
รวมวิธีเตรียมบ้านรับมือน้ำท่วม ตั้งแต่การป้องกันน้ำรอบบ้าน ปรับระบบสุขาภิบาลและไฟฟ้า อุปกรณ์/เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ทนชื้น พร้อมเตรียมอุปกรณ์ยังชีพ และการยกพื้น
ฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวันอาจทำให้ระบบระบายน้ำในหลายพื้นที่รองรับปริมาณน้ำไม่ทัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและน้ำไหลเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะบ้านที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือมีระดับพื้นต่ำกว่าถนน แม้แต่บ้านที่ไม่เคยประสบปัญหาน้ำท่วมมาก่อนก็อาจได้รับผลกระทบจนเตรียมตัวรับมือไม่ทัน ทั้งความเสียหายต่อโครงสร้างบ้าน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และระบบสาธารณูปโภคภายในบ้าน
นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและแนวโน้มระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นในระยะยาว ยังเป็นปัจจัยที่ทำให้พื้นที่ชายฝั่งและพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่งต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงจากน้ำท่วมมากขึ้น เจ้าของบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงจึงควรเริ่มวางแผนรับมือตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่รอให้เกิดน้ำท่วมแล้วจึงค่อยแก้ไข
การเตรียมบ้านรับมือน้ำท่วมไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการลงทุนปรับปรุงบ้านครั้งใหญ่เสมอไป แต่สามารถทยอยดำเนินการตามความเสี่ยง งบประมาณ และลักษณะของบ้านแต่ละหลังได้ โดยมีแนวทางสำคัญตั้งแต่การจัดการน้ำรอบบ้าน การป้องกันระบบสุขาภิบาลและไฟฟ้า อุปกรณ์/เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงการเตรียมอุปกรณ์ยังชีพสำหรับกรณีฉุกเฉิน และการปรับระดับพื้นภายในบ้าน
บริเวณรอบบ้านเป็นด่านแรกที่ช่วยลดโอกาสที่น้ำจะไหลเข้าสู่ตัวบ้าน โดยเฉพาะบ้านที่มีระดับถนนภายในบ้านหรือพื้นที่จอดรถต่ำกว่าถนนสาธารณะ เมื่อน้ำฝนระบายไม่ทัน น้ำจากถนนอาจไหลเข้าสู่บริเวณบ้านและสะสมจนเพิ่มความเสี่ยงต่อการไหลเข้าตัวอาคารได้
แนวทางป้องกันน้ำท่วมบริเวณรอบบ้าน มีดังนี้
หากระดับน้ำท่วมไม่สูงมาก ควรเริ่มจากการป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าสู่ตัวบ้าน โดยติดตั้งแผงกั้นน้ำหรือ Flood Barrier บริเวณประตูบ้าน ประตูโรงรถ หรือช่องทางที่น้ำมีโอกาสไหลผ่าน รวมถึงอาจใช้กระสอบทรายเป็นแนวกั้นชั่วคราว ควรเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับระดับน้ำที่คาดว่าจะเกิดขึ้น และตรวจสอบรอยต่อบริเวณพื้นกับแนวกั้น เพื่อลดโอกาสที่น้ำจะซึมผ่านเข้ามา อย่างไรก็ตาม หากระดับน้ำภายนอกสูงขึ้นมาก ไม่ควรเพิ่มความสูงของแนวกั้นโดยไม่ประเมินแรงดันน้ำและความปลอดภัยของโครงสร้างก่อน
ภาพ: ใช้แผ่นสมาร์ทบอร์ดช่วยกั้นน้ำไม่ให้เข้าสู่ตัวบ้าน
ในกรณีที่มีน้ำไหลเข้ามาในพื้นที่รอบบ้านแล้ว อาจใช้ปั๊มจุ่มช่วยสูบน้ำออกเป็นระยะ โดยควรมีจุดรวบรวมน้ำหรือบ่อพักน้ำที่เหมาะสม เพื่อให้สูบน้ำได้สะดวกและลดการสะสมของน้ำ ทั้งนี้ ควรตรวจสอบว่าจุดระบายน้ำสามารถรองรับน้ำที่สูบออกมาได้ และไม่ทำให้น้ำไหลย้อนกลับหรือสร้างผลกระทบต่อบ้านข้างเคียง ที่สำคัญ ต้องเลือกปั๊มและระบบจ่ายไฟให้เหมาะกับสภาพพื้นที่เปียกชื้น โดยไม่สัมผัสหรือใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าในบริเวณน้ำท่วมขังที่อาจมีกระแสไฟฟ้ารั่ว
สำหรับบ้านที่มีปัญหาน้ำไหลเข้าบ้านซ้ำ ๆ อาจพิจารณาถมดินปรับระดับพื้นรอบบ้านให้เหมาะสม โดยจัดความลาดเอียงให้น้ำไหลออกจากตัวบ้านไปยังจุดระบายน้ำที่กำหนด ไม่ไหลย้อนกลับเข้าสู่อาคาร ก่อนดำเนินการควรตรวจสอบระดับถนน ระดับพื้นบ้าน แนวรั้ว ตำแหน่งท่อระบายน้ำ และผลกระทบต่อบ้านข้างเคียง เพราะการถมดินเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีระบบระบายน้ำที่เหมาะสม อาจทำให้น้ำเปลี่ยนทิศทางไปสะสมในจุดอื่นแทน
หากยังไม่สามารถปรับระดับพื้นรอบบ้านได้ อาจพิจารณาจัดพื้นที่สำหรับรวบรวมน้ำชั่วคราว เช่น บ่อพักน้ำหรือพื้นที่หน่วงน้ำ พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายออกเมื่อระดับน้ำในระบบระบายน้ำภายนอกเอื้ออำนวย วิธีนี้ช่วยลดปริมาณน้ำที่สะสมบนพื้นรอบบ้านได้
เมื่อเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องหรือมีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน บ้านอาจประสบปัญหาการระบายน้ำเสียไม่สะดวก โดยเฉพาะบ้านที่ใช้ระบบบ่อเกรอะและบ่อซึม ซึ่งอาศัยการซึมของน้ำลงสู่ดิน หากดินอิ่มตัวด้วยน้ำหรือระดับน้ำใต้ดินสูงขึ้น ประสิทธิภาพการซึมอาจลดลง ทำให้เกิดปัญหาชักโครกกดไม่ลงหรือระบายน้ำช้าได้
ในช่วงที่ระดับน้ำท่วมสูง น้ำอาจดันย้อนเข้าสู่บ้านผ่านท่อระบายน้ำพื้นหรือท่อในห้องน้ำได้ จึงควรตรวจสอบตำแหน่งท่อและเตรียมอุปกรณ์ปิดท่อที่เหมาะสม เช่น จุกยางอุดท่อระบายน้ำ หรืออุปกรณ์ปิดท่อแบบหัวเกลียวที่สามารถถอดออกได้เมื่อกลับมาใช้งานตามปกติ
ภาพ: ตัวอย่างอุปกรณ์ปิดท่อน้ำระบายน้ำในห้องน้ำ
หากบ้านมีหลายชั้นและชั้นล่างได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ควรงดใช้สุขภัณฑ์ชั้นล่าง สำหรับบ้านชั้นเดียว ควรเตรียมแผนสำรองกรณีไม่สามารถใช้ห้องน้ำได้ตามปกติ เช่น ส้วมฉุกเฉิน เก้าอี้นั่งถ่ายแบบมีถังเก็บ พร้อมวางแผนการกำจัดของเสียอย่างถูกสุขลักษณะ ไม่ปล่อยของเสียลงสู่พื้นที่น้ำท่วมโดยตรง
ภาพ: เก้าอี้นั่งถ่ายแบบมีถังเก็บ
สำหรับบ้านเก่าที่ยังใช้ระบบบ่อเกรอะและบ่อซึม อาจพิจารณาปรับปรุงเป็นระบบถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูปที่เหมาะสมกับจำนวนผู้ใช้งานและข้อจำกัดของพื้นที่ โดยให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบระบบเดิมและวางแผนการติดตั้ง อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนมาใช้ถังบำบัดสำเร็จรูปไม่ได้รับประกันว่าจะป้องกันปัญหาชักโครกกดไม่ลงได้ทั้งหมด หากระดับน้ำท่วมสูงจนท่อระบายน้ำภายนอกถูกน้ำท่วม หรือมีน้ำไหลย้อนเข้าสู่ระบบ ก็ยังอาจเกิดปัญหาได้ จึงต้องพิจารณาระดับติดตั้ง ระบบระบายอากาศ และการระบายน้ำทิ้งร่วมด้วย
ระบบไฟฟ้าเป็นส่วนที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษเมื่อต้องเตรียมบ้านรับมือน้ำท่วม เพราะน้ำที่สัมผัสปลั๊กไฟ สายไฟ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ชำรุด อาจทำให้เกิดไฟฟ้ารั่วและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ สำหรับบ้านที่ยังไม่สะดวกปรับปรุงหรือจัดการระบบไฟฟ้า ให้ระวังหากเกิดน้ำท่วมครั้งถัดไป ต้องสังเกตระดับน้ำว่าที่ผ่านมาน้ำท่วมถึงปลั๊กหรือไม่ ถ้าน้ำท่วมเข้าบ้านและมีระดับสูงใกล้เคียงปลั๊กไฟ ควรสับสวิตช์ตู้ไฟเพื่อตัดไฟฟ้าทันที
บ้านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรพิจารณาปรับตำแหน่งปลั๊กไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าบริเวณชั้นล่างให้อยู่สูงจากพื้นมากขึ้น โดยระดับประมาณ 1.20 เมตรอาจใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการพิจารณาได้ แต่ไม่ใช่ระดับที่รับประกันความปลอดภัยสำหรับทุกพื้นที่ เจ้าของบ้านควรใช้ระดับน้ำท่วมสูงสุดที่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่เป็นข้อมูลประกอบ และเผื่อระดับความสูงเพิ่มเติมตามความเหมาะสม ทั้งนี้ การปรับตำแหน่งอุปกรณ์ไฟฟ้าต้องดำเนินการโดยช่างไฟฟ้าที่มีความรู้ความชำนาญ
บ้านเก่าบางหลังอาจใช้ระบบไฟฟ้าที่ควบคุมทั้งบ้านผ่านอุปกรณ์ตัดวงจรหลักเพียงชุดเดียว หากเกิดน้ำท่วมชั้นล่างและจำเป็นต้องตัดไฟ อาจทำให้ไม่สามารถใช้ไฟฟ้าบริเวณชั้นบนได้ จึงควรพิจารณาปรับปรุงเซอร์กิตเบรกเกอร์ไฟให้สามารถแยกวงจรระหว่างชั้น 1 และชั้น 2 ได้อย่างเหมาะสม โดยต้องให้ช่างไฟฟ้าตรวจสอบและออกแบบระบบให้ถูกต้องตามมาตรฐาน พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้ารั่วและไฟฟ้าดูดที่เหมาะสม
เมื่อเกิดน้ำท่วม ห้ามสัมผัสปลั๊กไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปียกน้ำ หากตู้ไฟหรือสวิตช์อยู่ในบริเวณน้ำท่วมขัง อย่าเข้าไปตัดไฟด้วยตนเอง ให้ติดต่อการไฟฟ้าหรือช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อดำเนินการอย่างปลอดภัย และอย่าเปิดใช้งานระบบไฟฟ้าอีกครั้งจนกว่าจะได้รับการตรวจสอบแล้ว
ภาพ: น้ำท่วมเข้าตัวบ้านชั้นล่างให้ระมัดระวังไฟฟ้ารั่ว/ลัดวงจร ควรตรวจสอบระดับความสูงของปลั๊กไฟ
นอกจากการเตรียมโครงสร้างบ้านและระบบสาธารณูปโภคแล้ว ควรให้ความสำคัญกับตำแหน่งติดตั้งอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความเสี่ยงต่อความเสียหายจากน้ำท่วม โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ติดตั้งบริเวณชั้นล่าง รอบบ้าน หรือพื้นที่ที่มีระดับต่ำกว่าถนน เช่น ปั๊มน้ำ เครื่องซักผ้า ตู้เย็น คอยล์ร้อนเครื่องปรับอากาศ และมอเตอร์ประตูรั้ว ซึ่งหากถูกน้ำท่วมอาจทำให้อุปกรณ์ชำรุดและมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมสูง
แนวทางเตรียมอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าให้พร้อมรับมือน้ำท่วม มีดังนี้
ทั้งนี้ การยกอุปกรณ์ให้สูงขึ้นควรพิจารณาจากระดับน้ำท่วมสูงสุดที่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่ และเผื่อความสูงเพิ่มเติมตามความเสี่ยงของแต่ละบ้าน หากไม่สามารถปรับตำแหน่งติดตั้งได้ ควรเตรียมแผนป้องกันหรือเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ไว้ล่วงหน้า
ข้อควรระวัง: หากอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าถูกน้ำท่วม ห้ามเปิดใช้งานทันทีแม้น้ำจะลดแล้ว ควรตัดแหล่งจ่ายไฟอย่างปลอดภัยและให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบระบบไฟฟ้าและสภาพอุปกรณ์ก่อนนำกลับมาใช้งาน
เฟอร์นิเจอร์เป็นสิ่งที่ได้รับความเสียหายได้ง่ายเมื่อน้ำท่วม โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้ปาร์ติเคิลบอร์ดหรือ MDF ซึ่งอาจบวม พองตัว และเสียรูปเมื่อสัมผัสน้ำเป็นเวลานาน การเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะกับพื้นที่เสี่ยงจึงช่วยลดความเสียหายและทำให้การจัดการหลังน้ำลดสะดวกขึ้น
แนวทางเลือกเฟอร์นิเจอร์สำหรับบ้านที่มีความเสี่ยงน้ำท่วม ได้แก่
สำหรับบ้านที่ต้องการติดตั้งเฟอร์นิเจอร์บิวต์อิน ควรเลือกวัสดุและรายละเอียดงานให้เหมาะกับพื้นที่ เช่น ใช้วัสดุที่ทนความชื้นบริเวณส่วนล่าง และออกแบบให้สามารถถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนที่เสียหายได้ง่าย ทั้งนี้ วัสดุที่ระบุว่าทนชื้นไม่ได้หมายความว่าจะสามารถแช่น้ำท่วมได้โดยไม่เสียหาย
ภาพ: เฟอร์นิเจอร์ไม้เนื้อแข็ง แข็งแรง ทนน้ำ เคลื่อนย้ายง่าย
นอกจากการปรับปรุงตัวบ้านแล้ว การเตรียมอุปกรณ์ยังชีพก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะเมื่อเกิดน้ำท่วม ถนนบางเส้นทางอาจถูกตัดขาด ร้านค้าอาจปิดให้บริการ หรือไม่สามารถออกไปซื้ออาหารและของใช้จำเป็นได้ตามปกติ ควรจัดเตรียมสิ่งของที่จำเป็นไว้ล่วงหน้า โดยพิจารณาจำนวนสมาชิกในบ้าน เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่ต้องใช้ยาประจำ และสัตว์เลี้ยง (หากมี)
รายการอุปกรณ์ที่ควรเตรียมไว้ ได้แก่
ควรตรวจสอบวันหมดอายุของอาหาร ยา และอุปกรณ์เป็นระยะ พร้อมเก็บของทั้งหมดไว้ในตำแหน่งที่สูงและหยิบใช้ได้ง่าย นอกจากนี้ ควรวางแผนอพยพและกำหนดจุดนัดพบของสมาชิกในครอบครัวไว้ล่วงหน้า หากมีประกาศเตือนภัยหรือระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของชีวิตและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานท้องถิ่นเป็นอันดับแรก
การปรับปรุงพื้นจึงควรพิจารณาจากระดับน้ำที่เคยท่วมถึง ระดับถนนและพื้นที่รอบบ้าน รวมถึงความสูงของธรณีประตูและช่องเปิดต่าง ๆ
สำหรับบ้านที่มีข้อจำกัดเรื่องความสูงจากพื้นชั้น 1 ถึงเพดาน หรือไม่สามารถยกระดับพื้นได้ อาจพิจารณาอุดรอยต่อที่น้ำมีโอกาสซึมผ่าน เช่น รอยต่อระหว่างพื้นกับผนัง รอยแตกร้าวตามผนัง และบริเวณวงกบประตู โดยเลือกใช้วัสดุยาแนวหรือวัสดุกันซึมให้เหมาะกับตำแหน่งและลักษณะของรอยต่อ หากพบจุดที่มีน้ำซึมหรือดันเข้ามาเป็นประจำ ควรตรวจสอบและแก้ไขที่ต้นเหตุควบคู่กัน ทั้งนี้ วิธีดังกล่าวช่วยลดการรั่วซึมได้ในบางกรณี แต่ไม่สามารถป้องกันแรงดันจากน้ำท่วมที่สูงมากได้ทั้งหมด และหากพื้นเสียหายมาก จำเป็นต้องรื้อเปลี่ยนพื้นใหม่ ควรเลือกใช้วัสดุปูพื้นที่ทนน้ำได้ดี หรือสามารถรื้อออกหลังน้ำลดเพื่อติดตั้งใหม่ได้ เช่น กระเบื้องเซรามิก พื้นไวนิลพื้น SPC กระเบื้องยาง
สำหรับบ้านที่มีความเสี่ยงจากน้ำท่วมไม่สูงมาก อาจพิจารณายกระดับพื้นภายในบ้านประมาณ 10–12 ซม. ด้วยการเทคอนกรีตใหม่ทับพื้นเดิม หากสภาพพื้นและโครงสร้างรองรับได้ วิธีการนี้ค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก งานก่อสร้างไม่ซับซ้อน แต่ต้องพิจารณาระดับพื้นบริเวณประตู ห้องน้ำ และระดับธรณีต่างๆ ด้วย
หากจำเป็นต้องยกพื้นในบ้านสูงขึ้นเพื่อให้พ้นระดับน้ำท่วมถึง เช่น มากกว่า 20 ซม. อาจเลือกใช้โครงสร้างที่มีน้ำหนักเบา โดยเลือกวัสดุและวิธีติดตั้งให้เหมาะสมกับการใช้งานภายในบ้าน อย่างไรก็ตาม การยกพื้นจะทำให้ความสูงจากพื้นถึงเพดานลดลง จึงควรตรวจสอบรายละเอียดอื่นร่วมด้วย เช่น
สำหรับบ้านที่ประสบปัญหาน้ำท่วมรุนแรงซ้ำ ๆ หรือมีระดับพื้นต่ำกว่าถนนและพื้นที่โดยรอบมาก การยกบ้านขึ้นทั้งหลัง หรือที่เรียกกันว่า “ดีดบ้าน” อาจเป็นทางเลือกในระยะยาว แต่มีค่าใช้จ่ายสูง และต้องให้วิศวกรโครงสร้างตรวจสอบสภาพบ้าน ฐานราก เสา คาน และความเป็นไปได้ในการยกบ้าน พร้อมวางแผนปรับระบบสาธารณูปโภคให้รองรับระดับใหม่อย่างปลอดภัย
อ่านรายละเอียด วิธียกพื้นให้เหมาะกับระดับน้ำท่วม
การเตรียมบ้านรับมือน้ำท่วมในระยะยาวควรเริ่มจากการประเมินความเสี่ยงของพื้นที่และระดับน้ำที่เคยเกิดขึ้นจริง แล้วเลือกปรับปรุงบ้านตามความเหมาะสม ตั้งแต่การป้องกันน้ำบริเวณรอบบ้าน การปรับปรุงระบบสุขาภิบาลและไฟฟ้า อุปกรณ์/เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงการเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะกับพื้นที่เสี่ยง การเตรียมอุปกรณ์ยังชีพ และการยกระดับพื้นภายในบ้าน
สำหรับบ้านที่มีความเสี่ยงสูงหรือเคยถูกน้ำท่วมซ้ำหลายครั้ง ควรให้วิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบและวางแผนปรับปรุงอย่างเป็นระบบ เพราะการป้องกันที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับการกั้นน้ำเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาทั้งโครงสร้างบ้าน เส้นทางน้ำ ระบบระบายน้ำ และความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยร่วมกัน
- อ่านเพิ่มเติม: ฝนตกทีไร น้ำท่วมทุกที!! วิธีแก้ปัญหาบ้านต่ำกว่าถนนแบบตรงจุด
SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้บริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ
บทความนี้จัดทำโดย หน่วยงาน SCG Home Online ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแล E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนการให้คำปรึกษา ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในเรื่องการเลือกใช้วัสดุต่างๆ เพื่อการทำบ้าน รวมถึงโซลูชั่นเรื่องบ้านต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้าน และเรื่องวัสดุก่อสร้าง สงวนลิขสิทธ์การคัดลอก เผยแพร่ และทำซ้ำ