
พื้นปาร์เกต์บวม หลุดล่อน หรือระเบิดหลังน้ำท่วม แก้ไขอย่างไร? ชวนเช็กระดับความเสียหาย พร้อมแนวทางซ่อมหรือเลือกวัสดุปูพื้นใหม่ให้เหมาะกับบ้าน
หลังน้ำท่วมลดลง หลายบ้านอาจพบปัญหาความชื้นตกค้างภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นผนัง วัสดุตกแต่ง หรือพื้น ซึ่งเมื่อวัสดุสัมผัสกับน้ำและความชื้นเป็นเวลานาน ก็อาจเกิดอาการบวม พอง ลอกล่อน หรือเสียรูปได้ หนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยคือ พื้นไม้ปาร์เกต์ชื้น บวม และหลุดล่อน เนื่องจากไม้เป็นวัสดุที่สามารถดูดซึมน้ำและความชื้นได้ เมื่อได้รับความชื้นมากกว่าปกติ ไม้จะเกิดการขยายตัว และหากกาวที่ใช้ยึดพื้นเสื่อมสภาพจากน้ำหรือความชื้น ก็อาจทำให้แผ่นไม้หลุดออกจากพื้นเดิมได้
อย่างไรก็ตาม พื้นไม้ปาร์เกต์ที่เสียหายหลังน้ำท่วมไม่ได้หมายความว่าจะต้องรื้อเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดเสมอไป การซ่อมควรเริ่มจากการประเมินระดับความเสียหายและสภาพพื้นเดิมก่อน เพื่อเลือกวิธีแก้ไขให้เหมาะสม โดยทั่วไปสามารถพิจารณาแนวทางแก้ไขได้เป็น 2 กรณีหลัก ได้แก่
1) เสียหายไม่มาก สามารถพิจารณาซ่อมแซมเฉพาะจุดได้
2) เสียหายมาก ควรรื้อพื้นเดิมและเปลี่ยนวัสดุปูพื้นใหม่
แต่ก่อนตัดสินใจซ่อมหรือรื้อ ควรปล่อยให้พื้นที่แห้งและตรวจสอบความชื้นของทั้งพื้นไม้และพื้นด้านล่างก่อน เพราะหากรีบปิดทับหรือปูวัสดุใหม่ทั้งที่ยังมีความชื้นสะสมอยู่ อาจเกิดปัญหาตามมา เช่น เชื้อรา กลิ่นอับ กาวเสื่อม หรือวัสดุปูพื้นใหม่เสียหายได้
หากความเสียหายเกิดขึ้นเฉพาะบางบริเวณ และโครงสร้างพื้นเดิมยังอยู่ในสภาพดี อาจไม่จำเป็นต้องรื้อพื้นทั้งหมด โดยสามารถพิจารณาตามลักษณะความเสียหายได้ดังนี้
เมื่อไม้ดูดซึมน้ำและความชื้น ไม้อาจจะขยายตัว ทำให้พื้นปาร์เกต์บางส่วนมีลักษณะบวม นูน หรือโก่งขึ้นจากระดับเดิม หากไม้ยังไม่เสียรูปมากและยังสามารถนำกลับมาใช้งานได้ ควรเริ่มจากการกำจัดแหล่งความชื้นและทำให้พื้นแห้งอย่างเหมาะสมก่อน จากนั้นจึงประเมินอีกครั้งว่าไม้สามารถกลับคืนรูปได้มากน้อยเพียงใด หากพื้นยังมีอาการบวมหลังจากแห้งแล้ว อาจจำเป็นต้องรื้อเฉพาะแผ่นที่เสียหายออก ตรวจสอบสภาพพื้นด้านล่าง และเปลี่ยนแผ่นไม้ใหม่ในบริเวณที่เสียหาย ไม่ควรรีบขัดหรือซ่อมผิวหน้าทันทีที่น้ำลด เพราะไม้ที่ยังมีความชื้นสูงอาจเปลี่ยนรูปเพิ่มเติมภายหลังได้
กรณีที่แผ่นไม้ปาร์เกต์หลุดออกจากพื้นเดิม แต่ตัวไม้ยังอยู่ในสภาพดี สามารถพิจารณารื้อแผ่นที่หลุดออก ตรวจสอบและทำความสะอาดพื้นด้านล่าง จากนั้นจึงเตรียมพื้นและยึดแผ่นไม้กลับเข้าที่ด้วยกาวสำหรับติดไม้หรือวัสดุยึดติดที่เหมาะสม แต่หากพบว่ากาวเดิมเสื่อมสภาพเป็นบริเวณกว้าง หรือพื้นด้านล่างได้รับความเสียหายจากน้ำและความชื้น การติดกาวกลับเฉพาะแผ่นอาจไม่ใช่ทางแก้ที่เหมาะสม เพราะมีโอกาสเกิดการหลุดล่อนเพิ่มเติมได้ อาจพิจารณาแนวทางการรื้อพื้นปาร์เกต์ออกทั้งหมดแล้วปูใหม่ตามเดิม หรือเปลี่ยนวัสดุ
ภาพ: เลาะไม้ที่หลุดล่อนออก แล้วขูดทำความสะอาดไม้และผิวพื้นให้เรียบ ทากาวสำหรับติดไม้ลงที่พื้นแล้วติดแผ่นไม้ปาร์เกต์
หากพื้นไม้ปาร์เกต์มีอาการบวม โก่ง หลุดล่อน หรือเสียรูปเป็นบริเวณกว้าง รวมถึงพบเชื้อรา กลิ่นอับ หรือพื้นด้านล่างได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม การรื้อพื้นเดิมออกทั้งหมดอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า
หลังจากรื้อพื้นไม้ปาร์เกต์ออกแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนเลือกวิธีปรับพื้นและวัสดุใหม่ คือ ความหนาของพื้นปาร์เกต์เดิม โดยทั่วไปพื้นไม้ปาร์เกต์อาจมีความหนาประมาณ 1-1.8 ซม. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดและรุ่นของวัสดุ ความหนาดังกล่าวมีผลต่อการเลือกวัสดุปูพื้นใหม่ เพราะควรทำให้ระดับพื้นใหม่ใกล้เคียงกับระดับพื้นเดิมมากที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดความแตกต่างของระดับพื้นมากจนกระทบกับประตู วงกบ หรือพื้นที่เชื่อมต่อกับห้องอื่น เช่น
เมื่อเตรียมพื้นและกำหนดระดับที่เหมาะสมแล้ว สามารถเลือกวัสดุปูพื้นใหม่ได้หลายประเภท โดยควรพิจารณาทั้งความเหมาะสมกับพื้นที่ การใช้งาน ความชื้น และโอกาสเกิดน้ำท่วมซ้ำ เช่น กระเบื้องเซรามิก กระเบื้องยาง พื้นไม้SPC
ภาพ: ปรับพื้นแล้วปูด้วยกระเบื้องเซรามิก
ภาพ: ปรับพื้นแล้วปูด้วยพื้นไม้SPC
สำหรับบ้านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม การซ่อมบ้านหลังน้ำลดอาจเป็นโอกาสสำคัญในการปรับวัสดุและรายละเอียดการก่อสร้างให้เหมาะกับสภาพพื้นที่มากขึ้น แทนที่จะเลือกวัสดุโดยพิจารณาเพียงเรื่องความสวยงาม ควรคำนึงถึงโอกาสที่จะเกิดน้ำท่วมซ้ำและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับวัสดุในอนาคตด้วย
ควรพิจารณาคุณสมบัติของวัสดุว่าทนต่อความชื้นและน้ำได้มากน้อยเพียงใด รวมถึงวิธีติดตั้งและวัสดุประสานที่ใช้ร่วมกัน เพราะแม้วัสดุปิดผิวจะมีคุณสมบัติทนน้ำ แต่ชั้นวัสดุด้านล่างหรือกาวที่ใช้ติดตั้งอาจได้รับความเสียหายได้
ในพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดน้ำท่วมซ้ำ การเลือกวัสดุที่สามารถรื้อเปลี่ยนเฉพาะส่วนได้ อาจช่วยลดความเสียหายและค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดปัญหาในอนาคต
หากบ้านอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำบ่อย อาจพิจารณาปรับระดับพื้นหรือยกพื้นให้สูงขึ้นเหมาะสมกับระดับน้ำที่เคยท่วมถึง โดยต้องคำนึงถึงระดับของประตู หน้าต่าง ปลั๊กไฟ รวมถึงความสูงของฝ้าเพดาน
พื้นไม้ปาร์เกต์ที่บวม พอง หลุดล่อน หรือระเบิดหลังน้ำท่วม ควรประเมินความเสียหายก่อนตัดสินใจซ่อม โดยหากเสียหายเฉพาะบางจุดและตัวไม้ยังอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ อาจเลือกซ่อมเฉพาะบริเวณที่เสียหายได้ แต่หากพื้นเสียหายเป็นวงกว้าง ไม้เสียรูปมาก กาวเสื่อมสภาพ หรือพบความเสียหายจากความชื้นและเชื้อราบริเวณพื้นด้านล่าง การรื้อพื้นเดิมและเปลี่ยนวัสดุใหม่อาจเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่า
ที่สำคัญ อย่าเพิ่งรีบปูพื้นใหม่ทันทีหลังน้ำลด ควรตรวจสอบและแก้ปัญหาความชื้นให้เรียบร้อยก่อน เพราะการปิดทับความชื้นเอาไว้ใต้พื้นใหม่ อาจนำไปสู่ปัญหากลิ่นอับ เชื้อรา หรือวัสดุเสียหายซ้ำในภายหลัง
และสำหรับบ้านที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมเป็นประจำ การเลือกวัสดุพื้นครั้งใหม่ควรมองให้ไกลกว่า “สวยและถูกใจ” แต่ควรเลือกให้เหมาะกับสภาพพื้นที่และคำนึงถึงการรับมือน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคตด้วย
พื้นลามิเนต พื้นไม้ SPC พื้นไวนิล
บริการปูกระเบื้องยาง SPC พื้นลามิเนต
SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้บริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ
บทความนี้จัดทำโดย หน่วยงาน SCG Home Online ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแล E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนการให้คำปรึกษา ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในเรื่องการเลือกใช้วัสดุต่างๆ เพื่อการทำบ้าน รวมถึงโซลูชั่นเรื่องบ้านต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้าน และเรื่องวัสดุก่อสร้าง สงวนลิขสิทธ์การคัดลอก เผยแพร่ และทำซ้ำ