ไขข้อสงสัยเรื่องกระเบื้องหลังคามีกี่แบบ โดยเน้นที่การเลือกกระเบื้องหลังคาแบบแผ่นเรียบกับแบบลอน ให้เหมาะสมทั้งด้านรูปลักษณ์ที่เข้ากับสไตล์บ้าน และรายละเอียดอื่นซึ่งมีผลต่อการใช้งาน เมื่อพูดถึงกระเบื้องหลังคา\ (ที่ไม่ใช่วัสดุมุงประเภทเมทัลชีท) ในท้องตลาดทุกวันนี้หลายประเภทให้เลือก หากจะเริ่มต้นดูกันว่า กระเบื้องหลังคามีกี่แบบนั้น นอกเหนือจากวัสดุที่มีทั้งกระเบื้องหลังคาคอนกรีต\ กระเบื้องหลังคาไฟเบอร์ซีเมนต์\ และกระเบื้องหลังคาเซรามิก\ แต่ละวัสดุก็ยังมีให้เลือกทั้งแบบกระเบื้องหลังคาแผ่นเรียบและกระเบื้องหลังคาแบบลอน แล้วแบบไหนจะใช้ดีกว่ากัน หากเจ้าของบ้านยังไม่รู้ว่าจะเลือกยังไง แนะนำให้ลองดูจาก 4 ปัจจัยหลัก คือ รูปแบบสไตล์บ้าน การระบายน้ำ ช่องว่างระหว่างลอนกระเบื้อง และความชำนาญของช่างติดตั้ง 1) กระเบื้องหลังคามีกี่แบบ ดูที่รูปแบบสไตล์บ้านกับกระเบื้องหลังคาก่อน บ้านสไตล์ร่วมสมัยและสไตล์คลาสสิก ใช้กระเบื้องหลังคาแบบไหนดี? ส่วนใหญ่จะนิยมกระเบื้องหลังคาแบบลอนทั่วไป บางครั้งก็เป็นลอนเว้าซึ่งให้ภาพลักษณ์ร่วมสมัยเหมาะกับบ้านยุคใหม่มากขึ้น กระเบื้องหลังคาแบบลอน หลังคา SCG กระเบื้องหลังคา scg เอสซีจี หลังคาเอสซีจี ภาพ: ตัวอย่างบ้านสไตล์คลาสสิกกับกระเบื้องหลังคาแบบลอน (กระเบื้องหลังคาเซรามิก เอสซีจี รุ่นเอ็กซ์เซลล่า คลาสสิค สีเรด การ์เนต) กระเบื้องหลังคามีกี่แบบ กระเบื้องหลังคาแบบลอนเว้า หลังคา SCG กระเบื้องหลังคา scg เอสซีจี หลังคาเอสซีจี ภาพ: ตัวอย่างบ้านสไตล์ร่วมสมัย กับกระเบื้องหลังคาแบบลอนเว้า ให้ลุคทันสมัยมากขึ้น (กระเบื้องหลังคาเซรามิก เอสซีจี รุ่นเอ็กซ์เซลล่า เกรซ สีซันไรส์) บ้านสไตล์โมเดิร์น ใช้กระเบื้องหลังคาแบบไหนดี? เหมาะกับกระเบื้องหลังคาแผ่นเรียบซึ่งให้ลุคที่ดูโมเดิร์น เรียบง่าย หรือแม้แต่บ้านสไตล์อื่น เช่น สไตล์คลาสสิก สไตล์เนเชอรัล ที่ต้องการสอดแทรกกลิ่นอายแบบทันสมัย ก็อาจเลือกใช้กระเบื้องหลังคาแผ่นเรียบด้วยเช่นกัน กระเบื้องหลังคามีกี่แบบ กระเบื้องหลังคาแผ่นเรียบ หลังคา SCG กระเบื้องหลังคา scg เอสซีจี หลังคาเอสซีจี ภาพ: ตัวอย่างบ้านสไตล์โมเดิร์นกับกระเบื้องหลังคาแผ่นเรียบ (กระเบื้องหลังคาเซรามิก เอสซีจี รุ่นเอ็กซ์เซลล่า โมเดิร์น สีโคโค่บราวน์) บ้านสไตล์เนเชอรัล ใช้กระเบื้องหลังคาแบบไหนดี? อาจเลือกได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งกระเบื้องหลังคาแผ่นเรียบและกระเบื้องหลังคาแบบลอน ขึ้นอยู่กับแนวทางการตกแต่ง หรือจะเลือกใช้กระเบื้องหลังคาแผ่นเรียบที่มีลวดลายคล้ายไม้เพื่อให้ดูเข้ากับความเป็นธรรมชาติมากขึ้น กระเบื้องหลังคามีกี่แบบ กระเบื้องหลังคาแผ่นเรียบ หลังคา SCG กระเบื้องหลังคา scg เอสซีจี หลังคาเอสซีจี หลังคาไอยร่า กระเบื้องไอยรา ภาพ: ตัวอย่างบ้านสไตล์เนเชอรัลกับกระเบื้องหลังคาแผ่นเรียบลายไม้ (กระเบื้องหลังคาไฟเบอร์ซีเมนต์ เอสซีจี รุ่นไอยร่า ทิมเบอร์ ลายไม้ สีวอลนัทบราวน์) บ้านสไตล์ไทยประยุกต์ ใช้กระเบื้องหลังคาแบบไหนดี? นิยมใช้กระเบื้อง 2 แบบ คือกระเบื้องหลังคาแบบลอน กับกระเบื้องหลังคาแผ่นเรียบทรงข้าวหลามตัด หรือที่มักเรียกกันว่า “กระเบื้องว่าว” ซึ่งให้ภาพลักษณ์แบบไทยๆ กระเบื้องหลังคามีกี่แบบ กระเบื้องหลังคาแผ่นเรียบ หลังคา SCG กระเบื้องหลังคา scg เอสซีจี หลังคาเอสซีจี หลังคาไอยร่า กระเบื้องไอยรา ภาพ: ตัวอย่างบ้านสไตล์ไทยประยุกต์กับกระเบื้องหลังคาแผ่นเรียบทรงข้าวหลามตัด หรือที่เรียกกันว่า “กระเบื้องว่าว” (กระเบื้องหลังคาไฟเบอร์ซีเมนต์ เอสซีจี รุ่นไอยร่า โอเรียนทอล สีเนเชอรัลบริค) อ่านเพิ่มเติม: เลือกกระเบื้องหลังคาบ้านแบบไหนดี ให้ดูที่ “สไตล์บ้าน”\ สนใจบริการติดตั้งหลังคา สำหรับบ้านสร้างใหม่ แบบครบวงจร\ เลือกซื้อวัสดุมุงหลังคา กระเบื้องหลังคา SCG คลิก\ 2) กระเบื้องหลังคามีกี่แบบ ให้ดูองศาหลังคาและการระบายน้ำด้วย ความชันหลังคาหรือที่เรียกว่า “องศาหลังคา” เป็นอีกปัจจัยที่มองข้ามไมได้ เพราะกระเบื้องหลังคาแต่ละรุ่นจะมีองศาหลังคาที่เหมาะสมกำหนดไว้ หากองศาหลังคาน้อยกว่ามาตรฐานอาจทำให้น้ำระบายไม่ทันและย้อนเข้าใต้กระเบื้องไปหยดในบ้านได้ โดยทั่วไปกระเบื้องหลังคาแบบลอนมักมุงได้ที่องศาหลังคาต่ำกว่ากระเบื้องหลังคาแผ่นเรียบ เนื่องด้วยรูปลอนของกระเบื้องที่ทำให้ระบายน้ำฝนได้ดี กระเบื้องหลังคามีกี่แบบ องศาหลังคา หลังคา SCG กระเบื้องหลังคา scg เอสซีจี หลังคาเอสซีจี ภาพ: ตัวอย่างกระเบื้องหลังคา เอสซีจี รุ่นต่างๆ กับองศาหลังคาที่เหมาะกับการใช้งาน ยกตัวอย่างสำหรับบ้านโมเดิร์น บางแห่งออกแบบเป็นบ้านทรงกล่องพร้อมหลังคาซ่อนด้านใน (หลังคา Parapet) ที่มุงกระเบื้องหลังคาแบบลอน เพื่อให้ระบายน้ำได้ดีที่หลังคาองศาต่ำ บางบ้านมุงกระเบื้องแผ่นเรียบโดยทำหลังคาทรงสูงชัน กรณีองศาหลังคำต่ำชนิดฉิวเฉียดมาตรฐาน อาจติดตั้งแผ่น Roof Sarking ช่วยป้องกันหลังคารั่วอีกชั้นหนึ่งเพื่อความอุ่นใจ กระเบื้องหลังคาแผ่นเรียบ ภาพ: ตัวอย่างบ้านสไตล์โมเดิร์นกับหลังคาทรงสูงชันมุงกระเบื้องหลังคาแผ่นเรียบ กระเบื้องหลังคามีกี่แบบ กระเบื้องหลังคาแบบลอน หลังคา SCG กระเบื้องหลังคา scg เอสซีจี หลังคาเอสซีจี ภาพ: ตัวอย่างหลังคาซ่อนด้านใน (หลังคา Parapet) ที่มุงกระเบื้องหลังคาแบบลอน อ่านเพิ่มเติม: หลังคาเพิงแหงนความชันต่ำ เพิ่มระยะซ้อนทับกระเบื้องลอนคู่ จะกันรั่วได้ไหม ?\ เลือกซื้อวัสดุมุงหลังคา กระเบื้องหลังคา SCG คลิก\ 3) กระเบื้องหลังคากับสัตว์รบกวน ช่องว่างต่างๆ บริเวณหลังคา โดยเฉพาะรอยต่อระหว่างเชิงชายกับกระเบื้องหลังคาแถวล่างสุด อาจมีสัตว์เล็กอย่าง หนู ค้างคาว กระรอก หลุดลอดเข้าไปรบกวนอยู่ภายในโถงหลังคาได้ ปัญหานี้จะเกิดกับกระเบื้องหลังคาแบบลอนได้มากกว่าเพราะมีช่องว่างใต้ลอนยกตลอดแนว กระเบื้องหลังคาบางรุ่นจึงมีอุปกรณ์เสริมที่เรียกว่า ไม้ปิดลอน ใช้ปิดช่องระหว่างกระเบื้องกับเชิงชาย เป็นตัวช่วยป้องกันปัญหาที่ว่านี้ กระเบื้องหลังคามีกี่แบบ กระเบื้องหลังคาแบบลอน หลังคา SCG กระเบื้องหลังคา scg เอสซีจี หลังคาเอสซีจี ภาพ: ตัวอย่างไม้ปิดลอนกระเบื้องและการใช้งาน 4) ความชำนาญของช่างมุงกระเบื้องหลังคา ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน กระเบื้องหลังคาแบบลอนเป็นที่นิยมใช้งานมากกว่าในภาพรวม ช่างหลังคาทั่วไปจึงมักคุ้นชินกับการมุงกระเบื้องหลังคาแบบลอนมากกว่า สำหรับเจ้าของบ้านที่เลือกใช้กระเบื้องหลังคาแผ่นเรียบ ควรใช้บริการช่างที่มีความชำนาญและปฏิบัติตามคู่มือติดตั้งของกระเบื้องรุ่นนั้นๆ หรือจะหันมาเลือกซื้อกระเบื้องหลังคา\ที่ขายพร้อมบริการติดตั้งโดยช่างผู้ชำนาญเพื่อความสะดวกและสบายใจ (ทางเลือกนี้ก็อาจเหมาะกระเบื้องหลังคาแบบลอนด้วยเช่นกัน เพราะบางรุ่นจะมีรายละเอียดติดตั้งที่ต้องอาศัยความชำนาญ เช่น การเจาะรูระบายน้ำและเซาะร่องระบายน้ำบริเวณครอบสัน ช่วยป้องกันการรั่วซึมระยะยาว เป็นต้น) กระเบื้องหลังคามีกี่แบบ กระเบื้องหลังคาแบบลอน หลังคา SCG กระเบื้องหลังคา scg เอสซีจี หลังคาเอสซีจี ภาพ: ตัวอย่างการเจาะรูระบายน้ำและเซาะร่องระบายน้ำในการติดตั้งครอบสันของกระเบื้องหลังคาแบบลอน สนใจบริการติดตั้งหลังคา สำหรับบ้านสร้างใหม่ แบบครบวงจร\ เลือกซื้อวัสดุมุงหลังคา กระเบื้องหลังคา SCG คลิก\ สรุป การเลือกใช้งาน กระเบื้องหลังคา ระหว่าง กระเบื้องหลังคาแผ่นเรียบ และ กระเบื้องหลังคาแบบลอน ควรพิจารณาจาก 4 ปัจจัยหลักเพื่อให้ได้คำตอบที่คุ้มค่าที่สุด เริ่มจาก สไตล์บ้าน หากเป็นบ้าน สไตล์โมเดิร์น จะเหมาะกับกระเบื้องแผ่นเรียบที่ให้ภาพลักษณ์เรียบง่ายทันสมัย ส่วนบ้านสไตล์ร่วมสมัยหรือคลาสสิกจะนิยมใช้กระเบื้องแบบลอน ปัจจัยสำคัญต่อมาคือ องศาหลังคา และ การระบายน้ำ โดยกระเบื้องแบบลอนจะระบายน้ำได้ดีกว่าจึงรองรับความชันหลังคาที่ต่ำกว่าได้ ในขณะที่กระเบื้องแผ่นเรียบจำเป็นต้องมีองศาความชันที่สูงกว่าเพื่อป้องกันปัญหาน้ำไหลย้อนและ หลังคารั่ว นอกจากนี้ควรคำนึงถึง สัตว์รบกวน เช่น นกหรือหนู ที่อาจลอดผ่านช่องว่างใต้ลอนกระเบื้องได้ง่ายกว่าแบบเรียบ ซึ่งต้องใช้อุปกรณ์เสริมป้องกัน สุดท้ายคือความชำนาญของ ช่างติดตั้งหลังคา โดยทั่วไปช่างจะคุ้นเคยกับแบบลอนมากกว่า ดังนั้นหากเลือกใช้แผ่นเรียบควรเลือกช่างที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อให้งานออกมาสวยงามและหมดกังวลเรื่องการรั่วซึมในระยะยาว เลือกซื้อกระเบื้องหลังคา SCG และบริการติดตั้งกระเบื้องหลังคา โครงหลังคา กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้บริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ทีม Content Creator | SCG HOME ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
ลิฟต์บ้าน และ ลิฟต์บันได ตัวช่วยดีๆ ของผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีปัญหาด้านการเดิน ให้สามารถขึ้นลงชั้นบนชั้นล่างภายในบ้านได้สะดวกปลอดภัยมากขึ้น มาดูข้อเปรียบเทียบลิฟต์ในบ้านทั้งสองแบบ ทั้งแง่การใช้งาน รูปแบบ ระบบความปลอดภัยของอุปกรณ์ และการบำรุงรักษา ลิฟต์บ้าน เหมาะกับ : ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้พิการ ที่เดินไม่ถนัด แต่ยังสามารถเดินได้ ใช้งานได้ทั้งในและนอกบ้าน รูปแบบของลิฟต์บ้าน: มีแบบครึ่งตัว และแบบเต็มตัว ติดตั้งกับคาน (โครง 2 เสา) หรือลอยตัว (โครง 4 เสา) พื้นที่ติดตั้งลิฟต์ขั้นต่ำที่แนะนำ คือ 1.4x1.5 ม. หรือ 1.2 x1.7 ม. ระบบความปลอดภัย: รับน้ำหนักประมาณ 300 กก. หากประตูเปิดลิฟต์จะไม่ทำงาน และจะหยุดเมื่อมีสิ่งกีดขวางใต้ลิฟต์ มีอุปกรณ์เสริมเป็นกลอนนิรภัยชั้นบน และแบตเตอรีสำรองเมื่อไฟดับ การดูแลรักษาลิฟต์บ้าน: ทาจารบีที่รางเสาด้านในและโซ่ลิฟต์ เดือนละ 1 ครั้ง และตรวจสอบการทำงานทุก 1 ปี SingleImage ลิฟท์บ้านแบบครึ่งตัวและเต็มตัว ภาพ: ลิฟต์บ้านแบบครึ่งตัว (ซ้าย) และเต็มตัว (ขวา) SingleImage ระบบความปลอดภัยของลิฟท์บ้าน ภาพ: ลิฟต์บ้านเมื่ออยู่ชั้นบน (ซ้าย) กับตัวอย่างระบบความปลอดภัย ได้แก่ เซนเซอร์ป้องกันการเลื่อนทับวัตถุใต้ลิฟต์ (ขวาบน) และกลอนนิรภัย (ขวาล่าง) ลิฟต์บันได เหมาะกับ: ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้พิการ ที่เดินไม่ถนัด แต่ยังสามารถเดินได้ ใช้งานได้ทั้งในและนอกบ้าน รูปแบบของลิฟต์บันได: มีทั้งแบบรางตรง และรางโค้ง ตามรูปแบบบันได ติดตั้งรางเลื่อนเข้ากับลูกนอนบันได ความกว้างบันไดขั้นต่ำที่แนะนำ คือ 80 ซม. ระบบความปลอดภัย: รับน้ำหนักได้ประมาณ 135 กก. (ขึ้นอยู่กับรุ่น) มีแบตเตอรีสำรองเมื่อไฟดับ มีเข็มขัดนิรภัย เซนเซอร์จับสิ่งกีดขวาง บางรุ่นมีเซนเซอร์กันเก้าอี้เลื่อนหากเด็กปีน การดูแลรักษาลิฟต์บันได: ตรวจสอบการทำงานทุก 1 ปี SingleImage ลิฟต์บันไดรางตรงและรางโค้ง สำหรับผู้สูงวัย ผู้สูงอายุ ภาพ: ลิฟต์บันไดรางตรง (ซ้าย) และรางโค้ง (ขวา) SingleImage การใช้งานเข็มขัดนิรภัย ขณะโดยสารลิฟท์บันไดผู้สูงวัย ผู้สูงอายุ ภาพ: การใช้งานเข็มขัดนิรภัย ขณะโดยสารลิฟต์บันได กล่าวโดยสรุปจะเห็นได้ว่า ลิฟต์บ้านเหมาะสำหรับผู้ที่ใช้รถเข็นหรือต้องการพื้นที่กว้างในการเคลื่อนย้าย ในขณะที่ลิฟต์บันไดเหมาะสำหรับผู้ที่ยังสามารถเคลื่อนไหวได้บ้าง ทั้งนี้ เจ้าของบ้านจะเลือกใช้ลิฟต์บ้านหรือลิฟต์บันไดย่อมขึ้นอยู่กับความต้องการ ลักษณะการใช้งาน ขนาดและรายละเอียดของบันไดหรือพื้นที่ที่สอดคล้องกับความเป็นไปได้ในการติดตั้ง สนใจ ติดตั้งลิฟต์ในบ้าน ลิฟต์บ้าน ลิฟต์บันได คลิก\
เปรียบเทียบเสาเข็มเหล็กกับเสาเข็มไมโครไพล์ (Micropile) ซึ่งเป็นเสาเข็มที่มีขั้นตอนติดตั้งสะดวก รวดเร็ว สำหรับส่วนต่อเติมในพื้นที่จำกัด >บริเวณที่มีบ้านพักอาศัยหนาแน่นโดยเฉพาะตามเขตเมืองใหญ่ การลงเสาเข็มต่อเติมบ้านอาจมีทางเลือกน้อยเนื่องด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ ดังนั้น เสาเข็มที่ใช้เครื่องมือขนาดเล็ก ทำงานสะดวกอย่าง “เสาเข็มเหล็ก” และ “เสาเข็มไมโครไพล์” จึงเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในงานต่อเติม ตามมาด้วยคำถามที่ว่า เสาเข็มทั้ง 2 ประเภท มีข้อแตกต่างอย่างไร และจะเลือกใช้แบบไหนดี >## เสาเข็มเหล็ก >ทำจากเหล็กเคลือบกันสนิม ท่อนเข็มเป็นเกลียวยึดกับดินได้ดี งานต่อเติมที่ลงเสาเข็มสั้น นิยมใช้เสาเข็มเหล็กความยาวไม่เกิน 2 ม. จุดเด่นของเสาเข็มเหล็ก คือความสะดวกรวดเร็วที่ได้เปรียบกว่าเสาเข็มชนิดอื่น เครื่องมือลงเสาเข็มเหล็กมีขนาดเล็กมาก ใช้พื้นที่น้อยกว่างานติดตั้งเสาเข็มไมโครไพล์ จึงติดตั้งในพื้นที่ต่อเติมซึ่งมีขนาดเล็กมากและแคบมากได้ เสาเข็มเหล็ก เข็มเหล็กราคา ราคาเข็มเหล็ก เสาเข็มเหล็กเกลียว kemrex ราคา เสาเข็มต่อเติมบ้าน ขั้นตอนลงเสาเข็มเหล็ก >ภาพ: ตัวอย่างเสาเข็มเหล็ก ความยาวไม่เกิน 2 เมตร ซึ่งนิยมใช้กับส่วนต่อเติมแบบลงเสาเข็มสั้น เสาเข็มเหล็ก เข็มเหล็กราคา ราคาเข็มเหล็ก เสาเข็มเหล็กเกลียว kemrex ราคา เสาเข็มต่อเติมบ้าน ขั้นตอนลงเสาเข็มเหล็ก >ภาพ: การใช้เสาเข็มสั้นกับงานต่อเติมโรงรถหน้าบ้าน >การติดตั้งเสาเข็มเหล็กใช้เวลาติดตั้งรวดเร็วมาก ประมาณต้นละ 30-60 นาที ด้วยวิธีที่สะดวกง่ายดาย อาศัยเครื่องมือขนาดเล็กในการหมุนเสาเข็มเจาะลงดินไปได้โดยไม่ต้องเปิดหน้าดิน (ลักษณะคล้ายการขันสกรูลงไป) หากจุดที่จะติดตั้งมีพื้น ค.ส.ล. ก็ไม่จำเป็นต้องรื้อออก สามารถเจาะช่องบนพื้นเพื่อลงเข็มได้เลยเช่นกัน หน้างานจึงสะอาด เศษดินน้อยมาก ปราศจากแรงสั่นสะเทือนหรือเสียงรบกวน นอกจากนี้ ตัวเข็มเหล็กสามารถดึงออกมาใช้ใหม่และย้ายตำแหน่งได้ >ทั้งนี้ เสาเข็มเหล็กขนาดไม่เกิน 2 ม. เหมาะกับส่วนต่อเติมที่ยอมให้ทรุดเร็วกว่าตัวบ้านได้ และไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกับพื้นที่ในบ้านมากนัก เช่น ระเบียง โรงจอดรถหน้าบ้าน ศาลาในสวน เป็นต้น เสาเข็มเหล็ก เข็มเหล็กราคา ราคาเข็มเหล็ก เสาเข็มเหล็กเกลียว kemrex ราคา เสาเข็มต่อเติมบ้าน ขั้นตอนลงเสาเข็มเหล็ก >ภาพ: ตัวอย่างแสดงขั้นตอนการลงเสาเข็มเหล็ก สนใจ เสาเข็ม CPAC คลิก\ >## เสาเข็มไมโครไพล์ (Micropile) >ผลิตจากคอนกรีตเสริมเหล็กยาวท่อนละ 1.5 ม. นำมาตอกต่อกันได้ลึกถึงชั้นดินแข็ง เสาเข็มไมโครไพล์มี 2 ประเภทคือ >- ไอไมโครไพล์ หน้าตัดเป็นรูปตัว I นิยมใช้ขนาด 18×18 ซม. หรือ 22×22 ซม. หรือ 26×26 ซม. >- สปันไมโครไพล์ (Spun Micropile หรือ เสาเข็มสปัน) มีหน้าตัดกลม นิยมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 20 ซม. ผลิตจากคอนกรีตแบบมีแรงเหวี่ยงในแบบหล่อ จึงแข็งแรงกว่า ไอไมโครไพล์ เสาเข็มต่อเติมบ้าน ต่อเติมครัวหลังบ้านไม่ให้ทรุด ต่อเติมครัวหลังบ้าน เข็มเหล็กvsไมโครไพล์ เสาเข็มไมโครไพล์ ต่อเติมบ้านทรุด spun micropile ลงเสาเข็มหลังบ้าน ลงเสาเข็มต่อเติมครัว >ภาพ: เสาเข็มไมโครไพล์ทั้ง 2 ชนิด ได้แก่ ไอไมโครไพล์ (ซ้าย) และ สปันไมโครไพล์ (ขวา) >เสาเข็มไมโครไพล์ใช้เครื่องมือขนาดเล็ก เหมาะกับพื้นที่ขนาดจำกัดที่ไม่สามารถใช้เสาเข็มเจาะ หรือเสาเข็มตอกทั่วไปได้ การลงเข็มใช้วิธีตอกและเชื่อมเหล็กที่หัวท้ายของเสาเข็มแต่ละต้น โดยต่อกันไปจนกว่าจะถึงชั้นดินแข็ง ใช้เวลาลงเข็มได้ประมาณ 3 ต้น ใน 1 วัน (เร็วกว่าเสาเข็มเจาะซึ่งลงได้วันละ 2 ต้น) ขณะตอกมีเสียง/แรงสั่นสะเทือนพอประมาณ มีเศษดินจากการตอกบ้างแต่น้อยกว่ามากหากเทียบกับเสาเข็มเจาะ >เสาเข็มไมโครไพล์โดยทั่วไป จะตอกต่อกันจนลึกถึงชั้นดินแข็ง จึงเหมาะกับส่วนต่อเติมแบบพื้นที่ขยายซึ่งอัตราการทรุดควรใกล้เคียงกับตัวบ้าน เช่น ห้องครัว ห้องนอน ห้องนั่งเล่น เป็นต้น เสาเข็มต่อเติมบ้าน ต่อเติมครัวหลังบ้านไม่ให้ทรุด เข็มเหล็กvsไมโครไพล์ เสาเข็มไมโครไพล์ ต่อเติมบ้านทรุด spun micropile ลงเสาเข็มหลังบ้านลงเสาเข็มต่อเติมครัว ภาพ: การลงเสาเข็มไมโครไพล์สำหรับส่วนต่อเติมหลังบ้าน เสาเข็มต่อเติมบ้าน ต่อเติมครัวหลังบ้านไม่ให้ทรุด ต่อเติมครัวหลังบ้าน เข็มเหล็กvsไมโครไพล์ เสาเข็มไมโครไพล์ ต่อเติมบ้านทรุด spun micropile ลงเสาเข็มหลังบ้านลงเสาเข็มต่อเติมครัว >ภาพ: ตัวอย่างขั้นตอนการลงเสาเข็มไมโครไพล์ >## เสาเข็มเหล็ก VS. เสาเข็มไมโครไพล์ ใช้อะไรต่อเติมบ้านดี >เมื่อเทียบระหว่าง เสาเข็มเหล็กทั่วไป (ยาวไม่เกิน 2 ม.) กับเสาเข็มไมโครไพล์ จะเห็นว่ามีการใช้งานที่ต่างกัน แม้ในภาพรวมเสาเข็มเหล็กจะติดตั้งสะดวก ง่าย และเร็วกว่าเสาเข็มไมโครไพล์ เข้าถึงพื้นที่แคบมากได้ มีหน้างานสะอาดเรียบร้อยไม่เกิดแรงสั่นสะเทือน และยังสามารถรื้อถอนออกมาใช้ใหม่ได้ก็ตาม แต่เสาเข็มเหล็กทั่วไปมักใช้ในงานต่อเติมบ้านแบบลงเข็มสั้น ในขณะที่เสาเข็มไมโครไพล์จะใช้ต่อเติมบ้านแบบลงเข็มยาวลึกถึงชั้นดินแข็ง ดังนั้น ในการตัดสินใจเลือกใช้ ก็ต้องดูว่าพื้นที่ที่จะต่อเติมนั้น จะยอมให้ทรุดตัวเร็วกว่าตัวบ้านได้หรือไม่ โดยดูจากการใช้งานตามที่กล่าวไปข้างต้น ควบคู่กับค่าใช้จ่ายเพื่อเทียบความคุ้มค่า >อ่านเพิ่มเติม: 5 ข้อชวนใช้เสาเข็มไมโครไพล์ หมดปัญหาต่อเติมบ้านทรุด เสาเข็มเหล็ก เข็มเหล็กราคา ราคาเข็มเหล็ก เสาเข็มเหล็กเกลียว kemrex ราคา เสาเข็มต่อเติมบ้าน ต่อเติมครัวหลังบ้านไม่ให้ทรุด ต่อเติมครัวหลังบ้าน เข็มเหล็กvsไมโครไพล์ >ภาพ: เปรียบเทียบส่วนต่อเติมที่ลงเสาเข็มเหล็กขนาดยาวไม่เกิน 2 ม. กับเสาเข็มไมโครไพล์ และราคาโดยประมาณ (เดือน พค. 2564)
ผนังสมาร์ทบอร์ดในรูปของผนังเบาจะใช้แทนผนังก่ออิฐได้จริงหรือไม่ ลองมาเทียบค่าการรับน้ำหนัก ณ จุดเจาะแขวน การกันเสียงกันร้อน และการทนไฟ เพื่อความมั่นใจ การทำผนังโครงเบาจาก แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์สมาร์ทบอร์ด\ ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะสามารถใช้กับงานได้กับทั้งงานผนังภายนอกและผนังภายใน ติดตั้งง่ายและรวดเร็ว น้ำหนักเบากว่าผนังก่ออิฐถึง 6 เท่า หนึ่งในคำถามของใครหลายคนคือ ผนังเบานี้จะใช้ทดแทนผนังก่ออิฐได้จริงหรือ? ทั้งเรื่องการรองรับการแขวนของ การกันเสียง การกันความร้อน การทนฝน และการทนไฟ การรับน้ำหนักจุดแขวนของ ของผนังเบาจากแผ่นสมาร์ทบอร์ดเทียบกับผนังก่ออิฐ ผนังก่ออิฐ เป็นผนังที่สามารถรับน้ำหนักของที่แขวนได้หลากหลาย โดยน้ำหนักต่อจุดที่ผนังอิฐรับได้คือประมาณ 30 กิโลกรัมต่อจุด (ความสามารถในการรับน้ำหนักของอิฐอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบและกรรมวิธีของผู้ผลิตแต่ละราย รวมถึงขนาดพุกและจำนวนพุกที่จะใช้ยึดแขวนของ) ส่วนผนังโครงเบาจากแผ่นสมาร์ทบอร์ดความหนา 8 มม. จะรับน้ำหนักได้แตกต่างขึ้นอยู่กับตัวยึดที่ใช้ สำหรับของน้ำหนักเบา สามารถเลือกใช้ตะปูเพื่อแขวนของทั่วไป เช่น กรอบรูป นาฬิกาแขวน ฯลฯ จะรับน้ำหนักได้ประมาณ 3-4 กิโลกรัม สำหรับของที่มีน้ำหนักมาก ควรใช้พุกพลาสติกผีเสื้อ PT-13 ที่ใช้งานคู่กับตะปูเกลียว จะสามารถรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 80 กิโลกรัมต่อจุด ผนังเบาสมาร์ทบอร์ดจึงรองรับน้ำหนักของที่แขวนได้ไม่ต่างกับผนังก่ออิฐ Singleimage ผนังอิฐมอญและผนังเบาจากแผ่นสมาร์ทบอร์ดหรือผนังสมาร์ทบอร์ด ภาพ: (ซ้าย) อิฐมอญ และ (ขวา) แผ่นผนังตราช้างสมาร์ทบอร์ด ขอบคุณภาพขวา: บริษัท สยามไฟเบอร์ซีเมนต์ จำกัด Singleimage การเจาะยึดแขวนของบนผนังเบาจากแผ่นสมาร์ทบอร์ดหรือผนังสมาร์ทบอร์ดและผนังก่ออิฐ ภาพ: การรองรับการเจาะยึดแขวนของ ของผนังเบาสมาร์ทบอร์ดและผนังก่ออิฐ Singleimage พุกพลาสติกผีเสื้อยึดแขวนของบนผนังเบาจากแผ่นสมาร์ทบอร์ดหรือผนังสมาร์ทบอร์ด ภาพ: การติดตั้งพุกพลาสติกผีเสื้อ เพื่อยึดแขวนของบนผนังเบาจากแผ่นสมาร์ทบอร์ด ค่าการกันเสียงรบกวนของผนังเบาจากแผ่นสมาร์ทบอร์ดเทียบกับผนังก่ออิฐ การกั้นห้องภายในบ้านทั่วไป ควรมีค่าการกันเสียงหรือ STC 38-40 โดยประมาณ ซึ่งการใช้แผ่นผนังสมาร์ทบอร์ดหนา 8 มิลลิเมตร ติดตั้งบนโครงคร่าวสำเร็จจะมีค่าการกันเสียง ประมาณ STC 39 ในขณะที่ผนังก่ออิฐมอญครึ่งแผ่นฉาบปูนสองด้าน มีค่าการกันเสียง STC 38 ดังนั้นผนังเบากับผนังก่ออิฐ มีค่าการกันเสียงที่ใกล้เคียงกัน Singleimage การกันเสียงของผนังเบาจากแผ่นสมาร์ทบอร์ด หรือผนังสมาร์ทบอร์ด เทียบกับผนังก่ออิฐครึ่งแผ่น ภาพ: ค่าการกันเสียงของ ผนังสมาร์ทบอร์ด และ ผนังก่ออิฐครึ่งแผ่น การกันความร้อนของผนังเบาจากแผ่นสมาร์ทบอร์ดเทียบกับผนังก่ออิฐ เมื่อเปรียบเทียบการกันความร้อน หากใช้สมาร์ทบอร์ดหนา 8 มิลลิเมตร ติดตั้งกับโครงคร่าวสำเร็จ จะมีค่าการกันความร้อนประมาณ R = 0.5 (m2 K/W) ส่วนผนังก่ออิฐมอญครึ่งแผ่นฉาบปูนสองด้าน มีค่าการกันความร้อนประมาณ R = 0.3 (m2 K/W) ดังนั้น ความร้อนจะสามารถผ่านเข้ามาภายในบ้านที่ใช้ผนังก่ออิฐได้มากกว่า ภายในบ้านจึงมีอุณหภูมิสูงกว่าบ้านที่ใช้ระบบผนังเบา โดยธรรมชาติแล้ว อิฐมอญเป็นวัสดุที่สะสมความร้อนในตัวเอง การใช้ผนังก่ออิฐจะทำให้บ้านร้อนในช่วงกลางวันจนถึงหัวค่ำ หากต้องการให้บ้านไม่ร้อนมากนัก ทำได้โดยเลือกก่อผนังอิฐสองชั้นแล้วเว้นช่องอากาศไว้ตรงกลาง ความร้อนจะมาสะสมอยู่ที่ช่องนี้ก่อน ไม่ส่งผ่านความร้อนโดยตรงสู่ภายในบ้าน แต่จะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านลดลง และเพิ่มน้ำหนักให้กับโครงสร้างอีกด้วย ส่วน ผนังสมาร์ทบอร์ด\ สามารถใช้ควบคู่กับ ฉนวนกันความร้อน\ เพื่อป้องกันความร้อนเข้าสู่ภายในบ้าน การทำผนังทั้งสองรูปแบบนี้ ถึงแม้จะมีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างเพิ่มขึ้น แต่ก็ช่วยประหยัดแอร์ และยังช่วยประหยัดเงินในระยะยาวอีกด้วย การกันความร้อนของผนังเบาจากแผ่นสมาร์ทบอร์ดหรือผนังสมาร์ทบอร์ดและผนังก่ออิฐ ภาพ: ค่าการกันความร้อนของผนังสมาร์ทบอร์ดและผนังก่ออิฐ (ค่า R ยิ่งมาก การกันความร้อนยิ่งดี) การก่อผนังอิฐสองชั้น เพื่อป้องกันความร้อน ภาพ: การก่อผนังสองชั้นเว้นช่องว่างกลางอากาศตรงกลาง ป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน ติดตั้งสมาร์ทบอร์ดคู่กับฉนวนกันความร้อน ทำผนังก่ออิฐสองชั้น สมาร์ทบอร์ด แผ่นสมาร์ทบอร์ด ผนังสมาร์ทบอร์ด ภาพ: วิธีทำผนังให้กันร้อนได้ดียิ่งขึ้น โดยการติดตั้งสมาร์ทบอร์ดคู่กับฉนวนกันความร้อน หรือการทำผนังก่ออิฐสองชั้น ความชื้นกับผนังสมาร์ทบอร์ดและผนังก่ออิฐ ผนังภายนอกที่ต้องเจอแดดฝน หากเลือกใช้ แผ่นผนังสมาร์ทบอร์ด\ จะมีคุณสมบัติทนน้ำ ไม่เปื่อยยุ่ย ไม่บวม น้ำไม่ซึมผ่านไปอีกด้าน (แต่ไม่ควรเป็นส่วนที่แช่น้ำอยู่ตลอด) เมื่อติดตั้งผนังเบาจากแผ่นสมาร์ทบอร์ดเสร็จเรียบร้อยแนะนำให้ทาสีรองพื้นปูนเก่า 1 ชั้น และทาทับด้วยสีน้ำอะคริลิกชนิดทาภายนอกอย่างน้อย 2 ชั้นเพื่อการใช้งานที่ยาวนาน ส่วนวัสดุอิฐมีการดูดซึมน้ำสูง หากเลือกใช้ผนังก่ออิฐควรฉาบปูนทับหน้าผนังด้านที่อยู่ภายนอก เพื่อกันไม่ให้น้ำหรือความชื้นซึมผ่านเข้ามาภายในบ้าน Singleimage ผนังก่ออิฐฉาบปูน ภาพ: ผนังก่ออิฐฉาบปูน คุณสมบัติการทนไฟ และการทำระบบผนังที่เหมาะสม เรื่องการทนไฟควรป้องกันไว้ก่อนจะดีกว่า หากต้องการให้ทนไฟ 1 ชั่วโมง การใช้ผนังก่ออิฐครึ่งแผ่นฉาบด้วยปูนทั้งสองด้านจะสามารถทนไฟได้ เทียบเท่ากับ การใช้แผ่นผนังสมาร์ทบอร์ดตราช้างหนา 12 มิลลิเมตรด้านละสองชั้น กรุตรงกลางด้วยฉนวนกันร้อนทนอุณหภูมิสูงตราช้าง “HI-TEMP 3850” ส่วนการทำผนังให้ทนไฟได้นานถึง 2 ชั่วโมง ต้องเป็นผนังก่ออิฐแบบเต็มแผ่นฉาบปูนทั้งสองด้านของผนัง สำหรับผนังสมาร์ทบอร์ดให้ใช้ที่ความหนา 12 มิลลิเมตรด้านละสองชั้น กรุตรงกลางด้วยฉนวนกันไฟรุ่น “Rockwool” Singleimage ระบบผนังทนไฟ1ชั่วโมง ของผนังเบาจากแผ่นสมาร์ทบอร์ดหรือผนังสมาร์ทบอร์ดเทียบกับผนังก่ออิฐ ภาพ: ระบบผนังทนไฟ 1 ชั่วโมง (105 นาที) ของระบบผนังโครงเบาที่ใช้ร่วมกับฉนวนกันความร้อน เอสซีจี รุ่น HTI ซึ่งเทียบเท่ากับผนังก่ออิฐฉาบปูนแบบครึ่งแผ่น *การก่ออิฐแบบครึ่งแผ่น คือ การก่ออิฐวางตัวตามแนวยาวของผนัง เมื่อฉาบปูนเสร็จแล้วจะมีความหนาประมาณ 10 เซนติเมตร Singleimage ระบบผนังทนไฟ2ชั่วโมง ของผนังเบาจากแผ่นสมาร์ทบอร์ดหรือผนังสมาร์ทบอร์ดเทียบกับผนังก่ออิฐ ภาพ: ระบบผนังทนไฟ 2 ชั่วโมง (150 นาที) ของระบบผนังโครงเบาที่ใช้ร่วมกับฉนวนกันไฟ Rockwool เทียบเท่ากับผนังก่ออิฐฉาบปูนแบบเต็มแผ่น *การก่ออิฐแบบเต็มแผ่น คือ การก่ออิฐวางตัวตามแนวขวางของผนัง ทำให้ผนังนั้นมีความหนามากกว่าปกติ เมื่อฉาบปูนเสร็จแล้วจะมีความหนาประมาณ 15-20 เซนติเมตร ดังนั้นเราจึงใช้ผนังเบาจากแผ่นสมาร์ทบอร์ดทดแทนผนังก่ออิฐได้... หากมีช่างผู้เชี่ยวชาญที่ติดตั้งงาน ผนังสมาร์ทบอร์ด\ ได้อย่างถูกต้องตรงตามมาตรฐานของผู้ผลิตและตามมาตรฐานในเรื่องต่างๆ เพื่อให้ได้คุณสมบัติตามต้องการที่มากไปกว่านั้นคือ “แผ่นผนังสมาร์ทบอร์ด” สามารถรื้อถอนเพื่อนำไปประกอบติดตั้งใหม่ได้ จึงช่วยลดการใช้ทรัพยากรได้อีกทางหนึ่ง สนใจ แผ่นสมาร์ทบอร์ด ซีเมนต์บอร์ดและซีเมนต์วูด คลิก\ ขอขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูลและภาพจาก: เอกสาร Ceiling & Wall System Selection www.thaihomemaster.com อ่านเพิ่มเติม: แผ่นสมาร์ทบอร์ด กับซีเมนต์บอร์ด SCG ต่างกันอย่างไร ใช้อันไหนดี ?\ อ่านเพิ่มเติม: บ้านโครงสร้างเหล็กผนังเบา พื้นเบา สร้างทั้งหลังได้ด้วยไฟเบอร์ซีเมนต์\ สรุป ผนังสมาร์ทบอร์ด หรือ ผนังเบา เป็นวัสดุก่อสร้างที่สามารถใช้ทดแทน ผนังก่ออิฐ ได้จริงและมีประสิทธิภาพสูง โดยมีจุดเด่นคือน้ำหนักเบากว่าอิฐถึง 6 เท่า ทำให้ติดตั้งได้รวดเร็วและลดภาระโครงสร้าง สำหรับความกังวลเรื่องการ รับน้ำหนัก ในการ เจาะยึดแขวนของ นั้น หากใช้พุกพลาสติกผีเสื้อร่วมกับตะปูเกลียว ผนังสมาร์ทบอร์ดความหนา 8 มม. จะสามารถรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 80 กิโลกรัมต่อจุด ซึ่งเทียบเท่ากับผนังอิฐ ในด้าน การกันเสียง ผนังสมาร์ทบอร์ดมีค่ากันเสียง (STC 39) ใกล้เคียงกับผนังอิฐมอญฉาบปูน แต่มีความโดดเด่นกว่าในเรื่อง การกันความร้อน เนื่องจากสมาร์ทบอร์ดไม่อมความร้อนเหมือนอิฐ ทำให้บ้านเย็นกว่าและช่วยประหยัดค่าแอร์ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติ ทนน้ำ ไม่เปื่อยยุ่ยเมื่อเจอฝน และสามารถติดตั้งร่วมกับฉนวนเพื่อให้มีคุณสมบัติ ทนไฟ ได้นาน 1-2 ชั่วโมงตามมาตรฐานความปลอดภัย จึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับการสร้างบ้านหรือต่อเติมที่ต้องการความรวดเร็วและประหยัดพลังงาน เลือกซื้อวัสดุติดตั้งผนังเบา โครงผนังเบา แผ่นผนังเบา โครงคร่าวเหล็ก เหล็กชุบสังกะสี กัลวาไนซ์ แผ่นผนังยิปซัม ผนังซีเมนต์บอร์ด แผ่นผนังและไม้ฝาไฟเบอร์ซีเมต์ ฉนวนกันความร้อน ฉนวนกันเสียงสำหรับผนัง บริการติดตั้งผนังกันเสียด้วยทีมงานมืออาชีพแบบครบวงจร พร้อมรับข้อเสนอและโปรโมชันพิเศษทั้งสินค้าและบริการได้ที่ SCGHOME.COM หรือ SCGHOME APP วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ทีม Content Creator | SCG HOME ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
แนวทางตกแต่งฝ้าเพดานภายนอก หรือที่เรียกว่า “ฝ้าชายคา” รูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฝ้าทึบหรือฝ้าแบบมีรูระบายอากาศ ทั้งแบบแผ่นเรียบ แบบเซาะร่อง แบบมีลวดลายไม้ รวมไปถึงการใช้ฝ้าไม้ระแนงตีชนชิด หรือตีเว้นร่อง ฝ้าเพดานภายนอกหรือฝ้าชายคา เป็นส่วนที่ไม่ควรมองข้ามเพราะมีผลต่อหน้าตาของบ้านและประโยชน์ใช้สอยบางอย่าง วัสดุที่ใช้ทำฝ้าเพดานภายนอกควรมีคุณสมบัติทนความชื้น ยกตัวอย่างเช่น ฝ้าไฟเบอร์ซีเมนต์ ฝ้าไวนิล ฝ้ายิปซัมทนชื้น ทั้งนี้ การตกแต่งฝ้าเพดานภายนอก สามารถทำได้หลายวิธี โดยอาจเลือกทำฝ้าแบบทึบ หรือฝ้าระบายอากาศเพื่อลดความร้อนจากบริเวณโถงหลังคา ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของความร้อนส่วนใหญ่ในภายบ้าน - ฝ้าไฟเบอร์ซีเมนต์ ผลิตจากเส้นใยเซลลูโลสผสมกับปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ มีคุณสมบัติทนความชื้น เหมาะกับการใช้งานภายนอก และปลวกไม่กิน มีราคาถูกกว่าฝ้าไวนิลและฝ้ายิปซัมทนชื้น แต่ก็มีน้ำหนักมากกว่า มีให้เลือกหลายรูปแบบ ทั้งแผ่นเรียบ เซาะร่อง เซาะร่องลายไม้ มีรูระบายอากาศ และไม้ระแนงไฟเบอร์ซีเมนต์ที่สามารถนำมาติดตั้งเว้นร่องเช่นเดียวกับการใช้ไม้จริงได้ด้วย - ฝ้าไวนิล ผลิตจากยูพีวีซีชนิดพิเศษที่ทนต่อแสงแดด รังสี UV ความชื้นจากฝน และ สภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลง ไม่แตกกรอบ บิดงอ และปลวกไม่กิน น้ำหนักเบาใช้เวลาในการติดตั้งรวดเร็ว และไม่ต้องทำสีเพิ่ม มีให้เลือกแบบเซาะร่อง และเซาะร่องพร้อมรูระบายอากาศ - ฝ้ายิปซัมทนชื้น ผลิตจากผงแร่ยิปซัมผสมสารป้องกันการดูดซึมความชื้น ทำให้การดูดซึมน้ำไม่เกิน 5% ประกบด้วยกระดาษเหนียวอัดแน่นชนิดพิเศษสีเขียวเคลือบสารกันน้ำและเชื้อรา จึงถือเป็นรุ่นพิเศษซึ่งมักมีราคาสูงกว่าแผ่นฝ้ายิปซัมทั่วไป มี 2 รุ่น คือ แผ่นยิปซัมทนชื้น (MoistBloc Plus) เหมาะกับโรงรถ และ แผ่นยิปซัมชายคา (WeatherBloc) เหมาะกับใต้ชายคา แผ่นฝ้าไฟเบอร์ซีเมนต์ ไม้ระแนงไฟเบอร์ซีเมนต์ และฝ้าไวนิล ภาพ: แผ่นฝ้าไฟเบอร์ซีเมนต์ ไม้ระแนงไฟเบอร์ซีเมนต์ และฝ้าไวนิลแบบต่างๆ แผ่นยิปซัมทนชื้น (MoistBloc Plus) และ แผ่นยิปซัมชายคา (WeatherBloc) ภาพ: แผ่นยิปซัมทนชื้น (MoistBloc Plus) และ แผ่นยิปซัมชายคา (WeatherBloc) ฝ้าเพดานภายนอกหรือฝ้าชายคาแบบทึบ อาจเป็นได้ทั้งแบบแผ่นเรียบตีเว้นร่องธรรมดา หรือหากต้องการอารมณ์ใกล้เคียงไม้ อาจใช้วัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์ ซึ่งมีทั้งในรูปของแผ่นฝ้าแบบเซาะร่อง หรือไม้เทียมทำเป็นฝ้าไม้ระแนงตีชนชิด ทั้งนี้ รูปแบบต่างๆ ที่เล่าไปสามารถนำมาผสมผสานเพื่อให้เกิดแพทเทิร์นที่น่าสนใจได้ ฝ้าชายคาแบบแผ่นทึบติดตั้งเว้นร่อง ล้อกับผนัง ภาพ: ฝ้าเพดานภายนอกหรือฝ้าชายคาแบบแผ่นทึบ ติดตั้งเว้นร่อง ล้อกับผนัง ฝ้าชายคาแผ่นทึบแบบเซาะร่อง ฝ้าเพดานภายนอกหรือฝ้าชายคาแผ่นทึบแบบเซาะร่อง ทาสีน้ำตาลให้อารมณ์คล้ายระแนงไม้ ฝ้าชายคาแผ่นทึบแบบเซาะร่องทาสีครีม ภาพ: ฝ้าเพดานภายนอกหรือฝ้าชายคาแผ่นทึบแบบเซาะร่องทาสีครีม ฝ้าชายคาแบบแผ่นเรียบกับแบบเซาะร่องติดตั้งเป็นแพทเทิร์น ภาพ: ฝ้าเพดานภายนอกหรือฝ้าชายคาแบบแผ่นเรียบกับแบบเซาะร่องติดตั้งเป็นแพทเทิร์นผสมกัน ฝ้าชายคาแบบแผ่นทึบติดตั้งร่วมกับฝ้าหลุม ภาพ: ฝ้าเพดานภายนอกหรือฝ้าชายคาแบบแผ่นทึบติดตั้งร่วมกับฝ้าหลุมแผ่นเรียบ ฝ้าไม้ระแนงตีชนชิด ภาพ: ฝ้าเพดานภายนอกหรือฝ้าชายคาใช้ไม้ระแนงตีชนชิด ฝ้าเพดานภายนอกแบบมีรูระบายอากาศหรือฝ้าชายคาระบายอากาศ อาจอยู่ในรูปของฝ้าแผ่นเรียบพร้อมรูระบายอากาศแบบเต็มแผ่นหรือครึ่งแผ่น ฝ้าเซาะร่องที่ดูคล้ายระแนงไม้ (ทั้งแบบธรรมดาและแบบที่มีลวดลายไม้บนพื้นผิว) หรือจะใช้เทียมทำเป็นฝ้าไม้ระแนงตีเว้นร่องระบายอากาศก็ได้เช่นกัน โดยทั้งหมดนี้สามารถนำมาออกแบบสร้างลูกเล่นได้มากมาย ฝ้าเพดานภายนอกแบบแผ่นเรียบพร้อมรูระบายอากาศ ภาพ: ฝ้าเพดานภายนอกแบบแผ่นเรียบพร้อมรูระบายอากาศ ฝ้าเพดานภายนอกแบบแผ่นเรียบพร้อมรูระบายอากาศ ภาพ: ฝ้าเพดานภายนอกแบบแผ่นเรียบพร้อมรูระบายอากาศ ฝ้าชายคาแบบเซาะร่องพร้อมรูระบายอากาศ ภาพ: ฝ้าเพดานภายนอกหรือฝ้าชายคาแบบเซาะร่องพร้อมรูระบายอากาศ ฝ้าไวนิลพร้อมรูระบายอากาศ ภาพ: ฝ้าเพดานภายนอกหรือฝ้าชายคาเป็นฝ้าไวนิลพร้อมรูระบายอากาศ ฝ้าชายคาแบบเซาะร่องระบายอากาศครึ่งแผ่น ภาพ: ฝ้าเพดานภายนอกหรือฝ้าชายคาแบบเซาะร่องระบายอากาศครึ่งแผ่น ฝ้าชายคาแบบเซาะร่องระบายอากาศครึ่งแผ่นทาสีน้ำตาลเข้ม ภาพ: ฝ้าเพดานภายนอกหรือฝ้าชายคาแบบเซาะร่องระบายอากาศครึ่งแผ่น โดยทาสีน้ำตาลเข้มในร่องเกิดเป็นแนวเส้นต่อเนื่อง ฝ้าชายคาแบบผสมผสาน ภาพ: ฝ้าเพดานภายนอกหรือฝ้าชายคาแบบผสมผสาน ทั้งฝ้าแผ่นทึบ ฝ้าระบายอากาศ และระแนงไม้ตีเว้นร่องระบายอากาศ ฝ้าชายคาแบบผสมผสาน ภาพ: ฝ้าเพดานภายนอกหรือฝ้าชายคาแบบเซาะร่อง ติดตั้งผสมผสาน ทั้งฝ้าแผ่นทึบและฝ้าระบายอากาศ ฝ้าไม้ระแนงตีเว้นร่องระบายอากาศ ภาพ: ฝ้าเพดานภายนอกหรือฝ้าชายคาใช้ไม้ระแนงตีเว้นร่องระบายอากาศ สนใจ ฝ้าภายนอกแบบเรียบ และระบายอากาศ พร้อมบริการติดตั้ง คลิก\ อ่านเพิ่มเติม: หลากวัสดุทดแทนไม้ทำฝ้าชายคาระบายอากาศ สรุป หากคุณกำลังมองหาวัสดุตกแต่งบ้านในส่วนของ ฝ้าชายคา หรือ ฝ้าเพดานภายนอก การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะนอกจากจะช่วยความสวยงามแล้วยังต้องเน้นคุณสมบัติ ทนความชื้น และช่วย ระบายความร้อน ใต้หลังคาได้ดี ปัจจุบันมีวัสดุยอดนิยม 3 ประเภท ได้แก่ 1. ฝ้าไฟเบอร์ซีเมนต์ หรือ ฝ้าสมาร์ทบอร์ด ที่ราคาประหยัด ปลวกไม่กิน และแข็งแรงทนทาน 2. ฝ้าไวนิล ผลิตจาก UPVC น้ำหนักเบา ติดตั้งไว ทนต่อรังสี UV และไม่แตกกรอบ และ 3. ฝ้ายิปซัมทนชื้น (รุ่น WeatherBloc) ที่กันน้ำได้ดีเยี่ยม โดยลูกค้าสามารถเลือกรูปแบบดีไซน์ได้ทั้งแบบ ฝ้าทึบ ตีเว้นร่องเพื่อความเรียบหรู หรือแบบ ฝ้าระบายอากาศ และ ไม้ระแนง ที่มีรูช่วยให้อากาศถ่ายเท ลดอุณหภูมิสะสมในตัวบ้าน ทำให้บ้านเย็นสบายและดูทันสมัยไปพร้อมกัน วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ทีม Content Creator | SCG HOME > ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
รวมถามตอบเกี่ยวกับอิฐมวลเบา Q-CON ที่หลายคนสงสัยไม่ว่าจะเป็นการก่ออิฐมวลเบาเหมือนกับการก่ออิฐมอญหรือไม่ อิฐมวลเบา Q-CON สามารถใช้กับบริเวณที่เปียกน้ำได้หรือไม่ สามารถ ตอก ยึด แขวนสิ่งของได้หรือไม่ และอื่นๆ ที่น่าสนใจ สารบัญบทความ 1) “อิฐมวลเบา Q-CON” ผลิตมาจากอะไร 2) ความแตกต่างของอิฐมวลเบา Q-CON กับอิฐมวลเบาทั่วไป 3) ทำไมอิฐมวลเบา Q-CON จึงสามารถรับแรงได้ดี ทั้งที่มีฟองอากาศอยู่จำนวนมาก 4) อิฐมวลเบา Q-CON กันความร้อนได้จริงหรือ 5) อิฐมวลเบา Q-CON กันเสียงได้จริงหรือ 6) ควรเลือกใช้อิฐมวลเบาที่มีความหนาเท่าใดจึงจะแข็งแรงทนทาน 7) อิฐมวลเบา Q-CON แข็งแรงจริงหรือไม่ สามารถ ตอก ยึด แขวนสิ่งของได้หรือไม่ 8) สามารถใช้อิฐมวลเบา Q-CON ก่อเป็นผนังห้องน้ำได้หรือไม่ 9) วิธีการก่ออิฐมวลเบา Q-CON เหมือนการก่ออิฐมอญหรือไม่ 10) การก่ออิฐมวลเบาจำเป็นต้องมีเหล็กหนวดกุ้งเหมือนอิฐมอญหรือไม่ 11) การก่อผนังอิฐมวลเบา Q-CON จะต้องเทเสาเอ็น/คานเอ็นเหมือนอิฐมอญหรือไม่ 12) ทำไมอิฐมวลเบา Q-CON จึงคุ้มค่ากว่าอิฐมอญ . 1) “อิฐมวลเบา Q-CON” ผลิตมาจากอะไร อิฐมวลเบาเป็นวัสดุก่อสร้างที่ทำจากคอนกรีตที่มีความหนาแน่นน้อยกว่าคอนกรีตทั่วไปที่เรียกว่า Autoclaved Aerated Concrete (AAC) ประกอบด้วยปูนซีเมนต์ ปูนขาว ทรายละเอียด ยิปซัม และผงอะลูมิเนียม ผ่านกระบวนการอบไอน้ำภายใต้อุณหภูมิและความดันสูง ทำให้ได้คอนกรีตมวลเบาที่มีความแข็งแรงแต่น้ำหนักเบา เนื่องจากมีฟองอากาศกระจายสม่ำเสมออยู่ภายใน (ฟองอากาศเป็นแบบปิด ไม่ต่อเนื่องกัน เนื้อวัสดุจึงตัน ไม่ได้เป็นรูพรุนเหมือนฟองน้ำ) อิฐมวลเบา Q-CON ผลิตด้วยเทคโนโลยีจากเยอรมนีและได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรม มีให้เลือก 2 ระดับ ได้แก่ อิฐมวลเบา Q-CON ระดับคุณภาพ G2 เหมาะกับงานก่อสร้างบ้านพักอาศัย กันความร้อนได้ดีกว่าอิฐมอญ 4-8 เท่า ช่วยประหยัดค่าไฟ อิฐมวลเบา Q-CON ระดับคุณภาพ G4 เหมาะกับงานก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ รับน้ำหนักได้มาก แข็งแรง กันความร้อนและเสียงได้ดี 2) ความแตกต่างของอิฐมวลเบา Q-CON กับอิฐมวลเบาทั่วไป ในท้องตลาดปัจจุบันเราอาจพบผลิตภัณฑ์ที่เรียกตัวเองว่าเป็นอิฐมวลเบา ซึ่งมีส่วนผสมและกระบวนการผลิตที่แตกต่างกัน เช่น ไม่ผ่านการอบไอน้ำภายใต้อุณหภูมิและความดันสูง แต่ใช้วิธีผสมวัสดุอื่นที่สลายตัวเมื่อเผาและเกิดเป็นช่องว่างในเนื้ออิฐ อิฐประเภทนี้มีราคาถูก แต่เสื่อมสภาพเร็ว หรือบางกรณีผสมสารเคมีที่ทำปฏิกริยากับคอนกรีตจนเกิดฟองอากาศในเนื้ออิฐ ซึ่งจะส่งผลให้เนื้ออิฐหดตัวมากและทำให้ปูนฉาบแตกร้าวง่าย แต่สำหรับอิฐมวลเบา Q-CON นอกจากเป็นวัสดุคุณภาพดังข้อ 1 แล้ว ยังได้รับการรับรอง มอก. จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม และสถาบันที่เชื่อถือได้ ดังนี้ มอก. 1505-2541: ชิ้นส่วนคอนกรีตมวลเบาแบบมีฟองอากาศ-อบไอน้ำ มอก. 1510-2541: แผ่นคอนกรีตมวลเบาเสริมเหล็กแบบมีฟองอากาศ-อบไอน้ำ DIN 4165: Autoclaved Aerated Concrete Blocks & Flat Elements DIN 4223: Steam Cured Reinforced Roof and Floor Panel out of Gas and Foamed Concrete JIS A 5416-1995: Autoclaved Lightweight Aerated Concrete Panels ISO 9001: 2000 Certificate No.17553 3) ทำไมอิฐมวลเบา Q-CON จึงสามารถรับแรงได้ดี ทั้งที่มีฟองอากาศอยู่จำนวนมาก เนื้อของอิฐมวลเบา Q-CON มีฟองอากาศแบบปิดกระจายสม่ำเสมออยู่ภายใน ไม่ต่อเนื่องกัน ไม่ได้เป็นรูพรุนเหมือนฟองน้ำ เนื้อวัสดุจึงตัน ทำให้มีความแข็งแรง น้ำหนักเบา และรับน้ำหนักได้ดี มีค่ากำลังอัดถึง 35 ksc (กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร) กล่าวคือ เนื้อที่หน้าตัด 1 ตร.ซม. สามารถรับน้ำหนักได้ 35 กก. หรืออิฐมวลเบา Q-CON ขนาด 20x60x10 ซม. จะรับแรงกดได้ถึง 21 ตัน (จากการทดสอบโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) เนื้อของอิฐมวลเบา Q-CON ภาพ: เนื้อของอิฐมวลเบา Q-CON มีฟองอากาศแบบปิดกระจายสม่ำเสมออยู่ภายใน ไม่ต่อเนื่องกัน ไม่ได้เป็นรูพรุนเหมือนฟองน้ำ เนื้อวัสดุจึงตัน 4) อิฐมวลเบา Q-CON กันความร้อนได้จริงหรือ ฟองอากาศขนาดเล็กกระจายอยู่อย่างสม่ำเสมอในเนื้อวัสดุของอิฐมวลเบา Q-CON ช่วยลดทอนหรือหน่วงความร้อนจากภายนอกสู่ภายใน โดยมีการเปลี่ยนแปลงตัวกลางตลอดเวลาระหว่างเนื้อวัสดุและช่องอากาศ จากการทดสอบพบว่าอิฐมวลเบามีคุณสมบัติความเป็นฉนวนมากกว่าอิฐมอญ 4-10 เท่าทำให้ภายในอาคารเย็นสบายกว่า และช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าจากเครื่องปรับอากาศได้สูงสุดถึง 30% 5) อิฐมวลเบา Q-CON กันเสียงได้จริงหรือ รูพรุนในอิฐมวลเบาทำหน้าที่เป็นฉนวนกันเสียงในตัวได้ดี จากผลการทดสอบการกันเสียงเมื่อเทียบกับอิฐมอญที่ความหนาผนัง 10 ซม. (ผนังก่ออิฐรวมฉาบ 2 ด้าน) พบว่า ผนังทั้งสองชนิดมีค่าการกันเสียงที่ใกล้เคียงกันที่ประมาณ 37 เดซิเบล และหากเลือกใช้อิฐมวลเบาความหนา 10 ซม. จะกันเสียงได้ถึง 43 เดซิเบล อิฐมวลเบา Q-CON ความหนา 7.5 ซม. รวมฉาบผนังสองด้าน กันเสียงได้ 37dB (ผลทดสอบจาก ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) อิฐมวลเบา Q-CON 10 ซม. รวมฉาบผนังสองด้าน กันเสียงได้ 43dB (ผลทดสอบจาก Acoustics Labboratory, National University, SG) ผนังก่ออิฐมวลเบา Q-CON มีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันเสียงได้ดี ภาพ: ผนังก่ออิฐมวลเบา Q-CON มีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันเสียงได้ดี 6) ควรเลือกใช้อิฐมวลเบาที่มีความหนาเท่าใดจึงจะแข็งแรงทนทาน ความหนาที่ได้รับความนิยมในท้องตลาดคือ 7.5 ซม. และ 7.0 ซม. แต่ตามมาตรฐาน มอก. ได้รับรองอิฐมวลเบาที่มีความหนาตั้งแต่ 7.5 ซม. ขึ้นไป ซึ่งพบว่าอิฐมวลเบาหนา 7.5 ซม. จะมีความแข็งแรงและรับแรงได้มากกว่า ส่งผลให้เกิดการแตกร้าวน้อยกว่า ในการทำผนังให้ได้ความหนามาตรฐานทั่วไปที่ 10 ซม. พบว่าอิฐมวลเบาหนา 7.0 ซม. ต้องใช้การฉาบที่หนากว่า ส่งผลให้ทำงานได้ช้ากว่า และสิ้นเปลืองปูนฉาบมากกว่า 7) อิฐมวลเบา Q-CON แข็งแรงจริงหรือไม่ สามารถ ตอก ยึด แขวนสิ่งของได้หรือไม่ จากการทดสอบโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อิฐมวลเบา Q-CON มีค่ากำลังอัดถึง 35 ksc (กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร) โดยมากกว่าอิฐมอญถึง 2 เท่า จึงสามารถแขวนของหนัก ๆ ได้ โดยต้องเลือกใช้พุกและดอกสว่านที่เหมาะสม (เลือกเบอร์เดียวกัน) รวมถึงเจาะผนังอย่างถูกวิธี (ห้ามคว้าน) พุกพลาสติก สามารถรับน้ำหนักต่อจุดได้ไม่เกิน 20 กิโลกรัม พุกโลหะ สามารถรับน้ำหนักต่อจุดได้ไม่เกิน 50 กิโลกรัม ผนังก่ออิฐมวลเบาสามารถแขวนของหนักได้ ภาพ: ผนังก่ออิฐมวลเบาสามารถแขวนของหนักได้ โดยการเลือกใช้พุกและดอกสว่านให้เหมาะสมกับการรับน้ำหนักของที่แขวน 8) สามารถใช้อิฐมวลเบา Q-CON ก่อเป็นผนังห้องน้ำได้หรือไม่ ได้ เพราะอิฐมวลเบา Q-CON มีคุณสมบัติการดูดซึมน้ำต่ำ จึงสามารถใช้เป็นผนังห้องน้ำหรือผนังภายนอกอาคารได้ตามปกติ โดยทำขอบปูนตามแนวก่อผนังสูงขึ้นมาจากพื้นอย่างน้อย 10 ซม. และทาน้ำยากันซึมบนพื้นต่อเนื่องมาที่ขอบปูน ผนังห้องน้ำควรทำขอบปูนสูงอย่างน้อย 10 ซม. ภาพ: ผนังห้องน้ำควรทำขอบปูนสูงอย่างน้อย 10 ซม. และทาน้ำยากันซึมบนพื้นต่อเนื่องมาที่ขอบปูน 9) วิธีการก่ออิฐมวลเบา Q-CON เหมือนการก่ออิฐมอญหรือไม่ ไม่เหมือน เพราะการก่อผนังด้วยอิฐมวลเบา Q-CON ต้องใช้ปูนก่อสำหรับคอนกรีตมวลเบาโดยเฉพาะ ซึ่งมีลักษณะเป็นปูนกาว และใช้เกรียงสำหรับก่ออิฐมวลเบาโดยเฉพาะเช่นกัน ส่วนอิฐมอญใช้ปูนทราย และใช้เกรียงใบโพธิ์ในการก่อ เกรียงก่ออิฐมวลเบา ภาพ: เกรียงก่ออิฐมวลเบา 10) การก่ออิฐมวลเบาจำเป็นต้องมีเหล็กหนวดกุ้งเหมือนอิฐมอญหรือไม่ ในการก่ออิฐมวลเบายึดกับเสา สามารถเลือกใช้ได้ทั้งเหล็กหนวดกุ้งและ Metal Strap เพื่อช่วยลดรอยแตกร้าวระหว่างโครงสร้างหลักของอาคารกับผนัง หากใช้เหล็กหนวดกุ้งโดยรวมแล้วจะมีขั้นตอนการทำงานที่มากกว่า แต่หากใช้ Metal strap จะสามารถยึดอิฐมวลเบาเข้ากับเสาโดยใช้ตะปูตอกได้เลย ช่วยประหยัดเวลาการก่อสร้าง METAL STRAP Q-CON ภาพ: เหล็กจับมุมอิฐมวลเบา METAL STRAP Q-CON การใช้งาน METAL STRAP Q-CON ภาพ: การใช้งาน METAL STRAP Q-CON 11) การก่อผนังอิฐมวลเบา Q-CON จะต้องเทเสาเอ็น/คานเอ็นเหมือนอิฐมอญหรือไม่ ต้องเทเสาเอ็น/คานเอ็นเหมือนอิฐมอญ แต่สามารถเพิ่มระยะห่างระหว่างเสาเอ็นได้มากกว่า การเลือกใช้อิฐมวลเบาที่มีความหนาขึ้นจะสามารถก่อผนังได้พื้นที่มากขึ้น โดยไม่ต้องมีการหล่อเสาเอ็น/ทับหลัง ค.ส.ล. เพื่อเสริมความแข็งแรงเพิ่มอีก ดังตาราง text สำหรับผนังที่มีช่องเปิดประตู-หน้าต่าง กรณีอิฐมวลเบา Q-CON หนา 7.5 ซม. ให้ทำเสาเอ็นทับหลัง ค.ส.ล.ทุกมุม และรัดรอบวงกบช่องเปิดเช่นเดียวกับอิฐมอญ ยกเว้นผนังหุ้มท่อ และกล่องเสาโชว์ที่มีความกว้างรวมกันทุกด้านไม่เกิน 1.5 เมตร หากอิฐมวลเบา Q-CON หนา 10 ซม.ขึ้นไป ที่บริเวณช่องเปิดเราสามารถใช้คานทับหลังเพียงท่อนเดียววางเหนือวงกบช่องเปิดได้ ทั้งนี้ Q-CON มีผลิตภัณฑ์คานทับหลังสำเร็จรูป (Q-CON Lintel) ใช้แทนการหล่อคานทับหลังที่หน้างานได้ ช่วยประหยัดเวลาและลดต้นทุนการก่อสร้าง มีให้เลือกใช้หลายความหนาตามขนาดของอิฐมวลเบา ตั้งแต่หนา 7.5-25 ซ.ม. และมีความยาวตั้งแต่ 0.80-3.60 เมตร ตามขนของช่องเปิด Q-CON Lintel ภาพ: คานทับหลังสำเร็จรูป (Q-CON Lintel) การใช้คานทับหลังสำเร็จรูป ภาพ: การใช้คานทับหลังสำเร็จรูป (Q-CON Lintel) กับอิฐมวลเบา Q-CON ตัวอย่าง ภาพ: ตัวอย่างการใช้คานทับหลังสำเร็จรูป (Q-CON Lintel) 12) ทำไมอิฐมวลเบา Q-CON จึงคุ้มค่ากว่าอิฐมอญ วัสดุคุณภาพ เพราะอิฐมวลเบา Q-CON เป็นผลิตภัณฑ์คอนกรีตมวลเบาที่มีมาตรฐานสูงด้วยวัสดุคุณภาพที่ผลิตจากเทคโนโลยีเยอรมัน ภายใต้การอบไอน้ำความดันสูงจนกระทั่งเนื้อวัสดุเป็นผลึกที่แข็งแรงและเบา ส่วนอิฐมอญผลิตจากดินเหนียวที่ตัดให้ได้ขนาดแล้วนำเข้าเตาเผา น้ำหนักเบา เพราะอิฐมวลเบา Q-CON น้ำหนักเบากว่าอิฐมอญถึง 2 เท่า (อิฐมวลเบา 90 กก./ตร.ม. ส่วนอิฐมอญ 180 กก./ตร.ม.) ช่วยลดขนาดโครงสร้างอาคารได้ ก่อผนังได้เร็ว เพราะอิฐมวลเบา Q-CON ก่อผนังได้เร็วกว่าอิฐมอญ 3-5 เท่า (อิฐมวลเบา 20-25 ตร.ม./วัน ส่วนอิฐมอญ 5-8 ตร.ม./วัน) ช่วยลดเวลาการก่อสร้าง ก่อและฉาบบางกว่า เพราะอิฐมวลเบา Q-CON ก่อและฉาบผนังบางกว่าอิฐมอญ (อิฐมวลเบา ก่อบาง 2 มม. ฉาบบาง 1 ซม. ส่วนอิฐมอญ ก่อหนา 1.5 ซม. ฉาบหนา 2 ซม.) ช่วยประหยัดค่าวัสดุในการก่อและฉาบ ประหยัดค่าไฟ เพราะอิฐมวลเบา Q-CON มีคุณสมบัติความเป็นฉนวนมากกว่าอิฐมอญ 4-10 เท่า ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้ถึง 30% กันเสียงได้ เพราะอิฐมวลเบา Q-CON มีรูพรุนทำหน้าที่เป็นฉนวนกันเสียงในตัวได้ดี สามารถกันเสียงได้ดีกว่าอิฐมอญ ปลอดภัยกว่าเมื่อเกิดไฟไหม้อาคาร เพราะอิฐมวลเบา Q-CON ทนไฟได้นานกว่า 4 ชั่วโมง ส่วนอิฐมอญสามารถทนไฟได้เพียง 1–1.5 ชั่วโมง เท่านั้น สนใจ อิฐมวลเบา Q-CON คลิก\ อ่านเพิ่มเติม: อิฐมอญ VS อิฐมวลเบา ใช้อะไรสร้างบ้านดี ?\ อ่านเพิ่มเติม: 7 เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับอิฐมวลเบา Q-CON ที่หลายคนยังไม่รู้\ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome
การติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ เป็นอีกหนึ่งวิธีประหยัดค่าไฟที่เจ้าของบ้านหลายสนใจ แต่ก็ต้องใช้งบประมาณในการลงทุนติดตั้งระบบ ดังนั้น เราจึงควรทำความเข้าใจรายละเอียดเพื่อประกอบการพิจารณา ตั้งแต่ส่วนประกอบและประเภทของหลังคาโซลาร์เซลล์ ค่าไฟที่ประหยัดได้และการคืนทุน โดยประมาณ รวมถึงปัจจัยในการเลือกผู้ให้บริการที่มีคุณภาพมาตรฐาน ทั้งงานติดตั้งและอุปกรณ์ที่ใช้ ไปจนถึงการดูแลรักษา สารบัญบทความ >เรื่องที่ 1: หลังคาโซลาร์เซลล์คืออะไร? ทำความรู้จักระบบ Solar Rooftop และส่วนประกอบสำคัญ >เรื่องที่ 2: หลังคาโซล่าเซลล์มีกี่แบบ เลือกแบบไหนดี? >เรื่องที่ 3: ติดแผงโซล่าเซลล์บนหลังคา คุ้มไหม ราคาเท่าไหร่ กี่ปีคืนทุน (อัปเดต พ.ศ. 2569) >เรื่องที่ 4: แผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา ใช้ไฟฟ้าได้ขนาดไหน ประหยัดค่าไฟได้เท่าไหร่ >เรื่องที่ 5: 4 เช็กลิสต์ก่อนติดตั้งโซล่าเซลล์บนหลังคาบ้าน >เรื่องที่ 6: ทำไมถึงต้องขออนุญาตติดตั้งโซลาร์รูฟ (Solar Roof) >เรื่องที่ 7: ไขข้อข้องใจ ติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์แล้ว หลังคารั่วไหม? เสี่ยงไฟไหม้หรือเปล่า? >เรื่องที่ 8: เลือกบริษัทติดตั้ง Solar Roof ให้ได้คุณภาพ มาตรฐาน ปลอดภัย >เรื่องที่ 9: ติดหลังคาโซล่าเซลล์ไปแล้ว ต้องดูแลรักษาอย่างไร เรื่องที่ 1: หลังคาโซลาร์เซลล์คืออะไร? ทำความรู้จักระบบ Solar Rooftop และส่วนประกอบสำคัญ หลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop) คือ หลังคาโซลาร์เซลล์ หรือ หลังคา Solar Roof หรือที่หลายคนคุ้นหูกันในชื่อ “โซลาร์รูฟท็อป” (Solar Rooftop) คือการเปลี่ยนพื้นที่บนหลังคาบ้านให้กลายเป็นแหล่งผลิตพลังงาน โดยใช้แผงโซลาร์เซลล์ทำหน้าที่รับแสงอาทิตย์แล้วเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อใช้ในครัวเรือน การทำงานของระบบเริ่มจากแผงโซลาร์เซลล์ดูดซับแสงแดดและผลิตเป็นไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ออกมา จากนั้นจะส่งกระแสไฟผ่านไปยังอินเวอร์เตอร์ เพื่อแปลงให้เป็นกระแสสลับ (AC) ก่อนจะจ่ายเข้าสู่ตู้เบรกเกอร์ เพื่อกระจายกระแสไฟไปหล่อเลี้ยงเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ภายในบ้านต่อไป อ่านเพิ่มเติม: ศัพท์เรื่องบ้าน: หลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Roof)\ หลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof Solutions พร้อมบริการติดตั้งครบวงจร คลิก\ ส่วนประกอบสำคัญของระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคา (Solar Roof) โดยหลักแล้วการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ จะต้องมีส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่ 1) แผงโซลาร์เซลล์ 2) อินเวอร์เตอร์ 3) กล่องควบคุมระบบไฟฟ้า และ 4) ระบบโครงสร้างติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์และสายไฟ 1) แผงโซลาร์เซลล์ ทำหน้าที่รับแสงอาทิตย์และแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง (DC) มี 3 ประเภทหลักที่นิยมใช้กัน ได้แก่ โมโนคริสตัลไลน์ (Monocrystalline): ทำจากผลึกซิลิคอนบริสุทธิ์สูง แต่ละเซลล์มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมตัดทั้ง 4 มุม แผ่นมักมีสีดำคือสีจะเข้มกว่าแผงโซลาร์ประเภทอื่นๆ มีประสิทธิภาพการผลิตไฟสูงสุด ทนความร้อนได้ดี เป็นที่นิยม เพราะใช้พื้นที่ติดตั้งน้อยสุด และอายุการใช้งานนานที่สุด โพลีคริสตัลไลน์ (Polycrystalline): ทำจากผลึกซิลิคอนที่นำมาหลอมรวมกัน แต่ละเซลล์เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสไม่ตัดมุม แผ่นมักมีสีน้ำเงิน ประสิทธิภาพจะรองลงมาจากแบบ Monocrystalline เล็กน้อย แต่ราคาย่อมเยากว่า ทินฟิล์ม (Thin Film): เป็นการใช้สารที่มีคุณสมบัติแปลงพลังงานจากแสงให้เป็นกระแสไฟฟ้าได้ มาเคลือบบนแผ่นฟิล์ม แผงประเภทนี้มีประสิทธิภาพการผลิตไฟต่ำที่สุด จึงใช้พื้นที่ติดตั้งมากกว่าแบบอื่น ไม่นิยมใช้กับบ้านทั่วไป แต่ด้วยคุณสมบัติที่น้ำหนักเบาและโค้งงอได้ จึงเหมาะสำหรับติดตั้งบนพื้นผิวโค้งมน ไม่เรียบ เช่น หลังคารถหลังคาหรือผนังอาคารที่โค้ง นอกจากนี้ แผงโซล่าเซลล์\ยังมีการจัดอันดับเกรดมาตรฐานของบริษัทผู้ผลิต โดยแบรนด์ที่ได้รับการจัดอันดับเป็น Tier 1 จะเป็นผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ มาตรฐานการผลิตครบวงจร การเงินมั่นคง เจ้าของบ้านสามารถวางใจได้กับการรับประกันแผงโซลาร์เซลล์ที่ยาวนานถึง 25 ปี 2) อินเวอร์เตอร์ ทำหน้าที่แปลงไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ที่ได้จากแผงโซลาร์เซลล์ ให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) เพื่อให้สามารถนำมาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านได้ ซึ่งอินเวอร์เตอร์\ที่นิยมใช้จะมี 2 แบบ คือ สตริงอินเวอร์เตอร์ และไมโครอินเวอร์เตอร์ สตริงอินเวอร์เตอร์ (String Inverter) เชื่อมต่อแผงโซล่าเซลล์แบบอนุกรม ตัวอินเวอร์เตอร์ติดตั้งไว้ในบ้าน จึงสะดวกทั้งในแง่การติดตั้งและดูแลรักษา แต่มีข้อควรคำนึง คือหากเกิดอุปสรรคในการผลิตไฟฟ้า เช่น โดนบังด้วยเงาเมฆ กิ่งไม้ แม้เพียงแค่แผงเดียว ประสิทธิภาพการผลิตไฟทั้งระบบจะลดลงตาม ดังนั้น สตริงอินเวอร์เตอร์จึงเหมาะกับหลังคาเรียบที่มั่นใจได้ว่าไม่มีเงาบัง ไมโครอินเวอร์เตอร์ (Microinverter) เป็นอินเวอร์เตอร์ขนาดเล็กติดตั้งอยู่ใต้แผงโซล่าเซลล์แต่ละแผง จึงทำงานเป็นอิสระจากกัน หากแผงใดมีปัญหา เช่น โดนเงาบัง แผงอื่นๆ ก็ยังคงทำงานได้ปกติ และยังมีความปลอดภัยสูงเนื่องด้วยระบบแรงดันไฟฟ้าต่ำ (Low Voltage) เพราะแปลงกระแสไฟฟ้าจากกระแสตรงเป็นกระแสสลับตั้งแต่อยู่บนหลังคา และมีระบบ Rapid Shutdown ที่ตัดไฟทันทีเมื่อเกิดเหตุ ตอบโจทย์บ้านที่มีหลังคาซับซ้อน เสี่ยงโดนเงาบังบางส่วนในบางเวลา หรือเน้นความปลอดภัยสูงสุด อย่างไรก็ตาม ไมโครอินเวอร์เตอร์มีราคาสูงกว่าสตริงอินเวอร์เตอร์ และด้วยตำแหน่งติดตั้งที่อยู่บนหลังคาจึงซ่อมบำรุงยากกว่า 3) กล่องควบคุมระบบไฟ (Combiner Box / Control Box) เป็นตู้รวบรวมสายไฟของระบบโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์ป้องกันอันตรายทางไฟฟ้า เป็นอีกอุปกรณ์ที่ต้องเน้นเรื่องคุณภาพมาตรฐานเพื่อความปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากปัญหาระบบไฟฟ้า ภายในกล่องควรประกอบด้วยอุปกรณ์เกรดคุณภาพได้มาตรฐาน เช่น เบรกเกอร์สำหรับตัดวงจรเมื่อเกิดไฟฟ้าลัดวงจรหรือใช้ไฟเกิน อุปกรณ์กันฟ้าผ่า/กันไฟกระชากคุณภาพสูงเพื่อป้องกันความเสียหายต่ออินเวอร์เตอร์ และหากติดตั้งภายนอกอาคาร ตัวกล่องต้องมีคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นที่เหมาะสม 4) ระบบโครงสร้างติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์และสายไฟ ประกอบด้วย “ราง” กับ “อุปกรณ์ยึด” โดยวัสดุที่ใช้ทำรางควรทนทานต่อแรงลม ทนสนิมและการกัดกร่อนสูง เช่น อะลูมิเนียมชุบแข็ง หรือเหล็กชุบกัลวาไนซ์ ในขณะที่อุปกรณ์ยึด จะต้องออกแบบให้เหมาะสมกับประเภทของหลังคาแต่ละแบบ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำรั่วซึมในอนาคต ส่วน “สายไฟโซลาร์เซลล์” เป็นสายไฟฝั่งกระแสตรง (DC) ที่ต้องรับไฟจากแผงลงมายังอินเวอร์เตอร์ จึงต้องออกแบบมาสำหรับระบบโซล่าเซลล์โดยเฉพาะ ฉนวนหุ้มต้องมีความเหนียว ทนทานต่อความร้อน รังสี UV และสภาพอากาศภายนอกได้ดีเยี่ยม อ่านเพิ่มเติม: Microinverter VS String Inverter: ต่างกันอย่างไร?\ หลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof Solutions พร้อมบริการติดตั้งครบวงจร คลิก\ นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์เสริมที่เจ้าของบ้านควรทราบ ไม่ว่าจะเป็น... หมวดระบบเก็บสำรองพลังงาน (Energy Storage System) สำหรับระบบ Hybrid และ Off-Grid แบตเตอรี่สำรองไฟ (Battery Storage) ปัจจุบันนิยมใช้แบตเตอรีลิเธียมไอออน ทำหน้าที่กักเก็บไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้ในช่วงเวลากลางวัน เพื่อนำมาจ่ายไฟให้บ้านในตอนกลางคืน หรือสำรองในกรณีไฟดับ ปัจจุบันนิยมใช้ ชุดโมดูลแบตเตอรีสำหรับประกอบต่อขยาย (Battery Module) เพิ่มความจุของการเก็บไฟได้ในอนาคต ตามความต้องการใช้ไฟฟ้าของบ้านที่อาจเพิ่มขึ้น ระบบเก็บพลังงานไฟฟ้าแบบครบวงจร (All-in-one Energy Storage / Smart Guard): เปรียบเสมือน “ตู้จัดเก็บและบริหารพลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะ” รวมเอาทั้งอินเวอร์เตอร์ แบตเตอรี และระบบจัดการไฟสำรองอัตโนมัติ ไว้ในตู้เดียว สามารถสลับแหล่งจ่ายไฟจากแผงโซลาร์ แบตเตอรี และไฟจากการไฟฟ้าได้อย่างไร้รอยต่อ หมวดการจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Optimization & Control) Smart PV Optimizer เป็นอุปกรณ์เสริมติดตั้งใต้แผงโซลาร์เซลล์ที่มักใช้คู่กับสตริงอินเวอร์เตอร์ ช่วยให้แต่ละแผงทำงานเป็นอิสระต่อกัน ช่วยลดปัญหากรณีเกิดเงาบัง โดยจะรักษากำลังการผลิตรวมไม่ให้ตกลงไปตามแผงที่โดนบัง Power Module ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการและปรับเสถียรภาพการแปลงกระแสไฟฟ้า ให้เหมาะสมกับการดึงไฟไปใช้งานภายในบ้าน หมวดการวัดผลและตรวจสอบอัจฉริยะ (Smart Monitoring & Sensing) มิเตอร์วัดพลังงานไฟฟ้า และ Smart Power Sensor ติดตั้งไว้ในตู้ไฟ (Consumer Unit) ของบ้าน คอยตรวจจับทิศทาง ว่าตอนไหนกำลังใช้ไฟจากแผงโซลาร์ หรือตอนไหนใช้ไฟจากการไฟฟ้า รวมถึงป้องกันไฟย้อนกลับเข้าสายส่งของการไฟฟ้า (Zero Export) ในกรณีที่ไม่ได้ขออนุญาตขายไฟคืน หน่วยถ่ายโอนข้อมูลโซลาร์ (Data Logger / Dongle) เชื่อมต่อและส่งข้อมูลจากระบบโซล่าเซลล์ ไปยังระบบคลาวด์ แสดงข้อมูลการผลิตไฟ การใช้ไฟ และสถานะการทำงานต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน เลือกซื้ออุปกรณ์ติดตั้งโซล่าเซลล์ แผงโซล่าร์เซลล์ และอินเวอร์เตอร์ คลิก\ โซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน พร้อมตัวอย่างระบบโซลาร์เซลล์ On Grid Off Grid และ Hybrid เรื่องที่ 2: หลังคาโซล่าเซลล์มีกี่แบบ เลือกแบบไหนดี? ระบบโซล่าเซลล์สำหรับติดตั้งบนหลังคา แบ่งออกเป็น 3 ระบบหลัก ได้แก่ ระบบ Off-Grid ระบบ On-Grid และระบบ Hybrid 1) หลังคาโซลาร์เซลล์ ระบบออฟกริด (Off-Grid System) เป็นระบบอิสระที่ไม่เชื่อมต่อกับสายไฟของการไฟฟ้า (Stand Alone) จึงไม่ต้องขออนุญาตจากการไฟฟ้า เน้นแปลงไฟจากแสงอาทิตย์มาใช้ในช่วงกลางวันโดยตรง หากต้องการใช้ไฟตอนกลางคืนต้องลงทุนติดตั้ง “แบตเตอรี่สำรองไฟ” ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ระบบนี้จึงเหมาะกับพื้นที่ห่างไกลที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง เช่น ชุมชนบนภูเขาและดอยสูง พื้นที่ป่าไม้และพื้นที่อนุรักษ์ เกาะขนาดเล็ก พื้นที่ชนบทห่างไกล 2) หลังคาโซลาร์เซลล์ ระบบออนกริด (On-Grid System) ระบบนี้จะเชื่อมต่อกับการไฟฟ้า จึงต้องขออนุญาตจาก 3 หน่วยงานรัฐฯ ก่อนติดตั้ง (เขต/เทศบาล, การไฟฟ้า, และ กกพ.) หลักการทำงานคือดึงไฟจากแผงโซลาร์มาใช้ในบ้านก่อน หากไม่พอก็จะดึงไฟจากการไฟฟ้ามาเสริม และถ้าผลิตไฟเหลืออาจขายคืนการไฟฟ้าได้ (เฉพาะช่วงเวลาและเงื่อนไขที่การไฟฟ้าประกาศ) ระบบนี้จะไม่มีแบตเตอรีสำรองไฟ จึงเหมาะกับบ้านหรืออาคารที่ใช้ไฟเยอะช่วงกลางวัน ปัจจุบันระบบ On-Grid เป็นระบบที่นิยมที่สุด เพราะไม่ต้องแบกรับต้นทุนค่าแบตเตอรี่ จึงคืนทุนได้รวดเร็ว 3) หลังคาโซลาร์เซลล์ ระบบไฮบริด (Hybrid System) เป็นระบบผสมผสานระหว่างออนกริดและออฟกริด (ต้องขออนุญาตจากภาครัฐฯ ด้วย) ไฟฟ้าที่ผลิตได้จะถูกนำมาใช้ในบ้านก่อน ส่วนที่เหลือจะถูกเก็บเข้าแบตเตอรี เพื่อสำรองไว้ใช้ในเวลากลางคืนหรือตอนไฟดับ ถือเป็นระบบที่บริหารจัดการพลังงานที่ครอบคลุมการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์อย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากต้นทุนของแบตเตอรียังค่อนข้างสูง ทำให้ระยะเวลาคืนทุนนานกว่า จึงยังได้รับความนิยมน้อยกว่าระบบออนกริด สรุปแล้ว ระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาแบ่งเป็น 3 รูปแบบหลัก คือ 1) Off-Grid ระบบอิสระไม่พึ่งไฟจากการไฟฟ้า เหมาะกับพื้นที่ห่างไกล (ต้องใช้แบตเตอรี่) 2) On-Grid ระบบยอดนิยมที่ต้องเชื่อมต่อกับการไฟฟ้า คืนทุนไวที่สุด เหมาะกับบ้านที่เน้นใช้ไฟช่วงกลางวัน และ 3) Hybrid ระบบผสมที่เชื่อมต่อไฟหลวงและมีแบตเตอรี่สำรองไว้ใช้ตอนกลางคืนหรือยามไฟดับ แต่ปัจจุบันยังมีต้นทุนสูงและคืนทุนช้ากว่าระบบอื่น อ่านเพิ่มเติม: ระบบหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Roof) มีกี่แบบ? เลือกแบบไหนให้คุ้มค่าและประหยัดไฟ\ อ่านเพิ่มเติม: ระบบหลังคาโซลาร์เซลล์ “มีแบตเตอรีด้วยดีมั้ย??”\ หลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof Solutions พร้อมบริการติดตั้งครบวงจร คลิก\ คำนวณความคุ้มค่าและราคาของการติดแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาบ้าน เพื่อหาจุดคืนทุน เรื่องที่ 3: ติดแผงโซล่าเซลล์บนหลังคา คุ้มไหม ราคาเท่าไหร่ กี่ปีคืนทุน (อัปเดต พ.ศ. 2569) ใช้ไฟแบบไหน ติดหลังคาโซลาร์เซลล์แล้วคุ้ม? การติดแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านเพื่อมุ่งหวังความคุ้มค่า นั่นหมายถึง “ต้องการลดการใช้ไฟจากการไฟฟ้า” ดังนั้นเราจะเน้นพูดถึงการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ระบบ On-Grid เป็นหลัก คือแปลงแสงแดดเป็นพลังงานไฟฟ้าใช้ ณ เวลานั้นๆ ซึ่งจะเหมาะกับบ้านที่มีการจ่ายค่าไฟตั้งแต่ 3,000 บาท/เดือนขึ้นไป โดยเน้นใช้ไฟกลางวันมากและมีการเปิดแอร์ตอนกลางวันเยอะ ซึ่งสำหรับบ้านพักอาศัยอาจคืนทุนได้ใน 4-6 ปี ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ไฟ ค่าไฟเกิน 3,000 บาท แต่กลางวันใช้ไฟน้อย เก็บไฟในแบตเตอรีไว้ใช้กลางคืนดีไหม? หากบ้านของเรามีค่าไฟเกิน 3,000 บาท แต่ตอนกลางวันไม่ได้ใช้ไฟเยอะ ไม่มีการเปิดแอร์ อาจไม่คุ้มที่จะติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ ส่วนมุมมองที่ว่า อยากหันมาใช้ระบบ Hybrid มีแบตเตอรีสำรองไฟ แม้เวลากลางวันจะใช้ไฟฟ้าน้อยก็ไม่เป็นไร เราสำรองไว้ในแบตเตอรีเอาไว้ใช้ในเวลากลางคืนได้ ตรงนี้ต้องทราบก่อนว่าแม้ในปัจจุบัน (พ.ศ. 2569) ราคาแบตเตอรีจะลดลงมาบ้าง แต่ในภาพรวมก็นับว่าเป็นต้นทุนที่ยังค่อนข้างสูง ทำให้การใช้ไฟจากการไฟฟ้าในตอนกลางคืนดูคุ้มค่ากว่า ดังนั้นต่อให้เป็นบ้านที่เลือกใช้ระบบ Hybrid ก็ควรเน้นการใช้ไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ในช่วงกลางวันเยอะ ส่วนไฟฟ้าที่สำรองไว้ในแบตเตอรีควรเก็บไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งมักจะเหมาะกับบ้านที่ไฟจากการไฟฟ้าจ่ายไฟได้ไม่สม่ำเสมอ เกิดการไฟดับบ่อย ขายไฟคืนภาครัฐ ช่วยให้คุ้มค่ามากขึ้นหรือไม่? หากติดตามข่าวสารจากการไฟฟ้า จะพบว่าบางช่วงเวลารัฐบาลประกาศรับซื้อไฟจากระบบหลังคาโซล่าเซลล์ตามบ้าน อย่างไรก็ตามการขายไฟคืนถือเป็นเพียง “ผลพลอยได้” เท่านั้น เนื่องจากราคารับซื้อคืนจะต่ำกว่าราคาค่าไฟที่เราจ่ายปกติ (และมักรับซื้อเฉพาะระบบ On-Grid) เน้นย้ำว่าความคุ้มค่าที่แท้จริงของการติด Solar Roof คือการดึงพลังงานมาใช้ทดแทนไฟหลวงในช่วงกลางวันให้ได้มากที่สุด ดังนั้นควรเน้นใช้ไฟตอนกลางวันเป็นหลัก ส่วนกลางคืนก็กลับไปใช้ไฟจากการไฟฟ้าตามปกติจะคุ้มค่าที่สุด (ณ ปัจจุบัน เมษายน 2569 ทางรัฐบาลไม่มีนโยบายรับซื้อไฟฟ้าจาก Solar Rooftop ตามบ้านทั่วไป) อ่านเพิ่มเติม: ติดโซลาร์เซลล์บ้าน คุ้มไหม? ลดค่าไฟ ขายคืนได้\ อ่านเพิ่มเติม: ติดตั้งโซลาร์เซลล์จะเลือกแบบไหนดี: สำรองไฟในแบตเตอรี VS ขายไฟคืนรัฐ\ หลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof Solutions พร้อมบริการติดตั้งครบวงจร คลิก\ อินโฟกราฟิกโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน แสดงระบบ 1 เฟส 3 เฟส จำนวนแผง การใช้ไฟฟ้า และการประหยัดค่าไฟรายเดือน เรื่องที่ 4: แผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา ใช้ไฟฟ้าได้ขนาดไหน ประหยัดค่าไฟได้เท่าไหร่ ยกตัวอย่างแพ็กเกจจาก SCG Smart System Solution \ เทียบขนาดกำลังไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงโซล่าเซลล์ กับการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้า (หลอดไฟ, ตู้เย็น, ทีวี และแอร์ขนาด 9,000 BTU ประมาณ 5-6 ชม.) และค่าไฟที่ประหยัดได้ โดยประมาณ (ราคาแพ็กเกจแบบธรรมดา เริ่มต้น 3.72 kW ประมาณ 144,000 บ. แพ็กเกจพรีเมียม เริ่มต้น 3.75 kW ประมาณ 199,000 บ.) ระบบไฟฟ้า 1 เฟส ขนาด 3.75 kW แผงโซลาร์เซลล์ 6 แผง (ใช้พื้นที่ 12 - 17 ตร.ม.) ประหยัดค่าไฟเดือนละ 1,700 - 2,200 บาท (ไฟฟ้าที่ใช้ได้: หลอดไฟ 10 ดวง, ตู้เย็น 3 ตู้, ทีวี 3 เครื่อง, แอร์ 2 เครื่อง) ขนาด 5.00 kW แผงโซลาร์เซลล์ 8 แผง (ใช้พื้นที่ 16 - 22 ตร.ม.) ประหยัดค่าไฟเดือนละ 2,300 - 2,900 บาท ไฟฟ้าที่ใช้ได้: หลอดไฟ 10 ดวง, ตู้เย็น 3 ตู้, ทีวี 3 เครื่อง, แอร์ 3 เครื่อง ระบบไฟฟ้า 3 เฟส ขนาด 10.00 kW แผงโซลาร์เซลล์ 16 แผง (ใช้พื้นที่ 32 - 45 ตร.ม.) ประหยัดค่าไฟเดือนละ 4,600 - 5,900 บาท (ไฟฟ้าที่ใช้ได้: หลอดไฟ 25 ดวง, ตู้เย็น 4 ตู้, ทีวี 4 เครื่อง, แอร์ 8 เครื่อง) ขนาด 15.63 kW แผงโซลาร์เซลล์ 25 แผง (ใช้พื้นที่ 50 - 70 ตร.ม.) ประหยัดค่าไฟเดือนละ 7,200 - 9,300 บาท (ไฟฟ้าที่ใช้ได้: หลอดไฟ 30 ดวง, ตู้เย็น 5 ตู้, ทีวี 6 เครื่อง, แอร์ 12 เครื่อง) ขนาด 25.00 kW แผงโซลาร์เซลล์ 40 แผง (ใช้พื้นที่ 80 - 112 ตร.ม.) ประหยัดค่าไฟเดือนละ 11,600 - 14,900 บาท (ไฟฟ้าที่ใช้ได้: หลอดไฟ 35 ดวง, ตู้เย็น 7 ตู้, ทีวี 8 เครื่อง, แอร์ 19 เครื่อง) อ่านเพิ่มเติม: คำนวณค่าไฟและระยะเวลาคืนทุนโซลาร์เซลล์ด้วยตัวเอง: สูตร + ตัวอย่างจริง (อัปเดต 2569)\ อ่านเพิ่มเติม: ติดโซลาร์เซลล์ 3kW กับ 5kW ใช้อะไรได้บ้าง ประหยัดไฟบ้านกี่บาท? สรุปก่อนตัดสินใจติดตั้ง\ อ่านเพิ่มเติม: มี EV Charger ติดตั้งโซลาร์เซลล์ชาร์จรถไฟฟ้าได้มั้ย??\ หลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof Solutions พร้อมบริการติดตั้งครบวงจร คลิก\ โซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน พร้อมภาพสื่อถึงเช็กลิสต์ก่อนติดตั้ง เช่น พฤติกรรมการใช้ไฟ ทิศทางหลังคา และระบบไฟ 1 เฟส 3 เฟส เรื่องที่ 5: 4 เช็กลิสต์ก่อนติดตั้งโซล่าเซลล์บนหลังคาบ้าน หากกำลังมองหาเช็กลิสต์เพื่อประเมินว่าบ้านของเราเหมาะกับการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop) หรือไม่นั้น เบื้องต้นเจ้าของบ้านสามารถพิจารณาได้จากพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของเรา ลักษณะบ้าน อาคาร หลังคาที่ผู้ให้บริการติดตั้งแต่ละเจ้ากำหนดไว้ 1) พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า ควรเป็นบ้านที่มีค่าไฟขั้นต่ำ 3,000 บาทต่อเดือน และมีการใช้ไฟในช่วงกลางวันอย่างสม่ำเสมอ เช่น มีการเปิดแอร์อย่างน้อย 1 ตัว 2) ลักษณะบ้าน อาคารและทิศทางของหลังคา ยกตัวอย่างสำหรับหลังคาโซลาร์ SCG Solar Roof มีข้อกำหนดดังนี้ เป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ หรืออาคารที่มีความสูงไม่เกิน 3 ชั้น โครงสร้างหลังคาต้องแข็งแรงสมบูรณ์ หลังคาไม่อยู่ตำแหน่งที่มีเงาของตึกหรือต้นไม้บัง หลังคามีความชันไม่เกิน 35 องศา (โดยองศาที่รับแสงได้ดีที่สุดคือ 15 องศา) หันไปทางทิศใต้หรือทิศตะวันตกเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด 3) รายละเอียดของหลังคา ยกตัวอย่างสำหรับหลังคาโซลาร์ SCG มีข้อกำหนดดังนี้ หลังคาที่สามารถติดตั้งได้ พื้นดาดฟ้าคอนกรีต หลังคามุงกระเบื้องหลังคาคอนกรีต เซรามิก เมทัลชีท หลังคาที่ไม่สามารถติดตั้งได้ หลังคามุง Shingle Roof หลังคามุงกระเบื้องไฟเบอร์ซีเมนต์ ยกเว้นกรณีเป็นหลังคามุงหลังคากระเบื้องลอนคู่ จะสามารถติดตั้งได้ก็ต่อเมื่อมีการปรับปรุงหลังคาด้วยวิธี Top Up Roof เท่านั้น 4) ไฟฟ้าในบ้านเราเป็นกี่เฟส และจะผลิตไฟจาก Solar Roof ได้สูงสุดกี่ kW ? ไม่ว่าเราจะใช้ไฟฟ้า 1 เฟส หรือ 3 เฟส ก็ติดตั้ง Solar Roof ได้ ซึ่งจะผลิตไฟฟ้าได้เท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจของผู้ให้บริการแต่ละเจ้า ยกตัวอย่างบริการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof ไฟฟ้า 1 เฟส แผงโซลาร์ 7 แผง ผลิตไฟได้ 3.15 kW แผงโซลาร์สูงสุด 11 แผง ผลิตไฟได้ 4.95 kW ไฟฟ้า 3 เฟส ใช้แผงโซลาร์ 12 แผง ผลิตไฟได้ 5.4 kW แผงโซลาร์สูงสุด 52 แผง ผลิตไฟได้ 23.4 kW เมื่อเราพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ครบถ้วนจนพอมองเห็นภาพ ก็สามารถติดต่อทีมติดตั้งเข้ามาสำรวจหน้างาน เพื่อตรวจสอบเชิงลึก เช่น ความแข็งแรงของโครงหลังคา ความเป็นไปได้ในการติดตั้ง รายละเอียดการใช้ไฟฟ้าและระบบไฟฟ้าในบ้าน รวมถึงและเสนอราคาแพ็กเกจที่เหมาะกับบ้านของเราอีกครั้ง อ่านเพิ่มเติม: อยากติดหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Roof) เริ่มต้นยังไงดี...\ หลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof Solutions พร้อมบริการติดตั้งครบวงจร คลิก\ ภาพบ้านติดโซลาร์เซลล์บนหลังคา พร้อมสื่อถึงขั้นตอนการขออนุญาตติดตั้งกับหน่วยงานราชการ เช่น การไฟฟ้า เขต และ กกพ เพื่อความปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย เรื่องที่ 6: ทำไมถึงต้องขออนุญาตติดตั้งโซลาร์รูฟ (Solar Roof) การติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ หรือ Solar Roof เป็นการนำอุปกรณ์ชิ้นใหญ่ไปติดตั้งบนหลังคา และที่สำคัญคือสำหรับระบบ On-Grid และ Hybrid จะมีการเชื่อมต่อกับไฟหลวง จึงนับว่ามีความเกี่ยวข้องกับโครงสร้างบ้านและระบบไฟฟ้าสาธารณะ ทำให้ต้องมีการควบคุมด้วยเหตุผลสำคัญ ดังนี้ 1) ความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร แผงโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์มีน้ำหนักพอสมควร ทางภาครัฯฐจึงต้องให้มีการรับรองจากวิศวกรว่า โครงสร้างหลังคาเดิมแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักได้โดยไม่เสี่ยงต่อการทรุดตัวหรือถล่ม 2) ความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า การเชื่อมต่อระบบไฟบ้านเข้ากับสายส่งของการไฟฟ้า ต้องได้มาตรฐานเพื่อป้องกันเหตุไฟฟ้าลัดวงจร หรือป้องกันกระแสไฟฟ้าย้อนกลับเข้าไปในสายไฟหลวง ซึ่งอาจทำอันตรายต่อเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าที่กำลังซ่อมบำรุงสายไฟอยู่ได้ 3) การบริหารจัดการโครงข่ายไฟฟ้า การไฟฟ้าจำเป็นต้องทราบข้อมูลว่ามีบ้านหลังไหนผลิตกระแสไฟฟ้าเข้า-ออกระบบบ้าง เพื่อรักษาสมดุลและเสถียรภาพของกระแสไฟฟ้าในภาพรวมไม่ให้เกิดปัญหาไฟตกหรือไฟกระชาก รวมไปถึงความถูกต้องตามกฎหมายเพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร และ พ.ร.บ. การประกอบกิจการพลังงาน ดังนั้นจึงเป็นที่มาว่า การติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ จะต้องยื่นเรื่องขออนุญาตกับหน่วยงานราชการ 3 แห่ง ได้แก่ 1) การไฟฟ้า (ภาคนครหลวง หรือ ส่วนภูมิภาค) 2) ที่ทำการเขต และ 3) คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ซึ่งโดยทั่วไปมักใช้เวลา 3-6 เดือน โดยประมาณ ทั้งนี้แพ็กเกจติดตั้งของผู้ให้บริการบางราย อาจรวมขั้นตอนการขออนุญาตไว้ในแพ็กเกจด้วย ซึ่งเจ้าของบ้านสามารถสอบถามรายละเอียดการขออนุญาตอีกครั้งว่าครอบคลุมหน่วยงานทั้ง 3 นี้ครบถ้วนหรือไม่ หลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof Solutions พร้อมบริการติดตั้งครบวงจร คลิก\ ข้อควรระวังในการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาบ้าน ที่ต้องตรวจสอบมาตรฐานให้ดีเพื่อป้องกันปัญหาหลังคารั่วและลดความเสี่ยงการเกิดไฟไหม้ เรื่องที่ 7: ไขข้อข้องใจ ติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์แล้ว หลังคารั่วไหม? เสี่ยงไฟไหม้หรือเปล่า? หากเจ้าของบ้านกังวลว่า ติดหลังคาโซล่าเซลล์แล้ว วันดีคืนดีจะเกิดปัญหาหลังคารั่วซึม หรือเลวร้ายกว่านั้นคือเกิดไฟไหม้อย่างที่ได้ยินตามข่าว ก่อนอื่นควรทำความเข้าใจในรายละเอียดและการลดความเสี่ยงของปัญหาดังกล่าว 1) ติดตั้งไปแล้วแล้วจะเสี่ยงหลังคารั่วซึมหรือไม่ ในการยึดติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เข้ากับหลังคาบ้าน หากทำผิดวิธีหลังคาอาจรั่วซึมได้ซึ่งการแก้ปัญหาจะยุ่งยากมาก ดังนั้นควรลดความเสี่ยงตั้งแต่ขั้นตอนแรก คือการตรวจเช็กสภาพหลังคาก่อนติดตั้ง ต้องมั่นใจว่าหลังคาเดิมไม่มีรอยร้าวหรือจุดรั่ว หากพบปัญหาต้องมีการซ่อมแซมปรับปรุงหลังคาให้เรียบร้อยก่อน นอกจากนี้ทีมช่างผู้ให้บริการควรมีมาตรฐานการติดตั้งที่ดี ไม่เจาะยึดผิดวิธีจนทำให้เกิดการรั่วซึม โดยอาจเลี่ยงการเจาะหลังคาด้วยอุปกรณ์อื่นไม่ว่าจะเป็นการ ใช้ตะขอยึดพิเศษ ที่ออกแบบมาให้ติดตั้งได้แนบสนิทเพื่อป้องกันการเผยอของกระเบื้องจนเกิดเป็นช่องทางให้น้ำเข้าได้ หรือใช้ชุดกระเบื้องหลังคาที่ผลิตมายึดกับแผงโซลาร์เซลล์ สำหรับกระเบื้องหลังคาแต่ละรุ่นโดยเฉพาะ 2) ติดตั้งไปแล้วจะเสี่ยงไฟไหม้หรือไม่ นอกจากจะต้องเลือกใช้แผงโซลาร์เซลล์และอินเวอร์เตอร์ คุณภาพสูง ผ่านการรับรองจากการไฟฟ้า ตามรายชื่อในลิสต์มาตรฐานของการไฟฟ้านครหลวง (MEA) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) แล้ว กล่องควบคุมระบบไฟฟ้าของหลังคาโซลาร์เซลล์รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องจะต้องได้มาตรฐาน จะให้ดีควรเป็นแบรนด์ที่มีคุณภาพน่าเชื่อถือ ประกอบอย่างถูกต้องตามหลักการหรือได้รับการประกอบสำเร็จจากโรงงานที่มีการควบคุมคุณภาพอย่างดี และนำมาติดตั้งหน้างานโดยช่างที่มีความรู้ความชำนาญด้านไฟฟ้าโดยตรง รวมถึงมีการออกแบบระบบการต่อแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาอย่างเหมาะสมปลอดภัย เพื่อให้กระแสไฟฟ้าไหลได้สะดวก กระจายแรงดันเหมาะสม ไม่ไหลไปรวมกันที่แผงใดแผงหนึ่งจนเกิดความร้อนสะสมมากเกินไป หลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof Solutions พร้อมบริการติดตั้งครบวงจร คลิก\ ทีมช่างมืออาชีพ SCG ลงพื้นที่ติดตั้งระบบหลังคาโซล่าเซลล์ (Solar Roof) สื่อถึงการเลือกบริษัทติดตั้ง Solar Roof ที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และมีคุณภาพ เรื่องที่ 8: เลือกบริษัทติดตั้ง Solar Roof ให้ได้คุณภาพ มาตรฐาน ปลอดภัย เพื่อให้การลงทุนติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ เป็นไปอย่างคุ้มค่า ปลอดภัย และใช้งานได้ราบรื่นในระยะยาว เจ้าของบ้านควรเลือกผู้ให้บริการจากทีมงานและบริษัทที่น่าเชื่อถือ ได้มาตรฐาน โดยพิจารณารายละเอียดดังต่อไปนี้ 1) มีการประเมินความเหมาะสมก่อนติดตั้ง ควรมีทีมงานลงพื้นที่สำรวจหน้างาน และวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้ไฟในบ้าน เพื่อแนะนำขนาดแพ็กเกจที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดสำหรับการลงทุน มีการคำนวณโครงสร้างหลังคาโดยวิศวกร เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถรับน้ำหนักแผงโซล่าเซลล์และอุปกรณ์ได้ตลอดอายุการใช้งาน 2) เชี่ยวชาญด้านงานหลังคา มีวิศวกรที่ดูแลทั้งเรื่องโครงสร้างหลังคาและระบบไฟฟ้าของโซลาร์เซลล์ให้ปลอดภัย ได้มาตรฐาน มีเทคนิคการติดตั้งยึดแผงโซลาร์เข้ากับหลังคาอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันปัญหาน้ำรั่วซึมในระยะยาว 3) ใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ ประกอบติดตั้งโดยช่างผู้ชำนาญ อุปกรณ์ทุกชิ้นต้องได้มาตรฐาน ทั้งแผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ รวมถึงอุปกรณ์สำคัญที่มองข้ามไม่ได้ คือ "กล่องควบคุมไฟ" ต้องประกอบโดยช่างผู้ชำนาญที่มีใบรับรอง มีการออกแบบระบบไฟฟ้าสำหรับหลังคาโซล่าเซลล์ทั้งระบบอย่างถูกต้องเหมาะสมและปลอดภัย 4) ในแพ็กเกจรวมบริการขออนุญาตติดตั้งโซลาร์เซลล์แบบครบวงจร เพื่อความสะดวก แนะนำให้เจ้าของบ้านเลือกบริษัทที่รับจบเรื่องเอกสาร รวบรวมแบบไฟฟ้า แบบวิศวกรรมโยธา ที่มีวิศวกรเซนต์รับรอง รวมถึงเอกสารอื่นๆ ที่ต้องใช้ และดำเนินการขออนุญาตติดตั้งกับหน่วยงานรัฐให้ครบทั้ง 3 แห่ง (สำนักงานเขต/อบต., กกพ., และการไฟฟ้าฯ) 5) บริการหลังการขายและการรับประกัน สามารถติดต่อได้ง่ายเมื่อเกิดปัญหาหรือข้อสงสัยในการใช้งาน และมีเงื่อนไขการรับประกันที่ชัดเจนเหมาะสม ทั้งตัวอุปกรณ์และงานติดตั้ง มีบริการดูแลรักษา ล้างแผง ตรวจสอบระบบรายปีตามความเหมาะสม อ่านเพิ่มเติม: ชี้ชัด!! ทำไมต้องเลือกบริษัทติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ\ อ่านเพิ่มเติม: วิศวกร SCG ตอบให้ ติดโซลาร์เซลล์ ยังไงหลังคาไม่รั่ว ไม่พัง\ หลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof Solutions พร้อมบริการติดตั้งครบวงจร คลิก\ การดูแลรักษาแผงโซล่าเซลล์บนหลังคา ด้วยการทำความสะอาดและตรวจสอบระบบเป็นประจำทุกปี เรื่องที่ 9: ติดหลังคาโซล่าเซลล์ไปแล้ว ต้องดูแลรักษาอย่างไร การดูแลระบบหลังคาโซลาร์เซลล์ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก เพียงแค่ทำการ “ล้างแผงและตรวจสอบระบบเป็นประจำทุกปี” ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นการบริการหลังการขายจากผู้ติดตั้ง ยกตัวอย่าง SCG Solar Roof จะมีบริการดูแลตรวจสอบระบบและล้างทำความสะอาดแผงโซล่าเซลล์ให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ปีละ 1 ครั้ง ต่อเนื่องสูงสุด 5 ปี ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ โดยจะมีการเช็กระบบตามมาตรฐานกว่า 30 รายการ เช่น การตรวจสอบจุดขันแน่นของสายไฟ และสภาพความพร้อมของแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน ในส่วนการทำงานของระบบ เจ้าของบ้านสามารถเช็กผ่าน แอปพลิเคชัน โดยทีมงานส่วนกลางของ SCG จะช่วยมอนิเตอร์การผลิตไฟ หากพบความผิดปกติ จะแจ้งลูกค้าและดำเนินการแก้ไขเพื่อให้ระบบใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง อ่านเพิ่มเติม: 13 ถามบ่อย ระบบหลังคาโซลาร์ เอสซีจี (SCG Solar Roof)\ อ่านเพิ่มเติม: รีวิวติดตั้ง SCG Solar Roof: เปิดแอร์กลางวัน ไม่หวั่นค่าไฟ ลดค่าใช้จ่ายได้จริง\ สนใจ ระบบหลังคาโซลาร์ เอสซีจี พร้อมบริการครบวงจร คลิก\ คำถามพบบ่อย FAQ 1) ติดโซลาร์เซลล์บ้าน กับ โรงงาน ต่างกันอย่างไร? ในแง่ขนาดและกำลังการผลิต บ้านพักอาศัย มักติดตั้งขนาด 3–20 kWp โดยเน้นลดค่าไฟรายเดือนในส่วนของเครื่องปรับอากาศและเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป ในขณะที่อาคาร/โรงงานอาจติดตั้งขนาดตั้งแต่ 100 kWp ไปจนถึงระดับ MWp (เมกะวัตต์) ซึ่งต้องคำนวณโครงสร้างหลังคาอย่างละเอียดมากขึ้น เนื่องจากแผงโซลาร์จำนวนมากมีน้ำหนักมหาศาล และมักมีการติดตั้งในลักษณะ Solar Farm บนหลังคาหรือโรงจอดรถ ในแง่ผลประโยชน์ทางภาษีและการสนับสนุนจากภาครัฐ บ้านพักอาศัยมีโอกาสในการขายไฟคืนในโครงการ "โซลาร์ภาคประชาชน" (หากมีการผลิตเหลือ และเป็นช่วงเวลาที่ภาครัฐฯ รับซื้อค่าไฟจากแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน) รวมถึงการลดค่าไฟโดยใช้มิเตอร์ TOU (Time of Use) เพื่อความคุ้มค่าสูงสุด ในขณะที่อาคาร/โรงงาน สามารถใช้สิทธิประโยชน์จาก BOI เช่น การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรที่ได้จากการดำเนินงาน ซึ่งช่วยให้ระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) สั้นลง ในแง่เป้าหมายทางธุรกิจและความยั่งยืน เป้าหมายหลักสำหรับบ้านคือการลดรายจ่าย แต่สำหรับธุรกิจ (โดยเฉพาะองค์กรขนาดกลาง-ใหญ่ หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก) การติดโซลาร์เซลล์คือกลยุทธ์ยกระดับองค์กรสู่ความยั่งยืน (ESG) การลด Carbon Footprint เพื่อมุ่งสู่ Net Zero จะช่วยเปิดโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยพิเศษ (Green Loan หรือ หุ้นกู้สีเขียว) และเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออกเมื่อต้องรับมือกับมาตรการกีดกันทางการค้า เช่น ภาษีคาร์บอน (CBAM) นอกจากนี้ การมีภาพลักษณ์องค์กรรักษ์โลกที่ชัดเจน ยังช่วยดึงดูดคนทำงานรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพให้อยากมาร่วมงาน 2) วันที่ฝนตก เมฆครึ้ม หรือช่วงฤดูฝน โซลาร์เซลล์ยังผลิตไฟฟ้าได้ไหม? แผงโซลาร์เซลล์ทำงานโดยอาศัย "ความเข้มของแสงสว่าง" ไม่ใช่ความร้อน ดังนั้นแม้จะเป็นวันที่เมฆครึ้ม แดดร่ม หรือมีฝนตก แผงก็ยังคงรับแสงและผลิตกระแสไฟฟ้าได้ แต่ประสิทธิภาพจะน้อยกว่าช่วงที่แดดจัด ซึ่งหากเป็นระบบ On-Grid ระบบจะสลับไปดึงไฟฟ้าจากการไฟฟ้าเข้ามาเสริมส่วนที่ขาดโดยอัตโนมัติ ทำให้สามารถใช้ไฟในบ้านได้ต่อเนื่อง ทั้งนี้สำหรับหลังคาบ้านที่โดนแสงแดดไม่สม่ำเสมอ มีเมฆบังบ่อย หรือมีเงาต้นไม้พาดผ่าน แนะนำให้เลือกใช้ ไมโครอินเวอร์เตอร์ (Microinverter) ซึ่งจะแยกการทำงานอิสระแบบ "แผงต่อแผง" หากมีแผงไหนโดนเมฆบังหรือแสงเบาลง แผงอื่นๆ จะยังคงผลิตกระแสไฟฟ้าเต็มประสิทธิภาพตามปกติ ต่างกับอินเวอร์เตอร์ทั่วไป (String Inverter) ซึ่งหากโดนเงาเมฆบัง เพียงจุดเดียว ประสิทธิภาพของแผงอื่นๆ จะลดลงตามทั้งหมด 3) ควรเลือกใช้แผงโซลาร์เซลล์แบบไหนดีที่สุด? ปัจจุบันแผงโซลาร์เซลล์ที่นิยมใช้หลักๆ มี 2 ชนิด คือ Monocrystalline และ Polycrystalline โดยแบบ Monocrystalline จะมีประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าสูงกว่า ทนความร้อนได้ดี และใช้พื้นที่ติดตั้งน้อยกว่า นอกจากชนิดของแผงแล้ว ควรเลือกใช้แผงที่ได้รับการจัดอันดับเป็น Tier 1 ซึ่งหมายถึงผู้ผลิตที่มีความมั่นคงทางการเงินสูง ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและการรับประกันที่ยาวนานถึง 25 ปี 4) การรับประกันระบบโซลาร์เซลล์ที่ได้มาตรฐาน ควรครอบคลุมอะไรบ้าง และรับประกันกี่ปี? โดยทั่วไป ระบบโซลาร์เซลล์ที่ได้มาตรฐานมักจะมีการรับประกันดังนี้ รับประกันประสิทธิภาพแผงโซลาร์เซลล์ (Performance Warranty): นานถึง 25 ปี (โดยรับประกันว่าประสิทธิภาพการผลิตไฟจะไม่ต่ำกว่า 80-84% เมื่อถึงปีที่ 25) รับประกันตัวแผงและวัสดุ (Product Warranty): 12-15 ปี รับประกันอินเวอร์เตอร์ (Inverter Warranty): 5-10 ปี (บางแบรนด์สามารถซื้อประกันเพิ่มได้) รับประกันงานติดตั้ง (Installation/Workmanship Warranty): 1-2 ปี โดยครอบคลุมเรื่องน้ำรั่วซึมและระบบสายไฟ ดังนั้น การเลือกผู้ติดตั้งจากบริษัทที่มั่นคง ไว้ใจได้ จึงเป็นเรื่องสำคัญซึ่งช่วยให้เจ้าของบ้านมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลตลอดอายุสัญญาที่ยาวนาน 5) ซื้อแผงโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์มาติดตั้งเองได้หรือไม่? กรณีติดตั้งเป็น Solar Roof ระบบ On-Grid หรือ Hybrid ซึ่งเชื่อมต่อระบบกับไฟจากการไฟฟ้า เพื่อเน้นแบ่งเบาค่าไฟจากแอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ในบ้าน ควรให้ใช้บริการบริษัทมืออาชีพเพื่อความปลอดภัยได้มาตรฐาน ทั้งด้านโครงสร้าง ระบบไฟฟ้า การรับประกัน และความสะดวกในการดำเนินการขออนุญาตกับการไฟฟ้าให้ถูกต้องตามกฎหมาย ในทางกลับกัน หากเป็นระบบ Off-Grid ขนาดเล็กและไม่เชื่อมต่อกับไฟจากการไฟฟ้า เช่น ไฟในสวนหรือปั๊มน้ำเกษตร ก็อาจพิจารณาซื้ออุปกรณ์ที่ได้คุณภาพมาตรฐานมาให้ช่างไฟที่มีความรู้ความชำนาญในการติดตั้ง (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ติดตั้งโซลาร์เซลล์เอง มีแนวทางอย่างไร) 6) ตัวอย่างบ้านที่เคยติดโซลาร์เซลล์ไปแล้ว ใช้ไฟฟ้ากันอย่างไร? ลดค่าไฟจริงแค่ไหน? รีวิวตัวอย่างที่ 1: บ้านพักอาศัย 2 หลัง >บ้านเป็น 2 หลัง ได้แก่ “บ้านไม้ 2 ชั้น” เปิดแอร์ตั้งแต่ 22:00 น. จนถึง 15:00 น.ของวันถัดไป อีกหลังหนึ่งคือ “บ้านชั้นเดียว” ซึ่งรับความร้อนจากหลังคาโดยตรง ด้วยสถานการณ์ที่ต้อง work From Home บ่อยขึ้น และเลี้ยงแมวหลายตัว แม้จะติดฉนวนกันความร้อนบนฝ้าเพดาน ร่วมกับฝ้าชายคาแบบมีช่องระบายความร้อนแล้ว แต่บ้านก็ยังร้อนมากจนต้องเปิดแอร์ช่วงกลางวันนานขึ้น บิลค่าไฟจึงพุ่งตาม >หลังจากติดตั้ง Solar Roof แพ็กเกจ Smart ขนาด 4.95 กิโลวัตต์ ก็สามารถเปิดแอร์ 24000 BTU จำนวน 2 ตัว วันละ 20 ชม. ได้สบายใจไม่ต้องกังวลเรื่องค่าไฟ ซึ่งมองว่าคุ้มค่ามาก เพราะนอกจากจะเย็นสบายแล้ว ยังลดความเสี่ยงการเกิด Heat Stroke ของแมวด้วย ตัวเลขบิลค่าไฟเดิม 8,000 บาท ลดเหลือ 6,800 บาท โดยประมาณ (ลดลงไม่ถึง 25% เนื่องจากเปิดแอร์ช่วงกลางคืนนาน ในขณะที่โซลาร์เซลล์บนหลังคาช่วยลดค่าไฟเฉพาะช่วงกลางวัน) คลิกอ่านบทความฉบับเต็ม รีวิวตัวอย่างที่ 2: ออฟฟิศออกแบบรับสร้างบ้าน หจก. บ้านรักษ์ ลำปาง >เน้นใช้ไฟฟ้าในเวลากลางวันเป็นหลัก ค่าไฟรายเดือนจากปกติจะเกิน 10,000 บาท แต่หลังจากติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ ค่าไฟลดลงเหลือประมาณ 4,000-5,000 บาท นับว่าคุ้มค่ามากจนรู้สึกได้ว่า น่าจะติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ตั้งนานแล้ว (ดู VDO ฉบับเต็มได้ด้านล่าง) รีวิวตัวอย่างที่ 3: บ้านพักที่มีส่วนห้องทำงาน Sound Engineering >งานด้าน Sound Engineer มีอุปกรณ์ที่ต้องใช้เยอะ และต้องเปิดแอร์หลายห้องในตอนกลางวัน ค่าไฟเฉลี่ยเดือนละ 6,000-8,000 บาท จึงอยากติด Solar Roof เพื่อแบ่งเบาภาระค่าไฟตรงนี้ หลังติดตั้งหลังคาโซล่าเซลล์แล้วรู้สึกมั่นใจกับการใช้ไฟมากขึ้น เวลาที่ลูกชายกลับมาถึงบ้าน ก็สามารถเปิดแอร์ได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวลว่าจะเปลืองไฟในช่วงเวลาที่ยังมีแสงอาทิตย์ (ดู VDO ฉบับเต็มได้ด้านล่าง) คลิกดู VDO\ หลังคาโซลาร์ เอสซีจี (SCG Solar Roof) พร้อมบริการครบวงจร | SCG Solar Roof Solutions คลิกดู VDO\ 10 คำถามถามบ่อย | หลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof Solutions พร้อมบริการครบวงจร คลิกดู VDO\ รีวิว ระบบหลังคาโซลาร์ เอสซีจี พร้อมบริการครบวงจร | SCG Solar Roof Solutions เลือกซื้ออุปกรณ์ระบบหลังคาโซลาร์เซลล์ และบริการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์แบบครบวงจร ด้วยทีมงานมืออาชีพจาก SCG ที่ดูแลทั้งเรื่องการติดตั้ง การขออนุญาต และบริการหลังติดตั้ง แบบครบวงจรพร้อมรับข้อเสนอ โปรโมชันพิเศษสำหรับสินค้าและบริการได้ที่ SCGHOME.COM หรือ SCGHOME APP วิธีสั่งซื้อกับเราง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: > ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
ช้ำน้ำ คืออาการที่วัสดุโดนน้ำหรือความชื้นสะสมเป็นประจำ จนเนื้อวัสดุเริ่มเสื่อมจากความเปียกชื้น เห็นเป็นรอยด่าง และอาจเกิดความเสียหายได้ในอนาคต ยกตัวอย่างเช่น พื้นห้องน้ำรั่วเกิดรอยช้ำน้ำให้เห็นใต้ท้องพื้นเมื่อมองจากห้องด้านล่างในตำแหน่งเดียวกัน กระเบื้องผนังห้องน้ำเกิดรอยช้ำน้ำเนื่องจากท่อประปาที่ฝังในผนังแตก/รั่ว หลังคารั่วทำให้น้ำหยดลงฝ้าเพดานเป็นประจำจนเกิดรอยช้ำน้ำ หรือแม้แต่พื้นปูนขัดมันชั้นล่างเกิดรอยช้ำน้ำจากความชื้นสะสมใต้ดินซึมผ่านขึ้นมา ทั้งนี้ หากวัสดุทนความเปียกชื้นได้น้อย รอยช้ำน้ำจะเกิดขึ้นง่าย รวดเร็ว และเกิดความเสียหายกับเนื้อวัสดุได้มาก ดังนั้น รอยช้ำน้ำจึงเป็นสัญญาณเตือนของปัญหารั่วซึม ไม่ว่าจะเป็นหลังคารั่ว ดาดฟ้ารั่ว พื้นห้องน้ำชั้นบนรั่ว ท่อประปาแตก รวมถึงรอยรั่วบริเวณผนังที่เกิดการแตกร้าว รอยรั่วตามต่อประตูหน้าต่าง ซึ่งเราควรทำการหาสาเหตุและแก้ไขให้เรียบร้อย ก่อนที่จะเกิดความเสียหายมากขึ้นไปกว่านี้ Singleimage ฝ้าช้ำน้ำ ผนังช้ำน้ำ ภาพ: (ซ้าย) ตัวอย่างรอยช้ำน้ำบนผนังบริเวณรอบประตูหน้าต่าง และ (ขวา) บริเวณฝ้าเพดาน รวมบริการซ่อมหลังคารั่ว ดาดฟ้ารั่ว คลิก\ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome
รูปแบบหลังคาที่เราพบเห็นกันในปัจจุบัน มีทั้งแบบที่มีวัสดุมุง กับหลังคาคอนกรีตเรียบแบน การตัดสินใจเลือกใช้นั้น ควรพิจารณาถึงข้อดีข้อควรคำนึงของแต่ละแบบ ความชอบส่วนตัว รวมถึงความเข้ากันกับสไตล์บ้านโดยรวม หลังคา ส่วนประกอบหนึ่งของบ้าน ที่นอกจากจะช่วยป้องกันเราจากแดดลมฝนแล้ว ยังช่วยส่งเสริมให้บ้านดูสวยสง่าเสริมภาพลักษณ์ให้กับเจ้าของบ้านและผู้อยู่อาศัยอีกด้วย ปัจจุบันรูปแบบหลังคามีมากมาย แต่ขอแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ หลังคาแบบมีวัสดุมุง และหลังคาคอนกรีตเรียบแบน ประเด็นสำคัญ หลังคามุง (มีวัสดุมุง): ระบายความร้อนและน้ำฝนได้ดีมาก มีโถงหลังคาและชายคาช่วยปกป้องผนังบ้านจากแดดและฝน แต่ต้องให้ความสำคัญกับช่างที่ชำนาญและการติดตั้งในระยะความลาดชันที่ถูกต้องเพื่อป้องกันการรั่วซึม หลังคาเรียบแบน (คอนกรีต): เหมาะกับ บ้านสไตล์โมเดิร์น สามารถใช้พื้นที่ทำสวนดาดฟ้าได้ แต่มีข้อควรระวังคือ วัสดุสะสมความร้อนและไม่มีชายคากันฝน จึงต้องออกแบบส่วนยื่น/กันสาดเพิ่มเติม และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องทำระบบกันซึมและปรับระดับความลาดเอียงระบายน้ำให้ได้มาตรฐาน เพื่อป้องกันน้ำขังและรั่วซึม หลังคาบ้านแบบมีวัสดุมุง เลือกได้หลายรูปทรงหลังคา หลายสไตล์บ้าน หลังคาแบบมีวัสดุมุง เราสามารถเลือกรูปทรงหลังคาได้หลากหลายให้เข้ากับสไตล์บ้าน ไม่ว่าจะเป็น หลังคาทรงจั่ว ทรงปั้นหยา ทรงมนิลา ทรงเพิงหมาแหงน ซึ่งหลังคาแบบมีวัสดุมุงจะมีข้อดีและข้อที่ต้องคำนึงถึง คือ ข้อดีของหลังคาแบบมีวัสดุมุง คือ หากติดตั้งที่ความชันหลังคาเหมาะสมกับวัสดุมุงจะช่วยให้ระบายน้ำได้ดี มีพื้นที่ใต้โถงหลังคาที่เอื้อต่อการระบายความร้อน ระยะยื่นชายคาช่วยปกคลุมตัวบ้าน ป้องกันแดดฝนและให้ร่มเงากับผนังอาคารอีกด้วย ข้อควรคำนึงของหลังคาแบบมีวัสดุมุง คือ ควรใช้ช่างที่มีความชำนาญในงานมุงหลังคา ติดตั้งอย่างถูกวิธี ตามระยะความลาดชันที่เหมาะสมกับวัสดุมุง เพื่อป้องกันปัญหาหลังคารั่วซึมหรือแตกร้าว งานโครงสร้างหลังคาลักษณะนี้ นิยมใช้โครงเหล็กเคลือบกัลวาไนซ์ โครงเหล็กรูปพรรณ หรือโครงไม้ ส่วนวัสดุมุงหลังคาก็มีให้เลือกมากมาย ทั้งกระเบื้องหลังคาคอนกรีต กระเบื้องหลังคาเซรามิก กระเบื้องหลังคาไฟเบอร์ซีเมนต์ ฯลฯ ซึ่งมีหลายรูปแบบรูปทรงหลายสีสันที่สามารถเลือกให้เข้ากับแต่ละบ้านแต่ละสไตล์ได้ หลังคาทรงปั้นหยา ภาพ: หลังคามุงกระเบื้องรูปทรงปั้นหยา หลังคาทรงมนิลา ภาพ: หลังคามุงกระเบื้องรูปทรงมนิลา สนใจบริการติดตั้งหลังคา สำหรับบ้านสร้างใหม่ แบบครบวงจร คลิก\ หลังคาเรียบแบน เข้ากับบ้านเรียบง่ายสไตล์โมเดิร์น หลังคาคอนกรีตเรียบแบนเป็นหลังคาที่เราพบเห็นได้กับบ้านสไตล์โมเดิร์นที่ดูเรียบเหมือนบ้านกล่อง ส่วนของหลังคาซึ่งเป็นคอนกรีตจะมีทั้งแบบที่เป็นหลังคาดาดฟ้าคอนกรีตมีผนังล้อมรอบกันตก ซึ่งสามารถออกแบบให้เป็นสวนดาดฟ้าได้ และหลังคาคอนกรีตที่เรียบแบน เนื่องจากไม่มีชายคาช่วยกันแดดฝน จึงต้องมีการออกแบบกันสาด ส่วนยื่น ผนังหด หรือระแนงบังแดด เพื่อช่วยสร้างร่มเงาให้บ้านนอกจากนี้ วัสดุคอนกรีตเป็นวัสดุที่มีสะสมความร้อนได้ดี เมื่อจะเลือกใช้คอนกรีตเป็นส่วนของหลังคา จึงต้องเตรียมเรื่องการป้องกันความร้อนด้วย ที่สำคัญควรเตรียมเรื่องระบบกันซึม การระบายน้ำที่ดี ปรับระดับพื้นให้มีความลาดเอียงที่เหมาะสม อย่าให้มีแอ่งน้ำขัง เพราะจะเสี่ยงต่อปัญหารั่วซึมได้ง่ายหากคอนกรีตเกิดแตกร้าว ที่สำคัญ การก่อสร้างจะต้องได้มาตรฐาน และมีการดูแลรักษาส่วนงานระบบกันซึมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้หลังคาคอนกรีตใช้งานได้ยาวนาน กรณีที่เราออกแบบบ้านให้มีหลังคาคลุมดาดฟ้าเพิ่มอีกชั้นเพื่อลดความร้อนจากแสงแดดที่จะตกกระทบมายังพื้นคอนกรีตโดยตรงนั้น ยังคงต้องทำระบบกันซึมที่พื้นอย่างเต็มระบบเหมือนกับพื้นดาดฟ้าคอนกรีตที่ไม่มีหลังคาคลุม นอกจากนี้ การทำวิธีนี้ถือว่าเป็นการเพิ่มจำนวนชั้นของบ้านขึ้นอีกหนึ่งชั้นซึ่งต้องขออนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมายอีกด้วย หลังคาดาดฟ้าคอนกรีต ภาพ: หลังคาดาดฟ้าคอนกรีตที่มีผนังล้อมรอบกันตก หลังคาคอนกรีตเรียบแบนสไตล์โมเดิร์น ภาพ: บ้านสไตล์โมเดิร์นกับหลังคาคอนกรีตเรียบแบน เมื่อเรารู้แล้วว่าหลังคาแต่ละแบบนั้นมีข้อดี ข้อควรคำนึง และสิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมอย่างไร ก็คงเป็นข้อมูลส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น แต่อย่าลืมว่า เราต้องเลือกให้ตอบโจทย์ความต้องการของเราและเข้ากับสไตล์บ้านด้วยเช่นกัน และไม่ว่าจะเลือกแบบไหนก็ตาม สิ่งสำคัญคือการก่อสร้างอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้คุ้มค่ากับการรอคอยและการเข้าอยู่อาศัยของเราด้วยเช่นกัน สนใจบริการติดตั้งโครงหลังคาหรือกระเบื้องหลังคาบ้านใหม่ คลิก\ สรุป การตัดสินใจเลือกรูปแบบหลังคาบ้านควรพิจารณาจากทั้งความชอบส่วนตัว สไตล์ของบ้าน และข้อจำกัดของแต่ละวัสดุ หากคุณต้องการบ้านที่ ตอบโจทย์สภาพอากาศเมืองไทยได้ดีเยี่ยม "หลังคาแบบมีวัสดุมุง" จะตอบโจทย์กว่า เพราะช่วยกันแดด กันฝน และระบายความร้อนได้ดี ในขณะที่ "หลังคาคอนกรีตเรียบแบน" จะตอบโจทย์ด้านความสวยงามทันสมัยสไตล์โมเดิร์น และได้พื้นที่ใช้สอยบนดาดฟ้าเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเลือกหลังคารูปแบบใด หัวใจสำคัญที่สุดที่จะทำให้หลังคาใช้งานได้ยาวนานคือ คุณภาพในการก่อสร้าง คุณต้องเลือกใช้ช่างที่มีความชำนาญ ติดตั้งโครงสร้างและวัสดุมุงอย่างถูกวิธี รวมถึงการทำระบบกันซึมอย่างเต็มระบบและดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องสำหรับหลังคาคอนกรีต เพื่อให้บ้านสวยงามและไม่มีปัญหากวนใจในระยะยาว บริการติดตั้งหลังคา มุงหลังคาบ้านใหม่ กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ทีม Content Creator | SCG HOME ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
คลายข้อกังวลเจ้าของบ้าน ติดโซลาร์เซลล์ หลังคารั่วไหม? หลังคาจะพังรึเปล่า? วิศวกรจาก SCG จะเล่าถึงการตรวจสอบหลังคาก่อนติดตั้ง และอุปกรณ์ยึดแผงโซลาร์เซลล์อย่าง Solar Hook และ Solar Fix ให้มั่นใจว่าหลังคาไม่รั่ว ไม่พัง เผยสาเหตุทำไมติดโซลาร์เซลล์บนหลังคา แล้วหลังคารั่ว หลังคาพัง? ติด Solar Roof แล้ว ทำไมเกิดปัญหาน้ำรั่วตามมา มี 2 ปัจจัยครับ คือ “สภาพหลังคาของเรา” กับ “วิธีติดตั้ง” หากหลังคาของเราเก่าเกินไปอาจมีรอยแตกรอยร้าว วัสดุเสื่อมสภาพเสี่ยงต่อการรั่วซึม หรือยิ่งถ้าโครงสร้างไม่แข็งแรงพอจะรับน้ำหนักแผง Solar cell ที่เพิ่มขึ้นมาได้ อันนี้อันตรายนะครับ ส่วนในเรื่องวิธียึดติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ก็สำคัญมากเช่นกัน เพราะหากติดตั้งไม่ดีอาจเกิดปัญหาหลังคารั่วในอนาคตได้ครับ ดังนั้นจะติดโซลาร์เซลล์ให้หลังคาไม่รั่วไม่พัง จะต้องมีการตรวจสภาพหลังคาโดยผู้เชี่ยวชาญ\ และติดตั้งด้วยวิธีที่เหมาะสม ตรวจสภาพหลังคาก่อนติดโซลาร์เซลล์ ควรตรวจสภาพหลังคาโดยทีมสำรวจที่มีความเชี่ยวชาญ หากพบรอยแตกร้าว จุดเสี่ยงรั่วซึม ควรซ่อมหลังคาหรือปรับปรุงหลังคาให้เรียบร้อยก่อน หรือหากวิศวกรพบว่าโครงสร้างหลังคาดูเสี่ยงเกินไปที่จะรับน้ำหนักแผงโซลาร์เซลล์ ก็ต้องมาดูความเป็นไปได้ว่าจะเสริมแป เสริมโครงสร้างเพิ่มเติมให้เหมาะสมได้หรือไม่ครับ ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก SCG ประเมินสภาพและโครงสร้างหลังคาก่อนเริ่มติดตั้งโซล่าเซลล์ ภาพ: ตัวอย่างการสำรวจหลังคาด้วยโดรนโดยผู้เชี่ยวชาญจาก SCG (บนซ้าย) เพื่อหาจุดรั่วซึม (บนขวา) และตัวอย่างภาพจากการคำนวณการรับแรงโดยวิศวกร เพื่อยืนยันว่าโครงหลังคารับน้ำหนักแผงโซลาร์ได้ (ล่าง) ดูคลิปสั้น (1 นาที): วิศวกรเฉลย ทำไมต้องสำรวจหลังคาก่อนติดโซลาร์เซลล์?\ สำรวจหลังคาก่อนติดโซลาร์เซลล์ โดยผู้เชี่ยวชาญ\ ติดตั้งโซลาร์รูฟ อย่างไรไม่ให้หลังคารั่ว ก่อนตัดสินใจว่าจะติดโซลาร์รูฟกับเจ้าไหน ควรสอบถามให้แน่ใจว่าจะยึดติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เข้ากับหลังคาของเราด้วยวิธีใด ซึ่งผมจะขอยกมาเล่าให้ฟัง 3 วิธีครับ 1) การติดโซลาร์เซลล์ โดยใช้ Roof Hook หรือ Z-Hook เป็นวิธีติดตั้งหลั้งคาโซลาร์เซลล์ ที่พบได้ทั่วไป ขั้นตอนก็คือ ถอดกระเบื้องแผ่นที่จะต้องการติดตั้ง และใช้ Z-Hook ยึดเข้ากับจันทัน จากนั้นปิดกระเบื้องลงตามเดิม และยึดรางเข้ากับ Z-Hook วิธีนี้จะมีช่องว่างระหว่างกระเบื้องเยอะ ทำให้เกิดความเสี่ยงหลังคารั่วได้มากกว่าวิธีอื่นๆ ครับ 2) การติดโซลาร์เซลล์ ด้วยอุปกรณ์ Solar Hook Solar Hook เป็นอุปกรณ์ที่ทาง SCG พัฒนามาจากตัว Roof Hook หรือ Z-Hook ที่กล่าวไปข้างต้นนะครับ และมีการจดสิทธิบัตรเฉพาะของ SCG ข้อแตกต่างคือ ตัว Z-Hook จะยึดเข้าจับกับจันทัน ส่วน Solar Hook ของเอสซีจี เนี่ยจะยึดกับแป ซึ่งมีข้อดีคือจะทำให้ช่องว่าง หรือ Gap ในการซ้อนระหว่างกระเบื้องลดลง เมื่อเทียบกับ Z-Hook ทำให้ความเสี่ยงในการรั่วซึมลดน้อยลงไปเช่นเดียวกันครับ เปรียบเทียบการติดโซล่าเซลล์ด้วย Z-Hook และ Solar Hook ภาพ: เปรียบเทียบการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ ด้วยอุปกรณ์ Z-Hook ที่ยึดกับจันทัน (บน) กับการใช้อุปกรณ์ Solar Hook ที่ยึดกับแปซึ่งจะมีช่องว่างที่เสี่ยงรั่วซึมน้อยกว่า (ล่าง) 3) การติดโซลาร์เซลล์ด้วยอุปกรณ์ Solar Fix Solar Fix เป็นอุปกรณ์ที่ผลิตจากโรงงาน สำหรับติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เข้ากับกระเบื้องหลังคา SCG แต่ละรุ่น เป็นสิทธิบัตรเฉพาะของ SCG ซึ่งมีวิธีการติดตั้งที่ง่ายมากๆ เลยครับ เพียงแค่ถอดกระเบื้องแผ่นเก่าออก และนำโซลาร์ฟิกซ์ใส่เข้าไปแทนที่กระเบื้องเดิม จากนั้นก็เอารางเหล็ก รางเชื่อม มาเชื่อมเข้ากับ Solar Fix อีกที ลอนกระเบื้องของ Solar Fix จะติดตั้งได้ลงตัวเข้ากับลอนกระเบื้องหลังคา SCG แต่ละรุ่นโดยเฉพาะ รับรองได้ว่าติดตั้งไปแล้วปัญหาหลังคารั่วจะไม่ตามมาอย่างแน่นอนครับ ข้อดีอีกข้อก็คือ Solar Fix จะมีรูสายไฟ ทำให้เราสามารถรวมสายไฟต่างๆ สอดเข้าไปใต้โถงหลังคาได้เลย ทำให้งานติดตั้งหลังจากติดตั้งเสร็จแล้วเนี่ย มีความเป็นระเบียบและเรียบร้อย ไม่เห็นท่อสายไฟพลาดผ่านบนหลังคาครับ แต่ทั้งนี้ Solar Fix มีข้อจำกัดก็คือหลังคาที่จะติดตั้ง จะต้องเป็นกระเบื้องของ SCG เท่านั้น หากเป็นกระเบื้องหลังคาที่ไม่ใช่ของ SCG ทางทีมเราจะใช้ Solar Hook ในการยึดติดแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาแทนครับ นวัตกรรม Solar Fix อุปกรณ์ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์หลังคา SCG ป้องกันปัญหาหลังคารั่วซึม ภาพ: การติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ ด้วยอุปกรณ์ Solar Fix รับคำปรึกษา ติดโซลาร์เซลล์ SCG บนหลังคา ด้วย Solar Hook หรือ Solar Fix\ สรุปแล้ว ติดโซลาร์เซลล์เจ้าไหนดี ต้องบอกว่า Solar Roof พอติดตั้งไปแล้วเนี่ย มันไม่ได้อยู่กับเราแค่ 1-2 ปีนะครับ แต่มันอยู่กับเราเป็น 20-25 ปีเลย ดังนั้นเจ้าของบ้านควรต้องศึกษาข้อมูลสำคัญตามที่เล่าไป และเลือกบริษัทติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่มีความชำนาญ มีการสำรวจหลังคาโดยผู้เชี่ยวชาญ และใช้วิธีติดตั้งที่ทำให้เจ้าของบ้านมั่นใจว่าหลังคาเราจะไม่รั่ว รวมถึงมีบริการหลังการขายที่น่าเชื่อถือครับ อ่านเพิ่มเติม: รีวิวติดตั้ง SCG Solar Roof: เปิดแอร์กลางวัน ไม่หวั่นค่าไฟ ลดค่าใช้จ่ายได้จริง\ อ่านเพิ่มเติม: ชี้ชัด!! ทำไมต้องเลือกบริษัทติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ\ อ่านเพิ่มเติม: ติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop) อย่างไรให้คุ้มค่า? รวมเรื่องต้องรู้ก่อนติดแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาบ้าน\ บริการติดโซลาร์เซลล์ SCG พร้อมขออนุญาตครบวงจร โดย SCG Solar Roof Solution\ เนื้อหาโดย: Process Improvement and Installation manager จากทีมวิศวกร SCG Solar Roof Solutions เรียบเรียงโดย: ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล คลิกดู VDO\ ติดโซลาร์ รูฟยังไง ให้หลังคาไม่รั่ว ? | SOLAR SOGOOD คลิกดู VDO\ รีวิว เคสจริง ติดตั้งหลังคาโซลาร์ เอสซีจี ประหยัดไฟยังไง | SCG Solar Roof Solutions คลิกดู VDO\ หลังคาโซลาร์ เอสซีจี (SCG Solar Roof) พร้อมบริการครบวงจร | SCG Solar Roof Solutions เลือกซื้อสินค้าและบริการพร้อมติดตั้ง กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้บริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome