สินค้าไม้พื้น SPC (Stone Plastic Composite) ภายใต้แบรนด์ ยูนิกซ์ เป็นสินค้าคุณภาพ วัสดุมีส่วนผสมของ PVC บริสุทธิ์ ผสมหินเพื่อเสริมความทนทาน แข็งแกร่งและความคงทนของผิวหน้า ด้วย UV Coating พร้อมเสริมด้วยชั้น Wear Layer เป็นชั้นฟิล์มป้องกันรอยขีดข่วน
ผลิตจาก PVC บริสุทธิ์ ผสมกับหิน(2.2326 ตร.ม/กล่อง) เพื่อเสริมความทนทานของผิวหน้า ไม่ยืดหด ผิวสัมผัสเสมือนไม้จริงให้ความรู้สึกอบอุ่น สวยงาม และ ติดตั้งง่ายด้วยระบบ Click Lock
รับประกัน 10 ปี ติดต่อ Call Center 02-5182155
19 กก.
SPC
ขายแล้ว 11
สินค้าไม้พื้น SPC (Stone Plastic Composite) ภายใต้แบรนด์ ยูนิกซ์ เป็นสินค้าคุณภาพ วัสดุมีส่วนผสมของ PVC บริสุทธิ์ ผสมหินเพื่อเสริมความทนทาน แข็งแกร่งและความคงทนของผิวหน้า ด้วย UV Coating พร้อมเสริมด้วยชั้น Wear Layer เป็นชั้นฟิล์มป้องกันรอยขีดข่วน
ผลิตจาก PVC บริสุทธิ์ ผสมกับหิน(2.2326 ตร.ม/กล่อง) เพื่อเสริมความทนทานของผิวหน้า ไม่ยืดหด ผิวสัมผัสเสมือนไม้จริงให้ความรู้สึกอบอุ่น สวยงาม และ ติดตั้งง่ายด้วยระบบ Click Lock
รับประกัน 10 ปี ติดต่อ Call Center 02-5182155
19 กก.
SPC
พื้นปาร์เกต์บวม หลุดล่อน หรือระเบิดหลังน้ำท่วม แก้ไขอย่างไร? ชวนเช็กระดับความเสียหาย พร้อมแนวทางซ่อมหรือเลือกวัสดุปูพื้นใหม่ให้เหมาะกับบ้าน ประเด็นสำคัญ พื้นไม้ปาร์เกต์ที่เสียหายหลังน้ำท่วม ควรประเมินระดับความเสียหายและสภาพพื้น หากเสียหายไม่มาก เช่น ไม้ปาร์เกต์หลุดล่อน/บวมพองบางแผ่น สามารถพิจารณาซ่อมแซมเฉพาะจุดได้ หากเสียหายมาก เช่น ไม้ปาร์เกต์ระเบิดหลายจุด พื้นไม้บวมเป็นส่วนใหญ่ อาจพิจารณารื้อพื้นเดิมและเปลี่ยนวัสดุปูพื้นใหม่ ได้แก่ เทปูนปรับระดับและขัดมัน ปูวัสดุใหม่ อย่างกระเบื้องเซรามิก กระเบื้องยางลายไม้ พื้น SPC พื้นไวนิล ก่อนตัดสินใจว่าจะซ่อมหรือรื้อปูวัสดุใหม่ ควรปล่อยให้พื้นที่แห้งและตรวจสอบความชื้นของทั้งพื้นไม้และพื้นด้านล่างก่อน เพราะหากรีบปูวัสดุใหม่ทั้งที่ยังมีความชื้นสะสมอยู่ อาจเกิดปัญหา เชื้อรา กลิ่นอับ กาวเสื่อม หรือวัสดุปูพื้นใหม่เสียหายได้ หลังน้ำท่วมลดลง หลายบ้านอาจพบปัญหาความชื้นตกค้างภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นผนัง วัสดุตกแต่ง หรือพื้น ซึ่งเมื่อวัสดุสัมผัสกับน้ำและความชื้นเป็นเวลานาน ก็อาจเกิดอาการบวม พอง ลอกล่อน หรือเสียรูปได้ หนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยคือ พื้นไม้ปาร์เกต์ชื้น บวม และหลุดล่อน เนื่องจากไม้เป็นวัสดุที่สามารถดูดซึมน้ำและความชื้นได้ เมื่อได้รับความชื้นมากกว่าปกติ ไม้จะเกิดการขยายตัว และหากกาวที่ใช้ยึดพื้นเสื่อมสภาพจากน้ำหรือความชื้น ก็อาจทำให้แผ่นไม้หลุดออกจากพื้นเดิมได้ อย่างไรก็ตาม พื้นไม้ปาร์เกต์ที่เสียหายหลังน้ำท่วมไม่ได้หมายความว่าจะต้องรื้อเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดเสมอไป การซ่อมควรเริ่มจากการประเมินระดับความเสียหายและสภาพพื้นเดิมก่อน เพื่อเลือกวิธีแก้ไขให้เหมาะสม โดยทั่วไปสามารถพิจารณาแนวทางแก้ไขได้เป็น 2 กรณีหลัก ได้แก่ 1) เสียหายไม่มาก สามารถพิจารณาซ่อมแซมเฉพาะจุดได้ 2) เสียหายมาก ควรรื้อพื้นเดิมและเปลี่ยนวัสดุปูพื้นใหม่ แต่ก่อนตัดสินใจซ่อมหรือรื้อ ควรปล่อยให้พื้นที่แห้งและตรวจสอบความชื้นของทั้งพื้นไม้และพื้นด้านล่างก่อน เพราะหากรีบปิดทับหรือปูวัสดุใหม่ทั้งที่ยังมีความชื้นสะสมอยู่ อาจเกิดปัญหาตามมา เช่น เชื้อรา กลิ่นอับ กาวเสื่อม หรือวัสดุปูพื้นใหม่เสียหายได้ 1) พื้นไม้ปาร์เกต์เสียหายไม่มาก อาจซ่อมเฉพาะจุดได้ หากความเสียหายเกิดขึ้นเฉพาะบางบริเวณ และโครงสร้างพื้นเดิมยังอยู่ในสภาพดี อาจไม่จำเป็นต้องรื้อพื้นทั้งหมด โดยสามารถพิจารณาตามลักษณะความเสียหายได้ดังนี้ พื้นไม้ปาร์เกต์บวมพอง เมื่อไม้ดูดซึมน้ำและความชื้น ไม้อาจจะขยายตัว ทำให้พื้นปาร์เกต์บางส่วนมีลักษณะบวม นูน หรือโก่งขึ้นจากระดับเดิม หากไม้ยังไม่เสียรูปมากและยังสามารถนำกลับมาใช้งานได้ ควรเริ่มจากการกำจัดแหล่งความชื้นและทำให้พื้นแห้งอย่างเหมาะสมก่อน จากนั้นจึงประเมินอีกครั้งว่าไม้สามารถกลับคืนรูปได้มากน้อยเพียงใด หากพื้นยังมีอาการบวมหลังจากแห้งแล้ว อาจจำเป็นต้องรื้อเฉพาะแผ่นที่เสียหายออก ตรวจสอบสภาพพื้นด้านล่าง และเปลี่ยนแผ่นไม้ใหม่ในบริเวณที่เสียหาย ไม่ควรรีบขัดหรือซ่อมผิวหน้าทันทีที่น้ำลด เพราะไม้ที่ยังมีความชื้นสูงอาจเปลี่ยนรูปเพิ่มเติมภายหลังได้ พื้นไม้ปาร์เกต์หลุดล่อน กรณีที่แผ่นไม้ปาร์เกต์หลุดออกจากพื้นเดิม แต่ตัวไม้ยังอยู่ในสภาพดี สามารถพิจารณารื้อแผ่นที่หลุดออก ตรวจสอบและทำความสะอาดพื้นด้านล่าง จากนั้นจึงเตรียมพื้นและยึดแผ่นไม้กลับเข้าที่ด้วยกาวสำหรับติดไม้หรือวัสดุยึดติดที่เหมาะสม แต่หากพบว่ากาวเดิมเสื่อมสภาพเป็นบริเวณกว้าง หรือพื้นด้านล่างได้รับความเสียหายจากน้ำและความชื้น การติดกาวกลับเฉพาะแผ่นอาจไม่ใช่ทางแก้ที่เหมาะสม เพราะมีโอกาสเกิดการหลุดล่อนเพิ่มเติมได้ อาจพิจารณาแนวทางการรื้อพื้นปาร์เกต์ออกทั้งหมดแล้วปูใหม่ตามเดิม หรือเปลี่ยนวัสดุ ซ่อมแซมพื้นปาร์เกต์ ภาพ: เลาะไม้ที่หลุดล่อนออก แล้วขูดทำความสะอาดไม้และผิวพื้นให้เรียบ ทากาวสำหรับติดไม้ลงที่พื้นแล้วติดแผ่นไม้ปาร์เกต์ 2) พื้นไม้ปาร์เกต์เสียหายมาก ควรรื้อและเปลี่ยนวัสดุใหม่ หากพื้นไม้ปาร์เกต์มีอาการบวม โก่ง หลุดล่อน หรือเสียรูปเป็นบริเวณกว้าง รวมถึงพบเชื้อรา กลิ่นอับ หรือพื้นด้านล่างได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม การรื้อพื้นเดิมออกทั้งหมดอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า หลังจากรื้อพื้นไม้ปาร์เกต์ออกแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนเลือกวิธีปรับพื้นและวัสดุใหม่ คือ ความหนาของพื้นปาร์เกต์เดิม โดยทั่วไปพื้นไม้ปาร์เกต์อาจมีความหนาประมาณ 1-1.8 ซม. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดและรุ่นของวัสดุ ความหนาดังกล่าวมีผลต่อการเลือกวัสดุปูพื้นใหม่ เพราะควรทำให้ระดับพื้นใหม่ใกล้เคียงกับระดับพื้นเดิมมากที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดความแตกต่างของระดับพื้นมากจนกระทบกับประตู วงกบ หรือพื้นที่เชื่อมต่อกับห้องอื่น เช่น ใช้ปูนปรับระดับชนิดบาง สามารถเทปรับระดับพื้นได้ที่ความหนาขั้นต่ำ 1 ซม. จะใช้เพื่อเตรียมพื้นผิวก่อนปูทับด้วยวัสดุพื้น อย่างกระเบื้องยาง พื้น SPC ฯลฯ หรืออาจทำพื้นปูนขัดมันก็ได้ ใช้แผ่นสมาร์ทบอร์ดขอบเรียบ ความหนา 0.8, 1.0 หรือ 1.2 ซม. ปูเป็นแผ่นรองพื้น แล้วปูทับด้วยวัสดุปูพื้น อย่างกระเบื้องยาง พื้น SPC ฯลฯ เมื่อเตรียมพื้นและกำหนดระดับที่เหมาะสมแล้ว สามารถเลือกวัสดุปูพื้นใหม่ได้หลายประเภท โดยควรพิจารณาทั้งความเหมาะสมกับพื้นที่ การใช้งาน ความชื้น และโอกาสเกิดน้ำท่วมซ้ำ เช่น กระเบื้องเซรามิก กระเบื้องยาง พื้นไม้SPC ปรับพื้นแล้วปูด้วยกระเบื้องเซรามิก ภาพ: ปรับพื้นแล้วปูด้วยกระเบื้องเซรามิก ปรับพื้นแล้วปูด้วยพื้นไม้SPC ภาพ: ปรับพื้นแล้วปูด้วยพื้นไม้SPC บ้านอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม เลือกพื้นใหม่อย่างไรให้รับมือครั้งต่อไป สำหรับบ้านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม การซ่อมบ้านหลังน้ำลดอาจเป็นโอกาสสำคัญในการปรับวัสดุและรายละเอียดการก่อสร้างให้เหมาะกับสภาพพื้นที่มากขึ้น แทนที่จะเลือกวัสดุโดยพิจารณาเพียงเรื่องความสวยงาม ควรคำนึงถึงโอกาสที่จะเกิดน้ำท่วมซ้ำและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับวัสดุในอนาคตด้วย 1. เลือกวัสดุที่เหมาะกับพื้นที่เสี่ยงความชื้น ควรพิจารณาคุณสมบัติของวัสดุว่าทนต่อความชื้นและน้ำได้มากน้อยเพียงใด รวมถึงวิธีติดตั้งและวัสดุประสานที่ใช้ร่วมกัน เพราะแม้วัสดุปิดผิวจะมีคุณสมบัติทนน้ำ แต่ชั้นวัสดุด้านล่างหรือกาวที่ใช้ติดตั้งอาจได้รับความเสียหายได้ 2. คำนึงถึงการรื้อซ่อมในอนาคต ในพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดน้ำท่วมซ้ำ การเลือกวัสดุที่สามารถรื้อเปลี่ยนเฉพาะส่วนได้ อาจช่วยลดความเสียหายและค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดปัญหาในอนาคต 3. พิจารณาระดับพื้นและตำแหน่งวัสดุ หากบ้านอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำบ่อย อาจพิจารณาปรับระดับพื้นหรือยกพื้นให้สูงขึ้นเหมาะสมกับระดับน้ำที่เคยท่วมถึง โดยต้องคำนึงถึงระดับของประตู หน้าต่าง ปลั๊กไฟ รวมถึงความสูงของฝ้าเพดาน สรุป พื้นปาร์เกต์หลุดล่อนหลังน้ำท่วม ไม่จำเป็นต้องรื้อทั้งหมดเสมอไป พื้นไม้ปาร์เกต์ที่บวม พอง หลุดล่อน หรือระเบิดหลังน้ำท่วม ควรประเมินความเสียหายก่อนตัดสินใจซ่อม โดยหากเสียหายเฉพาะบางจุดและตัวไม้ยังอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ อาจเลือกซ่อมเฉพาะบริเวณที่เสียหายได้ แต่หากพื้นเสียหายเป็นวงกว้าง ไม้เสียรูปมาก กาวเสื่อมสภาพ หรือพบความเสียหายจากความชื้นและเชื้อราบริเวณพื้นด้านล่าง การรื้อพื้นเดิมและเปลี่ยนวัสดุใหม่อาจเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่า ที่สำคัญ อย่าเพิ่งรีบปูพื้นใหม่ทันทีหลังน้ำลด ควรตรวจสอบและแก้ปัญหาความชื้นให้เรียบร้อยก่อน เพราะการปิดทับความชื้นเอาไว้ใต้พื้นใหม่ อาจนำไปสู่ปัญหากลิ่นอับ เชื้อรา หรือวัสดุเสียหายซ้ำในภายหลัง และสำหรับบ้านที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมเป็นประจำ การเลือกวัสดุพื้นครั้งใหม่ควรมองให้ไกลกว่า “สวยและถูกใจ” แต่ควรเลือกให้เหมาะกับสภาพพื้นที่และคำนึงถึงการรับมือน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคตด้วย พื้นลามิเนต พื้นไม้ SPC พื้นไวนิล\ บริการปูกระเบื้องยาง SPC พื้นลามิเนต\ > - อ่านเพิ่มเติม: กระเบื้องยางลายไม้/พื้นไวนิล: ปูพื้นลายไม้ ง่าย สวย เร็ว ตอบโจทย์ทุกพื้นที่\ > - อ่านเพิ่มเติม: พื้นไวนิล VS ลามิเนต VS ไม้พื้นSPC: พื้นลายไม้ 3 ชนิดนี้ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนคุ้มสุด\ > - อ่านเพิ่มเติม: พื้นกันลื่นลดแรงกระแทก กันลื่นดี กันกระแทกได้ ลดอันตรายในบ้าน\ เลือกซื้อสินค้าและบริการพร้อมติดตั้ง กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้บริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความนี้จัดทำโดย หน่วยงาน SCG Home Online ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแล E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนการให้คำปรึกษา ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในเรื่องการเลือกใช้วัสดุต่างๆ เพื่อการทำบ้าน รวมถึงโซลูชั่นเรื่องบ้านต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้าน และเรื่องวัสดุก่อสร้าง สงวนลิขสิทธ์การคัดลอก เผยแพร่ และทำซ้ำ
พื้นปาร์เกต์บวม หลุดล่อน หรือระเบิดหลังน้ำท่วม แก้ไขอย่างไร? ชวนเช็กระดับความเสียหาย พร้อมแนวทางซ่อมหรือเลือกวัสดุปูพื้นใหม่ให้เหมาะกับบ้าน ประเด็นสำคัญ พื้นไม้ปาร์เกต์ที่เสียหายหลังน้ำท่วม ควรประเมินระดับความเสียหายและสภาพพื้น หากเสียหายไม่มาก เช่น ไม้ปาร์เกต์หลุดล่อน/บวมพองบางแผ่น สามารถพิจารณาซ่อมแซมเฉพาะจุดได้ หากเสียหายมาก เช่น ไม้ปาร์เกต์ระเบิดหลายจุด พื้นไม้บวมเป็นส่วนใหญ่ อาจพิจารณารื้อพื้นเดิมและเปลี่ยนวัสดุปูพื้นใหม่ ได้แก่ เทปูนปรับระดับและขัดมัน ปูวัสดุใหม่ อย่างกระเบื้องเซรามิก กระเบื้องยางลายไม้ พื้น SPC พื้นไวนิล ก่อนตัดสินใจว่าจะซ่อมหรือรื้อปูวัสดุใหม่ ควรปล่อยให้พื้นที่แห้งและตรวจสอบความชื้นของทั้งพื้นไม้และพื้นด้านล่างก่อน เพราะหากรีบปูวัสดุใหม่ทั้งที่ยังมีความชื้นสะสมอยู่ อาจเกิดปัญหา เชื้อรา กลิ่นอับ กาวเสื่อม หรือวัสดุปูพื้นใหม่เสียหายได้ หลังน้ำท่วมลดลง หลายบ้านอาจพบปัญหาความชื้นตกค้างภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นผนัง วัสดุตกแต่ง หรือพื้น ซึ่งเมื่อวัสดุสัมผัสกับน้ำและความชื้นเป็นเวลานาน ก็อาจเกิดอาการบวม พอง ลอกล่อน หรือเสียรูปได้ หนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยคือ พื้นไม้ปาร์เกต์ชื้น บวม และหลุดล่อน เนื่องจากไม้เป็นวัสดุที่สามารถดูดซึมน้ำและความชื้นได้ เมื่อได้รับความชื้นมากกว่าปกติ ไม้จะเกิดการขยายตัว และหากกาวที่ใช้ยึดพื้นเสื่อมสภาพจากน้ำหรือความชื้น ก็อาจทำให้แผ่นไม้หลุดออกจากพื้นเดิมได้ อย่างไรก็ตาม พื้นไม้ปาร์เกต์ที่เสียหายหลังน้ำท่วมไม่ได้หมายความว่าจะต้องรื้อเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดเสมอไป การซ่อมควรเริ่มจากการประเมินระดับความเสียหายและสภาพพื้นเดิมก่อน เพื่อเลือกวิธีแก้ไขให้เหมาะสม โดยทั่วไปสามารถพิจารณาแนวทางแก้ไขได้เป็น 2 กรณีหลัก ได้แก่ 1) เสียหายไม่มาก สามารถพิจารณาซ่อมแซมเฉพาะจุดได้ 2) เสียหายมาก ควรรื้อพื้นเดิมและเปลี่ยนวัสดุปูพื้นใหม่ แต่ก่อนตัดสินใจซ่อมหรือรื้อ ควรปล่อยให้พื้นที่แห้งและตรวจสอบความชื้นของทั้งพื้นไม้และพื้นด้านล่างก่อน เพราะหากรีบปิดทับหรือปูวัสดุใหม่ทั้งที่ยังมีความชื้นสะสมอยู่ อาจเกิดปัญหาตามมา เช่น เชื้อรา กลิ่นอับ กาวเสื่อม หรือวัสดุปูพื้นใหม่เสียหายได้ 1) พื้นไม้ปาร์เกต์เสียหายไม่มาก อาจซ่อมเฉพาะจุดได้ หากความเสียหายเกิดขึ้นเฉพาะบางบริเวณ และโครงสร้างพื้นเดิมยังอยู่ในสภาพดี อาจไม่จำเป็นต้องรื้อพื้นทั้งหมด โดยสามารถพิจารณาตามลักษณะความเสียหายได้ดังนี้ พื้นไม้ปาร์เกต์บวมพอง เมื่อไม้ดูดซึมน้ำและความชื้น ไม้อาจจะขยายตัว ทำให้พื้นปาร์เกต์บางส่วนมีลักษณะบวม นูน หรือโก่งขึ้นจากระดับเดิม หากไม้ยังไม่เสียรูปมากและยังสามารถนำกลับมาใช้งานได้ ควรเริ่มจากการกำจัดแหล่งความชื้นและทำให้พื้นแห้งอย่างเหมาะสมก่อน จากนั้นจึงประเมินอีกครั้งว่าไม้สามารถกลับคืนรูปได้มากน้อยเพียงใด หากพื้นยังมีอาการบวมหลังจากแห้งแล้ว อาจจำเป็นต้องรื้อเฉพาะแผ่นที่เสียหายออก ตรวจสอบสภาพพื้นด้านล่าง และเปลี่ยนแผ่นไม้ใหม่ในบริเวณที่เสียหาย ไม่ควรรีบขัดหรือซ่อมผิวหน้าทันทีที่น้ำลด เพราะไม้ที่ยังมีความชื้นสูงอาจเปลี่ยนรูปเพิ่มเติมภายหลังได้ พื้นไม้ปาร์เกต์หลุดล่อน กรณีที่แผ่นไม้ปาร์เกต์หลุดออกจากพื้นเดิม แต่ตัวไม้ยังอยู่ในสภาพดี สามารถพิจารณารื้อแผ่นที่หลุดออก ตรวจสอบและทำความสะอาดพื้นด้านล่าง จากนั้นจึงเตรียมพื้นและยึดแผ่นไม้กลับเข้าที่ด้วยกาวสำหรับติดไม้หรือวัสดุยึดติดที่เหมาะสม แต่หากพบว่ากาวเดิมเสื่อมสภาพเป็นบริเวณกว้าง หรือพื้นด้านล่างได้รับความเสียหายจากน้ำและความชื้น การติดกาวกลับเฉพาะแผ่นอาจไม่ใช่ทางแก้ที่เหมาะสม เพราะมีโอกาสเกิดการหลุดล่อนเพิ่มเติมได้ อาจพิจารณาแนวทางการรื้อพื้นปาร์เกต์ออกทั้งหมดแล้วปูใหม่ตามเดิม หรือเปลี่ยนวัสดุ ซ่อมแซมพื้นปาร์เกต์ ภาพ: เลาะไม้ที่หลุดล่อนออก แล้วขูดทำความสะอาดไม้และผิวพื้นให้เรียบ ทากาวสำหรับติดไม้ลงที่พื้นแล้วติดแผ่นไม้ปาร์เกต์ 2) พื้นไม้ปาร์เกต์เสียหายมาก ควรรื้อและเปลี่ยนวัสดุใหม่ หากพื้นไม้ปาร์เกต์มีอาการบวม โก่ง หลุดล่อน หรือเสียรูปเป็นบริเวณกว้าง รวมถึงพบเชื้อรา กลิ่นอับ หรือพื้นด้านล่างได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม การรื้อพื้นเดิมออกทั้งหมดอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า หลังจากรื้อพื้นไม้ปาร์เกต์ออกแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนเลือกวิธีปรับพื้นและวัสดุใหม่ คือ ความหนาของพื้นปาร์เกต์เดิม โดยทั่วไปพื้นไม้ปาร์เกต์อาจมีความหนาประมาณ 1-1.8 ซม. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดและรุ่นของวัสดุ ความหนาดังกล่าวมีผลต่อการเลือกวัสดุปูพื้นใหม่ เพราะควรทำให้ระดับพื้นใหม่ใกล้เคียงกับระดับพื้นเดิมมากที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดความแตกต่างของระดับพื้นมากจนกระทบกับประตู วงกบ หรือพื้นที่เชื่อมต่อกับห้องอื่น เช่น ใช้ปูนปรับระดับชนิดบาง สามารถเทปรับระดับพื้นได้ที่ความหนาขั้นต่ำ 1 ซม. จะใช้เพื่อเตรียมพื้นผิวก่อนปูทับด้วยวัสดุพื้น อย่างกระเบื้องยาง พื้น SPC ฯลฯ หรืออาจทำพื้นปูนขัดมันก็ได้ ใช้แผ่นสมาร์ทบอร์ดขอบเรียบ ความหนา 0.8, 1.0 หรือ 1.2 ซม. ปูเป็นแผ่นรองพื้น แล้วปูทับด้วยวัสดุปูพื้น อย่างกระเบื้องยาง พื้น SPC ฯลฯ เมื่อเตรียมพื้นและกำหนดระดับที่เหมาะสมแล้ว สามารถเลือกวัสดุปูพื้นใหม่ได้หลายประเภท โดยควรพิจารณาทั้งความเหมาะสมกับพื้นที่ การใช้งาน ความชื้น และโอกาสเกิดน้ำท่วมซ้ำ เช่น กระเบื้องเซรามิก กระเบื้องยาง พื้นไม้SPC ปรับพื้นแล้วปูด้วยกระเบื้องเซรามิก ภาพ: ปรับพื้นแล้วปูด้วยกระเบื้องเซรามิก ปรับพื้นแล้วปูด้วยพื้นไม้SPC ภาพ: ปรับพื้นแล้วปูด้วยพื้นไม้SPC บ้านอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม เลือกพื้นใหม่อย่างไรให้รับมือครั้งต่อไป สำหรับบ้านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม การซ่อมบ้านหลังน้ำลดอาจเป็นโอกาสสำคัญในการปรับวัสดุและรายละเอียดการก่อสร้างให้เหมาะกับสภาพพื้นที่มากขึ้น แทนที่จะเลือกวัสดุโดยพิจารณาเพียงเรื่องความสวยงาม ควรคำนึงถึงโอกาสที่จะเกิดน้ำท่วมซ้ำและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับวัสดุในอนาคตด้วย 1. เลือกวัสดุที่เหมาะกับพื้นที่เสี่ยงความชื้น ควรพิจารณาคุณสมบัติของวัสดุว่าทนต่อความชื้นและน้ำได้มากน้อยเพียงใด รวมถึงวิธีติดตั้งและวัสดุประสานที่ใช้ร่วมกัน เพราะแม้วัสดุปิดผิวจะมีคุณสมบัติทนน้ำ แต่ชั้นวัสดุด้านล่างหรือกาวที่ใช้ติดตั้งอาจได้รับความเสียหายได้ 2. คำนึงถึงการรื้อซ่อมในอนาคต ในพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดน้ำท่วมซ้ำ การเลือกวัสดุที่สามารถรื้อเปลี่ยนเฉพาะส่วนได้ อาจช่วยลดความเสียหายและค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดปัญหาในอนาคต 3. พิจารณาระดับพื้นและตำแหน่งวัสดุ หากบ้านอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำบ่อย อาจพิจารณาปรับระดับพื้นหรือยกพื้นให้สูงขึ้นเหมาะสมกับระดับน้ำที่เคยท่วมถึง โดยต้องคำนึงถึงระดับของประตู หน้าต่าง ปลั๊กไฟ รวมถึงความสูงของฝ้าเพดาน สรุป พื้นปาร์เกต์หลุดล่อนหลังน้ำท่วม ไม่จำเป็นต้องรื้อทั้งหมดเสมอไป พื้นไม้ปาร์เกต์ที่บวม พอง หลุดล่อน หรือระเบิดหลังน้ำท่วม ควรประเมินความเสียหายก่อนตัดสินใจซ่อม โดยหากเสียหายเฉพาะบางจุดและตัวไม้ยังอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ อาจเลือกซ่อมเฉพาะบริเวณที่เสียหายได้ แต่หากพื้นเสียหายเป็นวงกว้าง ไม้เสียรูปมาก กาวเสื่อมสภาพ หรือพบความเสียหายจากความชื้นและเชื้อราบริเวณพื้นด้านล่าง การรื้อพื้นเดิมและเปลี่ยนวัสดุใหม่อาจเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่า ที่สำคัญ อย่าเพิ่งรีบปูพื้นใหม่ทันทีหลังน้ำลด ควรตรวจสอบและแก้ปัญหาความชื้นให้เรียบร้อยก่อน เพราะการปิดทับความชื้นเอาไว้ใต้พื้นใหม่ อาจนำไปสู่ปัญหากลิ่นอับ เชื้อรา หรือวัสดุเสียหายซ้ำในภายหลัง และสำหรับบ้านที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมเป็นประจำ การเลือกวัสดุพื้นครั้งใหม่ควรมองให้ไกลกว่า “สวยและถูกใจ” แต่ควรเลือกให้เหมาะกับสภาพพื้นที่และคำนึงถึงการรับมือน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคตด้วย พื้นลามิเนต พื้นไม้ SPC พื้นไวนิล\ บริการปูกระเบื้องยาง SPC พื้นลามิเนต\ > - อ่านเพิ่มเติม: กระเบื้องยางลายไม้/พื้นไวนิล: ปูพื้นลายไม้ ง่าย สวย เร็ว ตอบโจทย์ทุกพื้นที่\ > - อ่านเพิ่มเติม: พื้นไวนิล VS ลามิเนต VS ไม้พื้นSPC: พื้นลายไม้ 3 ชนิดนี้ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนคุ้มสุด\ > - อ่านเพิ่มเติม: พื้นกันลื่นลดแรงกระแทก กันลื่นดี กันกระแทกได้ ลดอันตรายในบ้าน\ เลือกซื้อสินค้าและบริการพร้อมติดตั้ง กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้บริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความนี้จัดทำโดย หน่วยงาน SCG Home Online ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแล E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนการให้คำปรึกษา ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในเรื่องการเลือกใช้วัสดุต่างๆ เพื่อการทำบ้าน รวมถึงโซลูชั่นเรื่องบ้านต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้าน และเรื่องวัสดุก่อสร้าง สงวนลิขสิทธ์การคัดลอก เผยแพร่ และทำซ้ำ
พื้นปาร์เกต์บวม หลุดล่อน หรือระเบิดหลังน้ำท่วม แก้ไขอย่างไร? ชวนเช็กระดับความเสียหาย พร้อมแนวทางซ่อมหรือเลือกวัสดุปูพื้นใหม่ให้เหมาะกับบ้าน ประเด็นสำคัญ พื้นไม้ปาร์เกต์ที่เสียหายหลังน้ำท่วม ควรประเมินระดับความเสียหายและสภาพพื้น หากเสียหายไม่มาก เช่น ไม้ปาร์เกต์หลุดล่อน/บวมพองบางแผ่น สามารถพิจารณาซ่อมแซมเฉพาะจุดได้ หากเสียหายมาก เช่น ไม้ปาร์เกต์ระเบิดหลายจุด พื้นไม้บวมเป็นส่วนใหญ่ อาจพิจารณารื้อพื้นเดิมและเปลี่ยนวัสดุปูพื้นใหม่ ได้แก่ เทปูนปรับระดับและขัดมัน ปูวัสดุใหม่ อย่างกระเบื้องเซรามิก กระเบื้องยางลายไม้ พื้น SPC พื้นไวนิล ก่อนตัดสินใจว่าจะซ่อมหรือรื้อปูวัสดุใหม่ ควรปล่อยให้พื้นที่แห้งและตรวจสอบความชื้นของทั้งพื้นไม้และพื้นด้านล่างก่อน เพราะหากรีบปูวัสดุใหม่ทั้งที่ยังมีความชื้นสะสมอยู่ อาจเกิดปัญหา เชื้อรา กลิ่นอับ กาวเสื่อม หรือวัสดุปูพื้นใหม่เสียหายได้ หลังน้ำท่วมลดลง หลายบ้านอาจพบปัญหาความชื้นตกค้างภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นผนัง วัสดุตกแต่ง หรือพื้น ซึ่งเมื่อวัสดุสัมผัสกับน้ำและความชื้นเป็นเวลานาน ก็อาจเกิดอาการบวม พอง ลอกล่อน หรือเสียรูปได้ หนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยคือ พื้นไม้ปาร์เกต์ชื้น บวม และหลุดล่อน เนื่องจากไม้เป็นวัสดุที่สามารถดูดซึมน้ำและความชื้นได้ เมื่อได้รับความชื้นมากกว่าปกติ ไม้จะเกิดการขยายตัว และหากกาวที่ใช้ยึดพื้นเสื่อมสภาพจากน้ำหรือความชื้น ก็อาจทำให้แผ่นไม้หลุดออกจากพื้นเดิมได้ อย่างไรก็ตาม พื้นไม้ปาร์เกต์ที่เสียหายหลังน้ำท่วมไม่ได้หมายความว่าจะต้องรื้อเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดเสมอไป การซ่อมควรเริ่มจากการประเมินระดับความเสียหายและสภาพพื้นเดิมก่อน เพื่อเลือกวิธีแก้ไขให้เหมาะสม โดยทั่วไปสามารถพิจารณาแนวทางแก้ไขได้เป็น 2 กรณีหลัก ได้แก่ 1) เสียหายไม่มาก สามารถพิจารณาซ่อมแซมเฉพาะจุดได้ 2) เสียหายมาก ควรรื้อพื้นเดิมและเปลี่ยนวัสดุปูพื้นใหม่ แต่ก่อนตัดสินใจซ่อมหรือรื้อ ควรปล่อยให้พื้นที่แห้งและตรวจสอบความชื้นของทั้งพื้นไม้และพื้นด้านล่างก่อน เพราะหากรีบปิดทับหรือปูวัสดุใหม่ทั้งที่ยังมีความชื้นสะสมอยู่ อาจเกิดปัญหาตามมา เช่น เชื้อรา กลิ่นอับ กาวเสื่อม หรือวัสดุปูพื้นใหม่เสียหายได้ 1) พื้นไม้ปาร์เกต์เสียหายไม่มาก อาจซ่อมเฉพาะจุดได้ หากความเสียหายเกิดขึ้นเฉพาะบางบริเวณ และโครงสร้างพื้นเดิมยังอยู่ในสภาพดี อาจไม่จำเป็นต้องรื้อพื้นทั้งหมด โดยสามารถพิจารณาตามลักษณะความเสียหายได้ดังนี้ พื้นไม้ปาร์เกต์บวมพอง เมื่อไม้ดูดซึมน้ำและความชื้น ไม้อาจจะขยายตัว ทำให้พื้นปาร์เกต์บางส่วนมีลักษณะบวม นูน หรือโก่งขึ้นจากระดับเดิม หากไม้ยังไม่เสียรูปมากและยังสามารถนำกลับมาใช้งานได้ ควรเริ่มจากการกำจัดแหล่งความชื้นและทำให้พื้นแห้งอย่างเหมาะสมก่อน จากนั้นจึงประเมินอีกครั้งว่าไม้สามารถกลับคืนรูปได้มากน้อยเพียงใด หากพื้นยังมีอาการบวมหลังจากแห้งแล้ว อาจจำเป็นต้องรื้อเฉพาะแผ่นที่เสียหายออก ตรวจสอบสภาพพื้นด้านล่าง และเปลี่ยนแผ่นไม้ใหม่ในบริเวณที่เสียหาย ไม่ควรรีบขัดหรือซ่อมผิวหน้าทันทีที่น้ำลด เพราะไม้ที่ยังมีความชื้นสูงอาจเปลี่ยนรูปเพิ่มเติมภายหลังได้ พื้นไม้ปาร์เกต์หลุดล่อน กรณีที่แผ่นไม้ปาร์เกต์หลุดออกจากพื้นเดิม แต่ตัวไม้ยังอยู่ในสภาพดี สามารถพิจารณารื้อแผ่นที่หลุดออก ตรวจสอบและทำความสะอาดพื้นด้านล่าง จากนั้นจึงเตรียมพื้นและยึดแผ่นไม้กลับเข้าที่ด้วยกาวสำหรับติดไม้หรือวัสดุยึดติดที่เหมาะสม แต่หากพบว่ากาวเดิมเสื่อมสภาพเป็นบริเวณกว้าง หรือพื้นด้านล่างได้รับความเสียหายจากน้ำและความชื้น การติดกาวกลับเฉพาะแผ่นอาจไม่ใช่ทางแก้ที่เหมาะสม เพราะมีโอกาสเกิดการหลุดล่อนเพิ่มเติมได้ อาจพิจารณาแนวทางการรื้อพื้นปาร์เกต์ออกทั้งหมดแล้วปูใหม่ตามเดิม หรือเปลี่ยนวัสดุ ซ่อมแซมพื้นปาร์เกต์ ภาพ: เลาะไม้ที่หลุดล่อนออก แล้วขูดทำความสะอาดไม้และผิวพื้นให้เรียบ ทากาวสำหรับติดไม้ลงที่พื้นแล้วติดแผ่นไม้ปาร์เกต์ 2) พื้นไม้ปาร์เกต์เสียหายมาก ควรรื้อและเปลี่ยนวัสดุใหม่ หากพื้นไม้ปาร์เกต์มีอาการบวม โก่ง หลุดล่อน หรือเสียรูปเป็นบริเวณกว้าง รวมถึงพบเชื้อรา กลิ่นอับ หรือพื้นด้านล่างได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม การรื้อพื้นเดิมออกทั้งหมดอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า หลังจากรื้อพื้นไม้ปาร์เกต์ออกแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนเลือกวิธีปรับพื้นและวัสดุใหม่ คือ ความหนาของพื้นปาร์เกต์เดิม โดยทั่วไปพื้นไม้ปาร์เกต์อาจมีความหนาประมาณ 1-1.8 ซม. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดและรุ่นของวัสดุ ความหนาดังกล่าวมีผลต่อการเลือกวัสดุปูพื้นใหม่ เพราะควรทำให้ระดับพื้นใหม่ใกล้เคียงกับระดับพื้นเดิมมากที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดความแตกต่างของระดับพื้นมากจนกระทบกับประตู วงกบ หรือพื้นที่เชื่อมต่อกับห้องอื่น เช่น ใช้ปูนปรับระดับชนิดบาง สามารถเทปรับระดับพื้นได้ที่ความหนาขั้นต่ำ 1 ซม. จะใช้เพื่อเตรียมพื้นผิวก่อนปูทับด้วยวัสดุพื้น อย่างกระเบื้องยาง พื้น SPC ฯลฯ หรืออาจทำพื้นปูนขัดมันก็ได้ ใช้แผ่นสมาร์ทบอร์ดขอบเรียบ ความหนา 0.8, 1.0 หรือ 1.2 ซม. ปูเป็นแผ่นรองพื้น แล้วปูทับด้วยวัสดุปูพื้น อย่างกระเบื้องยาง พื้น SPC ฯลฯ เมื่อเตรียมพื้นและกำหนดระดับที่เหมาะสมแล้ว สามารถเลือกวัสดุปูพื้นใหม่ได้หลายประเภท โดยควรพิจารณาทั้งความเหมาะสมกับพื้นที่ การใช้งาน ความชื้น และโอกาสเกิดน้ำท่วมซ้ำ เช่น กระเบื้องเซรามิก กระเบื้องยาง พื้นไม้SPC ปรับพื้นแล้วปูด้วยกระเบื้องเซรามิก ภาพ: ปรับพื้นแล้วปูด้วยกระเบื้องเซรามิก ปรับพื้นแล้วปูด้วยพื้นไม้SPC ภาพ: ปรับพื้นแล้วปูด้วยพื้นไม้SPC บ้านอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม เลือกพื้นใหม่อย่างไรให้รับมือครั้งต่อไป สำหรับบ้านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม การซ่อมบ้านหลังน้ำลดอาจเป็นโอกาสสำคัญในการปรับวัสดุและรายละเอียดการก่อสร้างให้เหมาะกับสภาพพื้นที่มากขึ้น แทนที่จะเลือกวัสดุโดยพิจารณาเพียงเรื่องความสวยงาม ควรคำนึงถึงโอกาสที่จะเกิดน้ำท่วมซ้ำและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับวัสดุในอนาคตด้วย 1. เลือกวัสดุที่เหมาะกับพื้นที่เสี่ยงความชื้น ควรพิจารณาคุณสมบัติของวัสดุว่าทนต่อความชื้นและน้ำได้มากน้อยเพียงใด รวมถึงวิธีติดตั้งและวัสดุประสานที่ใช้ร่วมกัน เพราะแม้วัสดุปิดผิวจะมีคุณสมบัติทนน้ำ แต่ชั้นวัสดุด้านล่างหรือกาวที่ใช้ติดตั้งอาจได้รับความเสียหายได้ 2. คำนึงถึงการรื้อซ่อมในอนาคต ในพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดน้ำท่วมซ้ำ การเลือกวัสดุที่สามารถรื้อเปลี่ยนเฉพาะส่วนได้ อาจช่วยลดความเสียหายและค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดปัญหาในอนาคต 3. พิจารณาระดับพื้นและตำแหน่งวัสดุ หากบ้านอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำบ่อย อาจพิจารณาปรับระดับพื้นหรือยกพื้นให้สูงขึ้นเหมาะสมกับระดับน้ำที่เคยท่วมถึง โดยต้องคำนึงถึงระดับของประตู หน้าต่าง ปลั๊กไฟ รวมถึงความสูงของฝ้าเพดาน สรุป พื้นปาร์เกต์หลุดล่อนหลังน้ำท่วม ไม่จำเป็นต้องรื้อทั้งหมดเสมอไป พื้นไม้ปาร์เกต์ที่บวม พอง หลุดล่อน หรือระเบิดหลังน้ำท่วม ควรประเมินความเสียหายก่อนตัดสินใจซ่อม โดยหากเสียหายเฉพาะบางจุดและตัวไม้ยังอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ อาจเลือกซ่อมเฉพาะบริเวณที่เสียหายได้ แต่หากพื้นเสียหายเป็นวงกว้าง ไม้เสียรูปมาก กาวเสื่อมสภาพ หรือพบความเสียหายจากความชื้นและเชื้อราบริเวณพื้นด้านล่าง การรื้อพื้นเดิมและเปลี่ยนวัสดุใหม่อาจเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่า ที่สำคัญ อย่าเพิ่งรีบปูพื้นใหม่ทันทีหลังน้ำลด ควรตรวจสอบและแก้ปัญหาความชื้นให้เรียบร้อยก่อน เพราะการปิดทับความชื้นเอาไว้ใต้พื้นใหม่ อาจนำไปสู่ปัญหากลิ่นอับ เชื้อรา หรือวัสดุเสียหายซ้ำในภายหลัง และสำหรับบ้านที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมเป็นประจำ การเลือกวัสดุพื้นครั้งใหม่ควรมองให้ไกลกว่า “สวยและถูกใจ” แต่ควรเลือกให้เหมาะกับสภาพพื้นที่และคำนึงถึงการรับมือน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคตด้วย พื้นลามิเนต พื้นไม้ SPC พื้นไวนิล\ บริการปูกระเบื้องยาง SPC พื้นลามิเนต\ > - อ่านเพิ่มเติม: กระเบื้องยางลายไม้/พื้นไวนิล: ปูพื้นลายไม้ ง่าย สวย เร็ว ตอบโจทย์ทุกพื้นที่\ > - อ่านเพิ่มเติม: พื้นไวนิล VS ลามิเนต VS ไม้พื้นSPC: พื้นลายไม้ 3 ชนิดนี้ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนคุ้มสุด\ > - อ่านเพิ่มเติม: พื้นกันลื่นลดแรงกระแทก กันลื่นดี กันกระแทกได้ ลดอันตรายในบ้าน\ เลือกซื้อสินค้าและบริการพร้อมติดตั้ง กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้บริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความนี้จัดทำโดย หน่วยงาน SCG Home Online ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแล E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนการให้คำปรึกษา ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในเรื่องการเลือกใช้วัสดุต่างๆ เพื่อการทำบ้าน รวมถึงโซลูชั่นเรื่องบ้านต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้าน และเรื่องวัสดุก่อสร้าง สงวนลิขสิทธ์การคัดลอก เผยแพร่ และทำซ้ำ