เล่าถึงประสบการณ์จริงจากการใช้เครื่องเติมอากาศดี SCG Active AIR Quality ในบ้านของคุณวิทวัจน์ สุนทรวิเนตร์ ที่สามารถสร้างอากาศบริสุทธิ์ได้ในขณะที่ปิดประตูหน้าต่างมิดชิดเพื่อหนีฝุ่น PM2.5 จากภายนอก “การใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ ทุกวันนี้ไม่ง่ายเลย โดยเฉพาะกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่ต้องเผชิญทุกวัน ผมเคยลองติดตั้งเครื่องฟอกอากาศทั่วไปหลายตัวแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้บ้านเป็นที่ที่อากาศบริสุทธิ์ได้จริง จนกระทั่งได้รู้จักกับ SCG Active AIR Quality ระบบนี้ไม่ใช่แค่ฟอกอากาศ แต่ยังเติมอากาศสะอาดเข้ามาในบ้านด้วยหลักการแรงดันบวก ทำให้ผมไม่ต้องกังวลเรื่องฝุ่นจะเข้ามาในบ้านอีกต่อไป อากาศในบ้านสดชื่นทุกครั้งที่หายใจเข้า รู้สึกได้ชัดเจนว่าตื่นมาสดชื่นทุกเช้า ราวกับบ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยจากมลพิษทางอากาศจริง ๆ” คุณวิทวัจน์ สุนทรวิเนตร์ Single Image เครื่องเติมอากาศดี SCG Active AIR Quality บ้านคุณวิทวัส ฝุ่น PM 2.5 ปัญหาท้าทายในชีวิตประจำวันของทุกคน เมื่อฝุ่น PM 2.5 เป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย ณ ปัจจุบัน การรักษาคุณภาพอากาศภายในบ้าน โดยเฉพาะพื้นที่ในกรุงเทพฯ กลายเป็นเรื่องยากสำหรับหลายครอบครัว จนเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปิดประตูหน้าต่างเพื่อป้องกันฝุ่น แต่ก็ต้องแลกกับสภาวะอากาศที่ร้อนและอับชื้นในบ้าน แม้จะหันมาใช้เครื่องฟอกอากาศในบ้านหลายจุด ก็ไม่สามารถสร้างสภาพอากาศบริสุทธิ์ได้อย่างแท้จริง คุณวิทวัจน์ สุนทรวิเนตร์ เป็นอีกท่านที่พยายามหาทางแก้ไขปัญหานี้มาโดยตลอด จนกระทั่งค้นพบทางเลือกซึ่งสามารถสร้างอากาศบริสุทธิ์ในบ้านที่ทำให้หายใจได้เต็มปอดอีกครั้ง ย้อนรอยความทรงจำกับวันวานแห่งอากาศบริสุทธิ์ในบ้าน คุณวิทวัจน์ ถ่ายทอดเรื่องราว 30 ปีที่แล้ว กับความทรงจำเมื่อเขาและครอบครัวตัดสินใจสร้างบ้านหลังนี้ในย่านนางลิ้นจี่ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์ ณ ช่วงเวลานั้น คุณวิทวัจน์ออกแบบบ้านให้มีประตูบานสไลด์ขนาดใหญ่ เพื่อรับลมเย็นจากธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์โดยไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศ แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนผ่าน สภาวะอากาศก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ฝุ่นควัน PM 2.5 และมลพิษในอากาศเพิ่มสูงขึ้น บ้านที่เคยเปิดรับอากาศดีจากภายนอกกลายเป็นต้องคอยปิดให้มิดชิด ถึงกระนั้นภายในบ้านก็ยังมีฝุ่นแทรกซึมเข้ามาได้ แม้จะปิดประตูหน้าต่างสนิทเพียงใดก็ตาม Single Image เครื่องเติมอากาศดี SCG Active AIR Quality บ้านคุณวิทวัส อากาศอึดอัด อับทึบ เพราะปิดบ้านหนีฝุ่น กระทบสุขภาพ การหลีกเลี่ยงปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยปิดบ้านมิดชิด ส่งผลให้อากาศในบ้านไม่ได้ถ่ายเทและมีอุณหภูมิสูงขึ้น เกิดสภาวะร้อน อึดอัด หายใจไม่สะดวก โดยเฉพาะในช่วงที่โควิด-19 แพร่ระบาด ยิ่งน่ากังวลว่าหากไม่มีการหมุนเวียนของอากาศที่ดี อาจเกิดการสะสมเชื้อโรคเพิ่มขึ้นภายในบ้าน “ก่อนหน้านี้ผมแก้ไขปัญหาได้เพียงติดตั้งเครื่องฟอกอากาศหลายๆ จุดในบ้าน แต่ก็ยังไม่เห็นความแตกต่างที่เกิดขึ้น นอกจากหน้าจอที่แสดงตัวเลขบนเครื่องฟอกอากาศเท่านั้น แม้จะมีเครื่องฟอกอากาศแล้ว แต่ผมก็ยังต้องปิดบ้านเพื่อป้องกันฝุ่น และยังคงไม่ได้รับอากาศจากภายนอกบ้านเหมือนเดิม” คุณวิทวัจน์กล่าว กลับมาหายใจในบ้านได้เต็มปอดอีกครั้งกับ SCG Active AIR Quality คุณวิทวัจน์ไม่เคยหยุดค้นหาวิธีการที่จะช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศในบ้านให้ดีขึ้นเพื่อคนในครอบครัว จนกระทั่งได้พบกับนวัตกรรมของเครื่องเติมอากาศดีอย่าง SCG Active AIR Quality ซึ่งมีความแตกต่างและตอบโจทย์กว่าการใช้เครื่องฟอกอากาศทั่วไป Singleimage “หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าระบบ SCG Active AIR Quality นั้นแตกต่างจากเครื่องฟอกอากาศทั่วไป เพราะไม่ใช่แค่ฟอกอากาศเสียเท่านั้น แต่เป็นการเติมอากาศเข้าบ้าน โดยระบบนี้ทำงานโดยใช้หลักการแรงดันบวก เปรียบเสมือนโรงพยาบาลขนาดย่อม อากาศบริสุทธิ์จากภายนอกจะถูกกรองหลายชั้น และมีการดันอากาศเสียภายในบ้านออก อากาศที่ไหลเข้าสู่ตัวบ้านจึงเย็นสบายโดยธรรมชาติ ผมชอบระบบนี้มากๆ เพราะสามารถปรับคุณภาพอากาศให้ดีก่อนเข้าบ้านตั้งแต่แรก ไม่ต้องรอให้อากาศเข้ามาในบ้านก่อนแล้วถึงฟอก” คุณวิทวัจน์กล่าว Singleimage ระบบ Positive Pressure เครื่องเติมอากาศดี SCG Active AIR Quality หลักการทำงาน: เครื่องเติมอากาศดี SCG Active AIR Quality รับชม VDO หลักการทำงาน เครื่องเติมอากาศ คลิก\ เครื่องเติมอากาศดี SCG Active AIR Quality พร้อมติดตั้ง คลิก\ สัมผัสกับความรู้สึกสบายปอด ที่ทำให้ตื่นนอนได้อย่างสดชื่น คุณวิทวัจน์ถ่ายทอดประสบการณ์หลังจากที่ได้ติดตั้งเครื่องเติมอากาศดี SCG Active AIR Quality บริเวณห้องนอน ว่า “ผมรู้สึกได้ชัดเจนเลยว่า ความรู้สึก “สบายปอด” เป็นยังไง ผมตื่นมาแล้วสดชื่นมากแบบรู้สึกได้ ไม่งัวเงีย ความรู้สึกนี้ผมสัมผัสได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องดูจากตัวเลขที่แสดงบนหน้าจอของอุปกรณ์” Singleimage เครื่องเติมอากาศดี กรองฝุ่น เชื้อโรค Active AIR Quality คุณวิทวัจน์ ยังเสริมอีกด้วยว่า SCG Active AIR Quality นี้ใช้งานง่าย ไม่ต้องดูแลรักษามาก ประหยัดไฟ และทำงานเงียบจนไม่รบกวนการนอนหลับ “ผมอยากแนะนำให้เจ้าของบ้านหลังอื่นๆ ได้ใช้ระบบ SCG Active AIR Quality โดยเฉพาะบ้านที่ มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือคนที่เป็นภูมิแพ้อากาศ ควรใช้ระบบดังกล่าวนี้มากๆ เพราะเรื่องสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แม้ว่าอากาศภายนอกจะรุนแรงแค่ไหน แต่การใช้ชีวิตในบ้านเป็นสิ่งที่เราควบคุมได้ ควรเลือกใช้ชีวิตในบ้านไปพร้อมกับอากาศที่สะอาด และปลอดภัยกันครับ” คุณวิทวัจน์กล่าวทิ้งท้ายไว้ Singleimage แก้ปัญหา ฝุ่น PM เครื่องเติมอากาศดี บ้านคุณวิทวัส และทั้งหมดนี้เป็นการถ่ายทอดประสบการณ์จริงหลังจากที่คุณวิทวัจน์ ได้ใช้งานเครื่องเติมอากาศดีอย่างระบบ SCG Active AIR Quality และเห็นได้ชัดถึงการเปลี่ยนแปลงที่พัฒนาคุณภาพอากาศและการใช้ชีวิตในบ้านได้อย่างลงตัว Single Image แก้ปัญหา ฝุ่น PM เครื่องเติมอากาศดี บ้านคุณวิทวัส เครื่องเติมอากาศดี SCG Active AIR Quality พร้อมติดตั้ง คลิก\ 10 คำถามถามบ่อย: เครื่องเติมอากาศดี SCG Active AIR Quality รับชม VDO 10 คำถามถามบ่อย เครื่องเติมอากาศ คลิก\ สรุป หมดกังวลกับปัญหา ฝุ่น PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพด้วย เครื่องเติมอากาศ SCG Active AIR Quality นวัตกรรมที่ช่วยสร้าง อากาศบริสุทธิ์ ภายในบ้านได้จริง แตกต่างจากการใช้ เครื่องฟอกอากาศ ทั่วไป เพราะทำงานด้วยระบบ Positive Pressure หรือแรงดันบวก ซึ่งทำหน้าที่เติมอากาศดีที่ผ่านการกรองเข้าสู่ตัวบ้านและดันอากาศเสียรวมถึงฝุ่นออกไป ช่วยแก้ปัญหาบ้านอับทึบจากการปิดประตูหน้าต่าง ทำให้หายใจได้เต็มปอดและนอนหลับได้อย่างสบายเหมือนประสบการณ์ของคุณวิทวัจน์ สุนทรวิเนตร์ ระบบนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวที่มีผู้ป่วย ภูมิแพ้อากาศ เด็กเล็ก หรือผู้สูงอายุ เพราะช่วยควบคุมคุณภาพอากาศให้สะอาดปลอดภัยตลอดเวลา ตัวเครื่องทำงานเงียบ ประหยัดไฟ และดูแลรักษาง่าย เป็นคำตอบสำหรับผู้ที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตในบ้านให้ห่างไกลจากมลพิษและเชื้อโรคอย่างยั่งยืน วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: > ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
รู้จักการทำงานของเครื่องเติมอากาศ ที่สร้างระบบเติมอากาศในบ้านแบบแรงดันบวก ฟอกอากาศ ช่วยกรองฝุ่นและเชื้อโรคก่อนเข้าบ้าน พร้อมหลักการเลือกใช้ รวมถึงข้อแตกต่างระหว่างเครื่องเติมอากาศดีกับเครื่องฟอกอากาศ เครื่องเติมอากาศในบ้านทำงานอย่างไร? เครื่องเติมอากาศในบ้านหรือที่เรียกกันว่าเครื่องเติมอากาศดี จะเอาอากาศจากภายนอกบ้านมาทำการ “กรองฝุ่นและเชื้อโรค ก่อนนำเข้าสู่ภายในบ้าน” โดยอากาศดีที่เข้ามาจะสร้างแรงดันบวก หรือที่เรียกว่า Positive Pressure แล้วดันเอาอากาศเดิมในบ้าน (ซึ่งมักเป็นแหล่งสะสมของสารก่อภูมิแพ้ คาร์บอนไดออกไซด์) ออกไปตามรอยต่อประตูหน้าต่าง อากาศในห้องจึงถ่ายเทได้ตลอดแม้บ้านปิดมิดชิด และความที่เป็นแรงดันบวก ซึ่งหมายถึงแรงดันอากาศในห้องจะสูงกว่าภายนอกบ้าน ดังนั้นโดยหลักการแล้ว ฝุ่นและเชื้อโรคจากนอกบ้านจะเข้ามาในบ้านไม่ได้ เครื่องเติมอากาศดี ช่วยสร้างระบบเติมอากาศในบ้านแบบแรงดันบวก ภาพ: ระบบแรงดันบวก Positive Pressure ที่สร้างโดยเครื่องเติมอากาศในบ้าน เครื่องเติมอากาศดี ช่วยสร้างระบบเติมอากาศในบ้านแบบแรงดันบวก ภาพ: ตัวอย่างเครื่องเติมอากาศในบ้าน ซึ่งมีทั้งแบบติดตั้งภายนอกบ้าน (บนซ้ายและล่างขวา) กับแบบติดตั้งภายในบ้าน (บนขวาและล่างซ้าย) ใช้เครื่องฟอกอากาศ แทนเครื่องเติมอากาศในบ้านได้หรือไม่? เครื่องฟอกอากาศจะทำการกำจัด “ฝุ่นและเชื้อโรคที่มีอยู่ในบ้าน” (ต่างกับเครื่องเติมอากาศดีที่จะกรองเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าบ้านตั้งแต่แรก) โดยเครื่องฟอกอากาศจะสามารถกำจัดอนุภาค เชื้อโรค สารพิษอะไรในบ้านเราได้บ้างนั้น ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของเครื่องฟอกแต่ละรุ่น เครื่องฟอกอากาศจะไม่ได้ทำการถ่ายเทอากาศในบ้านออกสู่นอกบ้าน และไม่ได้สร้างแรงดันบวก ฝุ่น เชื้อโรคจากนอกบ้านมีโอกาสเข้ามาสู่ภายในบ้านได้ตามรอยต่อต่างๆ ได้ง่าย ดังนั้นการใช้เครื่องฟอกอากาศ จึงได้ผลลัพธ์ที่ต่างไปอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับเครื่องเติมอากาศ\ซึ่งสามารถสร้างระบบเติมอากาศภายในบ้านได้ต่อเนื่องตลอดเวลาที่เครื่องทำงาน เครื่องเติมอากาศในบ้าน มีกี่แบบ? โดยทั่วไปเครื่องเติมอากาศในบ้าน แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ จะมีรายละเอียดคุณสมบัติต่างกันไป แต่เราสามารถแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ ให้เข้าใจกันได้ง่ายก่อนคือ เครื่องเติมอากาศดีในบ้าน แบบมีมอเตอร์พัดลมดูดอากาศ 1 ตัว ทำหน้าที่ดูดอากาศเข้ามาในบ้าน และอากาศที่เข้ามาภายในบ้านนั้น จะเกิดแรงดันบวก ดันเอาอากาศเสียออกไป เหมาะสำหรับห้องทั่วไปที่ไม่ได้เปิดแอร์ เครื่องเติมอากาศดีในบ้าน แบบมีมอเตอร์พัดลมดูดอากาศ 2 ตัว เหมาะกับห้องที่มีการเปิดแอร์ โดยมอเตอร์ตัวแรก จะทำหน้าที่ดูดอากาศจากภายนอกเข้ามาผ่านอุปกรณ์กรองพร้อมกลไกลดอุณหภูมิของอากาศที่ดูดเข้ามา เพื่อไม่ให้แอร์ทำงานหนัก ส่วนมอเตอร์ตัวที่ 2 จะทำการดูดอากาศในบ้านออกไปในปริมาณที่น้อยกว่ามอเตอร์ตัวที่ 1 ช่วยเพิ่มศักยภาพแรงดันบวกทำให้สามารถกำจัดกลิ่น ฝุ่น และความอับชื้นได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ เครื่องเติมอากาศดีที่มีมอเตอร์ 2 ตัว อาจเรียกว่า “เครื่องเติมอากาศระบบ ERV” หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “เครื่องหมุนเวียนอากาศ” เครื่องเติมอากาศดี ช่วยสร้างระบบเติมอากาศในบ้านแบบแรงดันบวก พร้อมมอเตอร์ 2 ตัว ภาพ: ตัวอย่างการทำงานของเครื่องเติมอากาศในบ้าน ที่มีมอเตอร์ 2 ตัว เลือกซื้อเครื่องเติมอากาศดีรุ่นต่างๆ คลิก\ จะเลือกเครื่องเติมอากาศในบ้าน มีปัจจัยอะไรอีกที่ต้องดู? เครื่องเติมอากาศดีในบ้านที่ขายตามท้องตลาด แต่ละรุ่นอาจมีรายละเอียดปลีกย่อย รวมถึงฟังก์ชันพิเศษให้เราพิจารณา เช่น ระบบการกรองฝุ่นและยับยั้งเชื้อโรคของเครื่องเติมอากาศดี ไม่ว่าจะเป็นความละเอียดของแผ่นกรอง ใบรับรองจากสถาบันที่น่าเชื่อถือ การเพิ่มระบบยับยั้งเชื้อโรคด้วย UVC และ พลาสมาไอออน เป็นต้น ขนาดพื้นที่ที่เหมาะกับการใช้งานแต่ละเครื่อง เครื่องเติมอากาศดีแต่ละรุ่น จะเหมาะกับการเติมอากาศภายในขนาดพื้นที่ที่กำหนด ซึ่งเจ้าของบ้านจะต้องเลือกให้เหมาะสม ตำแหน่งติดตั้ง รูปแบบ ขนาดของเครื่องเติมอากาศดี เป็นปัจจัยให้เจ้าของบ้านพิจารณาเรื่องความสวยงามเหมาะสมในภาพรวม เมื่อติดตั้งแล้วไม่ดูเกะกะเกินไป โดยเครื่องเติมอากาศดีในบ้านมีให้เลือกทั้งแบบติดตั้งภายนอกบ้าน ภายในบ้าน และบนฝ้าเพดาน บางรุ่นบางยี่ห้อเน้นออกแบบตัวเครื่องให้ดูสวยงาม มีการซ่อนอุปกรณ์บางอย่างไว้ในท่อ ทำให้ตัวเครื่องดูเล็กลง ติดตั้งแล้วไม่ดูสะดุดตามาก ฟังก์ชันอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปริมาณการเติมอากาศได้ตามต้องการ ใช้งานได้ผ่านรีโมต ผ่านแอปพลิเคชัน เลือกโหมดได้หลากหลาย มีจอแสดงค่าต่างๆ เช่น ค่า PM2.5 PM10 คาร์บอนไดออกไซด์ แบบ Real-Time ซึ่งขึ้นอยู่กับจุดขายของแต่ละรุ่น เครื่องเติมอากาศดี ช่วยสร้างระบบเติมอากาศในบ้านแบบแรงดันบวก พร้อมจอแสดงผล ภาพ: ตัวอย่างเครื่องเติมอากาศดีสำหรับติดตั้งกับผนัง (ซ้าย) และแบบติดตั้งบนฝ้าเพดาน (ขวา) ที่มาพร้อมจอแสดงผล เลือกซื้อเครื่องเติมอากาศในบ้านพร้อมบริการติดตั้ง คลิก\ อ่านเพิ่มเติม: หายใจสดชื่นเต็มปอด ไม่กลัวฝุ่น PM 2.5 กับเครื่องเติมอากาศดี SCG Active AIR Quality\ 10 คำถามถามบ่อย: เครื่องเติมอากาศดี SCG Active AIR Quality รับชม VDO 10 คำถามถามบ่อย เครื่องเติมอากาศ คลิก\ สรุป เมื่อได้เข้าใจระบบเติมอากาศในบ้านของเครื่องเติมอากาศดี โดยอาศัยหลักการกรองอากาศจากภายนอกและสร้างแรงดันบวกป้องกันฝุ่นป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่บ้านแล้ว ก็ต้องดูว่าเราจะใช้งานกับห้องที่เปิดแอร์หรือไม่เปิดแอร์ พร้อมพิจารณาระบบกรอง ขนาดพื้นที่ รูปลักษณ์ ตำแหน่งติดตั้ง ฟังก์ชันเสริม ของเครื่องเติมอากาศในบ้านให้ตรงกับความต้องการ หากเป็นสร้างบ้านใหม่จะสามารถวางแผนเตรียมตำแหน่งและระบบไฟฟ้ารองรับได้ตั้งแต่ช่วงก่อสร้าง ทำให้ดูเรียบร้อยสวยงามได้ง่ายกว่า ส่วนบ้านที่อยู่อาศัยไปแล้ว ต้องพิจารณารายละเอียดลักษณะพื้นที่ตามที่ผู้ให้บริการกำหนด ซึ่งสามารถปรึกษาผู้ให้บริการได้ นอกจากนี้ควรเลือกเครื่องเติมอากาศในบ้านจากผู้ขาย ผู้ผลิต ที่น่าเชื่อถือ รวมถึงมีการรับประกันทั้งตัวเครื่องและงานติดตั้งในระยะเวลาที่เหมาะสม เลือกซื้อเครื่องเติมอากาศดี ติดตั้งระบบเติมอากาศในบ้าน เครื่องเติมอากาศดีและเครื่องฟอกอากาศรุ่นต่างๆ\ ติดตั้งระบบเติมอากาศในบ้าน\โดยช่างผู้ชำนาญ เครื่องใช้ไฟฟ้า วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้านราคาพิเศษ พร้อมโปรโมชันหลากหลาย วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: > ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
เล่าถึงวิธีพิจารณาเลือกซื้อพื้นกระเบื้องยาง SPC หรือไม้พื้น SPC ที่นอกจากความสวยงามแล้วยังมีความแตกต่างในรายละเอียดตั้งแต่เกรดของชั้นแกน ความหนา พื้นผิวลวดลาย ชั้นเคลือบผิว ขอบแผ่นพื้น และแพทเทิร์นในการปู เกรดของชั้นแกนพื้นกระเบื้องยาง SPC หรือไม้พื้น SPC หลักๆ จะมีเกรด Virgin ซึ่งใช้วัตถุดิบใหม่ 100% ทั้งส่วนของผงหินและพลาสติก กับเกรด Recycle ที่มีวัตถุดิบรีไซเคิลเป็นส่วนผสม (และยังมี เกรด Mixed ซึ่งเป็นแบบผสมระหว่างเกรด Virgin กับเกรด Recycle) หากเน้นคุณภาพสูงใช้งานยาวนาน แนะนำใช้เกรด Virgin เนื่องด้วยส่วนผสมที่ปราศจากวัตถุดิบรีไซเคิล ทำให้ได้แกน SPC ที่บริสุทธิ์ คุมคุณภาพได้ดี ส่งผลโดยตรงต่อความแข็งแรงและอายุการใช้งาน ปราศจากกลิ่นหรือสารเคมีตกค้าง (สังเกตได้จากเนื้อสีที่ดูสม่ำเสมอ ไม่มีจุดดำหรือเม็ดปนเปื้อนจากวัสดุรีไซเคิล) กระเบื้องยาง SPC พื้น SPC กระเบื้อง SPC เกรด Virgin ภาพ: กระเบื้องยาง SPC หรือไม้พื้น SPC เกรด Virgin อ่านเพิ่มเติม: รู้จักไม้พื้น SPC พื้นกระเบื้องยาง SPC คุณภาพดี เกรด Virgin\ เลือกซื้อกระเบื้องยาง SPC ไม้พื้น SPC คลิก\ ความหนาของพื้นกระเบื้องยาง SPC หรือไม้พื้น SPC ปกติแล้วการปูพื้น SPC จะแนะนำให้ปูโฟมรองก่อนเพื่อช่วยปรับระดับพื้นและลดเสียงเวลาเดิน แต่บางรุ่นก็จะมีโฟมรองในตัว ดังนั้นจึงขอพูดถึงความหนาของวัสดุแยกเป็น 2 แบบ กระเบื้องยาง SPC หรือไม้พื้น SPC แบบทั่วไป (Standard SPC) ความหนาของแผ่นจะประกอบด้วยชั้นหินปูนผสมพลาสติกและชั้นเคลือบผิวหน้าเท่านั้น โดยทั่วไปเกรดมาตรฐานจะหนาประมาณ 4 มม. แต่หากเป็นเกรดประหยัด จะมีความหนาที่ 3.2-3.5 มม. เหมาะกับงานชั่วคราวหรือเน้นลดต้นทุน และในการติดตั้งควรระมัดระวังไม่ให้ลิ้นล็อกหัก กระเบื้องยาง SPC หรือไม้พื้น SPC แบบมีโฟมรอง โดยทั่วไปจะเป็นโฟม IXPE (Cross-linked Polyethylene) หรือ EVA ติดตั้งอยู่ใต้แผ่นไม้พื้น โดยมีความหนาที่คำนวณมาพอดีกับลิ้นล็อกของแต่ละแผ่น ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน เพราะไม่ต้องปูโฟมรองก่อนติดตั้ง และลดความผิดพลาดจากการเลือกโฟมผิดประเภท กระเบื้องยาง SPC หรือไม้พื้น SPC แบบมีโฟมรองมักมีความหนารวมอยู่ที่ 5 - 10 มม. เช่น ไม้พื้น SPC หนารวม 5 มม. จะประกอบด้วยตัวแผ่น 4 มม. + โฟม IXPE 1 มม. กระเบื้องยาง SPC พื้น SPC กระเบื้อง SPC แบบมีโฟมรอง IXPE ภาพ: กระเบื้องยาง SPC หรือไม้พื้น SPC แบบมีโฟม IXPE รองในตัว พื้นผิวลวดลายของพื้นกระเบื้องยาง SPC หรือไม้พื้น SPC มาตรฐานของพื้น SPC ระดับกลางถึงบน จะมีผิวนูนตามลายไม้ซึ่งนอกจากให้สัมผัสใกล้เคียงไม้จริง ยังช่วยเพิ่มความฝืดช่วยกันลื่นได้บ้าง เพียงแต่ลวดลายที่พิมพ์อาจไม่ตรงตามกับผิวสัมผัส ส่วนพื้น SPC ที่มีผิวนูนตรงลาย ซึ่งลวดลายนูนสอดคล้องกับลายภาพพิมพ์อย่างแม่นยำให้ความสมจริงมากขึ้น มักพบในพื้น SPC เกรดพรีเมียม นอกจากนี้แพทเทิร์นการสุ่มลวดลายยังบ่งบอกถึงเกรดและเทคโนโลยีการผลิต หากเป็นลายไม้ที่ดูซ้ำๆ ไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ มักเป็นฟิล์มพิมพ์คุณภาพต่ำที่พบในพื้นกระเบื้องยาง SPC หรือไม้พื้น SPC เกรดล่าง ส่วนพื้น SPC เกรดกลางถึงสูง ลวดลายไม้แต่ละแผ่นจะดูแตกต่างกัน มีจำนวนแผ่นคละลายมากขึ้น เพิ่มความสมจริงยิ่งขึ้น กระเบื้องยาง SPC พื้น SPC กระเบื้อง SPC ผิวนูนตามลายไม้ ลายคล้ายไม้ ภาพ: กระเบื้องยาง SPC หรือไม้พื้น SPC ที่มีผิวนูนตามลายไม้ ให้ลุคสวยงามคล้ายไม้ เพียงแต่ลวดลายที่พิมพ์อาจไม่สอดคล้องตรงตามผิวสัมผัส กระเบื้องยาง SPC พื้น SPC กระเบื้อง SPC ผิวนูนตรงลายไม้เกรดพรีเมียม พร้อมโฟมรองในตัว ภาพ: กระเบื้องยาง SPC หรือไม้พื้น SPC พร้อมโฟมรองในตัว ซึ่งมีผิวนูนตรงกับลายไม้ที่พิมพ์ทำให้ดูสมจริง ชั้นเคลือบของพื้นกระเบื้องยาง SPC หรือไม้พื้น SPC ชั้นเคลือบผิว (Wear Layer / Coating) ทำหน้าที่ปกป้องพื้น SPC จากรอยขีดข่วน คราบสกปรก และความสึกหรอจากการใช้งาน ซึ่งโดยทั่วไปมักเป็นดังนี้ UV Coating ธรรมดา ป้องกันในระดับพื้นฐาน เหมาะกับพื้นที่ใช้งานเบา UV Coating หลายชั้น (Multi-layer UV) เพิ่มความทนทานต่อรอยขีดข่วน ทำความสะอาดง่าย เหมาะกับพื้น SPC เกรดกลางขึ้นไป Ceramic หรือ Anti-scratch Coating ทนทานต่อรอยขีดข่วนและคราบได้ดี สีไม่ซีดง่าย มักใช้ในพื้น SPC เกรดสูงหรือพื้นที่เชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ชั้นเคลือบที่หนาควบคู่กับเทคโนโลยีการเคลือบที่ดีจะช่วยยืดอายุการใช้งานของพื้น SPC หากเป็นไม้พื้น SPC ความหนา 0.3 มม. จะเหมาะกับบ้านพักอาศัยทั่วไป ไม้พื้น SPC ความหนา 0.5 มม. เหมาะกับบ้านที่ใช้งานหนักหรือร้านค้า ส่วนไม้พื้น SPC ความหนา 0.7 มม. ขึ้นไป เหมาะกับพื้นที่เชิงพาณิชย์ เลือกซื้อกระเบื้องยาง SPC ไม้พื้น SPC คลิก\ ขอบของแผ่นพื้นกระเบื้องยาง SPC หรือไม้พื้น SPC มีทั้งขอบแบบธรรมดาทั่วไป และขอบแบบ V-Groove (ร่องวี) เป็นการลบมุมขอบแผ่นเพื่อให้ต่อกันเป็นรูปตัว V ทำให้เมื่อปูพื้น SPC แล้วจะเห็นเส้นรอยต่อชัดเจนคล้ายพื้นไม้จริง ดูสวยแบบมีมิติความลึกมากขึ้น โดยทั่วไปจะหนาประมาณ 4–6 มม. ติดตั้งด้วยระบบคลิกล็อก และมักมีโฟม IXPE ในตัว ไม้พื้น SPC รุ่นขอบแบบ V-Groove มีข้อดีอีกอย่างตรงที่ขอบแผ่นมีความคมน้อยลง ช่วยให้เดินสบายเท้ามากขึ้นและลดโอกาสที่ขอบของพื้น SPC แต่ละแผ่นจะโดนกระแทกเสียหายขณะเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นช่องทางสะสมฝุ่นได้ง่าย จึงอาจต้องดูแลเรื่องความสะอาดบริเวณร่องมากกว่าขอบแบบธรรมดา แพทเทิร์นในการปูพื้นกระเบื้องยาง SPC หรือไม้พื้น SPC พื้นกระเบื้องยาง SPC จะมีแพทเทิร์นการปูให้เลือกได้แก่ ปูแบบธรรมดาคือปูต่อกันเป็นแนวตรงตามปกติ ปูลายก้างปลา (Herringbone) ซึ่งเป็นการปูแนวเฉียง 45 องศาขัดกัน กับอีกแบบหนึ่งคือ ปูลายธนู (Chevron) เป็นแนวเฉียง 45 องศาเช่นกันแต่จะคล้ายลายก้างปลา และส่วนปลายของไม้พื้นแต่ละแผ่นจะตัดเฉียงด้วย ซึ่งเมื่อมาชนกันจะเห็นเป็นมุมแหลมคล้ายหัวธนู กระเบื้องยาง SPC พื้น SPC ลายธนู กระเบื้อง SPC ลายก้างปลา ภาพ: แพทเทิร์นการปูกระเบื้องยาง SPC หรือไม้พื้น SPC ทั้งปูแบบธรรมดา (ซ้ายบน) ปูลายก้างปลา (ซ้ายล่าง) และปูลายธนู (ขวา) เลือกพื้นกระเบื้องยาง SPC หรือไม้พื้น SPC ที่เหมาะกับบ้านเรา... โดยพิจารณาตั้งแต่ชั้นแกน ความหนา พื้นผิวลวดลาย ชั้นเคลือบผิว ขอบ และแพทเทิร์นในการปูตามที่ได้เล่าไป โดยเลือกให้สอดคล้องกับความชอบ งบประมาณ และความคุ้มค่าในการใช้งาน ทั้งนี้ข้อสำคัญที่เจ้าของบ้านไม่ควรลืม ก็คือควรเลือกใช้บริการช่างปูที่ชำนาญ ติดตั้งได้มาตรฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นกระเบื้องยาง SPC หรือไม้พื้น SPC คุณภาพสูง เพื่อได้พื้นลายไม้ในบ้านที่สวยงาม ใช้งานราบรื่นคุ้มค่าในระยะยาว กระเบื้องยาง SPC ไม้พื้น SPC พร้อมบริการติดตั้ง คลิก\ เลือกซื้อกระเบื้องยาง SPC หรือไม้พื้น SPC พื้น SPC พื้นลามิเนต พื้นไวนิล พื้นลดแรงกระแทกสำหรับปูภายในบ้าน ทั้งสินค้า\และสินค้าพ่วงบริการติดตั้ง\โดยช่างผู้ชำนาญ พร้อมรับข้อเสนอ โปรโมชันพิเศษต่างๆ ได้ที่ SCGHOME.COM หรือ SCGHOME APP วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: > ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
เล่าเกี่ยวกับประตู UPVC ที่พูดถึงกันในวงการสร้างบ้าน ตกแต่งอาคาร ทั้งประตู UPVC ที่เป็นบานกระจก (ลูกฟักกระจก) และประตู UPVC ที่เป็นบานประตูสำเร็จรูป เมื่อพูดถึงประตู UPVC หรือบานประตู UPVC เราอาจนึกถึงประตูสำเร็จรูปที่เป็นสีพื้นหรือลายไม้สวยๆ แต่บางคนก็อาจนึกถึงประตูกรอบสีขาว หรือสีดำลูกฟักกระจก จริงๆ แล้วมันคือประตูแบบไหน และเหมาะกับการใช้งานอย่างไร มาหาคำตอบกัน... รู้จักวัสดุ UPVC UPVC ย่อมาจาก Unplasticized Polyvinyl Chloride เป็นพลาสติกชนิดแข็งที่ไม่มีการเติมสารอ่อน (Plasticizer) ทำให้วัสดุมีความแข็งแรง คงรูป ไม่เปราะง่าย และทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดี จุดเด่นของ UPVC คือไม่ผุ ไม่บวม ไม่ขึ้นรา และไม่ถูกปลวกหรือแมลงกัดกิน จึงนิยมนำมาใช้ผลิตไอเทมต่างๆ ในงานก่อสร้าง เช่น วงกบ UPVC, ประตู UPVC, หน้าต่าง UPVC, รางน้ำฝนชายคา, ฝ้าเพดาน/ฝ้าชายคา, ระแนงตกแต่ง, วัสดุมุงหลังคาโรงรถกันสาด ฯลฯ ทั้งนี้ UPVC มักถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ไวนิล” เนื่องจากมีไวนิลเป็นองค์ประกอบหลัก ไวนิลเป็นวัสดุสังเคราะห์ชนิดหนึ่งซึ่งมีความแข็งแรง ยืดหยุ่น ทนสภาพอากาศ ทน UV และความชื้นได้ โดยมีหลายเกรดตามแต่ผู้ผลิตจะพัฒนาให้เหมาะกับการใช้งานประเภทใดและสภาพอากาศแบบใด ในหมวดวัสดุก่อสร้าง ไม่ว่าจะถูกเรียกว่า UPVC หรือไวนิล สามารถตั้งข้อสังเกตได้ว่าเป็นวัสดุประเภทเดียวกัน เช่น ประตู UPVC กับประตูไวนิล ประตู UPVC วงกบ UPVC หน้าต่าง UPVC รางน้ำฝน ฝ้าชายคาไวนิล ภาพ: ตัวอย่างวงกบ UPVC หน้าต่าง UPVC และประตูสำเร็จรูป UPVC ประตู UPVC คืออะไร มี่กีรูปแบบ หากพูดถึงประตู UPVC ที่บางครั้งก็เรียกว่าประตูไวนิลนั้น จะหมายถึงประตู 2 รูปแบบ แบบแรกคือประตู UPVC ที่เป็นบานกระจก (ลูกฟักกระจก) กับอีกแบบคือประตู UPVC ที่เป็นบานประตูสำเร็จรูป ซึ่งมีรูปแบบ องค์ประกอบ และรายละเอียดต่างกันพอสมควร ประตู UPVC ที่เป็นบานกระจก (ลูกฟักกระจก) ประตู UPVC รูปแบบนี้จะประกอบด้วยบานกรอบวัสดุ UPVC (ไวนิล) มีโครงเหล็กภายใน และมีลูกฟักเป็นกระจก บานกรอบประตู UPVC จะมีให้เลือกหลายสี เช่น สีขาว สีดำ สีเทา สีน้ำตาลลายไม้ ประตู UPVC ที่เป็นบานกระจกนิยมใช้เป็นประตูภายนอก หรือแม้แต่ประตูกั้นห้อง/กั้นพื้นที่ภายในบ้าน มีหลายลักษณะไม่ว่าจะเป็นประตูบานเลื่อน ประตูบานเฟี้ยม ประตูบานเปิด โดยจะมีทั้งรูปแบบที่สั่งตัดได้ตามขนาดที่ต้องการและชุดประตู UPVC สำเร็จรูปที่เป็นขนาดมาตรฐาน ซึ่งนอกจากจะมีประตู UPVC บานกระจกแล้ว ยังมีหน้าต่าง UPVC บานกระจกด้วยเช่นกัน บานประตู UPVC ลูกฟักกระจก พร้อมวงกบ UPVC สีขาว สีดำ และน้ำตาลลายไม้ ภาพ: ตัวอย่างประตู UPVC ที่เป็นประตูไวนิล บานกรอบสีขาว (ซ้าย) สีน้ำตาลลายไม้ (ขวาบน) และสีดำ (ขวาล่าง) ประตูไวนิล UPVC สั่งตัดพร้อมติดตั้ง คลิก\ ประตู UPVC ที่เป็นบานประตูสำเร็จรูป โดยทั่วไปบานประตู upvcจะมีโครงเป็นวัสดุสังเคราะห์ ไม้สังเคราะห์ (บางรุ่นมีภายในเป็น PS Foam) ปิดผิวด้วยวัสดุ UPVC สีพื้นหรือเป็นลวดลาย (ที่นิยมคือลายไม้) มีทั้งแบบใช้งานภายนอกและใช้งานภายใน โดยบานประตู UPVC ภายนอกจะมีวัสดุโครงด้านในที่แข็งแรงทนทานกว่า (อาจมีส่วนประกอบที่เป็นโลหะช่วยเพิ่มความแข็งแรง) รวมถึงวัสดุปิดผิวที่ทนน้ำ ความชื้น ทนแดดฝนได้ดี เหมาะใช้เป็นประตูสำหรับเปิดออกภายนอกบ้าน หรือประตูห้องน้ำ ส่วนบานประตู UPVC สำหรับใช้งานภายในจะเหมาะกับห้องทั่วไปภายในบ้าน บางรุ่นอาจมีคุณสมบัติทนความชื้น ใช้กับห้องน้ำได้ แต่จะไม่สามารถใช้งานเป็นประตูภายนอกได้ ทั้งนี้บานประตู UPVC สำหรับใช้งานภายในมักมีราคาถูกกว่า และมีลวดลายสวยงามให้เลือกใช้หลากหลายกว่า บานประตู UPVC ภายในและภายนอก ภาพ: ตัวอย่างประตู UPVC ที่เป็นบานประตูสำเร็จรูปสำหรับใช้งานภายในและภายนอก เลือกซื้อบานประตู UPVC สำเร็จรูปแบบต่างๆ คลิก คลิก\ เลือกใช้ประตู UPVC ให้เหมาะกับบ้านของเรา... มาถึงตรงนี้หากเจ้าของบ้านได้ยินช่าง ผู้รับเหมา หรือนักออกแบบ พูดถึงบานประตู UPVC ก็สามารถนึกภาพได้ว่ามีลักษณะอย่างไรบ้าง ซึ่งประตู UPVC แต่ละประเภทต่างก็ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่ต่างกัน โดยบานประตู UPVC ที่เป็นบานกระจกจะใช้เป็นประตูภายนอกรวมถึงกั้นพื้นที่ภายในบ้าน มีทั้งแบบที่สั่งตัดตามขนาดได้และชุดประตู UPVC สำเร็จรูปขนาดมาตรฐาน เช่นขนาด ประตู upvc 80x200 ส่วนประตู UPVC ที่เป็นบานประตูสำเร็จรูปจะเน้นเป็นประตูทึบสีพื้นหรือลายไม้ สำหรับติดตั้งภายในบ้าน ประตูห้องน้ำ หรือใช้เป็นประตูภายนอกขึ้นอยู่กับรุ่นของประตู ซึ่งเจ้าของบ้านควรเลือกให้ถูกต้องเหมาะสมกับตำแหน่งติดตั้ง เพื่อให้สามารถใช้งานได้ยาวนาน อ่านเพิ่มเติม: ทำไมบ้านในไทยควรเลือกประตู UPVC ทางเลือกที่มากกว่าแค่ดูดี\ เลือกซื้อบานประตู UPVC วงกบ UPVC ทั้งบานประตู UPVC สำเร็จรูป\หลากหลายแบบ วงกบ UPVC และวงกบวัสดุอื่น ประตูไวนิล UPVC สั่งตัดพร้อมบริการติดตั้ง\โดยช่างผู้ชำนาญ พร้อมรับข้อเสนอ โปรโมชันพิเศษทั้งสินค้าและบริการเพื่อบ้านต่างๆได้ที่ SCGHOME.COM หรือ SCGHOME APP วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ทีม Content Creator | SCG HOME > ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
หลากหลายรูปแบบของเมทัลชีทที่ถูกออกแบบหรือประยุกต์ใช้งานในฟังก์ชันต่าง ๆ นอกเหนือจากการใช้เป็นหลังคา >หากพูดถึงเมทัลชีท\ หลายคนอาจจะนึกถึงวัสดุมุงหลังคาหรือหลังคาเมทัลชีท ซึ่งในปัจจุบันเป็นวัสดุมุงหลังคาที่ได้รับความนิยมไม่น้อย ด้วยคุณสมบัติที่แข็งแรง น้ำหนักเบา ติดตั้งได้รวดเร็ว และมีราคาย่อมเยา รวมถึงยังเหมาะกับบ้านสไตล์โมเดิร์นและงานต่อเติมหลังคาบ้านในส่วนต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม เมทัลชีทยังมีรูปแบบและคุณสมบัติอื่น ๆ ที่หลากหลายมากกว่าหลังคา รวมถึงสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานในส่วนอื่นของบ้านได้อีกด้วย >## 1. เมทัลชีทในงานผนังอาคารและผนังตกแต่ง-ผนังเมทัลชีท >เมทัลชีทจะมีรูปแบบหรือรูปลอนโดยเฉพาะที่นำมาใช้เป็นผนังอาคาร เรียกกันว่า ผนังเมทัลชีท สามารถใช้เป็นผนังภายในและภายนอก รวมถึงผนังตกแต่ง โดยเฉพาะบ้านและอาคารสไตล์โมเดิร์น ลอฟต์ หรืออินดัสเทรียล ข้อดีคือมีความแข็งแรง ทนแดดทนฝน และดูแลรักษาง่าย หากเลือกใช้รุ่นที่มีฉนวนในตัว จะช่วยลดความร้อนและเสียงรบกวนจากภายนอกได้อีกด้วย >ใช้เมทัลชีทเป็นผนังภายนอก >ภาพ: ใช้เมทัลชีทเป็นผนังภายนอก >ดีไซน์ลวดลายผนังภายนอกด้วยเมทัลชีท >ภาพ: ดีไซน์ลวดลายผนังภายนอกด้วยเมทัลชีท >เมทัลชีทตกแต่งผนังภายใน >ภาพ: เมทัลชีทตกแต่งผนังภายใน >## 2. ใช้เมทัลชีทเป็นรั้วและแผงบังตา-รั้วเมทัลชีท >เมทัลชีทสามารถนำมาใช้เป็นรั้วบ้านหรือแผงบังตาได้ โดยสามารถเลือกใช้เมทัลชีทลอนหลังคามาตรฐาน หรือใช้ผนังเมทัลชีทก็ได้ขึ้นอยู่กับการออกแบบ รั้วเมทัลชีทให้ความรู้สึกเรียบ เท่ และทันสมัย นอกจากนี้ยังมีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย มีความทนทาน ไม่ผุกร่อนเหมือนไม้ และไม่ต้องดูแลรักษามากในระยะยาว >เมทัลชีทสีดำทำเป็นรั้วตัดกับบ้านอิฐสีส้ม >ภาพ: ใช้แผ่นเมทัลชีทสีดำทำเป็นรั้วตัดกับบ้านอิฐสีส้มช่วยให้ดูโดดเด่นมีสไตล์ >## 3. ฝ้าเพดานและงานตกแต่งอื่นๆ-ฝ้าเมทัลชีท >เมทัลชีทสามารถใช้เป็นฝ้าเพดานได้เช่นกัน ช่วยให้ดูโปร่ง โล่ง และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว หากเลือกสีและลอนที่เหมาะสม จะช่วยเพิ่มมิติและความสวยงามให้กับพื้นที่ภายในบ้าน หรืออาจใช้เป็นงานตกแต่งในบางพื้นที่ เช่น ราวระเบียง ผนังแขวนของ หรือพื้นที่กึ่งภายนอก >เมทัลชีทสีเงินเป็นฝ้าเพดาน >ภาพ: ใช้แผ่นเมทัลชีทสีเงินเป็นฝ้าเพดานกับบ้านสไตล์อินดัสเทรียล >ราวระเบียงเมทัลชีทสีดำ >ภาพ: ราวระเบียงเมทัลชีทสีดำยิ่งทำให้โรงแรมดูเรียบเท่ >นอกจากการใช้งานเป็นหลังคาทั้งหลังคาบ้าน หลังคาอาคาร โรงงาน หรือหลังคาส่วนต่อเติมแล้ว เมทัลชีทยังเป็นวัสดุอเนกประสงค์ที่สามารถนำไปใช้ได้หลากหลายส่วนของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นผนัง รั้ว หรือฝ้าเพดาน ด้วยคุณสมบัติด้านความแข็งแรง น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย และความยืดหยุ่นในการออกแบบ เจ้าของบ้านจึงสามารถเลือกใช้มทัลชีทให้เหมาะสมกับการใช้งาน เพื่อเพิ่มทั้งประโยชน์ใช้สอยและความสวยงามให้กับที่อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว >หลังคาเมทัลชีท เอสซีจี คลิก\ >SCGHOME.COM มีบริการซ่อมหลังคารั่ว เปลี่ยนกระเบื้องหลังคา ติดตั้งหลังคาเมทัลชีทบนหลังคาลอนคู่เดิม สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่\ >อ่านเพิ่มเติม: หลังคาเมทัลชีท SCG: FAQ รวมคำถามยอดฮิต! ข้อดี-ข้อเสีย ที่ควรรู้ก่อนติดตั้ง\ >อ่านเพิ่มเติม: หลังคาเมทัลชีทกลัวเสียงดังฝนตก? วิธีป้องกันและแก้ไขให้เงียบสนิท ไม่รบกวน\ >## บทความโดย: ทีม Content Creator | SCG HOME >ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
5 เรื่องชวนเจ้าของบ้านพิจารณาก่อนการเลือกซื้อถังเก็บน้ำบนดิน เพื่อการตัดสินใจที่คุ้มค่า ใช้งานยาวนาน และปลอดภัย ปัจจุบันถังเก็บน้ำบนดินซึ่งเป็นประเภทที่นิยมใช้กันเป็นส่วนใหญ่นั้นมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบมากขึ้น ซึ่งถังเก็บน้ำเป็นของใช้ประจำบ้านที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพน้ำที่เราใช้อุปโภคบริโภคโดยตรงในบ้านและนอกบ้าน ทั้งยังมีระยะเวลาการใช้งานต่อครั้งค่อนข้างยาวนาน ดังนั้นการตัดสินใจเลือกซื้อถังเก็บน้ำจึงควรพิจารณาปัจจัยในด้านต่าง ๆ เพื่อให้ได้ถังเก็บน้ำที่ใช้งานได้คงทนควบคู่กับความปลอดภัยและสุขอนามัยที่ดี 5 ข้อต่อไปนี้ที่เราสรุปมาจะช่วยให้ตัดสินใจเลือกถังเก็บน้ำได้ง่ายขึ้น 1. ขนาดของถังเก็บน้ำ การเลือกขนาดของถังเก็บน้ำให้พิจารณาจากจำนวนผู้อยู่อาศัยภายในบ้านและความต้องการกักเก็บสำรองน้ำเอาไว้ใช้เป็นจำนวนวัน หากอ้างอิงจากข้อมูลของการประปานครหลวง ผู้ที่พักอาศัยในเขตนครหลวงจะใช้น้ำเฉลี่ย 200 ลิตร / คน / วัน ดังนั้นสามารถใช้สูตรคำนวณ 200 (ลิตร) x จำนวนคน x จำนวนวันสำรองน้ำ ยกตัวอย่างเช่น บ้านมีผู้อยู่อาศัย 4 คน ต้องการสำรองน้ำ 3 วัน ใช้สูตรคำนวน 200 x 4 x 3 = 2400 ลิตร ดังนั้นควรเลือกถังเก็บน้ำบนดินที่มีขนาดมากกว่า 2,400 ลิตร วิธีการคำนวณขนาดของถังเก็บน้ำ ภาพ: วิธีการคำนวณขนาดของถังเก็บน้ำ 2. พื้นที่วางถังเก็บน้ำ เมื่อคำนวณขนาดถังเก็บน้ำที่เหมาะสมเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสำคัญถัดมาคือการสำรวจพื้นที่ติดตั้งว่ามีขนาดเพียงพอและเหมาะสมกับถังเก็บน้ำที่เลือกหรือไม่ โดยเฉพาะบ้านทาวน์เฮ้าส์หรืออาคารพาณิชย์ที่มักมีข้อจำกัดด้านพื้นที่รอบบ้าน ดังนั้นก่อนลงมือซื้อถังเก็บน้ำ ควรพิจารณาพื้นที่จาก 2 ปัจจัย คือ ขนาดของถังเก็บน้ำและขนาดอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้แก่ ปั๊มน้ำ ท่อประปา คำนวณพื้นที่วางถังเก็บน้ำบนดิน ภาพ: คำนวณพื้นที่วางถังเก็บน้ำบนดิน เลือกซื้อถังเก็บน้ำ DOS คลิก\ 3. วัสดุของถังเก็บน้ำ ถังเก็บน้ำแต่ละยี่ห้อหรือแต่ละรุ่นมีการเลือกใช้วัสดุที่แตกต่างกัน ซึ่งมีผลโดยตรงต่อคุณภาพน้ำและความปลอดภัยในการใช้งาน คุณสมบัติสำคัญอันดับแรกคือต้องผลิตจากวัสดุทึบแสง 100% เพื่อป้องกันแสงแดดส่องผ่านเข้าสู่ภายในถัง เนื่องจากแสงสามารถกระตุ้นให้สปอร์หรือจุลชีพที่ปนมากับน้ำเจริญเติบโตจนเกิดตะไคร่น้ำได้ น้ำที่มีตะไคร่น้ำเจือปนอาจส่งผลต่อสุขอนามัยและก่อให้เกิดการเจ็บป่วย นอกจากนี้ ควรเลือกถังเก็บน้ำที่ใช้วัสดุได้มาตรฐาน ปลอดภัย และปราศจากสารเคมีปนเปื้อน โดยสังเกตสัญลักษณ์ Food Grade รวมถึงการรับรองมาตรฐานการผลิต เช่น ISO หรือ มอก. เพื่อยืนยันความสะอาดและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ องค์ประกอบสำคัญอีกส่วนที่ต้องพิจารณาคือระบบท่อน้ำภายในถังเก็บน้ำ เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ต้องแช่อยู่ในน้ำตลอดระยะเวลาการใช้งาน ดังนั้น นอกจากวัสดุถังเก็บน้ำที่ได้มาตรฐานแล้ว ควรเลือกถังเก็บน้ำที่ใช้ท่อและข้อต่อที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และปลอดภัยต่อการอุปโภคบริโภค เลือกถังเก็บน้ำที่ใช้วัสดุได้มาตรฐาน ภาพ: เลือกถังเก็บน้ำที่ใช้วัสดุได้มาตรฐาน ปลอดภัย และปราศจากสารเคมีปนเปื้อน โดยสังเกตสัญลักษณ์ Food Grade รวมถึงการรับรองมาตรฐานการผลิต เช่น ISO หรือ มอก. ตัวอย่างถังเก็บน้ำ DOS ที่ใช้ท่อ PP-R ภายในถัง ภาพ: ตัวอย่างถังเก็บน้ำ DOS ที่ใช้ท่อ PP-R ภายในถัง ซึ่งเป็นท่อประปาที่ปลอดภัย รอยต่อเชื่อมร้อน ไร้กลิ่น ไร้สารเคมี ทนความร้อนได้สูงถึง 95 °C และมีอายุการใช้งานยาวนานกว่าท่อ PVC สนใจ ถังเก็บน้ำ คลิก\ 4. ฟังก์ชันพิเศษของถังเก็บน้ำ ปัจจุบันถังเก็บน้ำสำหรับบ้านพักอาศัยได้รับการออกแบบให้มีฟังก์ชันพิเศษที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและมีประสิทธิภาพในการใช้งานมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการติดตั้ง การใช้งานในภาวะฉุกเฉิน และการจัดการพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน ตัวอย่างเช่น ถังเก็บน้ำพร้อมปั๊มน้ำในตัวเดียวกัน ที่ช่วยลดพื้นที่ติดตั้งได้มากถึง 50% ถังเก็บน้ำที่มีระบบบายพาสอัตโนมัติ (Automatic Bypass System) ช่วยให้สามารถใช้น้ำได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในกรณีที่ปั๊มน้ำขัดข้องหรือเกิดไฟฟ้าดับ ถังเก็บน้ำพร้อมปั๊มน้ำที่มีจุดติดตั้งก็อกน้ำพร้อมที่แขวนสายยาง ทำให้สามารถนำน้ำจากถังมาใช้งานได้โดยตรง ถังเก็บน้ำพร้อมปั๊มน้ำที่มีพื้นที่วางของอเนกประสงค์สำหรับที่จัดเก็บอุปกรณ์หรือวางกระถางต้นไม้เพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับบริเวณติดตั้ง ถังเก็บน้ำ DOS WATER PAC PRO ภาพ: ตัวอย่างถังเก็บน้ำ DOS WATER PAC PRO มีปั๊มน้ำ จุดติดตั้งก๊อกน้ำ และที่แขวนสายยาง ถังเก็บน้ำ DOS TIMBERA WATER PAC ภาพ: ตัวอย่างถังเก็บน้ำ DOS TIMBERA WATER PAC มีปั๊มน้ำ พื้นที่วางของอเนกประสงค์สำหรับจัดเก็บอุปกรณ์หรือวางกระถางต้นไม้ 5. นวัตกรรมถังเก็บน้ำ ถังเก็บน้ำสำหรับบ้านพักอาศัยได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ มาเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการใช้งาน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของบ้านมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น นวัตกรรมถังเก็บน้ำที่ช่วยเพิ่มความทนทานของวัสดุต่อแสงแดด ลดการเสื่อมสภาพของวัสดุ นวัตกรรมถังเก็บน้ำที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิของน้ำภายในถังไม่ให้สูงหรือร้อนขึ้นหากโดนแสงแดดจัด นวัตกรรมถังเก็บน้ำที่สามารถยับยั้งและกำจัดเชื้อไวรัสโคโรนาได้ ถังเก็บน้ำ DOS VELANA COOLTECH KV ภาพ: ตัวอย่างถังเก็บน้ำ DOS VELANA COOLTECH KV มีนวัตกรรมวัสดุพิเศษถึง 3 ชั้น ช่วยลดอุณหภูมิของน้ำในถัง ถังเก็บน้ำในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับสำรองน้ำเท่านั้น แต่ยังได้รับการพัฒนาให้มีความปลอดภัย ทนทาน และสะดวกต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านวัสดุ ฟังก์ชัน และนวัตกรรมเสริมต่าง ๆ การเลือกถังเก็บน้ำที่ได้มาตรฐานรับรอง เป็นวัสดุคุณภาพ ปลอดภัยต่อสุขอนามัย และมีระบบการใช้งานที่เหมาะสมกับพื้นที่บ้าน จะช่วยให้การใช้น้ำมีประสิทธิภาพและต่อเนื่องในระยะยาว ดังนั้นเจ้าของบ้านควรพิจารณาเลือกถังเก็บน้ำอย่างรอบคอบ เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณภาพชีวิต ความคุ้มค่า และความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก DOS สนใจ ถังเก็บน้ำ คลิก\ SCGHOME.COM มีบริการล้างถังเก็บน้ำประปา และถังดักไขมันโดยผู้เชี่ยวชาญ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่ อ่านเพิ่มเติม: ถังเก็บน้ำในบ้านเรา เลือกแบบไหนดี มีกี่ประเภท อ่านเพิ่มเติม: ถังบำบัดน้ำเสีย: รู้จักวิธีการทำงานและประเภท เลือกอย่างไรให้เหมาะกับบ้าน วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: > ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
แนะนำวิธีเลือกใช้ฟิล์มติดกระจกบ้านทั้งประตูหน้าต่างตามจุดประสงค์ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการติดฟิล์มบ้านเพื่อเน้นการลดความร้อน อยากเพิ่มความเป็นส่วนตัว ช่วยลดร้อนแต่ไม่บดบังวิว เพิ่มความสวยงามให้กับบ้าน หรือจะเน้นเรื่องความปลอดภัย... สำหรับประเทศที่เป็นเมืองร้อนอย่างบ้านเรานั้น การติดฟิล์มกระจกบ้านเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่นิยมกันมาก เพราะนอกจากจะช่วยลดความร้อนจากแสงแดดและลดรังสี UV ที่จะเข้าสู่ตัวบ้านแล้ว ยังช่วยชะลอความซีดจางของเฟอร์นิเจอร์ อีกทั้งยังช่วยลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศ ส่งผลให้ค่าไฟลดลงอีกด้วย แต่ฟิล์มติดกระจกสำหรับบ้านหรืออาคารนั้นก็มีหลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้ บทความนี้จึงจะมาแนะนำการเลือกใช้ฟิล์มติดกระจกบ้านให้ถูกใจ ตรงตามวัตถุประสงค์ในการใช้งาน ดังต่อไปนี้ 1) ฟิล์มติดกระจกบ้านแบบเน้นลดความร้อนสูง หากต้องการเน้นในเรื่องการลดความร้อน อย่างเช่นห้องที่อยู่ทางทิศตะวันตกซึ่งโดนแดดแรง แนะนำให้เลือกใช้ฟิล์มกรองแสงสีเข้มหรือแบบสะท้อนแสง และให้พิจารณาที่ “ค่าการลดความร้อนจากแสงแดด” ของฟิล์มแต่ละรุ่น ทั้งนี้ ฟิล์มที่มีสีและความเข้มใสใกล้เคียงกัน รุ่นที่สะท้อนแสงดีกว่า (ดูคล้ายกระจกเงาเมื่อมองจากภายนอก) ส่วนใหญ่จะลดความร้อนได้มากกว่า นอกจากนี้อาจเลือกฟิล์มรุ่นที่ได้รับฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 (เป็นมาตรฐานทดสอบใหม่ในไทย โดยศูนย์วิจัยของมหิดล) ก็จะช่วยทำให้มั่นใจได้เรื่องประสิทธิภาพการลดความร้อน Singleimageติดฟิล์มกรองแสงสีเข้ม ภาพ: หากเน้นในเรื่องการลดความร้อนสูง ควรเลือกใช้ฟิล์มกรองแสงสีเข้มหรือแบบสะท้อนแสง Singleimageมุมภายนอกบ้านที่ติดฟิล์มกรองแสงสีเข้ม ภาพ: ห้องที่โดนแดดแรง ควรเลือกฟิล์มที่ช่วยลดแสงจ้าของพระอาทิตย์และมีค่ากันความร้อนสูง ติดตั้งฟิล์มกันร้อน ฟิล์มนิรภัย คลิก\ 2) เพิ่มความเป็นส่วนตัว หากต้องการเพิ่มความเป็นส่วนตัว อาจเลือกใช้ฟิล์มกรองแสงสีเข้มหรือผิวมันเงาสะท้อนแสง จะช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว พรางสายตาจากภายนอกได้ดี (เมื่อภายนอกสว่างกว่าภายในบ้าน) แต่คนในบ้านยังสามารถมองเห็นบรรยากาศภายนอกบ้านได้ Singleimageฟิล์มกรองแสงสีเข้มเพิ่มความเป็นส่วนตัว ภาพ: หากต้องการบังสายตาจากภายนอก ควรเลือกฟิล์มที่มีความเข้ม Singleimageฟิล์มกรองแสงแบบสะท้อนแสงเพิ่มความเป็นส่วนตัว ภาพ: ฟิล์มติดกระจกบ้านที่มีผิวมันเงาสะท้อนแสง ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว 3) ฟิล์มติดกระจกบ้านแบบลดร้อนได้ไม่บดบังวิว สำหรับพื้นที่ที่ต้องการชมวิวภายนอกทั้งกลางวันและกลางคืน และลดความร้อนได้ในขณะเดียวกัน เหมาะกับฟิล์มกรองแสงแบบใส ที่มีค่าการกันความร้อนสูง แต่ไม่บดบังทัศนียภาพภายนอก Singleimageฟิล์มกรองแสงแบบใสที่กันร้อนได้สูง ภาพ: ห้องที่ต้องการชมวิวและลดความร้อนในขณะเดียวกัน เหมาะกับฟิล์มใสที่มีค่าการกันความร้อนสูง Singleimageฟิล์มกรองแสงแบบใสที่กันร้อนได้สูงเน้นดูวิวภายนอก ภาพ: ฟิล์มกรองแสงแบบใส ลดความร้อนแต่ยังเห็นวิวภายนอกได้ชัดเจน ติดตั้งฟิล์มกันร้อน ฟิล์มนิรภัย คลิก\ 4) เลือกฟิล์มที่เน้นความสวยงามเข้ากับบ้าน ฟิล์มกรองแสงมีหลากหลายเฉดสีให้เลือกใช้ เราสามารถเลือกสีฟิล์มให้เหมาะกับบ้านหรือการตกแต่งได้ นอกจากนี้การติดฟิล์มกรองแสงยังมีส่วนช่วยให้บ้านดูสวยงาม โดดเด่น และดูใหม่อยู่เสมอ Singleimageฟิล์มติดกระจกบ้าน ฟิล์มกันร้อนสีเขียว ภาพ: บ้านสไตล์ร่วมสมัยโทนสีขาว กับกระจกติดฟิล์มกรองแสงเฉดสีเขียวใส ดูเบาสบายตา Singleimageฟิล์มกันร้อนสีเข้มกับบ้านโมเดิร์น ภาพ: บ้านสไตล์โมเดิร์นสีขาว ตัดกับประตู-หน้าต่างติดฟิล์มกรองแสงสีดำเข้ม ดูเรียบเท่ Singleimageฟิล์มกันร้อนสะท้อนแสงติดกระจกบ้านโมเดิร์น ภาพ: บ้านทรงกล่องหลากสี กับกระจกติดฟิล์มสีเงินสะท้อนแสง ดูสดใส Singleimageฟิล์มกันร้อนใส บ้านโคโลเนียล ภาพ: กระจกติดฟิล์มกรองแสงแบบใส ดูกลมกลืนไปกับบ้านสไตล์โคโลเนียล 5) ติดฟิล์มเพื่อเน้นความปลอดภัย ฟิล์มนิรภัย เหมาะสำหรับกรณีที่เน้นเรื่องความแข็งแรงปลอดภัยเป็นหลัก ฟิล์มนิรภัยจะช่วยลดแรงกระแทกจากวัตถุภายนอก เช่น เมื่อเกิดอุบัติเหตุ และจะช่วยยึดกระจกที่แตกออกไว้ด้วยกัน ช่วยป้องกันอันตราย ลดความเสียหายของชีวิตและทรัพย์สินจากเศษกระจก (ฟิล์มนิรภัยไม่สามารถป้องกันการแตกของกระจกได้) ทั้งนี้ ฟิล์มนิรภัยก็มีคุณสมบัติเรื่องการลดความร้อนด้วยเช่นกัน และยังมีให้เลือกหลายสีหลายชนิดตามความต้องการ text ภาพ: กระจกติดฟิล์มนิรภัย เมื่อถูกของกระแทกจะยังคงรูปเป็นแผ่นดังเดิม Singleimageฟิล์มนิรภัยช่วยกันอุบัติเหตุ ภาพ: ตัวอย่างฟิล์มนิรภัยของลามิน่า ที่มีคุณสมบัติในการยึดติดอย่างเหนียวแน่นมากกว่าชั้นฟิล์มทั่วไป ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และความแข็งแรงในการลดแรงกระแทกจากวัตถุภายนอกได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ การระเบิด แผ่นดินไหว พายุ ฯลฯ ติดตั้งฟิล์มกันร้อน ฟิล์มนิรภัย คลิก\ นอกจากจะเลือกใช้ฟิล์มติดกระจกบ้านให้ตรงตามวัตถุประสงค์และเหมาะกับลักษณะการใช้งานแล้ว ก็อย่าลืมเลือกฟิล์มที่มีคุณภาพจากผู้จัดจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ รวมถึงเลือกใช้ทีมช่างที่ชำนาญการในการติดตั้งด้วย เพื่อให้ได้ฟิล์มติดกระจกคุณภาพดีและงานติดตั้งที่เรียบร้อย คุ้มค่าใช้งานได้ระยะเวลาที่ยาวนานเหมาะสม วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: > ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
แนะนำให้รู้จัก ประตูสำเร็จรูป สำหรับใช้ในบ้าน โดยจำแนกจากวัสดุหน้าบานประตูประเภทต่างๆ ซึ่งเป็นที่นิยมในท้องตลาด ประตูสำเร็จรูปสำหรับใช้งานในบ้านทุกวันนี้ มีหลากหลายรูปแบบหลากวัสดุ แม้ผู้ขายหรือผู้ผลิตเองก็มีวิธีเรียกและแบ่งประเภทแตกต่างกันไป ดังนั้น เพื่อไม่ให้สับสน SCG HOME ขอนำประตูสำเร็จรูปซึ่งเป็นที่นิยม มาเล่าสู่กันฟัง โดยแยกประเภทด้วยวัสดุที่ใช้ทำหน้าบานประตูเป็นหลัก ได้แก่ MDF, HDF, WPC, UPVC และ PVC โดยขอเริ่มต้นที่ประตูไม้อัดอย่าง MDF และ HDF ซึ่งมีรูปแบบสวยงามในราคาจับต้องได้ 1. ประตู MDF ผลิตด้วยวัสดุไม้อัด MDF (Medium Density Fiber Board) โดยนำเส้นใยไม้มาผสมกาวแล้วอัดเป็นแผ่น ใช้ผลิตเป็นหน้าบานประตู และโครงคร่าวด้านในได้ ส่วนกรอบโครงหลักจะใช้เป็นไม้จริงเพื่อความแข็งแรง ประตู MDF จะมีการปิดผิวหน้าบาน ด้วยวัสดุต่างๆ เช่น วีเนียร์ ลามิเนต และเมลามีน เพื่อสีสันและลวดลายที่สวยงาม ประตู MDF ใช้กับห้องอะไรได้บ้าง? ประตู MDF ไม่ทนชื้น จึงไม่ควรใช้เป็นประตูห้องน้ำ ห้องครัว ประตูหน้าบ้าน/หลังบ้าน แต่จะเหมาะกับการห้องทั่วๆ ไปภายในบ้าน เช่น ห้องนอน ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ที่ไม่โดนความชื้น ประตูสำเร็จรูป ประตูไม้อัด ประตูMDF ภาพ: ตัวอย่างประตู MDF ปิดผิวด้วยวีเนียร์ 2. ประตู HDF โครงกรอบประตูเป็นไม้จริง เสริมด้วยคร่าวไม้อัดหรือกระดาษรังผึ้ง ส่วนหน้าบานผลิตจากไม้อัดคุณภาพสูง HDF (High Density Fiber) ซึ่งมีลักษณะคล้ายไม้ MDF แต่แข็งแรงกว่า เพราะผลิตด้วยแรงอัดที่สูงกว่าและใช้เรซินแทนวัสดุประสาน ประตู HDF มีทั้งแบบลูกฟักผิวสัมผัสเรียบหรือลายเสี้ยนไม้ (อาจเป็นสีรองพื้นเพื่อทาสีทับภายหลัง หรือสีสำเร็จ) กับแบบที่ปิดผิวด้วยวัสดุตกแต่งพร้อมลวดลาย เช่น เมลามีน ฟิล์ม PVC เป็นต้น ประตู HDF ใช้กับห้องอะไรได้บ้าง? เหมาะกับห้องทั่วไป เช่น ห้องนอน ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น หากใช้เป็นประตูห้องน้ำ ควรเป็นห้องน้ำที่แยกส่วนแห้งกับส่วนเปียกชัดเจน และระบายอากาศได้ดี ประตูสำเร็จรูป ประตูไม้อัด ประตูHDF ภาพ: ประตู HDF แบบลูกฟักลายเสี้ยนไม้สีรองพื้น สั่ง ประตู HDF แบบลูกฟัก คลิก\ ประตูสำเร็จรูป ประตูไม้อัด ประตูHDF ภาพ: ตัวอย่างประตู HDF ปิดผิวด้วยเมลามีน (ซ้าย) และ ฟิล์ม PVC (ขวา) ทั้งนี้ ประตูไม้อัดอย่าง MDF และ HDF ที่มีการปิดผิว จะมีลวดลายและสีสันสวยงามให้เลือกหลากหลาย โดยประตู HDF จะเป็นที่นิยมกว่า MDF เนื่องจากราคาไม่สูงมาก แข็งแรงและทนความชื้นมากกว่า MDF อย่างไรก็ตาม ประตู HDF ก็ยังถือเป็นวัสดุไม้อัด ดังนั้นเรื่องทนความชื้นและปลวก จะไม่เท่าวัสดุไม้สังเคราะห์อย่างประตู WPC 3. ประตู WPC ผลิตด้วยวัสดุไม้สังเคราะห์ WPC (Wood Plastic Composite) ซึ่งได้จากผงไม้บดผสมพลาสติก โครงด้านในและหน้าบานประตูเป็นวัสดุ WPC รีดขึ้นรูป โดยมีวัสดุตกแต่งปิดผิวเป็นลวดลายซึ่งก็มักทำจาก WPC เช่นกันเนื่องจากให้สีและผิวสัมผัสสวยงามใกล้เคียงไม้จริงได้ โดยสีจะอยู่ในเนื้อวัสดุ ประตู WPC มีความแข็งแรงทนทาน ทนน้ำและความชื้น ไม่เป็นอาหารปลวก ประตู WPC จะมีราคาสูงกว่าประตูไม้อัดอย่าง HDF และ MDF แต่ก็ทนทานต่อการใช้งานและสภาพอากาศมากกว่า ประตู WPC ใช้กับห้องอะไรได้บ้าง? ใช้ได้กับทุกส่วนของบ้าน ทั้งประตูห้องนอน ห้องรับแขก ประตูห้องน้ำที่เน้นความหรูหราสวยงาม รวมถึงประตูหน้าบ้าน/หลังบ้าน ที่เปิดสู่ภายนอกได้ ประตูสำเร็จรูป ประตูWPC ประตูไม้สังเคราะห์ ประตูไม้เทียม ภาพ: ตัวอย่างประตู WPC สั่ง ประตู WPC แบบลูกฟัก คลิก\ 4. ประตู uPVC ส่วนประกอบด้านในจะมีกรอบโครงเป็นไม้หรือไม้สังเคราะห์ เนื้อแกนด้านในเป็นโฟมช่วยป้องกันเสียงและความร้อน หน้าบานเป็นวัสดุ uPVC (Unplasticized Polyvinyl Chloride หรือที่มักเรียกสั้นๆ ว่า ไวนิล) ซึ่งเป็นพลาสติกชนิดพิเศษผสมสารเพิ่มคุณสมบัติคงทนแข็งแรงมากขึ้น โดยทั่วไปขนาดประตู upvc 80x200 มีทั้งแบบผิวเรียบธรรมดา และแบบปั๊มขึ้นรูปเป็นลวดลายต่างๆ หรือประตู upvc ลายไม้ ส่วนใหญ่ประตู uPVC เป็นสีขาว โดยสีจะอยู่ในเนื้อวัสดุ ผิวเป็นเงามัน ทนทานแข็งแรง ไม่เป็นอาหารปลวก ทนต่อความชื้นและสภาพอากาศ ราคาถูกกว่าประตูไม้สังเคราะห์ WPC ประตู uPVC ใช้กับห้องอะไรได้บ้าง? ใช้เป็นบานประตูห้องทั่วไป ห้องนอน ห้องรับแขก รวมถึงประตูห้องน้ำ ประตูหน้าบ้าน/หลังบ้าน ที่เปิดออกสู่ภายนอกบ้านได้ (ยกเว้นรุ่นใช้งานภายใน จะเหมาะกับตำแหน่งที่ไม่ทนแดด) ประตูสำเร็จรูป ประตูuPVC บานประตูuPVC ประตูห้องน้ำuPVC ภาพ: ตัวอย่างประตู uPVC ซึ่งสามารถใช้กับส่วนต่างๆ ของบ้านได้ ประตูสำเร็จรูป ประตูuPVC บานประตูuPVC ประตูห้องน้ำuPVC ภาพ: ตัวอย่างประตู uPVC ซึ่งเหมาะกับงานภายในเฉพาะส่วนที่ไม่โดนแดด สั่ง ประตู uPVC คลิก\ 5. ประตู PVC ผลิตจากวัสดุพลาสติก PVC รีดขึ้นรูปทั้งชิ้น ทั้งภายในและภายนอก ด้านในเป็นช่องกลวง มีการเสริมขอบโดยรอบบานด้วยคิ้ว PVC เพื่อให้แข็งแรงขึ้น ประตู PVC มีสีในเนื้อวัสดุ ส่วนใหญ่จะเป็นสีขาว สีเทา และสีครีม สามารถอยู่ในที่ชื้น โดนน้ำได้ ไม่เป็นอาหารปลวกแต่ไม่ค่อยทนต่อแสงแดด ความแข็งแรงทนทานน้อยกว่าประตูประเภทอื่นๆ และมีราคาถูก ประตู PVC ใช้กับห้องอะไรได้บ้าง? เหมาะสำหรับใช้งานชั่วคราว หรือใช้ในตำแหน่งที่ไม่ต้องการความทนทานและความสวยงามมากนัก เช่น บานประตูห้องน้ำ ห้องเก็บของ เป็นต้น ประตูสำเร็จรูป ประตูPVC ประตูห้องน้ำPVC ประตูพลาสติก สั่ง ประตู PVC คลิก\ สรุป ประตูสำเร็จรูปมีให้เลือกทั้งสีสันและลวดลายที่หลากหลาย สิ่งสำคัญในการพิจารณาเลือกใช้ประตูคือ วัสดุประตู เพราะวัสดุแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน เช่น การทนต่อความชื้น จึงต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับห้องนั้นๆ เพื่อให้ประตูสวยที่เราเลือกมาไม่บวมไม่ผุ สีไม่ซีดจาง และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: > ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
รู้จักกับอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ ของบานประตู เพื่อเลือกซื้อให้เหมาะสมและพร้อมใช้งาน การเลือกซื้อประตูสักบาน ไม่ใช่ว่าได้บานประตูตามที่ชอบแล้วจบ แต่ยังต้องซื้ออุปกรณ์ประกอบอีกหลายอย่าง เพื่อให้นำไปติดตั้งใช้งานได้อย่างเหมาะสม อุปกรณ์บางอย่างจำเป็นต้องมี ถ้าไม่มีก็ไม่สามารถใช้งานได้ แต่บางอย่างอาจมีหรือไม่มีก็ได้ ขึ้นอยู่กับความสะดวกในการใช้งาน บานประตู ประกอบด้วยบานกรอบและลูกฟัก บานกรอบมักเป็นไม้จริง เช่น ไม้สัก ไม้สน ไม้แดง ไม้มะค่า ฯลฯ ส่วนลูกฟักอาจเป็นไม้เช่นเดียวกันกับบานกรอบหรืออาจเป็นประจกก็ได้ อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันมีวัสดุทางเลือกทดแทนไม้จริงมากขึ้น เพื่อให้ดูแลรักษาง่าย น้ำหนักเบากว่า และราคาประหยัด เช่น ประตูไม้อัด, ประตูเมลามีน, ประตู HDF, ประตู WPC, ประตู PS, ประตู uPVC, ประตู PVC ฯลฯ โดยลักษณะจะมีโครงภายใน และปิดผิวด้วยวัสดุดังกล่าว ตัวอย่างบานประตูประเภทต่างๆ ภาพ: ตัวอย่างบานประตูประเภทต่างๆ วงกบ คือส่วนที่เป็นขอบหรือกรอบรอบประตูที่ผนัง ทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกที่เกิดจากการเปิดปิดประตู มีร่องรับทำให้ประตูปิดสนิทมากขึ้น และเป็นส่วนที่ใช้ติดตั้งหลุมล็อกกลอนประตู รวมถึงยึดบานพับสำหรับประตูบานเปิดด้วย วัสดุมักเป็นประเภทเดียวกับตัวบานประตู ยกเว้นบางกรณี เช่น วงกบอะลูมิเนียมกับบานประตูไม้ วงกบไม้กับประตู WPC หรือ uPVC วงกบ ภาพ: วงกบเป็นขอบหรือกรอบรอบประตูที่ผนัง ช่วยให้ประตูปิดสนิทมากขึ้น บานพับ/รางเลื่อน “บานพับ” เป็นอุปกรณ์ประกอบกับประตูบานเปิด ทำหน้าที่ยึดประตูเข้ากับวงกบเพื่อให้หมุนเปิดปิดได้ มีทั้งบานพับยึดที่ด้านข้างบานประตู และบานพับจุดหมุน (บานพับซ่อน) ที่มีเดือยหมุนยึดเข้ากับขอบด้านบนและด้านล่างของประตู การเลือกรูปแบบ/รุ่น ขนาด และจำนวนบานพับ จะขึ้นอยู่กับความสูงและน้ำหนักของประตู “รางเลื่อน” ใช้คู่กับประตูบานเลื่อน มีหลายรุ่น/รูปแบบให้เลือกใช้ สำหรับประตูภายในบ้านจะนิยมใช้รางเลื่อนบนหรือรางเลื่อนแบบแขวนที่มักทำเป็นรางเลื่อนแบบซ่อน (ใช้คู่กับไม้บังราง) และรางเลื่อนแบบโชว์ การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับสไตล์การตกแต่งบ้าน และน้ำหนักประตู บานพับ ภาพ: บานพับทำหน้าที่ยึดประตูไว้กับวงกบ รางเลื่อนบนหรือรางเลื่อนแบบแขวน ภาพ: รางเลื่อนบนหรือรางเลื่อนแบบแขวน รางเลื่อนสำหรับประตูบานเลื่อน ภาพ: รางเลื่อนสำหรับประตูบานเลื่อน มือจับประตู ทำหน้าที่ให้เราจับเพื่อเปิดปิดประตูได้ถนัดมือ สำหรับประตูบานเปิดมี 2 รูปแบบ ได้แก่ 1) มือจับที่มีล็อกมาในตัว มีทั้งแบบลูกบิดและก้านโยก (ลูกบิดเขาควาย) 2) มือจับแยกกับตัวล็อก มีทั้งแบบก้านโยกและติดตาย ซึ่งตัวล็อกสามารถเลือกได้ว่าต้องการใช้แบบบิดหมุนหรือแบบกลอนประตู ส่วนประตูบานเลื่อนจะใช้เป็นมือจับรูปแบบต่าง ๆ เช่น แบบราวจับ แบบฝังในบาน โดยใช้คู่กับตัวล็อกบานเลื่อนโดยเฉพาะ มือจับมีล็อกในตัวแบบลูกบิด ภาพ: มือจับมีล็อกในตัวแบบลูกบิด มือจับแยกกับตัวล็อกแบบก้านโยก ภาพ: มือจับแยกกับตัวล็อกแบบก้านโยก มือจับแบบฝังในบานประตู ภาพ: มือจับแบบฝังในบานประตู กลอน/ตัวล็อก ช่วยไม่ให้เปิดประตูได้ มีให้เลือกใช้หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นกลอนประตูแบบเลื่อน/สับ (ซ้าย-ขวา, ขึ้น-ลง) กุญแจ Deadlock ที่มีลูกบิดหมุนล็อกด้วยมือที่ด้านใน ส่วนด้านนอกจะมีให้เลือกทั้งแบบใช้กุญแจ และแบบใช้เหรียญในการเปิด-ปิด (สำหรับห้องน้ำ หรือห้องนอนผู้สูงวัย/ผู้ป่วยที่ต้องเข้าไปช่วยเหลือได้จากภายนอก) และแบบสายยูเพื่อคล้องกุญแจ นอกจากนี้ ยังมีกลอนประตูดิจิทัลซึ่งมีระบบล็อกอัตโนมัติ สามารถปลดล็อกได้หลายฟังก์ชั่น เช่น รหัส, คีย์การ์ด, ลายนิ้วมือ, แอปพลิเคชันในมือถือ โดยไม่จำเป็นต้องพกกุญแจ นิยมใช้กับห้องพักในโรงแรม คอนโดมิเนียม ปัจจุบันบ้านพักอาศัยก็นิยมใช้กันมากขึ้น กลอนประตู ภาพ: (ซ้าย)กลอนประตูภายในบ้านแบบเลื่อน/สับ (ขวา)ตัวล็อกประตูภายนอกบ้านแบบสายยูคล้องกุญแจ กุญแจDeadlock ภาพ: กุญแจDeadlock ที่มีลูกบิดหมุนล็อกด้วยมือที่ด้านใน กลอนประตูดิจิทัล ภาพ: กลอนประตูดิจิทัลปลดล็อกด้วยรหัสหรือคีย์การ์ด กันชนประตู หรือที่เรียกว่า Door Stopper ทำหน้าที่ช่วยป้องกันประตูเปิดกระแทกกับผนัง/เฟอร์นิเจอร์ หรือใช้หยุดประตูบานเลื่อนไม่ให้หลุดราง มีหลายรูปแบบทั้งแบบแม่เหล็ก แบบเข้าสลัก แบบยางกันกระแทก มักติดตั้งไว้ด้านหลังประตูอาจเป็นด้านบนหรือด้านล่างก็ได้ตามความเหมาะสม กันชนประตูแบบยาง ภาพ: กันชนประตูแบบยาง กันชนประตูแบบแม่เหล็ก ภาพ: กันชนประตูแบบแม่เหล็ก โช้คประตู เป็นอุปกรณ์พิเศษอาจติดตั้งหรือไม่ก็ได้ ช่วยในการปิดประตูอัตโนมัติ หรือสามารถตั้งให้เปิดค้างได้ บางรุ่นสามารถตั้งให้ชะลอการปิดให้ช้าลงได้ เช่น กรณีประตูบานเลื่อนสำหรับผู้ที่ใช้รถเข็น ข้อควรระวังในการติดตั้งโช้คประตูหากบ้านไหนที่มีเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยงต้องระมัดระวังประตูหนีบด้วย โช้คประตู ภาพ: โช้คประตูช่วยในการปิดประตูอัตโนมัติ สรุป การเลือกซื้อประตูสักบานนอกจากความสวมงามเข้ากับสไตล์ของบ้านแล้ว สิ่งสำคัญคืออุปกรณ์ประกอบต่างๆ อย่างบานพับที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับประตู ทำให้ใช้งานได้นาน ประตูไม่ตก เปิดปิดง่าย การเลือกมือจับที่เหมาะสมกับผู้ใช้งานอย่างมือจับแบบก้านโยกให้ผู้สูงอายุใช้งานได้ง่าย รูปแบบของกลอนประตูที่ควรใช้กับหน้าบ้านหรือห้องนอนหรือห้องน้ำ สนใจ ประตูและอุปกรณ์ประกอบ คลิก\ อ่านเพิ่มเติม: หลากชนิดประตูไม้ เลือกอย่างไรให้เหมาะสม อ่านเพิ่มเติม: หลากประเภทน่ารู้ ประตูสำเร็จรูปในบ้าน วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: > ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
คุณสมบัติ และความเหมาะสมของประตู UPVC สำหรับการใช้งานในบ้านพักอาศัยของประเทศไทย หากพูดถึงประตูสำเร็จรูปขนาดมาตรฐานที่ใช้งานกันทั่วไปในบ้านหรือที่อยู่อาศัย ซึ่งมีปัจจัยเรื่องสภาพอากาศและสภาพแวดล้อมในประเทศไทยเราเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งยังต้องหาซื้อได้ง่าย ใช้งานได้หลายพื้นที่ หลายคนอาจจะนึกถึง "ประตู UPVC" ซึ่งเริ่มเป็นที่นิยมคุ้นหูกันมากขึ้น ด้วยคุณสมบัติต่าง ๆ ที่น่าสนใจ SCGHOME.COMจะพาไปทำความรู้จักกับประตู UPVC กันมากขึ้น พร้อมเหตุผลที่ทำให้ประตู UPVC น่าใช้ในบ้านเรา โครงสร้างและส่วนประกอบของประตู UPVC ประตู UPVC คือประตูสำเร็จรูปที่มีหน้าบานเป็นวัสดุ UPVC (Unplasticized Polyvinyl Chloride) หรือที่มักเรียกสั้นๆ ว่า ไวนิล ซึ่งเป็นพลาสติกชนิดพิเศษผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณสมบัติให้มีความแข็งแรง ทนทาน ส่วนประกอบด้านในจะมีกรอบโครงเป็นไม้หรือไม้สังเคราะห์ เนื้อแกนด้านในเป็นโฟมช่วยป้องกันเสียงและความร้อน ประตู UPVC ส่วนใหญ่เป็นสีขาว โดยสีจะอยู่ในเนื้อวัสดุ ผิวเป็นเงามัน มีทั้งแบบผิวเรียบธรรมดา และแบบปั๊มขึ้นรูปเป็นลวดลายลูกฟักต่างๆ หรือลายเสี้ยนไม้ นอกจากนี้ ยังมีรุ่นที่พิมพ์ลวดลายและสีเสมือนลายไม้ธรรมชาติด้วย ตัวอย่างประตู UPVC ภาพ: ตัวอย่างประตู UPVC คุณสมบัติของประตู UPVC ประตู UPVC มีคุณสมบัติเด่นด้านความทนทานต่อความชื้น น้ำ ฝน และไม่ผุกร่อนเหมือนไม้ ปลวกไม่กิน อีกทั้งไม่เป็นสนิมเหมือนโลหะ จึงเหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย และด้วยภายในประตู UPVC ที่เป็นโฟมจึงมีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อนและเสียงในระดับที่ดี ช่วยเพิ่มความสบายในการอยู่อาศัย และลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศได้ น้ำหนักของประตู UPVC กำลังดี ไม่เบาจนเกินไป นอกจากนี้ ยังสามารถปรับไสแต่งขอบประตู UPVC ได้เล็กน้อย ประมาณ 2-5 มม. ตามที่ระบุไว้ในแต่ละรุ่น เพื่อให้พอดีกับวงกบที่เตรียมไว้ ประตู UPVC เหมาะกับการใช้งานแบบไหน ประตู UPVC เหมาะสำหรับการใช้งานในบ้านพักอาศัยทั่วไปทั้งประตูภายในและประตูภายนอก ไม่ว่าจะเป็น ประตูห้องนอน ประตูห้องรับแขก ประตูห้องน้ำ ประตูห้องครัว ประตูห้องซักล้าง รวมถึงประตูหน้าบ้าน/หลังบ้าน ที่เปิดออกสู่ภายนอกบ้าน ซึ่งควรเลือกประเภทใช้งานตามที่ระบุไว้ในแต่ละรุ่น สำหรับบ้านที่ต้องการความคุ้มค่า ดูแลรักษาง่าย และใช้งานระยะยาว ประตู UPVC ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ สนใจ ประตู UPVC คลิก\ ประตู UPVC กับห้องน้ำ ภาพ: ประตู UPVC กับห้องน้ำ ประตู UPVC ภายในบ้าน ภาพ: ประตู UPVC ภายในบ้าน ประตู UPVC หน้าบ้าน ภาพ: ประตู UPVC หน้าบ้าน (ที่เปิดออกสู่ภายนอก) ประตู UPVC หน้าบ้าน ภาพ: ประตู UPVC หน้าบ้าน อายุการใช้งานและการดูแลรักษา โดยทั่วไป ประตู UPVC มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 10 ปี หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัสดุ การติดตั้ง การใช้งาน และสภาพแวดล้อม การดูแลรักษาก็ทำได้ง่าย เพียงทำความสะอาดด้วยน้ำสบู่อ่อน ๆ และผ้านุ่ม หลีกเลี่ยงสารเคมีรุนแรงหรือของมีคมที่อาจทำให้ผิววัสดุเสียหาย รวมถึงตรวจสอบอุปกรณ์ประกอบ เช่น บานพับและลูกบิด อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยยืดอายุการใช้งานและคงประสิทธิภาพของประตูได้ในระยะยาว ประตู UPVC เป็นทางเลือกที่น่าใช้เป็นประตูบ้านทั้งภายในและภายนอก ประตู UPVC เป็นวัสดุที่ตอบโจทย์การใช้งานในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี ด้วยความสามารถในการทนความชื้นได้ดี ไม่ผุกร่อน ปลวกไม่กิน และดูแลรักษาง่าย ทำให้เหมาะกับการใช้งานในบ้านหรือที่พักอาศัยหลากหลายประเภท ทั้งนี้ การเลือกประตู UPVC ที่มีคุณภาพและติดตั้งอย่างถูกต้อง รวมถึงใช้งานอย่างเหมาะสมจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและยืดอายุการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สนใจ ประตู UPVC คลิก\ SCGHOME.COM มีบริการติดตั้งประตูหน้าต่างโดยผู้เชี่ยวชาญ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ อ่านเพิ่มเติม: หลากประเภทน่ารู้ ประตูสำเร็จรูปในบ้าน อ่านเพิ่มเติม: ประตู 1 บานมีอุปกรณ์ประกอบอะไรบ้าง? Checklist ฮาร์ดแวร์ประตูที่ต้องมี วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: > ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล