ทบทวนความรู้เรื่องแอร์ฉบับเจ้าของบ้าน ผ่านบทสัมภาษณ์วิศวกร เพื่อให้เจ้าของบ้านเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม รวมถึงดูแลรักษาแอร์บ้านให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น สารบัญบทความ คำนวณขนาดเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสม แอร์ติดผนัง-แอร์แบบแขวน-แอร์แบบ4ทิศทาง รู้จักกับเครื่องปรับอากาศฉบับแอร์บ้าน ก่อนเลือกซื้อ 1) ส่วนประกอบแอร์บ้านมีอะไรบ้าง? มือใหม่ควรรู้อะไรก่อนติดแอร์? แอร์บ้านทั่วไปจะมีส่วนประกอบหลักอยู่ 4 ส่วน ได้แก่ >1.1) คอมเพรสเซอร์ (Compressor) ทำหน้าที่ดูดอัดสารทำความเย็น >1.2) คอนเดนเซอร์ (Condenser) หรือเรียกอีกอย่างว่ารังผึ้งคอยล์ร้อน ทำหน้าที่ระบายความร้อนออกจากสารทำความเย็น >1.3) แคปทิวบ์ (Capillary Tube) หรือ อิเล็กทรอนิกส์ เอ็กซ์แพนชั่น วาล์ว (Electronic Expansion Valve) หน้าที่ลดความดันของสารทำความเย็น >1.4) อีวาโพเรเตอร์ (Evaporator) หรือเรียกอีกอย่างว่ารังผึ้งคอยล์เย็น ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนความร้อนในห้อง กับสารทำความเย็น แอร์บ้าน >ภาพ: ส่วนประกอบหลักของแอร์บ้านทั่วไป 2) คอยล์เย็นคืออะไร ทำหน้าที่อะไรในระบบแอร์ และมีส่วนประกอบอะไรบ้าง? คอยล์เย็นเป็นส่วนประกอบหนึ่งของแอร์ มีลักษณะเป็นโลหะขดไปมาตามความยาวของเครื่อง ทำหน้าที่ร่วมกับน้ำยาแอร์เพื่อให้ความเย็น ชุดคอยล์เย็นในแอร์บ้านประกอบไปด้วย Evaporator หรือรังผึ้งคอยล์เย็น, มอเตอร์พัดลม, โบลเวอร์กรงกระรอก, แผงคอนโทรล, เซนเซอร์, แผ่นฟอก, แผ่นกรอง และบอดี้หรือโครงเครื่อง 3) ซื้อแอร์ใหม่พร้อมติดตั้ง มีอุปกรณ์มาตรฐานอะไรบ้างที่แถมมาด้วย? สำหรับแอร์ของ Mitsubishi Heavy Duty ชุดติดตั้งมาตรฐานที่มีให้คือ ท่อสารทำความเย็น (ทองแดงพร้อมฉนวน), สายไฟมาตรฐาน มอก., เบรกเกอร์มาตรฐาน, รางครอบท่อ , ขายางรองคอยล์ร้อน, ท่อน้ำทิ้ง PVC ขนาด 3/8” สีเทา ซึ่งสามารถสอบถามข้อมูลจากผู้ขาย หรือดูรายละเอียดในหน้าเว็บไซต์สินค้าได้ 4) แอร์บ้านสามารถเดินท่อแอร์ยาวสุดได้กี่เมตร? แอร์บ้านแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อ ระยะของท่อแอร์ (ท่อสารทำความเย็น) ที่สามารถเดินได้จะไม่เท่ากัน แต่สำหรับแอร์ Mitsubishi Heavy Duty สามารถเดินท่อแอร์หรือท่อสารทำความเย็นได้ยาวสุดถึง 30 ม. ในรุ่นอินเวอร์เตอร์ 24,000 บีทียู (การเดินท่อแอร์หรือท่อสารทำความเย็นได้ในระยะไกล จะช่วยในเรื่องตำแหน่งการจัดวางให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น ติดแอร์ห้องหน้าบ้าน แต่อยากเอาคอยล์ร้อนไปซ่อนหลังบ้าน เป็นต้น) แอร์บ้าน การเดินท่อแอร์ >ภาพ: ตัวอย่างการเดินท่อแอร์ (ท่อสารทำความเย็น) เชื่อมซึ่งเชื่อมกับคอยล์ร้อน 5) แอร์คอยล์ทองแดง vs คอยล์อะลูมิเนียม ต่างกันยังไง? คอยล์ทองแดงกับคอยล์อะลูมิเนียม ในที่นี้หมายถึงท่อสารทำความเย็นบริเวณรังผึ้งคอยล์ร้อน ความแตกต่างจะอยู่ที่การดูแลรักษาและอายุการใช้งาน คอยล์ทองแดงมีความแข็งแรง ทนทานต่อการกัดกร่อน ถ่ายเทความร้อนได้ดีกว่า ยืดอายุการใช้งานได้นาน ซ่อมแซมง่าย ส่วนคอยล์อะลูมิเนียม น้ำหนักเบา ราคาย่อมเยากว่า ทั้งนี้กรณีคอยล์เกิดรั่วและไม่มีอะไหล่ให้เปลี่ยน ถ้าเป็นคอยล์ทองแดง ช่างสามารถซ่อมอุดรอยรั่วด้วยวิธีการเชื่อมตามปกติได้ แต่ถ้าเป็นคอยล์อะลูมิเนียม การซ่อมจะต้องอาศัยความชำนาญเป็นพิเศษเพราะถ้าใช้ความร้อนไม่เหมาะสมจะยิ่งทำให้คอยล์รั่วหนักกว่าเดิม 6) แอร์ Inverter (แอร์อินเวอร์เตอร์) กับ แอร์ธรรมดา ต่างกันยังไง แบบไหนประหยัดไฟกว่า? แอร์อินเวอร์เตอร์ กับแอร์ธรรมดา แตกต่างกันที่โปรแกรมการทำงานของคอมเพรสเซอร์ เมื่อเริ่มทำงานแอร์อินเวอร์เตอร์จะค่อยๆ เพิ่มความเร็วรอบการทำงานของคอมเพรสเซอร์ตามที่ได้โปรแกรมไว้ เมื่ออุณหภูมิภายในห้องใกล้เคียงกับอุณหภูมิที่รีโมท คอมเพรสเซอร์จะค่อยๆ ลดความเร็วรอบการทำงานลงแต่ไม่ถึงกับตัดการทำงาน ช่วยให้ประหยัดไฟและสามารถควบคุมอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำ (เหมาะกับห้องที่ต้องการอุณหภูมิคงที่) โดยระบบจะประมวลผลเองว่าคอมเพรสเซอร์ต้องทำงานที่ความเร็วรอบเท่าไหร่ ส่วนแอร์รุ่นธรรมดานั้น คอมเพรสเซอร์จะเริ่มต้นทำงานที่ความเร็วรอบสูงสุด จึงทำให้ใช้กระแสไฟฟ้าสูง และเมื่อทำอุณหภูมิภายในห้องต่ำกว่าที่รีโมท 1 องศา คอมเพรสเซอร์จะหยุดทำงานประมาณ 3 - 5นาที และจะเริ่มทำงานใหม่อีกครั้ง ช่วงที่หยุดการทำงานจะทำให้อุณหภูมิภายในห้องสูงขึ้น บางครั้งทำให้รู้สึกร้อน (แอร์ธรรมดาจะราคาถูกและกินไฟมากกว่าแอร์อินเวอร์เตอร์) 7) แอร์รุ่นใดประหยัดไฟ จะสามารถรู้ได้อย่างไร? สามารถดูได้ที่ฉลากเบอร์ 5 ถ้าแอร์รุ่นใดมีฉลากเบอร์ 5 แปะอยู่ แปลว่าแอร์รุ่นนั้นประหยัดไฟตามมาตรฐานของการไฟฟ้าแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ฉลากเบอร์ 5 ของแอร์รุ่นใหม่ๆ จะมีดาวด้วย ดาวจะมีตั้งแต่ 1ดาว ถึง 3 ดาว ดาวยิ่งเยอะจะยิ่งประหยัดไฟมากขึ้น นอกจากดาวแล้ว อีกค่าที่บ่งบอกถึงความประหยัดไฟคือค่า SEER ที่อยู่บนฉลากเบอร์ 5 ตัวเลขยิ่งมากจะยิ่งประหยัดมาก แอร์ประหยัดไฟ >ภาพ: ตัวอย่างสติกเกอร์ฉลากเบอร์ 5 บนเครื่องแอร์ ที่ระบุประสิทธิภาพการประหยัดไฟระดับ 3 ดาว และค่า SEER ที่ 25.69 บีทียู/ชั่วโมง/วัตต์ 8) ฉลากเบอร์ 5 ที่ว่านี้ รับรองโดยหน่วยงานใด ? ฉลากเบอร์ 5 ที่อยู่บนแอร์ทุกเครื่อง การไฟฟ้าแห่งประเทศไทยจะเป็นผู้ออกให้ ไม่สามารถจัดทำขึ้นมาเองได้ ถ้ามีบริษัทใดจัดทำขึ้นมาเอง มีความผิดถึงขั้นสั่งปิดโรงงาน 9) น้ำยาแอร์ R32 คืออะไร ดียังไง ทำไมแอร์รุ่นใหม่ถึงต้องใช้? ต้องขอชี้แจงก่อนว่า ในอดีตน้ำยาแอร์ที่ใช้กันจะเป็นน้ำยา R22 ซึ่งทำลายโอโซนที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ มีผลทำให้โลกร้อนขึ้น ต่อมาได้เปลี่ยนมาใช้เป็นน้ำยา R410a ซึ่งมีค่าทำลายโอโซนในชั้นบรรยากาศเป็น 0 แต่ค่าที่ทำให้โลกร้อนยังสูงอยู่มาก ปัจจุบันก็เลยเปลี่ยนมาใช้น้ำยา R32 ซึ่งเป็นสารทำความเย็นที่ใช้อยู่ในแอร์รุ่นใหม่ๆ คุณสมบัติจะไม่ทำลายโอโซนในชั้นบรรยากาศและมีค่าที่ทำให้โลกร้อนน้อยมากๆ 10) วิธีเช็กน้ำยาแอร์ที่บ้าน แอร์ของเราใช้น้ำยาอะไร น้ำยาแอร์แต่ละชนิดใช้แทนกันได้ไหม? น้ำยาแอร์จะระบุไว้ที่ Name Plate ของเครื่อง และน้ำยาแอร์ต่างชนิดกันจะไม่สามารถใช้ทดแทนกันได้ เนื่องจากผู้ผลิตจะออกแบบโครงสร้างขดลวดและซีลยางภายในของคอมเพรสเซอร์มาไม่เหมือนกัน จึงใช้ทดแทนกันไม่ได้ น้ำยาแอร์R32 ภาพ: ข้อมูลบน Name Plate ของเครื่องแอร์ที่ระบุถึงข้อมูลของน้ำยาแอร์ที่ใช้ การเลือกขนาดเครื่องปรับอากาศ (สำหรับแอร์บ้าน) 11) ควรเลือกแอร์กี่ BTU? วิธีคำนวณบีทียูแอร์ให้เหมาะกับขนาดห้อง ต้องทำยังไง? ? การเลือกขนาดของแอร์ให้เหมาะสมกับขนาดของห้อง จะต้องคำนึงถึงการใช้งานเป็นหลัก ตัวอย่างเช่น ห้องรับแขก คนที่ใช้งานมีหลายคน มีการเปิดทีวี และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ อุปกรณ์เหล่านี้จะคายความร้อนอยู่ตลอดเวลา ก็ต้องเลือกบีทียูของแอร์ที่สูงกว่าห้องนอนที่ขนาดเท่ากัน ยกตัวอย่างถ้าในตาราง ระบุว่า 9,000 BTU เหมาะกับห้องขนาด 9-12 ตารางเมตร หมายถึง ขนาดแอร์ 9,000 BTU เหมาะกับห้องรับแขกที่ขนาด 9-11 ตารางเมตร หรือห้องนอนที่ 11-12 ตารางเมตร เป็นต้น ขนาดแอร์ BTU แอร์กี่บีทียู >ภาพ: ตัวอย่างตารางแสดงเกณฑ์การเลือกขนาดเครื่องปรับอากาศอย่างง่าย 12) ห้องนั่งเล่นที่มีลักษณะเปิดโล่งติดโถงบันได แอร์จะทำงานหนักกว่าห้องทั่วไปหรือไม่? ติดแอร์ห้องโถงบันได/ห้องเปิดโล่ง ต้องใช้แอร์กี่ BTU ถึงจะเย็น? แอร์จะทำงานหนักกว่าห้องทั่วไป เนื่องจากพื้นที่เปิดโล่งเปรียบเสมือนการเพิ่มขนาดของห้อง ทำให้แอร์พยายามทำงานให้สัมพันธ์กับขนาดห้อง Btuแอร์ >ภาพ: ตัวอย่างห้องนั่งเล่นติดโถงบันได ซึ่งแอร์จะต้องทำงานหนักกว่าเมื่อเทียบกับห้องนั่งเล่นแบบปิดที่มีขนาดเท่ากัน 13) ห้องที่มีขนาดใหญ่ ควรติดแอร์ตัวเดียวที่มีบีทียูเหมาะสมกับขนาดห้อง หรือติดแอร์ที่มีบีทียูลดลงครึ่งนึง จำนวน 2 ตัว ดี ? สามารถเลือกได้ทั้ง 2 วิธี เพียงแต่ว่าถ้าเป็นกรณีที่ใช้แอร์ 2 ตัว ควรเปิดพร้อมกันทั้งสองตัว ไม่ควรเปิดเพียงตัวเดียวเพราะแอร์จะทำงานหนักจนเกินไป (วิธีนี้จะมีข้อดีถ้าหากแอร์ตัวใดตัวหนึ่งเสีย ก็ยังสามารถใช้แอร์อีกตัวได้) 1 นาที ถาม-ตอบเรื่องแอร์บ้าน: โถงบันได ห้องขนาดใหญ่ ควรติดตั้งแอร์แบบไหน รับชม VDO ถาม-ตอบเรื่องแอร์บ้าน: โถงบันได ห้องขนาดใหญ่ ควรติดตั้งแอร์แบบไหน คลิก\ 14) เหตุใดตัวเลขขนาดบีทียูบนฉลากเบอร์ 5 กับตัวเลขที่อยู่ในตารางบีทียู จึงไม่เหมือนกัน เช่น ฉลากเบอร์ 5 ระบุว่า 12,276 บีทียู/ชั่วโมง แต่ในตารางระบุว่า 12,000 บีทียู/ชั่วโมง เป็นต้น ? ตัวเลขที่ระบุบนฉลากเบอร์ 5 ของมิตซูบิชิ เฮฟวี่ ดิวตี้ (Mitsubishi Heavy Duty) ได้มาจากการทดสอบโดยการไฟฟ้า ซึ่งตัวเลขบีทียูที่ได้จะเป็นค่าที่ได้จากการทดสอบตามความเป็นจริงจะไม่มีการปัดเศษ ให้เป็นจำนวนเต็ม ในส่วนของตัวเลขที่อยู่ในตารางบีทียู เช่น 9,000 12,000 18,000และ 24,000 เป็นเพียงตัวเลขที่ได้มาจากการคำนวณของอเมริกาที่ใช้เรียกขนาดบีทียูเป็นตัน (1 ตัน = 12,000 บีทียู) 15) ห้องที่มีเพดานสูง 5 เมตร ควรติดแอร์ประเภทใด? อาจติดแอร์เพดานแบบแขวน แอร์ท่อลม แอร์แบบ 4 ทิศทาง แอร์ตู้ตั้ง หรือแอร์แบบติดผนัง (แต่ต้องติดต่ำลงมา) ที่แนะนำก็เป็นแอร์ประเภทตู้ตั้ง เพราะจะทำความเย็นในบริเวณที่ใช้งานจริงๆ แอร์บ้าน ภาพ: แอร์รูปแบบต่างๆ ได้แก่ แอร์ติดผนัง แอร์แบบแขวน แอร์ตู้ตั้ง แอร์ท่อลม และแอร์แบบ 4 ทิศทาง 16) แอร์ธรรมดา กับ แอร์อินเวอร์เตอร์ ต่างกันอย่างไร? แอร์ธรรมดากับแอร์อินเวอร์เตอร์ ต่างกันที่ทำงานของคอมเพรสเซอร์... แอร์ธรรมดาจะทำงานเต็มกำลัง 100% เมื่อเริ่มต้น จึงกินไฟสูง ในขณะที่แอร์อินเวอร์เตอร์จะค่อยๆ เพิ่มรอบการทำงานตามที่ได้ตั้งโปรแกรมไว้ และเมื่อทำอุณหภูมิได้ตามที่รีโมทสั่งแล้ว คอมเพรสเซอร์จะค่อยๆ ลดการทำงานลง การทำงานลักษณะนี้จะช่วยเรื่องการประหยัดไฟ สามารถควบคุมอุณหภูมิได้คงที่ ทั้งนี้ แอร์อินเวอร์เตอร์จะมีราคาสูงกว่าแอร์ธรรมดา แต่มีข้อดีเรื่องการประหยัดค่าไฟ และเสียงเงียบกว่า อาจจะเหมาะห้องนอนสำหรับผู้ที่ต้องการความเงียบเป็นพิเศษ ปัญหาและการดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศ ฉบับแอร์บ้าน 17) ปัญหาเปิดแอร์แล้วแอร์มีกลิ่นเหม็นอับ เกิดจากสาเหตุอะไร? อาจเกิดได้จากสาเหตุต่างๆ ดังนี้ >17.1) คอยล์เย็นสกปรก มีเชื้อโรค เชื้อรา เชื้อแบคทีเรียไปเติบโตในคอยล์ เนื่องจากไม่ได้ล้างแอร์เป็นเวลานาน >17.2) ปลายท่อน้ำทิ้งอยู่ใกล้บริเวณแหล่งน้ำทิ้ง เช่น คลอง หรือท่อระบายน้ำ ส่งผลให้กลิ่นไม่พึงประสงค์บางส่วนถูกดูดเข้ามาขณะแอร์ทำงาน แนะนำให้แก้ไขโดยการย้ายตำแหน่งท่อน้ำทิ้ง >17.3) เกิดกลิ่นจากสิ่งปฏิกูลของสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน >17.4) มีสัตว์เข้าไปตายอยู่ในคอยล์เย็น เช่น หนู จิ้งจก เป็นต้น >เสริม แอร์บางรุ่นมีความสามารถในการลดปัญหากลิ่นอับได้ เช่น แอร์ Mitsubishi Heavy Duty จะมีฟังก์ชั่น Self Clean Operation หรือเรียกสั้นๆ ว่า โหมดคลีน ซึ่งโหมดคลีนจะเริ่มทำงานหลังจากที่เราปิดแอร์แล้ว โดยใบพัดของพัดลมคอยล์เย็นจะทำงานในรอบต่ำ เพื่อไล่ความชื้นในคอยล์เย็นเป็นเวลา 2 ชม. ส่งผลให้คอยล์เย็นไม่มีความชื้น ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นเหม็นอับ (การทำงานในโหมดนี้กินไฟน้อยมาก จึงไม่ต้องกังวลเรื่องค่าไฟ แนะนำให้เปิดใช้โหมดคลีนอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันการเกิดกลิ่นเหม็นอับ แต่หากแอร์เริ่มมีกลิ่นแล้วควรล้างแอร์เพื่อทำความสะอาดคอยล์เย็น 18) ห้องที่มีความชื้นมากจะส่งผลเสียกับแอร์หรือไม่ และการเปิดแอร์จะช่วยกำจัดความชื้นได้ไหม? ห้องที่มีความชื้นมาก เช่น ห้องนอนที่ติดห้องน้ำ แอร์จะทำงานหนักกว่าห้องปกติ จึงควรปิดประตูห้องน้ำ เพื่อลดภาระการทำงานของแอร์ อย่างไรก็ดี หน้าที่ของแอร์คือ ทำความเย็นและควบคุมความชื้นให้อยู่ในเกณฑ์ที่ผู้อยู่อาศัยรู้สึกสบายตัว ก็ถือว่าช่วยได้ระดับหนึ่ง ทั้งนี้ สำหรับแอร์บางรุ่น เช่น แอร์ Inverter ของ Mitsubishi Heavy Duty จะมี Humidity Sensor ที่ทำหน้าที่ตรวจจับความชื้นภายในห้อง หากตรวจพบว่าภายในห้องมีความชื้นสูงเกินค่าที่กำหนดไว้ เครื่องจะคำนวณ และปรับการทำงานอัตโนมัติ เพื่อให้ค่าความชื้นลดลงอยู่ในค่าที่กำหนดไว้ เป็นสาเหตุให้บางครั้งผู้ใช้งานไม่สามารถปรับตำแหน่งบานสวิงได้ เนื่องจากแอร์กำลังทำงานอยู่ในกระบวนการการลดความชื้น แอร์บ้าน ภาพ: ห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัวจะมีความชื้นสูง แอร์จึงทำงานหนักกว่าห้องนอนปกติที่มีขนาดเท่ากัน ควรปิดประตูห้องน้ำเพื่อลดภาระการทำงานของแอร์ 19) ปัญหาน้ำยาแอร์รั่วเกิดจากสาเหตุใด สามารถแก้ไขได้อย่างไร? ปัญหาน้ำยาแอร์รั่วเกิดได้ 2 สาเหตุ คือ >19.1) เกิดจากการติดตั้ง โดยมักจะพบการรั่วบริเวณจุดเชื่อมต่อท่อน้ำยาระหว่างคอยล์เย็น และคอยล์ร้อน หรือที่เรียกว่า แฟร์ อาจเกิดได้จากการบานท่อน้ำยาไม่ดี ขันแฟร์ไม่แน่น หรือขันแน่นจนเกินไปส่งผลให้แฟร์แตกและเกิดการรั่วซึม >19.2) เกิดจากสภาพแวดล้อม โดยมักพบปัญหาคอยล์รั่วกับบ้านที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ ในการซ่อม ต้องเช็คหารอยรั่วและแก้ไขให้เรียบร้อยจึงค่อยเติมน้ำยาแอร์ เพราะถ้าเติมน้ำยาโดยที่ไม่ซ่อมจุดรั่ว น้ำยาแอร์ก็จะพร่องอีก 20) เจ้าของบ้านทั่วไป จะรู้ได้อย่างไรว่าเกิดปัญหาน้ำยาแอร์รั่ว? อาการที่แสดงออกมาคือ แอร์ไม่เย็น และมีน้ำหยด บางเคสอาจมีน้ำแข็งกระเด็นออกมาทางช่องส่งลม 21) ปัญหาแอร์ไม่เย็นและมีน้ำหยด นอกจากน้ำยาแอร์รั่วแล้ว มีสาเหตุอื่นร่วมด้วยหรือไม่? บางครั้งอาการนี้อาจเกิดจากแอร์สกปรกไม่ได้ล้างเป็นเวลานาน หรือมีสิ่งสกปรกไปอุดตันที่บริเวณท่อน้ำทิ้ง ทำให้ระบายได้ไม่ดีเท่าที่ควร หรืออาจเกิดจากห้องที่มีความชื้นมาก เช่น ร้านเสริมสวย ที่มักจะพบปัญหาน้ำหยดหรือบางครั้งแอร์จะพ่นหมอกหรือไอน้ำออกมา 22) แอร์มีอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันฝุ่น PM 2.5 หรือไม่? ถ้าเป็นแอร์ของMitsubishi Heavy Duty ก็จะมีแผ่นกรอง Nano Carbon Air Filter ซึ่งเป็นแผ่นกรองที่ใช้กรองฝุ่น PM 2.5 เจ้าของบ้านสามารถติดตั้งได้ด้วยตัวเอง และไม่ต้องกังวลว่า ติดแล้วจะไปขัดขวางแรงลมทำให้เพิ่มภาระการทำงานของแอร์ เพราะจากการทดสอบที่ทุกระดับความเร็วลม พบว่ามีผลเพียงเล็กน้อย ไม่ถึง 5% ซึ่งถือว่าไม่มีผลต่อการใช้งาน แผ่นกรองแอร์pm2.5 >ภาพ: แผ่นกรอง Nano Carbon Air Filter ซึ่งเป็นแผ่นกรองที่ใช้กรองฝุ่น PM2.5 ซึ่งเจ้าของบ้านสามารถนำไปติดตั้งกับแอร์บ้านได้ด้วยตัวเอง 23) เจ้าของบ้านควรดูแลรักษาแอร์อย่างไรบ้าง ? แนะนำให้ใช้บริการช่างล้างแอร์ทุกๆ 6 เดือน เพื่อให้แอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและไม่กินไฟจนเกินไป โดยระหว่างนั้นทุกๆ 1 เดือน แนะนำให้เจ้าของบ้านถอดเฉพาะแผ่นตะแกรงออกมาล้าง เพื่อช่วยลดภาระการทำงานของแอร์ ล้างแอร์บ้าน ภาพ: แผ่นตะแกรงที่เจ้าของบ้านสามารถถอดออกจากแอร์ นำมาล้างได้ด้วยตัวเอง >เลือกขนาดเครื่องปรับอากาศด้วยตัวเอง คลิก\ ทั้งนี้ SCG HOME จำหน่ายเครื่องปรับอากาศจำนวนมาก สนใจ สั่งซื้อเครื่องปรับอากาศ ราคาโครงการ >ขอบคุณที่มาข้อมูล >ทีมวิศวกรแผนกเทคนิค จาก Mitsubishi Heavy Duty วิธีสั่งซื้อ เครื่องปรับอากาศ แอร์ติดผนัง แอร์แขวนและอุปกรณ์ ง่ายเพียง 3 ขั้นตอน กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง หรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome ซื้อ เครื่องปรับอากาศ แอร์ติดผนัง แอร์แขวนและอุปกรณ์ ออนไลน์ที่ SCGHOME.COM มีให้เลือกมากมาย เลือกซื้อ แอร์บ้านและแอร์ติดผนัง มีให้เลือกหลากหลายแบรนด์ แอร์ติดผนัง Mitsubishi มิตซูบิชิ , แอร์ติดผนัง Carrier แคเรียร์ , แอร์ติดผนัง Beko เบโค , แอร์ติดผนัง Hisense ไฮเซนส์ , แอร์โซลาร์เซลล์ติดผนัง Sinclair ทุกขนาด 9,000 BTU, 18,000 BTU, 24,000 BTU และแอร์ Inverter หลายรุ่นให้เลือก รวมถึงมี บริการติดตั้งแอร์แบบติดผนัง แอร์บ้านราคาถูก คุณภาพดี ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ห้องเย็นสดชื่น ประหยัดพลังงานและประหยัดไฟสูงสุด รักษาระดับอุณหภูมิห้องได้อย่างคงที่และมีประสิทธิภาพ ประหยัดไฟมาตรฐานเบอร์ 5 เลือกซื้อแอร์บ้านติดผนังที่ SCGHOME.COM พร้อมโปรโมชันส่วนลดตลอดปี จัดส่งทั่วไทย ช้อปมั่นใจ ช้อปปลอดภัยแน่นอน
ฉนวนกันความร้อน เป็นตัวช่วยหนึ่งในการลดความร้อนให้บ้าน การจะเลือกฉนวนกันความร้อนมาใช้กับบ้าน ไม่ว่าจะเป็น ฉนวนกันความร้อนหลังคา ฉนวนกันความร้อนผนัง\ แนะนำให้ดูว่าฉนวนนั้นๆ มี "ค่าการต้านทานความร้อน" และ "ค่าการนำพาความร้อน" เป็นอย่างไร ฉนวนกันความร้อนหลังคา ฉนวนกันความร้อนผนัง SCG Stay Cool และ Cool Wall ฉนวนกันความร้อนที่ดี ภาพ: คุณสมบัติฉนวนกันความร้อนที่ดี ค่าการต้านทานความร้อน หรือ ค่า R (Resistivity) เป็นค่าแสดงความสามารถในการต้านทานความร้อนของวัสดุนั้นๆ มีหน่วยเป็น m2K/W หรือ hr.ft2.°F/Btu โดยที่ค่า R ยิ่งมากจะยิ่งต้านทานความร้อนได้ดี หากเราต้องการลดความร้อนที่จะผ่านเข้าสู่ตัวบ้าน จึงควรเลือกใช้ฉนวนที่มีค่า R สูง ค่าการนำพาความร้อน หรือ ค่า K (Thermal Conductivity) คือค่าที่แสดงความสามารถในการถ่ายเทความร้อนด้วยการนำความร้อนของวัสดุ มีหน่วยเป็น W/(m.K) หรือ Btu/(hr ft °F) โดยค่า K ยิ่งสูงจะยิ่งนำความร้อนมาก ดังนั้น หากต้องการป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน ควรเลือกใช้วัสดุที่มีค่า K ต่ำ สูตรคำนวนหาค่าRและK ภาพ: สูตรคำนวณหาค่า R และ ค่า K ฉนวนยิ่งหนายิ่งกันร้อนได้ดี ภาพ: จากสูตรการคำนวณ จะเห็นว่าความหนาฉนวนยิ่งมาก* ก็ยิ่งมีค่าการต้านทานความร้อนสูง จึงยิ่งกันความร้อนได้ดี* จากสูตรคำนวณหาค่า R และ ค่า K ของฉนวนกันความร้อน จะเห็นว่า ค่า R จะหาได้จาก ความหนาวัสดุหารด้วยค่า K ดังนั้น ค่า R จึงแปรผกผันกับค่า K และหากเราต้องการวัสดุฉนวนที่จะช่วยป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน ควรเลือกใช้วัสดุที่มีค่า R สูง ค่า K ต่ำ เพื่อให้ช่วยลดความร้อนที่จะผ่านเข้าสู่ตัวบ้านได้ดียิ่งขึ้น *อย่าลืมเปรียบเทียบฉนวนในหน่วยเดียวกัน เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการเปรียบเทียบวัสดุฉนวนแต่ละชนิด นอกจากการพิจารณาฉนวนกันความร้อนจาก ค่า R และ ค่า K แล้ว เราควรดูเรื่องคุณสมบัติ ข้อดีข้อเสียของฉนวนแต่ละวัสดุแต่ละประเภทก่อนการตัดสินใจอีกด้วย . อ่านเพิ่มเติม: ฉนวนกันความร้อน เลือกอย่างไรให้คุ้มค่า\ อ่านเพิ่มเติม: ปูฉนวนกันความร้อน: เลือกฉนวนแบบไหนดี? 3 ประเภทฉนวนต่างกันอย่างไร ติดตั้งตรงไหนให้บ้านใหม่เย็น\ ทางเลือกป้องกันความร้อน นอกจากฉนวนกันความร้อน นอกจากการเลือกใช้ฉนวนเพื่อป้องกันความร้อนแล้ว เรายังมีทางเลือกอื่นๆ ที่จะช่วยป้องกันความร้อนก่อนเข้าสู่ตัวบ้านได้ ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบจัดวางตัวอาคารในทิศทางที่เหมาะสมโดยเปิดช่องเปิดในฝั่งที่ลมโกรกรับแดดยามเช้าหรือแสงแดดส่องน้อย การปลูกต้นไม้ใหญ่ช่วยบังแสงแดดให้ผนังหรือหลังคาบ้านหรือทำระแนงแผงบังตาส่วนที่แดดแรง และเลือกใช้วัสดุในการก่อสร้างบ้านที่มีการนำพาความร้อนต่ำหรือต้านทานความร้อนสูง รวมถึงการทำระบบการระบายถ่ายเทอากาศที่ดี เป็นต้น . อ่านเพิ่มเติม: บ้านร้อนหลังเดิม: 6 วิธีง่าย ๆ ที่ช่วยลดความร้อนให้บ้านกลับมาเย็นสบายทันใจ\ สนใจ ฉนวนกันความร้อน STAYCOOL พร้อมบริการติดตั้ง คลิก\ เลือกซื้อฉนวนกันความร้อนหลังคา ฉนวนกันความร้อนผนัง ฉนวนกันความร้อน SCG STAY COOL และ Cool Wall ทั้งสินค้า\และสินค้าพ่วงบริการติดตั้ง\โดยช่างผู้ชำนาญ พร้อมรับข้อเสนอ โปรโมชันพิเศษต่างๆ ได้ที่ SCGHOME.COM หรือ SCGHOME APP วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome
บ้านร้อนเป็นหนึ่งในปัญหายอดฮิตของคนไทย โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง การเข้าใจสาเหตุบ้านร้อน ที่มาของความร้อน และรู้วิธีแก้ไขปัญหาบ้านร้อนที่ตรงจุดในแต่ละส่วน ตั้งแต่หลังคา ผนัง ประตูหน้าต่าง พื้นที่รอบบ้าน รวมถึงการระบายอากาศและความร้อนในบ้านอย่างเหมาะสม จะช่วยให้บ้านเย็นขึ้นได้ในระยะยาว สารบัญบทความ >เรื่องที่ 1: เจาะลึก “4 สาเหตุบ้านร้อน” เข้าใจที่มาความร้อนให้เคลียร์ก่อนแก้ปัญหา >เรื่องที่ 2: แนวทางแก้ปัญหาบ้านร้อน กับวิธีทำให้บ้านเย็นขึ้นและประหยัดพลังงาน >เรื่องที่ 3: ทำหลังคากันความร้อน ระบายความร้อนหลังคาให้บ้านเย็นขึ้น >เรื่องที่ 4: วิธีแก้ดาดฟ้าร้อน เปลี่ยนดาดฟ้าคอนกรีตให้เย็นสู้แดด >เรื่องที่ 5: ทำผนังกันความร้อน ลดความร้อนจากผนังให้บ้านเย็นขึ้น >เรื่องที่ 6: ลดความร้อนจากประตูหน้าต่าง ลดปัญหาบ้านร้อน >เรื่องที่ 7: เปลี่ยนพื้นรอบบ้านเย็นขึ้น ไม่สะสมความร้อน ช่วยแก้ปัญหาบ้านร้อน >เรื่องที่ 8: แก้ปัญหาบ้านร้อน ต้องระบายอากาศในบ้านดี บ้านถึงจะเย็นได้ >เรื่องที่ 9: รับมือปัญหาต่อเนื่อง จากเรื่องแดดแรง บ้านร้อน เรื่องที่ 1: เจาะลึก “4 สาเหตุบ้านร้อน” เข้าใจที่มาความร้อนให้เคลียร์ก่อนแก้ปัญหา แดดแรงตอนกลางวันทำให้บ้านร้อนเหมือนเตาอบ อยู่ยาก บางครั้งต้องเปิดแอร์ไว้นานกว่าจะห้องเย็น บางทีก็สงสัยว่าทำไมตกดึกแล้วในบ้านยังอบอ้าวทั้งที่ข้างนอกเริ่มเย็นแล้ว? ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าปัญหาบ้านร้อนไม่ได้เกิดจากแดดเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก 4 ปัจจัย ดังต่อนี้ 1) วางผังบ้านผิดชีวิตเปลี่ยน หนึ่งในต้นเหตุบ้านร้อน การจัดวางตำแหน่งห้องไม่สัมพันธ์กับทิศทางแดดและลม คือจุดเริ่มต้นของปัญหาบ้านร้อนสะสม ห้องใช้งานหลักอยู่ทิศรับแดด: หลายบ้านวางห้องนอนหรือห้องนั่งเล่นไว้ทางทิศใต้และทิศตะวันตก ซึ่งเป็นทิศที่รับแดดบ่ายยาวนานและรุนแรงที่สุด ทำให้ห้องสะสมความร้อนไว้จนอิ่มตัวและคายออกมาในช่วงค่ำ ตำแหน่งบ้านขวางทางลม: การวางตำแหน่งอาคาร หรือกำหนดตำแหน่งห้องที่ทำให้เกิดการปิดกั้นทางลมประจำถิ่น (ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมตะวันออกเฉียงเหนือ) เป็นผลให้บ้านไม่มีการถ่ายเทอากาศบริสุทธิ์ รวมถึงการวางเฟอร์นิเจอร์ขวางหน้าต่าง เช่น ตู้เสื้อผ้าหรือชั้นวางของที่วางบังทิศทางลม ทำให้การระบายอากาศติดขัด 2) ใช้วัสดุอมความร้อน หรือความร้อนผ่านเข้าบ้านง่าย ทำให้บ้านร้อน วัสดุก่อสร้างเปรียบเสมือน "เครื่องเก็บประจุความร้อน" หากเลือกใช้ไม่เหมาะกับเมืองร้อน บ้านจะกลายเป็นเตาอบทันที หลังคาและโถงใต้หลังคา: จุดที่รับศึกหนักที่สุด (รับความร้อนสูงถึง 70%) หากไม่มีฉนวนกันความร้อนหรือระบบระบายอากาศใต้หลังคา ความร้อนจะแผ่ลงผ่านฝ้าเพดานเข้าสู่ตัวบ้านโดยตรงอย่างเต็มที่ ผนังอิฐและคอนกรีต: ผนังอิฐมอญหรือคอนกรีตมีคุณสมบัติอมความร้อนสูง ในช่วงกลางวันจะดูดซับความร้อนจนอิ่มตัว และจะเริ่ม "คายความร้อน" ออกมาในบ้านช่วงหัวค่ำ กระจกและช่องแสง: ประตูหน้าต่างกระจกทั่วไปเปรียบเสมือนทางด่วนให้รังสีความร้อนจากแสงแดดวิ่งเข้าบ้าน รวมถึงความร้อนจากพื้นคอนกรีตรอบบ้าน หรือลานจอดรถรอบบ้านที่สะท้อนย้อนกลับเข้าบ้านทางกระจกประตูทางหน้าต่างด้วย 3) กิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในบ้าน ก็ทำให้บ้านร้อนได้ กิจกรรมต่างๆ และการใช้ชีวิตของเราเป็นอีกปัจจัยที่สร้างความร้อนสะสมภายในบ้าน ซึ่งบางทีเราไม่ทันได้นึก เครื่องใช้ไฟฟ้าปล่อยความร้อน: คอมเพรสเซอร์ตู้เย็น, เตาอบ, เตาแก๊สในครัว ไปจนถึงคอมพิวเตอร์และหลอดไฟ ต่างปล่อยความร้อนออกมาตลอดเวลา ความร้อนจากร่างกายมนุษย์: ร่างกายคนเรามีการเผาผลาญและคายความร้อนสม่ำเสมอ โดยเฉพาะยามที่มีการเคลื่อนไหวร่างกาย ออกกำลังกาย ยิ่งในห้องปิดที่มีคนอยู่รวมกันมาก จะยิ่งเกิดความร้อนทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นได้หากไม่มีการระบายอากาศที่เหมาะสม 4) บ้านร้อนอบอ้าว เพราะระบบระบายอากาศไม่ดีพอ เมื่อความร้อนเข้ามาในบ้านแล้วแต่หาทางออกไม่ได้ บ้านจึงกลายเป็น "ระบบปิด" ที่สะสมความร้อนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การออกแบบที่ไม่ได้คำนึงเรื่องระบายอากาศที่ดี: มีช่องเปิด (ประตู-หน้าต่าง) น้อยเกินไป หรือตำแหน่งหน้าต่างไม่สัมพันธ์กัน (ไม่มีทางลมเข้า-ออกที่ชัดเจน) ทำให้ลมไม่เกิดการไหลเวียนถ่ายเทเข้าออกภายในและภายนอกบ้าน พฤติกรรมการใช้งาน: หลายบ้านจำเป็นต้องปิดบ้านมิดชิดเกือบตลอดเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงฝุ่นเชื้อโรคจากภายนอกบ้าน ป้องกันขโมยเข้าบ้านเพราะไม่มีคนอยู่บ้านตอนกลางวัน เมื่อบ้านปิดมิดชิด อากาศและความร้อนที่สะสมในบ้านก็ไม่มีช่องทางระบายออก ความชื้นภายในบ้านสร้างความรู้สึกร้อนอบอ้าว: ความชื้นจากห้องน้ำในบ้าน การทำอาหาร การตากผ้าในบ้าน ความชื้นจากภายนอกบ้านที่เข้ามาสะสมในบ้าน รวมถึงไอน้ำที่ออกมาจากร่างกายเรา (โดยเฉพาะเมื่อมีคนอยู่ในบ้านจำนวนมาก) ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัย เพิ่มความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ ทำให้เรารู้สึก "ร้อนเหนียวตัว" และอึดอัดมากกว่าปกติ อ่านเพิ่มเติม: ทำไมบ้านร้อน: เปิดสาเหตุที่หลายคนมองข้าม\ อ่านเพิ่มเติม: ติดฉนวนแล้วทำไมบ้านยังร้อน แก้ปัญหาอย่างไร?\ ฉนวนกันความร้อน พร้อมบริการติดตั้งปูบนฝ้าเพดาน คลิก\ 3 แนวทางแก้ปัญหาบ้านร้อน วิธีทำให้บ้านเย็น ประหยัดพลังงาน เรื่องที่ 2: แนวทางแก้ปัญหาบ้านร้อน กับวิธีทำให้บ้านเย็นขึ้นและประหยัดพลังงาน เมื่อบ้านร้อนระอุจนอยู่ไม่สุข การรู้วิธีแก้ปัญหาบ้านร้อนอย่างถูกจุดจะช่วยให้บ้านกลับมาน่าอยู่และประหยัดค่าไฟได้ในระยะยาว โดยอาศัยวิธีทำให้บ้านเย็นผ่าน 3 แนวทางหลัก คือ การป้องกันความร้อน การระบายความร้อน และการสร้างลมเย็นหรือไอเย็นในบ้าน 1) แก้ปัญหาบ้านร้อนโดยป้องกันความร้อนเข้าบ้าน ป้องกันความร้อนจากส่วนประกอบต่างๆ ของบ้าน ทั้งหลังคา ประตูหน้าต่าง ผนังบ้าน และพื้นรอบบ้าน ทำหลังคากันความร้อน หลังคาคือจุดที่รับแดดแรงที่สุด ซึ่งเราสามารถป้องกันความร้อนจากหลังคาได้ ด้วยการติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อนใต้กระเบื้องหลังคา และปูฉนวนกันความร้อนบนฝ้าเพดานชั้นบนสุด เพื่อบล็อกความร้อนไม่ให้แผ่ลงมาสู่ห้องนอนและห้องต่างๆ ป้องกันความร้อนจากแดดที่ส่องเข้าประตูหน้าต่าง ติดกันสาดหรือทำระแนงบังแดดเพื่อลดทอนแสงแดดส่องโดยตรง เลือกใช้กระจกตัดแสงหรือติดฟิล์มกรองแสง และเสริมด้วยม่านหรือมู่ลี่ภายใน ทำผนังกันร้อน โดยเฉพาะผนังทิศตะวันตกที่รับแดดบ่าย เราสามารถทำผนังเบาซ้อนผนังด้านในพร้อมซ่อนฉนวนกันความร้อน ทาสีสะท้อนความร้อนที่ผนังภายนอก ติดตั้งไม้เทียมตกแต่งผนังภายนอกรวมถึงการทำสวนแนวตั้ง เพื่อช่วยดูดซับความร้อนก่อนถึงตัวผนัง ป้องความร้อนจากพื้นรอบบ้าน โดยใช้วัสดุปูพื้นตกแต่งพื้นที่มีคุณสมบัติอมความร้อนและสะท้อนความร้อนน้อย เพื่อลดปริมาณความร้อนที่สะท้อนมายังผนังและกระจกประตูหน้าต่าง 2) แก้ปัญหาบ้านร้อน ด้วยการระบายความร้อนออกจากบ้าน เป็นอีกปัจจัยที่มองข้ามไม่ได้ เพราะต่อให้เราป้องกันความร้อนเข้าบ้าน ติดฉนวนกันความร้อนอย่างดี แต่ความร้อนในบ้านไม่สามารถระบายออกได้ บ้านก็จะร้อนอบอ้าว (เป็นที่มาว่าทำไมบางบ้านติดฉนวนกันความร้อนแล้วบ้านยังร้อนอยู่) ดังนั้นการระบายอากาศที่ดีจึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งสามารถทำได้ด้วยตั้งแต่วิธีง่ายๆ ธรรมดาอย่าง การเปิดประตูหน้าต่างระบาย การสร้างช่องลมออกจากหลังคาและฝ้าชายคา จนถึงการติดตั้งชุดอุปกรณ์ระบายอากาศ ที่ช่วยเร่งกลไกระบายอากาศในบ้านได้แม้บ้านปิดมิดชิด 3) แก้ปัญหาบ้านร้อน สร้างลมเย็น และไอเย็นในบ้าน แม้จะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ก็นับว่าจำเป็นสำหรับเมืองร้อนอย่างบ้านเราที่จะต้องพึ่งอุปกรณ์อย่าง พัดลม พัดลมเพดาน พัดลมไอเย็น รวมถึงแอร์ซึ่งเป็นตัวช่วยที่ทำให้เย็นทันใจแต่ก็กินค่าไฟสูง หลายบ้านจึงเลือกที่จะติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ หรือใช้แอร์โซลาร์เซลล์ เป็นทางเลือกในการประหยัดค่าไฟ อ่านเพิ่มเติม: บ้านร้อนหลังเดิม: 6 วิธีง่าย ๆ ที่ช่วยลดความร้อนให้บ้านกลับมาเย็นสบายทันใจ\ อ่านเพิ่มเติม: เลือกฉนวนกันความร้อนอย่างไรให้บ้านเย็น\ อ่านเพิ่มเติม: ทำบ้านให้ระบายอากาศได้ เพื่อสุขภาพที่ดี\ อ่านเพิ่มเติม: 5 เรื่องน่ารู้ เลือกพัดลมเพดานให้โดนใจใช้ดี\ เลือกซื้อพัดลมเพดานหลากดีไซน์ พร้อมบริการติดตั้ง คลิก\ หลังคากันร้อน ป้องกันความร้อนจากหลังคา หลังคาบ้านเย็น ฉนวนกันร้อนหลังคา ระบายความร้อนหลังคา เรื่องที่ 3: ทำหลังคากันความร้อน ระบายความร้อนหลังคาให้บ้านเย็นขึ้น เพราะความร้อน 70% ของบ้านมาจากหลังคา การลดความร้อนจากหลังคาเป็นสิ่งที่ควรทำอันดับแรก โดยอาศัย 2 หลักการคือ ป้องกันความร้อนจากหลังคาเข้าบ้าน และระบายความร้อนออกจากหลังคา 1) ทำหลังคากันร้อน ป้องกันความร้อนจากหลังคาเข้าบ้าน วัสดุที่ใช้ป้องกันความร้อนจากหลังคา อาจมีประเภทต่างๆ แต่โดยหลักแล้วจะอาศัย “การสะท้อนความร้อน” กับ “การป้องกันความร้อน” ซึ่งอาจเลือกใช้ทั้ง 2 วัสดุซึ่งทำหน้าที่แตกต่างกันควบคู่กันคือ ติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อนที่แปหลังคา: ในรูปของแผ่นสะท้อนความร้อน\อะลูมิเนียมฟอยล์ ซึ่งติดตั้งได้ทั้งบนแปหรือใต้แปบริเวณโครงหลังคา โดยมีหน้าที่หลักคือ “สะท้อนรังสีความร้อนออกจากหลังคา” อย่างไรก็ตามหากเจ้าของบ้านต้องการเพิ่มฟังก์ชันการ “กันความร้อน” แนะนำให้ปูฉนวนกันความร้อนหลังคาบนฝ้าเพดานร่วมด้วย หรือใช้แผ่นสะท้อนความรุ่นที่มีฉนวนกันความร้อนในตัว ปูฉนวนกันความร้อนหลังคาบนฝ้าเพดาน: ใช้วัสดุที่มีค่า R (Resistivity) หรือค่ากันความร้อนสูง อย่างเช่น ฉนวนใยแก้ว\ มาปูบนฝ้าเพดานชั้นบนสุด เพื่อทำหน้าที่ “ป้องกันความร้อนจากโถงหลังคา” ไม่ให้ผ่านฝ้าเพดานลงมาภายในบ้าน โดยเฉพาะห้องนอนชั้นบน ทั้งนี้ฉนวนใยแก้วที่มีความหนามากจะยิ่งมีค่า R สูงซึ่งจะยิ่งกันความร้อนได้มาก 2) ระบายความร้อนออกจากหลังคา ใช้ฝ้าชายคาระบายอากาศ: สามารถเลือกได้ทั้งการทำฝ้าระแนงไม้ตีเว้นร่องระบายอากาศ ใช้ฝ้าชายคาระบายอากาศ\ โดยคำนึงเรื่องการติดตั้งมุ้งลวดป้องกันแมลง อีกทางเลือกที่สะดวกคือใช้ฝ้าชายคาระบายอากาศที่มีมุ้งกันแมลงในตัว หรือใช้ฝ้าชายคาระบายอากาศไวนิล\ ซึ่งออกแบบช่องระบายอากาศให้สามารถป้องกันแมลงได้ ติดตั้งกระเบื้องปล่องระบายอากาศที่หลังคา: กระเบื้องหลังคาบางรุ่น สามารถติดตั้งกระเบื้องที่มีช่องระบายอากาศ\เพื่อให้อากาศและความร้อนในโถงหลังคาระบายถ่ายเทออกไปได้ นอกจากนี้ ยังมี “ชุดอุปกรณ์ระบายอากาศ” ซึ่งช่วยให้บ้านระบายอากาศได้แม้ปิดมิดชิด ที่อาศัยหลักการเดียวกัน คือดูดเอาอากาศและความร้อนในบ้านผ่านโถงหลังคา แล้วระบายออกทางกระเบื้องหลังคาที่มีปล่องระบายอากาศในตัว อ่านเพิ่มเติม: หลังคากันร้อนเพื่อบ้านเย็น แก้ปัญหาเน้นๆ แบบตรงจุด\ อ่านเพิ่มเติม: ฉนวนกันความร้อนโถงหลังคา: 4 ทางเลือกลดความร้อนให้บ้านเย็น แบบไหนดีสุด\ อ่านเพิ่มเติม: ถาม-ตอบ ระบบระบายอากาศ SCG Active AIRflow™ System\ ฝ้าชายคาระบายอากาศ พร้อมบริการติดตั้ง คลิก\ ดาดฟ้าร้อน วิธีแก้ดาดฟ้าร้อน ตึกแถว ปูกระเบื้องดาดฟ้ากันร้อน ทาสีกันร้อนดาดฟ้า จัดสวนดาดฟ้า กันร้อน เรื่องที่ 4: วิธีแก้ดาดฟ้าร้อน เปลี่ยนดาดฟ้าคอนกรีตให้เย็นสู้แดด บ้านตึกแถวหรือบ้านทรงกล่องที่มีหลังคาดาดฟ้าซึ่งต้องรับแดดตลอดทั้งวัน จะเจอปัญหาดาดฟ้าร้อนเนื่องจากคอนกรีตสะสมความร้อนและแผ่ลงสู่ตัวบ้าน ทำให้บ้านร้อนอบอ้าวในช่วงค่ำ โดยเฉพาะชั้นบนสุด ทั้งนี้เราสามารถเลือกวิธีต่างๆ เพื่อลดความร้อนดาดฟ้าได้ 1) ทาสีกันซึมดาดฟ้าสะท้อนความร้อน เป็นสีทากันซึมดาดฟ้า\ที่ทำหน้าที่เป็นสีทาดาดฟ้ากันร้อนในตัวมีให้เลือกทั้ง อะคริลิก โพลียูรีเทน และ Modified Silicone Acrylic ที่ผสมสารช่วยสะท้อนรังสีความร้อน ลดการสะสมความร้อนในเนื้อคอนกรีต 2) ปูกระเบื้องดาดฟ้าเว้นร่องระบายความร้อน (Solar Slab) กระเบื้องปูพื้นดาดฟ้าวัสดุซีเมนต์อัดแรงสูง\ มุมทั้ง 4 ขึ้นรูปเป็นขาตั้ง ช่วยสร้างช่องว่างให้อากาศถ่ายเทระหว่างตัวกระเบื้องกับพื้นดาดฟ้า แสงแดดจึงไม่กระทบพื้นคอนกรีตโดยตรง ช่วยลดการสะสมความร้อนและป้องกันการแตกร้าวของพื้นผิวดาดฟ้าได้ 3) ติดตั้งฉนวนกันความร้อน ใต้พื้นดาดฟ้า สามารถเลือกได้ทั้งการพ่นฉนวนกันความร้อน (เช่น PU โฟม) ใต้ท้องพื้นดาดฟ้า หรือถ้ามีการติดตั้งฝ้าเพดานใต้พื้นดาดฟ้าโดยมีระยะห่างจากท้องพื้นดาดฟ้าไม่ต่ำกว่า 1 ม. อาจเลือกใช้ฉนวนกันร้อนหลังคา อย่างฉนวนใยแก้ว\ ฉนวน PE โฟม ฉนวน bubble foil ปูบนฝ้าเพดานเพื่อช่วยป้องกันความร้อนจากหลังคาดาดฟ้าที่ส่งผ่านเข้ามาในบ้านได้ 4) จัดสวนดาดฟ้า หรือสวนลอยฟ้า (Roof Garden) ต้นไม้และดินเป็นฉนวนธรรมชาติชั้นยอดที่ป้องกันแสงแดดและความร้อน ทั้งนี้การสวนดาดฟ้าควรคำนึงเรื่องการทำระบบกันซึมดาดฟ้าและระบบระบายน้ำที่ดีเพื่อป้องกันน้ำขัง รวมถึงปรึกษาวิศวกรโครงสร้างเรื่องน้ำหนักของปริมาณดิน ต้นไม้ที่เพิ่มขึ้น 5) ต่อเติมหลังคาคลุมดาดฟ้า ช่วยกันร้อน การสร้างหลังคาคลุมคล้ายกับเป็นการกางร่มกันแดดให้ดาดฟ้า เป็นอีกวิธีที่ป้องกันความร้อนช่วยแก้ปัญหาดาดฟ้าร้อนได้ดี แต่ก็ต้องมีการตรวจสอบกฎหมายควบคุมอาคาร และคำนึงเรื่องน้ำหนักที่ของหลังคาที่เพิ่มขึ้นซึ่งควรปรึกษาวิศวกรโครงสร้างเช่นกัน อ่านเพิ่มเติม: 5 แนวทางลดร้อนจากหลังคาดาดฟ้าให้บ้านกล่องและตึกแถว\ บริการทาสีกันซึมดาดฟ้า สะท้อนความร้อน คลิก\ ทำผนังกันความร้อน วิธีแก้ปัญหาบ้านร้อน ทำให้บ้านเย็นขึ้น เรื่องที่ 5: ทำผนังกันความร้อน ลดความร้อนจากผนังให้บ้านเย็นขึ้น การทำผนังกันร้อนเหมาะกับการสู้กับแดดเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผนังด้านทิศตะวันตกและทิศใต้ จะรับความร้อนมากเป็นพิเศษ การปรับปรุงผนังธรรมดาให้เป็นผนังกันความร้อนจะช่วยลดอุณหภูมิในบ้าน ช่วยแก้ปัญหาบ้านร้อนทำให้บ้านเย็นขึ้นได้ โดยอาศัยวิธีการดังต่อไปนี้ 1) ทำผนังกันความร้อน เลือกใช้วัสดุผนังที่อมความร้อนน้อย: เป็นทางเลือกสำหรับกรณีบ้านสร้างใหม่ โดยอาจเลือกใช้อิฐมวลเบาคุณภาพสูง\ จะอมความร้อนน้อยกว่าอิฐมอญ หรือเลือกทำผนังเป็นผนังเบาด้วยแผ่นผนังไฟเบอร์ซีเมนต์ หรือไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์ซึ่งบางรุ่นมีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนให้เลือกใช้ด้วย ตกแต่งผนังภายนอกด้วยไม้เทียม สวย+ช่วยกันร้อน: ตกแต่งผนังก่ออิฐฉาบปูนของเดิมด้วยไม้เทียมตกแต่งผนังรูปแบบต่างๆ\ ซึ่งมีคุณสมบัติอมความร้อนน้อยกว่าผนังก่ออิฐฉาบปูน และช่วยเป็นด่านหน้าในการเผชิญกับความร้อนจากแสงแดด ทำให้ผนังบ้านของเรารับความร้อนน้อยลง ทำผนังเบาเพิ่มอีกชั้น พร้อมซ่อนฉนวนกันความร้อนผนัง: ทำผนังโครงเบาด้วยแผ่นยิปซัมหรือไฟเบอร์ซีเมนต์ซ้อนทับผนังเดิม (ใช้แผ่นผนังยิปซัมได้เฉพาะกรณีเป็นผนังภายใน) โดยซ่อนฉนวนกันความร้อนผนัง\ไว้ระหว่างโครงคร่าวผนัง เพื่อช่วยป้องกันความร้อนไม่ให้แผ่เข้ามาในบ้าน 2) ทำแผงระแนงบังแดดเพิ่มร่มเงา ช่วยกันความร้อนให้ผนัง ติดตั้งแผงระแนงไม้หรือระแนงไม้เทียมทับซ้อนเข้ากับผนังหรือหน้าต่างของอาคาร คล้ายกับเป็น “หน้ากากของอาคาร” อีกชั้นหนึ่ง ระแนงจะช่วยบังแดดและป้องกันรังสีความร้อน (โดยเฉพาะทิศตะวันตกและทิศใต้) ไม่ให้ส่องโดนผนังหรือผ่านกระจกประตูหน้าต่างโดยตรง โดยดีไซน์เว้นร่องระแนงที่เหมาะสม เพื่อให้แสงธรรมชาติยังส่องผ่านเข้ามาได้โดยไม่ดูทึบ และเปิดช่องให้ลมพัดผ่านได้ ช่วยลดความร้อนอบอ้าว 3) ทาสีบ้านเย็นสะท้อนความร้อนออกจากผนัง เลือกใช้สีทาภายนอกที่มีคุณสมบัติสะท้อนรังสีความร้อน \ เพื่อลดความร้อนสะสมบนพื้นผิวผนังตั้งแต่ด่านแรก 4) ทำสวนแนวตั้ง สร้างผนังกันความร้อนด้วยปราการสีเขียว ช่วยบังแดดและคายความชื้นเพื่อลดอุณหภูมิสะสม โดยเจ้าของบ้านสามารถเลือกทำสวนแนวตั้งในรูปแบบดังนี้ ไม้เลื้อยที่ผนัง: โดยอาจเป็นไม้เลื้อยที่เกาะรากตามผนังอาคาร (เช่น ตีนตุ๊กแก) หรือเลื้อยพันไปตามเส้นเชือก ลวด ตะแกรง ตาข่ายต่างๆ (เช่น ต้นสร้อยอินทนิล ต้นพลูด่าง ต้นตำลึง) สวนแนวตั้งแบบโครงยึด พร้อมภาชนะปลูก: เป็นสวนแนวตั้ง\ในรูปของกระถางหรือกระเป๋าผ้า\สำหรับปลูกที่ยึดกับโครงบนผนัง ซึ่งมีข้อดีคือ สามารถเลือกได้หลากพันธุ์ไม้หลายสีสัน ทั้งนี้หากเจ้าของบ้านเน้นความสะดวก ก็สามารถเลือกซื้อเป็นชุดอุปกรณ์สำเร็จรูปมาติดตั้งได้ด้วย อ่านเพิ่มเติม: 7 วิธีทำให้บ้านเย็น: เน้นแก้ที่ผนังและช่องเปิด ลดร้อนได้จริงโดยไม่ต้องพึ่งแอร์\ อ่านเพิ่มเติม: 6 เหตุผลสำคัญ ทำไมบ้านยุคใหม่ควรเลือกใช้อิฐมวลเบา Q-CON\ อ่านเพิ่มเติม: ไอเดียเพิ่มลูกเล่นให้กับระแนงบังตา-แผงบังแดด\ อ่านเพิ่มเติม: 3 วิธีลดร้อนให้บ้านเย็น ด้วยแผงบังแดดจากต้นไม้ และสวนแนวตั้ง\ อ่านเพิ่มเติม: แต่งผนังให้สวยมีสไตล์: รวมไอเดียตกแต่งผนังด้วย 'ไม้เทียม' ทนทาน ไม่ต้องดูแลเยอะ\ ไม้เทียมตกแต่งผนัง ระแนงแผงบังแดด รั้วระแนงบังตา พร้อมบริการติดตั้ง คลิก\ ลดความร้อนจากประตูหน้าต่าง แก้ปัญหาบ้านร้อน วิธีทำบ้านเย็น เรื่องที่ 6: ลดความร้อนจากประตูหน้าต่าง ลดปัญหาบ้านร้อน แดดที่ส่องกระจกประตูหน้าต่างทำให้บ้านร้อนและดูจ้า ไม่สบายตา นอกจากนี้ ความร้อนจากแสงแดดยังอาจทำลายวัสดุและข้าวของ เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน ซึ่งเราสามารถป้องกันได้ด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้ 1) อัปเกรดกระจกหน้าต่างประตู ใช้ฟิล์มติดกระจกบ้านกันร้อน ลดความร้อนสะสม สำหรับบ้านสร้างใหม่สามารถเลือกใช้กระจกกันความร้อน เช่น กระจกฉนวน, กระจก LOW-E, กระจกสะท้อนแสง, กระจกเขียวตัดแสง ส่วนบ้านเก่าหลังเดิมสามารถติดฟิล์มกันร้อน\ที่กระจกประตูหน้าต่างช่วยลดความร้อนและรังสี UV จากแสงแดด ทั้งนี้ การเลือกฟิล์มติดกระจกบ้านเพื่อลดความร้อนควรดู “ค่าการกันความร้อน”เป็นหลักควบคู่กับจุดประสงค์การใช้งาน เช่น ฟิล์มสีเข้มตอบโจทย์ความเป็นส่วนตัว ฟิล์มนิรภัยสำหรับบริเวณที่ต้องการลดความเสี่ยงอุบัติเหตุหรือโจรกรรม นอกจากนี้ยังมี “ฟิล์มกันร้อนแบบติดภายนอก”\ ซึ่งมีข้อดีกว่าฟิล์มกันร้อนทั่วไป (ที่ติดกับกระจกฝั่งภายในบ้าน) อย่างเห็นได้ชัดก็คือ ฟิล์มกันร้อนแบบติดภายนอกจะทำการสะท้อนรังสีความร้อนจากแสงแดดออกไปตั้งแต่ต้นทางก่อนจะมาถึงตัวกระจก ทำให้กระจกอมความร้อนน้อยลง ความร้อนที่ส่งผ่านเข้ามาในบ้านก็ลดลง 2) ติดผ้าม่าน/มู่ลี่บังแดด กันร้อน ลดแดดส่องประตูหน้าต่าง สร้างความเป็นส่วนตัว ผ้าม่านหรือมู่ลี่\ ช่วยบังแสงจ้าและความร้อนจากแดด สร้างความเป็นส่วนตัว และเป็นไอเทมแต่งบ้านไปในตัว ทั้งนี้ หากเจ้าของบ้านต้องกันเน้นการกันความร้อนเป็นพิเศษเพื่อให้บ้านเย็นขึ้น อาจเลือกใช้ม่านประเภท ม่านดิมเอาท์ ม่านแบล็กเอาท์ ที่ช่วยกันร้อนกันแสงได้มากกกว่าม่านทั่วไป 3) ต่อเติมหลังคากันสาด ม่านม้วนแนวดิ่ง กันร้อน ป้องกันแดดส่องถึงตัวกระจก การทำหลังคากันสาดหรือกันสาดพับได้\เป็นการสร้างร่มเงากันแดดกันร้อนกันฝนเหนือประตูหน้าต่างกระจก โดยเฉพาะ “กันสาดที่ใช้วัสดุมุงแบบทึบ” จะช่วยบังแดดลดแสงจ้าและรังสีความร้อนได้มาก แต่ก็ทำให้บ้านดูมืดทึบ ในทางกลับกันหากเราชอบแสงธรรมชาติให้บ้านดูโปร่งสว่าง ก็สามารถเลือก “กันสาดมุงแผ่นหลังคาโปร่งแสงรุ่นกันความร้อน\” แทน และสำหรับบ้านที่ไม่อยากให้มีกันสาดยื่นออกมาเพราะดูขัดกับลุคของบ้าน แต่ก็ต้องการการกันแดดกันฝน สามารถเลือกใช้ “กันสาดพับได้” หรือจะทำเป็น “ม่านม้วนแนวดิ่ง” (ผ้าใบกันสาด) ซึ่งสามารถเปิดปิดได้เมื่อต้องการใช้งาน 4) ติดตั้งระแนงไม้เทียม แผงบังแดดบังตา ช่วยกรองแสงให้บ้านเย็นลง เป็นส่วนตัว ช่วงกรองแสงจ้า ลดความร้อนจากแสงแดด สร้างความเป็นส่วนตัวบริเวณประตูหน้าต่างกระจกและระเบียง หากต้องการให้ดูแลรักษาง่ายและคุ้มค่าระยะยาว สามารถเลือกใช้เป็นระแนงไม้เทียม\ เช่น WPC ไฟเบอร์ซีเมนต์\ ซึ่งทนทานต่อสภาพอากาศและไม่เป็นอาหารปลวก แต่ยังให้ลุคคล้ายไม้จริง อ่านเพิ่มเติม: ฟิล์มกรองแสงติดกระจกบ้าน: เรื่องน่ารู้ก่อนเลือกซื้อ ป้องกันร้อน ลด UV คุ้มค่า\ อ่านเพิ่มเติม: กันสาด/ม่านม้วน/กันสาดพับได้ หลากทางเลือกกันแดดฝน ลดร้อน เป็นส่วนตัว\ อ่านเพิ่มเติม: 4 ประเภทผ้าม่านน่ารู้จัก เลือกม่านที่ใช่!! ตอบโจทย์ฟังก์ชันโดนใจ\ อ่านเพิ่มเติม: ตกแต่งภายนอกบ้านให้สวย...ด้วยระแนงไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์\ บริการต่อเติมหลังคากันสาด โรงรถ กันสาดพับได้ ม่านม้วนแนวดิ่ง คลิก\ วิธีทำให้บ้านเย็น แก้ปัญหาบ้านร้อน ลดร้อนพื้นรอบบ้าน เรื่องที่ 7: เปลี่ยนพื้นรอบบ้านเย็นขึ้น ไม่สะสมความร้อน ช่วยแก้ปัญหาบ้านร้อน อากาศเมืองไทยที่ร้อนระอุ พื้นคอนกรีตรอบบ้านมักดูดซับและแผ่ความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านตลอดทั้งวัน รวมถึงสะท้อนแดดร้อนๆ ผ่านประตูหน้าต่างกระจกเข้าบ้าน จึงเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้บรรยากาศในบ้านร้อนอบอ้าว เครื่องปรับอากาศทำงานหนัก ดังนั้นการเลือกวัสดุปูพื้นให้เหมาะสมจึงเป็นอีกกุญแจสำคัญช่วยลดอุณหภูมิรอบบ้านให้เย็นลง ช่วยแก้ปัญหาบ้านร้อนได้ 1) จัดสวนสวยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ร่มรื่น การเปลี่ยนพื้นคอนกรีตหรือพื้นกระเบื้องให้เป็นสวนที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้า คือวิธีลดการสะท้อนความร้อนเข้าบ้านได้ดีที่สุด ต้นไม้จะช่วยดูดซับพลังงานแสงอาทิตย์และคายความชื้นออกมา หากพื้นที่กว้างพอ การปลูกไม้ยืนต้นให้ร่มเงา หรือทำบ่อน้ำตกขนาดเล็ก จะช่วยเปลี่ยนความร้อนให้เป็นความเย็นกายเย็นใจ สร้างพื้นที่พักผ่อนที่ผ่อนคลายได้อย่างแท้จริง 2) ปูหญ้าเทียมทับพื้นคอนกรีตเดิม สวยสะอาดตา ดูแลง่าย สำหรับบ้านที่มีพื้นคอนกรีตอยู่แล้วและไม่อยากทุบใหม่ การใช้หญ้าเทียม\เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะสะสมความร้อนน้อยกว่าคอนกรีตและให้ลุคธรรมชาติคล้ายหญ้าจริง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการตัดหญ้าหรือการรดน้ำ มีทั้งแบบม้วนผืนใหญ่ และแบบแผ่นเล็กสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่เจ้าของบ้านสามารถปูเองได้ บางรุ่นมีโทนสีเขียวแซมน้ำตาล ดูสมจริงมากขึ้น 3) เลือกใช้ "บล็อกปูหญ้า" เพื่อความแข็งแกร่งและเขียวชอุ่ม หากต้องการพื้นที่แข็งแรงสำหรับใช้งานอเนกประสงค์รวมถึงจอดรถ แต่ยังอยากได้ความเย็นสดชื่นจากพื้นที่สีเขียว การใช้บล็อกปูหญ้า\คือคำตอบที่ลงตัว เป็นวัสดุที่รับน้ำหนักได้ดี มีช่องว่างระหว่างบล็อกปลูกหญ้าสร้างพื้นที่สีเขียว ลดอุณหภูมิผิวหน้าวัสดุได้มากกว่าบล็อกปูพื้นวัสดุคอนกรีตแบบทึบ 4) บล็อกปูพื้น กระเบื้องคอนกรีตปูพื้น รุ่น ลดร้อน ไม่สะสมความร้อน บล็อกปูพื้น (หรือที่เรียกว่า อิฐตัวหนอน) และกระเบื้องคอนกรีต โดยทั่วไปซึ่งเป็นวัสดุคอนกรีตซึ่งโดยธรรมชาติแล้วจะกักเก็บความร้อนมาก แต่ก็มีบางรุ่นที่มีนวัตกรรมลดความร้อนโดยเฉพาะ เช่น บล็อกปูพื้นรุ่น Cool Plus ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อลดความร้อนโดยเฉพาะ โดยผิวหน้าจะมีรูสำหรับกักเก็บน้ำ เมื่อโดนความร้อนน้ำก็ระเหยเป็นไอ อุณหภูมิผิวหน้าจึงร้อนน้อยกว่าบล็อกปูพื้นวัสดุคอนกรีตทั่วไป กระเบื้องคอนกรีตปูพื้นพร้อมนวัตกรรมพื้นลดร้อน: เป็นกระเบื้องคอนกรีตปูพื้นที่เน้นลดความร้อน\โดยเฉพาะ กับ HeatSync Technology ที่ดึงความร้อนออกจากกระเบื้องซีเมนต์ปูพื้น ทำให้อุณหภูมิผิวกระเบื้องลดลงได้เร็ว โดยอาศัยหลักการถ่ายเทความร้อน (Heat Transfer) ทั้งระบายความร้อนและดูดซับความร้อนที่ประสานกันอย่างลงตัว จึงได้อุณหภูมิที่ผิวใกล้เคียงหินอ่อนธรรมชาติ และดีกว่ากระเบื้องคอนกรีตปูพื้นทั่วไป อ่านเพิ่มเติม: ลดร้อนให้บ้าน: 6 วิธีปรับปรุง 'พื้นที่รอบบ้าน' ให้เย็นสบายอย่างยั่งยืน\ อ่านเพิ่มเติม: 6 วิธีจัดสวนสวยทิศตะวันตก คลายร้อนให้บ้านเย็น\ อ่านเพิ่มเติม: FAQ รวมถาม-ตอบ หญ้าเทียม\ บริการปูพื้นหญ้าเทียม จัดสวน สวนแนวตั้ง สวนสำเร็จรูป คลิก\ แก้ปัญหาบ้านร้อน วิธีทำให้บ้านเย็น บ้านระบายความร้อน บ้านระบายอากาศ ระบายอากาศในบ้าน เรื่องที่ 8: แก้ปัญหาบ้านร้อน ต้องระบายอากาศในบ้านดี บ้านถึงจะเย็นได้ แม้จะพยายามป้องกันความร้อนเข้าบ้านขนาดไหน แต่ถ้าบ้านเรา “ระบายอากาศไม่ดี” ความร้อนที่สะสมในบ้านจะเป็นสาเหตุให้ “บ้านร้อนอบอ้าว” เป็นที่มาว่า ทำไมบางบ้านติดฉนวนแล้วยังร้อน เพราะเมื่อฉนวนป้องกันความร้อนเข้าบ้านได้ ความร้อนในบ้านเองก็ถูกฉนวนป้องกันไม่ให้ออกนอกบ้านได้ด้วยเช่นกัน ความร้อนจึงถูกกักไว้ในบ้านของเราคล้ายกับว่าอยู่ในสภาพเดียวกับกระติกน้ำร้อน ดังนั้น การทำให้บ้านหายใจได้ระบายอากาศดี จึงเป็นเรื่องสำคัญมากในการทำบ้านเย็นแก้ปัญหาบ้านบ้านร้อน ซึ่งอาศัยวิธีต่างๆ ดังนี้ 1) ทำหลังคาระบายอากาศ สร้างกลไกให้อากาศภายในโถงหลังคาถ่ายเทเข้าออกพร้อมระบายความร้อนได้ไม่ว่าจะเป็นการ “ติดตั้งกระเบื้องปล่องระบายอากาศ\” ใช้ “ฝ้าชายคาที่มีรูระบายอากาศ” (วัสดุไวนิล\หรือไฟเบอร์ซีเมนต์\) หรือทำเป็น “ระแนงฝ้าชายคาระบายอากาศ”\ 2) เปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศ ช่วงเวลาที่เราอยู่บ้านเป็นโอกาสดีที่จะเปิดประตูหน้าต่าง เพื่อให้อากาศและความร้อนในบ้านระบายถ่ายเทออก และจะให้ดีควรติดตั้งมุ้งลวด\เพื่อป้องกันยุง แมลงและสัตว์เล็กที่จะมารบกวนในบ้าน โดยเฉพาะช่วงค่ำและกลางคืน ช่วยยืดเวลาในการเปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศได้ 3) ติดตั้งระบบระบายอากาศในบ้าน หลายบ้านมีไลฟ์สไตล์ที่สมาชิกทุกคนต้องออกไปทำงานหรือทำธุระ ทำให้ต้องปิดบ้านมิดชิดตลอดช่วงกลางวัน พอกลับมาบ้านช่วงเย็นช่วงค่ำจะพบว่าบ้านร้อนอบอ้าวมาก เปิดแอร์ในห้องนอนชั้นบนก็ใช้เวลานานกว่าจะเย็น เป็นเพราะความร้อนสะสมในบ้านทั้งวันไม่ได้ระบายออก หนึ่งในตัวช่วยที่ตอบโจทย์ตรงนี้ได้คือ “ติดตั้งระบบระบายอากาศในบ้าน\ ” ในรูปของชุดอุปกรณ์ ที่ทำให้บ้านสามารถระบายอากาศและความร้อนออกไปได้อย่างเพียงพอเหมาะสมแม้จะปิดบ้านมิดชิดตลอดวัน หลักการทำงานคือ อากาศจากภายนอกบ้านจะไหลเข้าบ้านผ่านตะแกรงที่สามารถป้องกันแมลง ฝุ่น (รวมถึงฝุ่น PM10 ฝุ่น PM2)5) จากนั้นพัดลมดูดอากาศบนฝ้าเพดานชั้นบนจะทำการดูดอากาศในบ้านขึ้นโถงหลังคา และระบายออกทางชุดกระเบื้องหลังคาระบายอากาศ ดังนั้นอากาศร้อนทั้งภายในบ้าน และในโถงหลังคา (ซึ่งเป็นส่วนที่สะสมความร้อนมากที่สุด) จะสามารถระบายถ่ายเทได้ตลอดเวลาที่ระบบทำงาน อ่านเพิ่มเติม: หลากวัสดุทดแทนไม้ ทำฝ้าชายคาระบายอากาศ\ อ่านเพิ่มเติม: ปิดบ้านร้อนอบอ้าว เปิดแอร์เปลืองไฟ เปิดบ้านกลัวแมลง+กลัวโจร แก้ยังไงดี\ อ่านเพิ่มเติม: บ้านเย็นประหยัดไฟด้วย Active AIRflow™ System\ ติดตั้งระบบระบายอากาศ ระบายความร้อน SCG Active AIRflow™ System คลิก\ ผลพวงจากปัญหาบ้านร้อน ค่าไฟแพง เปลืองแอร์ แก้ปัญหาบ้านร้อน วิธีทำให้บ้านเย็น เรื่องที่ 9: รับมือปัญหาต่อเนื่อง จากเรื่องแดดแรง บ้านร้อน ปัญหา "บ้านร้อน" ไม่ได้จบลงเพียงแค่ความรู้สึกอึดอัดร้อนอบอ้าวเท่านั้น แต่มันยังส่งผลกระทบไปถึงการใช้ชีวิตประจำวัน ตั้งแต่น้ำในก๊อกที่ร้อนจนอาบไม่ได้ ค่าไฟฟ้าที่พุ่งสูงจนน่าตกใจ ไปจนถึงส่วนประกอบของบ้านและของรักของสะสมที่เริ่มเสื่อมสภาพลงทุกวันอย่างที่เราอาจไม่ทันได้คาดคิด 1) ปัญหาน้ำประปาร้อน เปิดก๊อก เปิดฝักบัวตอนบ่ายแล้วเจอน้ำร้อน สาเหตุของน้ำประปาร้อนช่วงกลางวันเกิดจาก “ถังเก็บน้ำบนดิน” ที่ตั้งอยู่กลางแจ้งและตากแดดเป็นเวลานาน ทำให้น้ำในถังร้อน เวลาเปิดก๊อกหรือฝักบัวแล้วก็จะได้น้ำร้อนออกมา ใช้งานลำบาก ปัญหานี้แก้ได้ด้วยการ “ทำร่มเงาให้ถังเก็บน้ำ” ไม่ว่าจะเป็นการทำหลังคาคลุมหรือทำระแนงแผงบังแดด ช่วยป้องกันแสงแดดและความร้อนที่สาดส่องมายังถังเก็บน้ำของเรา ส่วนบ้านสร้างใหม่ หรือบ้านที่กำลังจะเปลี่ยนถังเก็บน้ำ การเลือกใช้ถังเก็บน้ำใต้ดินจะเจอปัญหานี้น้อยกว่ามาก แต่ถ้าเจ้าของบ้านไม่สะดวกในการดูแลรักษา อาจหันมาใช้ถังเก็บน้ำบนดินที่มีนวัตกรรมช่วยลดอุณหภูมิน้ำในถังให้เย็น\กว่าถังเก็บน้ำทั่วไป น้ำที่ไหลออกมาจากก๊อกและฝักบัวก็จะร้อนน้อยลง 2) รับมือบ้านร้อนเปลืองแอร์ กับปัญหาค่าไฟฟ้าแพง อากาศเมืองไทยยิ่งร้อน ยิ่งอยากเปิดแอร์ ยิ่งกินไฟ ทำให้หลายบ้านต้องเจอปัญหาค่าไฟแพงจากการใช้งานเครื่องปรับอากาศอย่างหนัก ลองมาดูกันว่ามีวิธีไหนที่ช่วยให้การใช้แอร์\ของเราประหยัดไฟได้บ้าง เลือกซื้อแอร์ให้ประหยัดไฟ: ควรเลือกแอร์ที่มี ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 (ระดับดาวสูงยิ่งดี) และเลือกใช้ระบบ Inverter\ ซึ่งช่วยควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำและประหยัดพลังงานมากกว่าแอร์ระบบธรรมดาถึง 30% นอกจากนี้ต้องคำนวณค่า BTU ให้เหมาะสมกับขนาดห้อง เพื่อป้องกันไม่ให้แอร์ทำงานหนักจนเกินไป ติดตั้งแอร์ในตำแหน่งที่เหมาะสม: เลือกตำแหน่งติดตั้ง\ในจุดที่ลมเย็นสามารถกระจายได้ทั่วถึงทั้งห้องโดยไม่มีสิ่งกีดขวาง หลีกเลี่ยงการติดตั้งแอร์เหนือประตูหรือใกล้แหล่งความร้อน เช่น ห้องครัว หรือผนังทิศตะวันตกที่รับแดดจัด เพราะจะทำให้เซนเซอร์วัดอุณหภูมิผิดเพี้ยนและแอร์ต้องทำงานหนักตลอดเวลา เปิดแอร์ยังไงให้ประหยัดค่าไฟ: แนะนำให้ตั้งอุณหภูมิที่ 26-28 องศาเซลเซียส และควรล้างแอร์เป็นประจำทุก 6 เดือน เพื่อลดการสะสมของฝุ่นที่ขัดขวางทางลม นอกจากนี้ การปิดม่านกันแดดเพื่อลดความร้อนสะสมในห้องก่อนเปิดแอร์ จะช่วยให้ห้องเย็นเร็วขึ้นและแอร์ตัดการทำงานได้บ่อยขึ้น ใช้พัดลมช่วยประหยัดไฟ ลดภาระการทำงานของแอร์: เปิดพัดลม\ควบคู่ไปกับแอร์ โดยตั้งแอร์ไว้ที่ 27 องศาเซลเซียสแล้วใช้พัดลม\ช่วยเป่ากระจายความเย็น แรงลมจากพัดลมจะช่วยให้เรารู้สึกเย็นขึ้นอีก 1-2 องศาเซลเซียส ทำให้แอร์ทำงานน้อยลงแต่คนในบ้านยังรู้สึกเย็นสบายเท่าเดิม ติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ หรือใช้แอร์โซลาร์เซลล์: หากจำเป็นต้องเปิดแอร์ตอนกลางวันเยอะ การติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Roof) \ หรือเลือกใช้แอร์โซลาร์เซลล์แอร์โซลาร์เซลล์\ เพื่อแปลงพลังงานจากแสงอาทิตย์ให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้า ใช้เปิดแอร์ฉ่ำๆ ตอนกลางวันโดยไม่กังวลกับค่าไฟ นับเป็นอีกทางเลือกที่น่าพิจารณาเพื่อความคุ้มค่าในระยะยาว 3) ปัญหาบ้านร้อนสะสม ทำให้บ้านและข้าวของเสียหาย แสงแดดและความร้อนสะสมเป็นศัตรูเงียบที่ค่อยๆ ทำลายวัสดุข้าวของในบ้านให้เสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร หากปล่อยไว้ปัญหาเล็กๆ อาจกลายเป็นงานซ่อมบ้านครั้งใหญ่ที่บานปลายได้ วัสดุบิดเบี้ยวเสียหาย: ความร้อนจัดทำให้วัสดุเกิดการยืด-หดตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ พื้นไม้โก่งตัว ประตูปิดไม่ได้ เนื่องจากกรอบประตูขยายตัวจนผิดรูป ไปจนถึงกระเบื้องระเบิดหลุดล่อนได้ง่ายหากกาวซีเมนต์เสื่อม ผนัง หลังคา และดาดฟ้าแตกร้าว: อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงตลอดวันทำให้ผนังปูนแตกร้าว ส่วนประกอบของหลังคาที่เป็นครอบปูนและปีกนก ค.ส.ล. รวมถึงพื้นดาดฟ้า เกิดการยืดหดจนแตกร้าว กลายเป็นสาเหตุหลักของปัญหาน้ำรั่วซึมในอนาคต ปัญหาสีซีดจาง เฟอร์นิเจอร์และของสะสมเสื่อมสภาพ: รังสี UV และความร้อนจัดทำให้เกิดปัญหาสีซีดจาง ทั้งสีผนังภายนอก สีของวัสดุภายในและเฟอร์นิเจอร์ที่โดนแสงแดดจากหน้าต่างแผดเผา รวมทำให้ของมีค่าหรือของสะสมเสื่อมสภาพ เหนียว หรือกรอบแตกได้ง่าย อ่านเพิ่มเติม: อย่ายอมให้บิลค่าไฟทำร้ายจิตใจ...หาวิธีลดค่าไฟในบ้านดีกว่า\ อ่านเพิ่มเติม: รีวิวติดตั้ง SCG Solar Roof: เปิดแอร์กลางวัน ไม่หวั่นค่าไฟ ลดค่าใช้จ่ายได้จริง\ อ่านเพิ่มเติม: ถามตอบเรื่องเครื่องปรับอากาศ ฉบับแอร์บ้าน\ บริการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Roof) คลิก\ เช็กลิสต์ วิธีแก้ปัญหาบ้านร้อนทั้งหลัง | บ้านเก่าเย็นได้ บ้านใหม่ไม่ร้อน คลิกดู VDO\
ปัญหาบ้านร้อนจะผ่อนคลายลงได้ ด้วย 6 วิธีที่จะช่วยให้บ้านหลังเดิมเย็นขึ้น เจ้าของบ้านสามารถนำไปปรับใช้ได้ตามงบประมาณ และความเหมาะสม อากาศในบ้านเมืองเรา ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนๆ ก็ดูจะหลีกหนีความร้อนอบอ้าวไปไม่พ้น ยิ่งช่วงที่อากาศร้อนระอุมากๆ เราคงอยากหาวิธีที่จะช่วยคลายร้อนให้กับบ้าน การติดเครื่องปรับอากาศเพิ่ม หรือเปิดเป็นระยะเวลานานขึ้นอาจช่วยได้ แต่ค่าไฟก็จะบานปลายตามมา เรามี 6 วิธีที่จะช่วยลดร้อนในบ้านหลังเดิมแบบไม่ต้องเปลืองพลังงาน มาแนะนำกัน 1. ติดม่าน ติดฟิล์มกรองแสงที่กระจกประตูหน้าต่าง หากเป็นม่านธรรมดา จะช่วยกันแสงแดดได้ในระดับหนึ่ง แต่จะไม่กันรังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์ แนะนำให้ใช้ผ้าม่าน\ แบบสองชั้น หรือผ้าม่านเคลือบฟอยล์ ก็จะช่วยป้องกันการแผ่กระจายความร้อนที่จะเข้าสู่ตัวบ้านได้มากขึ้น ติดม่าน ติดฟิล์มกรองแสงที่กระจกประตูหน้าต่าง ภาพ: ป้องกันความร้อนที่จะเข้ามาทางหน้าต่างด้วย การติดมู่ลี่และม่านสองชั้น การติดฟิล์มกระจกจะช่วยลดความร้อนได้ดีกว่าการติดม่านเพียงอย่างเดียว เพราะฟิล์มกระจกจะสามารถป้องกันรังสี UV ได้ นอกจากจะช่วยลดความร้อนให้กับบ้านแล้ว ยังช่วยปกป้องเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านให้ดูใหม่อยู่เสมอ หรือหากต้องการเพิ่มความเป็นส่วนตัว อาจเลือกใช้ฟิล์มปรอทหรือฟิล์มดำ เพื่อพรางสายตาจากคนภายนอก (เมื่อภายนอกสว่างกว่าภายในบ้าน) แต่คนในบ้านยังสามารถมองเห็นบรรยากาศภายนอกบ้านได้ ติดฟิล์มกระจกจะช่วยลดความร้อน ภาพ: การติดฟิล์ม เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่ช่วยคลายร้อนภายในบ้านและใช้งบประมาณไม่มาก บริการติดฟิล์มบ้าน อาคาร คอนโด คลิก\ 2. ทาสีกันร้อนที่ผนังภายนอก หากเจ้าของบ้านมีความต้องการจะทาสีผนังภายนอกใหม่เพื่อปรับโฉมบ้านอยู่แล้ว แนะนำใช้สีทาภายนอกที่นอกที่มีคุณสมบัติกันร้อน สะท้อนรังสีความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้ จะเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยลดปริมาณความร้อนที่ส่งผ่านเข้ามาทางผนังบ้านได้ โดยแนะนำให้เลือกใช้สีที่ได้รับการรับรองคุณภาพเรื่องการลดความร้อนจาก มอก. บริการทาสีกันร้อน ทาสีผนังภายนอก ภายใน คลิก\ 3. ปลูกต้นไม้ การจัดสวนปลูกต้นไม้เป็นวิธีทางธรรมชาติที่ช่วยคลายความร้อนให้กับบ้านได้เป็นอย่างดี เปรียบเสมือนเกราะป้องกันที่จะช่วยบดบังแสงแดดให้กับบ้าน จึงควรปลูกต้นไม้ในทิศที่แสงแดดส่องเข้าถึงตัวบ้าน แต่หากมีพื้นที่ไม่มากนัก อาจปลูกไม้เลื้อยบริเวณผนังบ้าน หรือทำสวนแนวตั้ง นอกจากจะไม่เปลืองพื้นที่แล้ว ยังทำให้บ้านดูสดชื่น ช่วยกรองฝุ่น และลดเสียงที่จะผ่านเข้าไปรบกวนอีกด้วย ปลูกต้นไม้ ภาพ: ปลูกไม้เลื้อยโดยเลือกใช้ไม้ในท้องถิ่น เช่น สร้อยอินทนิล พลูด่าง ตีนตุ๊กแก พวงชมพู พวงหยก พวงโกเมน พวงแสด ฯลฯ สวนแนวตั้งสำเร็จรูป Modular Green Hive ภาพ: สวนแนวตั้งสำเร็จรูป Modular Green Hive ที่ติดตั้งได้ง่าย ช่วยลดร้อน และเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้บ้าน 4. ติดตั้งระแนงแผงบังแดดและกันสาด แสงแดดสามารถเล็ดลอดเข้ามาทางช่องแสงต่างๆ ได้ ยิ่งมีขนาดบานที่ใหญ่ แดดก็ยิ่งเข้ามาได้มากเท่านั้น โดยเฉพาะห้องที่อยู่ทางทิศตะวันตกและทิศใต้ เราสามารถกรองแสงแดดให้ลดน้อยลงก่อนที่จะเข้าสู่ตัวบ้านได้ ด้วยการติดตั้งระแนง โดยวัสดุที่เป็นที่นิยมคือ ไฟเบอร์ซีเมนต์ เนื่องจากมีความแข็งแรง ทนแดดทนฝน และมีหลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้ นอกจากนี้ การติดตั้งกันสาด ก็จะช่วยเพิ่มร่มเงา และกันแดดกันฝนให้กับผนังบ้านได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งในปัจจุบันก็มีวัสดุหลากหลายให้เลือกใช้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น แบบโปร่งแสง เช่น ไฟเบอร์กลาส อะคริลิก และโพลีคาร์บอเนต หรือ แบบทึบแสง เช่น เมทัลชีทและไวนิล ติดตั้งระแนงแผงบังแดดและกันสาด ภาพ: ใช้ไม้รั้ว เอสซีจี รุ่นลายไม้ มาติดตั้งเป็นระแนงด้านข้าง ช่วยลดความร้อนและเพิ่มความเป็นธรรมชาติให้กับอาคาร ไม้รั้ว เอสซีจี รุ่นลายไม้ มาติดตั้งเป็นระแนงด้านข้าง ภาพ: หลังคากันสาดแผ่นโปร่งแสง เอสซีจี ช่วงกรองแสงแดดให้ลดน้อยลงก่อนเข้าสู่ตัวบ้าน ขอบคุณภาพ: www.q-chang.com ติดตั้งกันสาดโปร่งแสงอะคริลิก Shinkolite ภาพ: ติดตั้งกันสาดโปร่งแสงอะคริลิก Shinkolite บริเวณด้านข้างบ้าน ช่วยกรองปริมาณแสงแดด กันรังสี UV โดยยังคงให้ความรู้สึกที่โล่ง โปร่ง สบาย ขอบคุณภาพ: www.q-chang.com หลังคากันสาดเมทัลชีท ภาพ: หลังคากันสาดเมทัลชีทที่ปิดฝ้าด้วยวัสดุไม้ที่ดูเป็นธรรมชาติ เข้ากับวัสดุเหล็กสีดำได้เป็นอย่างดี ขอบคุณภาพ: www.q-chang.com บริการต่อเติมหลังคาโรงรถและกันสาด คลิก\ สำหรับใครที่อยากให้ผนังภายนอกบ้านดูเรียบๆ แบบไม่ต้องมีหลังคายื่นออกมา แต่อีกใจก็รู้สึกว่าอยากมีตัวช่วยกันแดดกันฝน ก็สามารถเลือกติดตั้งกันสาดพับได้ หรือม่านม้วนแนวดิ่ง ซึ่งสามารถเปิดปิดได้เฉพาะเวลาที่ต้องการ นอกจากนี้ ยังมีหลังคาพับได้สำหรับตอบโจทย์บ้านที่ทำห้องกระจก Skylight อีกด้วย กันสาด หลังคาโรงรถ ผ้าใบกันสาด กันสาดผ้าใบ หลังคาผ้าใบ ผ้าใบกันแดด ผ้าใบกันแดดกันฝน ผ้าใบชักรอก กันสาดพับได้ ภาพ: ตัวอย่างกันสาดพับได้ (บน) และม่านม้วนแนวดิ่ง (ล่าง) หลังคาพับได้ Skylight หลังคาผ้าใบ ผ้าใบกันแดด ผ้าใบกันแดดกันฝน ภาพ: ตัวอย่างหลังคาพับได้สำหรับ Skylight บริการติดตั้งกันสาดพับได้ ม่านแนวดิ่ง หลังคาพับได้สำหรับ Skylight คลิก\ 5. ติดตั้งฉนวนบนฝ้าและผนัง ความร้อนส่วนมากจะผ่านเข้ามาทางหลังคา ฝ้าเพดาน และผนังบ้าน โดยจะผ่านเข้ามาทางหลังคามากที่สุด การติดตั้งฉนวนกันความร้อนจึงเป็นตัวช่วยที่ดีและตรงจุด ซึ่งเราสามารถรับมือกับความร้อนจากส่วนหลังคาได้โดยการติดตั้งฉนวนกันความร้อนบริเวณเหนือฝ้าเพดาน ในส่วนผนัง เราสามารถติดตั้งผนังเบาพร้อมฉนวนกันความร้อนเพิ่มที่ผนังฝั่งที่โดนแดดจัด เพื่อลดความร้อนที่จะผ่านเข้ามาทางผนังลงได้ ติดตั้งฉนวนบนฝ้าและผนัง ภาพ: ติดตั้งฉนวนกันความร้อน เอสซีจี รุ่น STAY COOL บริเวณเหนือฝ้าเพดาน ช่วยกันความร้อนได้ถึง 7 เท่า มีบริการพร้อมติดตั้งแบบวันเดียวจบ บริการติดตั้งฉนวนกันความร้อน STAY COOL คลิก\ ติดตั้งผนังโครงเบาและฉนวนกันความร้อนบนผนังเดิม ภาพ: ติดตั้งผนังโครงเบาและฉนวนกันความร้อนบนผนังเดิม เพื่อช่วยลดความร้อนที่จะผ่านเข้ามาทางผนัง 6. ติดตั้งระบบถ่ายเทความร้อนและระบายอากาศให้บ้าน อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของการลดความร้อนในบ้านก็คือ “อัตราการระบายอากาศที่เพียงพอ” ดังนั้น ระบบที่ช่วยเร่งอัตราการระบายอากาศในบ้านอย่าง Active AIRflowTM System ดูจะมีบทบาทอย่างมากที่จะทำให้บ้านเย็นขึ้นในฤดูร้อน และสำหรับฤดูฝน ระบบ Active AIRflowTM System ก็มีส่วนช่วยสร้างสภาวะอยู่สบายในบ้านได้ด้วยเช่นกัน เพราะจะทำให้บ้านมีอากาศถ่ายเทตลอดเวลาแม้ว่าจะปิดบ้านไว้ทั้งวัน นอกจากจะช่วยให้บ้านไม่ร้อนอบอ้าวหรืออับชื้นแล้ว ยังช่วยลดการสะสมของเชื้อโรคและอากาศเสียภายใน เมื่อเปิดแอร์ก็จะช่วยให้ห้องเย็นได้เร็วขึ้น เป็นการช่วยประหยัดพลังงาน หรือประหยัดค่าไฟได้ในอีกทางหนึ่ง ระบายอากาศในบ้านอย่าง Active AIRflowTM System ภาพ: ทิศทางการหมุนเวียนอากาศภายในบ้าน และการระบายความร้อนออกจากตัวบ้านของ Active AIRflow™ System ระบบระบายอากาศ Active Airflow System คลิก\ สรุป หากคุณกำลังเจอปัญหา บ้านร้อน อบอ้าวและต้องการปรับปรุงให้ บ้านเย็น สบายขึ้นโดยไม่ต้องรื้อถอนโครงสร้างใหญ่ สามารถแก้ปัญหาได้ด้วย 6 วิธีที่ช่วย ลดความร้อน อย่างมีประสิทธิภาพและช่วย ประหยัดค่าไฟ ได้จริง เริ่มต้นที่จุดรับแสงอย่างประตูหน้าต่างด้วยการ ติดฟิล์มกรองแสง หรือเลือกใช้ผ้าม่านเคลือบฟอยล์เพื่อกันรังสี UV ควบคู่ไปกับการ ทาสีกันความร้อน หรือสีที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนสำหรับผนังภายนอก สำหรับภายนอกบ้าน การ ปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา หรือการติดตั้ง ระแนงบังแดด และ กันสาด (เช่น วัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์ หรือไวนิล) ในทิศที่แดดส่องจัดจะช่วยกรองแสงแดดก่อนเข้าสู่ตัวบ้านได้ดีมาก นอกจากนี้ สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือการ ติดตั้งฉนวนกันความร้อน บริเวณเหนือฝ้าเพดานซึ่งเป็นด่านหน้าในการรับความร้อนจากหลังคา และสุดท้ายควรเสริมด้วย ระบบระบายอากาศ หรือนวัตกรรม Active AIRflow System เพื่อช่วยถ่ายเทอากาศร้อนสะสมออกไป ทำให้บ้านโปร่งสบายไม่อับชื้น ซึ่งการปรับปรุงตามวิธีเหล่านี้จะเปลี่ยนบ้านร้อนให้กลับมาน่าอยู่ได้ทันที นอกจากนี้ หากเจ้าของบ้านต้องการแนวทางแก้ปัญหาบ้านร้อนสำหรับบ้านแบบต่างๆ ทั้งบ้านชั้นเดียว บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ บ้านตึกแถว ทาวน์เฮาส์ ทาวน์โฮม บ้านลุคโมเดิร์น ที่อาจมีแนวทางเฉพาะต่างกันไป ก็สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ดังนี้ . อ่านเพิ่มเติม: บ้านชั้นเดียวร้อน: รวมวิธีแก้ปัญหาลดความร้อนให้บ้านเย็นสบาย ปลอดโปร่ง\ อ่านเพิ่มเติม: ทาวน์เฮาส์/ตึกแถวร้อน: 3 วิธีลดปัญหาความร้อนให้บ้านเย็นขึ้นทันตา\ อ่านเพิ่มเติม: แก้ปัญหาบ้านร้อนให้บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้\ อ่านเพิ่มเติม: ออกแบบบ้านโมเดิร์นให้อยู่สบายในเมืองร้อน\ อ่านเพิ่มเติม: บ้านกระจกสไตล์โมเดิร์น แก้ปัญหาบ้านร้อนยังไงดี \ วิธีสั่งซื้อสินค้าบริการเรื่องบ้าน กับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ทีม Content Creator | SCG HOME ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
หลายบ้านที่ติดตั้งฉนวนกันความร้อนแล้ว ยังคงรู้สึกถึงความร้อนที่ผ่านเข้ามาภายในบ้านอยู่ มาดูกันว่าทำไมบ้านยังร้อน? ความร้อนที่เกิดขึ้นมาจากส่วนไหนอีกบ้าง? และมีวิธีช่วยลดความร้อนอย่างไร? >ความร้อนส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นภายในบ้าน 70% มักเป็นความร้อนจากแสงอาทิตย์ที่ผ่านเข้ามาทางหลังคาบ้านเป็นหลัก สำหรับเจ้าของบ้านที่ติดตั้งฉนวนใยแก้วกันความร้อนบริเวณหลังคาหรือฝ้าเพดานแล้ว พบว่าภายในบ้านยังคงมีความร้อนอยู่ เหตุผลเนื่องจากยังมีความร้อนจากส่วนอื่นๆ ที่ทำให้เกิดความร้อนขึ้นในบ้านอีกเช่นกัน ติดฉนวนแบบวางบนแป วางเหนือฝ้าเพดาน >ภาพ: ตัวอย่างการติดตั้ง “แผ่นสะท้อนความร้อนเอสซีจี รุ่นอัลตราคูล” ซึ่งเป็นฉนวนกันความร้อนชนิดวางบนแปของหลังคา และ “ฉนวนกันความร้อน เอสซีจี รุ่น STAY COOL” ฉนวนสำหรับติดตั้งเหนือฝ้าเพดาน 3 เหตุผลที่บ้านยังร้อน แม้ว่าติดตั้งฉนวนกันความร้อนบริเวณหลังคาและฝ้าเพดานแล้ว เมื่อติดตั้งฉนวนกันความร้อนที่หลังคาหรือผนัง ความร้อนจากหลังคาจะส่งผ่านมาได้ "น้อยลง" นั่นหมายความว่า ความร้อนบางส่วนจากหลังคาจะยังสามารถส่งผ่านเข้ามาในบ้านได้ นอกจากนี้ยังมีอีก 3 สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้บ้านร้อนได้มากขึ้นได้แก่ 1) ความร้อนจากส่วนอื่นของบ้าน (ที่ไม่ได้มีการติดตั้งฉนวนหรือไม่สามารถติดตั้งฉนวนได้) 2) แหล่งกำเนิดความร้อนอื่นๆ ในบ้าน และ 3) ขาดการระบายอากาศที่ดี 1) ความร้อนจากส่วนอื่นๆ ของบ้าน นอกจากความร้อนจากแสงแดดที่ผ่านเข้ามาทางหลังคาและโถงหลังคา ยังมีความร้อนจากอีกหลายส่วนของบ้าน ไม่ว่าจะเป็น >1.1 ความร้อนจากช่องแสง ประตู-หน้าต่างกระจก ช่องแสงหรือช่องกระจก เป็นส่วนที่มีความใส ทำให้แสงแดดสามารถส่องเข้ามาได้ พร้อมกับความร้อนที่ผ่านเข้ามาด้วย หากบริเวณนั้นแสงแดดส่องเข้ามาตรงๆ โดยเฉพาะทิศใต้และทิศตะวันตกความร้อนจะยิ่งสามารถผ่านเข้ามาได้มากเช่นกัน ความร้อนที่ผ่านเข้ามาทางช่องแสงประตูหน้าต่าง กระจก >ภาพ: ความร้อนที่ผ่านเข้ามาทางช่องแสงประตูหน้าต่างหรือกระจก >แนวทางแก้ปัญหาบ้านร้อนจากประตูหน้าต่าง: สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การติดม่าน การติดฟิล์มกรองแสง การเลือกกระจกที่ช่วยลดความร้อน ติดตั้งระแนงช่วยกรองแสง ซึ่งสามารถเลือกวิธีใดวิธีหนึ่งหรือผสมหลายวิธีก็ได้ >1.1.1 “การติดม่าน” เป็นวิธีที่ง่ายสำหรับการลดความร้อนในส่วนนี้ เพราะเรามักจะติดผ้าม่าน\เพื่อ ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวอยู่แลว แนะนำให้เลือกใช้ผ้าม่านแบบทึบแสงหรือแบบที่บล็อกแสงได้ 100% หรือผ้าม่านแบบโปร่งเพื่อกรองแสงบางส่วน ติดตั้งม่านบล็อกแสง 100% ม่านแบบโปร่งที่ช่วยกรองแสงบางส่วน >ภาพ: ติดตั้งด้วยม่านบล็อกแสง 100% หรือผ้าม่านแบบโปร่งที่ช่วยกรองแสงบางส่วน >1.1.2 “การเลือกติดฟิล์มกันร้อนกรองแสง” เป็นอีกวิธีที่ช่วยแก้ปัญหาบ้านร้อนได้ไม่ยาก ปัจจุบันฟิล์มกันร้อนติดกระจกบ้าน\สามารถเลือกได้ว่า ต้องการกรองแสงกี่เปอร์เซ็นต์ และยังมีหลายสีสันให้เลือก จึงสามารถเลือกให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ในบ้านรวมถึงสไตล์ของบ้านได้ ติดตั้งฟิล์มกรองแสง >ภาพ: ติดตั้งฟิล์มเพื่อช่วยกรองแสงที่จะผ่านเข้ามาภายในบ้าน สนใจ ฟิล์มติดกระจกบ้านกันร้อน พร้อมติดตั้ง คลิก\ >1.1.3 "เปลี่ยนเป็นกระจกที่ช่วยลดความร้อน" ในท้องตลาด ยังมีกระจกที่ออกแบบมาเป็นพิเศษให้เป็นฉนวนกันความร้อน ที่ช่วยประหยัดพลังงานได้ เช่น กระจก Low-E, กระจก Heat Stop, กระจกฉนวน หรือ Insulated Glass, กระจกฮีตมิเรอร์ >1.1.4 "สร้างร่มเงาให้กับผนังอาคาร" ไม่ว่าจะเป็นการ “ติดตั้งระแนงแผงบังแดด” นอกจากจะช่วยกรองแสงแล้ว หากเลือกรูปแบบที่เข้ากับสไตล์บ้าน ยังช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ให้บ้านสวยขึ้นหรือดูมีลูกเล่นขึ้นได้ หรือ “การต่อเติมกันสาดเหนือช่องเปิด” ทำให้เกิดเงาและช่วยป้องกันไม่ให้ความร้อนจากแสงแดดส่องเข้าบ้านโดยตรง นอกจากจะช่วยลดความร้อนแล้วยังช่วยกันฝนสาดอีกด้วย ติดตั้งระแนงบังแดด >ภาพ: ติดตั้งระแนงบังแดด ช่วยกรองแสงที่จะผ่านเข้ามาโดยตรงสู่ภายในบ้าน สนใจ รั้วระแนง ฟาซาด พร้อมบริการติดตั้ง คลิก\ text >ภาพ: สร้างร่มเงาให้กับช่องเปิดอาคารด้วยการต่อเติมกันสาดวัสดุทึบแสง ช่วยป้องกันทั้งแดดและฝน สนใจ บริการต่อเติมหลังคาโรงรถ/กันสาด เหมาเบ็ดเสร็จ คลิก\ >1.2 ความร้อนที่สะสมที่ผนัง จะถูกถ่ายเทเข้ามาในบ้านได้ ซึ่งจะมากน้อยขึ้นอยู่กับวัสดุและระบบผนัง เช่น ผนังอิฐมอญจะสะสมความร้อนช่วงกลางวันและถ่ายเทเข้ามาในบ้านเราช่วงหัวค่ำจนถึงกลางคืน >แนวทางแก้ปัญหาบ้านร้อนจากผนัง: สามารถติดตั้งระบบผนังเบาพร้อมฉนวนกันความร้อนเพิ่มเติม เพื่อลดความร้อนที่จะส่งผ่านทางผนังเข้าสู่ภายในบ้าน ติดตั้ง ระบบผนังไม้ฝา เอสซีจี รุ่นคูลพลัส ฉนวนกันความร้อน เอสซีจี รุ่น COOL-WALL >ภาพ: ตัวอย่างการติดตั้ง “ระบบผนังไม้ฝา เอสซีจี รุ่นคูลพลัส\” และติดตั้ง “ฉนวนกันความร้อน เอสซีจี รุ่น COOL WALL \” สำหรับลดความร้อนที่จะผ่านเข้ามาทางผนังบ้าน 2) แหล่งกำเนิดความร้อนอื่นๆ ในบ้าน นอกจากความร้อนจากแสงแดดภายนอกแล้ว ยังมีความร้อนที่เกิดขึ้นภายในบ้านเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นความร้อนจากอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน รวมถึงความร้อนจากร่างกายมนุษย์ >2.1 ความร้อนจากอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น ตู้เย็น เตาอบ ไมโครเวฟ เตาแก๊ส คอมพิวเตอร์ หลอดไฟ รวมถึงความร้อนจากการทำอาหาร >วิธีลดความร้อน: หากอุปกรณ์ไฟฟ้าชิ้นไหนไม่ได้ใช้งานควรปิดการทำงานให้เรียบร้อย ส่วนหลอดไฟ สามารถเปลี่ยนมาใช้หลอด LED ที่ให้ความร้อนน้อย ความร้อนจากเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ในบ้าน >ภาพ: ความร้อนที่เกิดขึ้นภายในบ้านจากเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ในบ้าน >2.2 ความร้อนจากร่างกายมนุษย์ เพราะร่างกายคนเรามีความร้อนเกิดขึ้น ไม่ว่าจากกระบวนการเผาผลาญอาหาร การรักษาอุณหภูมิเพื่อรักษาการทำงานของร่างกาย การออกกำลังกาย เมื่อมีความร้อนส่วนเกินเกิดขึ้น จึงมีการกระจายถ่ายเทความร้อนออกจากร่างกายเพื่อให้อุณหภูมิภายในร่างกายมีความสมดุลและมีสุขภาพดี >วิธีลดความร้อน: อุณหภูมิหรือความร้อนจากร่างกายคนเราสามารถดลงได้ โดยการดื่มน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำที่เย็นกว่าปกติเล็กน้อย การอาบน้ำ การเปิดพัดลม หรือให้มีการระบายอากาศภายในบ้านที่ดี ก็สามารถช่วยลดความร้อนลงได้ 3) ไม่มีการระบายอากาศที่ดี เพราะฉนวนกันความร้อนเป็นการป้องกันความร้อนจากภายนอก แต่หากมีความร้อนเกิดขึ้นและสะสมในบ้านแล้วไม่มีการระบายอากาศที่ดี หรือการปิดบ้านไว้ทั้งวัน ก็จะกันความร้อนจากข้างในไม่ให้ออกไปด้วย >วิธีช่วยระบายถ่ายเทอากาศในบ้าน สามารถทำได้โดยการเปิดประตูหน้าต่างระหว่างวัน (เหมาะสำหรับบ้านที่ติดตั้งมุ้งลวดเพื่อป้องกันแมลงและสัตว์เล็กๆ เข้ามาในบ้าน) เพิ่มการระบายความร้อนที่โถงหลังคา เช่น การเปลี่ยนไปใช้ฝ้าชายคาแบบที่มีรูระบายอากาศ การติดตั้งกระเบื้องปล่องระบายอากาศ รวมถึงการติดตั้งระบบระบายอากาศ Active AirflowTM System ติดตั้งมุ้งลวด >ภาพ: บ้านที่ติดตั้งมุ้งลวด สามารถเปิดประตูหน้าต่าง เพื่อระบายความร้อนจากภายในบ้านได้ สนใจ มุ้งลวดพร้อมบริการติดตั้ง คลิก\ ติดตั้งฝ้าชายคาระบายอากาศ >ภาพ: เปลี่ยนมาติดตั้งฝ้าชายคาระบายอากาศ อีกหนึ่งวิธีช่วยให้บ้านมีการระบายอากาศที่ดี สนใจ ฝ้าภายนอกแบบเรียบและระบายอากาศ พร้อมบริการติดตั้ง คลิก\ ติดตั้งระบบระบายอากาศ Active AirflowTM System >ภาพ: การระบายอากาศภายในบ้าน เมื่อติดตั้งระบบระบายอากาศ Active AirflowTM System สนใจ ระบบระบายอากาศ Active AirflowTM System คลิก\ เมื่อทราบสาเหตุที่ทำให้บ้านยังร้อนทั้ง ๆ ที่ติดตั้งฉนวนกันความร้อนแล้ว ลองหาทางปรับปรุงแก้ไขตามแนวทางที่แนะนำเท่าที่เป็นไปได้ จะเห็นได้ว่านอกจากการลดความร้อนในส่วนต่าง ๆ แล้ว สิ่งที่สำคัญคือการถ่ายเทอากาศที่ดี เพราะจะเป็นตัวช่วยระบายความร้อนที่ผ่านเข้ามาสะสมอยู่ภายในบ้านให้ออกไปได้ และยังไม่ทำให้บ้านอบอ้าวมากจนเกินไปอีกด้วย อ่านเพิ่มเติม: ปิดบ้านร้อนอบอ้าว เปิดแอร์เปลืองไฟ เปิดบ้านกลัวแมลง+กลัวโจร แก้ยังไงดี\ อ่านเพิ่มเติม: ทำไมในบ้านถึงร้อนกว่านอกบ้าน?\ อ่านเพิ่มเติม: ถาม-ตอบ ระบบระบายอากาศ SCG Active AIRflow™ System\ เลือกซื้อสินค้าและบริการเพื่อบ้านเย็น แก้ปัญหาบ้านร้อน ทั้งสินค้า\และสินค้าพ่วงบริการติดตั้ง\โดยช่างผู้ชำนาญ พร้อมรับข้อเสนอ โปรโมชันพิเศษต่างๆ ได้ที่ SCGHOME.COM หรือ SCGHOME APP วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ทีม Content Creator | SCG HOME ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
ทำความเข้าใจสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาบ้านร้อนที่อาจไม่ได้นึกถึงหรือมองข้ามไป เพื่อแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด . หลายคนอาจเคยรู้สึกว่าบ้านร้อนอบอ้าว แม้จะเปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศแล้วก็ตาม ความจริงแล้วอุณหภูมิภายในบ้านไม่ได้ขึ้นอยู่กับอากาศภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ รวมถึงพฤติกรรมการใช้งานของผู้อยู่อาศัยด้วย หากเข้าใจต้นตอของความร้อนในบ้าน ก็จะสามารถแก้ปัญหาบ้านร้อนได้อย่างตรงจุด และช่วยให้บ้านเย็นสบายขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศมากเกินไป . 1) บ้านร้อน เพราะการจัดวางแปลนบ้านไม่ถูกต้องตามทิศทางแดดลม การออกแบบแปลนบ้านหรือการจัดวางตำแหน่งห้องต่าง ๆ ในบ้านตามทิศทางแดดลม ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่ออุณหภูมิภายในบ้าน สำหรับประเทศไทยที่พระอาทิตย์เดินทางจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตกโดยอ้อมทางทิศใต้เป็นส่วนใหญ่ หากตำแหน่งห้องที่ใช้งานหลักอย่างห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือห้องทำงาน อยู่ในทิศทางที่รับแสงแดดจัดโดยตรง เช่น ทิศตะวันตกหรือทิศใต้ ผนังและกระจกจะกักเก็บความร้อนจากแสงแดดเข้าสู่ตัวบ้านตลอดช่วงบ่าย ทำให้ภายในบ้านร้อนสะสมมากขึ้น ในการออกแบบสถาปัตยกรรม จึงมักวางตำแหน่งห้องที่ใช้งานหลักไว้ในทิศที่ได้รับแดดน้อยกว่า เช่น ทิศเหนือหรือทิศตะวันออก ขณะที่พื้นที่บริการหรือส่วนเซอร์วิสต่าง ๆ เช่น ห้องน้ำ ห้องเก็บของ หรือบันได จะถูกจัดวางในด้านที่โดนแดดมากกว่าได้ ซึ่งมีข้อดีคือช่วยกันความร้อนไม่ให้เข้ามาสู่พื้นที่ใช้งานหลักในบ้าน นอกจากนี้ การคำนึงถึงทิศทางลมประจำฤดูกาลก็ช่วยให้เกิดการถ่ายเทอากาศตามธรรมชาติ ทำให้บ้านเย็นสบายมากขึ้น . 2) บ้านร้อน เพราะเลือกใช้วัสดุที่สะสมความร้อน / นำความร้อน วัสดุที่ใช้ก่อสร้างบ้านมีผลโดยตรงต่อการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน โดยเฉพาะองค์ประกอบสำคัญอย่างหลังคา ผนัง และกระจก หากเลือกวัสดุที่ดูดซับและกักเก็บความร้อนได้มาก ความร้อนจะถูกสะสมและค่อยๆ แผ่เข้ามาในบ้าน เป็นสาเหตุสำคัญอีกอย่างที่ทำให้บ้านร้อน ๐ หลังคาบ้าน ส่วนสำคัญของปัญหาบ้านร้อน หลังคาบ้านเป็นส่วนที่ได้รับความร้อนจากแสงแดดมากที่สุด หากวัสดุหลังคามีคุณสมบัติอมความร้อนได้ดีอย่างคอนกรีต ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้องหลังคาหรือหลังคาดาดฟ้า หรือเป็นวัสดุที่นำความร้อนได้ดีอย่างหลังคาเมทัลชีท ความร้อนก็จะถ่ายเทเข้ามาสะสมอยู่ใต้หลังคา หากไม่มีระบบป้องกันความร้อน เช่น ฉนวนกันความร้อน\หรือช่องทางระบายอากาศใต้หลังคา\ ความร้อนที่สะสมอยู่บริเวณนี้จะแผ่ลงมาสู่ตัวบ้าน ทำให้บ้านร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ๐ ผนังบ้านด้านที่รับแดดส่งผลให้บ้านร้อน ผนังเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ได้รับความร้อนจากแสงแดดเช่นกัน โดยเฉพาะผนังด้านที่อยู่ทางทิศตะวันตกและทิศใต้ ซึ่งมักได้รับแสงแดดในช่วงบ่ายที่มีความร้อนสูง ผนังที่เป็นวัสดุทึบหรืออมความร้อนได้ดีอย่างคอนกรีตหรืออิฐมอญ หากไม่มีการสร้างร่มเงาด้วยต้นไม้ใหญ่ แผงบังแดด กันสาด หรือชายคายื่นยาว แสงแดดจะปะทะผนังโดยตรง สะสมความร้อนในช่วงกลางวันและคายความร้อนในช่วงกลางคืน ทำให้บ้านร้อนมาก ๐ ประตูและหน้าต่าง ช่องทางรับแสงแดดทำบ้านร้อน ประตูและหน้าที่ใช้กระจกเป็นวัสดุหลัก แม้จะช่วยให้บ้านดูโปร่งและสว่างจากแสงธรรมชาติ แต่หากไม่มีอุปกรณ์กันแดด เช่น กันสาด\ ระเบียง ระแนงบังแดด\ หรือแม้แต่ ม่าน /มู่ลี่ภายในบ้าน\ ความร้อนจะถูกสะสมอยู่ในห้องคล้ายกับปรากฏการณ์เรือนกระจก ส่งผลให้อุณหภูมิภายในห้องเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ พื้นที่รอบบ้าน เช่น ลานคอนกรีต พื้นกระเบื้อง หรือพื้นทางเดินที่รับแดดจัด ก็สามารถสะสมความร้อนและแผ่ความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านได้เช่นกัน . อ่านเพิ่มเติม: หลังคากันร้อนเพื่อบ้านเย็น แก้ปัญหาเน้นๆ แบบตรงจุด\ อ่านเพิ่มเติม: 7 วิธีทำให้บ้านเย็น: เน้นแก้ที่ผนังและช่องเปิด ลดร้อนได้จริงโดยไม่ต้องพึ่งแอร์\ 3) บ้านร้อนจากกิจกรรมต่างๆ ภายในบ้าน นอกจากปัจจัยภายนอกที่ทำให้บ้านร้อนแล้ว ภายในบ้านเองก็เป็นแหล่งกำเนิดความร้อนได้เช่นกัน ทั้งจากอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ภายในบ้านโดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความร้อนสูงอย่างเตารีด เตาแก๊ส เตาไฟฟ้า ไมโครเวฟ กาต้มน้ำร้อน ฯลฯ รวมถึงกิจกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของผู้อยู่อาศัยที่ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น หากความร้อนเหล่านี้สะสมอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบายอากาศไม่ดี ก็ส่งผลให้บ้านร้อนได้ . 4) บ้านร้อนจากการระบายอากาศไม่ดีพอ การระบายถ่ายเทอากาศมีบทบาทสำคัญในการลดความร้อนภายในบ้าน เพราะช่วยพาอากาศร้อนออกและดึงอากาศใหม่เข้ามาแทนที่ หากบ้านขาดการไหลเวียนของอากาศ ความร้อนที่สะสมจะค้างอยู่ภายใน ทำให้บ้านร้อนและอับชื้น ๐ ระบายอากาศไม่ดีจากการออกแบบบ้าน บ้านที่ไม่มีช่องทางระบายความร้อนใต้หลังคา ตลอดจนมีช่องเปิดหรือช่องลมในแต่ละห้องน้อยเกินไปไม่สัมพันธ์กับปริมาตรห้อง หรือมีการวางตำแหน่งประตู / หน้าต่างไม่สัมพันธ์กับทิศทางลม อาจไม่สามารถสร้างการไหลเวียนอากาศที่ช่วยพาความร้อนออกไปได้ ส่งผลให้อากาศร้อนถูกกักอยู่ภายในบ้าน จนบางกรณีจะพบว่าในบ้านร้อนกว่าอยู่นอกบ้าน ๐ ระบายอากาศไม่ดีจากการอยู่อาศัยในชีวิตประจำวัน พฤติกรรมของผู้อยู่อาศัยก็มีผลต่อการระบายอากาศ เช่น การปิดประตูหน้าต่างตลอดทั้งวันเพราะกังวลเรื่องฝุ่นหรือความปลอดภัย ทำให้อากาศร้อนสะสมในบ้านโดยไม่มีทางระบายออก นอกจากนี้ การตากผ้าในบ้าน การวางเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่บังหน้าต่าง หรือการกั้นพื้นที่จนทำให้อากาศไหลเวียนไม่สะดวก ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้บ้านร้อนและอับได้เช่นกัน . อ่านเพิ่มเติม: ปิดบ้านร้อนอบอ้าว เปิดแอร์เปลืองไฟ เปิดบ้านกลัวแมลง+กลัวโจร แก้ยังไงดี\ สาเหตุหลักของปัญหาบ้านร้อนไม่ได้เกิดจากสภาพอากาศเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากหลายปัจจัยร่วมกัน ตั้งแต่การออกแบบแปลนบ้าน การเลือกใช้วัสดุก่อสร้าง กิจกรรมของผู้อยู่อาศัยในบ้าน ไปจนถึงการระบายอากาศที่เหมาะสม หากเจ้าของบ้านเข้าใจสาเหตุที่ทำให้บ้านร้อนแล้ว ก็จะสามารถวางแนวทางปรับปรุงบ้านเพื่อแก้ไขปัญหาบ้านร้อนได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งยังช่วยประหยัดพลังงาน และทำให้บ้านน่าอยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น . ทำความเข้าใจวิธีแก้ปัญหาบ้านร้อนโดยละเอียดคลิก ที่นี่\ . รวมบริการเรื่องบ้าน ติดตั้ง ต่อเติม ปรับปรุงบ้าน คลิก\ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ทีม Content Creator | SCG HOME ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล เช็กลิสต์ วิธีแก้ปัญหาบ้านร้อนทั้งหลัง | บ้านเก่าเย็นได้ บ้านใหม่ไม่ร้อน คลิกดู VDO\
Active AIRflow™ System เป็นนวัตกรรมถ่ายเทอากาศ เร่งการระบายความร้อนเพื่อมอบความสบายในการอยู่อาศัยให้กับทุกคนในครอบครัว Active AIRflow™ System เป็นระบบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องปรับอากาศให้ดียิ่งขึ้น โดยหลักการทำงานของ Active AIRflow™ System จะช่วยเร่งการระบายและลดความร้อนในบ้านเพื่อให้เครื่องปรับอากาศทำงานน้อยลง (ประหยัดค่าไฟมากขึ้น) จึงช่วยถ่ายเทอากาศได้อย่างรวดเร็ว บ้านจึงมีอากาศที่ดีไหลเวียนอยู่เสมอ ไม่สะสมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เมื่อเปรียบเทียบกับห้องปิดทึบที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศเพียงอย่างเดียว ขั้นตอนการทำงานของระบบ Active AIRflow™ System นั้น จะอาศัยเริ่มจากการให้อากาศภายนอกไหลเวียนเข้าสู่ตัวบ้านผ่าน “ช่องเติมอากาศติดผนัง” (Intake Air Grille) โดยดึงความร้อนจากภายในตัวบ้านขึ้นสู่โถงใต้หลังคาด้วย “ชุดระบายอากาศฝ้าเพดาน” (Ceiling Ventilator :CV) และระบายออกสู่นอกตัวบ้านผ่าน “ชุดกระเบื้องระบายความร้อนในโถงหลังคา” (Solar Roof Tile Ventilator :SRTV) ซึ่งมีพัดลมช่วยเร่งการระบายความร้อนให้ออกจากโถงหลังคา ทำให้อุณหภูมิภายในบ้านลดลงได้ถึง 3 – 5 องศา อุณหภูมิใต้หลังคาลดลงถึง 10 องศา (อุณหภูมิที่ลดลงขึ้นกับขนาดพื้นที่ภายในบ้านและวัสดุก่อสร้างที่ใช้) ผู้อยู่อาศัยก็จะรู้สึกสบายตัวมากยิ่งขึ้น ลดการใช้เครื่องปรับอากาศ หรือหากเปิดใช้เครื่องปรับอากาศจะทำให้เย็นเร็วขึ้น จึงลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศได้นั่นเอง ลดความร้อนในบ้าน,เปิดแอร์ให้ประหยัดไฟที่สุด,เปิดแอร์กี่องศาประหยัดไฟที่สุด,ActiveAirflowSystem ภาพ: จำลองระบบการทำงานของ Active AIRflow™ System สนใจติดตั้งระบบระบายอากาศ Active AIRflow™ System คลิก\ 10 คำถามถามบ่อย: ระบบระบายอากาศ ระบายความร้อน SCG Active Airflow System คลิกดู VDO\ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ทีม Content Creator | SCG HOME > ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
ทางเลือกสำหรับเจ้าของบ้านที่คิดจะปิดบ้านเพื่อหนีฝุ่นหนีเชื้อโรค แต่ก็กลัวว่าจะระบายอากาศในบ้านได้ไม่พอจนส่งผลต่อสุขภาพ กับตัวช่วยอย่าง “เครื่องเติมอากาศดี หรือ ระบบปรับคุณภาพอากาศภายในบ้าน SCG Active AIR Quality” เมื่ออากาศนอกบ้านเต็มไปด้วยฝุ่นและเชื้อโรค หลายคนอาจเลือกปิดบ้าน ปิดประตูหน้าต่างมิดชิด เพื่อป้องกันสิ่งไม่พึงประสงค์เข้าบ้าน แม้กระนั้น อากาศในบ้านที่เราหายใจเข้าไปก็ใช่ว่าจะเป็นอากาศดีเสมอไป เพราะจริงๆ แล้ว ยังคงมีฝุ่นและเชื้อโรคที่เล็ดลอดเข้ามาในบ้านได้อยู่ ในขณะเดียวกัน เมื่อเราปิดบ้านมิดชิด การระบายอากาศในบ้านอาจไม่เพียงพอ ก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพอีกด้วย แล้วถ้าเราต้องการให้อากาศในบ้านเป็นอากาศดีที่มีคุณภาพ จะทำอย่างไร SCG HOME ขอยกประเด็นนี้มาเล่าให้เจ้าของบ้านได้ทำความเข้าใจกัน ฝุ่นและเชื้อโรคภายนอก เข้ามาในบ้านที่ปิดมิดชิดได้อย่างไร ? ถึงแม้ประตูหน้าต่างในบ้านจะถูกปิดมิดชิดทุกบาน แต่ตามขอบประตูหน้าต่างและรอยต่อต่างๆ เป็นช่องทางให้อากาศจากภายนอกพร้อมมลพิษ ฝุ่น เชื้อโรคต่างๆ แบคทีเรีย ไวรัส สามารถแทรกซึมเข้ามาในบ้านได้ นอกจากนี้ การที่เราปิดบ้านมิดชิด นั้น ช่องทางการระบายอากาศในบ้านย่อมลดลง อาจทำให้อากาศเสียในบ้านระบายออกได้ไม่เพียงพอ หากระบายอากาศในบ้านได้ไม่เพียงพอ จะส่งผลเสียอย่างไร ? สภาพอากาศภายในบ้านที่ปิดมิดชิด ออกซิเจนจะลดลง ส่วนคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จะเพิ่ม ซึ่งส่งผลต่อร่างกาย สมอง และกระทบกับคุณภาพการนอนของมนุษย์ รวมไปถึงการเรียนรู้ของเด็กได้ นอกจากนี้ หากมีเชื้อโรคปนอยู่กับอากาศภายในบ้านที่ถ่ายเทได้ไม่ดี ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยของคนในบ้านด้วย ทั้งนี้ ทางออกสำหรับกรณีที่ต้องการปิดบ้านมิดชิด โดยยังสามารถระบายอากาศในบ้านออกไปได้อย่างเพียงพอ อาจต้องใช้อุปกรณ์ช่วยอย่าง “ระบบปรับคุณภาพอากาศภายในบ้าน SCG Active AIR Quality” สนใจติดตั้ง ระบบปรับคุณภาพอากาศภายในบ้าน SCG Active AIR Quality คลิก\ เครื่องเติมอากาศ SCG Active AIR Quality คืออะไร ? เครื่องเติมอากาศดี Active Air Quality เป็นระบบปรับคุณภาพอากาศภายในบ้านโดยอาศัยหลัก Positive Pressure คือ นำอากาศดี (ที่ปราศจากฝุ่นและเชื้อโรค) เข้ามาในบ้าน แล้วดันเอาอากาศเสียในบ้านออกไป อากาศจึงถ่ายเทได้ตลอด ช่วยลดความชื้น ลด CO2 และเพิ่มออกซิเจนในบ้าน สามารถระบายอากาศในบ้านออกไปได้ตลอดแม้บ้านจะปิดมิดชิด อากาศไม่ถ่ายเท Active AIR Quality ระบบระบายอากาศในบ้าน Positive-Pressure บ้านระบายอากาศ ระบบกรองอากาศในบ้าน ระบบฟอกอากาศในบ้าน ป้องกันฝุ่น PM 2.5 เข้าบ้าน ลดคาร์บอนไดออกไซด์ในบ้าน ภาพ: หลักการนำอากาศเข้าออกของระบบ SCG Active Air Quality เครื่องปรับปรุงคุณภาพอากาศ SCG Active AIR Quality นำอากาศเข้าออกจากบ้านได้อย่างไร ? อุปกรณ์ของระบบ SCG Active AIR Quality จะดูดอากาศจากนอกบ้านเข้ามาโดยผ่านอุปกรณ์ที่กรองเชื้อโรค แบคทีเรีย ไวรัส มลพิษ กลิ่น และฝุ่นจากภายนอกได้ (ห้องปิดไม่เกิน 40 ตร.ม. ค่าฝุ่น PM 2.5 ลดเหลือ 1 PPM ได้ ใน 1 ชม.) ในขณะเดียวกัน อากาศดีที่เข้ามาก็จะดันอากาศเสียในบ้าน (พร้อม CO2 สารก่อภูมิแพ้ ความชื้น) ออกทางช่องว่างตามรอยต่อต่างๆ และขอบประตูหน้าต่าง ทั้งนี้ ระบบ Active AIR Quality บางรุ่นจะมีพัดลมสำหรับดูดอากาศออกด้วย ซึ่งช่วยระบายอากาศในบ้านออกไปได้มากยิ่งขึ้น อุปกรณ์กรองอากาศ Active AIR Quality ระบบระบายอากาศในบ้าน Positive Pressure บ้านระบายอากาศ ระบบกรองอากาศในบ้าน ระบบฟอกอากาศในบ้าน ป้องกันฝุ่น PM 2.5 เข้าบ้าน ลดคาร์บอนไดออกไซด์ในบ้าน ภาพ: อุปกรณ์กรองอากาศของระบบ SCG Active Air Quality สนใจติดตั้ง ระบบปรับคุณภาพอากาศภายในบ้าน SCG Active AIR Quality คลิก\ เครื่องเติมอากาศดี SCG Active AIR Quality ต่างกับเครื่องฟอกอากาศอย่างไร สำหรับบ้านธรรมดาที่มีเครื่องฟอกอากาศแต่ไม่มีระบบ SCG Active Air Quality นั้น ฝุ่นและเชื้อโรคจะยังสามารถเข้ามาในบ้านได้ โดยเครื่องฟอกอากาศจะทำหน้าที่ฟอกอากาศในบ้านเหล่านั้นให้สะอาดขึ้น (ตามคุณสมบัติเฉพาะของเครื่องฟอกแต่ละรุ่น) เท่านั้น แต่ไม่ได้ช่วยเรื่องการระบายอากาศในบ้านแต่อย่างใด ส่วนบ้านที่มีระบบ SCG Active AIR Quality อากาศจากภายนอกจะถูกกรองให้สะอาดปราศจากฝุ่น เชื้อโรค กลิ่น ตั้งแต่แรกก่อนที่จะนำเข้ามาในบ้าน ในขณะเดียวกันก็ระบายอากาศเสียในบ้านออกไป (พร้อมกับความชื้น CO2 สารก่อภูมิแพ้ ฯลฯ) ช่วยเพิ่มออกซิเจนในบ้านได้ และยังเป็นอีกปัจจัยช่วยลดความเสี่ยงการรับเชื้อโรคในพื้นที่ปิด นอกจากนี้การที่อากาศเสียในบ้านถูกดันออกทางช่องรอยต่อต่างๆ อยู่เสมอ ยังเป็นการป้องกันไม่ให้อากาศเสียจากภายนอกซึมเข้ามาในบ้านได้อีกด้วย วิธี ลด ฝุ่น pm 2.5 ระบบปรับคุณภาพอากาศ Active AIR Quality ป้องกันฝุ่น PM 2.5 เข้าบ้าน Positive Pressure ระบบระบายอากาศในบ้าน ระบบกรองอากาศในบ้าน ลดคาร์บอนไดออกไซด์ในบ้าน ภาพ: กราฟเปรียบเทียบค่าฝุ่น PM 2.5 ในบ้านที่ติดตั้ง Active Air Quality (ทดสอบกับบ้านตัวอย่างศูนย์ทดสอบ เอสซีจี จ.สระบุรี) จะเห็นได้ว่าระบบ SCG Active AIR Quality เป็นอีกทางเลือกของในการปรับคุณภาพอากาศภายในที่อยู่อาศัย เพื่อสุขภาพที่ดีของสมาชิกในครอบครัว ทั้งนี้ SCG Active AIR Quality สามารถติดตั้งเฉพาะห้อง หรือกระจายจุดติดตั้งทั้งบ้าน หรือจะติดตั้งในคอนโดมิเนียมก็ได้ ชุดอุปกรณ์จะมีให้เลือกทั้ง “แบบ Standard” สำหรับห้องที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ (หรือมีแต่เปิดแค่บางช่วงเวลา) กับแบบ “Special ERV” ซึ่งเหมาะกับห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศตลอดเวลา โดยแบบ Special ERV นี้จะมีช่องพร้อมพัดลมดูดอากาศสำหรับทั้งอากาศเข้าและอากาศออก โดยอากาศภายนอกที่นำเข้ามาในบ้านจะถูกปรับอุณหภูมิให้เย็นลงก่อนเข้าบ้านเสมอ เจ้าของบ้านจึงไม่ต้องกังวลว่า อากาศร้อนจากภายนอกจะถูกดูดเข้ามาในบ้านจนทำให้บ้านร้อนขึ้น เปลืองไฟมากขึ้น อุปกรณ์ ระบบปรับคุณภาพอากาศ Active AIR Quality-วิธี ลด ฝุ่น pm 2.5 ป้องกันฝุ่น PM 2.5 เข้าบ้าน Positive Pressure ระบบระบายอากาศในบ้าน-ระบบกรองอากาศในบ้าน ลดคาร์บอนไดออกไซด์ในบ้าน ภาพ: ชุดอุปกรณ์รุ่นต่างๆ ของระบบ SCG Active Air Quality สำหรับติดตั้งบนผนัง สนใจติดตั้ง ระบบปรับคุณภาพอากาศภายในบ้าน SCG Active AIR Quality คลิก\ 10 คำถามถามบ่อย: เครื่องเติมอากาศดี SCG Active AIR Quality รับชม VDO 10 คำถามถามบ่อย เครื่องเติมอากาศ คลิก\ สรุป หากคุณกำลังประสบปัญหาอากาศในบ้านอับทึบจากการต้องปิดประตูหน้าต่างเพื่อหนีมลพิษ ระบบปรับคุณภาพอากาศภายในบ้าน SCG Active AIR Quality หรือที่เรียกว่า เครื่องเติมอากาศดี คือโซลูชันที่ช่วยให้คุณอยู่ใน บ้านปิดมิดชิด ได้อย่างปลอดภัยและมีสุขภาพดี ระบบนี้ใช้หลักการ Positive Pressure ในการนำอากาศใหม่ที่ผ่านการกรอง ฝุ่น PM 2.5 เชื้อโรค ไวรัส และกลิ่นจากภายนอกเข้ามาเติมเต็มในบ้าน กระบวนการนี้จะช่วยเพิ่ม ออกซิเจน ที่จำเป็นต่อสมองและการนอนหลับ พร้อมกับผลักดันอากาศเสียที่สะสม CO2 ความชื้น และสารก่อภูมิแพ้ ให้ระบายออกไปทางช่องว่างตามขอบประตูหน้าต่าง ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่เหนือกว่า เครื่องฟอกอากาศ ทั่วไปที่เพียงแค่ฟอกอากาศเดิมภายในห้อง นอกจากนี้ ยังมีรุ่น Special ERV สำหรับห้องที่เปิดแอร์ตลอดเวลา ซึ่งช่วยปรับอุณหภูมิอากาศก่อนเข้าบ้านไม่ให้บ้านร้อนและไม่เปลืองไฟ ทำให้มั่นใจได้ว่าสมาชิกในครอบครัวจะได้รับอากาศบริสุทธิ์หมุนเวียนตลอดเวลา วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ทีม Content Creator | SCG HOME > ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
HYROX คืออะไร กีฬานี้คือการแข่งขันฟิตเนสระดับโลกรูปแบบใหม่ (Hybrid Fitness Race) ที่ผสานการวิ่งเข้ากับการออกกำลังกายแบบ Functional Training โดย HYROX ถือเป็นความท้าทายใหม่เพื่อยกระดับการออกกำลังกาย ประโยชน์หลักของการแข่งขันนี้คือช่วยเสริมสร้างและพัฒนากล้ามเนื้อทุกสัดส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ได้ปลดปล่อยพลังงานเต็มที่ ทั้งยังเป็นการทดสอบและก้าวข้ามขีดจำกัดของทั้งร่างกายและจิตใจ ทำความเข้าใจเพื่อเตรียมตัวก่อนว่า Hyrox แข่งอะไรบ้าง รูปแบบการแข่งขันจะแบ่งเป็น 8 รอบ โดยผู้แข่งขันต้องเริ่มจากวิ่ง 1 กิโลเมตร สลับกับการเข้าฐานทดสอบความแข็งแรง 8 ฐาน เช่น การดันเลื่อน (Sled Push), พายเรือ (Rowing), กระโดดไกล (Burpee Broad Jump) และโยนลูกบอลอัดกำแพง (Wall Balls) จนครบ การเตรียมความพร้อมหรือแนวทางการฝึก HYROX จึงเป็นหัวใจสำคัญ อย่างเช่น ควรฝึกวิ่งให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 กิโลเมตร ร่วมกับการซ้อมลากหรือแบกของหนักเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ทั้งนี้ SCG Home Online ขอแนะนำอุปกรณ์ฝึก HYROX 7 อย่าง สำหรับการแข่งขัน ปี 2569 ได้แก่ กระเป๋าถ่วงน้ำหนัก Sandbag, เชือกดึงเลื่อน Pull Rope, เครื่องดึงเลื่อนน้ำหนัก Weight Sled, แผ่นน้ำหนักโอลิมปิค Bumper, Wall Ball, Kettlebell 1. กระเป๋าถ่วงน้ำหนัก Sandbag ฝึก Hyrox รายละเอียดสินค้า: กระสอบทรายผ้าไนลอน เย็บตะเข็บคู่ มีระบบถุงด้านในปรับน้ำหนักได้ มาในขนาด 10 กก., 20 กก. และ 30 กก. คุณสมบัติเด่น: ถุงด้านในใช้ตีนตุ๊กแก (Velcro) ปิดสองชั้นเพื่อป้องกันทรายรั่วซึมและกันความชื้น มาพร้อมหูจับไนลอนกันลื่น 7 จุด ช่วยให้จับฝึกได้หลากหลายทิศทาง เหมาะกับ: รุ่น 10 กก. เหมาะกับวอร์มอัพ รุ่น 20 กก. เหมาะกับการซ้อมระดับกลาง ส่วนรุ่น 30 กก. เหมาะกับโหมด Max-out สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความแข็งแรงระดับนักกีฬา Elite ราคา: 2,990 บาท* กระเป๋าถ่วงน้ำหนัก Sandbag ฝึก Hyrox สั่งซื้อ กระเป๋าถ่วงน้ำหนัก Sandbag ฝึก Hyrox\ 2. เชือกดึงเลื่อน Pull Rope 15 เมตร ฝึก Hyrox รายละเอียดสินค้า: เชือกเส้นผ่านศูนย์กลาง 38 มม. ความยาว 15 เมตร เสริมเส้นใยทอเพื่อความทนทาน มาพร้อมตะขอเกี่ยวเหล็กแบบรวดเร็ว คุณสมบัติเด่น: มีเครื่องหมายสีเหลืองบอกระยะทุกๆ 3 เมตร ช่วยให้ติดตามความคืบหน้าในการดึงได้อย่างรวดเร็ว ด้ามจับออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ป้องกันการลื่นไถล เหมาะกับ: ผู้ที่มีเครื่อง Sled อยู่แล้วและต้องการฝึกท่าดึงเลื่อน (Pull Rope) โดยเฉพาะ เพื่อเน้นการยึดเกาะที่แน่นหนาภายใต้แรงกดดันเหมือนอยู่ในสนามแข่ง ราคา: 3,290 บาท* เชือกดึงเลื่อน Pull Rope 15 เมตร ฝึก Hyrox สั่งซื้อ เชือกดึงเลื่อน Pull Rope 15 เมตร ฝึก Hyrox\ 3. Weight Sled เครื่องดึงเลื่อนน้ำหนัก ฝึก Hyrox รายละเอียดสินค้า: เครื่องเลื่อนน้ำหนักเกรดยิม ตัวเครื่องมีน้ำหนัก 40 กก. และรองรับแผ่นน้ำหนักได้สูงสุด 150 กก. โครงสร้างผลิตจากเหล็กเคลือบสีฝุ่น (Powder Coated Steel) และแกนใส่แผ่นน้ำหนักชุบโครเมียม คุณสมบัติเด่น: มีความแข็งแกร่งระดับอุตสาหกรรม มาพร้อมด้ามจับที่มีลายกันลื่นและสัญลักษณ์บอกตำแหน่งมือเพื่อการจับที่มั่นคง เหมาะกับ: ผู้ที่ต้องการเน้นฝึกการวิ่งระยะสั้น วิ่งเร็ว และวิ่งดัน (Push) ทั้งในและนอกอาคาร เพื่อจำลองความท้าทายระดับการแข่งขันจริง ราคา: 9,990 บาท* Weight Sled เครื่องดึงเลื่อนน้ำหนัก ฝึก Hyrox สั่งซื้อ Weight Sled เครื่องดึงเลื่อนน้ำหนัก ฝึก Hyrox\ 4. Weight Sled เครื่องดึงเลื่อนน้ำหนัก พร้อมเชือก ฝึก Hyrox รายละเอียดสินค้า: เซ็ตเครื่อง Sled เกรดยิมที่มาพร้อมกับเชือกดึงเลื่อน น้ำหนักรวมของชุดคือ 42 กก. รองรับน้ำหนักแผ่นได้ 150 กก. โครงสร้างเป็นเหล็กเคลือบสีฝุ่นเช่นเดียวกัน คุณสมบัติเด่น: เป็นชุดอุปกรณ์ที่ผสานความแม่นยำสำหรับการแข่งขัน ได้ทั้งเครื่องและเชือกในชุดเดียว ช่วยให้ฝึกได้ทั้งแรงดัน (Push) และแรงดึง (Pull) อย่างสมบูรณ์แบบ เหมาะกับ: ผู้ที่ต้องการความคุ้มค่า ซื้อครั้งเดียวได้อุปกรณ์ครบชุดสำหรับการฝึกสถานการณ์ดึงและดันเลื่อนน้ำหนักที่พบในการแข่ง Hyrox ราคา: 12,990 บาท* Weight Sled เครื่องดึงเลื่อนน้ำหนัก พร้อมเชือก ฝึก Hyrox สั่งซื้อ Weight Sled เครื่องดึงเลื่อนน้ำหนัก พร้อมเชือก ฝึก Hyrox\ 5. แผ่นน้ำหนักโอลิมปิค Bumper HFT รายละเอียดสินค้า: แผ่นน้ำหนัก Bumper Plate (เช่น ขนาด 25 กก.) ออกแบบมาให้ใช้กับคานบาร์เบลโอลิมปิคขนาด 2 นิ้ว ดีไซน์สีดำ คุณสมบัติเด่น: สามารถรองรับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม ป้องกันความเสียหายเวลาที่ต้องยกบาร์เบลขึ้นเหนือหัวแล้วทิ้งทุ่มลงพื้น เหมาะกับ: การฝึกที่ใช้แรงกระชาก เช่น Crossfit, Power Lifting รวมถึงนำไปใช้เป็นแผ่นใส่น้ำหนักถ่วงให้กับเครื่อง Weight Sled เพื่อเพิ่มความท้าทายในการฝึก Hyrox ราคา: 3,510 บาท* แผ่นน้ำหนักโอลิมปิค Bumper HFT สั่งซื้อ แผ่นน้ำหนักโอลิมปิค Bumper HFT\ 6. Wall Ball เกรดแข่งขัน รายละเอียดสินค้า: ลูกบอลน้ำหนักขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 34 ซม. ผลิตจาก PVC และทรายเหล็ก (Iron Sand) หุ้มด้วยหนัง PU มีน้ำหนักตั้งแต่ 3-12 กก. คุณสมบัติเด่น: น้ำหนักกระจายตัวสมดุลควบคุมง่าย หุ้มหนังกันลื่นและกันเสียดสี ทนทานต่อการใช้งานหนัก การฝึกด้วย Wall Ball สามารถช่วยเผาผลาญได้ถึง 300-500 แคลอรี่ต่อชั่วโมง เหมาะกับ: ผู้ที่ต้องการพัฒนากล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว เพิ่มความยืดหยุ่น ความสมดุล และเน้นความทนทานของระบบหัวใจและหลอดเลือด ราคา: 2,090 บาท* Wall Ball เกรดแข่งขัน สั่งซื้อ Wall Ball เกรดแข่งขัน\ 7. Kettlebell เกรดแข่งขัน (เคตเทิลเบล) รายละเอียดสินค้า: เป็นอุปกรณ์ออกกำลังกายอเนกประสงค์ที่ผลิตจากเหล็กหล่อเกรดพรีเมียม (Cast Iron) แข็งแรงทนทาน มีน้ำหนักให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ 4 กก. ถึง 32 กก. คุณสมบัติเด่น: ออกแบบดีไซน์หูหิ้วให้จับถนัดมือ ลดการลื่นหลุด และมีการเคลือบสีพิเศษเพื่อป้องกันสนิม สามารถใช้ฝึกได้หลายท่า เช่น Swings, Squats และ Snatches เพื่อเพิ่มพละกำลังและเผาผลาญไขมันแบบ HIIT เหมาะกับ: ผู้เริ่มต้นจนถึงมืออาชีพที่ต้องการสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย และพัฒนาความทนทานเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขัน Hyrox ราคา: 2,690 บาท* Kettlebell เกรดแข่งขัน (เคตเทิลเบล) สั่งซื้อ Kettlebell เกรดแข่งขัน (เคตเทิลเบล)\ หมายเหตุ [*]: ราคาไม่รวมค่าขนส่ง และส่วนลดโปรโมชัน ข้อมูลอ้างอิง ณ วันที่ 23/03/2569 วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome
เช็คราคาแอร์ ฉลากพลังงานเบอร์ 5 วันนี้ แอร์ CARRIER ราคาล่าสุดปี 2569 แอร์ CARRIER ราคา (บาท) แอร์ติดผนัง CARRIER รุ่น Copper 7 TSAA010 Fixed Speed ขนาด 9,200 BTU 12,050 แอร์ติดผนัง CARRIER รุ่น Copper 7 TSAA013 Fixed Speed ขนาด 12,200 BTU 13,150 แอร์ติดผนัง CARRIER รุ่น Copper 7 TSAA018A Fixed Speed ขนาด 18,000 BTU 19,600 แอร์ติดผนัง CARRIER รุ่น Copper 7 TSAA025 Fixed Speed ขนาด 25,250 BTU 27,250 แอร์ติดผนัง CARRIER รุ่น COPPER 10 TVDA013A Inverter ขนาด 12,100 BTU 14,200 แอร์ติดผนัง CARRIER รุ่น COPPER 10 TVDA016 Inverter ขนาด 15,000 BTU 18,550 แอร์ติดผนัง CARRIER รุ่น COPPER 10 TVDA018A Inverter ขนาด 18,000 BTU 21,400 แอร์ติดผนัง CARRIER รุ่น COPPER 10 TVDA024A Inverter ขนาด 20,400 BTU 26,100 แอร์ติดผนัง CARRIER รุ่น COPPER 10 TVDA028A Inverter ขนาด 25,200 BTU 30,900 แอร์ติดผนัง CARRIER รุ่น COPPER 11 (Wifi) TVEA010A Inverter ขนาด 9,200 BTU 12,650 แอร์ติดผนัง CARRIER รุ่น COPPER 11 (Wifi) TVEA013A Inverter ขนาด 12,100 BTU 14,900 แอร์ติดผนัง CARRIER รุ่น COPPER 11 (Wifi) TVEA016 Inverter ขนาด 15,000 BTU 19,250 แอร์ติดผนัง CARRIER รุ่น COPPER 11 (Wifi) TVEA018A Inverter ขนาด 18,000 BTU 22,150 แอร์ติดผนัง CARRIER รุ่น COPPER 11 (Wifi) TVEA024A Inverter ขนาด 20,400 BTU 26,800 แอร์ติดผนัง CARRIER รุ่น COPPER 11 (Wifi) TVEA028A Inverter ขนาด 25,200 BTU 31,650 แอร์ติดผนัง CARRIER รุ่น X Inverter Plus TVAB010AWI Inverter ขนาด 9,200 BTU 18,700 แอร์ติดผนัง CARRIER รุ่น X Inverter Plus TVAB010WI Inverter ขนาด 9,200 BTU 18,200 แอร์ติดผนัง CARRIER รุ่น X Inverter Plus TVAB013AWI Inverter ขนาด 12,200 BTU 21,150 แอร์ติดผนัง CARRIER รุ่น X Inverter Plus TVAB018WI Inverter ขนาด 18,000 BTU 28,950 แอร์ติดผนัง CARRIER รุ่น X Inverter Plus TVAB024WI Inverter ขนาด 20,400 BTU 32,300 แอร์ติดผนัง CARRIER รุ่น X Inverter Plus TVAB028AWI Inverter ขนาด 25,200 BTU 37,000 แอร์ติดผนัง CARRIER รุ่น X Inverter Plus TVAB030AWI Inverter ขนาด 27,200 BTU 42,500 แอร์ติดผนัง CARRIER รุ่น X Inverter Plus TVAB033WI Inverter ขนาด 30,000 BTU 44,850 *แอร์ราคาขึ้นอยู่กับพื้นที่จัดส่ง อ้างอิงข้อมูล ราคาราคาแอร์ CARRIER ณ วันที่ 10/03/2569 สั่งซื้อ ราคาแอร์ CARRIER\ แอร์ CARRIER ผู้นำเครื่องปรับอากาศ เย็นไว ประหยัดพลังงาน เครื่องปรับอากาศ คุณภาพสูงสำหรับใช้เป็นแอร์บ้าน แบรนด์ชั้นนำอย่าง แอร์ CARRIER ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้อย่างครบครัน ด้วยรุ่นยอดนิยมอย่าง Copper 7, Copper 10, Copper 11 และ X Inverter Plus ที่โดดเด่นด้านความทนทานจากการใช้คอยล์ทองแดง (Copper Coil) ซึ่งทนต่อการกัดกร่อนในทุกสภาวะอากาศ พร้อมระบบ Inverter ที่ช่วยประหยัดพลังงานเบอร์ 5 นอกจากนี้แอร์แคเรียร์ยังมีเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพอย่าง PM 2.5 Filter และ X-Ionizer ที่ช่วยดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กและทำลายเชื้อแบคทีเรียเพื่ออากาศที่บริสุทธิ์ การเลือกขนาดของแอร์ให้เหมาะสมกับพื้นที่ก็มีให้เลือกอย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น แอร์ 9,000 btu ที่เหมาะกับห้องขนาดกะทัดรัด ไปจนถึง แอร์ 12,000 btu สำหรับพื้นที่ที่กว้างขึ้น ตลอดจนขนาดอื่นๆ ตามความต้องการใช้งาน เครื่องปรับอากาศแคเรียร์ยังมาพร้อมฟังก์ชัน Self Cleaning ช่วยลดความชื้นและกลิ่นอับ และในบางรุ่นยังสามารถสั่งงานผ่านสมาร์ทโฟนด้วยแอปพลิเคชัน Carrier In The Air ได้อีกด้วย ทำให้คุณมั่นใจได้ในความสะดวกสบายและความคุ้มค่าด้วยการรับประกันคอมเพรสเซอร์ยาวนานสูงสุดถึง 10 ปี ทำไมต้องเลือกฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพพลังงาน เพื่อยกระดับมาตรฐานการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและผลักดันประเทศสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนตลอดจนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ โดย ฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ที่จัดทำโดย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ระดับประสิทธิภาพพลังงาน 1-5 ดาว ซึ่งยิ่งมีดาวมากก็จะยิ่งช่วยประหยัดพลังงานได้มากขึ้น นอกจากนี้มีการแสดงค่าไฟฟ้าต่อปี ข้อมูลการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน สามารถตรวจสอบเครื่องใช้ไฟฟ้า ฉลากประสิทธิภาพพลังงานระดับ 5 ดาว คลิกที่นี่ แหล่งข้อมูลอ้างอิง: กองส่งเสริมมาตรฐานประสิทธิภาพพลังงาน (ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5) สั่งซื้อแอร์ กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ มอก. SCGHOME.COM เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCGHOME.COM เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้า วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome