
การติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ เป็นอีกหนึ่งวิธีประหยัดค่าไฟที่เจ้าของบ้านหลายสนใจ แต่ก็ต้องใช้งบประมาณในการลงทุนติดตั้งระบบ ดังนั้น เราจึงควรทำความเข้าใจรายละเอียดเพื่อประกอบการพิจารณา ตั้งแต่ส่วนประกอบและประเภทของหลังคาโซลาร์เซลล์ ค่าไฟที่ประหยัดได้และการคืนทุน โดยประมาณ รวมถึงปัจจัยในการเลือกผู้ให้บริการที่มีคุณภาพมาตรฐาน ทั้งงานติดตั้งและอุปกรณ์ที่ใช้ ไปจนถึงการดูแลรักษา
หลังคาโซลาร์เซลล์ หรือ หลังคา Solar Roof หรือที่หลายคนคุ้นหูกันในชื่อ “โซลาร์รูฟท็อป” (Solar Rooftop) คือการเปลี่ยนพื้นที่บนหลังคาบ้านให้กลายเป็นแหล่งผลิตพลังงาน โดยใช้แผงโซลาร์เซลล์ทำหน้าที่รับแสงอาทิตย์แล้วเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อใช้ในครัวเรือน การทำงานของระบบเริ่มจากแผงโซลาร์เซลล์ดูดซับแสงแดดและผลิตเป็นไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ออกมา จากนั้นจะส่งกระแสไฟผ่านไปยังอินเวอร์เตอร์ เพื่อแปลงให้เป็นกระแสสลับ (AC) ก่อนจะจ่ายเข้าสู่ตู้เบรกเกอร์ เพื่อกระจายกระแสไฟไปหล่อเลี้ยงเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ภายในบ้านต่อไป
อ่านเพิ่มเติม: ศัพท์เรื่องบ้าน: หลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Roof)
หลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof Solutions พร้อมบริการติดตั้งครบวงจร คลิก
โดยหลักแล้วการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ จะต้องมีส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่ 1) แผงโซลาร์เซลล์ 2) อินเวอร์เตอร์ 3) กล่องควบคุมระบบไฟฟ้า และ 4) ระบบโครงสร้างติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์และสายไฟ
ทำหน้าที่รับแสงอาทิตย์และแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง (DC) มี 3 ประเภทหลักที่นิยมใช้กัน ได้แก่
นอกจากนี้ แผงโซล่าเซลล์ยังมีการจัดอันดับเกรดมาตรฐานของบริษัทผู้ผลิต โดยแบรนด์ที่ได้รับการจัดอันดับเป็น Tier 1 จะเป็นผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ มาตรฐานการผลิตครบวงจร การเงินมั่นคง เจ้าของบ้านสามารถวางใจได้กับการรับประกันแผงโซลาร์เซลล์ที่ยาวนานถึง 25 ปี
ทำหน้าที่แปลงไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ที่ได้จากแผงโซลาร์เซลล์ ให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) เพื่อให้สามารถนำมาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านได้ ซึ่งที่นิยมใช้จะมี 2 แบบ คือ สตริงอินเวอร์เตอร์ และไมโครอินเวอร์เตอร์
เป็นตู้รวบรวมสายไฟของระบบโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์ป้องกันอันตรายทางไฟฟ้า เป็นอีกอุปกรณ์ที่ต้องเน้นเรื่องคุณภาพมาตรฐานเพื่อความปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากปัญหาระบบไฟฟ้า ภายในกล่องควรประกอบด้วยอุปกรณ์เกรดคุณภาพได้มาตรฐาน เช่น เบรกเกอร์สำหรับตัดวงจรเมื่อเกิดไฟฟ้าลัดวงจรหรือใช้ไฟเกิน อุปกรณ์กันฟ้าผ่า/กันไฟกระชากคุณภาพสูงเพื่อป้องกันความเสียหายต่ออินเวอร์เตอร์ และหากติดตั้งภายนอกอาคาร ตัวกล่องต้องมีคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นที่เหมาะสม
ประกอบด้วย “ราง” กับ “อุปกรณ์ยึด” โดยวัสดุที่ใช้ทำรางควรทนทานต่อแรงลม ทนสนิมและการกัดกร่อนสูง เช่น อะลูมิเนียมชุบแข็ง หรือเหล็กชุบกัลวาไนซ์ ในขณะที่อุปกรณ์ยึด จะต้องออกแบบให้เหมาะสมกับประเภทของหลังคาแต่ละแบบ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำรั่วซึมในอนาคต ส่วน “สายไฟโซลาร์เซลล์” เป็นสายไฟฝั่งกระแสตรง (DC) ที่ต้องรับไฟจากแผงลงมายังอินเวอร์เตอร์ จึงต้องออกแบบมาสำหรับระบบโซล่าเซลล์โดยเฉพาะ ฉนวนหุ้มต้องมีความเหนียว ทนทานต่อความร้อน รังสี UV และสภาพอากาศภายนอกได้ดีเยี่ยม
อ่านเพิ่มเติม: Microinverter VS String Inverter: ต่างกันอย่างไร?
หลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof Solutions พร้อมบริการติดตั้งครบวงจร คลิก
นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์เสริมที่เจ้าของบ้านควรทราบ ไม่ว่าจะเป็น…
ระบบโซล่าเซลล์สำหรับติดตั้งบนหลังคา แบ่งออกเป็น 3 ระบบหลัก ได้แก่ ระบบ Off-Grid ระบบ On-Grid และระบบ Hybrid
เป็นระบบอิสระที่ไม่เชื่อมต่อกับสายไฟของการไฟฟ้า (Stand Alone) จึงไม่ต้องขออนุญาตจากการไฟฟ้า เน้นแปลงไฟจากแสงอาทิตย์มาใช้ในช่วงกลางวันโดยตรง หากต้องการใช้ไฟตอนกลางคืนต้องลงทุนติดตั้ง “แบตเตอรี่สำรองไฟ” ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ระบบนี้จึงเหมาะกับพื้นที่ห่างไกลที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง เช่น ชุมชนบนภูเขาและดอยสูง พื้นที่ป่าไม้และพื้นที่อนุรักษ์ เกาะขนาดเล็ก พื้นที่ชนบทห่างไกล
ระบบนี้จะเชื่อมต่อกับการไฟฟ้า จึงต้องขออนุญาตจาก 3 หน่วยงานรัฐฯ ก่อนติดตั้ง (เขต/เทศบาล, การไฟฟ้า, และ กกพ.) หลักการทำงานคือดึงไฟจากแผงโซลาร์มาใช้ในบ้านก่อน หากไม่พอก็จะดึงไฟจากการไฟฟ้ามาเสริม และถ้าผลิตไฟเหลืออาจขายคืนการไฟฟ้าได้ (เฉพาะช่วงเวลาและเงื่อนไขที่การไฟฟ้าประกาศ) ระบบนี้จะไม่มีแบตเตอรีสำรองไฟ จึงเหมาะกับบ้านหรืออาคารที่ใช้ไฟเยอะช่วงกลางวัน ปัจจุบันระบบ On-Grid เป็นระบบที่นิยมที่สุด เพราะไม่ต้องแบกรับต้นทุนค่าแบตเตอรี่ จึงคืนทุนได้รวดเร็ว
เป็นระบบผสมผสานระหว่างออนกริดและออฟกริด (ต้องขออนุญาตจากภาครัฐฯ ด้วย) ไฟฟ้าที่ผลิตได้จะถูกนำมาใช้ในบ้านก่อน ส่วนที่เหลือจะถูกเก็บเข้าแบตเตอรี เพื่อสำรองไว้ใช้ในเวลากลางคืนหรือตอนไฟดับ ถือเป็นระบบที่บริหารจัดการพลังงานที่ครอบคลุมการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์อย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากต้นทุนของแบตเตอรียังค่อนข้างสูง ทำให้ระยะเวลาคืนทุนนานกว่า จึงยังได้รับความนิยมน้อยกว่าระบบออนกริด
สรุปแล้ว ระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาแบ่งเป็น 3 รูปแบบหลัก คือ 1) Off-Grid ระบบอิสระไม่พึ่งไฟจากการไฟฟ้า เหมาะกับพื้นที่ห่างไกล (ต้องใช้แบตเตอรี่) 2) On-Grid ระบบยอดนิยมที่ต้องเชื่อมต่อกับการไฟฟ้า คืนทุนไวที่สุด เหมาะกับบ้านที่เน้นใช้ไฟช่วงกลางวัน และ 3) Hybrid ระบบผสมที่เชื่อมต่อไฟหลวงและมีแบตเตอรี่สำรองไว้ใช้ตอนกลางคืนหรือยามไฟดับ แต่ปัจจุบันยังมีต้นทุนสูงและคืนทุนช้ากว่าระบบอื่น
อ่านเพิ่มเติม: ระบบหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Roof) มีกี่แบบ? เลือกแบบไหนให้คุ้มค่าและประหยัดไฟ
อ่านเพิ่มเติม: ระบบหลังคาโซลาร์เซลล์ “มีแบตเตอรีด้วยดีมั้ย??”
หลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof Solutions พร้อมบริการติดตั้งครบวงจร คลิก
การติดแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านเพื่อมุ่งหวังความคุ้มค่า นั่นหมายถึง “ต้องการลดการใช้ไฟจากการไฟฟ้า” ดังนั้นเราจะเน้นพูดถึงการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ระบบ On-Grid เป็นหลัก คือแปลงแสงแดดเป็นพลังงานไฟฟ้าใช้ ณ เวลานั้นๆ ซึ่งจะเหมาะกับบ้านที่มีการจ่ายค่าไฟตั้งแต่ 3,000 บาท/เดือนขึ้นไป โดยเน้นใช้ไฟกลางวันมากและมีการเปิดแอร์ตอนกลางวันเยอะ ซึ่งสำหรับบ้านพักอาศัยอาจคืนทุนได้ใน 4-6 ปี ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ไฟ
หากบ้านของเรามีค่าไฟเกิน 3,000 บาท แต่ตอนกลางวันไม่ได้ใช้ไฟเยอะ ไม่มีการเปิดแอร์ อาจไม่คุ้มที่จะติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ ส่วนมุมมองที่ว่า อยากหันมาใช้ระบบ Hybrid มีแบตเตอรีสำรองไฟ แม้เวลากลางวันจะใช้ไฟฟ้าน้อยก็ไม่เป็นไร เราสำรองไว้ในแบตเตอรีเอาไว้ใช้ในเวลากลางคืนได้ ตรงนี้ต้องทราบก่อนว่าแม้ในปัจจุบัน (พ.ศ. 2569) ราคาแบตเตอรีจะลดลงมาบ้าง แต่ในภาพรวมก็นับว่าเป็นต้นทุนที่ยังค่อนข้างสูง ทำให้การใช้ไฟจากการไฟฟ้าในตอนกลางคืนดูคุ้มค่ากว่า
ดังนั้นต่อให้เป็นบ้านที่เลือกใช้ระบบ Hybrid ก็ควรเน้นการใช้ไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ในช่วงกลางวันเยอะ ส่วนไฟฟ้าที่สำรองไว้ในแบตเตอรีควรเก็บไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งมักจะเหมาะกับบ้านที่ไฟจากการไฟฟ้าจ่ายไฟได้ไม่สม่ำเสมอ เกิดการไฟดับบ่อย
หากติดตามข่าวสารจากการไฟฟ้า จะพบว่าบางช่วงเวลารัฐบาลประกาศรับซื้อไฟจากระบบหลังคาโซล่าเซลล์ตามบ้าน อย่างไรก็ตามการขายไฟคืนถือเป็นเพียง “ผลพลอยได้” เท่านั้น เนื่องจากราคารับซื้อคืนจะต่ำกว่าราคาค่าไฟที่เราจ่ายปกติ (และมักรับซื้อเฉพาะระบบ On-Grid) เน้นย้ำว่าความคุ้มค่าที่แท้จริงของการติด Solar Roof คือการดึงพลังงานมาใช้ทดแทนไฟหลวงในช่วงกลางวันให้ได้มากที่สุด ดังนั้นควรเน้นใช้ไฟตอนกลางวันเป็นหลัก ส่วนกลางคืนก็กลับไปใช้ไฟจากการไฟฟ้าตามปกติจะคุ้มค่าที่สุด (ณ ปัจจุบัน เมษายน 2569 ทางรัฐบาลไม่มีนโยบายรับซื้อไฟฟ้าจาก Solar Rooftop ตามบ้านทั่วไป)
อ่านเพิ่มเติม: ติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ SCG คุ้มไหม…ไฟก็ฟรี ขายคืนภาครัฐก็ได้ ?
หลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof Solutions พร้อมบริการติดตั้งครบวงจร คลิก
ยกตัวอย่างแพ็กเกจ SCG Smart System Solution เทียบขนาดกำลังไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงโซล่าเซลล์ กับการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้า (หลอดไฟ, ตู้เย็น, ทีวี และแอร์ขนาด 9,000 BTU ประมาณ 5-6 ชม.) และค่าไฟที่ประหยัดได้ โดยประมาณ (ราคาแพ็กเกจแบบธรรมดา เริ่มต้น 3.72 kW ประมาณ 144,000 บ. แพ็กเกจพรีเมียม เริ่มต้น 3.75 kW ประมาณ 199,000 บ.)
หลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof Solutions พร้อมบริการติดตั้งครบวงจร คลิก
หากกำลังมองหาเช็กลิสต์เพื่อประเมินว่าบ้านของเราเหมาะกับการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop) หรือไม่นั้น เบื้องต้นเจ้าของบ้านสามารถพิจารณาได้จากพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของเรา ลักษณะบ้าน อาคาร หลังคาที่ผู้ให้บริการติดตั้งแต่ละเจ้ากำหนดไว้
ควรเป็นบ้านที่มีค่าไฟขั้นต่ำ 3,000 บาทต่อเดือน และมีการใช้ไฟในช่วงกลางวันอย่างสม่ำเสมอ เช่น มีการเปิดแอร์อย่างน้อย 1 ตัว
ยกตัวอย่างสำหรับหลังคาโซลาร์ SCG Solar Roof มีข้อกำหนดดังนี้
ยกตัวอย่างสำหรับหลังคาโซลาร์ SCG มีข้อกำหนดดังนี้
ไม่ว่าเราจะใช้ไฟฟ้า 1 เฟส หรือ 3 เฟส ก็ติดตั้ง Solar Roof ได้ ซึ่งจะผลิตไฟฟ้าได้เท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจของผู้ให้บริการแต่ละเจ้า ยกตัวอย่างบริการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof
เมื่อเราพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ครบถ้วนจนพอมองเห็นภาพ ก็สามารถติดต่อทีมติดตั้งเข้ามาสำรวจหน้างาน เพื่อตรวจสอบเชิงลึก เช่น ความแข็งแรงของโครงหลังคา ความเป็นไปได้ในการติดตั้ง รายละเอียดการใช้ไฟฟ้าและระบบไฟฟ้าในบ้าน รวมถึงและเสนอราคาแพ็กเกจที่เหมาะกับบ้านของเราอีกครั้ง
อ่านเพิ่มเติม: อยากติดหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Roof) เริ่มต้นยังไงดี…
หลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof Solutions พร้อมบริการติดตั้งครบวงจร คลิก
การติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ หรือ Solar Roof เป็นการนำอุปกรณ์ชิ้นใหญ่ไปติดตั้งบนหลังคา และที่สำคัญคือสำหรับระบบ On-Grid และ Hybrid จะมีการเชื่อมต่อกับไฟหลวง จึงนับว่ามีความเกี่ยวข้องกับโครงสร้างบ้านและระบบไฟฟ้าสาธารณะ ทำให้ต้องมีการควบคุมด้วยเหตุผลสำคัญ ดังนี้
แผงโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์มีน้ำหนักพอสมควร ทางภาครัฯฐจึงต้องให้มีการรับรองจากวิศวกรว่า โครงสร้างหลังคาเดิมแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักได้โดยไม่เสี่ยงต่อการทรุดตัวหรือถล่ม
การเชื่อมต่อระบบไฟบ้านเข้ากับสายส่งของการไฟฟ้า ต้องได้มาตรฐานเพื่อป้องกันเหตุไฟฟ้าลัดวงจร หรือป้องกันกระแสไฟฟ้าย้อนกลับเข้าไปในสายไฟหลวง ซึ่งอาจทำอันตรายต่อเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าที่กำลังซ่อมบำรุงสายไฟอยู่ได้
การไฟฟ้าจำเป็นต้องทราบข้อมูลว่ามีบ้านหลังไหนผลิตกระแสไฟฟ้าเข้า-ออกระบบบ้าง เพื่อรักษาสมดุลและเสถียรภาพของกระแสไฟฟ้าในภาพรวมไม่ให้เกิดปัญหาไฟตกหรือไฟกระชาก รวมไปถึงความถูกต้องตามกฎหมายเพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร และ พ.ร.บ. การประกอบกิจการพลังงาน
ดังนั้นจึงเป็นที่มาว่า การติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ จะต้องยื่นเรื่องขออนุญาตกับหน่วยงานราชการ 3 แห่ง ได้แก่ 1) การไฟฟ้า (ภาคนครหลวง หรือ ส่วนภูมิภาค) 2) ที่ทำการเขต และ 3) คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ซึ่งโดยทั่วไปมักใช้เวลา 3-6 เดือน โดยประมาณ ทั้งนี้แพ็กเกจติดตั้งของผู้ให้บริการบางราย อาจรวมขั้นตอนการขออนุญาตไว้ในแพ็กเกจด้วย ซึ่งเจ้าของบ้านสามารถสอบถามรายละเอียดการขออนุญาตอีกครั้งว่าครอบคลุมหน่วยงานทั้ง 3 นี้ครบถ้วนหรือไม่
หลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof Solutions พร้อมบริการติดตั้งครบวงจร คลิก
หากเจ้าของบ้านกังวลว่า ติดหลังคาโซล่าเซลล์แล้ว วันดีคืนดีจะเกิดปัญหาหลังคารั่วซึม หรือเลวร้ายกว่านั้นคือเกิดไฟไหม้อย่างที่ได้ยินตามข่าว ก่อนอื่นควรทำความเข้าใจในรายละเอียดและการลดความเสี่ยงของปัญหาดังกล่าว
ในการยึดติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เข้ากับหลังคาบ้าน หากทำผิดวิธีหลังคาอาจรั่วซึมได้ซึ่งการแก้ปัญหาจะยุ่งยากมาก ดังนั้นควรลดความเสี่ยงตั้งแต่ขั้นตอนแรก คือการตรวจเช็กสภาพหลังคาก่อนติดตั้ง ต้องมั่นใจว่าหลังคาเดิมไม่มีรอยร้าวหรือจุดรั่ว หากพบปัญหาต้องมีการซ่อมแซมปรับปรุงหลังคาให้เรียบร้อยก่อน
นอกจากนี้ทีมช่างผู้ให้บริการควรมีมาตรฐานการติดตั้งที่ดี ไม่เจาะยึดผิดวิธีจนทำให้เกิดการรั่วซึม โดยอาจเลี่ยงการเจาะหลังคาด้วยอุปกรณ์อื่นไม่ว่าจะเป็นการ ใช้ตะขอยึดพิเศษ ที่ออกแบบมาให้ติดตั้งได้แนบสนิทเพื่อป้องกันการเผยอของกระเบื้องจนเกิดเป็นช่องทางให้น้ำเข้าได้ หรือใช้ชุดกระเบื้องหลังคาที่ผลิตมายึดกับแผงโซลาร์เซลล์ สำหรับกระเบื้องหลังคาแต่ละรุ่นโดยเฉพาะ
นอกจากจะต้องเลือกใช้แผงโซลาร์เซลล์และอินเวอร์เตอร์ คุณภาพสูง ผ่านการรับรองจากการไฟฟ้า ตามรายชื่อในลิสต์มาตรฐานของการไฟฟ้านครหลวง (MEA) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) แล้ว กล่องควบคุมระบบไฟฟ้าของหลังคาโซลาร์เซลล์รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องจะต้องได้มาตรฐาน จะให้ดีควรเป็นแบรนด์ที่มีคุณภาพน่าเชื่อถือ ประกอบอย่างถูกต้องตามหลักการหรือได้รับการประกอบสำเร็จจากโรงงานที่มีการควบคุมคุณภาพอย่างดี และนำมาติดตั้งหน้างานโดยช่างที่มีความรู้ความชำนาญด้านไฟฟ้าโดยตรง รวมถึงมีการออกแบบระบบการต่อแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาอย่างเหมาะสมปลอดภัย เพื่อให้กระแสไฟฟ้าไหลได้สะดวก กระจายแรงดันเหมาะสม ไม่ไหลไปรวมกันที่แผงใดแผงหนึ่งจนเกิดความร้อนสะสมมากเกินไป
หลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof Solutions พร้อมบริการติดตั้งครบวงจร คลิก
เพื่อให้การลงทุนติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ เป็นไปอย่างคุ้มค่า ปลอดภัย และใช้งานได้ราบรื่นในระยะยาว เจ้าของบ้านควรเลือกผู้ให้บริการจากทีมงานและบริษัทที่น่าเชื่อถือ ได้มาตรฐาน โดยพิจารณารายละเอียดดังต่อไปนี้
ควรมีทีมงานลงพื้นที่สำรวจหน้างาน และวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้ไฟในบ้าน เพื่อแนะนำขนาดแพ็กเกจที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดสำหรับการลงทุน มีการคำนวณโครงสร้างหลังคาโดยวิศวกร เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถรับน้ำหนักแผงโซล่าเซลล์และอุปกรณ์ได้ตลอดอายุการใช้งาน
มีวิศวกรที่ดูแลทั้งเรื่องโครงสร้างหลังคาและระบบไฟฟ้าของโซลาร์เซลล์ให้ปลอดภัย ได้มาตรฐาน มีเทคนิคการติดตั้งยึดแผงโซลาร์เข้ากับหลังคาอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันปัญหาน้ำรั่วซึมในระยะยาว
อุปกรณ์ทุกชิ้นต้องได้มาตรฐาน ทั้งแผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ รวมถึงอุปกรณ์สำคัญที่มองข้ามไม่ได้ คือ “กล่องควบคุมไฟ” ต้องประกอบโดยช่างผู้ชำนาญที่มีใบรับรอง มีการออกแบบระบบไฟฟ้าสำหรับหลังคาโซล่าเซลล์ทั้งระบบอย่างถูกต้องเหมาะสมและปลอดภัย
เพื่อความสะดวก แนะนำให้เจ้าของบ้านเลือกบริษัทที่รับจบเรื่องเอกสาร รวบรวมแบบไฟฟ้า แบบวิศวกรรมโยธา ที่มีวิศวกรเซนต์รับรอง รวมถึงเอกสารอื่นๆ ที่ต้องใช้ และดำเนินการขออนุญาตติดตั้งกับหน่วยงานรัฐให้ครบทั้ง 3 แห่ง (สำนักงานเขต/อบต., กกพ., และการไฟฟ้าฯ)
สามารถติดต่อได้ง่ายเมื่อเกิดปัญหาหรือข้อสงสัยในการใช้งาน และมีเงื่อนไขการรับประกันที่ชัดเจนเหมาะสม ทั้งตัวอุปกรณ์และงานติดตั้ง มีบริการดูแลรักษา ล้างแผง ตรวจสอบระบบรายปีตามความเหมาะสม
หลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof Solutions พร้อมบริการติดตั้งครบวงจร คลิก
การดูแลระบบหลังคาโซลาร์เซลล์ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก เพียงแค่ทำการ “ล้างแผงและตรวจสอบระบบเป็นประจำทุกปี” ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นการบริการหลังการขายจากผู้ติดตั้ง ยกตัวอย่าง SCG Solar Roof จะมีบริการดูแลตรวจสอบระบบและล้างทำความสะอาดแผงโซล่าเซลล์ให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ปีละ 1 ครั้ง ต่อเนื่องสูงสุด 5 ปี ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ โดยจะมีการเช็กระบบตามมาตรฐานกว่า 30 รายการ เช่น การตรวจสอบจุดขันแน่นของสายไฟ และสภาพความพร้อมของแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน
ในส่วนการทำงานของระบบ เจ้าของบ้านสามารถเช็กผ่าน แอปพลิเคชัน โดยทีมงานส่วนกลางของ SCG จะช่วยมอนิเตอร์การผลิตไฟ หากพบความผิดปกติ จะแจ้งลูกค้าและดำเนินการแก้ไขเพื่อให้ระบบใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง
อ่านเพิ่มเติม: 13 ถามบ่อย ระบบหลังคาโซลาร์ เอสซีจี (SCG Solar Roof)
อ่านเพิ่มเติม: รีวิวติดตั้ง SCG Solar Roof: เปิดแอร์กลางวัน ไม่หวั่นค่าไฟ ลดค่าใช้จ่ายได้จริงฟ
หลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof Solutions พร้อมบริการติดตั้งครบวงจร คลิก