


Trina Solar 730W i-Type เป็นแผงโซลาร์เซลล์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในกลุ่ม Vertex N โดยใช้เทคโนโลยี N-type i-TOPCon บนแพลตฟอร์ม 210mm ซึ่งออกแบบมาเพื่อโครงการที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด. แผงโซลาร์เซลล์นี้มีการรับประกันคุณภาพผลิตภัณฑ์ 12 ปี และรับประกันประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าถึง 30 ปี. แผงโซลาร์เซลล์รุ่นนี้เหมาะสำหรับการติดตั้งบนหลังคาประเภทใดก็ได้ โดยมีน้ำหนักประมาณ 38.3กก. ต่อแผง.
38.3 กก.
ขายแล้ว 2
Trina Solar 730W i-Type เป็นแผงโซลาร์เซลล์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในกลุ่ม Vertex N โดยใช้เทคโนโลยี N-type i-TOPCon บนแพลตฟอร์ม 210mm ซึ่งออกแบบมาเพื่อโครงการที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด. แผงโซลาร์เซลล์นี้มีการรับประกันคุณภาพผลิตภัณฑ์ 12 ปี และรับประกันประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าถึง 30 ปี. แผงโซลาร์เซลล์รุ่นนี้เหมาะสำหรับการติดตั้งบนหลังคาประเภทใดก็ได้ โดยมีน้ำหนักประมาณ 38.3กก. ต่อแผง.
38.3 กก.
การติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ เป็นอีกหนึ่งวิธีประหยัดค่าไฟที่เจ้าของบ้านหลายคนสนใจ แต่ก็ต้องแลกกับงบประมาณในการลงทุนติดตั้งระบบที่สูงพอสมควร ดังนั้น เพื่อป้องกันการตัดสินใจผิดพลาด เจ้าของบ้านจึงควรทำความเข้าใจรายละเอียดเพื่อประกอบการพิจารณา ตั้งแต่ส่วนประกอบและประเภทของหลังคาโซลาร์เซลล์ ค่าไฟที่ประหยัดได้และการคืนทุน โดยประมาณ รวมถึงปัจจัยในการเลือกผู้ให้บริการที่มีคุณภาพมาตรฐาน ทั้งงานติดตั้งและอุปกรณ์ที่ใช้ ไปจนถึงการดูแลรักษา ทีมงาน SCG Home Online จึงรวบรวมคู่มือความรู้การติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop) อย่างไรให้คุ้มค่า ฉบับเจ้าของบ้าน เพื่อให้เจ้าของบ้านศึกษาก่อนตัดสินใจเลือกติดตั้งโซล่าร์เซลล์ สารบัญบทความ >เรื่องที่ 1: หลังคาโซลาร์เซลล์คืออะไร? ทำความรู้จักระบบ Solar Rooftop และส่วนประกอบสำคัญ >เรื่องที่ 2: หลังคาโซล่าเซลล์มีกี่แบบ เลือกแบบไหนดี? >เรื่องที่ 3: ติดแผงโซล่าเซลล์บนหลังคา คุ้มไหม ราคาเท่าไหร่ กี่ปีคืนทุน (อัปเดต พ.ศ. 2569) >เรื่องที่ 4: แผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา ใช้ไฟฟ้าได้ขนาดไหน ประหยัดค่าไฟได้เท่าไหร่ >เรื่องที่ 5: 4 เช็กลิสต์ก่อนติดตั้งโซล่าเซลล์บนหลังคาบ้าน >เรื่องที่ 6: ทำไมถึงต้องขออนุญาตติดตั้งโซลาร์รูฟ (Solar Roof) >เรื่องที่ 7: ไขข้อข้องใจ ติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์แล้ว หลังคารั่วไหม? เสี่ยงไฟไหม้หรือเปล่า? >เรื่องที่ 8: เลือกบริษัทติดตั้ง Solar Roof ให้ได้คุณภาพ มาตรฐาน ปลอดภัย >เรื่องที่ 9: ติดหลังคาโซล่าเซลล์ไปแล้ว ต้องดูแลรักษาอย่างไร เรื่องที่ 1: หลังคาโซลาร์เซลล์คืออะไร? ทำความรู้จักระบบ Solar Rooftop และส่วนประกอบสำคัญ หลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop) คือ หลังคาโซลาร์เซลล์ หรือ หลังคา Solar Roof หรือที่หลายคนคุ้นหูกันในชื่อ “โซลาร์รูฟท็อป” (Solar Rooftop) คือการเปลี่ยนพื้นที่บนหลังคาบ้านให้กลายเป็นแหล่งผลิตพลังงาน โดยใช้แผงโซลาร์เซลล์ทำหน้าที่รับแสงอาทิตย์แล้วเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อใช้ในครัวเรือน การทำงานของระบบเริ่มจากแผงโซลาร์เซลล์ดูดซับแสงแดดและผลิตเป็นไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ออกมา จากนั้นจะส่งกระแสไฟผ่านไปยังอินเวอร์เตอร์ เพื่อแปลงให้เป็นกระแสสลับ (AC) ก่อนจะจ่ายเข้าสู่ตู้เบรกเกอร์ เพื่อกระจายกระแสไฟไปหล่อเลี้ยงเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ภายในบ้านต่อไป อ่านเพิ่มเติม: ศัพท์เรื่องบ้าน: หลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Roof)\ ส่วนประกอบสำคัญของระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคา (Solar Roof) โดยหลักแล้วการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ จะต้องมีส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่ 1) แผงโซลาร์เซลล์ 2) อินเวอร์เตอร์ 3) กล่องควบคุมระบบไฟฟ้า และ 4) ระบบโครงสร้างติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์และสายไฟ 1) แผงโซลาร์เซลล์ ทำหน้าที่รับแสงอาทิตย์และแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง (DC) มี 3 ประเภทหลักที่นิยมใช้กัน ได้แก่ โมโนคริสตัลไลน์ (Monocrystalline): ทำจากผลึกซิลิคอนบริสุทธิ์สูง แต่ละเซลล์มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมตัดทั้ง 4 มุม แผ่นมักมีสีดำคือสีจะเข้มกว่าแผงโซลาร์ประเภทอื่นๆ มีประสิทธิภาพการผลิตไฟสูงสุด ทนความร้อนได้ดี เป็นที่นิยม เพราะใช้พื้นที่ติดตั้งน้อยสุด และอายุการใช้งานนานที่สุด โพลีคริสตัลไลน์ (Polycrystalline): ทำจากผลึกซิลิคอนที่นำมาหลอมรวมกัน แต่ละเซลล์เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสไม่ตัดมุม แผ่นมักมีสีน้ำเงิน ประสิทธิภาพจะรองลงมาจากแบบ Monocrystalline เล็กน้อย แต่ราคาย่อมเยากว่า ทินฟิล์ม (Thin Film): เป็นการใช้สารที่มีคุณสมบัติแปลงพลังงานจากแสงให้เป็นกระแสไฟฟ้าได้ มาเคลือบบนแผ่นฟิล์ม แผงประเภทนี้มีประสิทธิภาพการผลิตไฟต่ำที่สุด จึงใช้พื้นที่ติดตั้งมากกว่าแบบอื่น ไม่นิยมใช้กับบ้านทั่วไป แต่ด้วยคุณสมบัติที่น้ำหนักเบาและโค้งงอได้ จึงเหมาะสำหรับติดตั้งบนพื้นผิวโค้งมน ไม่เรียบ เช่น หลังคารถหลังคาหรือผนังอาคารที่โค้ง นอกจากนี้ แผงโซล่าเซลล์\ยังมีการจัดอันดับเกรดมาตรฐานของบริษัทผู้ผลิต โดยแบรนด์ที่ได้รับการจัดอันดับเป็น Tier 1 จะเป็นผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ มาตรฐานการผลิตครบวงจร การเงินมั่นคง เจ้าของบ้านสามารถวางใจได้กับการรับประกันแผงโซลาร์เซลล์ที่ยาวนานถึง 25 ปี 2) อินเวอร์เตอร์ ทำหน้าที่แปลงไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ที่ได้จากแผงโซลาร์เซลล์ ให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) เพื่อให้สามารถนำมาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านได้ ซึ่งอินเวอร์เตอร์\ที่นิยมใช้จะมี 2 แบบ คือ สตริงอินเวอร์เตอร์ และไมโครอินเวอร์เตอร์ สตริงอินเวอร์เตอร์ (String Inverter) เชื่อมต่อแผงโซล่าเซลล์แบบอนุกรม ตัวอินเวอร์เตอร์ติดตั้งไว้ในบ้าน จึงสะดวกทั้งในแง่การติดตั้งและดูแลรักษา แต่มีข้อควรคำนึง คือหากเกิดอุปสรรคในการผลิตไฟฟ้า เช่น โดนบังด้วยเงาเมฆ กิ่งไม้ แม้เพียงแค่แผงเดียว ประสิทธิภาพการผลิตไฟทั้งระบบจะลดลงตาม ดังนั้น สตริงอินเวอร์เตอร์จึงเหมาะกับหลังคาเรียบที่มั่นใจได้ว่าไม่มีเงาบัง ไมโครอินเวอร์เตอร์ (Microinverter) เป็นอินเวอร์เตอร์ขนาดเล็กติดตั้งอยู่ใต้แผงโซล่าเซลล์แต่ละแผง จึงทำงานเป็นอิสระจากกัน หากแผงใดมีปัญหา เช่น โดนเงาบัง แผงอื่นๆ ก็ยังคงทำงานได้ปกติ และยังมีความปลอดภัยสูงเนื่องด้วยระบบแรงดันไฟฟ้าต่ำ (Low Voltage) เพราะแปลงกระแสไฟฟ้าจากกระแสตรงเป็นกระแสสลับตั้งแต่อยู่บนหลังคา และมีระบบ Rapid Shutdown ที่ตัดไฟทันทีเมื่อเกิดเหตุ ตอบโจทย์บ้านที่มีหลังคาซับซ้อน เสี่ยงโดนเงาบังบางส่วนในบางเวลา หรือเน้นความปลอดภัยสูงสุด อย่างไรก็ตาม ไมโครอินเวอร์เตอร์มีราคาสูงกว่าสตริงอินเวอร์เตอร์ และด้วยตำแหน่งติดตั้งที่อยู่บนหลังคาจึงซ่อมบำรุงยากกว่า 3) กล่องควบคุมระบบไฟ (Combiner Box / Control Box) เป็นตู้รวบรวมสายไฟของระบบโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์ป้องกันอันตรายทางไฟฟ้า เป็นอีกอุปกรณ์ที่ต้องเน้นเรื่องคุณภาพมาตรฐานเพื่อความปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากปัญหาระบบไฟฟ้า ภายในกล่องควรประกอบด้วยอุปกรณ์เกรดคุณภาพได้มาตรฐาน เช่น เบรกเกอร์สำหรับตัดวงจรเมื่อเกิดไฟฟ้าลัดวงจรหรือใช้ไฟเกิน อุปกรณ์กันฟ้าผ่า/กันไฟกระชากคุณภาพสูงเพื่อป้องกันความเสียหายต่ออินเวอร์เตอร์ และหากติดตั้งภายนอกอาคาร ตัวกล่องต้องมีคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นที่เหมาะสม 4) ระบบโครงสร้างติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์และสายไฟ ประกอบด้วย “ราง” กับ “อุปกรณ์ยึด” โดยวัสดุที่ใช้ทำรางควรทนทานต่อแรงลม ทนสนิมและการกัดกร่อนสูง เช่น อะลูมิเนียมชุบแข็ง หรือเหล็กชุบกัลวาไนซ์ ในขณะที่อุปกรณ์ยึด จะต้องออกแบบให้เหมาะสมกับประเภทของหลังคาแต่ละแบบ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำรั่วซึมในอนาคต ส่วน “สายไฟโซลาร์เซลล์” เป็นสายไฟฝั่งกระแสตรง (DC) ที่ต้องรับไฟจากแผงลงมายังอินเวอร์เตอร์ จึงต้องออกแบบมาสำหรับระบบโซล่าเซลล์โดยเฉพาะ ฉนวนหุ้มต้องมีความเหนียว ทนทานต่อความร้อน รังสี UV และสภาพอากาศภายนอกได้ดีเยี่ยม อ่านเพิ่มเติม: Microinverter VS String Inverter: ต่างกันอย่างไร?\ นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์เสริมที่เจ้าของบ้านควรทราบ ไม่ว่าจะเป็น... หมวดระบบเก็บสำรองพลังงาน (Energy Storage System) สำหรับระบบ Hybrid และ Off-Grid แบตเตอรี่สำรองไฟ (Battery Storage) ปัจจุบันนิยมใช้แบตเตอรีลิเธียมไอออน ทำหน้าที่กักเก็บไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้ในช่วงเวลากลางวัน เพื่อนำมาจ่ายไฟให้บ้านในตอนกลางคืน หรือสำรองในกรณีไฟดับ ปัจจุบันนิยมใช้ ชุดโมดูลแบตเตอรีสำหรับประกอบต่อขยาย (Battery Module) เพิ่มความจุของการเก็บไฟได้ในอนาคต ตามความต้องการใช้ไฟฟ้าของบ้านที่อาจเพิ่มขึ้น ระบบเก็บพลังงานไฟฟ้าแบบครบวงจร (All-in-one Energy Storage / Smart Guard): เปรียบเสมือน “ตู้จัดเก็บและบริหารพลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะ” รวมเอาทั้งอินเวอร์เตอร์ แบตเตอรี และระบบจัดการไฟสำรองอัตโนมัติ ไว้ในตู้เดียว สามารถสลับแหล่งจ่ายไฟจากแผงโซลาร์ แบตเตอรี และไฟจากการไฟฟ้าได้อย่างไร้รอยต่อ หมวดการจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Optimization & Control) Smart PV Optimizer เป็นอุปกรณ์เสริมติดตั้งใต้แผงโซลาร์เซลล์ที่มักใช้คู่กับสตริงอินเวอร์เตอร์ ช่วยให้แต่ละแผงทำงานเป็นอิสระต่อกัน ช่วยลดปัญหากรณีเกิดเงาบัง โดยจะรักษากำลังการผลิตรวมไม่ให้ตกลงไปตามแผงที่โดนบัง Power Module ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการและปรับเสถียรภาพการแปลงกระแสไฟฟ้า ให้เหมาะสมกับการดึงไฟไปใช้งานภายในบ้าน หมวดการวัดผลและตรวจสอบอัจฉริยะ (Smart Monitoring & Sensing) มิเตอร์วัดพลังงานไฟฟ้า และ Smart Power Sensor ติดตั้งไว้ในตู้ไฟ (Consumer Unit) ของบ้าน คอยตรวจจับทิศทาง ว่าตอนไหนกำลังใช้ไฟจากแผงโซลาร์ หรือตอนไหนใช้ไฟจากการไฟฟ้า รวมถึงป้องกันไฟย้อนกลับเข้าสายส่งของการไฟฟ้า (Zero Export) ในกรณีที่ไม่ได้ขออนุญาตขายไฟคืน หน่วยถ่ายโอนข้อมูลโซลาร์ (Data Logger / Dongle) เชื่อมต่อและส่งข้อมูลจากระบบโซล่าเซลล์ ไปยังระบบคลาวด์ แสดงข้อมูลการผลิตไฟ การใช้ไฟ และสถานะการทำงานต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน โซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน พร้อมตัวอย่างระบบโซลาร์เซลล์ On Grid Off Grid และ Hybrid เรื่องที่ 2: หลังคาโซล่าเซลล์มีกี่แบบ เลือกแบบไหนดี? ระบบโซล่าเซลล์สำหรับติดตั้งบนหลังคา แบ่งออกเป็น 3 ระบบหลัก ได้แก่ ระบบ Off-Grid ระบบ On-Grid และระบบ Hybrid 1) หลังคาโซลาร์เซลล์ ระบบออฟกริด (Off-Grid System) เป็นระบบอิสระที่ไม่เชื่อมต่อกับสายไฟของการไฟฟ้า (Stand Alone) จึงไม่ต้องขออนุญาตจากการไฟฟ้า เน้นแปลงไฟจากแสงอาทิตย์มาใช้ในช่วงกลางวันโดยตรง หากต้องการใช้ไฟตอนกลางคืนต้องลงทุนติดตั้ง “แบตเตอรี่สำรองไฟ” ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ระบบนี้จึงเหมาะกับพื้นที่ห่างไกลที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง เช่น ชุมชนบนภูเขาและดอยสูง พื้นที่ป่าไม้และพื้นที่อนุรักษ์ เกาะขนาดเล็ก พื้นที่ชนบทห่างไกล 2) หลังคาโซลาร์เซลล์ ระบบออนกริด (On-Grid System) ระบบนี้จะเชื่อมต่อกับการไฟฟ้า จึงต้องขออนุญาตจาก 3 หน่วยงานรัฐฯ ก่อนติดตั้ง (เขต/เทศบาล, การไฟฟ้า, และ กกพ.) หลักการทำงานคือดึงไฟจากแผงโซลาร์มาใช้ในบ้านก่อน หากไม่พอก็จะดึงไฟจากการไฟฟ้ามาเสริม และถ้าผลิตไฟเหลืออาจขายคืนการไฟฟ้าได้ (เฉพาะช่วงเวลาและเงื่อนไขที่การไฟฟ้าประกาศ) ระบบนี้จะไม่มีแบตเตอรีสำรองไฟ จึงเหมาะกับบ้านหรืออาคารที่ใช้ไฟเยอะช่วงกลางวัน ปัจจุบันระบบ On-Grid เป็นระบบที่นิยมที่สุด เพราะไม่ต้องแบกรับต้นทุนค่าแบตเตอรี่ จึงคืนทุนได้รวดเร็ว 3) หลังคาโซลาร์เซลล์ ระบบไฮบริด (Hybrid System) เป็นระบบผสมผสานระหว่างออนกริดและออฟกริด (ต้องขออนุญาตจากภาครัฐฯ ด้วย) ไฟฟ้าที่ผลิตได้จะถูกนำมาใช้ในบ้านก่อน ส่วนที่เหลือจะถูกเก็บเข้าแบตเตอรี เพื่อสำรองไว้ใช้ในเวลากลางคืนหรือตอนไฟดับ ถือเป็นระบบที่บริหารจัดการพลังงานที่ครอบคลุมการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์อย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากต้นทุนของแบตเตอรียังค่อนข้างสูง ทำให้ระยะเวลาคืนทุนนานกว่า จึงยังได้รับความนิยมน้อยกว่าระบบออนกริด สรุปแล้ว ระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาแบ่งเป็น 3 รูปแบบหลัก คือ 1) Off-Grid ระบบอิสระไม่พึ่งไฟจากการไฟฟ้า เหมาะกับพื้นที่ห่างไกล (ต้องใช้แบตเตอรี่) 2) On-Grid ระบบยอดนิยมที่ต้องเชื่อมต่อกับการไฟฟ้า คืนทุนไวที่สุด เหมาะกับบ้านที่เน้นใช้ไฟช่วงกลางวัน และ 3) Hybrid ระบบผสมที่เชื่อมต่อไฟหลวงและมีแบตเตอรี่สำรองไว้ใช้ตอนกลางคืนหรือยามไฟดับ แต่ปัจจุบันยังมีต้นทุนสูงและคืนทุนช้ากว่าระบบอื่น อ่านเพิ่มเติม: ระบบหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Roof) มีกี่แบบ? เลือกแบบไหนให้คุ้มค่าและประหยัดไฟ\ อ่านเพิ่มเติม: ติดโซล่าเซลล์ต้องมีแบตไหม? มีแบตเตอรีแล้วคุ้มค่าหรือไม่\ อ่านเพิ่มเติม: ติดตั้งโซล่าเซลล์จะเลือกแบบไหนดี: สำรองไฟในแบตเตอรี VS ขายไฟคืนรัฐ\ คำนวณความคุ้มค่าและราคาของการติดแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาบ้าน เพื่อหาจุดคืนทุน เรื่องที่ 3: ติดแผงโซล่าเซลล์บนหลังคา คุ้มไหม ราคาเท่าไหร่ กี่ปีคืนทุน (อัปเดต พ.ศ. 2569) ใช้ไฟแบบไหน ติดหลังคาโซลาร์เซลล์แล้วคุ้ม? การติดแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านเพื่อมุ่งหวังความคุ้มค่า นั่นหมายถึง “ต้องการลดการใช้ไฟจากการไฟฟ้า” ดังนั้นเราจะเน้นพูดถึงการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ระบบ On-Grid เป็นหลัก คือแปลงแสงแดดเป็นพลังงานไฟฟ้าใช้ ณ เวลานั้นๆ ซึ่งจะเหมาะกับบ้านที่มีการจ่ายค่าไฟตั้งแต่ 3,000 บาท/เดือนขึ้นไป โดยเน้นใช้ไฟกลางวันมากและมีการเปิดแอร์ตอนกลางวันเยอะ ซึ่งสำหรับบ้านพักอาศัยอาจคืนทุนได้ใน 4-6 ปี ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ไฟ ค่าไฟเกิน 3,000 บาท แต่กลางวันใช้ไฟน้อย เก็บไฟในแบตเตอรีไว้ใช้กลางคืนดีไหม? หากบ้านของเรามีค่าไฟเกิน 3,000 บาท แต่ตอนกลางวันไม่ได้ใช้ไฟเยอะ ไม่มีการเปิดแอร์ อาจไม่คุ้มที่จะติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ ส่วนมุมมองที่ว่า อยากหันมาใช้ระบบ Hybrid มีแบตเตอรีสำรองไฟ แม้เวลากลางวันจะใช้ไฟฟ้าน้อยก็ไม่เป็นไร เราสำรองไว้ในแบตเตอรีเอาไว้ใช้ในเวลากลางคืนได้ ตรงนี้ต้องทราบก่อนว่าแม้ในปัจจุบัน (พ.ศ. 2569) ราคาแบตเตอรีจะลดลงมาบ้าง แต่ในภาพรวมก็นับว่าเป็นต้นทุนที่ยังค่อนข้างสูง ทำให้การใช้ไฟจากการไฟฟ้าในตอนกลางคืนดูคุ้มค่ากว่า ดังนั้นต่อให้เป็นบ้านที่เลือกใช้ระบบ Hybrid ก็ควรเน้นการใช้ไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ในช่วงกลางวันเยอะ ส่วนไฟฟ้าที่สำรองไว้ในแบตเตอรีควรเก็บไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งมักจะเหมาะกับบ้านที่ไฟจากการไฟฟ้าจ่ายไฟได้ไม่สม่ำเสมอ เกิดการไฟดับบ่อย ขายไฟคืนภาครัฐ ช่วยให้คุ้มค่ามากขึ้นหรือไม่? หากติดตามข่าวสารจากการไฟฟ้า จะพบว่าบางช่วงเวลารัฐบาลประกาศรับซื้อไฟจากระบบหลังคาโซล่าเซลล์ตามบ้าน อย่างไรก็ตามการขายไฟคืนถือเป็นเพียง “ผลพลอยได้” เท่านั้น เนื่องจากราคารับซื้อคืนจะต่ำกว่าราคาค่าไฟที่เราจ่ายปกติ (และมักรับซื้อเฉพาะระบบ On-Grid) เน้นย้ำว่าความคุ้มค่าที่แท้จริงของการติด Solar Roof คือการดึงพลังงานมาใช้ทดแทนไฟหลวงในช่วงกลางวันให้ได้มากที่สุด ดังนั้นควรเน้นใช้ไฟตอนกลางวันเป็นหลัก ส่วนกลางคืนก็กลับไปใช้ไฟจากการไฟฟ้าตามปกติจะคุ้มค่าที่สุด (ณ ปัจจุบัน เมษายน 2569 ทางรัฐบาลไม่มีนโยบายรับซื้อไฟฟ้าจาก Solar Rooftop ตามบ้านทั่วไป) อ่านเพิ่มเติม: ติดโซลาร์เซลล์บ้าน คุ้มไหม? ลดค่าไฟ ขายคืนได้\ อ่านเพิ่มเติม: ติดตั้งโซลาร์เซลล์จะเลือกแบบไหนดี: สำรองไฟในแบตเตอรี VS ขายไฟคืนรัฐ\ อินโฟกราฟิกโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน แสดงระบบ 1 เฟส 3 เฟส จำนวนแผง การใช้ไฟฟ้า และการประหยัดค่าไฟรายเดือน เรื่องที่ 4: แผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา ใช้ไฟฟ้าได้ขนาดไหน ประหยัดค่าไฟได้เท่าไหร่ ยกตัวอย่างแพ็กเกจจาก SCG Smart System Solution \ เทียบขนาดกำลังไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงโซล่าเซลล์ กับการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้า (หลอดไฟ, ตู้เย็น, ทีวี และแอร์ขนาด 9,000 BTU ประมาณ 5-6 ชม.) และค่าไฟที่ประหยัดได้ โดยประมาณ (ราคาแพ็กเกจแบบธรรมดา เริ่มต้น 3.72 kW ประมาณ 144,000 บ. แพ็กเกจพรีเมียม เริ่มต้น 3.75 kW ประมาณ 199,000 บ.) ระบบไฟฟ้า 1 เฟส ขนาด 3.75 kW แผงโซลาร์เซลล์ 6 แผง (ใช้พื้นที่ 12 - 17 ตร.ม.) ประหยัดค่าไฟเดือนละ 1,700 - 2,200 บาท (ไฟฟ้าที่ใช้ได้: หลอดไฟ 10 ดวง, ตู้เย็น 3 ตู้, ทีวี 3 เครื่อง, แอร์ 2 เครื่อง) ขนาด 5.00 kW แผงโซลาร์เซลล์ 8 แผง (ใช้พื้นที่ 16 - 22 ตร.ม.) ประหยัดค่าไฟเดือนละ 2,300 - 2,900 บาท ไฟฟ้าที่ใช้ได้: หลอดไฟ 10 ดวง, ตู้เย็น 3 ตู้, ทีวี 3 เครื่อง, แอร์ 3 เครื่อง ระบบไฟฟ้า 3 เฟส ขนาด 10.00 kW แผงโซลาร์เซลล์ 16 แผง (ใช้พื้นที่ 32 - 45 ตร.ม.) ประหยัดค่าไฟเดือนละ 4,600 - 5,900 บาท (ไฟฟ้าที่ใช้ได้: หลอดไฟ 25 ดวง, ตู้เย็น 4 ตู้, ทีวี 4 เครื่อง, แอร์ 8 เครื่อง) ขนาด 15.63 kW แผงโซลาร์เซลล์ 25 แผง (ใช้พื้นที่ 50 - 70 ตร.ม.) ประหยัดค่าไฟเดือนละ 7,200 - 9,300 บาท (ไฟฟ้าที่ใช้ได้: หลอดไฟ 30 ดวง, ตู้เย็น 5 ตู้, ทีวี 6 เครื่อง, แอร์ 12 เครื่อง) ขนาด 25.00 kW แผงโซลาร์เซลล์ 40 แผง (ใช้พื้นที่ 80 - 112 ตร.ม.) ประหยัดค่าไฟเดือนละ 11,600 - 14,900 บาท (ไฟฟ้าที่ใช้ได้: หลอดไฟ 35 ดวง, ตู้เย็น 7 ตู้, ทีวี 8 เครื่อง, แอร์ 19 เครื่อง) อ่านเพิ่มเติม: คำนวณค่าไฟและระยะเวลาคืนทุนโซลาร์เซลล์ด้วยตัวเอง: สูตร + ตัวอย่างจริง (อัปเดต 2569)\ อ่านเพิ่มเติม: ติดโซลาร์เซลล์ 3kW กับ 5kW ใช้อะไรได้บ้าง ประหยัดไฟบ้านกี่บาท? สรุปก่อนตัดสินใจติดตั้ง\ อ่านเพิ่มเติม: มีรถ EV ควรติดโซล่าเซลล์หรือไม่ กี่ kW?\ อ่านเพิ่มเติม: ติดโซล่าเซลล์บ้านคุ้มไหม งบประมาณเท่าไหร่ เลือกแบบไหนดี\ โซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน พร้อมภาพสื่อถึงเช็กลิสต์ก่อนติดตั้ง เช่น พฤติกรรมการใช้ไฟ ทิศทางหลังคา และระบบไฟ 1 เฟส 3 เฟส เรื่องที่ 5: 4 เช็กลิสต์ก่อนติดตั้งโซล่าเซลล์บนหลังคาบ้าน หากกำลังมองหาเช็กลิสต์เพื่อประเมินว่าบ้านของเราเหมาะกับการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop) หรือไม่นั้น เบื้องต้นเจ้าของบ้านสามารถพิจารณาได้จากพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของเรา ลักษณะบ้าน อาคาร หลังคาที่ผู้ให้บริการติดตั้งแต่ละเจ้ากำหนดไว้ 1) พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า ควรเป็นบ้านที่มีค่าไฟขั้นต่ำ 3,000 บาทต่อเดือน และมีการใช้ไฟในช่วงกลางวันอย่างสม่ำเสมอ เช่น มีการเปิดแอร์อย่างน้อย 1 ตัว 2) ลักษณะบ้าน อาคารและทิศทางของหลังคา ยกตัวอย่างสำหรับหลังคาโซลาร์ SCG Solar Roof มีข้อกำหนดดังนี้ เป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ หรืออาคารที่มีความสูงไม่เกิน 3 ชั้น โครงสร้างหลังคาต้องแข็งแรงสมบูรณ์ หลังคาไม่อยู่ตำแหน่งที่มีเงาของตึกหรือต้นไม้บัง หลังคามีความชันไม่เกิน 35 องศา (โดยองศาที่รับแสงได้ดีที่สุดคือ 15 องศา) หันไปทางทิศใต้หรือทิศตะวันตกเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด 3) รายละเอียดของหลังคา ยกตัวอย่างสำหรับหลังคาโซลาร์ SCG มีข้อกำหนดดังนี้ หลังคาที่สามารถติดตั้งได้ พื้นดาดฟ้าคอนกรีต หลังคามุงกระเบื้องหลังคาคอนกรีต เซรามิก เมทัลชีท หลังคาที่ไม่สามารถติดตั้งได้ หลังคามุง Shingle Roof หลังคามุงกระเบื้องไฟเบอร์ซีเมนต์ ยกเว้นกรณีเป็นหลังคามุงหลังคากระเบื้องลอนคู่ จะสามารถติดตั้งได้ก็ต่อเมื่อมีการปรับปรุงหลังคาด้วยวิธี Top Up Roof เท่านั้น 4) ไฟฟ้าในบ้านเราเป็นกี่เฟส และจะผลิตไฟจาก Solar Roof ได้สูงสุดกี่ kW ? ไม่ว่าเราจะใช้ไฟฟ้า 1 เฟส หรือ 3 เฟส ก็ติดตั้ง Solar Roof ได้ ซึ่งจะผลิตไฟฟ้าได้เท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจของผู้ให้บริการแต่ละเจ้า ยกตัวอย่างบริการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof ไฟฟ้า 1 เฟส แผงโซลาร์ 7 แผง ผลิตไฟได้ 3.15 kW แผงโซลาร์สูงสุด 11 แผง ผลิตไฟได้ 4.95 kW ไฟฟ้า 3 เฟส ใช้แผงโซลาร์ 12 แผง ผลิตไฟได้ 5.4 kW แผงโซลาร์สูงสุด 52 แผง ผลิตไฟได้ 23.4 kW เมื่อเราพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ครบถ้วนจนพอมองเห็นภาพ ก็สามารถติดต่อทีมติดตั้งเข้ามาสำรวจหน้างาน เพื่อตรวจสอบเชิงลึก เช่น ความแข็งแรงของโครงหลังคา ความเป็นไปได้ในการติดตั้ง รายละเอียดการใช้ไฟฟ้าและระบบไฟฟ้าในบ้าน รวมถึงและเสนอราคาแพ็กเกจที่เหมาะกับบ้านของเราอีกครั้ง อ่านเพิ่มเติม: อยากติดโซลาร์เซลล์ (Solar Roof) เริ่มต้นยังไงดี? หลังคาเก่าติดโซล่าเซลล์ได้ไหม\ ภาพบ้านติดโซลาร์เซลล์บนหลังคา พร้อมสื่อถึงขั้นตอนการขออนุญาตติดตั้งกับหน่วยงานราชการ เช่น การไฟฟ้า เขต และ กกพ เพื่อความปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย เรื่องที่ 6: ทำไมถึงต้องขออนุญาตติดตั้งโซลาร์รูฟ (Solar Roof) การติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ หรือ Solar Roof เป็นการนำอุปกรณ์ชิ้นใหญ่ไปติดตั้งบนหลังคา และที่สำคัญคือสำหรับระบบ On-Grid และ Hybrid จะมีการเชื่อมต่อกับไฟหลวง จึงนับว่ามีความเกี่ยวข้องกับโครงสร้างบ้านและระบบไฟฟ้าสาธารณะ ทำให้ต้องมีการควบคุมด้วยเหตุผลสำคัญ ดังนี้ 1) ความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร แผงโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์มีน้ำหนักพอสมควร ทางภาครัฯฐจึงต้องให้มีการรับรองจากวิศวกรว่า โครงสร้างหลังคาเดิมแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักได้โดยไม่เสี่ยงต่อการทรุดตัวหรือถล่ม 2) ความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า การเชื่อมต่อระบบไฟบ้านเข้ากับสายส่งของการไฟฟ้า ต้องได้มาตรฐานเพื่อป้องกันเหตุไฟฟ้าลัดวงจร หรือป้องกันกระแสไฟฟ้าย้อนกลับเข้าไปในสายไฟหลวง ซึ่งอาจทำอันตรายต่อเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าที่กำลังซ่อมบำรุงสายไฟอยู่ได้ 3) การบริหารจัดการโครงข่ายไฟฟ้า การไฟฟ้าจำเป็นต้องทราบข้อมูลว่ามีบ้านหลังไหนผลิตกระแสไฟฟ้าเข้า-ออกระบบบ้าง เพื่อรักษาสมดุลและเสถียรภาพของกระแสไฟฟ้าในภาพรวมไม่ให้เกิดปัญหาไฟตกหรือไฟกระชาก รวมไปถึงความถูกต้องตามกฎหมายเพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร และ พ.ร.บ. การประกอบกิจการพลังงาน ดังนั้นจึงเป็นที่มาว่า การติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ จะต้องยื่นเรื่องขออนุญาตกับหน่วยงานราชการ 3 แห่ง ได้แก่ 1) การไฟฟ้า (ภาคนครหลวง หรือ ส่วนภูมิภาค) 2) ที่ทำการเขต และ 3) คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ซึ่งโดยทั่วไปมักใช้เวลา 3-6 เดือน โดยประมาณ ทั้งนี้แพ็กเกจติดตั้งของผู้ให้บริการบางราย อาจรวมขั้นตอนการขออนุญาตไว้ในแพ็กเกจด้วย ซึ่งเจ้าของบ้านสามารถสอบถามรายละเอียดการขออนุญาตอีกครั้งว่าครอบคลุมหน่วยงานทั้ง 3 นี้ครบถ้วนหรือไม่ ข้อควรระวังในการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาบ้าน ที่ต้องตรวจสอบมาตรฐานให้ดีเพื่อป้องกันปัญหาหลังคารั่วและลดความเสี่ยงการเกิดไฟไหม้ เรื่องที่ 7: ไขข้อข้องใจ ติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์แล้ว หลังคารั่วไหม? เสี่ยงไฟไหม้หรือเปล่า? หากเจ้าของบ้านกังวลว่า ติดหลังคาโซล่าเซลล์แล้ว วันดีคืนดีจะเกิดปัญหาหลังคารั่วซึม หรือเลวร้ายกว่านั้นคือเกิดไฟไหม้อย่างที่ได้ยินตามข่าว ก่อนอื่นควรทำความเข้าใจในรายละเอียดและการลดความเสี่ยงของปัญหาดังกล่าว 1) ติดตั้งไปแล้วแล้วจะเสี่ยงหลังคารั่วซึมหรือไม่ ในการยึดติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เข้ากับหลังคาบ้าน หากทำผิดวิธีหลังคาอาจรั่วซึมได้ซึ่งการแก้ปัญหาจะยุ่งยากมาก ดังนั้นควรลดความเสี่ยงตั้งแต่ขั้นตอนแรก คือการตรวจเช็กสภาพหลังคาก่อนติดตั้ง ต้องมั่นใจว่าหลังคาเดิมไม่มีรอยร้าวหรือจุดรั่ว หากพบปัญหาต้องมีการซ่อมแซมปรับปรุงหลังคาให้เรียบร้อยก่อน นอกจากนี้ทีมช่างผู้ให้บริการควรมีมาตรฐานการติดตั้งที่ดี ไม่เจาะยึดผิดวิธีจนทำให้เกิดการรั่วซึม โดยอาจเลี่ยงการเจาะหลังคาด้วยอุปกรณ์อื่นไม่ว่าจะเป็นการ ใช้ตะขอยึดพิเศษ ที่ออกแบบมาให้ติดตั้งได้แนบสนิทเพื่อป้องกันการเผยอของกระเบื้องจนเกิดเป็นช่องทางให้น้ำเข้าได้ หรือใช้ชุดกระเบื้องหลังคาที่ผลิตมายึดกับแผงโซลาร์เซลล์ สำหรับกระเบื้องหลังคาแต่ละรุ่นโดยเฉพาะ 2) ติดตั้งไปแล้วจะเสี่ยงไฟไหม้หรือไม่ นอกจากจะต้องเลือกใช้แผงโซลาร์เซลล์และอินเวอร์เตอร์ คุณภาพสูง ผ่านการรับรองจากการไฟฟ้า ตามรายชื่อในลิสต์มาตรฐานของการไฟฟ้านครหลวง (MEA) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) แล้ว กล่องควบคุมระบบไฟฟ้าของหลังคาโซลาร์เซลล์รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องจะต้องได้มาตรฐาน จะให้ดีควรเป็นแบรนด์ที่มีคุณภาพน่าเชื่อถือ ประกอบอย่างถูกต้องตามหลักการหรือได้รับการประกอบสำเร็จจากโรงงานที่มีการควบคุมคุณภาพอย่างดี และนำมาติดตั้งหน้างานโดยช่างที่มีความรู้ความชำนาญด้านไฟฟ้าโดยตรง รวมถึงมีการออกแบบระบบการต่อแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาอย่างเหมาะสมปลอดภัย เพื่อให้กระแสไฟฟ้าไหลได้สะดวก กระจายแรงดันเหมาะสม ไม่ไหลไปรวมกันที่แผงใดแผงหนึ่งจนเกิดความร้อนสะสมมากเกินไป อ่านเพิ่มเติม: วิศวกร SCG ตอบให้ ติดโซลาร์เซลล์ ยังไงหลังคาไม่รั่ว ไม่พัง\ อ่านเพิ่มเติม: ติดโซลาร์เซลล์อย่างไรไม่กลัวไฟไหม้? เลือกบริษัทติดตั้งโซลาร์เซลล์บ้านให้ปลอดภัย สบายใจยาวๆ\ ทีมช่างมืออาชีพ SCG ลงพื้นที่ติดตั้งระบบหลังคาโซล่าเซลล์ (Solar Roof) สื่อถึงการเลือกบริษัทติดตั้ง Solar Roof ที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และมีคุณภาพ เรื่องที่ 8: เลือกบริษัทติดตั้ง Solar Roof ให้ได้คุณภาพ มาตรฐาน ปลอดภัย เพื่อให้การลงทุนติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ เป็นไปอย่างคุ้มค่า ปลอดภัย และใช้งานได้ราบรื่นในระยะยาว เจ้าของบ้านควรเลือกผู้ให้บริการจากทีมงานและบริษัทที่น่าเชื่อถือ ได้มาตรฐาน โดยพิจารณารายละเอียดดังต่อไปนี้ 1) มีการประเมินความเหมาะสมก่อนติดตั้ง ควรมีทีมงานลงพื้นที่สำรวจหน้างาน และวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้ไฟในบ้าน เพื่อแนะนำขนาดแพ็กเกจที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดสำหรับการลงทุน มีการคำนวณโครงสร้างหลังคาโดยวิศวกร เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถรับน้ำหนักแผงโซล่าเซลล์และอุปกรณ์ได้ตลอดอายุการใช้งาน 2) เชี่ยวชาญด้านงานหลังคา มีวิศวกรที่ดูแลทั้งเรื่องโครงสร้างหลังคาและระบบไฟฟ้าของโซลาร์เซลล์ให้ปลอดภัย ได้มาตรฐาน มีเทคนิคการติดตั้งยึดแผงโซลาร์เข้ากับหลังคาอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันปัญหาน้ำรั่วซึมในระยะยาว 3) ใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ ประกอบติดตั้งโดยช่างผู้ชำนาญ อุปกรณ์ทุกชิ้นต้องได้มาตรฐาน ทั้งแผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ รวมถึงอุปกรณ์สำคัญที่มองข้ามไม่ได้ คือ "กล่องควบคุมไฟ" ต้องประกอบโดยช่างผู้ชำนาญที่มีใบรับรอง มีการออกแบบระบบไฟฟ้าสำหรับหลังคาโซล่าเซลล์ทั้งระบบอย่างถูกต้องเหมาะสมและปลอดภัย 4) ในแพ็กเกจรวมบริการขออนุญาตติดตั้งโซลาร์เซลล์แบบครบวงจร เพื่อความสะดวก แนะนำให้เจ้าของบ้านเลือกบริษัทที่รับจบเรื่องเอกสาร รวบรวมแบบไฟฟ้า แบบวิศวกรรมโยธา ที่มีวิศวกรเซนต์รับรอง รวมถึงเอกสารอื่นๆ ที่ต้องใช้ และดำเนินการขออนุญาตติดตั้งกับหน่วยงานรัฐให้ครบทั้ง 3 แห่ง (สำนักงานเขต/อบต., กกพ., และการไฟฟ้าฯ) 5) บริการหลังการขายและการรับประกัน สามารถติดต่อได้ง่ายเมื่อเกิดปัญหาหรือข้อสงสัยในการใช้งาน และมีเงื่อนไขการรับประกันที่ชัดเจนเหมาะสม ทั้งตัวอุปกรณ์และงานติดตั้ง มีบริการดูแลรักษา ล้างแผง ตรวจสอบระบบรายปีตามความเหมาะสม อ่านเพิ่มเติม: ชี้ชัด!! ทำไมต้องเลือกบริษัทติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ\ อ่านเพิ่มเติม: วิศวกร SCG ตอบให้ ติดโซลาร์เซลล์ ยังไงหลังคาไม่รั่ว ไม่พัง\ การดูแลรักษาแผงโซล่าเซลล์บนหลังคา ด้วยการทำความสะอาดและตรวจสอบระบบเป็นประจำทุกปี เรื่องที่ 9: ติดหลังคาโซล่าเซลล์ไปแล้ว ต้องดูแลรักษาอย่างไร การดูแลระบบหลังคาโซลาร์เซลล์ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก เพียงแค่ทำการ “ล้างแผงและตรวจสอบระบบเป็นประจำทุกปี” ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นการบริการหลังการขายจากผู้ติดตั้ง ยกตัวอย่าง SCG Solar Roof จะมีบริการดูแลตรวจสอบระบบและล้างทำความสะอาดแผงโซล่าเซลล์ให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ปีละ 1 ครั้ง ต่อเนื่องสูงสุด 5 ปี ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ โดยจะมีการเช็กระบบตามมาตรฐานกว่า 30 รายการ เช่น การตรวจสอบจุดขันแน่นของสายไฟ และสภาพความพร้อมของแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน ในส่วนการทำงานของระบบ เจ้าของบ้านสามารถเช็กผ่าน แอปพลิเคชัน โดยทีมงานส่วนกลางของ SCG จะช่วยมอนิเตอร์การผลิตไฟ หากพบความผิดปกติ จะแจ้งลูกค้าและดำเนินการแก้ไขเพื่อให้ระบบใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง อ่านเพิ่มเติม: 13 ถามบ่อย ระบบหลังคาโซลาร์ เอสซีจี (SCG Solar Roof)\ อ่านเพิ่มเติม: รีวิวติดตั้ง SCG Solar Roof: เปิดแอร์กลางวัน ไม่หวั่นค่าไฟ ลดค่าใช้จ่ายได้จริง\ คำถามพบบ่อย FAQ 1) ติดโซลาร์เซลล์บ้าน กับ โรงงาน ต่างกันอย่างไร? ในแง่ขนาดและกำลังการผลิต บ้านพักอาศัย มักติดตั้งขนาด 3–20 kWp โดยเน้นลดค่าไฟรายเดือนในส่วนของเครื่องปรับอากาศและเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป ในขณะที่อาคาร/โรงงานอาจติดตั้งขนาดตั้งแต่ 100 kWp ไปจนถึงระดับ MWp (เมกะวัตต์) ซึ่งต้องคำนวณโครงสร้างหลังคาอย่างละเอียดมากขึ้น เนื่องจากแผงโซลาร์จำนวนมากมีน้ำหนักมหาศาล และมักมีการติดตั้งในลักษณะ Solar Farm บนหลังคาหรือโรงจอดรถ ในแง่ผลประโยชน์ทางภาษีและการสนับสนุนจากภาครัฐ บ้านพักอาศัยมีโอกาสในการขายไฟคืนในโครงการ "โซลาร์ภาคประชาชน" (หากมีการผลิตเหลือ และเป็นช่วงเวลาที่ภาครัฐฯ รับซื้อค่าไฟจากแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน) รวมถึงการลดค่าไฟโดยใช้มิเตอร์ TOU (Time of Use) เพื่อความคุ้มค่าสูงสุด ในขณะที่อาคาร/โรงงาน สามารถใช้สิทธิประโยชน์จาก BOI เช่น การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรที่ได้จากการดำเนินงาน ซึ่งช่วยให้ระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) สั้นลง ในแง่เป้าหมายทางธุรกิจและความยั่งยืน เป้าหมายหลักสำหรับบ้านคือการลดรายจ่าย แต่สำหรับธุรกิจ (โดยเฉพาะองค์กรขนาดกลาง-ใหญ่ หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก) การติดโซลาร์เซลล์คือกลยุทธ์ยกระดับองค์กรสู่ความยั่งยืน (ESG) การลด Carbon Footprint เพื่อมุ่งสู่ Net Zero จะช่วยเปิดโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยพิเศษ (Green Loan หรือ หุ้นกู้สีเขียว) และเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออกเมื่อต้องรับมือกับมาตรการกีดกันทางการค้า เช่น ภาษีคาร์บอน (CBAM) นอกจากนี้ การมีภาพลักษณ์องค์กรรักษ์โลกที่ชัดเจน ยังช่วยดึงดูดคนทำงานรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพให้อยากมาร่วมงาน 2) วันที่ฝนตก เมฆครึ้ม หรือช่วงฤดูฝน โซลาร์เซลล์ยังผลิตไฟฟ้าได้ไหม? แผงโซลาร์เซลล์ทำงานโดยอาศัย "ความเข้มของแสงสว่าง" ไม่ใช่ความร้อน ดังนั้นแม้จะเป็นวันที่เมฆครึ้ม แดดร่ม หรือมีฝนตก แผงก็ยังคงรับแสงและผลิตกระแสไฟฟ้าได้ แต่ประสิทธิภาพจะน้อยกว่าช่วงที่แดดจัด ซึ่งหากเป็นระบบ On-Grid ระบบจะสลับไปดึงไฟฟ้าจากการไฟฟ้าเข้ามาเสริมส่วนที่ขาดโดยอัตโนมัติ ทำให้สามารถใช้ไฟในบ้านได้ต่อเนื่อง ทั้งนี้สำหรับหลังคาบ้านที่โดนแสงแดดไม่สม่ำเสมอ มีเมฆบังบ่อย หรือมีเงาต้นไม้พาดผ่าน แนะนำให้เลือกใช้ ไมโครอินเวอร์เตอร์ (Microinverter) ซึ่งจะแยกการทำงานอิสระแบบ "แผงต่อแผง" หากมีแผงไหนโดนเมฆบังหรือแสงเบาลง แผงอื่นๆ จะยังคงผลิตกระแสไฟฟ้าเต็มประสิทธิภาพตามปกติ ต่างกับอินเวอร์เตอร์ทั่วไป (String Inverter) ซึ่งหากโดนเงาเมฆบัง เพียงจุดเดียว ประสิทธิภาพของแผงอื่นๆ จะลดลงตามทั้งหมด 3) ควรเลือกใช้แผงโซลาร์เซลล์แบบไหนดีที่สุด? ปัจจุบันแผงโซลาร์เซลล์ที่นิยมใช้หลักๆ มี 2 ชนิด คือ Monocrystalline และ Polycrystalline โดยแบบ Monocrystalline จะมีประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าสูงกว่า ทนความร้อนได้ดี และใช้พื้นที่ติดตั้งน้อยกว่า นอกจากชนิดของแผงแล้ว ควรเลือกใช้แผงที่ได้รับการจัดอันดับเป็น Tier 1 ซึ่งหมายถึงผู้ผลิตที่มีความมั่นคงทางการเงินสูง ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและการรับประกันที่ยาวนานถึง 25 ปี 4) การรับประกันระบบโซลาร์เซลล์ที่ได้มาตรฐาน ควรครอบคลุมอะไรบ้าง และรับประกันกี่ปี? โดยทั่วไป ระบบโซลาร์เซลล์ที่ได้มาตรฐานมักจะมีการรับประกันดังนี้ รับประกันประสิทธิภาพแผงโซลาร์เซลล์ (Performance Warranty): นานถึง 25 ปี (โดยรับประกันว่าประสิทธิภาพการผลิตไฟจะไม่ต่ำกว่า 80-84% เมื่อถึงปีที่ 25) รับประกันตัวแผงและวัสดุ (Product Warranty): 12-15 ปี รับประกันอินเวอร์เตอร์ (Inverter Warranty): 5-10 ปี (บางแบรนด์สามารถซื้อประกันเพิ่มได้) รับประกันงานติดตั้ง (Installation/Workmanship Warranty): 1-2 ปี โดยครอบคลุมเรื่องน้ำรั่วซึมและระบบสายไฟ ดังนั้น การเลือกผู้ติดตั้งจากบริษัทที่มั่นคง ไว้ใจได้ จึงเป็นเรื่องสำคัญซึ่งช่วยให้เจ้าของบ้านมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลตลอดอายุสัญญาที่ยาวนาน 5) ซื้อแผงโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์มาติดตั้งเองได้หรือไม่? กรณีติดตั้งเป็น Solar Roof ระบบ On-Grid หรือ Hybrid ซึ่งเชื่อมต่อระบบกับไฟจากการไฟฟ้า เพื่อเน้นแบ่งเบาค่าไฟจากแอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ในบ้าน ควรให้ใช้บริการบริษัทมืออาชีพเพื่อความปลอดภัยได้มาตรฐาน ทั้งด้านโครงสร้าง ระบบไฟฟ้า การรับประกัน และความสะดวกในการดำเนินการขออนุญาตกับการไฟฟ้าให้ถูกต้องตามกฎหมาย ในทางกลับกัน หากเป็นระบบ Off-Grid ขนาดเล็กและไม่เชื่อมต่อกับไฟจากการไฟฟ้า เช่น ไฟในสวนหรือปั๊มน้ำเกษตร ก็อาจพิจารณาซื้ออุปกรณ์ที่ได้คุณภาพมาตรฐานมาให้ช่างไฟที่มีความรู้ความชำนาญในการติดตั้ง (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ติดตั้งโซลาร์เซลล์เอง มีแนวทางอย่างไร) 6) ตัวอย่างบ้านที่เคยติดโซลาร์เซลล์ไปแล้ว ใช้ไฟฟ้ากันอย่างไร? ลดค่าไฟจริงแค่ไหน? รีวิวตัวอย่างที่ 1: บ้านพักอาศัย 2 หลัง >บ้านเป็น 2 หลัง ได้แก่ “บ้านไม้ 2 ชั้น” เปิดแอร์ตั้งแต่ 22:00 น. จนถึง 15:00 น.ของวันถัดไป อีกหลังหนึ่งคือ “บ้านชั้นเดียว” ซึ่งรับความร้อนจากหลังคาโดยตรง ด้วยสถานการณ์ที่ต้อง work From Home บ่อยขึ้น และเลี้ยงแมวหลายตัว แม้จะติดฉนวนกันความร้อนบนฝ้าเพดาน ร่วมกับฝ้าชายคาแบบมีช่องระบายความร้อนแล้ว แต่บ้านก็ยังร้อนมากจนต้องเปิดแอร์ช่วงกลางวันนานขึ้น บิลค่าไฟจึงพุ่งตาม >หลังจากติดตั้ง Solar Roof แพ็กเกจ Smart ขนาด 4.95 กิโลวัตต์ ก็สามารถเปิดแอร์ 24000 BTU จำนวน 2 ตัว วันละ 20 ชม. ได้สบายใจไม่ต้องกังวลเรื่องค่าไฟ ซึ่งมองว่าคุ้มค่ามาก เพราะนอกจากจะเย็นสบายแล้ว ยังลดความเสี่ยงการเกิด Heat Stroke ของแมวด้วย ตัวเลขบิลค่าไฟเดิม 8,000 บาท ลดเหลือ 6,800 บาท โดยประมาณ (ลดลงไม่ถึง 25% เนื่องจากเปิดแอร์ช่วงกลางคืนนาน ในขณะที่โซลาร์เซลล์บนหลังคาช่วยลดค่าไฟเฉพาะช่วงกลางวัน) คลิกอ่านบทความฉบับเต็ม รีวิวตัวอย่างที่ 2: ออฟฟิศออกแบบรับสร้างบ้าน หจก. บ้านรักษ์ ลำปาง >เน้นใช้ไฟฟ้าในเวลากลางวันเป็นหลัก ค่าไฟรายเดือนจากปกติจะเกิน 10,000 บาท แต่หลังจากติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ ค่าไฟลดลงเหลือประมาณ 4,000-5,000 บาท นับว่าคุ้มค่ามากจนรู้สึกได้ว่า น่าจะติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ตั้งนานแล้ว (ดู VDO ฉบับเต็มได้ด้านล่าง) รีวิวตัวอย่างที่ 3: บ้านพักที่มีส่วนห้องทำงาน Sound Engineering >งานด้าน Sound Engineer มีอุปกรณ์ที่ต้องใช้เยอะ และต้องเปิดแอร์หลายห้องในตอนกลางวัน ค่าไฟเฉลี่ยเดือนละ 6,000-8,000 บาท จึงอยากติด Solar Roof เพื่อแบ่งเบาภาระค่าไฟตรงนี้ หลังติดตั้งหลังคาโซล่าเซลล์แล้วรู้สึกมั่นใจกับการใช้ไฟมากขึ้น เวลาที่ลูกชายกลับมาถึงบ้าน ก็สามารถเปิดแอร์ได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวลว่าจะเปลืองไฟในช่วงเวลาที่ยังมีแสงอาทิตย์ (ดู VDO ฉบับเต็มได้ด้านล่าง) คลิกดู VDO\ คลิปเดียวจบ ระบบโซลาร์เซลล์ สำหรับบ้านพักอาศัย ดูก่อนตัดสินใจ!! คลิกดู VDO\ หลังคาโซลาร์ เอสซีจี (SCG Solar Roof) พร้อมบริการครบวงจร | SCG Solar Roof Solutions คลิกดู VDO\ 10 คำถามถามบ่อย | หลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof Solutions พร้อมบริการครบวงจร คลิกดู VDO\ รีวิว ระบบหลังคาโซลาร์ เอสซีจี พร้อมบริการครบวงจร | SCG Solar Roof Solutions ใช้บริการติดโซล่าเซลล์ กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ ด้วยมาตราฐานการติดตั้ง และบริการหลังการขายที่วางใจได้ โดยบริการติดหลังคาโซล่ากับทาง SCG จะมีทีมผู้เชี่ยวชาญ พร้อมให้คำปรึกษา ตรวจสุขภาพหลังคา ออกแบบ ติดตั้ง บริการหลังการขาย รับประกันแผงและประสิทธิภาพการผลิตไฟสูงสุด 30 ปี โดยภายในบริการจะประกอบด้วย Roof Health Check ตรวจเช็คสภาพหลังคา พร้อมโซลูชันแก้ทุกปัญหาก่อนติดตั้ง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด Optimized Design ออกแบบระบบโซลาร์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และเป็นไปตามมาตรฐานด้านวิศวกรรม Professional Installation ติดตั้งโดยทีมช่าง มืออาชีพ หมดกังวลกับปัญหาหลังคารั่วซึม Solar Permitting Process ดำเนินการเรื่องเอกสาร ขออนุญาตติดตั้งโซลาร์รูฟกับภาครัฐ ตลอดทั้งกระบวนการ Excellence Customer Care Service บริการดูแลหลังการขายครบวงจร พร้อมติดตามประสิทธิภาพการทํางานของระบบโซลาร์ ต้องการติดตั้งโซล่าร์กับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าที่เป็นค่าสำรวจโซล่าร์เซลล์ผ่านเวบไซต์ SCGHOME.COM จองวันที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่เข้าสำรวจ และชำระเงินค่าสำรวจ เมื่อสำรวจแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะจัดส่งใบสำรวจ พร้อมใบเสนอราคาให้ลูกค้า ลูกค้าชำระค่าบริการตามใบเสนอราคา หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะเข้าติดตั้งตามวันที่นัดหมาย สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ข้อมูลนี้จัดทำโดย หน่วยงาน SCG Home Online ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแล E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนการให้คำปรึกษา ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในเรื่องการเลือกใช้วัสดุต่างๆ เพื่อการทำบ้าน รวมถึงโซลูชั่นเรื่องบ้านต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญ
การติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ เป็นอีกหนึ่งวิธีประหยัดค่าไฟที่เจ้าของบ้านหลายคนสนใจ แต่ก็ต้องแลกกับงบประมาณในการลงทุนติดตั้งระบบที่สูงพอสมควร ดังนั้น เพื่อป้องกันการตัดสินใจผิดพลาด เจ้าของบ้านจึงควรทำความเข้าใจรายละเอียดเพื่อประกอบการพิจารณา ตั้งแต่ส่วนประกอบและประเภทของหลังคาโซลาร์เซลล์ ค่าไฟที่ประหยัดได้และการคืนทุน โดยประมาณ รวมถึงปัจจัยในการเลือกผู้ให้บริการที่มีคุณภาพมาตรฐาน ทั้งงานติดตั้งและอุปกรณ์ที่ใช้ ไปจนถึงการดูแลรักษา ทีมงาน SCG Home Online จึงรวบรวมคู่มือความรู้การติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop) อย่างไรให้คุ้มค่า ฉบับเจ้าของบ้าน เพื่อให้เจ้าของบ้านศึกษาก่อนตัดสินใจเลือกติดตั้งโซล่าร์เซลล์ สารบัญบทความ >เรื่องที่ 1: หลังคาโซลาร์เซลล์คืออะไร? ทำความรู้จักระบบ Solar Rooftop และส่วนประกอบสำคัญ >เรื่องที่ 2: หลังคาโซล่าเซลล์มีกี่แบบ เลือกแบบไหนดี? >เรื่องที่ 3: ติดแผงโซล่าเซลล์บนหลังคา คุ้มไหม ราคาเท่าไหร่ กี่ปีคืนทุน (อัปเดต พ.ศ. 2569) >เรื่องที่ 4: แผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา ใช้ไฟฟ้าได้ขนาดไหน ประหยัดค่าไฟได้เท่าไหร่ >เรื่องที่ 5: 4 เช็กลิสต์ก่อนติดตั้งโซล่าเซลล์บนหลังคาบ้าน >เรื่องที่ 6: ทำไมถึงต้องขออนุญาตติดตั้งโซลาร์รูฟ (Solar Roof) >เรื่องที่ 7: ไขข้อข้องใจ ติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์แล้ว หลังคารั่วไหม? เสี่ยงไฟไหม้หรือเปล่า? >เรื่องที่ 8: เลือกบริษัทติดตั้ง Solar Roof ให้ได้คุณภาพ มาตรฐาน ปลอดภัย >เรื่องที่ 9: ติดหลังคาโซล่าเซลล์ไปแล้ว ต้องดูแลรักษาอย่างไร เรื่องที่ 1: หลังคาโซลาร์เซลล์คืออะไร? ทำความรู้จักระบบ Solar Rooftop และส่วนประกอบสำคัญ หลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop) คือ หลังคาโซลาร์เซลล์ หรือ หลังคา Solar Roof หรือที่หลายคนคุ้นหูกันในชื่อ “โซลาร์รูฟท็อป” (Solar Rooftop) คือการเปลี่ยนพื้นที่บนหลังคาบ้านให้กลายเป็นแหล่งผลิตพลังงาน โดยใช้แผงโซลาร์เซลล์ทำหน้าที่รับแสงอาทิตย์แล้วเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อใช้ในครัวเรือน การทำงานของระบบเริ่มจากแผงโซลาร์เซลล์ดูดซับแสงแดดและผลิตเป็นไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ออกมา จากนั้นจะส่งกระแสไฟผ่านไปยังอินเวอร์เตอร์ เพื่อแปลงให้เป็นกระแสสลับ (AC) ก่อนจะจ่ายเข้าสู่ตู้เบรกเกอร์ เพื่อกระจายกระแสไฟไปหล่อเลี้ยงเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ภายในบ้านต่อไป อ่านเพิ่มเติม: ศัพท์เรื่องบ้าน: หลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Roof)\ ส่วนประกอบสำคัญของระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคา (Solar Roof) โดยหลักแล้วการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ จะต้องมีส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่ 1) แผงโซลาร์เซลล์ 2) อินเวอร์เตอร์ 3) กล่องควบคุมระบบไฟฟ้า และ 4) ระบบโครงสร้างติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์และสายไฟ 1) แผงโซลาร์เซลล์ ทำหน้าที่รับแสงอาทิตย์และแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง (DC) มี 3 ประเภทหลักที่นิยมใช้กัน ได้แก่ โมโนคริสตัลไลน์ (Monocrystalline): ทำจากผลึกซิลิคอนบริสุทธิ์สูง แต่ละเซลล์มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมตัดทั้ง 4 มุม แผ่นมักมีสีดำคือสีจะเข้มกว่าแผงโซลาร์ประเภทอื่นๆ มีประสิทธิภาพการผลิตไฟสูงสุด ทนความร้อนได้ดี เป็นที่นิยม เพราะใช้พื้นที่ติดตั้งน้อยสุด และอายุการใช้งานนานที่สุด โพลีคริสตัลไลน์ (Polycrystalline): ทำจากผลึกซิลิคอนที่นำมาหลอมรวมกัน แต่ละเซลล์เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสไม่ตัดมุม แผ่นมักมีสีน้ำเงิน ประสิทธิภาพจะรองลงมาจากแบบ Monocrystalline เล็กน้อย แต่ราคาย่อมเยากว่า ทินฟิล์ม (Thin Film): เป็นการใช้สารที่มีคุณสมบัติแปลงพลังงานจากแสงให้เป็นกระแสไฟฟ้าได้ มาเคลือบบนแผ่นฟิล์ม แผงประเภทนี้มีประสิทธิภาพการผลิตไฟต่ำที่สุด จึงใช้พื้นที่ติดตั้งมากกว่าแบบอื่น ไม่นิยมใช้กับบ้านทั่วไป แต่ด้วยคุณสมบัติที่น้ำหนักเบาและโค้งงอได้ จึงเหมาะสำหรับติดตั้งบนพื้นผิวโค้งมน ไม่เรียบ เช่น หลังคารถหลังคาหรือผนังอาคารที่โค้ง นอกจากนี้ แผงโซล่าเซลล์\ยังมีการจัดอันดับเกรดมาตรฐานของบริษัทผู้ผลิต โดยแบรนด์ที่ได้รับการจัดอันดับเป็น Tier 1 จะเป็นผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ มาตรฐานการผลิตครบวงจร การเงินมั่นคง เจ้าของบ้านสามารถวางใจได้กับการรับประกันแผงโซลาร์เซลล์ที่ยาวนานถึง 25 ปี 2) อินเวอร์เตอร์ ทำหน้าที่แปลงไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ที่ได้จากแผงโซลาร์เซลล์ ให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) เพื่อให้สามารถนำมาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านได้ ซึ่งอินเวอร์เตอร์\ที่นิยมใช้จะมี 2 แบบ คือ สตริงอินเวอร์เตอร์ และไมโครอินเวอร์เตอร์ สตริงอินเวอร์เตอร์ (String Inverter) เชื่อมต่อแผงโซล่าเซลล์แบบอนุกรม ตัวอินเวอร์เตอร์ติดตั้งไว้ในบ้าน จึงสะดวกทั้งในแง่การติดตั้งและดูแลรักษา แต่มีข้อควรคำนึง คือหากเกิดอุปสรรคในการผลิตไฟฟ้า เช่น โดนบังด้วยเงาเมฆ กิ่งไม้ แม้เพียงแค่แผงเดียว ประสิทธิภาพการผลิตไฟทั้งระบบจะลดลงตาม ดังนั้น สตริงอินเวอร์เตอร์จึงเหมาะกับหลังคาเรียบที่มั่นใจได้ว่าไม่มีเงาบัง ไมโครอินเวอร์เตอร์ (Microinverter) เป็นอินเวอร์เตอร์ขนาดเล็กติดตั้งอยู่ใต้แผงโซล่าเซลล์แต่ละแผง จึงทำงานเป็นอิสระจากกัน หากแผงใดมีปัญหา เช่น โดนเงาบัง แผงอื่นๆ ก็ยังคงทำงานได้ปกติ และยังมีความปลอดภัยสูงเนื่องด้วยระบบแรงดันไฟฟ้าต่ำ (Low Voltage) เพราะแปลงกระแสไฟฟ้าจากกระแสตรงเป็นกระแสสลับตั้งแต่อยู่บนหลังคา และมีระบบ Rapid Shutdown ที่ตัดไฟทันทีเมื่อเกิดเหตุ ตอบโจทย์บ้านที่มีหลังคาซับซ้อน เสี่ยงโดนเงาบังบางส่วนในบางเวลา หรือเน้นความปลอดภัยสูงสุด อย่างไรก็ตาม ไมโครอินเวอร์เตอร์มีราคาสูงกว่าสตริงอินเวอร์เตอร์ และด้วยตำแหน่งติดตั้งที่อยู่บนหลังคาจึงซ่อมบำรุงยากกว่า 3) กล่องควบคุมระบบไฟ (Combiner Box / Control Box) เป็นตู้รวบรวมสายไฟของระบบโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์ป้องกันอันตรายทางไฟฟ้า เป็นอีกอุปกรณ์ที่ต้องเน้นเรื่องคุณภาพมาตรฐานเพื่อความปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากปัญหาระบบไฟฟ้า ภายในกล่องควรประกอบด้วยอุปกรณ์เกรดคุณภาพได้มาตรฐาน เช่น เบรกเกอร์สำหรับตัดวงจรเมื่อเกิดไฟฟ้าลัดวงจรหรือใช้ไฟเกิน อุปกรณ์กันฟ้าผ่า/กันไฟกระชากคุณภาพสูงเพื่อป้องกันความเสียหายต่ออินเวอร์เตอร์ และหากติดตั้งภายนอกอาคาร ตัวกล่องต้องมีคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นที่เหมาะสม 4) ระบบโครงสร้างติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์และสายไฟ ประกอบด้วย “ราง” กับ “อุปกรณ์ยึด” โดยวัสดุที่ใช้ทำรางควรทนทานต่อแรงลม ทนสนิมและการกัดกร่อนสูง เช่น อะลูมิเนียมชุบแข็ง หรือเหล็กชุบกัลวาไนซ์ ในขณะที่อุปกรณ์ยึด จะต้องออกแบบให้เหมาะสมกับประเภทของหลังคาแต่ละแบบ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำรั่วซึมในอนาคต ส่วน “สายไฟโซลาร์เซลล์” เป็นสายไฟฝั่งกระแสตรง (DC) ที่ต้องรับไฟจากแผงลงมายังอินเวอร์เตอร์ จึงต้องออกแบบมาสำหรับระบบโซล่าเซลล์โดยเฉพาะ ฉนวนหุ้มต้องมีความเหนียว ทนทานต่อความร้อน รังสี UV และสภาพอากาศภายนอกได้ดีเยี่ยม อ่านเพิ่มเติม: Microinverter VS String Inverter: ต่างกันอย่างไร?\ นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์เสริมที่เจ้าของบ้านควรทราบ ไม่ว่าจะเป็น... หมวดระบบเก็บสำรองพลังงาน (Energy Storage System) สำหรับระบบ Hybrid และ Off-Grid แบตเตอรี่สำรองไฟ (Battery Storage) ปัจจุบันนิยมใช้แบตเตอรีลิเธียมไอออน ทำหน้าที่กักเก็บไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้ในช่วงเวลากลางวัน เพื่อนำมาจ่ายไฟให้บ้านในตอนกลางคืน หรือสำรองในกรณีไฟดับ ปัจจุบันนิยมใช้ ชุดโมดูลแบตเตอรีสำหรับประกอบต่อขยาย (Battery Module) เพิ่มความจุของการเก็บไฟได้ในอนาคต ตามความต้องการใช้ไฟฟ้าของบ้านที่อาจเพิ่มขึ้น ระบบเก็บพลังงานไฟฟ้าแบบครบวงจร (All-in-one Energy Storage / Smart Guard): เปรียบเสมือน “ตู้จัดเก็บและบริหารพลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะ” รวมเอาทั้งอินเวอร์เตอร์ แบตเตอรี และระบบจัดการไฟสำรองอัตโนมัติ ไว้ในตู้เดียว สามารถสลับแหล่งจ่ายไฟจากแผงโซลาร์ แบตเตอรี และไฟจากการไฟฟ้าได้อย่างไร้รอยต่อ หมวดการจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Optimization & Control) Smart PV Optimizer เป็นอุปกรณ์เสริมติดตั้งใต้แผงโซลาร์เซลล์ที่มักใช้คู่กับสตริงอินเวอร์เตอร์ ช่วยให้แต่ละแผงทำงานเป็นอิสระต่อกัน ช่วยลดปัญหากรณีเกิดเงาบัง โดยจะรักษากำลังการผลิตรวมไม่ให้ตกลงไปตามแผงที่โดนบัง Power Module ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการและปรับเสถียรภาพการแปลงกระแสไฟฟ้า ให้เหมาะสมกับการดึงไฟไปใช้งานภายในบ้าน หมวดการวัดผลและตรวจสอบอัจฉริยะ (Smart Monitoring & Sensing) มิเตอร์วัดพลังงานไฟฟ้า และ Smart Power Sensor ติดตั้งไว้ในตู้ไฟ (Consumer Unit) ของบ้าน คอยตรวจจับทิศทาง ว่าตอนไหนกำลังใช้ไฟจากแผงโซลาร์ หรือตอนไหนใช้ไฟจากการไฟฟ้า รวมถึงป้องกันไฟย้อนกลับเข้าสายส่งของการไฟฟ้า (Zero Export) ในกรณีที่ไม่ได้ขออนุญาตขายไฟคืน หน่วยถ่ายโอนข้อมูลโซลาร์ (Data Logger / Dongle) เชื่อมต่อและส่งข้อมูลจากระบบโซล่าเซลล์ ไปยังระบบคลาวด์ แสดงข้อมูลการผลิตไฟ การใช้ไฟ และสถานะการทำงานต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน โซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน พร้อมตัวอย่างระบบโซลาร์เซลล์ On Grid Off Grid และ Hybrid เรื่องที่ 2: หลังคาโซล่าเซลล์มีกี่แบบ เลือกแบบไหนดี? ระบบโซล่าเซลล์สำหรับติดตั้งบนหลังคา แบ่งออกเป็น 3 ระบบหลัก ได้แก่ ระบบ Off-Grid ระบบ On-Grid และระบบ Hybrid 1) หลังคาโซลาร์เซลล์ ระบบออฟกริด (Off-Grid System) เป็นระบบอิสระที่ไม่เชื่อมต่อกับสายไฟของการไฟฟ้า (Stand Alone) จึงไม่ต้องขออนุญาตจากการไฟฟ้า เน้นแปลงไฟจากแสงอาทิตย์มาใช้ในช่วงกลางวันโดยตรง หากต้องการใช้ไฟตอนกลางคืนต้องลงทุนติดตั้ง “แบตเตอรี่สำรองไฟ” ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ระบบนี้จึงเหมาะกับพื้นที่ห่างไกลที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง เช่น ชุมชนบนภูเขาและดอยสูง พื้นที่ป่าไม้และพื้นที่อนุรักษ์ เกาะขนาดเล็ก พื้นที่ชนบทห่างไกล 2) หลังคาโซลาร์เซลล์ ระบบออนกริด (On-Grid System) ระบบนี้จะเชื่อมต่อกับการไฟฟ้า จึงต้องขออนุญาตจาก 3 หน่วยงานรัฐฯ ก่อนติดตั้ง (เขต/เทศบาล, การไฟฟ้า, และ กกพ.) หลักการทำงานคือดึงไฟจากแผงโซลาร์มาใช้ในบ้านก่อน หากไม่พอก็จะดึงไฟจากการไฟฟ้ามาเสริม และถ้าผลิตไฟเหลืออาจขายคืนการไฟฟ้าได้ (เฉพาะช่วงเวลาและเงื่อนไขที่การไฟฟ้าประกาศ) ระบบนี้จะไม่มีแบตเตอรีสำรองไฟ จึงเหมาะกับบ้านหรืออาคารที่ใช้ไฟเยอะช่วงกลางวัน ปัจจุบันระบบ On-Grid เป็นระบบที่นิยมที่สุด เพราะไม่ต้องแบกรับต้นทุนค่าแบตเตอรี่ จึงคืนทุนได้รวดเร็ว 3) หลังคาโซลาร์เซลล์ ระบบไฮบริด (Hybrid System) เป็นระบบผสมผสานระหว่างออนกริดและออฟกริด (ต้องขออนุญาตจากภาครัฐฯ ด้วย) ไฟฟ้าที่ผลิตได้จะถูกนำมาใช้ในบ้านก่อน ส่วนที่เหลือจะถูกเก็บเข้าแบตเตอรี เพื่อสำรองไว้ใช้ในเวลากลางคืนหรือตอนไฟดับ ถือเป็นระบบที่บริหารจัดการพลังงานที่ครอบคลุมการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์อย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากต้นทุนของแบตเตอรียังค่อนข้างสูง ทำให้ระยะเวลาคืนทุนนานกว่า จึงยังได้รับความนิยมน้อยกว่าระบบออนกริด สรุปแล้ว ระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาแบ่งเป็น 3 รูปแบบหลัก คือ 1) Off-Grid ระบบอิสระไม่พึ่งไฟจากการไฟฟ้า เหมาะกับพื้นที่ห่างไกล (ต้องใช้แบตเตอรี่) 2) On-Grid ระบบยอดนิยมที่ต้องเชื่อมต่อกับการไฟฟ้า คืนทุนไวที่สุด เหมาะกับบ้านที่เน้นใช้ไฟช่วงกลางวัน และ 3) Hybrid ระบบผสมที่เชื่อมต่อไฟหลวงและมีแบตเตอรี่สำรองไว้ใช้ตอนกลางคืนหรือยามไฟดับ แต่ปัจจุบันยังมีต้นทุนสูงและคืนทุนช้ากว่าระบบอื่น อ่านเพิ่มเติม: ระบบหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Roof) มีกี่แบบ? เลือกแบบไหนให้คุ้มค่าและประหยัดไฟ\ อ่านเพิ่มเติม: ติดโซล่าเซลล์ต้องมีแบตไหม? มีแบตเตอรีแล้วคุ้มค่าหรือไม่\ อ่านเพิ่มเติม: ติดตั้งโซล่าเซลล์จะเลือกแบบไหนดี: สำรองไฟในแบตเตอรี VS ขายไฟคืนรัฐ\ คำนวณความคุ้มค่าและราคาของการติดแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาบ้าน เพื่อหาจุดคืนทุน เรื่องที่ 3: ติดแผงโซล่าเซลล์บนหลังคา คุ้มไหม ราคาเท่าไหร่ กี่ปีคืนทุน (อัปเดต พ.ศ. 2569) ใช้ไฟแบบไหน ติดหลังคาโซลาร์เซลล์แล้วคุ้ม? การติดแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านเพื่อมุ่งหวังความคุ้มค่า นั่นหมายถึง “ต้องการลดการใช้ไฟจากการไฟฟ้า” ดังนั้นเราจะเน้นพูดถึงการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ระบบ On-Grid เป็นหลัก คือแปลงแสงแดดเป็นพลังงานไฟฟ้าใช้ ณ เวลานั้นๆ ซึ่งจะเหมาะกับบ้านที่มีการจ่ายค่าไฟตั้งแต่ 3,000 บาท/เดือนขึ้นไป โดยเน้นใช้ไฟกลางวันมากและมีการเปิดแอร์ตอนกลางวันเยอะ ซึ่งสำหรับบ้านพักอาศัยอาจคืนทุนได้ใน 4-6 ปี ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ไฟ ค่าไฟเกิน 3,000 บาท แต่กลางวันใช้ไฟน้อย เก็บไฟในแบตเตอรีไว้ใช้กลางคืนดีไหม? หากบ้านของเรามีค่าไฟเกิน 3,000 บาท แต่ตอนกลางวันไม่ได้ใช้ไฟเยอะ ไม่มีการเปิดแอร์ อาจไม่คุ้มที่จะติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ ส่วนมุมมองที่ว่า อยากหันมาใช้ระบบ Hybrid มีแบตเตอรีสำรองไฟ แม้เวลากลางวันจะใช้ไฟฟ้าน้อยก็ไม่เป็นไร เราสำรองไว้ในแบตเตอรีเอาไว้ใช้ในเวลากลางคืนได้ ตรงนี้ต้องทราบก่อนว่าแม้ในปัจจุบัน (พ.ศ. 2569) ราคาแบตเตอรีจะลดลงมาบ้าง แต่ในภาพรวมก็นับว่าเป็นต้นทุนที่ยังค่อนข้างสูง ทำให้การใช้ไฟจากการไฟฟ้าในตอนกลางคืนดูคุ้มค่ากว่า ดังนั้นต่อให้เป็นบ้านที่เลือกใช้ระบบ Hybrid ก็ควรเน้นการใช้ไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ในช่วงกลางวันเยอะ ส่วนไฟฟ้าที่สำรองไว้ในแบตเตอรีควรเก็บไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งมักจะเหมาะกับบ้านที่ไฟจากการไฟฟ้าจ่ายไฟได้ไม่สม่ำเสมอ เกิดการไฟดับบ่อย ขายไฟคืนภาครัฐ ช่วยให้คุ้มค่ามากขึ้นหรือไม่? หากติดตามข่าวสารจากการไฟฟ้า จะพบว่าบางช่วงเวลารัฐบาลประกาศรับซื้อไฟจากระบบหลังคาโซล่าเซลล์ตามบ้าน อย่างไรก็ตามการขายไฟคืนถือเป็นเพียง “ผลพลอยได้” เท่านั้น เนื่องจากราคารับซื้อคืนจะต่ำกว่าราคาค่าไฟที่เราจ่ายปกติ (และมักรับซื้อเฉพาะระบบ On-Grid) เน้นย้ำว่าความคุ้มค่าที่แท้จริงของการติด Solar Roof คือการดึงพลังงานมาใช้ทดแทนไฟหลวงในช่วงกลางวันให้ได้มากที่สุด ดังนั้นควรเน้นใช้ไฟตอนกลางวันเป็นหลัก ส่วนกลางคืนก็กลับไปใช้ไฟจากการไฟฟ้าตามปกติจะคุ้มค่าที่สุด (ณ ปัจจุบัน เมษายน 2569 ทางรัฐบาลไม่มีนโยบายรับซื้อไฟฟ้าจาก Solar Rooftop ตามบ้านทั่วไป) อ่านเพิ่มเติม: ติดโซลาร์เซลล์บ้าน คุ้มไหม? ลดค่าไฟ ขายคืนได้\ อ่านเพิ่มเติม: ติดตั้งโซลาร์เซลล์จะเลือกแบบไหนดี: สำรองไฟในแบตเตอรี VS ขายไฟคืนรัฐ\ อินโฟกราฟิกโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน แสดงระบบ 1 เฟส 3 เฟส จำนวนแผง การใช้ไฟฟ้า และการประหยัดค่าไฟรายเดือน เรื่องที่ 4: แผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา ใช้ไฟฟ้าได้ขนาดไหน ประหยัดค่าไฟได้เท่าไหร่ ยกตัวอย่างแพ็กเกจจาก SCG Smart System Solution \ เทียบขนาดกำลังไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงโซล่าเซลล์ กับการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้า (หลอดไฟ, ตู้เย็น, ทีวี และแอร์ขนาด 9,000 BTU ประมาณ 5-6 ชม.) และค่าไฟที่ประหยัดได้ โดยประมาณ (ราคาแพ็กเกจแบบธรรมดา เริ่มต้น 3.72 kW ประมาณ 144,000 บ. แพ็กเกจพรีเมียม เริ่มต้น 3.75 kW ประมาณ 199,000 บ.) ระบบไฟฟ้า 1 เฟส ขนาด 3.75 kW แผงโซลาร์เซลล์ 6 แผง (ใช้พื้นที่ 12 - 17 ตร.ม.) ประหยัดค่าไฟเดือนละ 1,700 - 2,200 บาท (ไฟฟ้าที่ใช้ได้: หลอดไฟ 10 ดวง, ตู้เย็น 3 ตู้, ทีวี 3 เครื่อง, แอร์ 2 เครื่อง) ขนาด 5.00 kW แผงโซลาร์เซลล์ 8 แผง (ใช้พื้นที่ 16 - 22 ตร.ม.) ประหยัดค่าไฟเดือนละ 2,300 - 2,900 บาท ไฟฟ้าที่ใช้ได้: หลอดไฟ 10 ดวง, ตู้เย็น 3 ตู้, ทีวี 3 เครื่อง, แอร์ 3 เครื่อง ระบบไฟฟ้า 3 เฟส ขนาด 10.00 kW แผงโซลาร์เซลล์ 16 แผง (ใช้พื้นที่ 32 - 45 ตร.ม.) ประหยัดค่าไฟเดือนละ 4,600 - 5,900 บาท (ไฟฟ้าที่ใช้ได้: หลอดไฟ 25 ดวง, ตู้เย็น 4 ตู้, ทีวี 4 เครื่อง, แอร์ 8 เครื่อง) ขนาด 15.63 kW แผงโซลาร์เซลล์ 25 แผง (ใช้พื้นที่ 50 - 70 ตร.ม.) ประหยัดค่าไฟเดือนละ 7,200 - 9,300 บาท (ไฟฟ้าที่ใช้ได้: หลอดไฟ 30 ดวง, ตู้เย็น 5 ตู้, ทีวี 6 เครื่อง, แอร์ 12 เครื่อง) ขนาด 25.00 kW แผงโซลาร์เซลล์ 40 แผง (ใช้พื้นที่ 80 - 112 ตร.ม.) ประหยัดค่าไฟเดือนละ 11,600 - 14,900 บาท (ไฟฟ้าที่ใช้ได้: หลอดไฟ 35 ดวง, ตู้เย็น 7 ตู้, ทีวี 8 เครื่อง, แอร์ 19 เครื่อง) อ่านเพิ่มเติม: คำนวณค่าไฟและระยะเวลาคืนทุนโซลาร์เซลล์ด้วยตัวเอง: สูตร + ตัวอย่างจริง (อัปเดต 2569)\ อ่านเพิ่มเติม: ติดโซลาร์เซลล์ 3kW กับ 5kW ใช้อะไรได้บ้าง ประหยัดไฟบ้านกี่บาท? สรุปก่อนตัดสินใจติดตั้ง\ อ่านเพิ่มเติม: มีรถ EV ควรติดโซล่าเซลล์หรือไม่ กี่ kW?\ อ่านเพิ่มเติม: ติดโซล่าเซลล์บ้านคุ้มไหม งบประมาณเท่าไหร่ เลือกแบบไหนดี\ โซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน พร้อมภาพสื่อถึงเช็กลิสต์ก่อนติดตั้ง เช่น พฤติกรรมการใช้ไฟ ทิศทางหลังคา และระบบไฟ 1 เฟส 3 เฟส เรื่องที่ 5: 4 เช็กลิสต์ก่อนติดตั้งโซล่าเซลล์บนหลังคาบ้าน หากกำลังมองหาเช็กลิสต์เพื่อประเมินว่าบ้านของเราเหมาะกับการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop) หรือไม่นั้น เบื้องต้นเจ้าของบ้านสามารถพิจารณาได้จากพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของเรา ลักษณะบ้าน อาคาร หลังคาที่ผู้ให้บริการติดตั้งแต่ละเจ้ากำหนดไว้ 1) พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า ควรเป็นบ้านที่มีค่าไฟขั้นต่ำ 3,000 บาทต่อเดือน และมีการใช้ไฟในช่วงกลางวันอย่างสม่ำเสมอ เช่น มีการเปิดแอร์อย่างน้อย 1 ตัว 2) ลักษณะบ้าน อาคารและทิศทางของหลังคา ยกตัวอย่างสำหรับหลังคาโซลาร์ SCG Solar Roof มีข้อกำหนดดังนี้ เป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ หรืออาคารที่มีความสูงไม่เกิน 3 ชั้น โครงสร้างหลังคาต้องแข็งแรงสมบูรณ์ หลังคาไม่อยู่ตำแหน่งที่มีเงาของตึกหรือต้นไม้บัง หลังคามีความชันไม่เกิน 35 องศา (โดยองศาที่รับแสงได้ดีที่สุดคือ 15 องศา) หันไปทางทิศใต้หรือทิศตะวันตกเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด 3) รายละเอียดของหลังคา ยกตัวอย่างสำหรับหลังคาโซลาร์ SCG มีข้อกำหนดดังนี้ หลังคาที่สามารถติดตั้งได้ พื้นดาดฟ้าคอนกรีต หลังคามุงกระเบื้องหลังคาคอนกรีต เซรามิก เมทัลชีท หลังคาที่ไม่สามารถติดตั้งได้ หลังคามุง Shingle Roof หลังคามุงกระเบื้องไฟเบอร์ซีเมนต์ ยกเว้นกรณีเป็นหลังคามุงหลังคากระเบื้องลอนคู่ จะสามารถติดตั้งได้ก็ต่อเมื่อมีการปรับปรุงหลังคาด้วยวิธี Top Up Roof เท่านั้น 4) ไฟฟ้าในบ้านเราเป็นกี่เฟส และจะผลิตไฟจาก Solar Roof ได้สูงสุดกี่ kW ? ไม่ว่าเราจะใช้ไฟฟ้า 1 เฟส หรือ 3 เฟส ก็ติดตั้ง Solar Roof ได้ ซึ่งจะผลิตไฟฟ้าได้เท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจของผู้ให้บริการแต่ละเจ้า ยกตัวอย่างบริการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof ไฟฟ้า 1 เฟส แผงโซลาร์ 7 แผง ผลิตไฟได้ 3.15 kW แผงโซลาร์สูงสุด 11 แผง ผลิตไฟได้ 4.95 kW ไฟฟ้า 3 เฟส ใช้แผงโซลาร์ 12 แผง ผลิตไฟได้ 5.4 kW แผงโซลาร์สูงสุด 52 แผง ผลิตไฟได้ 23.4 kW เมื่อเราพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ครบถ้วนจนพอมองเห็นภาพ ก็สามารถติดต่อทีมติดตั้งเข้ามาสำรวจหน้างาน เพื่อตรวจสอบเชิงลึก เช่น ความแข็งแรงของโครงหลังคา ความเป็นไปได้ในการติดตั้ง รายละเอียดการใช้ไฟฟ้าและระบบไฟฟ้าในบ้าน รวมถึงและเสนอราคาแพ็กเกจที่เหมาะกับบ้านของเราอีกครั้ง อ่านเพิ่มเติม: อยากติดโซลาร์เซลล์ (Solar Roof) เริ่มต้นยังไงดี? หลังคาเก่าติดโซล่าเซลล์ได้ไหม\ ภาพบ้านติดโซลาร์เซลล์บนหลังคา พร้อมสื่อถึงขั้นตอนการขออนุญาตติดตั้งกับหน่วยงานราชการ เช่น การไฟฟ้า เขต และ กกพ เพื่อความปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย เรื่องที่ 6: ทำไมถึงต้องขออนุญาตติดตั้งโซลาร์รูฟ (Solar Roof) การติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ หรือ Solar Roof เป็นการนำอุปกรณ์ชิ้นใหญ่ไปติดตั้งบนหลังคา และที่สำคัญคือสำหรับระบบ On-Grid และ Hybrid จะมีการเชื่อมต่อกับไฟหลวง จึงนับว่ามีความเกี่ยวข้องกับโครงสร้างบ้านและระบบไฟฟ้าสาธารณะ ทำให้ต้องมีการควบคุมด้วยเหตุผลสำคัญ ดังนี้ 1) ความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร แผงโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์มีน้ำหนักพอสมควร ทางภาครัฯฐจึงต้องให้มีการรับรองจากวิศวกรว่า โครงสร้างหลังคาเดิมแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักได้โดยไม่เสี่ยงต่อการทรุดตัวหรือถล่ม 2) ความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า การเชื่อมต่อระบบไฟบ้านเข้ากับสายส่งของการไฟฟ้า ต้องได้มาตรฐานเพื่อป้องกันเหตุไฟฟ้าลัดวงจร หรือป้องกันกระแสไฟฟ้าย้อนกลับเข้าไปในสายไฟหลวง ซึ่งอาจทำอันตรายต่อเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าที่กำลังซ่อมบำรุงสายไฟอยู่ได้ 3) การบริหารจัดการโครงข่ายไฟฟ้า การไฟฟ้าจำเป็นต้องทราบข้อมูลว่ามีบ้านหลังไหนผลิตกระแสไฟฟ้าเข้า-ออกระบบบ้าง เพื่อรักษาสมดุลและเสถียรภาพของกระแสไฟฟ้าในภาพรวมไม่ให้เกิดปัญหาไฟตกหรือไฟกระชาก รวมไปถึงความถูกต้องตามกฎหมายเพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร และ พ.ร.บ. การประกอบกิจการพลังงาน ดังนั้นจึงเป็นที่มาว่า การติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ จะต้องยื่นเรื่องขออนุญาตกับหน่วยงานราชการ 3 แห่ง ได้แก่ 1) การไฟฟ้า (ภาคนครหลวง หรือ ส่วนภูมิภาค) 2) ที่ทำการเขต และ 3) คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ซึ่งโดยทั่วไปมักใช้เวลา 3-6 เดือน โดยประมาณ ทั้งนี้แพ็กเกจติดตั้งของผู้ให้บริการบางราย อาจรวมขั้นตอนการขออนุญาตไว้ในแพ็กเกจด้วย ซึ่งเจ้าของบ้านสามารถสอบถามรายละเอียดการขออนุญาตอีกครั้งว่าครอบคลุมหน่วยงานทั้ง 3 นี้ครบถ้วนหรือไม่ ข้อควรระวังในการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาบ้าน ที่ต้องตรวจสอบมาตรฐานให้ดีเพื่อป้องกันปัญหาหลังคารั่วและลดความเสี่ยงการเกิดไฟไหม้ เรื่องที่ 7: ไขข้อข้องใจ ติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์แล้ว หลังคารั่วไหม? เสี่ยงไฟไหม้หรือเปล่า? หากเจ้าของบ้านกังวลว่า ติดหลังคาโซล่าเซลล์แล้ว วันดีคืนดีจะเกิดปัญหาหลังคารั่วซึม หรือเลวร้ายกว่านั้นคือเกิดไฟไหม้อย่างที่ได้ยินตามข่าว ก่อนอื่นควรทำความเข้าใจในรายละเอียดและการลดความเสี่ยงของปัญหาดังกล่าว 1) ติดตั้งไปแล้วแล้วจะเสี่ยงหลังคารั่วซึมหรือไม่ ในการยึดติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เข้ากับหลังคาบ้าน หากทำผิดวิธีหลังคาอาจรั่วซึมได้ซึ่งการแก้ปัญหาจะยุ่งยากมาก ดังนั้นควรลดความเสี่ยงตั้งแต่ขั้นตอนแรก คือการตรวจเช็กสภาพหลังคาก่อนติดตั้ง ต้องมั่นใจว่าหลังคาเดิมไม่มีรอยร้าวหรือจุดรั่ว หากพบปัญหาต้องมีการซ่อมแซมปรับปรุงหลังคาให้เรียบร้อยก่อน นอกจากนี้ทีมช่างผู้ให้บริการควรมีมาตรฐานการติดตั้งที่ดี ไม่เจาะยึดผิดวิธีจนทำให้เกิดการรั่วซึม โดยอาจเลี่ยงการเจาะหลังคาด้วยอุปกรณ์อื่นไม่ว่าจะเป็นการ ใช้ตะขอยึดพิเศษ ที่ออกแบบมาให้ติดตั้งได้แนบสนิทเพื่อป้องกันการเผยอของกระเบื้องจนเกิดเป็นช่องทางให้น้ำเข้าได้ หรือใช้ชุดกระเบื้องหลังคาที่ผลิตมายึดกับแผงโซลาร์เซลล์ สำหรับกระเบื้องหลังคาแต่ละรุ่นโดยเฉพาะ 2) ติดตั้งไปแล้วจะเสี่ยงไฟไหม้หรือไม่ นอกจากจะต้องเลือกใช้แผงโซลาร์เซลล์และอินเวอร์เตอร์ คุณภาพสูง ผ่านการรับรองจากการไฟฟ้า ตามรายชื่อในลิสต์มาตรฐานของการไฟฟ้านครหลวง (MEA) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) แล้ว กล่องควบคุมระบบไฟฟ้าของหลังคาโซลาร์เซลล์รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องจะต้องได้มาตรฐาน จะให้ดีควรเป็นแบรนด์ที่มีคุณภาพน่าเชื่อถือ ประกอบอย่างถูกต้องตามหลักการหรือได้รับการประกอบสำเร็จจากโรงงานที่มีการควบคุมคุณภาพอย่างดี และนำมาติดตั้งหน้างานโดยช่างที่มีความรู้ความชำนาญด้านไฟฟ้าโดยตรง รวมถึงมีการออกแบบระบบการต่อแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาอย่างเหมาะสมปลอดภัย เพื่อให้กระแสไฟฟ้าไหลได้สะดวก กระจายแรงดันเหมาะสม ไม่ไหลไปรวมกันที่แผงใดแผงหนึ่งจนเกิดความร้อนสะสมมากเกินไป อ่านเพิ่มเติม: วิศวกร SCG ตอบให้ ติดโซลาร์เซลล์ ยังไงหลังคาไม่รั่ว ไม่พัง\ อ่านเพิ่มเติม: ติดโซลาร์เซลล์อย่างไรไม่กลัวไฟไหม้? เลือกบริษัทติดตั้งโซลาร์เซลล์บ้านให้ปลอดภัย สบายใจยาวๆ\ ทีมช่างมืออาชีพ SCG ลงพื้นที่ติดตั้งระบบหลังคาโซล่าเซลล์ (Solar Roof) สื่อถึงการเลือกบริษัทติดตั้ง Solar Roof ที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และมีคุณภาพ เรื่องที่ 8: เลือกบริษัทติดตั้ง Solar Roof ให้ได้คุณภาพ มาตรฐาน ปลอดภัย เพื่อให้การลงทุนติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ เป็นไปอย่างคุ้มค่า ปลอดภัย และใช้งานได้ราบรื่นในระยะยาว เจ้าของบ้านควรเลือกผู้ให้บริการจากทีมงานและบริษัทที่น่าเชื่อถือ ได้มาตรฐาน โดยพิจารณารายละเอียดดังต่อไปนี้ 1) มีการประเมินความเหมาะสมก่อนติดตั้ง ควรมีทีมงานลงพื้นที่สำรวจหน้างาน และวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้ไฟในบ้าน เพื่อแนะนำขนาดแพ็กเกจที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดสำหรับการลงทุน มีการคำนวณโครงสร้างหลังคาโดยวิศวกร เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถรับน้ำหนักแผงโซล่าเซลล์และอุปกรณ์ได้ตลอดอายุการใช้งาน 2) เชี่ยวชาญด้านงานหลังคา มีวิศวกรที่ดูแลทั้งเรื่องโครงสร้างหลังคาและระบบไฟฟ้าของโซลาร์เซลล์ให้ปลอดภัย ได้มาตรฐาน มีเทคนิคการติดตั้งยึดแผงโซลาร์เข้ากับหลังคาอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันปัญหาน้ำรั่วซึมในระยะยาว 3) ใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ ประกอบติดตั้งโดยช่างผู้ชำนาญ อุปกรณ์ทุกชิ้นต้องได้มาตรฐาน ทั้งแผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ รวมถึงอุปกรณ์สำคัญที่มองข้ามไม่ได้ คือ "กล่องควบคุมไฟ" ต้องประกอบโดยช่างผู้ชำนาญที่มีใบรับรอง มีการออกแบบระบบไฟฟ้าสำหรับหลังคาโซล่าเซลล์ทั้งระบบอย่างถูกต้องเหมาะสมและปลอดภัย 4) ในแพ็กเกจรวมบริการขออนุญาตติดตั้งโซลาร์เซลล์แบบครบวงจร เพื่อความสะดวก แนะนำให้เจ้าของบ้านเลือกบริษัทที่รับจบเรื่องเอกสาร รวบรวมแบบไฟฟ้า แบบวิศวกรรมโยธา ที่มีวิศวกรเซนต์รับรอง รวมถึงเอกสารอื่นๆ ที่ต้องใช้ และดำเนินการขออนุญาตติดตั้งกับหน่วยงานรัฐให้ครบทั้ง 3 แห่ง (สำนักงานเขต/อบต., กกพ., และการไฟฟ้าฯ) 5) บริการหลังการขายและการรับประกัน สามารถติดต่อได้ง่ายเมื่อเกิดปัญหาหรือข้อสงสัยในการใช้งาน และมีเงื่อนไขการรับประกันที่ชัดเจนเหมาะสม ทั้งตัวอุปกรณ์และงานติดตั้ง มีบริการดูแลรักษา ล้างแผง ตรวจสอบระบบรายปีตามความเหมาะสม อ่านเพิ่มเติม: ชี้ชัด!! ทำไมต้องเลือกบริษัทติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ\ อ่านเพิ่มเติม: วิศวกร SCG ตอบให้ ติดโซลาร์เซลล์ ยังไงหลังคาไม่รั่ว ไม่พัง\ การดูแลรักษาแผงโซล่าเซลล์บนหลังคา ด้วยการทำความสะอาดและตรวจสอบระบบเป็นประจำทุกปี เรื่องที่ 9: ติดหลังคาโซล่าเซลล์ไปแล้ว ต้องดูแลรักษาอย่างไร การดูแลระบบหลังคาโซลาร์เซลล์ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก เพียงแค่ทำการ “ล้างแผงและตรวจสอบระบบเป็นประจำทุกปี” ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นการบริการหลังการขายจากผู้ติดตั้ง ยกตัวอย่าง SCG Solar Roof จะมีบริการดูแลตรวจสอบระบบและล้างทำความสะอาดแผงโซล่าเซลล์ให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ปีละ 1 ครั้ง ต่อเนื่องสูงสุด 5 ปี ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ โดยจะมีการเช็กระบบตามมาตรฐานกว่า 30 รายการ เช่น การตรวจสอบจุดขันแน่นของสายไฟ และสภาพความพร้อมของแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน ในส่วนการทำงานของระบบ เจ้าของบ้านสามารถเช็กผ่าน แอปพลิเคชัน โดยทีมงานส่วนกลางของ SCG จะช่วยมอนิเตอร์การผลิตไฟ หากพบความผิดปกติ จะแจ้งลูกค้าและดำเนินการแก้ไขเพื่อให้ระบบใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง อ่านเพิ่มเติม: 13 ถามบ่อย ระบบหลังคาโซลาร์ เอสซีจี (SCG Solar Roof)\ อ่านเพิ่มเติม: รีวิวติดตั้ง SCG Solar Roof: เปิดแอร์กลางวัน ไม่หวั่นค่าไฟ ลดค่าใช้จ่ายได้จริง\ คำถามพบบ่อย FAQ 1) ติดโซลาร์เซลล์บ้าน กับ โรงงาน ต่างกันอย่างไร? ในแง่ขนาดและกำลังการผลิต บ้านพักอาศัย มักติดตั้งขนาด 3–20 kWp โดยเน้นลดค่าไฟรายเดือนในส่วนของเครื่องปรับอากาศและเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป ในขณะที่อาคาร/โรงงานอาจติดตั้งขนาดตั้งแต่ 100 kWp ไปจนถึงระดับ MWp (เมกะวัตต์) ซึ่งต้องคำนวณโครงสร้างหลังคาอย่างละเอียดมากขึ้น เนื่องจากแผงโซลาร์จำนวนมากมีน้ำหนักมหาศาล และมักมีการติดตั้งในลักษณะ Solar Farm บนหลังคาหรือโรงจอดรถ ในแง่ผลประโยชน์ทางภาษีและการสนับสนุนจากภาครัฐ บ้านพักอาศัยมีโอกาสในการขายไฟคืนในโครงการ "โซลาร์ภาคประชาชน" (หากมีการผลิตเหลือ และเป็นช่วงเวลาที่ภาครัฐฯ รับซื้อค่าไฟจากแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน) รวมถึงการลดค่าไฟโดยใช้มิเตอร์ TOU (Time of Use) เพื่อความคุ้มค่าสูงสุด ในขณะที่อาคาร/โรงงาน สามารถใช้สิทธิประโยชน์จาก BOI เช่น การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรที่ได้จากการดำเนินงาน ซึ่งช่วยให้ระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) สั้นลง ในแง่เป้าหมายทางธุรกิจและความยั่งยืน เป้าหมายหลักสำหรับบ้านคือการลดรายจ่าย แต่สำหรับธุรกิจ (โดยเฉพาะองค์กรขนาดกลาง-ใหญ่ หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก) การติดโซลาร์เซลล์คือกลยุทธ์ยกระดับองค์กรสู่ความยั่งยืน (ESG) การลด Carbon Footprint เพื่อมุ่งสู่ Net Zero จะช่วยเปิดโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยพิเศษ (Green Loan หรือ หุ้นกู้สีเขียว) และเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออกเมื่อต้องรับมือกับมาตรการกีดกันทางการค้า เช่น ภาษีคาร์บอน (CBAM) นอกจากนี้ การมีภาพลักษณ์องค์กรรักษ์โลกที่ชัดเจน ยังช่วยดึงดูดคนทำงานรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพให้อยากมาร่วมงาน 2) วันที่ฝนตก เมฆครึ้ม หรือช่วงฤดูฝน โซลาร์เซลล์ยังผลิตไฟฟ้าได้ไหม? แผงโซลาร์เซลล์ทำงานโดยอาศัย "ความเข้มของแสงสว่าง" ไม่ใช่ความร้อน ดังนั้นแม้จะเป็นวันที่เมฆครึ้ม แดดร่ม หรือมีฝนตก แผงก็ยังคงรับแสงและผลิตกระแสไฟฟ้าได้ แต่ประสิทธิภาพจะน้อยกว่าช่วงที่แดดจัด ซึ่งหากเป็นระบบ On-Grid ระบบจะสลับไปดึงไฟฟ้าจากการไฟฟ้าเข้ามาเสริมส่วนที่ขาดโดยอัตโนมัติ ทำให้สามารถใช้ไฟในบ้านได้ต่อเนื่อง ทั้งนี้สำหรับหลังคาบ้านที่โดนแสงแดดไม่สม่ำเสมอ มีเมฆบังบ่อย หรือมีเงาต้นไม้พาดผ่าน แนะนำให้เลือกใช้ ไมโครอินเวอร์เตอร์ (Microinverter) ซึ่งจะแยกการทำงานอิสระแบบ "แผงต่อแผง" หากมีแผงไหนโดนเมฆบังหรือแสงเบาลง แผงอื่นๆ จะยังคงผลิตกระแสไฟฟ้าเต็มประสิทธิภาพตามปกติ ต่างกับอินเวอร์เตอร์ทั่วไป (String Inverter) ซึ่งหากโดนเงาเมฆบัง เพียงจุดเดียว ประสิทธิภาพของแผงอื่นๆ จะลดลงตามทั้งหมด 3) ควรเลือกใช้แผงโซลาร์เซลล์แบบไหนดีที่สุด? ปัจจุบันแผงโซลาร์เซลล์ที่นิยมใช้หลักๆ มี 2 ชนิด คือ Monocrystalline และ Polycrystalline โดยแบบ Monocrystalline จะมีประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าสูงกว่า ทนความร้อนได้ดี และใช้พื้นที่ติดตั้งน้อยกว่า นอกจากชนิดของแผงแล้ว ควรเลือกใช้แผงที่ได้รับการจัดอันดับเป็น Tier 1 ซึ่งหมายถึงผู้ผลิตที่มีความมั่นคงทางการเงินสูง ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและการรับประกันที่ยาวนานถึง 25 ปี 4) การรับประกันระบบโซลาร์เซลล์ที่ได้มาตรฐาน ควรครอบคลุมอะไรบ้าง และรับประกันกี่ปี? โดยทั่วไป ระบบโซลาร์เซลล์ที่ได้มาตรฐานมักจะมีการรับประกันดังนี้ รับประกันประสิทธิภาพแผงโซลาร์เซลล์ (Performance Warranty): นานถึง 25 ปี (โดยรับประกันว่าประสิทธิภาพการผลิตไฟจะไม่ต่ำกว่า 80-84% เมื่อถึงปีที่ 25) รับประกันตัวแผงและวัสดุ (Product Warranty): 12-15 ปี รับประกันอินเวอร์เตอร์ (Inverter Warranty): 5-10 ปี (บางแบรนด์สามารถซื้อประกันเพิ่มได้) รับประกันงานติดตั้ง (Installation/Workmanship Warranty): 1-2 ปี โดยครอบคลุมเรื่องน้ำรั่วซึมและระบบสายไฟ ดังนั้น การเลือกผู้ติดตั้งจากบริษัทที่มั่นคง ไว้ใจได้ จึงเป็นเรื่องสำคัญซึ่งช่วยให้เจ้าของบ้านมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลตลอดอายุสัญญาที่ยาวนาน 5) ซื้อแผงโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์มาติดตั้งเองได้หรือไม่? กรณีติดตั้งเป็น Solar Roof ระบบ On-Grid หรือ Hybrid ซึ่งเชื่อมต่อระบบกับไฟจากการไฟฟ้า เพื่อเน้นแบ่งเบาค่าไฟจากแอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ในบ้าน ควรให้ใช้บริการบริษัทมืออาชีพเพื่อความปลอดภัยได้มาตรฐาน ทั้งด้านโครงสร้าง ระบบไฟฟ้า การรับประกัน และความสะดวกในการดำเนินการขออนุญาตกับการไฟฟ้าให้ถูกต้องตามกฎหมาย ในทางกลับกัน หากเป็นระบบ Off-Grid ขนาดเล็กและไม่เชื่อมต่อกับไฟจากการไฟฟ้า เช่น ไฟในสวนหรือปั๊มน้ำเกษตร ก็อาจพิจารณาซื้ออุปกรณ์ที่ได้คุณภาพมาตรฐานมาให้ช่างไฟที่มีความรู้ความชำนาญในการติดตั้ง (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ติดตั้งโซลาร์เซลล์เอง มีแนวทางอย่างไร) 6) ตัวอย่างบ้านที่เคยติดโซลาร์เซลล์ไปแล้ว ใช้ไฟฟ้ากันอย่างไร? ลดค่าไฟจริงแค่ไหน? รีวิวตัวอย่างที่ 1: บ้านพักอาศัย 2 หลัง >บ้านเป็น 2 หลัง ได้แก่ “บ้านไม้ 2 ชั้น” เปิดแอร์ตั้งแต่ 22:00 น. จนถึง 15:00 น.ของวันถัดไป อีกหลังหนึ่งคือ “บ้านชั้นเดียว” ซึ่งรับความร้อนจากหลังคาโดยตรง ด้วยสถานการณ์ที่ต้อง work From Home บ่อยขึ้น และเลี้ยงแมวหลายตัว แม้จะติดฉนวนกันความร้อนบนฝ้าเพดาน ร่วมกับฝ้าชายคาแบบมีช่องระบายความร้อนแล้ว แต่บ้านก็ยังร้อนมากจนต้องเปิดแอร์ช่วงกลางวันนานขึ้น บิลค่าไฟจึงพุ่งตาม >หลังจากติดตั้ง Solar Roof แพ็กเกจ Smart ขนาด 4.95 กิโลวัตต์ ก็สามารถเปิดแอร์ 24000 BTU จำนวน 2 ตัว วันละ 20 ชม. ได้สบายใจไม่ต้องกังวลเรื่องค่าไฟ ซึ่งมองว่าคุ้มค่ามาก เพราะนอกจากจะเย็นสบายแล้ว ยังลดความเสี่ยงการเกิด Heat Stroke ของแมวด้วย ตัวเลขบิลค่าไฟเดิม 8,000 บาท ลดเหลือ 6,800 บาท โดยประมาณ (ลดลงไม่ถึง 25% เนื่องจากเปิดแอร์ช่วงกลางคืนนาน ในขณะที่โซลาร์เซลล์บนหลังคาช่วยลดค่าไฟเฉพาะช่วงกลางวัน) คลิกอ่านบทความฉบับเต็ม รีวิวตัวอย่างที่ 2: ออฟฟิศออกแบบรับสร้างบ้าน หจก. บ้านรักษ์ ลำปาง >เน้นใช้ไฟฟ้าในเวลากลางวันเป็นหลัก ค่าไฟรายเดือนจากปกติจะเกิน 10,000 บาท แต่หลังจากติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ ค่าไฟลดลงเหลือประมาณ 4,000-5,000 บาท นับว่าคุ้มค่ามากจนรู้สึกได้ว่า น่าจะติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ตั้งนานแล้ว (ดู VDO ฉบับเต็มได้ด้านล่าง) รีวิวตัวอย่างที่ 3: บ้านพักที่มีส่วนห้องทำงาน Sound Engineering >งานด้าน Sound Engineer มีอุปกรณ์ที่ต้องใช้เยอะ และต้องเปิดแอร์หลายห้องในตอนกลางวัน ค่าไฟเฉลี่ยเดือนละ 6,000-8,000 บาท จึงอยากติด Solar Roof เพื่อแบ่งเบาภาระค่าไฟตรงนี้ หลังติดตั้งหลังคาโซล่าเซลล์แล้วรู้สึกมั่นใจกับการใช้ไฟมากขึ้น เวลาที่ลูกชายกลับมาถึงบ้าน ก็สามารถเปิดแอร์ได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวลว่าจะเปลืองไฟในช่วงเวลาที่ยังมีแสงอาทิตย์ (ดู VDO ฉบับเต็มได้ด้านล่าง) คลิกดู VDO\ คลิปเดียวจบ ระบบโซลาร์เซลล์ สำหรับบ้านพักอาศัย ดูก่อนตัดสินใจ!! คลิกดู VDO\ หลังคาโซลาร์ เอสซีจี (SCG Solar Roof) พร้อมบริการครบวงจร | SCG Solar Roof Solutions คลิกดู VDO\ 10 คำถามถามบ่อย | หลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof Solutions พร้อมบริการครบวงจร คลิกดู VDO\ รีวิว ระบบหลังคาโซลาร์ เอสซีจี พร้อมบริการครบวงจร | SCG Solar Roof Solutions ใช้บริการติดโซล่าเซลล์ กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ ด้วยมาตราฐานการติดตั้ง และบริการหลังการขายที่วางใจได้ โดยบริการติดหลังคาโซล่ากับทาง SCG จะมีทีมผู้เชี่ยวชาญ พร้อมให้คำปรึกษา ตรวจสุขภาพหลังคา ออกแบบ ติดตั้ง บริการหลังการขาย รับประกันแผงและประสิทธิภาพการผลิตไฟสูงสุด 30 ปี โดยภายในบริการจะประกอบด้วย Roof Health Check ตรวจเช็คสภาพหลังคา พร้อมโซลูชันแก้ทุกปัญหาก่อนติดตั้ง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด Optimized Design ออกแบบระบบโซลาร์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และเป็นไปตามมาตรฐานด้านวิศวกรรม Professional Installation ติดตั้งโดยทีมช่าง มืออาชีพ หมดกังวลกับปัญหาหลังคารั่วซึม Solar Permitting Process ดำเนินการเรื่องเอกสาร ขออนุญาตติดตั้งโซลาร์รูฟกับภาครัฐ ตลอดทั้งกระบวนการ Excellence Customer Care Service บริการดูแลหลังการขายครบวงจร พร้อมติดตามประสิทธิภาพการทํางานของระบบโซลาร์ ต้องการติดตั้งโซล่าร์กับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าที่เป็นค่าสำรวจโซล่าร์เซลล์ผ่านเวบไซต์ SCGHOME.COM จองวันที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่เข้าสำรวจ และชำระเงินค่าสำรวจ เมื่อสำรวจแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะจัดส่งใบสำรวจ พร้อมใบเสนอราคาให้ลูกค้า ลูกค้าชำระค่าบริการตามใบเสนอราคา หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะเข้าติดตั้งตามวันที่นัดหมาย สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ข้อมูลนี้จัดทำโดย หน่วยงาน SCG Home Online ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแล E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนการให้คำปรึกษา ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในเรื่องการเลือกใช้วัสดุต่างๆ เพื่อการทำบ้าน รวมถึงโซลูชั่นเรื่องบ้านต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญ
การติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ เป็นอีกหนึ่งวิธีประหยัดค่าไฟที่เจ้าของบ้านหลายคนสนใจ แต่ก็ต้องแลกกับงบประมาณในการลงทุนติดตั้งระบบที่สูงพอสมควร ดังนั้น เพื่อป้องกันการตัดสินใจผิดพลาด เจ้าของบ้านจึงควรทำความเข้าใจรายละเอียดเพื่อประกอบการพิจารณา ตั้งแต่ส่วนประกอบและประเภทของหลังคาโซลาร์เซลล์ ค่าไฟที่ประหยัดได้และการคืนทุน โดยประมาณ รวมถึงปัจจัยในการเลือกผู้ให้บริการที่มีคุณภาพมาตรฐาน ทั้งงานติดตั้งและอุปกรณ์ที่ใช้ ไปจนถึงการดูแลรักษา ทีมงาน SCG Home Online จึงรวบรวมคู่มือความรู้การติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop) อย่างไรให้คุ้มค่า ฉบับเจ้าของบ้าน เพื่อให้เจ้าของบ้านศึกษาก่อนตัดสินใจเลือกติดตั้งโซล่าร์เซลล์ สารบัญบทความ >เรื่องที่ 1: หลังคาโซลาร์เซลล์คืออะไร? ทำความรู้จักระบบ Solar Rooftop และส่วนประกอบสำคัญ >เรื่องที่ 2: หลังคาโซล่าเซลล์มีกี่แบบ เลือกแบบไหนดี? >เรื่องที่ 3: ติดแผงโซล่าเซลล์บนหลังคา คุ้มไหม ราคาเท่าไหร่ กี่ปีคืนทุน (อัปเดต พ.ศ. 2569) >เรื่องที่ 4: แผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา ใช้ไฟฟ้าได้ขนาดไหน ประหยัดค่าไฟได้เท่าไหร่ >เรื่องที่ 5: 4 เช็กลิสต์ก่อนติดตั้งโซล่าเซลล์บนหลังคาบ้าน >เรื่องที่ 6: ทำไมถึงต้องขออนุญาตติดตั้งโซลาร์รูฟ (Solar Roof) >เรื่องที่ 7: ไขข้อข้องใจ ติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์แล้ว หลังคารั่วไหม? เสี่ยงไฟไหม้หรือเปล่า? >เรื่องที่ 8: เลือกบริษัทติดตั้ง Solar Roof ให้ได้คุณภาพ มาตรฐาน ปลอดภัย >เรื่องที่ 9: ติดหลังคาโซล่าเซลล์ไปแล้ว ต้องดูแลรักษาอย่างไร เรื่องที่ 1: หลังคาโซลาร์เซลล์คืออะไร? ทำความรู้จักระบบ Solar Rooftop และส่วนประกอบสำคัญ หลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop) คือ หลังคาโซลาร์เซลล์ หรือ หลังคา Solar Roof หรือที่หลายคนคุ้นหูกันในชื่อ “โซลาร์รูฟท็อป” (Solar Rooftop) คือการเปลี่ยนพื้นที่บนหลังคาบ้านให้กลายเป็นแหล่งผลิตพลังงาน โดยใช้แผงโซลาร์เซลล์ทำหน้าที่รับแสงอาทิตย์แล้วเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อใช้ในครัวเรือน การทำงานของระบบเริ่มจากแผงโซลาร์เซลล์ดูดซับแสงแดดและผลิตเป็นไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ออกมา จากนั้นจะส่งกระแสไฟผ่านไปยังอินเวอร์เตอร์ เพื่อแปลงให้เป็นกระแสสลับ (AC) ก่อนจะจ่ายเข้าสู่ตู้เบรกเกอร์ เพื่อกระจายกระแสไฟไปหล่อเลี้ยงเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ภายในบ้านต่อไป อ่านเพิ่มเติม: ศัพท์เรื่องบ้าน: หลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Roof)\ ส่วนประกอบสำคัญของระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคา (Solar Roof) โดยหลักแล้วการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ จะต้องมีส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่ 1) แผงโซลาร์เซลล์ 2) อินเวอร์เตอร์ 3) กล่องควบคุมระบบไฟฟ้า และ 4) ระบบโครงสร้างติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์และสายไฟ 1) แผงโซลาร์เซลล์ ทำหน้าที่รับแสงอาทิตย์และแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง (DC) มี 3 ประเภทหลักที่นิยมใช้กัน ได้แก่ โมโนคริสตัลไลน์ (Monocrystalline): ทำจากผลึกซิลิคอนบริสุทธิ์สูง แต่ละเซลล์มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมตัดทั้ง 4 มุม แผ่นมักมีสีดำคือสีจะเข้มกว่าแผงโซลาร์ประเภทอื่นๆ มีประสิทธิภาพการผลิตไฟสูงสุด ทนความร้อนได้ดี เป็นที่นิยม เพราะใช้พื้นที่ติดตั้งน้อยสุด และอายุการใช้งานนานที่สุด โพลีคริสตัลไลน์ (Polycrystalline): ทำจากผลึกซิลิคอนที่นำมาหลอมรวมกัน แต่ละเซลล์เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสไม่ตัดมุม แผ่นมักมีสีน้ำเงิน ประสิทธิภาพจะรองลงมาจากแบบ Monocrystalline เล็กน้อย แต่ราคาย่อมเยากว่า ทินฟิล์ม (Thin Film): เป็นการใช้สารที่มีคุณสมบัติแปลงพลังงานจากแสงให้เป็นกระแสไฟฟ้าได้ มาเคลือบบนแผ่นฟิล์ม แผงประเภทนี้มีประสิทธิภาพการผลิตไฟต่ำที่สุด จึงใช้พื้นที่ติดตั้งมากกว่าแบบอื่น ไม่นิยมใช้กับบ้านทั่วไป แต่ด้วยคุณสมบัติที่น้ำหนักเบาและโค้งงอได้ จึงเหมาะสำหรับติดตั้งบนพื้นผิวโค้งมน ไม่เรียบ เช่น หลังคารถหลังคาหรือผนังอาคารที่โค้ง นอกจากนี้ แผงโซล่าเซลล์\ยังมีการจัดอันดับเกรดมาตรฐานของบริษัทผู้ผลิต โดยแบรนด์ที่ได้รับการจัดอันดับเป็น Tier 1 จะเป็นผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ มาตรฐานการผลิตครบวงจร การเงินมั่นคง เจ้าของบ้านสามารถวางใจได้กับการรับประกันแผงโซลาร์เซลล์ที่ยาวนานถึง 25 ปี 2) อินเวอร์เตอร์ ทำหน้าที่แปลงไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ที่ได้จากแผงโซลาร์เซลล์ ให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) เพื่อให้สามารถนำมาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านได้ ซึ่งอินเวอร์เตอร์\ที่นิยมใช้จะมี 2 แบบ คือ สตริงอินเวอร์เตอร์ และไมโครอินเวอร์เตอร์ สตริงอินเวอร์เตอร์ (String Inverter) เชื่อมต่อแผงโซล่าเซลล์แบบอนุกรม ตัวอินเวอร์เตอร์ติดตั้งไว้ในบ้าน จึงสะดวกทั้งในแง่การติดตั้งและดูแลรักษา แต่มีข้อควรคำนึง คือหากเกิดอุปสรรคในการผลิตไฟฟ้า เช่น โดนบังด้วยเงาเมฆ กิ่งไม้ แม้เพียงแค่แผงเดียว ประสิทธิภาพการผลิตไฟทั้งระบบจะลดลงตาม ดังนั้น สตริงอินเวอร์เตอร์จึงเหมาะกับหลังคาเรียบที่มั่นใจได้ว่าไม่มีเงาบัง ไมโครอินเวอร์เตอร์ (Microinverter) เป็นอินเวอร์เตอร์ขนาดเล็กติดตั้งอยู่ใต้แผงโซล่าเซลล์แต่ละแผง จึงทำงานเป็นอิสระจากกัน หากแผงใดมีปัญหา เช่น โดนเงาบัง แผงอื่นๆ ก็ยังคงทำงานได้ปกติ และยังมีความปลอดภัยสูงเนื่องด้วยระบบแรงดันไฟฟ้าต่ำ (Low Voltage) เพราะแปลงกระแสไฟฟ้าจากกระแสตรงเป็นกระแสสลับตั้งแต่อยู่บนหลังคา และมีระบบ Rapid Shutdown ที่ตัดไฟทันทีเมื่อเกิดเหตุ ตอบโจทย์บ้านที่มีหลังคาซับซ้อน เสี่ยงโดนเงาบังบางส่วนในบางเวลา หรือเน้นความปลอดภัยสูงสุด อย่างไรก็ตาม ไมโครอินเวอร์เตอร์มีราคาสูงกว่าสตริงอินเวอร์เตอร์ และด้วยตำแหน่งติดตั้งที่อยู่บนหลังคาจึงซ่อมบำรุงยากกว่า 3) กล่องควบคุมระบบไฟ (Combiner Box / Control Box) เป็นตู้รวบรวมสายไฟของระบบโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์ป้องกันอันตรายทางไฟฟ้า เป็นอีกอุปกรณ์ที่ต้องเน้นเรื่องคุณภาพมาตรฐานเพื่อความปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากปัญหาระบบไฟฟ้า ภายในกล่องควรประกอบด้วยอุปกรณ์เกรดคุณภาพได้มาตรฐาน เช่น เบรกเกอร์สำหรับตัดวงจรเมื่อเกิดไฟฟ้าลัดวงจรหรือใช้ไฟเกิน อุปกรณ์กันฟ้าผ่า/กันไฟกระชากคุณภาพสูงเพื่อป้องกันความเสียหายต่ออินเวอร์เตอร์ และหากติดตั้งภายนอกอาคาร ตัวกล่องต้องมีคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นที่เหมาะสม 4) ระบบโครงสร้างติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์และสายไฟ ประกอบด้วย “ราง” กับ “อุปกรณ์ยึด” โดยวัสดุที่ใช้ทำรางควรทนทานต่อแรงลม ทนสนิมและการกัดกร่อนสูง เช่น อะลูมิเนียมชุบแข็ง หรือเหล็กชุบกัลวาไนซ์ ในขณะที่อุปกรณ์ยึด จะต้องออกแบบให้เหมาะสมกับประเภทของหลังคาแต่ละแบบ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำรั่วซึมในอนาคต ส่วน “สายไฟโซลาร์เซลล์” เป็นสายไฟฝั่งกระแสตรง (DC) ที่ต้องรับไฟจากแผงลงมายังอินเวอร์เตอร์ จึงต้องออกแบบมาสำหรับระบบโซล่าเซลล์โดยเฉพาะ ฉนวนหุ้มต้องมีความเหนียว ทนทานต่อความร้อน รังสี UV และสภาพอากาศภายนอกได้ดีเยี่ยม อ่านเพิ่มเติม: Microinverter VS String Inverter: ต่างกันอย่างไร?\ นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์เสริมที่เจ้าของบ้านควรทราบ ไม่ว่าจะเป็น... หมวดระบบเก็บสำรองพลังงาน (Energy Storage System) สำหรับระบบ Hybrid และ Off-Grid แบตเตอรี่สำรองไฟ (Battery Storage) ปัจจุบันนิยมใช้แบตเตอรีลิเธียมไอออน ทำหน้าที่กักเก็บไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้ในช่วงเวลากลางวัน เพื่อนำมาจ่ายไฟให้บ้านในตอนกลางคืน หรือสำรองในกรณีไฟดับ ปัจจุบันนิยมใช้ ชุดโมดูลแบตเตอรีสำหรับประกอบต่อขยาย (Battery Module) เพิ่มความจุของการเก็บไฟได้ในอนาคต ตามความต้องการใช้ไฟฟ้าของบ้านที่อาจเพิ่มขึ้น ระบบเก็บพลังงานไฟฟ้าแบบครบวงจร (All-in-one Energy Storage / Smart Guard): เปรียบเสมือน “ตู้จัดเก็บและบริหารพลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะ” รวมเอาทั้งอินเวอร์เตอร์ แบตเตอรี และระบบจัดการไฟสำรองอัตโนมัติ ไว้ในตู้เดียว สามารถสลับแหล่งจ่ายไฟจากแผงโซลาร์ แบตเตอรี และไฟจากการไฟฟ้าได้อย่างไร้รอยต่อ หมวดการจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Optimization & Control) Smart PV Optimizer เป็นอุปกรณ์เสริมติดตั้งใต้แผงโซลาร์เซลล์ที่มักใช้คู่กับสตริงอินเวอร์เตอร์ ช่วยให้แต่ละแผงทำงานเป็นอิสระต่อกัน ช่วยลดปัญหากรณีเกิดเงาบัง โดยจะรักษากำลังการผลิตรวมไม่ให้ตกลงไปตามแผงที่โดนบัง Power Module ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการและปรับเสถียรภาพการแปลงกระแสไฟฟ้า ให้เหมาะสมกับการดึงไฟไปใช้งานภายในบ้าน หมวดการวัดผลและตรวจสอบอัจฉริยะ (Smart Monitoring & Sensing) มิเตอร์วัดพลังงานไฟฟ้า และ Smart Power Sensor ติดตั้งไว้ในตู้ไฟ (Consumer Unit) ของบ้าน คอยตรวจจับทิศทาง ว่าตอนไหนกำลังใช้ไฟจากแผงโซลาร์ หรือตอนไหนใช้ไฟจากการไฟฟ้า รวมถึงป้องกันไฟย้อนกลับเข้าสายส่งของการไฟฟ้า (Zero Export) ในกรณีที่ไม่ได้ขออนุญาตขายไฟคืน หน่วยถ่ายโอนข้อมูลโซลาร์ (Data Logger / Dongle) เชื่อมต่อและส่งข้อมูลจากระบบโซล่าเซลล์ ไปยังระบบคลาวด์ แสดงข้อมูลการผลิตไฟ การใช้ไฟ และสถานะการทำงานต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน โซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน พร้อมตัวอย่างระบบโซลาร์เซลล์ On Grid Off Grid และ Hybrid เรื่องที่ 2: หลังคาโซล่าเซลล์มีกี่แบบ เลือกแบบไหนดี? ระบบโซล่าเซลล์สำหรับติดตั้งบนหลังคา แบ่งออกเป็น 3 ระบบหลัก ได้แก่ ระบบ Off-Grid ระบบ On-Grid และระบบ Hybrid 1) หลังคาโซลาร์เซลล์ ระบบออฟกริด (Off-Grid System) เป็นระบบอิสระที่ไม่เชื่อมต่อกับสายไฟของการไฟฟ้า (Stand Alone) จึงไม่ต้องขออนุญาตจากการไฟฟ้า เน้นแปลงไฟจากแสงอาทิตย์มาใช้ในช่วงกลางวันโดยตรง หากต้องการใช้ไฟตอนกลางคืนต้องลงทุนติดตั้ง “แบตเตอรี่สำรองไฟ” ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ระบบนี้จึงเหมาะกับพื้นที่ห่างไกลที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง เช่น ชุมชนบนภูเขาและดอยสูง พื้นที่ป่าไม้และพื้นที่อนุรักษ์ เกาะขนาดเล็ก พื้นที่ชนบทห่างไกล 2) หลังคาโซลาร์เซลล์ ระบบออนกริด (On-Grid System) ระบบนี้จะเชื่อมต่อกับการไฟฟ้า จึงต้องขออนุญาตจาก 3 หน่วยงานรัฐฯ ก่อนติดตั้ง (เขต/เทศบาล, การไฟฟ้า, และ กกพ.) หลักการทำงานคือดึงไฟจากแผงโซลาร์มาใช้ในบ้านก่อน หากไม่พอก็จะดึงไฟจากการไฟฟ้ามาเสริม และถ้าผลิตไฟเหลืออาจขายคืนการไฟฟ้าได้ (เฉพาะช่วงเวลาและเงื่อนไขที่การไฟฟ้าประกาศ) ระบบนี้จะไม่มีแบตเตอรีสำรองไฟ จึงเหมาะกับบ้านหรืออาคารที่ใช้ไฟเยอะช่วงกลางวัน ปัจจุบันระบบ On-Grid เป็นระบบที่นิยมที่สุด เพราะไม่ต้องแบกรับต้นทุนค่าแบตเตอรี่ จึงคืนทุนได้รวดเร็ว 3) หลังคาโซลาร์เซลล์ ระบบไฮบริด (Hybrid System) เป็นระบบผสมผสานระหว่างออนกริดและออฟกริด (ต้องขออนุญาตจากภาครัฐฯ ด้วย) ไฟฟ้าที่ผลิตได้จะถูกนำมาใช้ในบ้านก่อน ส่วนที่เหลือจะถูกเก็บเข้าแบตเตอรี เพื่อสำรองไว้ใช้ในเวลากลางคืนหรือตอนไฟดับ ถือเป็นระบบที่บริหารจัดการพลังงานที่ครอบคลุมการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์อย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากต้นทุนของแบตเตอรียังค่อนข้างสูง ทำให้ระยะเวลาคืนทุนนานกว่า จึงยังได้รับความนิยมน้อยกว่าระบบออนกริด สรุปแล้ว ระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาแบ่งเป็น 3 รูปแบบหลัก คือ 1) Off-Grid ระบบอิสระไม่พึ่งไฟจากการไฟฟ้า เหมาะกับพื้นที่ห่างไกล (ต้องใช้แบตเตอรี่) 2) On-Grid ระบบยอดนิยมที่ต้องเชื่อมต่อกับการไฟฟ้า คืนทุนไวที่สุด เหมาะกับบ้านที่เน้นใช้ไฟช่วงกลางวัน และ 3) Hybrid ระบบผสมที่เชื่อมต่อไฟหลวงและมีแบตเตอรี่สำรองไว้ใช้ตอนกลางคืนหรือยามไฟดับ แต่ปัจจุบันยังมีต้นทุนสูงและคืนทุนช้ากว่าระบบอื่น อ่านเพิ่มเติม: ระบบหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Roof) มีกี่แบบ? เลือกแบบไหนให้คุ้มค่าและประหยัดไฟ\ อ่านเพิ่มเติม: ติดโซล่าเซลล์ต้องมีแบตไหม? มีแบตเตอรีแล้วคุ้มค่าหรือไม่\ อ่านเพิ่มเติม: ติดตั้งโซล่าเซลล์จะเลือกแบบไหนดี: สำรองไฟในแบตเตอรี VS ขายไฟคืนรัฐ\ คำนวณความคุ้มค่าและราคาของการติดแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาบ้าน เพื่อหาจุดคืนทุน เรื่องที่ 3: ติดแผงโซล่าเซลล์บนหลังคา คุ้มไหม ราคาเท่าไหร่ กี่ปีคืนทุน (อัปเดต พ.ศ. 2569) ใช้ไฟแบบไหน ติดหลังคาโซลาร์เซลล์แล้วคุ้ม? การติดแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านเพื่อมุ่งหวังความคุ้มค่า นั่นหมายถึง “ต้องการลดการใช้ไฟจากการไฟฟ้า” ดังนั้นเราจะเน้นพูดถึงการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ระบบ On-Grid เป็นหลัก คือแปลงแสงแดดเป็นพลังงานไฟฟ้าใช้ ณ เวลานั้นๆ ซึ่งจะเหมาะกับบ้านที่มีการจ่ายค่าไฟตั้งแต่ 3,000 บาท/เดือนขึ้นไป โดยเน้นใช้ไฟกลางวันมากและมีการเปิดแอร์ตอนกลางวันเยอะ ซึ่งสำหรับบ้านพักอาศัยอาจคืนทุนได้ใน 4-6 ปี ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ไฟ ค่าไฟเกิน 3,000 บาท แต่กลางวันใช้ไฟน้อย เก็บไฟในแบตเตอรีไว้ใช้กลางคืนดีไหม? หากบ้านของเรามีค่าไฟเกิน 3,000 บาท แต่ตอนกลางวันไม่ได้ใช้ไฟเยอะ ไม่มีการเปิดแอร์ อาจไม่คุ้มที่จะติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ ส่วนมุมมองที่ว่า อยากหันมาใช้ระบบ Hybrid มีแบตเตอรีสำรองไฟ แม้เวลากลางวันจะใช้ไฟฟ้าน้อยก็ไม่เป็นไร เราสำรองไว้ในแบตเตอรีเอาไว้ใช้ในเวลากลางคืนได้ ตรงนี้ต้องทราบก่อนว่าแม้ในปัจจุบัน (พ.ศ. 2569) ราคาแบตเตอรีจะลดลงมาบ้าง แต่ในภาพรวมก็นับว่าเป็นต้นทุนที่ยังค่อนข้างสูง ทำให้การใช้ไฟจากการไฟฟ้าในตอนกลางคืนดูคุ้มค่ากว่า ดังนั้นต่อให้เป็นบ้านที่เลือกใช้ระบบ Hybrid ก็ควรเน้นการใช้ไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ในช่วงกลางวันเยอะ ส่วนไฟฟ้าที่สำรองไว้ในแบตเตอรีควรเก็บไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งมักจะเหมาะกับบ้านที่ไฟจากการไฟฟ้าจ่ายไฟได้ไม่สม่ำเสมอ เกิดการไฟดับบ่อย ขายไฟคืนภาครัฐ ช่วยให้คุ้มค่ามากขึ้นหรือไม่? หากติดตามข่าวสารจากการไฟฟ้า จะพบว่าบางช่วงเวลารัฐบาลประกาศรับซื้อไฟจากระบบหลังคาโซล่าเซลล์ตามบ้าน อย่างไรก็ตามการขายไฟคืนถือเป็นเพียง “ผลพลอยได้” เท่านั้น เนื่องจากราคารับซื้อคืนจะต่ำกว่าราคาค่าไฟที่เราจ่ายปกติ (และมักรับซื้อเฉพาะระบบ On-Grid) เน้นย้ำว่าความคุ้มค่าที่แท้จริงของการติด Solar Roof คือการดึงพลังงานมาใช้ทดแทนไฟหลวงในช่วงกลางวันให้ได้มากที่สุด ดังนั้นควรเน้นใช้ไฟตอนกลางวันเป็นหลัก ส่วนกลางคืนก็กลับไปใช้ไฟจากการไฟฟ้าตามปกติจะคุ้มค่าที่สุด (ณ ปัจจุบัน เมษายน 2569 ทางรัฐบาลไม่มีนโยบายรับซื้อไฟฟ้าจาก Solar Rooftop ตามบ้านทั่วไป) อ่านเพิ่มเติม: ติดโซลาร์เซลล์บ้าน คุ้มไหม? ลดค่าไฟ ขายคืนได้\ อ่านเพิ่มเติม: ติดตั้งโซลาร์เซลล์จะเลือกแบบไหนดี: สำรองไฟในแบตเตอรี VS ขายไฟคืนรัฐ\ อินโฟกราฟิกโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน แสดงระบบ 1 เฟส 3 เฟส จำนวนแผง การใช้ไฟฟ้า และการประหยัดค่าไฟรายเดือน เรื่องที่ 4: แผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา ใช้ไฟฟ้าได้ขนาดไหน ประหยัดค่าไฟได้เท่าไหร่ ยกตัวอย่างแพ็กเกจจาก SCG Smart System Solution \ เทียบขนาดกำลังไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงโซล่าเซลล์ กับการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้า (หลอดไฟ, ตู้เย็น, ทีวี และแอร์ขนาด 9,000 BTU ประมาณ 5-6 ชม.) และค่าไฟที่ประหยัดได้ โดยประมาณ (ราคาแพ็กเกจแบบธรรมดา เริ่มต้น 3.72 kW ประมาณ 144,000 บ. แพ็กเกจพรีเมียม เริ่มต้น 3.75 kW ประมาณ 199,000 บ.) ระบบไฟฟ้า 1 เฟส ขนาด 3.75 kW แผงโซลาร์เซลล์ 6 แผง (ใช้พื้นที่ 12 - 17 ตร.ม.) ประหยัดค่าไฟเดือนละ 1,700 - 2,200 บาท (ไฟฟ้าที่ใช้ได้: หลอดไฟ 10 ดวง, ตู้เย็น 3 ตู้, ทีวี 3 เครื่อง, แอร์ 2 เครื่อง) ขนาด 5.00 kW แผงโซลาร์เซลล์ 8 แผง (ใช้พื้นที่ 16 - 22 ตร.ม.) ประหยัดค่าไฟเดือนละ 2,300 - 2,900 บาท ไฟฟ้าที่ใช้ได้: หลอดไฟ 10 ดวง, ตู้เย็น 3 ตู้, ทีวี 3 เครื่อง, แอร์ 3 เครื่อง ระบบไฟฟ้า 3 เฟส ขนาด 10.00 kW แผงโซลาร์เซลล์ 16 แผง (ใช้พื้นที่ 32 - 45 ตร.ม.) ประหยัดค่าไฟเดือนละ 4,600 - 5,900 บาท (ไฟฟ้าที่ใช้ได้: หลอดไฟ 25 ดวง, ตู้เย็น 4 ตู้, ทีวี 4 เครื่อง, แอร์ 8 เครื่อง) ขนาด 15.63 kW แผงโซลาร์เซลล์ 25 แผง (ใช้พื้นที่ 50 - 70 ตร.ม.) ประหยัดค่าไฟเดือนละ 7,200 - 9,300 บาท (ไฟฟ้าที่ใช้ได้: หลอดไฟ 30 ดวง, ตู้เย็น 5 ตู้, ทีวี 6 เครื่อง, แอร์ 12 เครื่อง) ขนาด 25.00 kW แผงโซลาร์เซลล์ 40 แผง (ใช้พื้นที่ 80 - 112 ตร.ม.) ประหยัดค่าไฟเดือนละ 11,600 - 14,900 บาท (ไฟฟ้าที่ใช้ได้: หลอดไฟ 35 ดวง, ตู้เย็น 7 ตู้, ทีวี 8 เครื่อง, แอร์ 19 เครื่อง) อ่านเพิ่มเติม: คำนวณค่าไฟและระยะเวลาคืนทุนโซลาร์เซลล์ด้วยตัวเอง: สูตร + ตัวอย่างจริง (อัปเดต 2569)\ อ่านเพิ่มเติม: ติดโซลาร์เซลล์ 3kW กับ 5kW ใช้อะไรได้บ้าง ประหยัดไฟบ้านกี่บาท? สรุปก่อนตัดสินใจติดตั้ง\ อ่านเพิ่มเติม: มีรถ EV ควรติดโซล่าเซลล์หรือไม่ กี่ kW?\ อ่านเพิ่มเติม: ติดโซล่าเซลล์บ้านคุ้มไหม งบประมาณเท่าไหร่ เลือกแบบไหนดี\ โซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน พร้อมภาพสื่อถึงเช็กลิสต์ก่อนติดตั้ง เช่น พฤติกรรมการใช้ไฟ ทิศทางหลังคา และระบบไฟ 1 เฟส 3 เฟส เรื่องที่ 5: 4 เช็กลิสต์ก่อนติดตั้งโซล่าเซลล์บนหลังคาบ้าน หากกำลังมองหาเช็กลิสต์เพื่อประเมินว่าบ้านของเราเหมาะกับการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop) หรือไม่นั้น เบื้องต้นเจ้าของบ้านสามารถพิจารณาได้จากพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของเรา ลักษณะบ้าน อาคาร หลังคาที่ผู้ให้บริการติดตั้งแต่ละเจ้ากำหนดไว้ 1) พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า ควรเป็นบ้านที่มีค่าไฟขั้นต่ำ 3,000 บาทต่อเดือน และมีการใช้ไฟในช่วงกลางวันอย่างสม่ำเสมอ เช่น มีการเปิดแอร์อย่างน้อย 1 ตัว 2) ลักษณะบ้าน อาคารและทิศทางของหลังคา ยกตัวอย่างสำหรับหลังคาโซลาร์ SCG Solar Roof มีข้อกำหนดดังนี้ เป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ หรืออาคารที่มีความสูงไม่เกิน 3 ชั้น โครงสร้างหลังคาต้องแข็งแรงสมบูรณ์ หลังคาไม่อยู่ตำแหน่งที่มีเงาของตึกหรือต้นไม้บัง หลังคามีความชันไม่เกิน 35 องศา (โดยองศาที่รับแสงได้ดีที่สุดคือ 15 องศา) หันไปทางทิศใต้หรือทิศตะวันตกเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด 3) รายละเอียดของหลังคา ยกตัวอย่างสำหรับหลังคาโซลาร์ SCG มีข้อกำหนดดังนี้ หลังคาที่สามารถติดตั้งได้ พื้นดาดฟ้าคอนกรีต หลังคามุงกระเบื้องหลังคาคอนกรีต เซรามิก เมทัลชีท หลังคาที่ไม่สามารถติดตั้งได้ หลังคามุง Shingle Roof หลังคามุงกระเบื้องไฟเบอร์ซีเมนต์ ยกเว้นกรณีเป็นหลังคามุงหลังคากระเบื้องลอนคู่ จะสามารถติดตั้งได้ก็ต่อเมื่อมีการปรับปรุงหลังคาด้วยวิธี Top Up Roof เท่านั้น 4) ไฟฟ้าในบ้านเราเป็นกี่เฟส และจะผลิตไฟจาก Solar Roof ได้สูงสุดกี่ kW ? ไม่ว่าเราจะใช้ไฟฟ้า 1 เฟส หรือ 3 เฟส ก็ติดตั้ง Solar Roof ได้ ซึ่งจะผลิตไฟฟ้าได้เท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจของผู้ให้บริการแต่ละเจ้า ยกตัวอย่างบริการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof ไฟฟ้า 1 เฟส แผงโซลาร์ 7 แผง ผลิตไฟได้ 3.15 kW แผงโซลาร์สูงสุด 11 แผง ผลิตไฟได้ 4.95 kW ไฟฟ้า 3 เฟส ใช้แผงโซลาร์ 12 แผง ผลิตไฟได้ 5.4 kW แผงโซลาร์สูงสุด 52 แผง ผลิตไฟได้ 23.4 kW เมื่อเราพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ครบถ้วนจนพอมองเห็นภาพ ก็สามารถติดต่อทีมติดตั้งเข้ามาสำรวจหน้างาน เพื่อตรวจสอบเชิงลึก เช่น ความแข็งแรงของโครงหลังคา ความเป็นไปได้ในการติดตั้ง รายละเอียดการใช้ไฟฟ้าและระบบไฟฟ้าในบ้าน รวมถึงและเสนอราคาแพ็กเกจที่เหมาะกับบ้านของเราอีกครั้ง อ่านเพิ่มเติม: อยากติดโซลาร์เซลล์ (Solar Roof) เริ่มต้นยังไงดี? หลังคาเก่าติดโซล่าเซลล์ได้ไหม\ ภาพบ้านติดโซลาร์เซลล์บนหลังคา พร้อมสื่อถึงขั้นตอนการขออนุญาตติดตั้งกับหน่วยงานราชการ เช่น การไฟฟ้า เขต และ กกพ เพื่อความปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย เรื่องที่ 6: ทำไมถึงต้องขออนุญาตติดตั้งโซลาร์รูฟ (Solar Roof) การติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ หรือ Solar Roof เป็นการนำอุปกรณ์ชิ้นใหญ่ไปติดตั้งบนหลังคา และที่สำคัญคือสำหรับระบบ On-Grid และ Hybrid จะมีการเชื่อมต่อกับไฟหลวง จึงนับว่ามีความเกี่ยวข้องกับโครงสร้างบ้านและระบบไฟฟ้าสาธารณะ ทำให้ต้องมีการควบคุมด้วยเหตุผลสำคัญ ดังนี้ 1) ความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร แผงโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์มีน้ำหนักพอสมควร ทางภาครัฯฐจึงต้องให้มีการรับรองจากวิศวกรว่า โครงสร้างหลังคาเดิมแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักได้โดยไม่เสี่ยงต่อการทรุดตัวหรือถล่ม 2) ความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า การเชื่อมต่อระบบไฟบ้านเข้ากับสายส่งของการไฟฟ้า ต้องได้มาตรฐานเพื่อป้องกันเหตุไฟฟ้าลัดวงจร หรือป้องกันกระแสไฟฟ้าย้อนกลับเข้าไปในสายไฟหลวง ซึ่งอาจทำอันตรายต่อเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าที่กำลังซ่อมบำรุงสายไฟอยู่ได้ 3) การบริหารจัดการโครงข่ายไฟฟ้า การไฟฟ้าจำเป็นต้องทราบข้อมูลว่ามีบ้านหลังไหนผลิตกระแสไฟฟ้าเข้า-ออกระบบบ้าง เพื่อรักษาสมดุลและเสถียรภาพของกระแสไฟฟ้าในภาพรวมไม่ให้เกิดปัญหาไฟตกหรือไฟกระชาก รวมไปถึงความถูกต้องตามกฎหมายเพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร และ พ.ร.บ. การประกอบกิจการพลังงาน ดังนั้นจึงเป็นที่มาว่า การติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ จะต้องยื่นเรื่องขออนุญาตกับหน่วยงานราชการ 3 แห่ง ได้แก่ 1) การไฟฟ้า (ภาคนครหลวง หรือ ส่วนภูมิภาค) 2) ที่ทำการเขต และ 3) คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ซึ่งโดยทั่วไปมักใช้เวลา 3-6 เดือน โดยประมาณ ทั้งนี้แพ็กเกจติดตั้งของผู้ให้บริการบางราย อาจรวมขั้นตอนการขออนุญาตไว้ในแพ็กเกจด้วย ซึ่งเจ้าของบ้านสามารถสอบถามรายละเอียดการขออนุญาตอีกครั้งว่าครอบคลุมหน่วยงานทั้ง 3 นี้ครบถ้วนหรือไม่ ข้อควรระวังในการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาบ้าน ที่ต้องตรวจสอบมาตรฐานให้ดีเพื่อป้องกันปัญหาหลังคารั่วและลดความเสี่ยงการเกิดไฟไหม้ เรื่องที่ 7: ไขข้อข้องใจ ติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์แล้ว หลังคารั่วไหม? เสี่ยงไฟไหม้หรือเปล่า? หากเจ้าของบ้านกังวลว่า ติดหลังคาโซล่าเซลล์แล้ว วันดีคืนดีจะเกิดปัญหาหลังคารั่วซึม หรือเลวร้ายกว่านั้นคือเกิดไฟไหม้อย่างที่ได้ยินตามข่าว ก่อนอื่นควรทำความเข้าใจในรายละเอียดและการลดความเสี่ยงของปัญหาดังกล่าว 1) ติดตั้งไปแล้วแล้วจะเสี่ยงหลังคารั่วซึมหรือไม่ ในการยึดติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เข้ากับหลังคาบ้าน หากทำผิดวิธีหลังคาอาจรั่วซึมได้ซึ่งการแก้ปัญหาจะยุ่งยากมาก ดังนั้นควรลดความเสี่ยงตั้งแต่ขั้นตอนแรก คือการตรวจเช็กสภาพหลังคาก่อนติดตั้ง ต้องมั่นใจว่าหลังคาเดิมไม่มีรอยร้าวหรือจุดรั่ว หากพบปัญหาต้องมีการซ่อมแซมปรับปรุงหลังคาให้เรียบร้อยก่อน นอกจากนี้ทีมช่างผู้ให้บริการควรมีมาตรฐานการติดตั้งที่ดี ไม่เจาะยึดผิดวิธีจนทำให้เกิดการรั่วซึม โดยอาจเลี่ยงการเจาะหลังคาด้วยอุปกรณ์อื่นไม่ว่าจะเป็นการ ใช้ตะขอยึดพิเศษ ที่ออกแบบมาให้ติดตั้งได้แนบสนิทเพื่อป้องกันการเผยอของกระเบื้องจนเกิดเป็นช่องทางให้น้ำเข้าได้ หรือใช้ชุดกระเบื้องหลังคาที่ผลิตมายึดกับแผงโซลาร์เซลล์ สำหรับกระเบื้องหลังคาแต่ละรุ่นโดยเฉพาะ 2) ติดตั้งไปแล้วจะเสี่ยงไฟไหม้หรือไม่ นอกจากจะต้องเลือกใช้แผงโซลาร์เซลล์และอินเวอร์เตอร์ คุณภาพสูง ผ่านการรับรองจากการไฟฟ้า ตามรายชื่อในลิสต์มาตรฐานของการไฟฟ้านครหลวง (MEA) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) แล้ว กล่องควบคุมระบบไฟฟ้าของหลังคาโซลาร์เซลล์รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องจะต้องได้มาตรฐาน จะให้ดีควรเป็นแบรนด์ที่มีคุณภาพน่าเชื่อถือ ประกอบอย่างถูกต้องตามหลักการหรือได้รับการประกอบสำเร็จจากโรงงานที่มีการควบคุมคุณภาพอย่างดี และนำมาติดตั้งหน้างานโดยช่างที่มีความรู้ความชำนาญด้านไฟฟ้าโดยตรง รวมถึงมีการออกแบบระบบการต่อแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาอย่างเหมาะสมปลอดภัย เพื่อให้กระแสไฟฟ้าไหลได้สะดวก กระจายแรงดันเหมาะสม ไม่ไหลไปรวมกันที่แผงใดแผงหนึ่งจนเกิดความร้อนสะสมมากเกินไป อ่านเพิ่มเติม: วิศวกร SCG ตอบให้ ติดโซลาร์เซลล์ ยังไงหลังคาไม่รั่ว ไม่พัง\ อ่านเพิ่มเติม: ติดโซลาร์เซลล์อย่างไรไม่กลัวไฟไหม้? เลือกบริษัทติดตั้งโซลาร์เซลล์บ้านให้ปลอดภัย สบายใจยาวๆ\ ทีมช่างมืออาชีพ SCG ลงพื้นที่ติดตั้งระบบหลังคาโซล่าเซลล์ (Solar Roof) สื่อถึงการเลือกบริษัทติดตั้ง Solar Roof ที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และมีคุณภาพ เรื่องที่ 8: เลือกบริษัทติดตั้ง Solar Roof ให้ได้คุณภาพ มาตรฐาน ปลอดภัย เพื่อให้การลงทุนติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ เป็นไปอย่างคุ้มค่า ปลอดภัย และใช้งานได้ราบรื่นในระยะยาว เจ้าของบ้านควรเลือกผู้ให้บริการจากทีมงานและบริษัทที่น่าเชื่อถือ ได้มาตรฐาน โดยพิจารณารายละเอียดดังต่อไปนี้ 1) มีการประเมินความเหมาะสมก่อนติดตั้ง ควรมีทีมงานลงพื้นที่สำรวจหน้างาน และวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้ไฟในบ้าน เพื่อแนะนำขนาดแพ็กเกจที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดสำหรับการลงทุน มีการคำนวณโครงสร้างหลังคาโดยวิศวกร เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถรับน้ำหนักแผงโซล่าเซลล์และอุปกรณ์ได้ตลอดอายุการใช้งาน 2) เชี่ยวชาญด้านงานหลังคา มีวิศวกรที่ดูแลทั้งเรื่องโครงสร้างหลังคาและระบบไฟฟ้าของโซลาร์เซลล์ให้ปลอดภัย ได้มาตรฐาน มีเทคนิคการติดตั้งยึดแผงโซลาร์เข้ากับหลังคาอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันปัญหาน้ำรั่วซึมในระยะยาว 3) ใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ ประกอบติดตั้งโดยช่างผู้ชำนาญ อุปกรณ์ทุกชิ้นต้องได้มาตรฐาน ทั้งแผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ รวมถึงอุปกรณ์สำคัญที่มองข้ามไม่ได้ คือ "กล่องควบคุมไฟ" ต้องประกอบโดยช่างผู้ชำนาญที่มีใบรับรอง มีการออกแบบระบบไฟฟ้าสำหรับหลังคาโซล่าเซลล์ทั้งระบบอย่างถูกต้องเหมาะสมและปลอดภัย 4) ในแพ็กเกจรวมบริการขออนุญาตติดตั้งโซลาร์เซลล์แบบครบวงจร เพื่อความสะดวก แนะนำให้เจ้าของบ้านเลือกบริษัทที่รับจบเรื่องเอกสาร รวบรวมแบบไฟฟ้า แบบวิศวกรรมโยธา ที่มีวิศวกรเซนต์รับรอง รวมถึงเอกสารอื่นๆ ที่ต้องใช้ และดำเนินการขออนุญาตติดตั้งกับหน่วยงานรัฐให้ครบทั้ง 3 แห่ง (สำนักงานเขต/อบต., กกพ., และการไฟฟ้าฯ) 5) บริการหลังการขายและการรับประกัน สามารถติดต่อได้ง่ายเมื่อเกิดปัญหาหรือข้อสงสัยในการใช้งาน และมีเงื่อนไขการรับประกันที่ชัดเจนเหมาะสม ทั้งตัวอุปกรณ์และงานติดตั้ง มีบริการดูแลรักษา ล้างแผง ตรวจสอบระบบรายปีตามความเหมาะสม อ่านเพิ่มเติม: ชี้ชัด!! ทำไมต้องเลือกบริษัทติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ\ อ่านเพิ่มเติม: วิศวกร SCG ตอบให้ ติดโซลาร์เซลล์ ยังไงหลังคาไม่รั่ว ไม่พัง\ การดูแลรักษาแผงโซล่าเซลล์บนหลังคา ด้วยการทำความสะอาดและตรวจสอบระบบเป็นประจำทุกปี เรื่องที่ 9: ติดหลังคาโซล่าเซลล์ไปแล้ว ต้องดูแลรักษาอย่างไร การดูแลระบบหลังคาโซลาร์เซลล์ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก เพียงแค่ทำการ “ล้างแผงและตรวจสอบระบบเป็นประจำทุกปี” ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นการบริการหลังการขายจากผู้ติดตั้ง ยกตัวอย่าง SCG Solar Roof จะมีบริการดูแลตรวจสอบระบบและล้างทำความสะอาดแผงโซล่าเซลล์ให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ปีละ 1 ครั้ง ต่อเนื่องสูงสุด 5 ปี ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ โดยจะมีการเช็กระบบตามมาตรฐานกว่า 30 รายการ เช่น การตรวจสอบจุดขันแน่นของสายไฟ และสภาพความพร้อมของแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน ในส่วนการทำงานของระบบ เจ้าของบ้านสามารถเช็กผ่าน แอปพลิเคชัน โดยทีมงานส่วนกลางของ SCG จะช่วยมอนิเตอร์การผลิตไฟ หากพบความผิดปกติ จะแจ้งลูกค้าและดำเนินการแก้ไขเพื่อให้ระบบใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง อ่านเพิ่มเติม: 13 ถามบ่อย ระบบหลังคาโซลาร์ เอสซีจี (SCG Solar Roof)\ อ่านเพิ่มเติม: รีวิวติดตั้ง SCG Solar Roof: เปิดแอร์กลางวัน ไม่หวั่นค่าไฟ ลดค่าใช้จ่ายได้จริง\ คำถามพบบ่อย FAQ 1) ติดโซลาร์เซลล์บ้าน กับ โรงงาน ต่างกันอย่างไร? ในแง่ขนาดและกำลังการผลิต บ้านพักอาศัย มักติดตั้งขนาด 3–20 kWp โดยเน้นลดค่าไฟรายเดือนในส่วนของเครื่องปรับอากาศและเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป ในขณะที่อาคาร/โรงงานอาจติดตั้งขนาดตั้งแต่ 100 kWp ไปจนถึงระดับ MWp (เมกะวัตต์) ซึ่งต้องคำนวณโครงสร้างหลังคาอย่างละเอียดมากขึ้น เนื่องจากแผงโซลาร์จำนวนมากมีน้ำหนักมหาศาล และมักมีการติดตั้งในลักษณะ Solar Farm บนหลังคาหรือโรงจอดรถ ในแง่ผลประโยชน์ทางภาษีและการสนับสนุนจากภาครัฐ บ้านพักอาศัยมีโอกาสในการขายไฟคืนในโครงการ "โซลาร์ภาคประชาชน" (หากมีการผลิตเหลือ และเป็นช่วงเวลาที่ภาครัฐฯ รับซื้อค่าไฟจากแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน) รวมถึงการลดค่าไฟโดยใช้มิเตอร์ TOU (Time of Use) เพื่อความคุ้มค่าสูงสุด ในขณะที่อาคาร/โรงงาน สามารถใช้สิทธิประโยชน์จาก BOI เช่น การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรที่ได้จากการดำเนินงาน ซึ่งช่วยให้ระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) สั้นลง ในแง่เป้าหมายทางธุรกิจและความยั่งยืน เป้าหมายหลักสำหรับบ้านคือการลดรายจ่าย แต่สำหรับธุรกิจ (โดยเฉพาะองค์กรขนาดกลาง-ใหญ่ หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก) การติดโซลาร์เซลล์คือกลยุทธ์ยกระดับองค์กรสู่ความยั่งยืน (ESG) การลด Carbon Footprint เพื่อมุ่งสู่ Net Zero จะช่วยเปิดโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยพิเศษ (Green Loan หรือ หุ้นกู้สีเขียว) และเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออกเมื่อต้องรับมือกับมาตรการกีดกันทางการค้า เช่น ภาษีคาร์บอน (CBAM) นอกจากนี้ การมีภาพลักษณ์องค์กรรักษ์โลกที่ชัดเจน ยังช่วยดึงดูดคนทำงานรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพให้อยากมาร่วมงาน 2) วันที่ฝนตก เมฆครึ้ม หรือช่วงฤดูฝน โซลาร์เซลล์ยังผลิตไฟฟ้าได้ไหม? แผงโซลาร์เซลล์ทำงานโดยอาศัย "ความเข้มของแสงสว่าง" ไม่ใช่ความร้อน ดังนั้นแม้จะเป็นวันที่เมฆครึ้ม แดดร่ม หรือมีฝนตก แผงก็ยังคงรับแสงและผลิตกระแสไฟฟ้าได้ แต่ประสิทธิภาพจะน้อยกว่าช่วงที่แดดจัด ซึ่งหากเป็นระบบ On-Grid ระบบจะสลับไปดึงไฟฟ้าจากการไฟฟ้าเข้ามาเสริมส่วนที่ขาดโดยอัตโนมัติ ทำให้สามารถใช้ไฟในบ้านได้ต่อเนื่อง ทั้งนี้สำหรับหลังคาบ้านที่โดนแสงแดดไม่สม่ำเสมอ มีเมฆบังบ่อย หรือมีเงาต้นไม้พาดผ่าน แนะนำให้เลือกใช้ ไมโครอินเวอร์เตอร์ (Microinverter) ซึ่งจะแยกการทำงานอิสระแบบ "แผงต่อแผง" หากมีแผงไหนโดนเมฆบังหรือแสงเบาลง แผงอื่นๆ จะยังคงผลิตกระแสไฟฟ้าเต็มประสิทธิภาพตามปกติ ต่างกับอินเวอร์เตอร์ทั่วไป (String Inverter) ซึ่งหากโดนเงาเมฆบัง เพียงจุดเดียว ประสิทธิภาพของแผงอื่นๆ จะลดลงตามทั้งหมด 3) ควรเลือกใช้แผงโซลาร์เซลล์แบบไหนดีที่สุด? ปัจจุบันแผงโซลาร์เซลล์ที่นิยมใช้หลักๆ มี 2 ชนิด คือ Monocrystalline และ Polycrystalline โดยแบบ Monocrystalline จะมีประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าสูงกว่า ทนความร้อนได้ดี และใช้พื้นที่ติดตั้งน้อยกว่า นอกจากชนิดของแผงแล้ว ควรเลือกใช้แผงที่ได้รับการจัดอันดับเป็น Tier 1 ซึ่งหมายถึงผู้ผลิตที่มีความมั่นคงทางการเงินสูง ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและการรับประกันที่ยาวนานถึง 25 ปี 4) การรับประกันระบบโซลาร์เซลล์ที่ได้มาตรฐาน ควรครอบคลุมอะไรบ้าง และรับประกันกี่ปี? โดยทั่วไป ระบบโซลาร์เซลล์ที่ได้มาตรฐานมักจะมีการรับประกันดังนี้ รับประกันประสิทธิภาพแผงโซลาร์เซลล์ (Performance Warranty): นานถึง 25 ปี (โดยรับประกันว่าประสิทธิภาพการผลิตไฟจะไม่ต่ำกว่า 80-84% เมื่อถึงปีที่ 25) รับประกันตัวแผงและวัสดุ (Product Warranty): 12-15 ปี รับประกันอินเวอร์เตอร์ (Inverter Warranty): 5-10 ปี (บางแบรนด์สามารถซื้อประกันเพิ่มได้) รับประกันงานติดตั้ง (Installation/Workmanship Warranty): 1-2 ปี โดยครอบคลุมเรื่องน้ำรั่วซึมและระบบสายไฟ ดังนั้น การเลือกผู้ติดตั้งจากบริษัทที่มั่นคง ไว้ใจได้ จึงเป็นเรื่องสำคัญซึ่งช่วยให้เจ้าของบ้านมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลตลอดอายุสัญญาที่ยาวนาน 5) ซื้อแผงโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์มาติดตั้งเองได้หรือไม่? กรณีติดตั้งเป็น Solar Roof ระบบ On-Grid หรือ Hybrid ซึ่งเชื่อมต่อระบบกับไฟจากการไฟฟ้า เพื่อเน้นแบ่งเบาค่าไฟจากแอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ในบ้าน ควรให้ใช้บริการบริษัทมืออาชีพเพื่อความปลอดภัยได้มาตรฐาน ทั้งด้านโครงสร้าง ระบบไฟฟ้า การรับประกัน และความสะดวกในการดำเนินการขออนุญาตกับการไฟฟ้าให้ถูกต้องตามกฎหมาย ในทางกลับกัน หากเป็นระบบ Off-Grid ขนาดเล็กและไม่เชื่อมต่อกับไฟจากการไฟฟ้า เช่น ไฟในสวนหรือปั๊มน้ำเกษตร ก็อาจพิจารณาซื้ออุปกรณ์ที่ได้คุณภาพมาตรฐานมาให้ช่างไฟที่มีความรู้ความชำนาญในการติดตั้ง (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ติดตั้งโซลาร์เซลล์เอง มีแนวทางอย่างไร) 6) ตัวอย่างบ้านที่เคยติดโซลาร์เซลล์ไปแล้ว ใช้ไฟฟ้ากันอย่างไร? ลดค่าไฟจริงแค่ไหน? รีวิวตัวอย่างที่ 1: บ้านพักอาศัย 2 หลัง >บ้านเป็น 2 หลัง ได้แก่ “บ้านไม้ 2 ชั้น” เปิดแอร์ตั้งแต่ 22:00 น. จนถึง 15:00 น.ของวันถัดไป อีกหลังหนึ่งคือ “บ้านชั้นเดียว” ซึ่งรับความร้อนจากหลังคาโดยตรง ด้วยสถานการณ์ที่ต้อง work From Home บ่อยขึ้น และเลี้ยงแมวหลายตัว แม้จะติดฉนวนกันความร้อนบนฝ้าเพดาน ร่วมกับฝ้าชายคาแบบมีช่องระบายความร้อนแล้ว แต่บ้านก็ยังร้อนมากจนต้องเปิดแอร์ช่วงกลางวันนานขึ้น บิลค่าไฟจึงพุ่งตาม >หลังจากติดตั้ง Solar Roof แพ็กเกจ Smart ขนาด 4.95 กิโลวัตต์ ก็สามารถเปิดแอร์ 24000 BTU จำนวน 2 ตัว วันละ 20 ชม. ได้สบายใจไม่ต้องกังวลเรื่องค่าไฟ ซึ่งมองว่าคุ้มค่ามาก เพราะนอกจากจะเย็นสบายแล้ว ยังลดความเสี่ยงการเกิด Heat Stroke ของแมวด้วย ตัวเลขบิลค่าไฟเดิม 8,000 บาท ลดเหลือ 6,800 บาท โดยประมาณ (ลดลงไม่ถึง 25% เนื่องจากเปิดแอร์ช่วงกลางคืนนาน ในขณะที่โซลาร์เซลล์บนหลังคาช่วยลดค่าไฟเฉพาะช่วงกลางวัน) คลิกอ่านบทความฉบับเต็ม รีวิวตัวอย่างที่ 2: ออฟฟิศออกแบบรับสร้างบ้าน หจก. บ้านรักษ์ ลำปาง >เน้นใช้ไฟฟ้าในเวลากลางวันเป็นหลัก ค่าไฟรายเดือนจากปกติจะเกิน 10,000 บาท แต่หลังจากติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ ค่าไฟลดลงเหลือประมาณ 4,000-5,000 บาท นับว่าคุ้มค่ามากจนรู้สึกได้ว่า น่าจะติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ตั้งนานแล้ว (ดู VDO ฉบับเต็มได้ด้านล่าง) รีวิวตัวอย่างที่ 3: บ้านพักที่มีส่วนห้องทำงาน Sound Engineering >งานด้าน Sound Engineer มีอุปกรณ์ที่ต้องใช้เยอะ และต้องเปิดแอร์หลายห้องในตอนกลางวัน ค่าไฟเฉลี่ยเดือนละ 6,000-8,000 บาท จึงอยากติด Solar Roof เพื่อแบ่งเบาภาระค่าไฟตรงนี้ หลังติดตั้งหลังคาโซล่าเซลล์แล้วรู้สึกมั่นใจกับการใช้ไฟมากขึ้น เวลาที่ลูกชายกลับมาถึงบ้าน ก็สามารถเปิดแอร์ได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวลว่าจะเปลืองไฟในช่วงเวลาที่ยังมีแสงอาทิตย์ (ดู VDO ฉบับเต็มได้ด้านล่าง) คลิกดู VDO\ คลิปเดียวจบ ระบบโซลาร์เซลล์ สำหรับบ้านพักอาศัย ดูก่อนตัดสินใจ!! คลิกดู VDO\ หลังคาโซลาร์ เอสซีจี (SCG Solar Roof) พร้อมบริการครบวงจร | SCG Solar Roof Solutions คลิกดู VDO\ 10 คำถามถามบ่อย | หลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof Solutions พร้อมบริการครบวงจร คลิกดู VDO\ รีวิว ระบบหลังคาโซลาร์ เอสซีจี พร้อมบริการครบวงจร | SCG Solar Roof Solutions ใช้บริการติดโซล่าเซลล์ กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ ด้วยมาตราฐานการติดตั้ง และบริการหลังการขายที่วางใจได้ โดยบริการติดหลังคาโซล่ากับทาง SCG จะมีทีมผู้เชี่ยวชาญ พร้อมให้คำปรึกษา ตรวจสุขภาพหลังคา ออกแบบ ติดตั้ง บริการหลังการขาย รับประกันแผงและประสิทธิภาพการผลิตไฟสูงสุด 30 ปี โดยภายในบริการจะประกอบด้วย Roof Health Check ตรวจเช็คสภาพหลังคา พร้อมโซลูชันแก้ทุกปัญหาก่อนติดตั้ง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด Optimized Design ออกแบบระบบโซลาร์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และเป็นไปตามมาตรฐานด้านวิศวกรรม Professional Installation ติดตั้งโดยทีมช่าง มืออาชีพ หมดกังวลกับปัญหาหลังคารั่วซึม Solar Permitting Process ดำเนินการเรื่องเอกสาร ขออนุญาตติดตั้งโซลาร์รูฟกับภาครัฐ ตลอดทั้งกระบวนการ Excellence Customer Care Service บริการดูแลหลังการขายครบวงจร พร้อมติดตามประสิทธิภาพการทํางานของระบบโซลาร์ ต้องการติดตั้งโซล่าร์กับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าที่เป็นค่าสำรวจโซล่าร์เซลล์ผ่านเวบไซต์ SCGHOME.COM จองวันที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่เข้าสำรวจ และชำระเงินค่าสำรวจ เมื่อสำรวจแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะจัดส่งใบสำรวจ พร้อมใบเสนอราคาให้ลูกค้า ลูกค้าชำระค่าบริการตามใบเสนอราคา หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะเข้าติดตั้งตามวันที่นัดหมาย สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ข้อมูลนี้จัดทำโดย หน่วยงาน SCG Home Online ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแล E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนการให้คำปรึกษา ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในเรื่องการเลือกใช้วัสดุต่างๆ เพื่อการทำบ้าน รวมถึงโซลูชั่นเรื่องบ้านต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญ