การทำ ห้องเก็บเสียง และ ตู้เก็บเสียงสำเร็จรูป ช่วยแก้ปัญหาเรื่องกันเสียงและเก็บเสียง เนื่องจากในปัจจุบันหลายคนหันมาให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนตัว ไม่ว่าเป็นการทำงานแบบ Work From Home และการทำกิจกรรมความบันเทิงในบ้าน “ปัญหาเสียงรบกวน” จึงกลายเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นเสียงจากภายนอกที่ดังเข้ามา หรือเสียงจากในห้องเราที่ดังออกไปรบกวนผู้อื่น นวัตกรรมอย่าง แผ่นกันเสียง (ฉนวนกันเสียง), แผ่นซับเสียง จึงถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้อย่างตรงจุด ช่วยคืนความสงบ สร้างสมาธิ และเพิ่มอรรถรสในการใช้สอยพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เสียงรบกวนเดินทางมาได้อย่างไร และมีวิธีแก้ไขเบื้องต้นแบบใดบ้าง
- ธรรมชาติของเสียงเดินทางผ่าน 2 ตัวกลางหลัก คือ อากาศ (เช่น ลอดผ่านช่องว่างรอยต่อประตูหน้าต่าง หรือรอยต่อปลั๊กไฟ) และ โครงสร้าง (การสั่นสะเทือนจากการปิดประตูแรงๆ หรือเสียงดนตรี)
- วิธีแก้เบื้องต้น: สามารถเริ่มจากการอุดช่องรอยต่อประตูหน้าต่างให้สนิทด้วยเทปกันเสียง เช่น Noise Zeal หลีกเลี่ยงการใช้ปลั๊กไฟตำแหน่งตรงกันกับห้องข้างๆ หรือหากฝ้าเพดานมีช่องโหว่ทะลุถึงกัน ควรก่อผนังปิดช่องว่างใต้ท้องคานให้ทึบสนิท
“แผ่นกันเสียง” กับ “แผ่นซับเสียง” แตกต่างกันอย่างไร ใช้แทนกันได้หรือไม่
ไม่แนะนำให้ใช้แทนกัน เพราะทำหน้าที่ต่างกันอย่างชัดเจน
- แผ่นกันเสียง หรือฉนวนกันเสียง (Cylence Zoundblock): ใช้ฝังในโครงผนังเพื่อ “บล็อก” เสียงไม่ให้ทะลุผ่านเข้าหรือออกจากห้อง
- แผ่นซับเสียง (Cylence Zandera): ใช้ติดบนพื้นผิวผนังเพื่อ “ดูดซับ” เสียงก้องและเสียงสะท้อนภายในห้อง ทำให้การพูดคุยหรือฟังเพลงชัดเจนขึ้น

“ตู้เก็บเสียงสำเร็จรูป” (Acoustic Pod) คืออะไร และเหมาะกับใคร
ตู้เก็บเสียงสำเร็จรูป คือพื้นที่ส่วนตัวขนาดย่อมที่ออกแบบมาเพื่อกันเสียงรบกวนได้สูงสุดถึง 30 dB โดยไม่ต้องทุบหรือรีโนเวทห้องใหม่ ภายในมีระบบระบายอากาศ แสงสว่าง โต๊ะเก้าอี้ และปลั๊กไฟพร้อมใช้งาน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับออฟฟิศ หรือบ้านที่มีพื้นที่จำกัด ที่ต้องการห้องสำหรับประชุมออนไลน์ คุยโทรศัพท์ความลับ หรือไลฟ์สดโดยไม่รบกวนผู้อื่น
ความแตกต่างระหว่างค่า NRC และค่า STC
ค่า NRC (Noise Reduction Coefficient) คือ ค่าที่บ่งบอกถึงความสามารถในการ “ดูดซับเสียง” ของวัสดุ เพื่อใช้พิจารณาในการแก้ไขปัญหาเสียงก้องและเสียงสะท้อนภายในห้อง แม้ค่า NRC และค่า STC จะเป็นค่าที่ใช้จัดการกับปัญหาเรื่องเสียงทั้งคู่ แต่ทั้งสองค่านี้ใช้วัดประสิทธิภาพคนละด้านและใช้งานแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้
1. จุดประสงค์ในการจัดการเสียง
- NRC (การซับเสียง): วัดความสามารถในการ “ดูดซับเสียง” เพื่อลดความก้องและการสะท้อนของเสียงที่เกิดขึ้น “ภายในห้องเดียวกัน”
- STC (การกันเสียง): วัดความสามารถในการ “ป้องกันการส่งผ่านเสียง” เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เสียงทะลุผ่านจาก “พื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง” (เช่น กันเสียงจากนอกห้องไม่ให้เข้ามา หรือกันเสียงจากในห้องไม่ให้ออกไป)
2. ช่วงความถี่ที่ใช้ในการวัดผล
- NRC: ใช้ค่าเฉลี่ยความถี่เสียงในระดับ 250 - 2,000 Hz
- STC: ประเมินจากการลดทอนเสียงในช่วงความถี่ 125 - 4,000 Hz ซึ่งเป็นช่วงความถี่ที่เกี่ยวข้องกับเสียงพูดและเสียงรบกวนทั่วไป
3. ประเภทของวัสดุและการนำไปใช้งาน
- NRC: ใช้เป็นเกณฑ์เลือกซื้อ “แผ่นซับเสียง/วัสดุอะคูสติก” (เช่น แผ่น Cylence Zandera) สำหรับนำมาติดตั้งบนพื้นผิวผนัง ฝ้าเพดาน หรือพื้นห้อง
- STC: ใช้เป็นเกณฑ์ในการออกแบบระบบผนังและเลือกซื้อ “ฉนวนกันเสียง” (เช่น แผ่น Cylence Zoundblock) สำหรับนำมาซ่อนไว้ในโครงผนังเบาเพื่อเพิ่มระดับการกันเสียงให้ผนัง
ค่า STC ส่งผลต่อการกันเสียงอย่างไร
- ยิ่งค่า STC สูง ยิ่งกันเสียงได้ดี: ค่านี้เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพในการบล็อกเสียงโดยตรง หากวัสดุหรือระบบผนังมีค่า STC สูง พลังงานเสียงที่ทะลุผ่านวัสดุไปได้ก็จะยิ่งเบาลง เป็นมาตรฐานในการเลือกวัสดุกั้นห้อง: โดยทั่วไปแล้ว การกั้นห้องภายในบ้านควรมีค่าการกันเสียงอยู่ที่ประมาณ STC 38-40 เช่น ผนังก่ออิฐมอญครึ่งแผ่นฉาบปูนสองด้าน จะมีค่า STC อยู่ที่ประมาณ 38 หรือผนังเบาสมาร์ทบอร์ดหนา 8 มม. บนโครงคร่าวสำเร็จรูป จะมีค่า STC ประมาณ 39
- การกำหนดความเหมาะสมของแต่ละห้อง: การกันเสียงที่ดีไม่จำเป็นต้องเงียบสนิทจนอึดอัด แต่ควรเลือกออกแบบผนังให้มีค่า STC เหมาะสมกับฟังก์ชันการใช้งานของห้องนั้นๆ เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือห้องทำงาน เพื่อให้มีระดับความดังของเสียงที่เหมาะสมกับการอยู่อาศัย
วิธีเพิ่มค่า STC เพื่อป้องกันเสียงรบกวน
หากผนังเดิมกันเสียงได้ไม่ดี เราสามารถเพิ่มค่า STC ให้ผนังได้ด้วยการ ทำผนังเพิ่มอีกชั้น เช่น การก่ออิฐซ้อนไปอีกชั้น หรือวิธีที่ได้รับความนิยมคือ การทำผนังโครงเบาทับผนังเดิม แล้วใส่ “ฉนวนกันเสียง” (เช่น วัสดุใยแก้วหรือใยหิน) ซ่อนไว้ตรงกลางระหว่างโครงคร่าว การบุฉนวนกันเสียงเข้าไปในระบบผนังจะช่วยอัปเกรดค่า STC ให้สูงขึ้น และป้องกันเสียงรบกวนทะลุผ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การติดตั้ง “ผนังกันเสียง/ห้องเก็บเสียง” อย่างถูกวิธี มีโครงสร้างและระดับการกันเสียงอย่างไรบ้าง
การทำผนังกันเสียงที่มีประสิทธิภาพ จะใช้วิธีสร้าง “ผนังเบา” ซ้อนทับผนังเดิม โดยการขึ้นโครงคร่าว (กัลวาไนซ์) แล้วใส่ฉนวนกันเสียง (Zoundblock) ไว้ตรงกลาง ก่อนปิดทับด้วยแผ่นยิปซัมหรือสมาร์ทบอร์ด ซึ่งระบบนี้จะช่วยเพิ่มค่า STC (Sound Transmission Class) หรือค่าการกันเสียงให้สูงขึ้น โดยบริการติดตั้งแผ่นกันเสียงจะมีแพ็กเกจให้เลือกตามความต้องการ (ขั้นต่ำ 15 ตร.ม.) ได้แก่:
- Standard Package (หนา 7.7 ซม.): ปิดทับด้วยยิปซัม 1 ชั้น เหมาะสำหรับกันเสียงพูดคุยทั่วไปหรือเสียงทีวี
- Premium Package (หนา 8.9 ซม.): ปิดทับด้วยยิปซัม 2 ชั้น เหมาะสำหรับกันเสียงพูดคุยดังๆ หรือตะโกนเบาลง
- Pro Package (หนา 8.5 ซม.): ปิดทับด้วยสมาร์ทบอร์ดและยิปซัมอย่างละชั้น เหมาะสำหรับกันเสียงย่านความถี่ต่ำ เช่น เสียงเบส ห้องโฮมเธียเตอร์ หรือห้องซ้อมดนตรี
หากต้องการติดแผ่นซับเสียง (เพื่อลดเสียงก้อง) ต้องคำนวณปริมาณการติดตั้งอย่างไรถึงจะพอดี
การติดตั้งวัสดุดูดซับเสียง Cylence Zandera ไม่จำเป็นต้องติดเต็มผนัง 100% แต่ขึ้นอยู่กับประเภทของห้องและความสูงของฝ้าเพดาน หลักการคำนวณพื้นที่ติดตั้งคร่าวๆ เมื่อเทียบกับพื้นที่ผนังเดิมคือ:
- ห้องประชุม: ควรติดประมาณ 30%
- ห้องฟังเพลง/ห้องคาราโอเกะ: ควรติดประมาณ 50%
- ห้องซ้อมดนตรี: ควรติดประมาณ 60%
- ห้องโฮมเธียเตอร์: ควรติดประมาณ 70%
ตัวอย่างการคำนวณ: หากห้องโฮมเธียเตอร์กว้าง 4x8 เมตร (32 ตร.ม.) และฝ้าสูง 3 เมตร ตามตารางมาตรฐานจะต้องใช้วัสดุซับเสียงประมาณ 83% ของพื้นที่พื้นห้อง ซึ่งเท่ากับต้องใช้แผ่นซับเสียงประมาณ 27 ตารางเมตร เป็นต้น
วัสดุที่นำมาทำแผ่นกันเสียง-ซับเสียงเหล่านี้ หากเกิดไฟไหม้จะลามไฟหรือก่อให้เกิดควันพิษหรือไม่
ฉนวนกันเสียงและซับเสียงที่ได้มาตรฐาน (วัสดุใยแก้ว หรือ Glasswool) มีความปลอดภัยสูงมาก แม้ตัววัสดุอาจจะ “ติดไฟได้” แต่มีคุณสมบัติ “ไม่ลามไฟ” (เมื่อโดนเปลวไฟจะเว้าแหว่งแต่ไฟจะดับลงและไม่ลุกลามต่อ) นอกจากนี้ ใยแก้วยังไม่เป็นสารก่อมะเร็ง จึงปลอดภัยต่อสุขภาพและเหมาะกับการนำมาใช้ภายในที่พักอาศัยและอาคารสำนักงาน
สั่งซื้อบริการติดตั้งผนังกันเสียง ห้องเก็บเสียง กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ
SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ
วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว
- กดเลือกบริการที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM
- ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการนัดหมายบริการ
- ติดตามสถานะการสำรวจและติดตั้ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือจองบริการได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome