ตอบคำถาม อิฐมวลเบาสามารถก่อเป็นผนังกั้นห้องได้หรือไม่ ประเด็นสำคัญ อิฐมวลเบาสามารถก่อเป็นผนังกั้นห้องได้ โดยต้องอยู่บนแนวคานของโครงสร้างอาคาร หากจำเป็นต้องมีผนังกั้นห้องที่ไม่มีแนวคานรองรับ อาจเลือกใช้ผนังโครงสร้างเบาอย่างการใช้ผนังสมาร์ทบอร์ด คำตอบคือ "ได้" แต่มีข้อสำคัญที่ต้องคำนึงถึง คือ ผนังกั้นห้องที่ก่อด้วยอิฐมวลเบาจะต้องอยู่บนแนวคานของโครงสร้างอาคารเท่านั้น แม้อิฐมวลเบา\จะมีน้ำหนักเบากว่าอิฐมอญประมาณ 2 เท่า แต่เมื่อก่อเป็นผนังแล้ว ก็ยังมีน้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 90 กก./ตร.ม. ซึ่งถือเป็นน้ำหนักที่พื้นอาคารต้องรับได้อย่างเหมาะสม ดังนั้น หากต้องการก่อผนังกั้นห้องใหม่ ไม่ควรก่อบนพื้นคอนกรีตทั่วไปที่ไม่ได้ออกแบบมารับน้ำหนักผนัง แต่ควรก่อบนแนวคาน เพื่อให้โครงสร้างสามารถรับน้ำหนักได้อย่างปลอดภัย หากตำแหน่งที่ต้องการกั้นห้อง ไม่มีแนวคานรองรับ ไม่แนะนำให้ก่อผนังอิฐมวลเบา เพราะอาจทำให้พื้นรับน้ำหนักเกินกว่าที่ออกแบบไว้ ควรเลือกใช้ระบบผนังเบา เช่น โครงคร่าวเหล็กชุบสังกะสีหรือโครงกัลวาไนซ์ติดตั้งร่วมกับ แผ่นสมาร์ทบอร์ด\ ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าผนังก่ออิฐ ช่วยลดภาระของโครงสร้าง ติดตั้งได้รวดเร็ว และเหมาะสำหรับการแบ่งพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน โดยยังให้ความแข็งแรงและสามารถตกแต่งผิวผนังได้เหมือนผนังก่อทั่วไป รายละเอียดดังบทความ >> ทำผนังเบากั้นห้องในบ้าน เพิ่มพื้นที่ใช้สอย + เป็นส่วนตัว\ สรุป หากต้องการก่อผนังกั้นห้องด้วยอิฐมวลเบา ควรตรวจสอบก่อนว่าตำแหน่งดังกล่าวมีแนวคานรองรับหรือไม่ หากมีแนวคานก็สามารถก่อได้อย่างปลอดภัย แต่หากไม่มีแนวคาน การเลือกใช้ระบบผนังเบาพร้อมแผ่นสมาร์ทบอร์ดจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและปลอดภัยต่อโครงสร้างอาคารมากกว่า อิฐมวลเบา คิวคอน\ แผ่นผนังสมาร์ทบอร์ด\ > - อ่านเพิ่มเติม: FAQ รวมถาม-ตอบ อิฐมวลเบา Q-CON\ > - อ่านเพิ่มเติม: อิฐมวลเบา ก่อแบบ 1:2 หรือ 1:3 แบบไหนแข็งแรงสุด\ เลือกซื้อสินค้าและบริการพร้อมติดตั้ง กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้บริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
SCG HOME Online เดินเกม O2O Ecosystem เต็มสูบ เปิดแคมเปญ "เติมบ้านคุ้ม ลุ้นรับทอง" คืนกำไรลูกค้า 15 ก.ค. - 15 พ.ย. 69 SCG HOME Online\ เร่งเครื่องยกระดับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซครบวงจรสำหรับสินค้าและบริการเกี่ยวกับบ้าน รับเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และความน่าเชื่อถือในการซื้อสินค้าเพื่อสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม และตกแต่งที่อยู่อาศัย ด้วยการชู กลยุทธ์ O2O Ecosystem ภายใต้แนวคิด 3S ได้แก่ Supply Chain, Smart Service และ Solution พร้อมเดินหน้าจับมือพันธมิตร Digital Partners และแบรนด์ชั้นนำเพิ่มเติม เพื่อให้ลูกค้าซื้อวัสดุก่อสร้าง ของแต่งบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า และบริการด้านที่อยู่อาศัย\ได้ครบในจุดเดียว นพพร กีรติบรรหาร Executive Vice President - B2C Sales คุณนพพร กีรติบรรหาร Executive Vice President - B2C Sales บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด อธิบายว่าการพัฒนา SCG HOME Online ครั้งนี้ไม่ได้มุ่งแค่สร้างแพลตฟอร์ม e-commerce เท่านั้น แต่ต้องการสร้าง O2O Ecosystem ที่ทำให้ทุกเรื่องของบ้านเป็นเรื่องง่ายขึ้นสำหรับลูกค้า โดยสรุปเป็นแนวคิดหลัก 3 ด้าน ดังนี้ Supply Chain - การซื้อสินค้าเพื่อบ้าน โดยเฉพาะวัสดุก่อสร้าง\ ไม่ได้จบแค่ขั้นตอนการสั่งซื้อ แต่ความรวดเร็วและความแม่นยำของการจัดส่งที่ส่งผลโดยตรงต่อหน้างานของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของบ้าน ผู้รับเหมา หรือช่างหน้างาน เพราะหากสินค้าส่งไม่ตรงเวลา อาจทำให้ทั้งโครงการต้องหยุดชะงักได้ SCG HOME Online จึงจับมือกับเครือข่ายพันธมิตร SCG Digital Partners ทั่วประเทศ เพื่อบริหารจัดส่งจากจุดกระจายสินค้าที่อยู่ใกล้ลูกค้าที่สุด ช่วยลดระยะเวลาขนส่งและเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้า ให้ลูกค้าได้รับของรวดเร็ว หน้างานเดินต่อได้อย่างต่อเนื่อง คุ้มค่าทั้งด้านเวลาและต้นทุน Smart Service - คือการให้บริการที่ตอบโจทย์ insight ของลูกค้าที่มักสอบถามและหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ SCG HOME Online จึงนำเทคโนโลยี Agentic AI มายกระดับประสบการณ์บริการ ให้ลูกค้าได้รับคำแนะนำที่สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านการพูดคุยกับ AI Chatbot "โฮมมี่" บน LINE Official Account @scghome\ เพื่อสอบถามข้อมูลสินค้า เปรียบเทียบรายละเอียด ใช้ตัวช่วยคำนวณราคา หรือขอคำแนะนำสินค้าและบริการที่เหมาะกับความต้องการได้ทันที ช่วยให้การตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น ลดเวลาค้นหาข้อมูล และสร้างประสบการณ์ที่ดีตั้งแต่ต้นจนถึงหลังการขาย Solution - มาจากความเข้าใจว่าลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการแค่ซื้อสินค้า แต่กำลังมองหาวิธีแก้ปัญหาเรื่องบ้านแบบครบวงจร SCG HOME Online จึงรวบรวมบริการจากพันธมิตรที่เชี่ยวชาญและน่าเชื่อถือไว้ในที่เดียว ทั้งบริการติดตั้งโซลาร์เซลล์\ โดย Onnex Solar Roof บริการซ่อมหลังคา\ โดยทีมคิวช่าง โซลูชันปรับปรุงและออกแบบพื้นที่สำหรับผู้สูงอายุ รวมถึงบริการเรื่องบ้านอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยให้ตอบโจทย์ทุกช่วงชีวิตของคนในบ้าน ตั้งแต่การสร้างบ้าน ต่อเติมบ้าน ไปจนถึงรีโนเวตบ้าน สะท้อนแนวคิด Better Living ของ SCG HOME ทั้งนี้การเชื่อมโยงกันเป็น O2O Ecosystem ที่ผสานจุดแข็งของช่องทางออนไลน์เข้ากับเครือข่ายบริการทั่วประเทศ ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อวัสดุก่อสร้าง สินค้าตกแต่งบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า และบริการด้านที่อยู่อาศัยได้อย่างครบวงจรในที่เดียว ผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM, แอปพลิเคชัน SCGHOME และบริการ Chat-to-Shop บน LINE Official Account @SCGHOME แนวคิด 3S ได้แก่ Supply Chain, Smart Service และ Solution นอกจากนี้ ด้านสินค้า SCG HOME Online ยัง รวบรวมแบรนด์ชั้นนำ หลากหลายกลุ่มไว้บนแพลตฟอร์ม ทั้งวัสดุก่อสร้าง ของแต่งบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้า อาทิ SCG, UNIX\, COTTO, Hisense\, Xiaomi, SMEG และ Haier พร้อมสิทธิประโยชน์จากพันธมิตรสถาบันการเงินและองค์กรชั้นนำหลายแห่ง รวมถึงระบบสะสมคะแนน SCG Family Plus+ และ SCG HOME Star ให้ลูกค้านำไปแลกสิทธิประโยชน์เพิ่มได้อีก การเชื่อมโยงกันเป็น O2O Ecosystem พันธมิตรสถาบันการเงิน รวบรวมแบรนด์ชั้นนำ คุณนพพร ระบุด้วยว่า ประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าต้องมาจากทั้งความหลากหลายของสินค้า คุณภาพบริการ ความเร็วในการจัดส่ง และเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกไปพร้อมกัน ซึ่งจะเป็นปัจจัยผลักดันให้ SCG HOME Online ก้าวสู่การเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซด้านบ้านที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างครบวงจรยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่สนับสนุนมาต่อเนื่อง SCG HOME Online จึงจัดแคมเปญใหญ่ส่งท้ายปี "เติมบ้านคุ้ม ลุ้นรับทอง"\ มอบสิทธิ์ลุ้นรับทองคำและของรางวัลรวมกว่า 100 รางวัล ให้กับลูกค้าที่ซื้อสินค้าและบริการผ่าน SCG HOME Online ระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม - 15 พฤศจิกายน 2569 ยิ่งซื้อมากยิ่งได้สิทธิ์ลุ้นรางวัลมากขึ้น โดยสามารถร่วมรายการได้ทั้งทางเว็บไซต์ SCGHOME.COM, แอปพลิเคชัน SCGHOME และบริการ Chat-to-Shop ผ่าน LINE Official Account @SCGHOME ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เติมบ้านคุ้ม ลุ้นรับทอง รายละเอียด คลิก\
รีวิวแก้ปัญหาหลังคารั่วเก่าโทรมด้วยการเปลี่ยนหลังคาใหม่กับ SCG Smart System Solution จากปัญหาที่ซ่อมกี่ครั้งก็ไม่หาย จนได้ทีมช่างที่แก้ปัญหาแบบจบ ประเด็นสำคัญ รอยคราบน้ำบนฝ้าเพดาน ปล่อยทิ้งไว้นาน จากรอยชื้นเล็ก ๆ ก็กลายเป็นจุดที่น้ำรั่วลงมาอย่างชัดเจน ก่อนหน้านี้เคยซ่อมกับช่างซ่อมหลังคาทั่วไปมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังกลับมารั่วอีก จึงตัดสินใจเลือกซ่อมหลังคากับ SCG เพราะมั่นใจในความเชี่ยวชาญด้านงานหลังคา สิ่งที่ประทับใจคือ ระหว่างที่ทีมช่างจาก SCG เข้าดำเนินงาน เจ้าของบ้านยังสามารถใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้านได้ตามปกติ ไม่ต้องย้ายออกไปพักที่อื่น และทีมช่างทำงานอย่างเป็นระเบียบ ใส่ใจความสะอาดและความปลอดภัยของบ้าน ทำให้รู้สึกสบายใจตลอดการซ่อม "หลังคารั่ว" จุดเล็กๆ แต่ปล่อยทิ้งไว้นานไม่ได้ เพราะอาจก่อให้เกิดความเสียหายที่ตามมามากกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นฝ้าเพดาน ผนัง หรือโครงสร้างที่ได้รับความชื้นสะสม เจ้าของบ้านหลังนี้ก็เคยเจอกับปัญหาเดียวกัน และอยากแบ่งปันประสบการณ์ให้คนที่กำลังเผชิญปัญหาแบบเดียวกัน เจ้าของบ้าน ภาพ: เจ้าของบ้านรีวิวการใช้บริการเปลี่ยนหลังคา (RE-ROOF) กับ SCG Smart System Solution จุดเริ่มต้นจากคราบน้ำบนฝ้าเล็ก ๆ ที่มาของปัญหาหลังคารั่ว ช่วงแรกที่ฝนตก จะเห็นเป็นเพียงรอยน้ำบนฝ้าเพดานเท่านั้น จึงยังไม่ได้คิดว่าเป็นปัญหาใหญ่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ฝนตกต่อเนื่องมากขึ้น จากรอยชื้นเล็ก ๆ ก็กลายเป็นจุดที่น้ำรั่วลงมาอย่างชัดเจน ทำให้รู้ว่าหากยังปล่อยไว้ ความเสียหายคงลุกลามไปมากกว่านี้แน่นอน คราบน้ำบนฝ้าเพดาน ภาพ: คราบน้ำบนฝ้าเพดาน น้ำรั่วจากรอยต่อหลังคา ภาพ: น้ำรั่วจากรอยต่อหลังคา เคยเรียกช่างซ่อมหลังคาทั่วไปมาแก้ไข แต่ปัญหาหลังคารั่วก็ยังไม่จบ ก่อนหน้านี้เคยติดต่อช่างทั่วไปให้เข้ามาซ่อมหลายครั้ง แต่ผลลัพธ์ก็ยังไม่ตอบโจทย์ เพราะซ่อมแล้วก็ยังกลับมารั่วอีก ทำให้รู้ว่าปัญหาหลังคารั่วไม่ใช่แค่การอุดรอยรั่วเฉพาะจุด แต่ต้องอาศัยการตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง และต้องเป็นทีมช่างที่มีความเชี่ยวชาญด้านงานหลังคาโดยเฉพาะ ทำไมถึงเลือกใช้บริการเปลี่ยนหลังคา (RE-ROOF) จาก SCG สิ่งแรกที่ทำให้ตัดสินใจเลือกซ่อมหลังคากับ SCG คือความมั่นใจในความเชี่ยวชาญด้านงานหลังคา ตั้งแต่ติดต่อสอบถามครั้งแรก ทีมงานคอยประสานงานและให้ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง จนถึงวันเข้าซ่อมจริง ทุกขั้นตอนเป็นระบบ ทำให้รู้สึกอุ่นใจตั้งแต่เริ่มต้น บริการซ่อมหลังคารั่ว เปลี่ยนหลังคาบ้าน\ วันที่ซ่อมหลังคา...ใช้ชีวิตในบ้านได้ตามปกติ สิ่งที่ประทับใจมากคือ ระหว่างที่ทีมช่าง SCG เข้าดำเนินงาน ทุกคนในบ้านยังสามารถใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้านได้ตามปกติ ไม่ต้องย้ายออกไปพักที่อื่น และทีมช่างทำงานอย่างเป็นระเบียบ ดูแลพื้นที่หน้างานเป็นอย่างดี ใส่ใจเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยของบ้าน ทำให้รู้สึกสบายใจตลอดการซ่อม สำหรับเจ้าของบ้านแล้ว รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้คือสิ่งที่สร้างความแตกต่าง และทำให้รู้สึกว่าบ้านได้รับการดูแลอย่างมืออาชีพ SCG Smart System Solution ภาพ: ระหว่างที่ทีมช่างเข้าดำเนินงาน เจ้าของบ้านยังสามารถใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้านได้ ช่างทำงานเป็นระบบ ภาพ: ช่างทำงานเป็นระบบ ระมัดระวัง และใส่อุปกรณ์ SAFETY เพื่อความปลอดภัย หลังคาคือส่วนที่ปกป้องบ้านให้อยู่กับครอบครัวในระยะยาว บ้านไม่ใช่เพียงสถานที่อยู่อาศัย แต่เป็นทรัพย์สินที่ตั้งใจจะส่งต่อให้ลูกหลานในอนาคต เพราะเหตุนี้ เมื่อบ้านมีปัญหา โดยเฉพาะเรื่องสำคัญอย่างหลังคา จึงไม่อยากเสี่ยงเลือกซ่อมแบบชั่วคราว แต่เลือกใช้ทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุดและใช้งานได้อย่างมั่นใจในระยะยาว "ต้องขอบคุณ SCG มาก ๆ ค่ะ ที่ช่วยทำให้บ้านกลับมาสวยอีกครั้ง และทำให้รู้สึกมั่นใจว่าบ้านของเราจะอยู่กับครอบครัวไปได้อีกนาน" RE-ROOF ภาพ: ก่อนเปลี่ยนหลังคา และ หลังเปลี่ยนหลังคา เปลี่ยนหลังคา ภาพ: ก่อนเปลี่ยนหลังคา และ หลังเปลี่ยนหลังคา เปลี่ยนหลังคา RE-ROOF ภาพ: ก่อนเปลี่ยนหลังคา และ หลังเปลี่ยนหลังคา การซ่อมหลังคาอาจไม่ใช่เรื่องที่เจ้าของบ้านอยากเจอ แต่หากเลือกทีมที่มีประสบการณ์และเข้าใจปัญหาอย่างแท้จริง ก็ช่วยให้การซ่อมเป็นเรื่องง่ายขึ้น และทำให้บ้านกลับมาน่าอยู่ได้อีกครั้ง บริการซ่อมรั่วหลังคาเฉพาะจุด (ROOF REPAIR)\ บริการรื้อ – เปลี่ยนหลังคาเก่าทั้งผืน (RE-ROOF)\ บริการซ่อมรั่วหลังคาทาวน์เฮาส์ ทาวน์โฮม (TOP UP ROOF)\ > - อ่านเพิ่มเติม: รวมวิธีซ่อมหลังคารั่ว ช่างซ่อมหลังคามืออาชีพเค้าทำกันยังไง\ > - อ่านเพิ่มเติม: รีวิวจากเจ้าของบ้าน: ซ่อมหลังคารั่วกับทีมช่าง SCG ผ่านไป 3 ปี ไม่รั่วซ้ำ\ > - อ่านเพิ่มเติม: รวมวิธีรับมือ บ้านรั่ว หลังคารั่ว และสารพันปัญหาบ้านหน้าฝน\ เลือกซื้อสินค้าและบริการพร้อมติดตั้ง กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้บริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
เปรียบเทียบประเด็นต่างๆ ทั้งความแข็งแรง ความทนทาน อายุการใช้งาน ราคาและความคุ้มค่าของระแนงบังตา ไฟเบอร์ซีเมนต์ vs WPC vs ไวนิล ประเด็นสำคัญ ระแนงบังตา ไฟเบอร์ซีเมนต์, WPC และไวนิล ล้วนมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ไม่มีวัสดุชนิดใดที่เหมาะกับทุกบ้าน การเลือกใช้งานควรพิจารณาจากลักษณะการใช้งาน งบประมาณ และสภาพแวดล้อมของพื้นที่ติดตั้งเป็นหลัก ระแนงบังตา ไฟเบอร์ซีเมนต์\ เหมาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับความแข็งแรง ความทนทาน และต้องการวัสดุที่รองรับการใช้งานภายนอกอาคารในระยะยาว ระแนงบังตา WPC\ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบลวดลายและผิวสัมผัสคล้ายไม้ธรรมชาติ ลดภาระการดูแลรักษา ระแนงบังตา ไวนิล\ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวัสดุน้ำหนักเบา ดูแลรักษาง่าย และเน้นความสะดวกในการใช้งาน ระแนงบังตาเป็นองค์ประกอบที่ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว บังสายตา ลดความร้อนจากแสงแดด และเพิ่มความสวยงามให้กับบ้าน โดยในปัจจุบันมีวัสดุที่ได้รับความนิยม ได้แก่ ไฟเบอร์ซีเมนต์ (Fiber Cement), WPC (Wood Plastic Composite) และไวนิล (uPVC/Vinyl) ซึ่งแต่ละประเภทมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ทั้งด้านความแข็งแรง ความทนทาน การดูแลรักษา และงบประมาณ ระแนงบังตาไฟเบอร์ซีเมนต์ ผลิตจากปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ผสมเส้นใยเซลลูโลส ผ่านกระบวนการผลิตที่ช่วยให้วัสดุมีความแข็งแรงและทนต่อสภาพอากาศ เหมาะสำหรับการใช้งานภายนอกอาคาร ความแข็งแรง: มีความแข็งแรงสูง รับแรงกระแทกได้ดี ไม่แอ่นตัวง่าย เมื่อติดตั้งด้วยโครงสร้างที่เหมาะสมสามารถใช้งานได้อย่างมั่นคงในระยะยาว ทนแดด ทนฝน: ทนต่อรังสี UV ความร้อน และความชื้นได้ดี ไม่ผุ ปลวกไม่กิน และมีการขยายตัวจากอุณหภูมิค่อนข้างน้อย ความสวยงาม: มีทั้งผิวเรียบและลายไม้ที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงไม้ธรรมชาติ โดยมีทั้งรุ่นที่สีสำเร็จจากโรงงาน รุ่นสีวัสดุ (สีซีเมนต์) และรุ่นที่ทำสีรองพื้นจากโรงงานซึ่งสามารถเลือกทาสีตามต้องการหรือเคลือบผิวได้ตามสไตล์บ้าน การดูแลรักษา: ทำความสะอาดได้ง่าย หากเป็นรุ่นที่ทาสี เมื่อใช้งานเป็นเวลานานอาจต้องทาสีใหม่ตามอายุของสีเคลือบ ราคาและความคุ้มค่า: ราคาวัสดุอยู่ในระดับค่อนข้างประหยัดเมื่อเทียบกับวัสดุประเภทอื่น แต่ต้นทุนรวมอาจแตกต่างกันตามรูปแบบติดตั้งและค่าแรง ให้ความคุ้มค่าต่อความแข็งแรงและอายุการใช้งาน ไม้ระแนง เอสซีจี รุ่นลายไม้ ภาพ: ไม้ระแนง เอสซีจี รุ่นลายไม้ ให้ลายคมลึกชัดเจน นำมาทาสีไม้สักทอง ดูสวยเป็นธรรมชาติ ระแนงบังตาไฟเบอร์ซีเมนต์ ภาพ: ตัวอย่างระแนงบังตาไฟเบอร์ซีเมนต์ ด้วย ไม้ระแนง เอสซีจี ระแนงบังตา WPC หรือ Wood Plastic Composite เป็นวัสดุผสมระหว่างผงไม้และพลาสติก ให้ผิวสัมผัสคล้ายไม้ธรรมชาติมากที่สุด ลดปัญหาที่พบในไม้จริง เช่น การผุหรือปลวก ความแข็งแรง: แข็งแรง และมีความยืดหยุ่นมากกว่าไฟเบอร์ซีเมนต์ แต่หากติดตั้งในพื้นที่ที่ได้รับแดดจัดหรือเว้นระยะโครงคร่าวมากเกินไป อาจเกิดการโก่งตัวได้ ทนแดด ทนฝน: ทนความชื้นและฝนได้ดี ไม่ผุเหมือนไม้จริง แต่เมื่อใช้งานกลางแจ้งเป็นเวลานาน สีอาจซีดและเกิดการหด-ขยายตัวจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงได้บ้าง ขึ้นอยู่กับคุณภาพวัสดุของแต่ละแบรนด์ ความสวยงาม: โดดเด่นด้วยลายไม้และสีที่เป็นเนื้อเดียวกับวัสดุ ดูเป็นไม้ธรรมชาติสวยสมจริง การดูแลรักษา: ไม่ต้องทาสีใหม่ เพียงล้างทำความสะอาดเป็นระยะก็สามารถคงความสวยงามได้ ราคาและความคุ้มค่า: มักมีราคาสูงกว่าระแนงบังตาไฟเบอร์ซีเมนต์ และไวนิล เนื่องจากกระบวนการผลิตและองค์ประกอบของวัสดุ ไม้ระแนง THAISUN ภาพ: ไม้ระแนง THAISUN มีทั้งแบบตันและแบบกลวง มีผิวสัมผัสลายเสี้ยนไม้เป็นธรรมชาติ และสีเป็นเนื้อเดียวกับวัสดุ ระแนงบังตา WPC ภาพ: ตัวอย่างระแนงบังตา WPC ด้วย ไม้ระแนง THAISUN ระแนงบังตาไวนิล ผลิตจากพลาสติก uPVC/ Vinyl ซึ่งได้รับความนิยมในงานภายนอกอาคาร เพราะมีน้ำหนักเบา ไม่ผุ ดูแลรักษาง่าย และมักมาเป็นชุดสำเร็จรูปที่มีอุปกรณ์มาให้พร้อมติดตั้ง ความแข็งแรง: น้ำหนักเบา ติดตั้งสะดวก แต่รับแรงกระแทกได้น้อยกว่าวัสดุประเภทไฟเบอร์ซีเมนต์ และ WPC ทนแดด ทนฝน: ทนความชื้นได้ดีมาก ไม่เป็นสนิม และปลวกไม่กิน แต่หากได้รับแสงแดดจัดต่อเนื่องเป็นเวลานาน สีวัสดุอาจซีดหรือเปราะได้ ขึ้นอยู่กับคุณภาพวัสดุของแต่ละแบรนด์ ความสวยงาม: เหมาะกับบ้านสไตล์โมเดิร์น ให้ลุคสะอาด เรียบง่าย แต่มีสีและลวดลายให้เลือกน้อยกว่าวัสดุ ประเภทอื่น โดยมากมักมีสีขาว น้ำตาล เทา การดูแลรักษา: พื้นผิวเรียบไม่เก็บฝุ่น ดูแลรักษาง่ายที่สุด เพียงใช้น้ำหรือสบู่อ่อนทำความสะอาดก็เพียงพอ ราคาและความคุ้มค่า: ราคาอยู่ในระดับปานกลาง โดยขึ้นอยู่กับความหนา เกรดของวัสดุ และระบบติดตั้ง ชุดระบบระแนงไวนิล เอสซีจี ภาพ: ชุดระบบระแนงไวนิล เอสซีจี รุ่น Value set สีโอ๊ค (ชุดระแนงสำเร็จรูป SCG) ระแนงบังตาไวนิล ภาพ: ตัวอย่างระแนงบังตาไวนิล ด้วย ชุดระบบระแนงไวนิล เอสซีจี สำหรับอายุการใช้งานของวัสดุทั้ง 3 ชนิด ค่อนข้างใกล้เคียงกันคือประมาณ 10-20 ปี ขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัสดุแต่ละแบรนด์ การใช้งานตามคำแนะนำในคู่มือ การติดตั้งที่ได้มาตรฐาน และการดูแลรักษา ตารางเปรียบเทียบ ระแนงบังตา ไฟเบอร์ซีเมนต์ vs WPC vs ไวนิล ระแนงบังตา ไฟเบอร์ซีเมนต์ vs WPC vs ไวนิล แล้วควรเลือกแบบไหนดี? ทั้งระแนงบังตา ไฟเบอร์ซีเมนต์, WPC และไวนิล ล้วนมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน การเลือกใช้งานควรพิจารณาจากลักษณะการใช้งาน งบประมาณ และสภาพแวดล้อมของพื้นที่ติดตั้งเป็นหลัก ระแนงบังตา ไฟเบอร์ซีเมนต์ เหมาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับความแข็งแรง ความทนทาน และต้องการวัสดุที่คุ้มค่าสมราคา เน้นการปรับแต่งตามสไตล์เพราะสามารถติดตั้งได้ตามรูปแบบและทาสีได้ตามต้องการ ระแนงบังตา WPC เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบลวดลายและผิวสัมผัสคล้ายไม้ธรรมชาติ ลดภาระการดูแลรักษา ระแนงบังตา ไวนิล เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวัสดุน้ำหนักเบา ดูแลรักษาง่าย และเน้นความสะดวกในการใช้งาน การเลือกระแนงบังตาไม่ควรพิจารณาเพียงเรื่องราคา แต่ควรมองถึง ความแข็งแรง ความทนทาน การดูแลรักษา และอายุการใช้งานในระยะยาว เพราะวัสดุที่เหมาะสมตั้งแต่แรก จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่ในอนาคต พร้อมทำให้บ้านสวยและใช้งานได้อย่างมั่นใจไปอีกหลายปี หมายเหตุ: คุณสมบัติของแต่ละวัสดุอาจแตกต่างกันตามผู้ผลิต รุ่นสินค้า และมาตรฐานการผลิต จึงควรศึกษารายละเอียดของผลิตภัณฑ์แต่ละแบรนด์ก่อนตัดสินใจเลือกใช้งาน ไม้ระแนงไฟเบอร์ซีเมนต์ เอสซีจี\ ไม้ระแนง WPC\ ไม้ระแนงไวนิล เอสซีจี\ > - อ่านเพิ่มเติม: ไม้เทียม คืออะไร? ทำความรู้จัก ประเภทไม้เทียม และวิธีเลือกใช้\ > - อ่านเพิ่มเติม: รั้วระแนงไม้ ระแนงบังตา เลือกตีระแนงแบบไหนดี?\ เลือกซื้อสินค้าและบริการพร้อมติดตั้ง กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้บริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
แผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG มีหลายรุ่น ทั้งแบบผิวเรียบ ขอบลาด เซาะร่อง ลายไม้ ลายหินซึ่งออกแบบมาให้เหมาะกับงานที่แตกต่างกัน บทความนี้จะสรุปความแตกต่างของแผ่นสมาร์ทบอร์ดแต่ละแบบ โดยแยกประเภทเป็น ฝ้า ผนัง และพื้น สรุปวิธีเลือกสมาร์ทบอร์ด SCG แบบรวดเร็ว (Quick Guide): งานฝ้าเพดาน: ใช้ความหนา 3.5–6 มม. (ฝ้าชายคาแนะนำรุ่นมีรูระบายอากาศ ส่วนฝ้าภายในเลือกผิวเรียบ/ลายไม้/ลายไม้เซาะร่อง) งานผนังเบา ผนังตกแต่ง: ใช้ความหนา 6–12 มม. (ขอบเรียบสำหรับงานเว้นร่อง / ขอบลาดสำหรับงานฉาบเรียบไม่เห็นรอยต่อ) งานทำพื้นโครงเบา: ใช้ความหนา 15–20 มม. (เลือกความหนาตามการรับน้ำหนักของประเภทอาคาร) 1) แผ่นฝ้าสมาร์ทบอร์ด SCG มีกี่แบบ ควรเลือกอย่างไร? ฝ้าสมาร์ทบอร์ด SCG\ หนา 3.5-6 มม. ใช้ติดตั้งกับโครงฝ้า ทำเป็นฝ้าเพดานได้ทั้งภายในและภายนอก (ยกเว้นรุ่น ซูเปอร์สมาร์ท จะใช้เฉพาะงานภายใน) โดยมีรูปแบบต่างๆ ดังต่อไปนี้ ฝ้าสมาร์ทบอร์ด ผิวเรียบ: เหมาะสำหรับฝ้าเพดานแบบเว้นร่องทั่วไป ให้ลุคโมเดิร์น มีทั้งขนาดหน้ากว้าง หน้าแคบ และสี่เหลี่ยมจัตุรัส ฝ้าสมาร์ทบอร์ด เซาะร่อง และเซาะร่องลายไม้: เหมาะกับฝ้าเพดานที่ต้องการลุคอบอุ่นสไตล์ธรรมชาติ คล้ายงานไม้ มีทั้งแบบเซาะร่องผิวเรียบและเซาะร่องผิวลายเสี้ยนไม้ ฝ้าสมาร์ทบอร์ด ระบายอากาศ (ฝ้าชายคาลดบ้านร้อน): เหมาะสำหรับติดตั้งเป็นฝ้าชายคาภายนอก มีรูระบายอากาศช่วยถ่ายเทความร้อนออกจากโถงหลังคา ช่วยลดปัญหาบ้านร้อน มีให้เลือกทั้งแบบผิวเรียบ เซาะร่อง ลายไม้ และ รุ่นโพรเทคชัน (Protection) ที่เพิ่มมุ้งลวดกันแมลงในตัว ฝ้าสมาร์ทบอร์ด รุ่นซูเปอร์สมาร์ท (ฝ้าสำเร็จรูป): ฝ้าเพดานสำเร็จรูปสำหรับระบบโครงทีบาร์ภายใน ไม่ต้องทาสีหรือตกแต่งผิวเพิ่ม มีทั้งพิมพ์ลายดอกไม้และสีขาวเรียบ ตัวอย่างฝ้าสมาร์ทบอร์ด SCG Smartboard ผิวเรียบ เซาะร่อง ลายไม้ และรุ่นซูเปอร์สมาร์ทสำเร็จรูป ภาพ: (บน) ตัวอย่างฝ้าสมาร์ทบอร์ดแบบผิวเรียบ แบบเซาะร่อง แบบเซาะร่องลายไม้ และ (ล่าง) ฝ้าสมาร์ทบอร์ด รุ่น ซูเปอร์สมาร์ท ซึ่งเป็นฝ้าสำเร็จรูป แผ่นฝ้าสมาร์ทบอร์ดระบายอากาศ SCG Smartboard สำหรับฝ้าชายคา ช่วยลดบ้านร้อน ภาพ: แผ่นฝ้าสมาร์ทบอร์ด ระบายอากาศ แบบต่างๆ ตารางสรุปการเลือกฝ้าสมาร์ทบอร์ด SCG ลักษณะงาน / พื้นที่ รุ่น / ลวดลาย ความหนา (มม.) ลักษณะการติดตั้ง ฝ้าภายใน / ภายนอกทั่วไป ผิวเรียบ ขอบเรียบ 3.5, 4, 6 โครงทีบาร์ / เว้นร่อง ฝ้าตกแต่งลุคไม้ เซาะร่อง / เซาะร่องลายไม้ / รุ่นรัสติคผิวลายเสี้ยนไม้เซาะร่อง 4, 6 เว้นร่อง ฝ้าชายคา ระบายอากาศ ผิวเรียบ (แคปซูล) / เซาะร่อง / เซาะร่องครึ่งแผ่น / เซาะร่องลายไม้ (รุ่นธรรมดา และรุ่นโพรเทคชันซึ่งมีมุ้งลวดกันแมลงในตัว) 4 ชนชิด / เว้นร่อง ฝ้าที-บาร์สำเร็จรูป ปิดผิว รุ่นซูเปอร์สมาร์ท (สีขาวไม่มีลาย / ลายดอกไม้) 4 วางบนโครงทีบาร์ (ไม่ต้องทาสี) เลือกซื้อแผ่นฝ้า สมาร์ทบอร์ด SCG\ 2) แผ่นผนังสมาร์ทบอร์ด SCG แต่ละแบบใช้งานอย่างไร ผนังสมาร์ทบอร์ด SCG\ มีความหนา 6–12 มม. ใช้ติดตั้งบนโครงคร่าวเหล็กหรือโครงกัลวาไนซ์ เพื่อทำระบบผนังเบาภายนอก ผนังกั้นห้องภายใน ผนังเบาซ้อนผนังเดิม หรือใช้ทำผนังตกแต่งทับผนังก่ออิฐ โดยแบ่งตามการใช้งานดังนี้ ผนังสมาร์ทบอร์ด ผิวเรียบ (หนา 8–12 มม.): เหมาะกับใช้งานทำผนังภายนอก ผนังภายใน และผนังกั้นห้อง โดยแต่งผิวด้วยวิธีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การทาสี ฉาบปูน หรือปูกระเบื้อง โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามลักษณะขอบ > 1) ขอบเรียบ: เหมาะสำหรับงานติดตั้งผนังแบบ เว้นร่อง > 2) ขอบลาด: เหมาะสำหรับงานทำ ผนังฉาบเรียบไร้รอยต่อ ใช้คู่กับปูนฉาบรอยต่อสำหรับสมาร์ทบอร์ด SCG โดยเฉพาะ (ปูนฉาบรอยต่อ สมาร์ทบอร์ด SCG\ หรือ MagiX สมาร์ท จอยท์\) ผนังสมาร์ทบอร์ดแบบมีลวดลาย เซาะร่อง/เซาะร่องลายไม้/ลายหิน (หนา 8 มม.): เหมาะกับติดตั้งเป็นผนังภายในหรือผนังภายนอก ที่ต้องการลูกเล่น มีทั้งผนังสมาร์ทบอร์ดแบบเว้นร่อง (รุ่นกรูฟ เซาะร่อง) ให้ลุคคล้ายผนังไม้ฝาบังใบ ผนังสมาร์ทบอร์ดแบบเว้นร่องลายไม้ (รุ่นรัสติค ลายเสี้ยน) และผนังสมาร์ทบอร์ดลายหิน (รุ่นซูเปอร์ ซิลา) สามารถเลือกทาสีทับหรือเลือกโชว์ผิวตามสไตล์การตกแต่งที่ต้องการ ผนังตกแต่งสมาร์ทบอร์ด (หนา 6 มม.): เหมาะกับผนังเบาภายในที่ไม่ต้องรับแรงกระแทกสูง หรือใช้เป็นวัสดุตกแต่งผนังภายนอก/ผนังภายใน โดยติดตั้งทับผนังก่ออิฐฉาบปูนเดิม มีทั้งแบบเซาะร่องสลับ (รุ่นกรูฟ วี มิกซ์) และแบบเซาะร่องลายไม้ (รุ่นรัสติค ผิวลายเสี้ยน เซาะร่อง) ตัวอย่างผนังสมาร์ทบอร์ด SCG Smartboard แบบผิวเรียบ เซาะร่อง ลายหิน ลายไม้ และเซาะร่องสลับ ภาพ: (บน) ตัวอย่างผนังสมาร์ทบอร์ดแบบผิวเรียบ แบบเซาะร่อง แบบผิวลายหิน และ (ล่าง) ผนังตกแต่งสมาร์ทบอร์ด แบบเซาะร่องลายไม้ และแบบเซาะร่องสลับ ตารางสรุปการเลือกผนังสมาร์ทบอร์ด SCG ลักษณะงาน / พื้นที่ รุ่น / ลวดลาย ความหนา (มม.) ลักษณะการติดตั้ง ผนังภายในฉาบเรียบ ขอบลาด 2 ด้าน 8 ติดตั้งแบบฉาบเรียบ โดยฉาบรอยต่อด้วยปูนสมาร์ทจ๊อยท์ ผนังภายใน/ภายนอก เว้นร่อง ขอบเรียบ 6 (เฉพาะผนังภายใน), 8, 10, 12 ติดตั้งแบบเว้นร่อง ผนังตกแต่งภายนอก/ภายใน เซาะร่อง (รุ่น กรูฟ) / เซาะร่องลายเสี้ยนไม้ (รุ่นรัสติค) 8 ติดตั้งแบบเว้นร่อง ผนังตกแต่งภายใน เซาะร่องสลับ (รุ่น กรูฟ) / เซาะร่องลายเสี้ยนไม้ (รุ่นรัสติค) 6 ติดตั้งแบบเว้นร่อง ใช้เป็นผนังภายใน หรือกรุทับผนังภายนอกเดิมเพื่อการตกแต่ง เลือกซื้อแผ่นผนัง สมาร์ทบอร์ด SCG\ 3) แผ่นพื้นสมาร์ทบอร์ด SCG หนาเท่าไหร่บ้าง? เลือกให้เหมาะกับประเภทอาคาร พื้นสมาร์ทบอร์ด SCG\ มีความหนา 15–20 มม. ใช้สำหรับทำพื้นโครงเบาบนตงเหล็ก โดยแนะนำให้เลือกใช้ตามความหนาที่เหมาะกับประเภทอาคาร แผ่นพื้นสมาร์ทบอร์ด SCG Smartboard ความหนาต่างๆ สำหรับงานพื้นโครงเบาและปูปรับระดับ ภาพ: ตัวอย่างพื้นสมาร์ทบอร์ดแบบซึ่งมีหลายความหนาให้เลือกสำหรับการใช้งานลักษณะต่างๆ ตารางแสดงความหนาของแผ่นพื้นสมาร์ทบอร์ด SCG กับการใช้งาน ความหนาแผ่นพื้นสมาร์ทบอร์ด การรับน้ำหนัก (ตามเทศบัญญัติ) ประเภทอาคารที่เหมาะสม หนา 15 มม. 150 กก./ตร.ม. บ้านพักอาศัย, ที่อยู่อาศัยทั่วไป หนา 16 มม. 200 กก./ตร.ม. ออฟฟิศ, สำนักงาน, หอพัก, อาคารชุด หนา 18 มม. 250-400 กก./ตร.ม. อาคารสาธารณะ, ร้านค้า, ห้างสรรพสินค้า, โรงเรียน, หอประชุม หนา 20 มม. 500 กก./ตร.ม. โรงงานอุตสาหกรรม, คลังสินค้า, พื้นที่รับน้ำหนักสูง แต่หากเจ้าของบ้านต้องการใช้แผ่นสมาร์ทบอร์ดในรูปของ “แผ่นรองพื้น” สำหรับปูบนพื้นคอนกรีต (ค.ส.ล.) เพื่อปรับระดับก่อนปูวัสดุตกแต่งทับ เช่น กระเบื้อง, ไวนิล, พื้น SPC, ลามิเนต หรือไม้เทียม กรณีนี้จะเหมาะกับ แผ่นสมาร์ทบอร์ดหนา 8-12 มม. ซึ่งความหนานี้จะอยู่ในกลุ่มของ “แผ่นผนังสมาร์ทบอร์ดแบบขอบเรียบ” เลือกซื้อแผ่นพื้น สมาร์ทบอร์ด SCG\ จะเห็นว่าแผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG (SCG SmartBOARD) แต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่อรองรับฟังก์ชันที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นแบบขอบเรียบ ขอบลาด แบบผิวเรียบ เซาะร่อง หรือลายไม้ ในการเลือกซื้อจึงควรพิจารณาลักษณะของพื้นที่สอยทั้งงานฝ้า ผนัง พื้น โดยเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน และสไตล์การตกแต่งให้ตอบโจทย์ลงตัว คุ้มค่า อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง สมาร์ทบอร์ดคืออะไร? สรุป 10 ฟังก์ชันใช้งานแผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG\ หลากไอเดียแต่งฝ้าเพดานในบ้าน\ ว่าด้วยเรื่องฝ้าเพดานภายนอก นานาสไตล์ แต่งฝ้าชายคานอกบ้าน\ ผนังเบาอย่าง ผนังสมาร์ทบอร์ด จะทดแทนผนังก่ออิฐได้จริงไหม?\ หลากไอเดียใช้งานแผ่นพื้นสมาร์ทบอร์ด SCG\ ไม้เทียม คืออะไร? ทำความรู้จัก ประเภทไม้เทียม และวิธีเลือกใช้\ สร้างบ้านทั้งหลัง ด้วยแผ่นสมาร์ทบอร์ด ทำได้จริง? คลิกดู VDO\ เลือกซื้อแผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG\ เลือกซื้อสินค้าและบริการพร้อมติดตั้ง กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้บริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
รีวิว การแก้ปัญหาน้ำท่วมเข้าตัวบ้านในช่วงฝนตก เพราะถนนหน้าบ้านสูงกว่าระดับพื้นในบ้าน โดยการทำประตูกั้นน้ำชั่วคราวด้วยแผ่นสมาร์ทบอร์ด ประเด็นสำคัญ บ้านที่ถนนด้านหน้ามีการปรับระดับสูงขึ้นกว่าระดับพื้นบ้าน เมื่อเกิดฝนตกหนัก น้ำจึงไหลเข้ามาภายในบริเวณบ้านได้ง่าย ป้องกันน้ำเข้าตัวบ้านด้วยการทำประตูกั้นน้ำแบบชั่วคราว เซาะร่องที่ผนังและพื้นบริเวณทางเข้าประตูให้เป็นแนวเดียวกัน แล้วติดตั้งคิ้วอะลูมิเนียมรูปตัวยู เพื่อทำหน้าที่เป็นรางสำหรับสอดแผ่นสมาร์ทบอร์ดกั้นน้ำ เลือกใช้ ผนังสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี รุ่นขอบเรียบ ความหนา 1.2 เซนติเมตร ตัดให้มีขนาดพอดีกับช่องประตู เพื่อให้เสียบเข้ากับรางได้ ติดตั้งปั๊มจุ่ม/ปั๊มแช่ และลูกลอยเพื่อให้ดูดน้ำอัตโนมัติ ช่วยป้องกันไม่ให้น้ำสะสมและไหลเข้าสู่ภายในตัวบ้าน เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง "ประตูกั้นน้ำ" และ "ระบบสูบน้ำอัตโนมัติ" หลังจากติดตั้งและใช้งานมากว่า 8 ปี ผ่านฤดูฝนมาหลายครั้ง ช่วยป้องกันน้ำท่วมเข้าภายในบ้านได้ทุกครั้ง ปัญหาน้ำท่วมเข้าบ้านในช่วงฝนตก เป็นเรื่องที่หลายบ้านต้องเผชิญ โดยเฉพาะบ้านที่ถนนด้านหน้ามีการปรับระดับสูงขึ้นกว่าระดับพื้นบ้าน เมื่อเกิดฝนตกหนัก น้ำจากถนนจึงไหลเข้ามาภายในบริเวณบ้านได้ง่าย หากแก้ไขด้วยการยกระดับพื้นหน้าบ้านหรือทำประตูกั้นน้ำแบบถาวร อาจส่งผลต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุ ซึ่งต้องการทางเดินที่สะดวกและปลอดภัย บ้านหลังนี้จึงเลือกใช้ “ประตูกั้นน้ำแบบชั่วคราว” ซึ่งสามารถติดตั้งเฉพาะวันที่มีฝนตก และถอดเก็บได้เมื่อไม่ใช้งาน จึงไม่กระทบต่อการเดินเข้า-ออกบ้านในวันปกติ ระดับถนนหน้าบ้านสูงกว่าระดับพื้นในบ้าน ภาพ: ระดับถนนหน้าบ้านสูงกว่าระดับพื้นในบ้าน เลือกใช้แผ่นสมาร์ทบอร์ดเป็นแผ่นกั้นน้ำ การติดตั้งเริ่มจากเซาะร่องบริเวณผนังฉาบปูนทั้งสองด้านของช่องประตูและพื้นให้เป็นแนวเดียวกัน แล้วติดตั้งคิ้วอะลูมิเนียมรูปตัวยู (U-Channel) ขนาดความกว้างของร่อง 12 มม. ยึดเข้ากับพื้นและผนังด้วยกาวตะปู เพื่อทำหน้าที่เป็นรางสำหรับสอดแผ่นกั้นน้ำ วัสดุที่เลือกใช้คือ ผนังสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี\ รุ่นขอบเรียบ ความหนา 1.2 เซนติเมตร ซึ่งนำมาตัดให้มีขนาดพอดีกับช่องประตู เมื่อคาดว่าจะเกิดฝนตกหรือมีความเสี่ยงน้ำท่วม ก็เพียงนำแผ่นสมาร์ทบอร์ดมาเสียบเข้ารางที่เตรียมไว้ ก็สามารถช่วยชะลอการไหลของน้ำจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ติดตั้งคิ้วอะลูมิเนียมรูปตัวยู ภาพ: ติดตั้งคิ้วอะลูมิเนียมรูปตัวยู (U-Channel) เพื่อทำหน้าที่เป็นรางสำหรับสอดแผ่นกั้นน้ำ ใช้ผนังสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี ภาพ: ใช้ผนังสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี รุ่นขอบเรียบ ความหนา 1.2 เซนติเมตร ตัดให้พอดีกับช่องประตูเพื่อน้ำมาเสียบเข้าราง ติดตั้งปั๊มจุ่ม/ปั๊มแช่เพื่อช่วยระบายน้ำอัตโนมัติ แม้ว่าประตูกั้นน้ำจะสามารถลดปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามาได้มาก แต่ก็ยังมีน้ำซึมหรือไหลลอดเข้ามาเล็กน้อยตามธรรมชาติ จึงติดตั้ง ปั๊มน้ำจุ่ม (Submersible Pump)ปั๊มน้ำจุ่ม (Submersible Pump)\ โดยกรีดสกัดพื้นออกเล็กน้อยเพื่อให้ระดับที่วางปั๊มอยู่ต่ำกว่าพื้น และติดตั้งลูกลอยเพื่อให้ปั๊มสูบน้ำอัตโนมัติ เมื่อระดับน้ำสูงถึงจุดที่กำหนด ลูกลอยจะสั่งให้ปั๊มทำงานโดยอัตโนมัติ สูบน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ช่วยป้องกันไม่ให้น้ำสะสมและไหลเข้าสู่ภายในตัวบ้าน จึงเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง "ประตูกั้นน้ำ" และ "ระบบสูบน้ำอัตโนมัติ" ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันน้ำท่วมได้ดียิ่งขึ้น เจาะพื้นเพื่อให้ระดับที่วางปั๊มอยู่ต่ำกว่าพื้นเล็กน้อย ภาพ: เจาะพื้นเพื่อให้ระดับที่วางปั๊มอยู่ต่ำกว่าพื้นเล็กน้อย ติดตั้งลูกลอยเพื่อให้ดูดน้ำอัตโนมัติ ภาพ: ติดตั้งลูกลอยเพื่อให้ดูดน้ำอัตโนมัติ แผ่นสมาร์ทบอร์ดช่วยกั้นน้ำได้จริงต่อเนื่องกว่า 8 ปี หลังจากติดตั้งระบบนี้ ใช้งานมาแล้วกว่า 8 ปี ผ่านฤดูฝนมาหลายครั้งโดยไม่พบปัญหาน้ำท่วมเข้าภายในบ้านอีกเลย ในวันที่ฝนไม่ตก เพียงถอดแผ่นสมาร์ทบอร์ดออก ก็สามารถใช้งานทางเข้า-ออกได้ตามปกติ ไม่เป็นอุปสรรคต่อผู้สูงอายุหรือสมาชิกในบ้าน ทำให้บ้านยังคงใช้งานได้สะดวกเหมือนเดิม แผ่นสมาร์ทบอร์ดแข็งแรงทนทานไม่ผุพัง ภาพ: ใช้งานจริงต่อเนื่องกว่า 8 ปี ไม่มีน้ำท่วมเข้าบ้าน และแผ่นสมาร์ทบอร์ดยังแข็งแรงทนทานไม่ผุพัง สำหรับบ้านที่ประสบปัญหาถนนหน้าบ้านสูงกว่าระดับพื้น จนทำให้น้ำฝนไหลเข้าบ้าน แต่ไม่ต้องการสร้างประตูกั้นน้ำแบบถาวรหรือยกระดับพื้นหน้าประตู การทำประตูกั้นน้ำแบบชั่วคราวด้วย ผนังสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี รุ่นขอบเรียบ หนา 1.2 เซนติเมตร ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่น่าสนใจ เพราะติดตั้งง่าย ใช้งานเฉพาะเมื่อจำเป็น ถอดเก็บได้เมื่อหมดฤดูฝน และเมื่อใช้งานร่วมกับปั๊มน้ำจุ่มที่มีระบบลูกลอยอัตโนมัติ ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาน้ำท่วมเข้าบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังตัวอย่างการใช้งานจริงที่พิสูจน์ผลลัพธ์มาแล้วตลอดระยะเวลากว่า 8 ปี ผนังสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี ซูเปอร์ รุ่นขอบเรียบ\ ปั๊มจุ่ม ปั๊มแช่\ > - อ่านเพิ่มเติม: สมาร์ทบอร์ดคืออะไร? ใช้ทำอะไรได้บ้าง? รวม 10 การใช้งานแผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG\ > - อ่านเพิ่มเติม: แผ่นสมาร์ทบอร์ด กับแผ่นซีเมนต์บอร์ด SCG ต่างกันอย่างไร ใช้อันไหนดี ?\ เลือกซื้อสินค้าและบริการพร้อมติดตั้ง กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้บริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
บอกเล่าคุณสมบัติที่แตกต่างของ 2 วัสดุยอดนิยมสำหรับงานผนังเบากับฝ้าเพดาน ระหว่างแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ สมาร์ทบอร์ด SCG กับแผ่นยิปซัม เพื่อที่จะนำไปเลือกใช้ให้เหมาะสมและตรงตามความต้องการ ตารางสรุป ยิปซัมกับสมาร์ทบอร์ดต่างกันอย่างไร คุณสมบัติ แผ่นยิปซัม (Gypsum Board) สมาร์ทบอร์ด / ไฟเบอร์ซีเมนต์ (Smart Board) ส่วนประกอบหลัก แร่อยิปซัมอัดแน่น หุ้มด้วยกระดาษแข็ง ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ผสมเส้นใยเซลลูโลส จุดเด่นหลัก ผิวเรียบเนียนมาก ฉาบรอยต่อเนียนไม่เห็นร่อง แข็งแรง ยืดหยุ่น ทนแดด ทนฝน ปลวกไม่กิน ตำแหน่งติดตั้ง ผนัง และฝ้าเพดาน พื้น ผนัง และฝ้าเพดาน การใช้งานภายนอก/ การทนความชื้น ไม่เหมาะกับงานภายนอก (ยกเว้นรุ่นทนชื้น/ฝ้าชายคาเฉพาะ) ทนแดดทนฝนได้ดี ใช้ได้ทั้งงานภายนอกและภายใน งานฉาบเรียบ ทำได้ง่าย เรียบเนียน ไร้รอยต่อ ส่วนใหญ่จะเหมาะกับงานติดตั้งเว้นร่อง หากเป็นงานฉาบเรียบ จะใช้ “แผ่นผนังสมาร์ทบอร์ดรุ่นขอบลาด” เหมาะกับผนังภายในที่ไม่โดนความชื้นโดยตรง การตกแต่งพื้นผิว ทาสี ติดวอลเปเปอร์ ทาสี, ทาน้ำยาเคลือบเพื่อโชว์พื้นผิว, ติดวอลเปเปอร์, ฉาบปูนแต่งผิว (Skim Coat) ปูกระเบื้อง รวมถึงปูทับด้วยวัสดุตกแต่งพื้นต่างๆ เช่น พื้นลามิเนต, กระเบื้องยางไวนิล, กระเบื้องยาง SPC, พื้นลดแรงกระแทก, ปูพรม แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ SCG SmartBOARD หรือที่ในท้องตลาดนิยมเรียกว่า แผ่นสมาร์ทบอร์ด\ และ แผ่นยิปซัม\ ต่างก็เป็นวัสดุที่นิยมนำมาใช้ทำผนังเบาและฝ้าเพดาน ซึ่งเจ้าของบ้านหลายท่านอาจสงสัยว่า วัสดุทั้งสองชนิดนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร ? มีข้อดี ข้อควรระวัง และควรเลือกใช้อย่างไร ? คุณสมบัติ แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ สมาร์ทบอร์ด SCG\ เป็นวัสดุที่ผลิตจากปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ผสมกับเส้นใยเซลลูโลส จึงมีความเหนียวและยืดหยุ่นตัว (จากเส้นใยต้นไม้) มีคุณสมบัตินำความร้อนต่ำ ทนความชื้น ไม่ลามไฟ ปราศจากใยหินซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง จึงมั่นใจได้ในความปลอดภัย แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ ภาพ: แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ สมาร์ทบอร์ด SCG แผ่นยิปซัม หรือยิปซัมบอร์ด ผลิตจากแร่ยิปซัมอัดแน่น มีผิวหน้าทั้งสองด้านเป็นกระดาษ มีคุณสมบัติเป็นฉนวนที่ดี ไม่ลามไฟ และไม่ก่อให้เกิดสารพิษเช่นกัน ยิปซั่มบอร์ด แผ่นยิปซั่ม ภาพ: แผ่นยิปซัม (ยิปซัมบอร์ด) ลักษณะการใช้งาน แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ สมาร์ทบอร์ด SCG\ สามารถทนแดดทนฝนได้ จึงเหมาะสำหรับทั้งงานภายในและภายนอกอาคาร ไม่ว่าจะเป็นงานฝ้าเพดาน งานผนัง หรืองานพื้น โดยมีทั้งรูปแบบแผ่นที่ใช้กับงานภายใน รูปแบบที่ทำลวดลายให้ใกล้เคียงกับไม้ แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์บางรุ่น ออกแบบมาเพื่อการใช้งานเฉพาะ เช่น ฝ้าสมาร์ทบอร์ดที่มีรูระบายอากาศในตัวเหมาะสำหรับงานฝ้าชายคาที่ต้องการระบายความร้อนออกจากหลังคา แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ สมาร์ทบอร์ด SCG แบบผิวเรียบธรรมดา แบบผิวลายไม้ และแบบเซาะร่อง ภาพ: แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์แบบต่างๆ เลือกดูแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ สมาร์ทบอร์ด เอสซีจี ทั้งหมด\ ห้องที่ตกแต่งด้วยฝ้าเพดานไฟเบอร์ซีเมนต์ สมาร์ทบอร์ด SCG ภาพ: ฝ้าเพดานไฟเบอร์ซีเมนต์ทาสีขาว การตกแต่งชายคาด้วยฝ้าเพดานไฟเบอร์ซีเมนต์ โดยใช้ฝ้าสมาร์ทบอร์ด SCG รุ่นเซาะร่อง และรุ่นระบายอากาศ ภาพ: ฝ้าเพดานไฟเบอร์ซีเมนต์ แบบลายไม้เซาะร่อง และแบบฝ้าชายคาพร้อมรูระบายอากาศ ผนังและฝ้าเพดานที่แต่งด้วย แผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG เอสซีจี เดคคอร์ รุ่น รัสติค เป็นฝ้าไฟเบอร์ซีเมนต์เซาะร่อง ผิวลายไม้ ภาพ: สมาร์ทบอร์ด เอสซีจี เดคคอร์ รุ่น รัสติค ที่นำมาใช้ตกแต่งผนังต่อเนื่องไปจนถึงฝ้าเพดาน อีกทั้งยังมีลายเสี้ยนที่ชัดลึก ให้อารมณ์แบบไม้จริง สนใจ สินค้าแผ่นสมาร์ทบอร์ด คลิก\ แผ่นยิปซัมหรือยิปซัมบอร์ด\\ ส่วนใหญ่เหมาะกับการใช้งานภายในบ้าน สำหรับการใช้งานในพื้นที่เฉพาะ จะมีรุ่นที่เพิ่มคุณสมบัติพิเศษให้เลือกใช้ เช่น ทนความชื้น สำหรับงานฝ้าชายคาหรือฝ้าเพดานในห้องน้ำ การทนไฟ สำหรับผนังของอาคารบางประเภท การดูดซับเสียง สำหรับงานผนังและฝ้าเพดานของห้องที่ต้องการเก็บเสียง เป็นต้น ฝ้ายิปซั่ม ฝ้าฉาบเรียบ ฝ้าเพดาน ภาพ: ฝ้ายิปซัม ที่ฉาบเก็บรอยต่อได้อย่างเรียบเนียน แผ่นยิปซั่ม ยิปซั่มบอร์ด ฝ้าเพดานภายนอก ภาพ: แผ่นยิปซัมสำหรับฝ้าชายคา จะเคลือบสารกันน้ำและเชื้อรา มีให้เลือกทั้งแบบเรียบและแบบมีรูระบายอากาศ จุดเด่น และข้อควรระวัง แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ สมาร์ทบอร์ด SCG\ จากที่กล่าวไปแล้วว่าเป็นวัสดุที่มีส่วนผสมจากเส้นใยเซลลูโลส ซึ่งมีข้อดีในเรื่องความยืดหยุ่นตัวและมีความเหนียวมากกว่า ไม่เป็นอาหารของปลวก และสามารถทนแดดทนฝนได้ จึงใช้สำหรับงานภายนอกอาคาร และภายในห้องน้ำ (ส่วนแห้ง) ได้ นอกจากนี้แผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG ที่มีความหนามากกว่า 16 มิลลิเมตร ยังสามารถนำมาใช้งานเป็นแผ่นพื้นได้อีกด้วย ในขณะที่ยิปซัมบอร์ด\ไม่สามารถนำมาใช้เป็นแผ่นพื้นได้แม้จะมีความหนาเท่ากันหรือมากกว่าก็ตาม อีกทั้งยังสามารถปูกระเบื้องทับบนแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ได้โดยใช้ปูนกาว และยังสามารถฉาบปูนฉาบบาง (Skim Coat) ทับได้ด้วย โดยลักษณะผิวของแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ สมาร์ทบอร์ด SCG จะมีสองด้านคือด้านเรียบและด้านหยาบ ซึ่งมีการใช้งานต่างกัน เช่น โดยทั่วไปจะใช้ด้านเรียบของแผ่นเป็นผิวโชว์ แต่หากต้องการปูกระเบื้องทับแนะนำให้ใช้ด้านหยาบจะช่วยเรื่องการยึดเกาะได้ดีกว่า อย่างไรก็ตาม ด้วยพื้นผิวของแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ที่ไม่ได้เรียบเนียนนัก หากเป็นงานผนังเบาหรือฝ้าเพดานที่มีความต่อเนื่อง จะเหมาะกับการเว้นร่องรอยต่อระหว่างแผ่นมากกว่าการฉาบรอยต่อให้เป็นพื้นผิวเดียวกัน โดยสร้างสรรค์ลวดลายต่าง ๆ ตามต้องการ หรือหากต้องการปิดร่องรอยต่อ แนะนำให้เว้นร่องเท่ากับความหนาแผ่น และใช้กาวพียู (PU) ยาตามแนวรอยต่อและทาสีทับ (จะสังเกตเห็นแนวร่องได้) ผนังไฟเบอร์ซีเมนต์ SCG Smartboard ตกแต่งด้วยผนังสมาร์ทบอร์ดรุ่นเซาะร่อง ทาสีสลับลาย ภาพ: ไฟเบอร์ซีเมนต์รุ่นเซาะร่อง นำมาตกแต่งผนังภายนอก ทาสีสลับลายขาว-ดำ แผ่นยิปซัม\ (ยิปซัมบอร์ด) มีน้ำหนักที่เบากว่า สามารถติดตั้งได้ง่าย ฉาบแต่งปิดรอยต่อได้อย่างเรียบเนียน และทาสีทับได้อย่างสวยงาม จึงเหมาะกับงานผนังและฝ้าเพดานตกแต่งภายในบ้านที่ต้องการความเนี้ยบเรียบร้อย อีกทั้งในเรื่องของการตัดแผ่น และการซ่อมแซม ก็ทำได้ง่ายและรวดเร็วกว่ามาก แต่ด้วยเหตุผลที่แผ่นยิปซัมนั้นผลิตจากผงแร่ยิปซัมอัดแน่น และใช้กระดาษแข็งเป็นตัวประกบแผ่นทั้งสองด้านเพื่อเพิ่มความแข็งแรง หากนำไปใช้งานที่ตากแดดตากฝน เนื้อกระดาษทั้งสองด้านอาจไม่สามารถทนได้นานนัก และจะส่งผลให้ผงยิปซัมที่เป็นไส้กลางร่วนแตกได้ จึงต้องเลือกรุ่นที่เพิ่มคุณสมบัติพิเศษให้เหมาะสมกับการใช้งาน นอกจากนี้การตกแต่งพื้นผิวบนแผ่นยิปซัมควรเป็นการติดตั้งแบบแห้ง เช่น ทาสี พ่นสี ติดวอลล์เปเปอร์ ไม่สามารถฉาบปูนหรือติดตั้งกระเบื้องด้วยกาวซีเมนต์ได้ ฝ้ายิปซัม แผ่นยิปซั่ม ยิปซั่มบอร์ด ฝ้าเพดาน ภาพ: ฝ้ายิปซัม ฉาบแต่งปิดรอยต่อได้อย่างเรียบเนียน และทาสีทับได้อย่างสวยงาม นอกจากนี้ ทั้งฝ้าไฟเบอร์ซีเมนต์ สมาร์ทบอร์ด SCG และฝ้ายิปซัม ยังเพิ่มทางเลือกสำหรับเจ้าของบ้านที่ชอบสีสันและลวดลาย ด้วยการทำแผ่นฝ้ารุ่นที่พิมพ์ลายในตัว มีหลากรูปแบบและหลายสีสัน ให้เจ้าของบ้านได้เลือกตกแต่งตามความชอบอีกด้วย ฝ้าสมาร์ทบอร์ด ฝ้ายิปซัม ฝ้าเพดาน ภาพ: ฝ้าสมาร์ทบอร์ด SCG (บน) และ ฝ้ายิปซัม (ล่าง) รุ่นพิมพ์ลายในตัว คงจะพอเห็นภาพกันแล้วว่าวัสดุทั้งสองประเภท แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ สมาร์ทบอร์ด SCG\ และยิปซัมบอร์ด\ มีความแตกต่างกันอย่างไร และมีคุณสมบัติเด่นในเรื่องใดบ้าง เพื่อนำไปเลือกใช้ให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ และให้ตรงกับความต้องการของเจ้าของบ้านมากที่สุด เลือกซ์้อแผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG คลิก\ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome
แผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG เป็นวัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์อเนกประสงค์ ใช้ได้ทั้งงานหลังคา ฝ้า ผนัง พื้น และงานตกแต่ง บทความนี้รวบรวม 10 ฟังก์ชันการใช้งานของแผ่นสมาร์ทบอร์ด พร้อมลิงก์ไปยังบทความแนะนำแต่ละหัวข้อ 10 ฟังก์ชันการใช้งานแผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG > 1) แผ่นรองใต้หลังคา > 2) ฝ้าเพดาน > 3) ฝ้าชายคาระบายอากาศ > 4) ผนังเบา > 5) ผนังตกแต่ง ลวดลาย > 6) ผนังกันเสียง > 7) พื้น > 8) แผ่นรองพื้นปูกระเบื้อง > 9) เคาน์เตอร์ครัวเบา > 10) ตู้เก็บของ/ชั้นวางของ และอื่นๆ สมาร์ทบอร์ดคืออะไร? แผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG เป็นแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ที่ผลิตจากปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ เอสซีจี ซิลิกา และเส้นใยเซลลูโลส ผ่านกระบวนการอบไอน้ำแรงดันสูง (Autoclave) จึงมีความแข็งแรง เหนียว ทนชื้น และไม่มีส่วนผสมของใยหิน ทนความชื้น สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลาย ทั้งงานหลังคา ฝ้าเพดาน ผนัง พื้น รวมถึงงานตกแต่งทั้งภายในและภายในบ้าน ตารางความหนาแผ่นสมาร์ทบอร์ด แต่ละขนาดใช้ทำอะไรได้บ้าง ความหนาของ แผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG ที่เหมาะสมกับประเภทการใช้งาน ประเภทการใช้งาน ความหนาที่เหมาะสม แผ่นรองใต้หลังคา 12 - 16 มม. ฝ้าเพดาน 4 - 6 มม. ผนังตกแต่ง 6 - 8 มม. ผนัง 8 - 12 มม. พื้น 16 - 20 มม. ทั้งนี้ SCGHOME.COM ได้รวบรวม 10 ฟังก์ชันการใช้งานของแผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG พร้อมลิงก์ไปยังบทความที่เล่าถึงแต่ละการใช้งาน เพื่อช่วยให้เจ้าของบ้านเลือกใช้แผ่นสมาร์ทบอร์ดได้เหมาะกับส่วนต่างๆ ของบ้าน ทั้งในงานสร้างบ้าน และงานต่อเติม ปรับปรุงบ้าน เช่น ทำผนังกั้นห้อง ผนังกันร้อน กันเสียง ทำพื้นชั้นลอย พื้นส่วนต่อเติม ตกแต่งผนัง ฯลฯ 1) แผ่นรองใต้หลังคา การใช้แผ่นสมาร์ทบอร์ดเป็นแผ่นรองใต้หลังคา (Roof Sarking/Underlayment) เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับงานหลังคาบางประเภท เช่น หลังคาไม้แป้นเกล็ด หลังคากระเบื้องว่าว หรือหลังคาชิงเกิ้ลรูฟ เพื่อเป็นฐานรองรับแผ่นยางมะตอยด้านบน หรือใช้เป็นแผ่นรองใต้หลังคาเมทัลชีท ช่วยป้องกันน้ำรั่วซึมและเสริมความแข็งแรง นอกจากนี้อาจเลือกใช้แผ่นสมาร์ทบอร์ดแบบเซาะร่องเพื่อโชว์ใต้ท้องหลังคาตามความลาดเอียงของหลังคาไปเลย เพิ่มดีไซน์ให้ดูโปร่งสวยงามด้วย แผ่นรองใต้หลังคา ภาพ: แผ่นรองใต้หลังคาที่เลือกใช้สมาร์ทบอร์ดแบบเซาะร่องเพื่อโชว์ใต้ท้องหลังคาเพื่อความสวยงาม 2) ฝ้าเพดาน แผ่นสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี มีความเหนียว แข็งแรง ไม่เปราะ และติดตั้งง่าย สามารถนำมาใช้ทำเป็นฝ้าเพดานได้ทั้งภายในและภายนอก มีทั้งแบบเรียบ และแบบเซาะร่องเพิ่มดีไซน์ให้มีมิติ รวมถึงมีลายไม้ที่ให้อารมณ์ธรรมชาติ มีลายเสี้ยนชัดลึก แม้ทาสีแล้วยังคงเห็นลายเสี้ยนไม้ โดยความหนาของฝ้าสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี จะอยู่ที่ 3.5, 4 และ 6 มม. แผ่นสมาร์ทบอร์ด ฝ้าสมาร์ทบอร์ด smartboard SCG ภาพ : ฝ้าเพดานที่ใช้แผ่นสมาร์ทบอร์ดแบบเรียบและแบบเซาะร่อง อ่านต่อ: ไอเดียฝ้าเพดานภายในบ้าน\ เลือกซื้อแผ่นฝ้าสมาร์ทบอร์ด SCG\ 3) ฝ้าชายคาระบายอากาศ สำหรับฝ้าชายคาระบายอากาศ เอสซีจี จะมีร่องหรือรูที่แผ่นฝ้า เพื่อช่วยระบายอากาศ ไม่กักเก็บความร้อนไว้ภายใต้โถงหลังคา ลดความร้อนที่เข้าสู่ภายในบ้าน ทำให้บ้านเย็นขึ้นได้ ซึ่งหากใครกังวลว่าจะมีแมลงแอบเข้าไปทำรัง ให้เลือกรุ่นที่มีตาข่ายไฟเบอร์กลาสสำเร็จรูป ช่วยป้องกันแมลงด้วย อย่างฝ้าสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี รุ่น โพรเทคชั่น\ ฝ้าสมาร์ทบอร์ด ฝ้าชายคาสมาร์ทบอร์ด ฝ้าชายคาระบายอากาศ ภาพ : ฝ้าชายคาระบายอากาศ เอสซีจี รุ่นระบายอากาศ ช่วยระบายความร้อน ทำให้บ้านเย็น อ่านต่อ: ไอเดียฝ้าเพดานภายนอกและฝ้าชายคา\ เลือกซื้อแผ่นฝ้าสมาร์ทบอร์ด SCG\ 4) ผนังเบา แผ่นสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี ถูกออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับโครงเหล็กกัลวาไนซ์ หรือโครงเหล็กรูปพรรณ เป็นระบบผนังเบาที่มีความแข็งแรง ทนน้ำ น้ำหนักเบา ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก ติดตั้งและปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้ง่าย งานเสร็จเร็ว สามารถทาสี หรือปิดผิวด้วยวัสดุต่างๆ ได้ เช่น กระเบื้อง ลามิเนต สำหรับผนังสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี ผิวเรียบ จะมีความหนา 8, 10 และ 12 มม. แผ่นสมาร์ทบอร์ด ผนังสมาร์ทบอร์ด smartboard SCG ภาพ : ผนังสมาร์ทบอร์ดภายในติดตั้งเป็นผนังเบาแบบฉาบเรียบ แผ่นสมาร์ทบอร์ด ผนังสมาร์ทบอร์ด smartboard SCG ภาพ : ผนังสมาร์ทบอร์ดภายในติดตั้งเป็นผนังเบาแบบเว้นร่อง ฉาบตกแต่งผิวด้วยปูนฉาบบางหรือสกิมโค้ท อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง ผนังสมาร์ทบอร์ดใช้แทนผนังก่ออิฐได้จริงไหม?\ ผนังเบาคืออะไร? ใช้งานอย่างไร\ ผนังเบากั้นห้อง ทำอย่างไร\ เลือกซื้อแผ่นผนังสมาร์ทบอร์ด SCG\ 5) ผนังตกแต่ง ลวดลาย นอกจากผนังสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี ผิวเรียบแล้ว ยังมีผนังตกแต่งที่มีลวดลายไม้ เป็นวัสดุทดแทนไม้ที่สวยให้อารมณ์ไม้จริง ด้วยลายเสี้ยนไม้ที่ชัดลึก สวยงามด้วยการเซาะร่องทุก 4 นิ้ว ให้ลักษณะคล้ายผนังไม้บังใบ ช่วยให้งานสวยประณีต ลดคราบสะสม ใช้ทำผนังตกแต่งทั้งภายในและภายนอก มีให้เลือก 2 รุ่น คือผนังสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี รุ่น กรูฟ\ ความหนา 0.8 ซม. และผนังสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี รุ่น รัสติค ความหนา 0.6 และ 0.8 มม. ผนังสมาร์ทบอร์ด ผนังตกแต่ง smartboard SCG ภาพ : ผนังตกแต่งจากแผ่นสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี รุ่น รัสติค อ่านต่อ: ไอเดียตกแต่งผนังสวยด้วยไม้เทียม\ เลือกซื้อแผ่นผนังสมาร์ทบอร์ด SCG\ 6) ผนังกันเสียง สำหรับใครที่อยู่คอนโด ทาวน์เฮาส์ หรือทาวน์โฮม ที่มียูนิตติดกัน แล้วมีปัญหาเรื่องเสียงกวนใจ เราก็สามารถนำแผ่นสมาร์ทบอร์ดมาใช้แก้ปัญหาได้เช่นกันโดยใช้ร่วมกับวัสดุที่เป็นฉนวนกันเสียง อย่างวัสดุอะคูสติก เอสซีจี รุ่น Cylence Zoundblock\ โดยการติดตั้งโครงเหล็กกัลวาไนซ์ ใส่แผ่นฉนวนกันเสียงไว้ระหว่างโครง แล้วปิดด้วยผนังสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี ฉาบเรียบ แล้วทาสี จบงานง่าย สะดวกรวดเร็ว ไม่เลอะเทอะ สามารถช่วยลดทั้งเสียงรบกวนที่เดินทางผ่านอากาศ และลดแรงสั่นสะเทือนที่ผ่านโครงสร้าง จึงเหมาะในการป้องกันเสียงรบกวนผ่านผนังที่ต้องใช้ร่วมกับเพื่อนบ้าน ผนังสมาร์ทบอร์ด ผนังกันเสียง อะคูสติกเอสซีจี Cylence Zoundblock ภาพ : การทำผนังกันเสียงโดยใช้วัสดุอะคูสติก เอสซีจี รุ่น Cylence Zoundblock ร่วมกับผนังสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง ผนังกันเสียงในบ้าน ลดเสียงรบกวนได้อย่างไร\ วิธีทำผนังกันเสียงรบกวนจากข้างบ้าน\ เลือกซื้อแผ่นผนังสมาร์ทบอร์ด SCG\ 7) พื้น บ้านที่สร้างด้วยระบบโครงเบาอย่างโครงสร้างเหล็ก ที่ประกอบด้วยเสา คาน และตงเป็นโครงสร้างหลัก สามารถใช้พื้นสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี\ ความหนา 16-24 มม. นำมาติดตั้งบนตงเป็นระบบพื้นโครงเบาได้ โดยหากต้องการโชว์พื้นผิวของแผ่น ให้ทาด้วยสีรองพื้นปูนเก่า ก่อนทาด้วยสี EPOXY 2 รอบ (ตามคำแนะนำผู้ผลิต) เพื่อป้องกันผิวหน้าจากการขูดขีด หรือจะใช้วัสดุตกแต่งปิดทับก็ได้ เช่น ไม้พื้นลามิเนต, ไม้พื้นไวนิล, ไม้พื้น SPC, ปาร์เกต์, กระเบื้องเซรามิก, พรม ฯลฯ นอกจากนี้ ระบบพื้นโครงเบาที่ใช้พื้นสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี ยังเหมาะกับงานต่อเติมบ้าน งานปรับปรุงพื้นภายในบ้านเพื่อจุดประสงค์ต่างๆ ได้อีกมากมาย แผ่นสมาร์ทบอร์ด พื้นสมาร์ทบอร์ด smartboard SCG ภาพ : ตัวอย่างบ้านที่สร้างด้วยโครงสร้างเหล็ก และปูด้วยพื้นสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี อ่านต่อ: พื้นสมาร์ทบอร์ด SCG ใช้ทำอะไรได้บ้าง\ เลือกซื้อแผ่นพื้นสมาร์ทบอร์ด SCG\ 8) แผ่นรองพื้นปูกระเบื้อง พื้นวัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์อย่างแผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG นั้น สามารถประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย บางครั้งเราพบว่าพื้นเดิมที่จะทำการปูวัสดุอื่นๆ ทับ เช่น กระเบื้อง ไม้ลามิเนต ฯลฯ ไม่ได้ระดับ มีแอ่ง หรือเป็นคลื่น สามารถแก้ปัญหาได้โดยการปูแผ่นสมาร์ทบอร์ดขนาดหนา 0.8, 1.0 และ 1.2 มม. เพื่อปรับระดับให้ผิวหน้าเรียบใช้งานง่ายก่อนปูวัสดุอื่นทับลงไป พื้นสมาร์ทบอร์ด แผ่นรองพื้นปูกระเบื้อง smartboard SCG ภาพ : การใช้งานแผ่นพื้นสมาร์ทบอร์ดปูปรับระดับก่อนติดตั้งกระเบื้อง/ไม้ลามิเนต 9) เคาน์เตอร์ครัวเบา เรามักเห็นบ่อยๆ ว่าการทำเคาน์เตอร์ครัวเบาด้วยวัสดุที่มีน้ำหนักเบา อย่างโครงไม้จริง หรือไม้อัดประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น MDB หรือไม้ปาร์ติเกิล ต้องระวังเรื่องความชื้นที่อาจทำให้เกิดความเสียหายหรือเป็นอาหารปลวกอย่างมาก หากเลี่ยงไปใช้วัสดุแผ่นประเภท Compact Laminate ที่มีความทนทาน ทนน้ำและความชื้นได้ดี ก็จะมีราคาค่อนข้างสูง แผ่นสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี\ จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะมีความแข็งแรง ทนทาน ทนชื้นได้ (โดยไม่แช่น้ำขัง) และเกิดเชื้อราน้อยมากเมื่อเทียบกับไม้ โดยควรเลือกแผ่นที่มีความหนา 1.6 ซม.ขึ้นไป ปูทับด้วยแผ่นหินแกรนิต, หินอ่อน หรือกระเบื้อง เป็นต้น เพื่อให้ทำความสะอาดได้ง่าย หากเป็นส่วนของชั้นวางที่รับน้ำหนักน้อย สามารถใช้แผ่นหนา 0.8 ซม. ก็ได้ แผ่นสมาร์ทบอร์ด เคาน์เตอร์ครัวเบา smartboard SCG ภาพ : ตัวอย่างเคาน์เตอร์ครัวเบาที่ใช้แผ่นสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี เลือกซื้อแผ่นสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี คลิก\ 10) ตู้เก็บของ/ชั้นวางของ และอื่นๆ แผ่นสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี ยังสามารถนำไปทำอะไรได้อีกมากมาย เราอาจจะเคยเห็นชั้นวางของ หรือชั้นโชว์สินค้า และบางอย่างที่อาจนึกไม่ถึง เช่น ประตู รั้ว บ้านสัตว์เลี้ยง ป้ายโฆษณา ฯลฯ หรือแม้แต่การนำมาแก้ปัญหาอย่างใช้เป็นแผ่นปิดโพรงใต้บ้านกรณีที่บ้านทรุด แผ่นสมาร์ทบอร์ด ชั้นวางของ smartboard SCG ภาพ : ตัวอย่างการนำแผ่นสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี ทำชั้นวางของ แผ่นสมาร์ทบอร์ด แผ่นปิดโพรงใต้บ้าน smartboard SCG ภาพ : การปิดโพรงใต้บ้าน โดยใช้แผ่นสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี อ่านต่อ: รีวิว ปิดโพรงใต้บ้านด้วยแผ่นสมาร์ทบอร์ด (เคสจริง)\ บริการปิดโพรงด้วยแผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG\ ตอบโจทย์กันบ้างหรือไม่ สำหรับ 10 ฟังก์ชันใช้สร้างบ้าน/ใช้งาน ด้วยแผ่นสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี ที่เราได้รวบรวมมาให้ นอกจากจะเป็นวัสดุใช้สร้างบ้านแล้ว ยังใช้งานอื่นๆ ได้ด้วย ใครมีไอเดียเจ๋งๆ นำไปใช้ทำอะไรแปลกใหม่แหวกแนว ลองแชร์มาให้เราได้อ่านกันบ้างนะ คำถามพบบ่อย FAQ แผ่นสมาร์ทบอร์ดทนน้ำไหม? โดนฝนได้ไหม ใช้ภายนอกได้หรือไม่ ? ได้ แผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG สามารถใช้ภายนอกอาคารได้ เพราะเป็นวัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์ที่ทนชื้นและกันน้ำได้ดี ใช้ติดตั้งส่วนต่างๆ ของอาคารไม่ว่าจะเป็น ฝ้าชายคา ผนัง พื้น รวมถึงใช้เป็นพื้น ผนัง สำหรับห้องน้ำ แต่ข้อควรระวังคือ สมาร์ทบอร์ดไม่เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องแช่น้ำตลอด เช่น บ่อน้ำ บ่อปลา กรณีจำเป็นอาจใช้เพียงชั่วคราว ยกตัวอย่าง ใช้แผ่นสมาร์บอร์ดหนา 12 มม. ทำผนังกั้นน้ำท่วมชั่วคราวช่วงหน้าฝนประมาณ 1-2 วัน สมาร์ทบอร์ดใช้แทนยิปซัมได้ไหม? ได้ แต่ควรเลือกให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน หากเป็นงานผนังหรือฝ้าที่ต้องการ ความเรียบเนียน ฉาบรอยต่อได้ง่าย และใช้งานภายในอาคารเป็นหลัก แผ่นยิปซัมเป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า แต่หากต้องการวัสดุที่ ทนความชื้น ทนแดด ทนฝน ใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร รวมถึงใช้ทำพื้น ผนัง และฝ้าเพดาน ครบทุกส่วน แผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG จะตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายกว่า นอกจากนี้ยังสามารถปูกระเบื้องหรือฉาบบาง (Skim Coat) ได้ตามวิธีติดตั้งที่แนะนำ แผ่นสมาร์ทบอร์ด ปลวกกินไหม? สมาร์ทบอร์ดเป็นวัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์ ผลิตจากปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ของเอสซีจี ซิลิก้าและเส้นใยเซลลูโลสชนิดพิเศษ โดยเส้นใยเซลลูโลสในสมาร์ทบอร์ดถูกผสมรวมและห่อหุ้มด้วย ปูนปอร์ตแลนด์ซีเมนต์ และทราย จนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้ปลวกไม่สามารถกัดแทะหรือแยกเส้นใยเซลลูโลสออกมากินได้ ดังนั้น แผ่นสมาร์ทบอร์ด จึงเป็นวัสดุที่ปลวกไม่กิน (ต่างจากแผ่นยิปซัม ซึ่งกระดาษที่ปะกบผิวทั้ง 2 ด้านอาจถูกปลวกเข้าทำลายได้) แผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG ฉาบปูนได้ไหม? แผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG สามารถฉาบปูนที่รอยต่อได้ เพียงแต่มีข้อกำหนดคือ เหมาะกับงานผนังภายใน ใช้แผ่นผนัง SCG SmartBOARD รุ่นขอบลาด ปิดรอยต่อด้วยเทปผ้าดิบ และฉาบรอยต่อด้วยปูนฉาบสำหรับฉาบรอยต่อสมาร์ทบอร์ด SCG โดยเฉพาะ โดยปฏิบัติตามขั้นตอนในคู่มือติดตั้ง ผนังสมาร์ทบอร์ดเจาะได้ไหม? แขวนทีวีหรือของหนักได้หรือไม่? รับน้ำหนักได้เท่าไร? แผ่นผนังสมาร์ทบอร์ด SCG สามารถ เจาะเพื่อยึดแขวนของได้ไม่ต่างกับผนังก่ออิฐฉาบปูน โดยแนะนำให้ใช้ SmartBOARD ความหนา 8 มม. ตามข้อกำหนดในคู่มือติดตั้งดังนี้ ของน้ำหนักเบา เช่น กรอบรูป นาฬิกาแขวน สามารถใช้ตะปูตอกเพื่อแขวนของ โดยรับน้ำหนักได้ประมาณ 3-4 กิโลกรัม ของที่มีน้ำหนักมาก เช่น ทีวี ตู้แขวน ชั้นวางของ ควรใช้พุกพลาสติกผีเสื้อ PT-13 คู่กับตะปูเกลียว รับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 80 กิโลกรัมต่อจุด เมื่อยึดตามคู่มือติดตั้ง โดยแนะนำให้ติดอุปกรณ์แขวนบริเวณตำแหน่งของโครงคร่าว (ค่าน้ำหนักสูงสุดอ้างอิงจากค่าทดสอบแรงเฉือน Direct Shear สูงสุดที่ผนังสมาร์ทบอร์ดรับได้ ทั้งนี้ขึ้นกับความแข็งแรงโครงคร่าว) สมาร์ทบอร์ดหนาเท่าไรจึงใช้ทำพื้นได้? แผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG ที่ใช้ทำพื้นจะเหมาะกับความหนาตั้งแต่ 16 มม. ขึ้นไป โดยใช้ทำพื้นระบบโครงเบา เช่น พื้นชั้นลอย พื้นต่อเติม หรือพื้นบ้านโครงสร้างเหล็ก ซึ่งติดตั้งบนตงตามคู่มือของผู้ผลิต สำหรับความหนา 8-12 มม. เหมาะกับงานผนัง ส่วนแผ่นหนา 3.5-6 มม. เหมาะกับงานฝ้าเพดาน จึงไม่ควรนำมาใช้แทนแผ่นพื้น เนื่องจากออกแบบมาสำหรับการใช้งานคนละประเภท แผ่นสมาร์ทบอร์ดใช้ทำห้องน้ำได้ไหม? ใช้ในโซนเปียกได้หรือไม่? แผ่นสมาร์ทบอร์ดใช้ทำพื้นและผนังห้องน้ำได้ เหมาะกับงานปรับปรุงห้องน้ำ ต่อเติมห้องน้ำ อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นวัสดุทนชื้น แต่แผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG ไม่เหมาะกับพื้นที่ที่มีน้ำขังหรือต้องแช่น้ำตลอดเวลา ดังนั้น สมาร์ทบอร์ดจึงเหมาะกับพื้นที่ส่วนแห้งในห้องน้ำ ไม่แนะนำให้ใช้ในห้องน้ำโซนเปียก เพราะมีโอกาสสูงที่น้ำจะเล็ดลอดผ่านยาแนวกระเบื้อง และไปขังสะสมบนแผ่นสมาร์ทบอร์ดได้ นอกจากนี้ พื้นและผนังที่ใช้แผ่นสมาร์ทบอร์ดควรทำความสะอาดด้วยการเช็ดถู ไม่ควรใช้วิธีฉีดน้ำล้าง อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง เลือกสมาร์ทบอร์ด SCG แบบไหน หนาเท่าไหร่ กี่มิล? สรุปวิธีเลือกให้เหมาะกับงาน\ "แผ่นสมาร์ทบอร์ด" กับ "ซีเมนต์บอร์ด" ต่างกันอย่างไร\ เปรียบเทียบความต่าง ระหว่างแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ กับ แผ่นยิปซัม\ สร้างบ้านโครงสร้างเหล็กทั้งหลังได้ด้วยไฟเบอร์ซีเมนต์\ ไม้เทียมมีกี่ประเภท ต่างกันอย่างไร\ เลือกซื้อแผ่นสมาร์ทบอร์ด SCG\ สร้างบ้านทั้งหลัง ด้วยแผ่นสมาร์ทบอร์ด ทำได้จริง? คลิกดู VDO\ รีวิว ประตูกั้นน้ำท่วมชั่วคราวที่ใช้มา 6 ปี แล้ว...ไม่ยุ่ย! คลิกดู VDO\ เลือกซื้อแผ่นสมาร์ทบอร์ด ซีเมนต์บอร์ดและซีเมนต์วูด คลิก\ เลือกซื้อสินค้าและบริการพร้อมติดตั้ง กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้บริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
โฮมออฟฟิศสำหรับคนสนใจอยากมีพื้นที่ทำงานหรือสำนักงานเล็กๆ ที่บ้าน แนวคิดการจัดโซนทำงานและโซนพักอาศัยให้เป็นสัดส่วนชัดเจนไม่รบกวนกันแต่เชื่อมถึงกันได้สะดวก จะดีแค่ไหนที่ไม่ต้องเดินทางไกลฝ่ารถติดออกไปทำงาน ต่อให้ทำงานดึกดื่นก็ไม่ต้องกระวนกระวายเป็นห่วงคนที่รออยู่ที่บ้าน และยิ่งหากมีความจำเป็นต้องติดต่อธุรกิจหรือทำงานกับต่างชาติด้วยแล้ว ยิ่งไม่ต้องกังวลเรื่องเวลาที่ไม่ตรงกันจนทำให้ต้องเข้าออฟฟิศกลางดึก แนวคิดจากเจ้าของบ้านที่คนหนึ่งเป็นสถาปนิกและอีกคนเป็นวิศวกรเห็นตรงกันว่าควรมีออฟฟิศที่บ้านหรือควรทำโฮมออฟฟิศ ทั้งคู่ตัดสินใจซื้อที่ดินใกล้กับบ้านคุณพ่อคุณแม่ โดยเลือกทำเลที่สงบ แต่ยังคงเดินทางได้สะดวกเผื่อเวลาที่มีลูกค้ามาติดต่อได้ง่ายต่อการเข้าถึง เลือกเห็นวิวภูเขาให้ธรรมชาติโอบล้อมช่วยเอื้อบรรยากาศต่อการทำงานและการพักผ่อน โดยเป็นที่ดินขนาดประมาณ 300 ตร.วา สร้างบ้านชั้นเดียวยกระดับแบ่งโซนทำงานกับโซนพักอาศัยพื้นที่ใช้สอยประมาณ 420 ตร.ม. ที่ตั้งของโฮมออฟฟิศ ภาพ: ที่ตั้งของโฮมออฟฟิศกับบรรยากาศสงบที่มีภูเขาโอบล้อม โซนออฟฟิศ และโซนพักอาศัย ภาพ: ด้านซ้ายเป็นทางเข้าโซนออฟฟิศ และด้านขวาเป็นทางเข้าโซนพักอาศัย แนวคิดในการออกแบบ สถาปนิกเป็นทั้งเจ้าของบ้านและผู้ออกแบบจึงมีความเข้าใจความต้องการและฟังก์ชันการใช้งานชัดเจน สิ่งหนึ่งที่สำคัญสำหรับการทำโฮมออฟฟิศคือการจัดแบ่งโซนเพื่อแยกระหว่างโซนทำงานและโซนพักอาศัย เพราะกิจกรรมทั้งสองอย่างมีความแตกต่างกัน สำหรับโซนทำงานที่มีทั้งเจ้าของบ้านเอง พนักงาน และลูกค้าเป็นครั้งคราว ถือเป็นพื้นที่กึ่งสาธารณะ ต้องการการเข้าถึงได้ง่าย ส่วนโซนพักอาศัยเป็นพื้นที่พักผ่อนของเจ้าของบ้าน และบางครั้งพ่อแม่ก็จะแวะเวียนมาหา ถือเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลที่ต้องการความเป็นส่วนตัว เมื่อมองจากด้านหน้า ทางเข้าออฟฟิศจะอยู่ฝั่งซ้ายมีทางเดินเชื่อมต่อจากที่จอดรถ เป็น Mass ที่ยื่นออกมาจากตัวบ้านพร้อมเฉลียงทางเข้าขนาบกับบ่อปลาคาร์ป ตกแต่งด้วยสวนน้ำตกยิ่งดึงดูดและเชื้อเชิญให้เดินเข้ามา มีความชัดเจนเข้าถึงได้ง่าย ส่วนทางเข้าที่พักอาศัยยกระดับพื้นสูงขึ้นจากที่จอดรถประมาณ 1 เมตร ออกแบบให้มีขนาดใหญ่ ลูกบันไดกว้างลึกกว่าปกติเพื่อให้ทอดยาวลงมาน่าเดินไม่กระชั้นสูงชันจนเกินไป โดดเด่นด้วยผนังเอียงกรุหินภูเขารับสายตาสร้างสเปซหน้าบ้านให้เป็นพื้นที่ต้อนรับก่อนเข้าสู่ภายใน ดีไซน์แผงบังตาสร้างความเป็นส่วนตัวที่สามารถหมุนเปิดรับลมในทิศตะวันออก-ตะวันตก ทำให้ห้องรับแขกได้รับลมเย็นตลอดทั้งวันโดยไม่จะเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศ ทางเข้าออฟฟิศ] ภาพ: ทางเข้าออฟฟิศเดินต่อเนื่องจากพื้นที่จอดรถ บ่อปลาคาร์ปและสวนน้ำตก ภาพ: บ่อปลาคาร์ปและสวนน้ำตกบริเวณทางเข้าออฟฟิศ ทางเข้าที่พักอาศัย ภาพ: ทางเข้าที่พักอาศัยโดดเด่นแต่พรางสายตาให้รู้สึกเป็นพื้นที่ส่วนตัว ห้องรับแขกในบ้าน ภาพ: ห้องรับแขกในบ้านมีความเป็นส่วนตัวด้วยแผงบังตาและได้รับลมเย็นในทิศตะวันออก-ตะวันตก แนวคิดการออกแบบที่น่าสนใจของโฮมออฟฟิศหลังนี้ คือ การให้ห้องนอนหลักเป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างโซนทำงานกับโซนพักอาศัย ด้วยเจ้าของบ้านทั้งคู่ทำงานไม่เป็นเวลา บางครั้งต้องทำงานต่อเนื่องยาวจนดึก และบางครั้งต้องติดต่อธุรกิจหรือประชุมออนไลน์กับต่างชาติซึ่งเป็นเวลาไม่ตรงกันกับบ้านเรา จึงออกแบบให้ห้องนอนติดกับออฟฟิศเพื่อให้เดินถึงกันง่ายทั้งการออกไปทำงานและการกลับมานอนพัก โดยแบ่งพื้นที่ด้วยระดับพื้นที่ต่างกันและผนัง 2 ชั้นกั้นกลาง ห้องนอนสไตล์มินิมอลเรียบง่ายเน้นการนอนหลับพักผ่อน มีเพียงเตียง ไม่มีเฟอร์นิเจอร์อื่นใดแม้แต่ทีวี เชื่อมต่อกับ Walk-in Closet ที่มีประตูกั้นเป็นสัดส่วน และต่อเนื่องกับห้องน้ำตกแต่งโทนสีดำให้ความรู้สึกสงบ แยกเป็นโซนเปียกโซนแห้งชัดเจน จัดวางอ่างอาบน้ำแบบลอยตัวอยู่ชิดบานหน้าต่างกระจกที่เปิดโล่งมองเห็นวิวภูเขาไกลๆ อีกห้องที่เจ้าของบ้านให้ความสำคัญคือห้องนอนของพ่อแม่ ด้วยเจ้าของบ้านเป็นคนเหนือและมีความเชื่อส่วนตัวว่าห้องของพ่อแม่ควรอยู่เหนือลูก จึงวางตำแหน่งให้อยู่ทางทิศเหนือ ซึ่งโดยหลักการออกแบบแล้วก็เป็นทิศที่เหมาะสมเพราะไม่รับแสงแดดโดยตรงจึงไม่สะสมความร้อน ทำให้ห้องเย็นสบาย ดีไซน์ประตูห้องเป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านต้องการให้มีขนาดใหญ่และสูงจนถึงฝ้าเพดาน เพื่อให้รู้สึกโปร่งโอ่โถง ไม่มีเส้นสายใดมาบดบังตาในการเปิดเชื่อมไปอีกห้องหนึ่ง ห้องนอนสไตล์มินิมอล ภาพ: ห้องนอนสไตล์มินิมอลเรียบง่ายเน้นการนอนหลับพักผ่อน มีเพียงเตียง ไม่มีเฟอร์นิเจอร์อื่นใดแม้แต่ทีวี tห้องน้ำแยกเป็นโซนเปียกโซนแห้งชัดเจน ภาพ: ห้องน้ำแยกเป็นโซนเปียกโซนแห้งชัดเจน อ่างอาบน้ำแบบลอยตัว ภาพ: อ่างอาบน้ำแบบลอยตัววางชิดบานหน้าต่างกระจกที่เปิดโล่งมองเห็นวิวภูเขาไกลๆ ประตูห้องทุกห้องสูงถึงฝ้า ภาพ: ประตูห้องทุกห้องสูงถึงฝ้าให้ความรู้สึกโปร่งโอ่โถง การเลือกใช้วัสดุ โฮมออฟฟิศหลังนี้ถูกออกแบบมาให้สัมผัสได้ถึงความอบอุ่น ผ่อนคลาย จึงเลือกใช้สีน้ำตาล ขาว เบจ และเลือกใช้วัสดุส่วนใหญ่ที่ดูเป็นธรรมชาติเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศโดยรอบที่มีภูเขาล้อมรอบบ้าน ดังนั้นพระเอกของบ้านคงหนีไม่พ้นผนังด้านหน้าทางเข้าบ้านที่ตกแต่งด้วยหินภูเขาบนผนังเฉียงสร้างสเปซต้อนรับให้น่าสนใจและโดดเด่น ส่วนอื่นๆ เลือกใช้เป็นวัสดุทดแทน เพื่อการดูแลรักษาที่ง่ายและอายุการใช้งานที่ยาวนาน ที่สำคัญช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายการก่อสร้างด้วย เลือกใช้วัสดุในลุคธรรมชาติ ภาพ: เลือกใช้วัสดุในลุคธรรมชาติ ผนังด้านหน้าบ้านเลือกใช้หินภูเขา ภาพ: ผนังด้านหน้าบ้านเลือกใช้หินภูเขาธรรมชาติสร้างความโดดเด่นนำสายตา พื้นส่วนใหญ่เลือกใช้กระเบื้องลายไม้ที่มีลายลึกให้ผิวสัมผัสที่เป็นธรรมชาติเสมือนไม้จริง ไม่ลื่น ดูแลรักษาง่าย ส่วนพื้นและผนังห้องน้ำเลือกใช้กระเบื้องลวดลายหินคลุมโทนสีดำ ผนังตกแต่งและฝ้าชายคา เลือกใช้วัสดุทดแทนอย่างไม้ไฟเบอร์ซีเมนต์ นำมาทำสีเลียนแบบไม้โดยการทาสีก็ต้องใช้เทคนิคเพื่อให้เห็นเป็นเส้นลวดลายเสมือนไม้จริง ซึ่งเจ้าของบ้านได้คุมงานให้ทดลองทาสีก่อนหลายครั้งจนได้สีและลายไม้ตามที่ต้องการ ส่วนแผงบังตาเลือกใช้ไม้ WPC ที่มีลายและสีในตัว พื้นกระเบื้องลายไม้ ภาพ: พื้นกระเบื้องลายไม้ ลายลึก ผิวสัมผัสเสมือนไม้จริง พื้นและผนังห้องน้ำเลือกใช้กระเบื้องลวดลายหิน ภาพ: พื้นและผนังห้องน้ำเลือกใช้กระเบื้องคลุมโทนสีดำลวดลายหิน ผนังตกแต่งและฝ้าชายคา ภาพ: ผนังตกแต่งและฝ้าชายคาเลือกใช้แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์แล้วทำสีเสมือนไม้จริง แผงบังตาใช้ไม้ WPC ภาพ: แผงบังตาใช้ไม้ WPC โฮมออฟฟิศที่ถูกออกแบบมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เจ้าของบ้านอย่างแท้จริง เพราะนอกจากการคำนึงถึงการแบ่งโซนทำงานและโซนพักอาศัยซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการออกแบบโฮมออฟฟิศแล้ว จะเห็นว่าเจ้าของบ้านเลือกให้ห้องนอนเป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างออฟฟิศกับบ้านเพื่อตอบสนองกิจกรรมการทำงานที่ไม่เป็นเวลา สามารถทำงานจนดึกแล้วกลับมานอน หรือตื่นมาแล้วเดินไปเช็คเมลเตรียมประชุมออนไลน์ได้เลย ซึ่งเป็นการออกแบบที่หลายคนเซอร์ไพรส์กับการจัดวางพื้นที่ แต่เชื่อเถอะว่าไม่มีใครจะมีความสุขเท่ากับเจ้าของบ้านที่ได้ออกแบบโฮมออฟฟิศเพื่อตัวตนที่ชีวิตติดงาน + บ้านแล้ว สนใจ ผนังตกแต่ง เอสซีจี รุ่นโมดิน่า คลิก\ ขอขอบคุณ เจ้าของบ้าน/ วิศวกร: NN STUDIO DESIGN l คุณพงษ์ดนัย มาแจ้ง เจ้าของบ้าน/ สถาปนิก: คุณรุ่งอรุณ ปัญโยกาศ Design Connext คอมมูนิตี้แหล่งรวมสถาปนิก/นักออกแบบ ที่ช่วยเชื่อมต่อทุกองศาของงานออกแบบ โฮมออฟฟิศสถาปนิก เพราะชีวิตติดงาน + บ้าน คลิกดู VDO\ อ่านเพิ่มเติม: บ้านแนวคิดไทย-ญี่ปุ่น อบอุ่นใต้ต้นไม้ใหญ่ l Rain Tree House อ่านเพิ่มเติม: บ้านพักตากอากาศสไตล์โมเดิร์น ท่ามกลางบริบทธรรมชาติ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ทีม Content Creator | SCG HOME > ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
ก่อนติดโซลาร์เซลล์สักระบบ สิ่งที่หลายคนสงสัยคือ "ต้องขออนุญาตที่ไหนบ้าง และใช้เวลานานแค่ไหน?" คำตอบขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย คือ ขนาดระบบ (kWp) และประเภทอาคาร ซึ่งกำหนดว่าต้องผ่านกี่หน่วยงาน SCG HOME รวบรวมขั้นตอนการขออนุญาตเชื่อมต่อขนานกับการไฟฟ้ามาไว้ดังนี้ "เชื่อมต่อขนาน" คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ? คำว่า "เชื่อมต่อขนาน" หรือ Grid Parallel หมายถึงการที่ระบบโซลาร์เซลล์ของคุณทำงานควบคู่ไปพร้อมกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้า ณ เวลาใดก็ตาม บ้านจะดึงไฟจากทั้ง 2 แหล่งพร้อมกัน คือ แผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา และสายไฟหลักจากการไฟฟ้า โดยอัตโนมัติ สาเหตุที่ต้องขออนุญาตก่อนเชื่อมต่อ คือความปลอดภัย เนื่องจากกระแสไฟจากแผงโซลาร์เซลล์สามารถ "ย้อนกลับ" เข้าสายส่งสาธารณะได้ หากไม่มีระบบป้องกันที่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดอันตรายต่อช่างไฟฟ้าที่ทำงานบนสายไฟภายนอกบ้านได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีทั้งหมด 3 แห่ง สำนักงานเขต / เทศบาล / อบต. — ขออนุญาตดัดแปลงอาคาร กกพ. (คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน) — แจ้งยกเว้นหรือขอใบอนุญาตผลิตไฟฟ้า กฟน. หรือ กฟภ. (การไฟฟ้า) — ขออนุญาตเชื่อมต่อขนาน + เปลี่ยนมิเตอร์ ข้อควรทราบ: ไม่ใช่ทุกระบบที่ต้องผ่านครบทั้ง 3 แห่ง ขึ้นอยู่กับขนาดและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด กฎหมายใหม่ 2568: ไม่ต้องขออนุญาตดัดแปลงอาคารในส่วนใหญ่ กฎกระทรวงฉบับที่ 72 (พ.ศ. 2568)\ กำหนดว่าการติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคา ที่น้ำหนักรวมไม่เกิน 20 กก./ตรม. ไม่ถือเป็นการดัดแปลงอาคาร แผงโซลาร์ทั่วไปในปัจจุบันหนักรวมโครงยึดอยู่ที่ 15–18 กก./ตรม. ซึ่งผ่านเกณฑ์นี้เกือบทุกกรณี หมายความว่า ไม่ต้องยื่นขออนุญาตที่สำนักงานเขตหรือเทศบาลอีกต่อไป สำหรับการติดตั้งส่วนใหญ่ หากเกินเกณฑ์นี้ต้องยื่นขออนุญาตสำนักงานเขตเพิ่มอีก 30–60 วัน ตาราง Checklist: ต้องยื่นหน่วยงานใดบ้าง แยกตามขนาด ขนาดระบบ ตัวอย่าง สำนักงานเขต(อนุญาตดัดแปลงอาคาร) กกพ.(อนุญาตผลิตไฟฟ้า) กฟน. / กฟภ.(อนุญาตเชื่อมต่อขนาน) รวมเวลา ≤ 10 kWp บ้านพักอาศัย, ทาวน์โฮม ❌ ไม่ต้อง ✅ แจ้งยกเว้น (1–2 วัน) ✅ เชื่อมต่อขนาน 2–4 เดือน 10–25 kWp บ้านใหญ่, วิลล่า 3 เฟส ❌ ไม่ต้อง ✅ แจ้งยกเว้น (1–2 วัน) ✅ เชื่อมต่อขนาน 2–4 เดือน 25–199 kWp อาคารสำนักงาน, ร้านค้า ควรให้วิศวกรประเมินก่อน ✅ แจ้งยกเว้น (1–2 วัน) ✅ เชื่อมต่อขนาน 3–5 เดือน 200–999 kWp โรงงาน, โกดัง, ห้างฯ ควรให้วิศวกรประเมินก่อน ✅ ขอ พค.2 (45–90 วัน) ✅ เชื่อมต่อขนาน 4–8 เดือน ≥ 1,000 kWp นิคมอุตสาหกรรม, โรงงานใหญ่ ควรให้วิศวกรประเมินก่อน ✅ ใบอนุญาต กกพ. (90–180 วัน) ✅ เชื่อมต่อขนาน (แรงดันกลาง) 9–18 เดือน 3 ขั้นตอนหลัก สำหรับบ้านพักอาศัย ขนาดระบบไม่เกิน 25 kWp ขั้นที่ 1 — แจ้งยกเว้น กกพ. ยื่นออนไลน์ผ่านระบบของ กกพ. ที่ erc.or.th เพื่อแจ้งว่าระบบโซลาร์ที่ติดตั้งได้รับยกเว้นไม่ต้องขอใบอนุญาตผลิตไฟฟ้า (เนื่องจากขนาดน้อยกว่า 200 kW) ขั้นที่ 2 — ยื่นขอเชื่อมต่อขนานกับการไฟฟ้า กฟน. (กทม., นนทบุรี, สมุทรปราการ) → ยื่นผ่าน MyEnergy.mea.or.th (ข้อมูลอัปเดต 2569: กฟน. ประกาศว่าผู้ขอเชื่อมต่อรายใหม่ ไม่ต้องยื่นคำขอจดแจ้งยกเว้นกับสำนักงาน กกพ. ก่อน และไม่ต้องอัปโหลดเอกสาร กกพ. เข้าระบบ MyEnergy เนื่องจาก กฟน. ดำเนินการส่วนนี้ให้โดยอัตโนมัติในกระบวนการเดียว เพื่อลดความซับซ้อนของกระบวนการ) กฟภ. (ทั่วประเทศ นอกเขต กฟน.) → ยื่นผ่าน ppim.pea.co.th (ข้อมูลอัปเดต 2569: กฟภ. ให้บริการ One Stop Service สำหรับการขออนุญาตเชื่อมต่อไฟฟ้า Solar Rooftop สำหรับผู้เข้าร่วมมาตรการลดหย่อนภาษีในบ้านอยู่อาศัย ขนาดไม่เกิน 10 kWp ใช้ระยะเวลาภายใน 45 วันทำการ) ระยะเวลาดำเนินการขออนุญาตติดตั้งโซลาร์เซลล์ (อัปเดต 2569) เอกสารที่ต้องเตรียม: สำเนาบัตรประชาชน / หนังสือรับรองบริษัท, สำเนาโฉนดที่ดิน, สำเนาบิลค่าไฟ, Single Line Diagram (วิศวกรไฟฟ้า กว. ลงนาม), Datasheet อินเวอร์เตอร์และแผงโซลาร์, รูปถ่ายการติดตั้ง ขั้นที่ 3 — การไฟฟ้าตรวจหน้างาน + เปลี่ยนมิเตอร์ เจ้าหน้าที่ กฟน./กฟภ. เข้าตรวจสอบการติดตั้งจริง และเปลี่ยนเป็น ดิจิตอลมิเตอร์ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายมิเตอร์เพิ่มเติม สิ่งที่ต้องรู้เพิ่มเติม: ขายไฟ และ ลดหย่อนภาษี ขายไฟคืนการไฟฟ้า ทำได้เฉพาะระบบ On Grid เท่านั้น ต้องสมัครโครงการ Solar ภาคประชาชน แยกต่างหาก จากการขอเชื่อมต่อขนาน โดย กพช. อนุมัติรอบใหม่ 500 MW อัตรารับซื้อ 2.20 บาท/หน่วย ระยะเวลา 10 ปี จำกัดปริมาณขายไม่เกิน 5 kW/มิเตอร์ เปิดสำหรับบุคคลธรรมดา มิเตอร์ประเภทที่ 1 เท่านั้น ระบบ Hybrid มีแบตเตอรี่ขายไฟคืนไม่ได้ ลดหย่อนภาษีโซลาร์เซลล์ 2569–2571 สิทธิ์ลดหย่อนตามจริง สูงสุด 200,000 บาท สำหรับบุคคลธรรมดา บ้านพักอาศัย ระบบ On Grid ≤ 10 kWp เท่านั้น เงื่อนไขสำคัญ: ต้องได้รับอนุมัติเชื่อมต่อโครงข่ายสำเร็จภายใน 3 มี.ค. 2569 – 31 ธ.ค. 2571 ใช้ e-Tax Invoice เท่านั้น และใช้สิทธิ์ได้ 1 ครั้ง ในปีภาษีที่เชื่อมต่อสำเร็จ ระยะเวลาดำเนินการขออนุญาตติดตั้งโซลาร์เซลล์ (อัปเดต 2569) ข้อมูลอ้างอิงระยะเวลาดำเนินการขออนุญาตเชื่อมต่อไฟฟ้า Solar Rooftop สำหรับผู้เข้าร่วมมาตรการลดหย่อนภาษีจากทาง กฟภ. ขั้น ขั้นตอน หน่วยงาน ระยะเวลา หมายเหตุ 1 ขออนุญาตดัดแปลงอาคาร ยื่นต่อ อปท. / เขต / เทศบาล ในพื้นที่ติดตั้ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 7–15 วัน* *ยกเว้น: แผงน้ำหนัก ≤ 20 กก./ตร.ม. และพื้นที่ ≤ 160 ตร.ม. ไม่ต้องขออนุญาต (กฎกระทรวงฉบับที่ 72 พ.ศ. 2568) 2 แจ้งยกเว้น / ขอใบอนุญาต กกพ. ยื่นผ่าน erc.or.th หรือสำนักงาน กกพ. สำนักงาน กกพ. (คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน) 7–15 วัน* *< 200 kW: แจ้งยกเว้น (ไม่ต้องรอ) / 200–999 kW: ขอ พค.2 (≈ 15 วัน) / ≥ 1,000 kW: ใบอนุญาตเต็มรูปแบบ 3 ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ ดำเนินการโดย SCG Solar Roof Solutions SCG Solar Roof Solutions 1–5 วัน ขึ้นอยู่กับขนาดระบบ บ้านพักอาศัยทั่วไปใช้เวลา 1–2 วัน 4 ยื่นขอเชื่อมต่อกับการไฟฟ้า ผ่าน MyEnergy (กฟน.) หรือ PPIM (กฟภ.) พร้อมเอกสารครบ กฟน. (MEA) หรือ กฟภ. (PEA) ใช้เอง: 7 วัน ขายไฟ: 30 วัน ระบบ One Stop Service (ปี 2569) — ยื่นออนไลน์ได้ทั้งหมด ไม่ต้องเดินทางหลายที่ 5 ตรวจสอบระบบและเปลี่ยนมิเตอร์ เจ้าหน้าที่การไฟฟ้านัดตรวจสอบและเปลี่ยนมิเตอร์เป็น Smart Meter กฟน. (MEA) หรือ กฟภ. (PEA) 1–3 วัน รวมอยู่ในกระบวนการของขั้นที่ 4 หลังจากอนุมัติแล้ว บริการ SCG Solar Roof Solutions — ดำเนินการแทนครบทุกขั้นตอน บริการติดโซลาร์เซลล์\ จาก SCG รวมการขออนุญาตทั้งกระบวนการไว้ในแพ็กเกจ Smart และ Premium โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ครอบคลุมตั้งแต่เตรียมเอกสาร ยื่น กกพ. ประสานงาน กฟน./กฟภ. ติดตามสถานะ จนถึงเปิดใช้งาน ระบบเริ่มต้น 3.75 kWp ราคา 142,000 บาท รับประกันงานติดตั้งสูงสุด 5 ปี และประสิทธิภาพแผง 30 ปี FAQ — คำถามที่พบบ่อย Q: เริ่มกระบวนการเองได้ไหม หรือต้องให้ผู้รับเหมาทำให้? A: ทำเองได้ แต่เสี่ยงที่เอกสารจะไม่ครบหรือผิดรูปแบบ ทำให้ต้องยื่นใหม่และเสียเวลา โดยเฉพาะ Single Line Diagram ที่วิศวกรต้องลงนาม และการเลือกอินเวอร์เตอร์ที่ขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้าแล้วเท่านั้น Q: บ้านอยู่ต่างจังหวัด ต้องไปยื่นเอกสารที่สำนักงาน กฟภ. เองหรือไม่? A: ระบบ PPIM ของ กฟภ. รองรับการยื่นออนไลน์ทั้งหมด ไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน แต่ยังต้องอยู่ในพื้นที่เพื่อรอรับการนัดตรวจหน้างาน Q: ติดตั้งโซลาร์แล้วแต่ยังไม่ได้รับอนุมัติเชื่อมต่อ ไม่สามารถใช้สิทธิ์ในปีนั้นได้ A: กฎหมายกำหนดชัดว่าต้องใช้สิทธิ์ในปีภาษีที่ "เชื่อมต่อโครงข่ายสำเร็จ" ไม่ใช่ปีที่ "ติดตั้งแผง" ดังนั้น หากติดตั้งแผงในเดือนพฤศจิกายน 2569 แต่ได้รับอนุมัติเชื่อมต่อในเดือนมีนาคม 2570 จะต้องยื่นใช้สิทธิ์ในปีภาษี 2570 Q: ขนาดระบบที่ใหญ่กว่า 10 kW ต้องขออนุญาตพิเศษไหม? A: ขนาด 10 kWp ขึ้นไปต้องมีวิศวกรโยธารับรองแบบโครงสร้าง และอาจต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมกับการไฟฟ้าสำหรับการตรวจสอบระบบไฟฟ้า Q: ระบบ Hybrid มีแบตเตอรี่ต้องขออนุญาตเชื่อมต่อขนานด้วยไหม? A: ต้อง เพราะยังเชื่อมต่อกับสายไฟหลัก แต่ไม่สามารถเข้าโครงการขายไฟคืนได้ และไม่ได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี 200,000 บาท Q: ติดตั้งเสร็จแล้วระบบจะเริ่มทำงานได้เลยไหม? A: ระบบจะทำงานได้ทันทีในส่วนของการใช้ไฟฟ้าในบ้าน แต่จะเชื่อมต่อโครงข่ายและขายไฟคืนได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจากการไฟฟ้าครบทุกขั้นตอน Q: นิติบุคคลสามารถขายไฟคืนการไฟฟ้าได้ไหม? A: ได้ สำหรับระบบ On Grid ทุกขนาด แต่จะต้องผ่านกระบวนการขออนุญาตเพิ่มเติมและทำสัญญากับการไฟฟ้าในอัตราที่กำหนด