโพลียูรีเทน ซึ่งมีคุณสมบัติที่ต่างกันและรูปแบบที่หลากหลายตามการใช้งาน ตัวอย่างบัวสำเร็จรูปไฟเบอร์ซีเมนต์ ภาพ: ตัวอย่างบัวสำเร็จรูปไฟเบอร์ซีเมนต์ บัวปูนเหนือประตูหน้าต่างไม่ได้เป็นเพียงของตกแต่งบ้าน แต่ยังมีหน้าที่ช่วยจัดการน้ำฝนที่ไหลลงมาตามผนัง โดยเฉพาะการทำร่องดักน้ำที่ช่วยตัดการไหลย้อนของน้ำไม่ให้กลับไปเกาะใต้ขอบปูนและไหลเข้าสู่บริเวณวงกบ โดยสามารถเลือกทำบัวผนังได้หลากหลายวิธีตั้งแต่การหล่อคานเอ็นไปจนถึงการใช้บัวสำเร็จรูปซึ่งมีวัสดุต่าง ๆ ให้เลือกใช้ตามรูปแบบที่ต้องการ สิ่งสำคัญคือไม่ว่าจะเลือกดีไซน์แบบไหน ต้องไม่ลืมออกแบบรายละเอียดป้องกันน้ำฝนให้ถูกต้อง เพราะบ้านที่สวยงามควรมาพร้อมกับการใช้งานที่ดีและช่วยลดปัญหาจุกจิกในระยะยาวด้วย วัสดุตกแต่ง เอสซีจี รุ่นบัวผนัง\ หลังคากันสาด\ > - อ่านเพิ่มเติม: ตกแต่งบ้านสไตล์ Minimaluxe เรียบแต่ดูแพง น้อยแต่มีเสน่ห์\ > - อ่านเพิ่มเติม: ดีไซน์บ้านสไตล์นอร์ดิก ฉบับตอบโจทย์เมืองร้อนฝนแรง\ > - อ่านเพิ่มเติม: รวมวิธีรับมือ บ้านรั่ว หลังคารั่ว และสารพันปัญหาบ้านหน้าฝน\ สั่งซื้อบัวสำเร็จรูป SCG กับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกบัวสำเร็จรูป SCG และจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome ข้อมูลนี้จัดทำโดย หน่วยงาน SCG Home Online ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแล E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด มหาชน) แบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนการให้คำปรึกษา ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในเรื่องการเลือกใช้วัสดุต่าง ๆ เพื่อการทำบ้าน รวมถึงโซลูชันเรื่องบ้านต่าง ๆ โดยผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้าน และเรื่องวัสดุก่อสร้าง สงวนลิขสิทธ์การคัดลอก เผยแพร่ และทำซ้ำ
รวมแนวทางซ่อมหลังคารั่วสำหรับบ้านที่มุงด้วย “กระเบื้องลอนคู่” ตั้งแต่วิธีที่ทำได้ง่าย ประหยัดงบ ไปจนถึงการเปลี่ยนหลังคาใหม่ ปัญหาหลังคารั่วของกระเบื้องลอนคู่มีหลายสาเหตุ ซึ่งมีแนวทางในการซ่อมแซมแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะการรั่วซึม อายุกระเบื้องหลังคา รูปแบบและสไตล์บ้าน รวมถึงงบประมาณในการซ่อมหลังคา 4 วิธีซ่อมหลังคารั่วต่อไปนี้ เป็นทางเลือกสำหรับบ้านที่มุงกระเบื้องลอนคู่ ซึ่งสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสม 1. ซ่อมรั่วหลังคากระเบื้องลอนคู่เฉพาะจุด หากกระเบื้องลอนคู่มุงถูกต้องตามมาตรฐาน ยังอยู่ในสภาพดี และมีอายุการใช้งานไม่เกิน 5 ปี แต่พบปัญหารั่วซึม สาเหตุหลักมักเกิดจาก สกรูเสื่อมสภาพ โดยเฉพาะแหวนยางรองสกรูที่มักแข็ง/แตก จนเป็นจุดที่น้ำฝนสามารถซึมผ่านลงมาได้ หลังคารั่วบริเวณรอยต่อหลังคาต่าง ๆ เช่น รอยต่อหลังคาชนผนัง สันหลังคา (มักพบกับครอบหลังคาคอนกรีต/ปูน) กระเบื้องลอนคู่บางแผ่นแตกหรือมีรอยร้าว สกรูยึดกระเบื้องลอนคู่เสื่อมสภาพและครอบหลังคาแตกร้าวภาพ: สกรูยึดกระเบื้องลอนคู่เสื่อมสภาพและครอบหลังคาแตกร้าว แนวทางแก้ไข กรณีแหวนยางรองสกรูเสื่อมสภาพ ควรถอดชุดสกรูเดิมเปลี่ยนเป็นชุดสกรูใหม่ทั้งหมด ปัญหารั่วซึมตามแนวรอยต่อหลังคา ควรซ่อมตามลักษณะของปัญหา เช่น ครอบหลังคาปูนแตกร้าว ปูนเสื่อมสภาพ ควรซ่อมรอยแตกร้าว หรือทำครอบหลังคาโลหะทับครอบหลังคาปูนเดิม หากมีกระเบื้องลอนคู่บางแผ่นแตกร้าว ควรรื้อเปลี่ยนแผ่นใหม่ทดแทน สำหรับระยะเวลาในการซ่อมหลังคาลอนคู่เฉพาะจุด จะอยู่ที่ประมาณ 2-3 วัน ขึ้นอยู่กับความยากง่ายในการแก้ปัญหา ทั้งนี้ ไม่ว่าจะรั่วแบบใด ไม่ควรใช้อะไรอุดซ่อมบริเวณที่หลังคารั่ว เพราะนอกจากจะเป็นการแก้ไขที่ไม่ตรงจุดและสิ้นเปลืองงบประมาณแล้ว ยังไม่สวยงาม และอาจเพิ่มความยุ่งยากต่อการซ่อมหลังคาในอนาคตได้ บริการตรวจสอบและซ่อมหลังคารั่ว\ 2. ปูเมทัลชีททับกระเบื้องลอนคู่ เหมาะกับหลังคาที่มีปัญหารั่วซึมหลายจุด กระเบื้องลอนคู่เริ่มเก่า โทรม ไม่สวย แตกร้าวหลายแผ่น แต่โครงหลังคายังอยู่ในสภาพแข็งแรงดี และต้องการเปลี่ยนลุคให้บ้าน ซึ่งวิธีการมุงเมทัลชีททับหลังคาลอนคู่สามารถเลือกได้ 2 วิธี วิธีแรกคือการปูทับด้วยเมทัลชีทที่มีรูปลอนเดียวกับกระเบื้องลอนคู่ (Top Up Roof) ส่วนวิธีที่สองคือการวางแปทับบนกระเบื้องลอนคู่และมุงด้วยเมทัลชีทลอนมาตรฐาน (Double Roof) ซึ่งมีให้เลือกทั้งเมทัลชีทแบบไม่มีฉนวนและเมทัลชีทแบบมีฉนวนกันความร้อน เช่น เมทัลชีทพร้อมฉนวนกันความร้อน PE หรือเมทัลชีทพร้อมฉนวนกันความร้อน PU Top Up Roof ปูทับหลังคาลอนคู่ด้วยเมทัลชีทที่มีรูปลอนเดียวกันภาพ: “Top Up Roof” ปูทับหลังคาลอนคู่ด้วยเมทัลชีทที่มีรูปลอนเดียวกัน Double Roof มุงเมทัลชีทโดยวางแปบนหลังคาลอนคู่ภาพ: "Double Roof” มุงเมทัลชีทโดยวางแปบนหลังคาลอนคู่ ทั้ง Top Up Roof และ Double Roof สามารถแก้ปัญหาหลังคาลอนคู่รั่วได้รวดเร็ว ไม่ยุ่งยาก/ซับซ้อน ไม่ต้องรื้อหลังคาหรือโครงหลังคาเดิม ใช้เวลาทำงานประมาณ 1-2 วัน เหมาะกับทั้งบ้านเดี่ยว รวมถึงบ้านแฝดและทาวน์เฮาส์/ทาวน์โฮมที่มีผืนหลังคาบ้านต่อเนื่องกัน โดยแทบไม่มีผลกระทบต่อโครงหลังคาของเพื่อนบ้านข้างเคียง ระหว่างการซ่อมหลังคาลอนคู่ด้วย Top Up Roof VS Double Roof ต่างกันอย่างไร สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากบทความ: หลังคารั่วแก้ได้แน่ แค่มุงทับ ฉบับมุงหลังคาซ้อนหลังคาเดิม\ บริการซ่อมหลังคา TOP UP ROOF\ บริการซ่อมหลังคา DOUBLE ROOF\ 3. รื้อหลังคาและมุงใหม่ด้วยกระเบื้องลอนคู่ตามเดิม นอกจากปัญหาหลังคารั่วหลายจุดแล้ว หากกระเบื้องลอนคู่เดิมมุงผิดวิธี ไม่ได้มาตรฐาน เช่น ไม่ตัดมุมกระเบื้อง (ทำให้มีช่องว่างระหว่างแผ่นจนเป็นเหตุให้น้ำฝนไหลย้อนเข้าไปในบ้านได้) หลังคาบ้านมีอายุการใช้งานนานเกินกว่า 20 ปี มีสภาพเก่าโทรม รั่วหลายจุด หรือเป็นกระเบื้องรุ่นเก่าที่ไม่สามารถเปลี่ยนกระเบื้องหลังคาเฉพาะแผ่นได้ การพิจารณารื้อกระเบื้องเดิมออกทั้งหมดเพื่อมุงด้วยกระเบื้องลอนคู่ใหม่ อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและคุ้มค่า โดยเฉพาะเมื่อต้องการคงสไตล์บ้านตามเดิม รื้อหลังคาเดิมออกและมุงใหม่ด้วยกระเบื้องลอนคู่ภาพ: รื้อหลังคาเดิมออกและมุงใหม่ด้วยกระเบื้องลอนคู่ บริการรื้อ-เปลี่ยนหลังคาใหม่ทั้งผืน\ 4. รื้อหลังคาลอนคู่และมุงใหม่ด้วยเมทัลชีท อีกทางเลือกนอกจากการมุงหลังคาใหม่ด้วยกระเบื้องลอนคู่ โดยเฉพาะในกรณีที่หลังคาลอนคู่เดิมมีองศาหลังคาต่ำกว่ามาตรฐานจนเกิดปัญหาหลังคารั่วซ้ำซ้อน หรือต้องการเปลี่ยนลุคเปลี่ยนสไตล์บ้านให้ดูทันสมัยขึ้น สามารถเลือกมุงหลังคาใหม่ด้วยเมทัลชีทได้ ซึ่งโดยปกติแล้วจะไม่กระทบต่อโครงหลังคาและโครงสร้างของบ้าน เนื่องจากเมทัลชีทมีน้ำหนักต่อตารางเมตรน้อยกว่ากระเบื้องลอนคู่ และมักมีระยะแปใกล้เคียงกัน รวมถึงเมทัลชีทยังมีองศาหลังคาต่ำกว่ากระเบื้องลอนคู่ด้วย รื้อกระเบื้องลอนคู่และมุงใหม่ด้วยเมทัลชีทภาพ: รื้อกระเบื้องลอนคู่และมุงใหม่ด้วยเมทัลชีท ระยะเวลาในการรื้อกระเบื้องหลังคาลอนคู่เดิมออกและมุงใหม่ ไม่ว่าจะมุงด้วยหลังคาลอนคู่ตามเดิมหรือเมทัลชีท จะอยู่ที่ประมาณ 7 วัน โดยอาจจะเร็วขึ้นหรือช้าลงขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่หลังคา ตลอดจนปัจจัยอื่น ๆ ที่เอื้อหรือส่งผลกระทบต่อการทำงาน อยากใช้เมทัลชีท แต่บ้านเราเหมาะกับการมุงทับหรือเปลี่ยนใหม่ อ่านบทความ: กระเบื้องลอนคู่ หลังคารั่ว: รื้อมุงใหม่ด้วยเมทัลชีท VS มุงเมทัลชีททับหลังคาเดิม? เปรียบเทียบครบก่อนตัดสินใจ\ เลือกวิธีซ่อมหลังคากระเบื้องลอนคู่ให้เหมาะกับสภาพหลังคาและรูปแบบบ้าน วิธีซ่อมหลังคากระเบื้องลอนคู่ที่รั่วซึม ขึ้นอยู่กับสภาพหลังคาและงบประมาณ หากรั่วเพียงบางจุดและกระเบื้องยังอยู่ในสภาพดี การซ่อมเฉพาะจุดเป็นวิธีที่ประหยัดที่สุด ใช้เวลาประมาณ 2–3 วัน ส่วนหลังคาที่รั่วหลายจุดหรือกระเบื้องเก่าและเสื่อมสภาพ สามารถเลือกวิธี Top Up Roof ซึ่งใช้เมทัลชีทรูปลอนเดียวกับกระเบื้องลอนคู่ปูทับหลังคาเดิมโดยไม่ต้องรื้อหรือเสริมแป ใช้เวลาประมาณ 1–2 วัน หรือ Double Roof ที่มีเมทัลชีทหลายรุ่นให้เลือกและใช้เวลาติดตั้งใกล้เคียงกัน แต่หากต้องการเปลี่ยนหลังคาใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะมุงกระเบื้องลอนคู่เหมือนเดิมหรือเปลี่ยนเป็นเมทัลชีทก็เป็นอีกทางเลือกหากมีงบประมาณ โดยเหมาะกับบ้านเดี่ยว หรือบ้านแฝดและทาวน์เฮาส์/ทาวน์โฮมที่แยกโครงหลังคาจากกัน ใช้เวลาประมาณ 7 วัน ทั้งสองวิธีนี้ช่วยให้ได้หลังคาใหม่และได้สไตล์บ้านตามต้องการ ตารางเปรียบเทียบวิธีซ่อมรั่วหลังคากระเบื้องลอนคู่ การซ่อมหลังคาลอนคู่ที่มีปัญหารั่วซึม ควรซ่อมตามลักษณะความเสียหาย ซึ่งควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญงานหลังคาโดยเฉพาะ และใช้บริการช่างซ่อมหลังคาที่มีความชำนาญ น่าเชื่อถือ รวมถึงมีการรับประกันผลงานหลังให้บริการ (อย่างน้อย 1 ปี) โดยมีงบประมาณเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจแนวทางในการซ่อมหลังคารั่ว อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลังคารั่วนับเป็นปัญหาที่รบกวนการอยู่อาศัยในบ้านไม่น้อย “ความคุ้มค่า” จึงเป็นตัวช่วยตัดสินแนวทางการซ่อมหลังคาที่เหมาะสมได้เป็นอย่างดี วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome ข้อมูลนี้จัดทำโดย หน่วยงาน SCG Home Online ซึ่งเป็นหน่วยงาน E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด มหาชน) แบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนการให้คำปรึกษา ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในเรื่องการเลือกใช้วัสดุต่าง ๆ เพื่อการทำบ้าน รวมถึงโซลูชั่นเรื่องบ้านต่าง ๆ โดยผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้าน และเรื่องวัสดุก่อสร้าง สงวนลิขสิทธ์การคัดลอก เผยแพร่ และทำซ้ำ
ทำความเข้าใจกับ “ปูนแดง” ในงานก่อสร้างว่ามีที่มาอย่างไร เป็นปูนซีเมนต์ประเภทใด รวมถึงการใช้งานที่เหมาะสม ปูนแดงมีที่มาอย่างไร ปูนแดง เป็นภาษาชาวบ้านที่ช่างเรียกกันเป็นส่วนใหญ่ตามสีของถุงปูนที่มีสีแดงของปูนซีเมนต์โครงสร้าง หรือปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ปูนแดงคือปูนซีเมนต์โครงสร้างประเภทใด โดยทั่วไป “ปูนแดง” จะหมายถึง ปูนซีเมนต์โครงสร้าง หรือ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 1 เป็นปูนซีเมนต์ที่ต้องนำมาผสมกับหิน ทราย และน้ำ ตามสัดส่วนที่กำหนด (ไม่ใช่ปูนสำเร็จรูป) เพื่อให้ได้คอนกรีตสำหรับหล่อเทโครงสร้างส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเทฐานราก หล่อเสา หล่อคาน เทพื้น ปูนแดงคือปูนซีเมนต์โครงสร้าง ภาพ: ปูนแดงคือปูนซีเมนต์โครงสร้างที่ต้องนำมาผสมกับหิน ทราย และน้ำ ได้เป็นคอนกรีตสำหรับหล่อเทฐานราก เสา คาน พื้น นอกเหนือจากปูนแดงที่มักหมายถึงปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 1 แล้ว บางครั้งปูนแดงอาจหมายรวมถึงปูนซีเมนต์โครงสร้างประเภทอื่นที่แยกตามการใช้งานด้วย ขึ้นอยู่กับความเข้าใจหรือการตีความของแต่ละคน ปูนแดงที่หมายถึง ปูนซีเมนต์โครงสร้างหรือปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ มีกี่ประเภท มาตรฐานปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ของไทย คือ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ หรือ มอก.15 เล่ม 1 ข้อกำหนดเกณฑ์คุณภาพ ซึ่งทั้งหมดได้แบ่งปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้ ประเภท 1 (Type 1): ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ธรรมดา (Ordinary Portland Cement) หรือปูนแดงที่เรียกกัน ใช้กับงานก่อสร้างทั่วไป งานคอนกรีตเสริมเหล็ก หรืองานอาคารทั่วไปที่ไม่มีสภาพแวดล้อมพิเศษ เช่น งานหล่อเสา คาน พื้น หรือชิ้นส่วนสำเร็จต่าง ๆ อาทิ แผ่นพื้นสำเร็จรูป เสาเข็ม ท่อระบายน้ำ เหตุที่ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ธรรมดามักเป็นที่เข้าใจและถูกเรียกว่า “ปูนแดง” มากกว่าปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทอื่น เนื่องจากเป็นปูนที่ใช้ในงานก่อสร้างทั่วไป นิยมใช้ และหาซื้อได้ง่าย ประเภท 2 (Type 2) : ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ดัดแปลง (Modified Portland Cement) ใช้กับงานโครงสร้างที่ต้องสัมผัสกับดินหรือน้ำ งานโครงสร้างที่มีความหนามาก งานก่อสร้างขนาดใหญ่ เช่น ตอม่อ ฐานรากขนาดใหญ่ กำแพงกันดิน ประเภท 3 (Type 3) : ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทให้กำลังอัดสูงเร็ว ( High Early Strength Portland Cement) ใช้กับงานที่ต้องการเร่งงานก่อสร้างหรือซ่อมแซมคอนกรีตโครงสร้างที่ต้องการความแข็งแรงรวดเร็ว แต่ไม่เหมาะกับคอนกรีตขนาดใหญ่เพราะอาจเกิดรอยแตกร้าวได้ เช่น เสาไฟฟ้า ประเภท 4 (Type 4) : ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทเกิดความร้อนต่ำ (Low Heat Portland Cement) ใช้กับงานโครงสร้างคอนกรีตขนาดใหญ่ เพื่อลดความเสี่ยงการแตกร้าวจากความร้อนในการทำปฏิกิริยาของคอนกรีต เช่น เชื่อนเก็บน้ำ ประเภท 5 (Type 5) : ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภททนซัลเฟตสูง (Sulfate Resistance Portland Cement) ใช้กับงานอาคารใกล้ทะเลหรือพื้นที่ชายฝั่งทะเล และน้ำกร่อยที่โครงสร้างสัมผัสกับไอทะเลหรือน้ำทะเล นอกจากนั้นแล้วยังมีปูนซีเมนต์ที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ อย่าง SCG ที่ผลิตปูนงานโครงสร้างทนทานพิเศษ คาร์บอนต่ำ สูตรทนดินเค็ม เพื่อรับมือกับปัญหาดินเค็มในพื้นที่อย่างภาคอีสาน และปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ ทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ปูนซีเมนต์โครงสร้าง *ภาพ: ปูนซีเมนต์โครงสร้าง หรือ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ของ SCG สรุปได้ว่า “ปูนแดง” คือปูนโครงสร้างที่ช่างใช้เรียกโดยทั่วไป ส่วนใหญ่มักเป็นปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ธรรมดาหรือปูนซีเมนต์ประเภท 1 ทั้งนี้ ปูนซีเมนต์โครงสร้างหรือปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ไม่ได้มีเพียงประเภทเดียว แต่สามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามลักษณะการใช้งานตามมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) ที่กำหนดไว้ เช่น งานที่ต้องการกำลังอัดสูง งานที่ต้องทนต่อความชื้น หรือสภาพแวดล้อมเฉพาะทาง ซึ่งอาจเข้าข่ายการถูกเรียกว่าเป็น “ปูนแดง” ได้เช่นกัน สิ่งสำคัญคือการเลือกใช้ปูนให้ถูกประเภทและเหมาะสมกับลักษณะงาน เพื่อให้โครงสร้างมีความแข็งแรง ทนทาน และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานในระยะยาว สนใจ ปูนแดง หรือ ปูนโครงสร้าง คลิก\ SCGHOME.COM มีมีบริการออกแบบก่อสร้างโดยผู้เชี่ยวชาญ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ อ่านเพิ่มเติม: ปูนซีเมนต์มีกี่ประเภท รู้ไว้ก่อนสร้างบ้าน รีโนเวทบ้าน อ่านเพิ่มเติม: ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์คืออะไร วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome
หญ้าขึ้นตามร่องบล็อกคอนกรีตปูพื้น แก้ไขและป้องกันได้อย่างไร? รู้จักการใช้แผ่น Geotextile และวัสดุประสานทราย/หินกรวด ช่วยลดวัชพืชและดูแลทางเดินให้สวยงาม ประเด็นสำคัญ บล็อกปูพื้นและกระเบื้องคอนกรีตปูพื้น เป็นวัสดุที่นิยมใช้กับพื้นที่ภายนอกบ้าน เพราะมีรูปแบบและสีสันให้เลือกหลากหลาย แต่ปัญหาที่มักพบหลังใช้งาน คือ หญ้าและวัชพืชขึ้นแซมตามร่องระหว่างบล็อกปูพื้น ทำให้พื้นดูไม่เรียบร้อย และต้องคอยถอนหญ้าอยู่เสมอ การกำจัดหญ้าขึ้นแทรกตามร่องบล็อกปูพื้นหรือกระเบื้องคอนกรีตปูพื้น ควรเริ่มจากกำจัดวัชพืชและทำความสะอาดร่อง ก่อนโรยด้วยทรายหรือวัสดุประสานร่องและทาน้ำยาเคลือบผิว แต่หากต้องการป้องกันหญ้าขึ้นในระยะยาว หรือพบปัญหารากวัชพืชใต้พื้นหรือการติดตั้งเดิมไม่เหมาะสม บล็อกทรุดตัว เอียง อาจต้องรื้อปูใหม่ ก่อนปูบล็อกคอนกรีตหรือกระเบื้องคอนกรีตปูพื้น ควรปรับพื้นให้ได้ระดับ บดอัดชั้นดิน จากนั้นปูแผ่น Geotextile ก่อนลงทรายปรับระดับและติดตั้งบล็อกปูพื้นหรือกระเบื้องคอนกรีตปูพื้นตามลำดับ แผ่น Geotextile ช่วยลดการเคลื่อนตัวของทรายลงสู่ชั้นดินหรือด้านข้าง ทั้งยังช่วยเป็นแนวกั้นการเจริญเติบโตของวัชพืชจากชั้นดินด้านล่างได้ การโรยทรายในร่องระหว่างบล็อกปูพื้นหรือกระเบื้องคอนกรีตปูพื้น หรือเว้นร่องเพื่อโรยหินกรวดขนาดเล็ก แล้วทาทับด้วยน้ำยาประสานทราย หรือเลือกใช้วัสดุประสานร่องโดยเฉพาะ ช่วยป้องกันหญ้าหรือวัชพืชขึ้นแทรกระหว่างบล็อกปูพื้นกระเบื้องคอนกรีตปูพื้นได้อีกทาง บล็อกคอนกรีตปูพื้น และ กระเบื้องคอนกรีตปูพื้น\ เป็นวัสดุที่นิยมใช้กับพื้นที่ภายนอกบ้าน ไม่ว่าจะเป็นทางเดินในสวน ลานหน้าบ้าน หรือพื้นที่นั่งเล่นกลางแจ้ง เพราะมีรูปแบบและสีสันให้เลือกหลากหลาย แต่ปัญหาที่มักพบหลังใช้งานไปสักระยะคือ หญ้าและวัชพืชขึ้นแซมตามร่องระหว่างบล็อกปูพื้น ทำให้พื้นดูไม่เรียบร้อย และต้องคอยถอนหญ้าอยู่เสมอ แล้วจะจัดการอย่างไร รวมถึงมีวิธีป้องกันไม่ให้หญ้าขึ้นซ้ำได้อย่างไรบ้าง? หญ้าขึ้นแทรกระหว่างบล็อกปูพื้น กระเบื้องคอนกรีตปูพื้น แก้อย่างไร? สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการไม่ได้รองทรายด้วยแผ่น Geotextile ก่อนปูบล็อกหรือแผ่นทางเดิน ซึ่งหากไม่ต้องการใช้ยาฆ่าหญ้าหรือยาฆ่าวัชพืช สามารถกำจัดหญ้าที่ขึ้นแทรกได้โดยการถอนหญ้าและวัชพืชออกให้หมด ทำความสะอาดร่องให้ปราศจากสิ่งสกปรก โดยอาจใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงช่วย เมื่อพื้นแห้งดีแล้ว สามารถเลือกได้ 2 แนวทาง ดังนี้ ร่องระหว่างแผ่นเล็ก: เททรายลงในร่อง แล้วทาเคลือบร่องด้วยน้ำยาประสานทราย ร่องระหว่างแผ่นกว้าง: โรยกรวด/หินแม่น้ำ แล้วเคลือบด้วยน้ำยาประสานทราย หรือใช้วัสดุประสานร่องผสมโพลิเมอร์แทนการโรยกรวด อย่างไรก็ดี แนวทางนี้อาจช่วยป้องกันหญ้าขึ้นแทรกได้ระยะหนึ่ง หากไม่ต้องการให้หญ้าหรือวัชพืชขึ้นแทรกแบบถาวร หรือพื้นเริ่มยุบตัว มีบล็อกหรือแผ่นทางเดินกระเดิด ควรพิจารณารื้อพื้นเดิมออกและปูใหม่ให้ถูกวิธี น้ำยาประสานทราย เอสซีจี ขนาด 1 ลิตร\ น้ำยาประสานทราย เอสซีจี ขนาด 5 ลิตร\ ป้องกันหญ้า-วัชพืชขึ้นแทรกตามร่อง ด้วยการติดตั้งบล็อกปูพื้นให้ถูกวิธี การป้องกันตั้งแต่ขั้นตอนติดตั้งช่วยลดปัญหาหญ้าหรือวัชพืชเกิดขึ้นในระยะยาว โดยมีแนวทางสำคัญดังนี้ ปูแผ่น Geotextile ก่อนเททรายปรับระดับ ก่อนปูบล็อกปูพื้นหรือกระเบื้องคอนกรีตปูพื้น ควรปรับพื้นที่ให้ได้ระดับและบดอัดชั้นดินตามความเหมาะสม จากนั้นปูแผ่นใยสังเคราะห์ Geotextile ก่อนลงทรายปรับระดับและติดตั้งบล็อกปูพื้นตามลำดับ แผ่น Geotextile ช่วยแยกชั้นวัสดุ ลดการปะปนของดินกับทราย และช่วยลดการเคลื่อนตัวของทรายลงสู่ชั้นดิน ทั้งยังช่วยเป็นแนวกั้นการเจริญเติบโตของหญ้าหรือวัชพืชจากชั้นดินด้านล่างได้ แผ่นใยสังเคราะห์ Geotextile ภาพ: แผ่นใยสังเคราะห์ Geotextile เป็นผ้าใยสังเคราะห์เส้นใยโพลีเอสเตอร์ระบายน้ำได้ดี แผ่นใยสังเคราะห์ Geotextile ก่อนลงทรายปรับระดับ ภาพ: แผ่นใยสังเคราะห์ Geotextile ก่อนลงทรายปรับระดับ ใช้น้ำยาประสานทรายสำหรับร่องที่โรยทรายหรือหินกรวด หรือใช้วัสดุประสานร่องผสมโพลิเมอร์ ทรายที่โรยในร่องระหว่างบล็อกปูพื้นหรือกระเบื้องคอนกรีตปูพื้น เป็นอีกจุดที่หญ้าหรือวัชพืชสามารถเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ จึงควรทาเคลือบด้วยน้ำยาประสานทราย ทั้งนี้ หากออกแบบให้เว้นร่องระหว่างบล็อกปูพื้นให้มีระยะห่างเพื่อตกแต่งด้วยหินกรวด/หินแม่น้ำ นอกจากเคลือบด้วยน้ำยาประสานทรายแล้ว อาจเลือกใช้วัสดุประสานร่องผสมโพลิเมอร์ที่มีหินกรวดผสมในตัวแทนการโรยกรวดได้เช่นกัน น้ำยาประสานทรายหรือวัสดุประสานร่อง จะช่วยยึดทราย/หินกรวดให้เกาะตัวกัน ลดการกระเด็นหรือกระจายตัวเมื่อโดนฝนและการเดินผ่าน ทั้งยังช่วยลดช่องว่างที่วัชพืชอาจเติบโตได้ น้ำยาประสานหินกรวด ภาพ: ใช้น้ำยาประสานหินกรวดช่วยยึดหินให้เกาะตัวกัน ลดการกระเด็นเมื่อโดนฝน ช่วยลดช่องว่างที่วัชพืชอาจเติบโตได้ ตัวอย่าง น้ำยาประสานทราย เอสซีจี ภาพ: ตัวอย่าง น้ำยาประสานทราย เอสซีจี สำหรับวัสดุประสานร่องผสมโพลิเมอร์ ถูกออกแบบให้มีความแข็งแรง ทำให้ทราย/หินกรวดเกาะตัวแน่น ทนต่อการกระจายจากน้ำฝน รวมถึงมีความยืดหยุ่น เหมาะกับพื้นที่อาจมีการขยับตัวอย่างพื้นที่จอดรถ พื้นทางเดินในสวน POLYMERIC JOINTING ภาพ: POLYMERIC JOINTING วัสดุประสานร่องผสมโพลิเมอร์ เอสซีจี หากบล็อกปูพื้นมีหญ้าขึ้นตามร่อง ควรเริ่มจากกำจัดวัชพืชและทำความสะอาดร่อง หากพบปัญหารากวัชพืชใต้พื้นหรือการติดตั้งเดิมไม่เหมาะสม อาจต้องรื้อปูใหม่ การป้องกันหญ้าขึ้นตามร่องบล็อกคอนกรีตปูพื้นควรเริ่มตั้งแต่การปรับระดับพื้น ปูแผ่น Geotextile รองระหว่างชั้นดินและทราย และเคลือบร่องทราย/หินกรวดด้วยน้ำยาประสานทราย หรือหากเว้นร่องกว้างอาจเลือกใช้วัสดุประสานร่องโพลิเมอร์ทดแทนการโรยกรวด วิธีเหล่านี้ช่วยลดปัญหาวัชพืชและลดภาระการดูแลรักษา ทำให้ทางเดินและพื้นที่สวนภายนอกบ้านดูสวยงามได้นานขึ้น บริการปูบล็อกและกระเบื้องคอนกรีตพื้นภายนอก\ บริการปูบล็อกปูพื้น SCG Happy Space Maker\ > - อ่านเพิ่มเติม: FAQ รวมถาม-ตอบ บล็อกและกระเบื้องคอนกรีตปูพื้น เอสซีจี\ > - อ่านเพิ่มเติม: รีวิว ปรับทางเดินสวนครัวหลังบ้าน 10 ตร.ม. ด้วยงบ 7 พัน\ > - อ่านเพิ่มเติม: รีวิว ปูกระเบื้องลอนดอนเป็นทางเดินหลังบ้าน งบ 4 พันนิด ๆ\ สั่งซื้อบล็อกปูพื้น แผ่นทางเดินกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าบล็อกปูพื้น แผ่นทางเดิน และจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome ข้อมูลนี้จัดทำโดย หน่วยงาน SCG Home Online ซึ่งเป็นหน่วยงาน E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด มหาชน) แบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนการให้คำปรึกษา ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในเรื่องการเลือกใช้วัสดุต่าง ๆ เพื่อการทำบ้าน รวมถึงโซลูชั่นเรื่องบ้านต่าง ๆ โดยผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้าน และเรื่องวัสดุก่อสร้าง สงวนลิขสิทธ์การคัดลอก เผยแพร่ และทำซ้ำ
เช็คราคาติดโซล่าเซลล์วันนี้ได้ที่นี่ ราคาติดตั้งโซล่าเซลล์ล่าสุดปี 2569 พร้อมทำความเข้าใจมาตรการลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท อัปเดตราคาติดโซล่าเซลล์ SCG ปี 2569 ทั้งการติดโซล่าเซลล์ On Grid (ออนกริด) เหมาะกับบ้านที่ใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวัน และระบบติดโซล่าเซลล์ Hybrid (ไฮบริด) ติดแบตเตอรี่เพิ่มเพื่อเก็บกระแสไฟฟ้าไว้ใช้กรณีฉุกเฉินหรือใช้ในเวลากลางคืน การติดโซล่าเซลล์ถือว่าคุ้มค่ามากในยุค ราคาน้ำมัน ค่าไฟ แพง ทั้งนี้ ลูกค้าที่มีชื่อใน E-Tax Invoice และเจ้าของมิเตอร์สำหรับบ้านอยู่อาศัยเป็นชื่อเดียวกัน สามารถติดโซล่าเซลล์ลดหย่อนภาษี* ได้สูงสุด 200,000 บาท (มีผลบังคับใช้ 03 มีนาคม 2569) ในส่วนข่าวมาตราการอุดหนุนการติดตั้งโซล่าร์รูฟภาคครัวเรือน เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ เปิดเผยว่า โครงการอุดหนุนโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) แก่ครัวเรือน เบื้องต้น เป็นการอุดหนุนเงิน 50,000 บาทต่อครัวเรือน สำหรับบ้านที่ติดตั้งระบบขนาด 5 กิโลวัตต์ (kW) ครอบคลุม 1 ล้านครัวเรือน ทั้งนี้อาจะมีการเปลี่ยนแปลงขยายการอุดหนุนไปถึงบ้านที่ติดตั้งขนาด 3 กิโลวัตต์ (kW) โดยอาจจะเปลี่ยนแปลงจำนวนอุดหนุนเป็น 30,000 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งจะมีการกำหนดใหม่ และประกาศอีกรอบหนึ่ง ทั้งนี้สำหรับเจ้าของบ้านที่สนใจติดตั้งโซล่าร์รูฟ ก็ยังถือว่าคุ้มค่าในเรื่องมาตราการลดหย่อนภาษีให้ทันใช้ในปีภาษีหน้า และประหยัดไฟทันทีเมื่อติดตั้งอีกด้วย ราคาติดโซล่าเซลล์ 3kW, 5kW, 15kW, 20kW ราคา แต่ละแพ็คเกจของทาง SCG Solar Roof ดังนี้ ราคาแพคเกจนี้ไม่เข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ราคาแพคเกจนี้สำหรับลูกค้าทั่วไปหรือลูกค้าที่ต้องการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาทเท่านั้น 1. ราคาติดโซล่าเซลล์ Huawei Inverter แพ็คเกจติดโซล่าเซลล์ Huawei Inverter ราคา (บาท) Smart String Inverter Huawei ขนาด 3.75 kW 1 Phase 142,000 Smart String Inverter Huawei ขนาด 5 kW 1 Phase 189,000 Smart String Inverter Huawei ขนาด 10 kW 1 Phase 289,000 Smart String Inverter Huawei ขนาด 6.25 kW 3 Phase 209,000 Smart String Inverter Huawei ขนาด 10 kW 3 Phase 309,000 Smart String Inverter Huawei ขนาด 12.5 kW 3 Phase 349,000 Smart String Inverter Huawei ขนาด 15.63 kW 3 Phase 439,000 Premium String Inverter Huawei ขนาด 3.87 kW 1 Phase 179,000 Premium String Inverter Huawei ขนาด 5.16 kW 1 Phase 215,000 Premium String Inverter Huawei ขนาด 9.67 kW 1 Phase 350,000 Premium String Inverter Huawei ขนาด 6.45 kW 3 Phase 255,000 Premium String Inverter Huawei ขนาด 9.67 kW 3 Phase 370,000 Premium String Inverter Huawei ขนาด 12.9 kW 3 Phase 420,000 Premium String Inverter Huawei ขนาด 16.12 kW 3 Phase 520,000 ติดตั้งโซล่าเซลล์ Huawei Inverter ราคาขึ้นอยู่กับแพ็คเกจ อ้างอิงข้อมูล ติดตั้งโซล่าเซลล์ Huawei Inverter ณ วันที่ 29/10/2569 2. ราคาติดโซล่าเซลล์ Enphase Micro Inverter แพ็คเกจติดโซล่าเซลล์ Enphase Micro Inverter ราคา (บาท) Smart Microinverter Enphase ขนาด 3.75 kW 1 Phase 179,000 Smart Microinverter Enphase ขนาด 5 kW 1 Phase 215,000 Smart Microinverter Enphase ขนาด 6.25 kW 3 Phase 280,000 Smart Microinverter Enphase ขนาด 10 kW 3 Phase 410,000 Smart Microinverter Enphase ขนาด 12.5 kW 3 Phase 479,000 Smart Microinverter Enphase ขนาด 15.63 kW 3 Phase 590,000 Smart Microinverter Enphase ขนาด 25 kW 3 Phase 869,000 Premium Microinverter Enphase ขนาด 3.87 kW 1 Phase 199,000 Premium Microinverter Enphase ขนาด 5.16 kW 1 Phase 239,000 Premium Microinverter Enphase ขนาด 6.45 kW 3 Phase 310,000 Premium Microinverter Enphase ขนาด 9.67 kW 3 Phase 460,000 Premium Microinverter Enphase ขนาด 12.9 kW 3 Phase 549,000 Premium Microinverter Enphase ขนาด 16.12 kW 3 Phase 669,000 Premium Microinverter Enphase ขนาด 25.8kW 3 Phase 987,000 ติดตั้งโซล่าเซลล์ Enphase Micro Inverter ราคาขึ้นอยู่กับแพ็คเกจ อ้างอิงข้อมูล ติดตั้งโซล่าเซลล์ Enphase Micro Inverter ณ วันที่ 29/10/2569 3. ราคาติดโซล่าเซลล์ Sigenergy Inverter แพ็คเกจติดโซล่าเซลล์ Sigenergy Inverter ราคา (บาท) Smart Sigenergy Inverter ขนาด 5 kW 1 Phase 217,000 Smart Sigenergy Inverter ขนาด 6.25 kW 1 Phase 247,000 Smart Sigenergy Inverter ขนาด 10 kW 1 Phase 346,000 Smart Sigenergy Inverter ขนาด 12.5 kW 1 Phase 402,000 Smart Sigenergy Inverter ขนาด 5 kW 3 Phase 230,000 Smart Sigenergy Inverter ขนาด 6.25 kW 3 Phase 258,000 Smart Sigenergy Inverter ขนาด 10 kW 3 Phase 350,000 Smart Sigenergy Inverter ขนาด 12.5 kW 3 Phase 397,000 Smart Sigenergy Inverter ขนาด 20 kW 3 Phase 556,000 Premium Sigenergy Inverter ขนาด 5.16 kW 1 Phase 242,000 Premium Sigenergy Inverter ขนาด 6.45 kW 1 Phase 275,000 Premium Sigenergy Inverter ขนาด 9.67 kW 1 Phase 393,000 Premium Sigenergy Inverter ขนาด 12.9 kW 1 Phase 464,000 Premium Sigenergy Inverter ขนาด 5.16 kW 3 Phase 260,000 Premium Sigenergy Inverter ขนาด 6.45 kW 3 Phase 291,000 Premium Sigenergy Inverter ขนาด 9.67 kW 3 Phase 401,000 Premium Sigenergy Inverter ขนาด 12.9 kW 3 Phase 464,000 Premium Sigenergy Inverter ขนาด 20.64 kW 3 Phase 650,000 ติดตั้งโซล่าเซลล์ Sigenergy Inverter ราคาขึ้นอยู่กับแพ็คเกจ อ้างอิงข้อมูล ติดตั้งโซล่าเซลล์ Hoymiles Micro Inverter ณ วันที่ 29/10/2569 สิทธิประโยชน์และมาตรการช่วยเหลือด้านภาษีในการติดโซล่าเซลล์บ้าน ปี พ.ศ.2569 ประกาศราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 805) พ.ศ. 2569 ออกมาอย่างเป็นทางการ เพื่อให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่บุคคลธรรมดาที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์ โดยสามารถนำค่าใช้จ่ายทั้งค่าอุปกรณ์ และค่าติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา ดาดฟ้า หรือส่วนของอาคารที่อยู่อาศัย มาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท มาตรการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อลดหย่อนภาษีฉบับนี้ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2569 ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2571 โดยจะไม่มีผลย้อนหลังสำหรับผู้ที่ติดตั้งไปก่อนหน้านี้ นับเป็นโอกาสรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีอย่างคุ้มค่าสำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการลงทุนเพื่อความยั่งยืน และประหยัดค่าไฟไปพร้อมกัน วิธีคำนวณลดหย่อนภาษีจากการติดตั้ง Solar Roof Top ตามมาตราการลดหย่อนภาษีของรัฐบาล เนื่องจากฐานภาษีรายได้มีลักษณะเป็นขั้นบันได การประหยัดภาษีจากการติดตั้งโซล่าร์ คือการนำค่าใช้จ่ายการติดตั้งโซล่ามาลดหย่อนเป็นค่าใช้จ่ายก่อนนำไปคำนวณภาษีตามฐานภาษีของคุณอีกขั้นหนึ่ง โดยค่าใช้จ่ายจากการติดตั้งโซล่า สามารถนำมาเป็นค่าลดหย่อนได้สูงสุด 200,000 บาท มาตรการลดหย่อนติดโซล่าร์ *แหล่งที่มาอ้างอิง กรมสรรพากร ตัวอย่างเช่น ฐานภาษีของคุณอยู่ที่ 5% เงินลงทุนติดตั้ง 200,000 บาท เท่ากับประหยัดเงินภาษี 10,000 บาท (200,000*5%) ฐานภาษีของคุณอยู่ที่ 10% เงินลงทุนติดตั้ง 200,000 บาท เท่ากับประหยัดเงินภาษี 20,000 บาท (200,000*10%) ฐานภาษีของคุณอยู่ที่ 20% เงินลงทุนติดตั้ง 200,000 บาท เท่ากับประหยัดเงินภาษี 40,000 บาท (200,000*20%) ฐานภาษีของคุณอยู่ที่ 30% เงินลงทุนติดตั้ง 200,000 บาท เท่ากับประหยัดเงินภาษี 60,000 บาท (200,000*30%) ฐานภาษีของคุณอยู่ที่ 35% เงินลงทุนติดตั้ง 200,000 บาท เท่ากับประหยัดเงินภาษี 70,000 บาท (200,000*35%) เท่ากับว่าคุณได้ส่วนลดในการติดตั้ง Solar Rooftop จากรัฐบาลทันทีสูงสุด 70,000 บาท ซึ่งมีผลทำให้ Payback Period ระยะเวลาคืนทุนในการติดตั้งโซล่าร์รวดเร็วยิ่งขึ้นนั่นเอง โดยเงื่อนไขสำคัญของมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ (Solar Rooftop) จะมีดังนี้ ระยะเวลาโครงการ: มีผลตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2571 สิทธิประโยชน์: หักลดหย่อนได้ตามจำนวนเงินที่จ่ายจริง แต่รวมกันแล้วไม่เกิน 200,000 บาท (ใช้สิทธิได้ 1 ครั้งต่อ 1 ระบบ) ประเภทที่อยู่อาศัย: สำหรับการติดตั้งบนหลังคาบ้านหรืออาคารสำหรับอยู่อาศัย หลักฐานการใช้สิทธิ: ต้องมีหลักฐานเป็นใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) เท่านั้น มาตราการลดหย่อนภาษีโซล่าร์ หมายเหตุ *] : โปรดศึกษารายละเอียดเงื่อนไขการ[ติดโซล่าเซลล์ลดหย่อนภาษี\ เลือกขนาดโซล่าร์เซลล์เท่าไหร่ดีให้เหมาะกับค่าไฟรายเดือน โดยปกติแล้วการติดโซล่าเซลล์ขนาดเท่าไหร่ จะขึ้นอยู่กับค่าไฟรายเดือนของคุณ หลักการง่ายๆ คือ ติดโซล่าเซลล์ 3kW – 5kW (เหมาะสำหรับบ้านขนาดเล็ก-กลาง ค่าไฟ 3,000 – 6,000 บาท/เดือน) ติดโซล่าเซลล์ 10kW ขึ้นไป (เหมาะสำหรับบ้านขนาดใหญ่/ออฟฟิศ ค่าไฟ 8,000 บาทขึ้นไป/เดือน) ทั้งนี้จะต้องดูที่พฤติกรรมการใช้ไฟและไฟเฟสของบ้านด้วย โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความ ระบบหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Roof) มีกี่แบบ? พร้อมโปรแกรมคำนวณระยะเวลาคืนทุน ใช้บริการติดโซล่าเซลล์ กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ ด้วยมาตราฐานการติดตั้ง และบริการหลังการขายที่วางใจได้ โดยบริการติดหลังคาโซล่ากับทาง SCG จะมีทีมผู้เชี่ยวชาญ พร้อมให้คำปรึกษา ตรวจสุขภาพหลังคา ออกแบบ ติดตั้ง บริการหลังการขาย รับประกันแผงและประสิทธิภาพการผลิตไฟสูงสุด 30 ปี โดยภายในบริการจะประกอบด้วย Roof Health Check ตรวจเช็คสภาพหลังคา พร้อมโซลูชันแก้ทุกปัญหาก่อนติดตั้ง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด Optimized Design ออกแบบระบบโซลาร์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และเป็นไปตามมาตรฐานด้านวิศวกรรม Professional Installation ติดตั้งโดยทีมช่าง มืออาชีพ หมดกังวลกับปัญหาหลังคารั่วซึม Solar Permitting Process ดำเนินการเรื่องเอกสาร ขออนุญาตติดตั้งโซลาร์รูฟกับภาครัฐ ตลอดทั้งกระบวนการ Excellence Customer Care Service บริการดูแลหลังการขายครบวงจร พร้อมติดตามประสิทธิภาพการทํางานของระบบโซลาร์ ทำไมต้องเลือกติดโซล่าเซลล์ กับ SCG Solar Roof เท่านั้น 1.เชี่ยวชาญ รู้จริง เรื่องระบบหลังคาโซลาร์ SCG มีประสบการณ์ด้านหลังคามากกว่า 80 ปี เข้าใจโครงสร้างและการรับน้ำหนักของหลังคาอย่างลึกซึ้ง ทีมวิศวกรของเราออกแบบระบบโซลาร์ที่เหมาะสมกับหลังคาบ้านคุณโดยเฉพาะ มั่นใจได้ทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัยตลอดอายุการใช้งาน 2.เลือกใช้อุปกรณ์มาตรฐาน ปลอดภัย ใช้งานระยะยาว ทุกชิ้นส่วนของ ONNEX SOLAR ROOF คัดสรรจากผู้ผลิตชั้นนำระดับโลก ทั้งแผงโซลาร์ Monocrystalline Tier 1 และ Inverter มาตรฐานสากล ทนทานต่อสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย พร้อมระบบป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรและฟ้าผ่า ให้คุณใช้งานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด 3.นวัตกรรม Solar FIX สิทธิบัตรเฉพาะเอสซีจี ระบบติดตั้ง Solar FIX และ Solar Hook ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรเฉพาะของ SCG ออกแบบให้ยึดแผงโซลาร์ อย่างแข็งแรงโดยไม่ต้องเจาะหลังคา ป้องกันการรั่วซึม ระบายอากาศได้ดี ติดตั้งโดยทีมช่างมืออาชีพที่ผ่าน การอบรมมาตรฐานสากล รับประกันคุณภาพงานติดตั้ง 4.ดูแลครบจบ รับประกันนานสูงสุด 30 ปี SCG SOLAR ROOF มอบความอุ่นใจด้วยการรับประกันประสิทธิภาพแผงโซลาร์นานสูงสุด 30 ปี พร้อมบริการหลังการขายที่ครบวงจร ทั้งล้างแผงและตรวจเช็คระบบประจำปีฟรี ติดตามการผลิตไฟฟ้าผ่านแอปพลิเคชันมือถือ และทีมช่างเทคนิคพร้อมบริการตลอดระยะเวลารับประกัน ติดตั้งระบบหลังคาโซลาร์ที่ SCGHOME.COM สามารถออก E-TAX เพื่อนำไปใช้ลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท สรุปภาพรวมมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้งระบบหลังคาโซลาร์ สำหรับบ้านอยู่อาศัย ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด: 200,000 บาท (สำหรับบ้านอยู่อาศัย) ต้องเป็นระบบที่ติดตั้งใหม่ แบบ on-grid (ติดแบตเตอรี่เพิ่มได้) ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งสูงสุดไม่เกิน 10 kWp ต่อหลัง ผู้ใช้สิทธิ์ ต้องเป็นคนเดียวกับรายชื่อใน E-Tax Invoice และเจ้าของมิเตอร์ เงื่อนไขหลัก: ต้องซื้อระบบ ติดตั้ง และได้รับอนุญาตให้เชื่อมต่อโครงข่าย ตั้งแต่ 3 มี.ค. 69 เป็นต้นไป ใช้สิทธิ์ย้อนหลังไม่ได้ *แหล่งที่มาอ้างอิงจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ต้องการติดตั้งโซล่าร์กับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าที่เป็นค่าสำรวจโซล่าร์เซลล์ผ่านเวบไซต์ SCGHOME.COM จองวันที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่เข้าสำรวจ และชำระเงินค่าสำรวจ เมื่อสำรวจแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะจัดส่งใบสำรวจ พร้อมใบเสนอราคาให้ลูกค้า ลูกค้าชำระค่าบริการตามใบเสนอราคา หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะเข้าติดตั้งตามวันที่นัดหมาย สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome ข้อมูลนี้จัดทำโดย หน่วยงาน SCG Home Online ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแล E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนการให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในเรื่องการเลือกใช้วัสดุต่างๆ เพื่อการทำบ้าน รวมถึงโซลูชั่นเรื่องบ้านต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ในหน่วยงาน ข้อมูลนี้มีลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอก ทำซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต
ความแตกต่างของพื้นหล่อในที่กับพื้นสำเร็จรูป เรื่องพื้นๆ ที่หลายคนยังสงสัยว่า “พื้นหล่อในที่” กับ “พื้นสำเร็จรูป” ต่างกันอย่างไร เพราะมองด้วยตาและลองเดินดูแล้วก็เหมือนกัน จริงแล้วพื้นทั้ง 2 ชนิดเป็นพื้นปูนเหมือนกัน มีความแตกต่างกันที่วิธีการติดตั้งและความเหมาะสมของพื้นที่ใช้งาน พื้นหล่อในที่ หรือพื้นคอนกรีตหล่อในที่ เป็นพื้นที่ใช้คอนกรีตมาเทหน้างาน เหมาะกับบริเวณพื้นที่เสี่ยงต่อการรั่วซึม อาทิ พื้นห้องน้ำ พื้นระเบียง พื้นดาดฟ้า โดยสามารถออกแบบให้ใช้ได้กับทั้งโครงสร้างชนิดที่วางบนคานและวางบนดิน ชนิดวางบนคาน จะใช้กับโครงสร้างระบบเสาคาน เป็นโครงสร้างที่นิยมใช้งานกับอาคารทั่วไป รับน้ำหนักได้ดี ชนิดวางบนดิน เป็นการหล่อพื้นลงบนพื้นดินหรือทรายบดอัดแน่นโดยตรง ไม่มีโครงสร้างใต้ดินรองรับ ทั้งนี้ต้องบดอัดดินหรือทรายให้แน่น เพราะคอนกรีตจะแตกร้าวได้หากดินหรือทรายด้านล่างเกิดการยุบตัว จึงควรอยู่อย่างอิสระจากโครงสร้างส่วนอื่นๆ มักเป็นพื้นที่ภายนอกตัวอาคาร เช่น ลานซักล้าง ที่จอดรถ ถนนหน้าบ้าน สำหรับการทำงานของพื้นหล่อในที่นั้น ก็จะประกอบไปด้วย การผูกเหล็ก ตีไม้แบบ เทคอนกรีต เมื่อเทเสร็จแล้วก็ต้องมีระยะเวลารอปูนเซตตัวรวมถึงอาจต้องมีการบ่มคอนกรีตด้วยเพื่อให้โครงสร้างมีความแข็งแรง ดังนั้นก็จะใช้เวลาดำเนินการที่มากกว่าพื้นสำเร็จรูป พื้นหล่อในที่ต้องมีการผูกเหล็ก-ตีไม้แบบ ภาพ: พื้นหล่อในที่ต้องมีการผูกเหล็ก-ตีไม้แบบ-เทคอนกรีต และรอคอนกรีตเซตตัว พื้นหล่อในที่ชนิดวางบนคาน ภาพ: พื้นหล่อในที่ชนิดวางบนคานสำหรับเป็นพื้นชั้น 2 พื้นหล่อในที่ชนิดวางบนดิน ภาพ: พื้นหล่อในที่ชนิดวางบนดินสำหรับเป็นพื้นที่จอดรถ พื้นสำเร็จรูป หรือพื้นคอนกรีตสำเร็จรูป เป็นพื้นสำเร็จรูปจากโรงงาน โดยหล่อคอนกรีตขึ้นเป็นแผ่นและเสริมด้วยลวดอัดแรงกำลังสูง ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงทนทาน มีทั้งแบบตัน แบบสามขา (ท้องลอน) และแบบกลวง (Hollow Core) ติดตั้งได้เฉพาะกับโครงสร้างชนิดวางบนคานเท่านั้น จากนั้นวางตะแกรงเหล็ก (Wire Mesh) เสริมด้านบน แล้วเทคอนกรีตทับหน้า (Topping) ประมาณ 5 ซม จึงช่วยประหยัดเวลาในการก่อสร้าง เพราะไม่ต้องทำไม้แบบและผูกเหล็ก แต่ไม่ควรใช้ในพื้นที่ภายนอกบ้าน และพื้นที่เปียก เช่น ระเบียง ห้องน้ำ เนื่องจากมีรอยต่อระหว่างแผ่นพื้นมาก เสี่ยงต่อการรั่วซึมได้ พื้นคอนกรีตสำเร็จรูปแบบตัน ภาพ: พื้นคอนกรีตสำเร็จรูปแบบตัน พื้นคอนกรีตสำเร็จรูปแบบกลวง ภาพ: พื้นคอนกรีตสำเร็จรูปแบบกลวง (Hollow Core) พื้นคอนกรีตสำเร็จรูปติดตั้งวางบนคาน ภาพ: พื้นคอนกรีตสำเร็จรูปติดตั้งวางบนคาน “พื้นหล่อในที่” กับ “พื้นสำเร็จรูป” เป็นพื้นคอนกรีตเหมือนกัน แต่มีวิธีการติดตั้งและความเหมาะสมของพื้นที่ใช้งานต่างกัน ทั้งนี้วิศวกรจะเป็นผู้เลือกระบบพื้นและคำนวนขนาดที่เหมาะสมกับงบประมาณและการออกแบบพื้นที่ใช้สอย สนใจ แผ่นพื้นสำเร็จรูป คลิก\ สั่งคอนกรีตผสมเสร็จ CPAC 1 click\ อ่านเพิ่มเติม: คอนกรีตผสมเสร็จ 1 คิว เทพื้นได้กี่ตารางเมตร? อ่านเพิ่มเติม: พื้นโรงรถทรุดแตกร้าวอย่าตกใจ ปรับปรุงใหม่ได้ให้ดูดี พื้นคอนกรีตหล่อในที่ กับ พื้นสำเร็จรูป ต่างกันอย่างไร? คลิกดู VDO\ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome ข้อมูลนี้จัดทำโดย หน่วยงาน SCG Home Online ซึ่งเป็นหน่วยงาน E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด มหาชน) แบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนการให้คำปรึกษา ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในเรื่องการเลือกใช้วัสดุต่าง ๆ เพื่อการทำบ้าน รวมถึงโซลูชั่นเรื่องบ้านต่าง ๆ โดยผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้าน และเรื่องวัสดุก่อสร้าง สงวนลิขสิทธ์การคัดลอก เผยแพร่ และทำซ้ำ
การคำนวณปริมาตรคอนกรีตที่ต้องใช้ และวิธีการสั่งคอนกรีตผสมเสร็จพร้อมเทให้ได้ตามที่ต้องการ รวมถึงการคำนวณปริมาณของส่วนผสมคอนกรีตระหว่าง ปูนซีเมนต์ หิน ทราย และน้ำในกรณีที่ผสมคอนกรีตเองหน้างาน >การสั่งคอนกรีตสำเร็จ หรือคอนกรีตผสมเสร็จมาใช้งาน เจ้าของบ้านสามารถคำนวณปริมาตรคอนกรีตที่ต้องการสั่งได้โดยวัดพื้นที่และความหนาที่ต้องการเทในหน่วยเมตร (ม.) ตามสูตร กว้าง x ยาวx หนา = ปริมาณคอนกรีตที่ต้องสั่ง (หน่วยเป็น ลบ.ม. หรือนิยมเรียกว่า “คิว” ซึ่งย่อมาจากคิวบิกเมตร) เช่น พื้นที่จอดรถกว้าง 4 ม. ยาว 5 ม. เทคอนกรีตหนา 10 ซม. (0.1 ม.) จะได้ 5 x 4 x 0.10 = 2 คิว หรือ 2 ลบ.ม. คอนกรีตผสมเสร็จ,ส่วนผสมคอนกรีต,อัตราส่วนผสมคอนกรีต,ส่วนผสมหินทรายปูน,คอนกรีตเทพื้น,ค่ากำลังอัด >ภาพ: ตัวอย่างการคำนวณการสั่งคอนกรีตเทพื้นที่จอดรถ >ซึ่งการสั่งคอนกรีตผสมเสร็จมาส่งที่หน้างานนี้จะใช้รถโม่คอนกรีตวิ่งตรงจากโรงงานที่ใกล้เคียง มี 2 ขนาดคือ รถโม่ขนาดเล็ก สามารถบรรทุกคอนกรีตสูงสุดที่ 2 คิว และรถโม่ขนาดใหญ่ สามารถบรรทุกคอนกรีตสูงสุดที่ 5 คิว >ในการสั่งคอนกรีตผสมเสร็จต้องระบุประเภทงานโครงสร้างด้วย เช่น คอนกรีตสำหรับเทเสาเข็ม ฐานราก เสา คาน พื้นภายในอาคาร หรือพื้นดาดฟ้า เป็นต้น เพราะการเทคอนกรีตในส่วนโครงสร้างที่กล่าวมานี้มีความแตกต่างกันที่ค่ากำลังอัด และค่าการยุบตัว ซึ่งขึ้นอยู่กับวิศวกรเป็นผู้กำหนด คอนกรีตผสมเสร็จ,เทพื้น,พื้นบ้าน >ภาพ: สั่งคอนกรีตผสมเสร็จมาเทพื้นที่หน้างาน >นอกจากนี้จะต้องคำนึงถึงเวลาที่ต้องการใช้คอนกรีต โดยต้องระบุเวลา สถานที่ และรายละเอียดที่อยู่หน้างานให้ทางโรงงานทราบ เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ผสมน้ำยาหน่วงคอนกรีตให้สัมพันธ์กับระยะเวลาและระยะทาง เพื่อป้องกันคอนกรีตเซตตัวก่อนถึงหน้างาน ทั้งนี้เจ้าของบ้านต้องตรวจสอบและเตรียมพื้นที่ทางเข้า รวมถึงจุดจอดรถเพื่อลำเลียงคอนกรีตให้อยู่ในระยะปลอดภัยตามขนาดรถโม่ด้วย คอนกรีตผสมเสร็จ,ส่วนผสมคอนกรีต,อัตราส่วนผสมคอนกรีต,ส่วนผสมหินทรายปูน,คอนกรีตเทพื้น,ค่ากำลังอัด >ภาพ: รถโมคอนกรีต CPAC และปริมาณบรรทุกคอนกรีต >ส่วนการสั่งปูนซีเมนต์ ทราย และหินมาผสมเองที่หน้างาน จะมีอัตราส่วนผสมคอนกรีตที่ต่างกันออกไปตามการใช้งาน ดังนี้ >สูตร 1 : 2 : 4 เหมาะสำหรับงานโครงสร้างคอนกรีตทั่วไป เช่น พื้น เสา คาน ตอม่อ >สูตร 1 : 3 : 5 เหมาะสำหรับเทคอนกรีตหยาบ ใช้ปรับระดับ หรืองานรับกำลังได้ต่ำ >สูตร 1 : 1.5 : 3 เหมาะสำหรับงานถนน และโครงสร้างที่ต้องการความแข็งแรง >สูตร 1 : 1.5 : 2 เหมาะกับงานโครงสร้างที่ต้องการความแข็งแรงและความทนทานมากขึ้น ปูนSCG,ทราย,หิน,น้ำ >ภาพ: ส่วนผสมคอนกรีต >ตัวอย่างวิธีคำนวณปริมาณ ปูนซีเมนต์ ทราย และหิน ยึดตามมาตรฐานจาก[กรมชลประทาน] ซึ่งกำหนดปริมาณวัสดุที่ต้องใช้ผสมเป็นคอนกรีต 1 คิว ไว้ดังนี้ >คอนกรีตส่วนผสม 1 : 2 : 4 >ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ (เอสซีจี) 324 กก. >ทรายหยาบ 0.57 ลบ.ม. >หิน (เบอร์ 1-2) 1.09 ลบ.ม. >(น้ำประมาณ 180 ลิตร) >คอนกรีตส่วนผสม 1 : 3 : 5 (คอนกรีตหยาบ) >ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ (เอสซีจี) 260 กก. >ทรายหยาบ 0.62 ลบ.ม. >หิน (เบอร์ 1-2) 1.03 ลบ.ม. >(น้ำประมาณ 180 ลิตร) >ตัวอย่างเช่น ต้องการใช้คอนกรีต 2 คิวในการเทพื้นที่จอดรถกว้าง 4 ม. ยาว 5 ม. เทคอนกรีตหนา 10 ซม. (0.1 ม.) >คอนกรีตสูตร 1 : 2 : 4 จะได้ >ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ (เอสซีจี) 324 x 2 = 648 กก. ซึ่งใช้ปูนประมาณ 13 ถุง (ถุงละ 50 กก.) >ทรายหยาบ 0.57 x 2 = 1.14 ลบ.ม. >หิน (เบอร์ 1-2) 1.09 x 2 = 2.18 ลบ.ม. >ส่วนการสั่งซื้อทรายและหินนั้น โดยทั่วไปร้านค้าจะมีจำหน่ายทั้งแบบเป็นถุง (ถุงละ 25, 30 และ 35 กก.) และแบบสั่งเป็นคิว ซึ่งหากใช้ปริมาณมากแบบถุงจะไม่คุ้มค่าเพราะมีราคาสูงกว่า ส่วนการสั่งเป็นคิวหากเป็นรถ 6 ล้อจะจัดส่งได้สูงสุดเที่ยวละ 5 คิว ซึ่งบางร้านสามารถสั่งทรายและหินรวมกันมาในรถคันเดียวได้ เช่น สั่งซื้อ ทราย 2 คิว และหิน 3 คิวรวมกัน ทั้งนี้สามารถสอบถามรายละเอียดการสั่งซื้อโดยตรงจากร้านขายวัสดุก่อสร้าง คอนกรีตผสมเสร็จ,ส่วนผสมคอนกรีต,อัตราส่วนผสมคอนกรีต,ส่วนผสมหินทรายปูน,คอนกรีตเทพื้น,ค่ากำลังอัด >ภาพ: หลักการคำนวณปริมาณคอนกรีต 2 คิว ตามสูตร 1 : 2 : 4 โดยใช้ภาชนะในการชั่งน้ำหนักส่วนผสมเดียวกัน เช่น บุ้งกี๋ หรือ ถัง เป็นต้น คอนกรีตผสมเสร็จ,ส่วนผสมคอนกรีต,อัตราส่วนผสมคอนกรีต,ส่วนผสมหินทรายปูน,คอนกรีตเทพื้น,ค่ากำลังอัด >ภาพ การผสมคอนกรีตหน้างาน โดยวิธีผสมด้วยมือ คอนกรีตผสมเสร็จ,ส่วนผสมคอนกรีต,อัตราส่วนผสมคอนกรีต,ส่วนผสมหินทรายปูน,คอนกรีตเทพื้น,ค่ากำลังอัด >ภาพ เครื่องผสมคอนกรีตเองหน้างาน >Tips : คอนกรีตที่ผสมเองหน้างานจะเหมาะกับงานปริมาณน้อย หรือมีพื้นที่ที่ไม่สะดวกต่อการลำเลียงคอนกรีตด้วยรถโม่ ส่วนคอนกรีตผสมเสร็จซึ่งควบคุมคุณภาพและมาตรฐานคอนกรีตได้คงที่กว่า จะเหมาะกับงานปริมาณมาก มีการวางแผนการทำงานที่แน่นอน และมีพื้นที่หน้างานที่เข้าถึงได้สะดวก สั่งคอนกรีตผสมเสร็จ CPAC 1 click\ สนใจ บริการทำพื้นคอนกรีต เท ปาด ขัด คลิก\ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome ข้อมูลนี้จัดทำโดย หน่วยงาน SCG Home Online ซึ่งเป็นหน่วยงาน E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด มหาชน) แบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนการให้คำปรึกษา ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในเรื่องการเลือกใช้วัสดุต่าง ๆ เพื่อการทำบ้าน รวมถึงโซลูชั่นเรื่องบ้านต่าง ๆ โดยผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้าน และเรื่องวัสดุก่อสร้าง สงวนลิขสิทธ์การคัดลอก เผยแพร่ และทำซ้ำ