การซื้อเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) มาใช้งานที่บ้าน สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ตัวเครื่องคือ “งานติดตั้งระบบไฟฟ้า” เพราะการชาร์จรถ EV คือการดึงกระแสไฟฟ้าปริมาณมากต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง หากติดตั้งไม่ถูกวิธีอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบไฟในบ้านและตัวรถได้ ดังนั้นการเลือกซื้อ EV Charger แบบติดตั้งกับผนัง (EV Wallbox) พร้อมบริการติดตั้ง จากช่างผู้เชี่ยวชาญ จึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและมั่นใจได้ว่าระบบชาร์จไฟจะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุดตลอดอายุการใช้งาน
ทำไมควรเลือกซื้อ เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV Charger พร้อมติดตั้ง?
การตรวจสอบหน้างานโดยวิศวกร: ก่อนการติดตั้ง ทีมช่างจะเข้าตรวจสอบมิเตอร์ไฟและแผงวงจรหลัก (MDB) ว่ารองรับการใช้งานหรือไม่ เพื่อป้องกันปัญหาไฟตกหรือไฟกระชาก
อุปกรณ์ป้องกันมาตรฐานสากล: งานติดตั้งมืออาชีพจะรวมชุดเบรกเกอร์เฉพาะทาง, อุปกรณ์ป้องกันไฟรั่ว (RCD Type B) และการลงสายดินที่แยกส่วนเฉพาะสำหรับ เครื่องชาร์จ EV โดยเฉพาะ
การรับประกันงานติดตั้ง: นอกเหนือจากการรับประกันตัวเครื่อง เจ้าของบ้านจะได้รับความคุ้มครองในส่วนของงานเดินระบบไฟฟ้า หากเกิดปัญหาจากการใช้งาน ทีมช่างจะเข้าดูแลให้ทันที
ความสวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย: การเดินท่อร้อยสายไฟที่ได้มาตรฐานยัง ช่วยให้สายไฟอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ลดปัญหาการเสื่อมสภาพจากปัจจับต่างๆ เช่น หนูกัดแทะสายไฟ ปัจจัยทางสภาพอากาศกรณีติดตั้งภายนอกอาคาร
จุดติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV Charger ที่เหมาะสม ควรติดตรงไหน?
ใกล้ตำแหน่งพอร์ตชาร์จของรถ: ควรสำรวจว่ารถของคุณมีจุดเสียบชาร์จอยู่ด้านหน้า ด้านหลัง หรือด้านข้าง เพื่อให้สายชาร์จยาวเพียงพอและใช้งานได้สะดวก
พื้นที่ร่มหรือมีหลังคาคลุม: แม้ตัวเครื่องจะได้รับมาตรฐาน IP54/IP65 (กันน้ำกันฝุ่น) แต่การติดตั้งในที่ร่มจะช่วยลดความร้อนสะสมขณะชาร์จและถนอมหน้าจอแสดงผล
ความสูงที่พอเหมาะ: ควรติดตั้งเครื่องให้สูงจากพื้นประมาณ 1.2 - 1.5 เมตร เพื่อให้เสียบหัวชาร์จได้ถนัดและป้องกันความชื้นจากพื้นดิน
จุดที่สัญญาณ Wi-Fi เข้าถึง: สำหรับเครื่องชาร์จรุ่น Smart ที่สั่งงานผ่าน App ควรติดตั้งในจุดที่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตเพื่อให้ใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ ได้ครบถ้วน
มีสายชาร์จแถมมาแล้ว ทำไมยังต้องติดเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV Charger แบบ Wallbox อีก?
1) สายชาร์จพกพาที่แถมมาถูกออกแบบมาเพื่อ “ใช้ในกรณีฉุกเฉิน” เท่านั้น
การฝืนใช้สายชาร์จพกพาเป็นประจำทุกวันมีความเสี่ยงสูงดังนี้:
ปลั๊กไฟบ้านละลายและไฟไหม้: ปลั๊กไฟตามบ้านทั่วไปไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รับกระแสไฟฟ้าปริมาณมากติดต่อกันนาน 10-20 ชั่วโมง เมื่อเกิดความร้อนสะสมสูงจะทำให้พลาสติกที่เต้ารับละลาย และอาจเกิดการลัดวงจรจนเป็นสาเหตุของไฟไหม้บ้านได้
ระบบไฟฟ้าในบ้านทำงานหนักเกินไป: การชาร์จรถ EV ดึงไฟเทียบเท่ากับการเปิดแอร์ 2-3 เครื่องพร้อมกัน หากเสียบชาร์จในวงจรไฟฟ้ารวมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น อาจทำให้เบรกเกอร์ตัดบ่อย หรือสายไฟในผนังเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติจากการโหลดไฟเกิน (Overload)
เสี่ยงไฟดูดจากระบบสายดินที่ไม่สมบูรณ์: หากปลั๊กไฟที่บ้านไม่มีระบบสายดิน (Ground) ที่ได้มาตรฐาน หรือสายดินขาดการเชื่อมต่อ การใช้สายชาร์จแบบพกพาจะมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดไฟรั่วมาที่ตัวรถขณะชาร์จ
ความเสียหายต่อแบตเตอรี่รถยนต์: ในกรณีที่แรงดันไฟฟ้าในบ้านไม่นิ่ง (ไฟตก/ไฟเกิน) สายชาร์จพกพาส่วนใหญ่ไม่มีระบบกรองกระแสไฟที่ละเอียดพอ อาจส่งผลกระทบต่อระบบ On-Board Charger ภายในตัวรถ ทำให้เสียค่าซ่อมบำรุงมหาศาลในระยะยาว
2) นอกจากเรื่องความปลอดภัยแล้ว การติดเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV Charger แบบ Wallbox มีข้อดีอื่นๆ
ชาร์จเร็วกว่า 3 เท่า: Wallbox จ่ายไฟได้ 7.4kW ขึ้นไป ชาร์จเต็มได้ใน 8-10 ชม. (ข้ามคืน) ขณะที่สายแถมอาจใช้เวลาถึง 20-30 ชม.
ฟังก์ชันอัจฉริยะ: รองรับการตั้งเวลาชาร์จช่วงค่าไฟถูก (TOU) และควบคุมผ่านมือถือได้ ซึ่งสายแถมทั่วไปทำไม่ได้
ทนทานกว่า: เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV Charger ออกแบบมาเพื่อชาร์จต่อเนื่องทุกวัน มีระบบระบายความร้อนที่ดีกว่าและอายุการใช้งานยาวนานกว่า
ถ้าซื้อเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV Charger แล้วหาช่างมาติดตั้งเองได้ไหม?
สามารถทำได้ แต่มีข้อควรระวังสำคัญคือต้องใช้ช่างไฟฟ้าที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะเท่านั้น เนื่องจากงาน ติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า มีมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงกว่าการเดินไฟทั่วไป ทั้งเรื่องการเลือกขนาดสายไฟที่รองรับการโหลดไฟต่อเนื่องนานนับ 10 ชั่วโมง, การติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟรั่ว (RCD Type B) และระบบสายดินที่ถูกต้องตามมาตรฐานการไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม การเลือกซื้อเครื่องชาร์จพร้อมบริการช่างติดตั้งที่มีความชำนาญ เป็นอีกทางเลือกที่คุ้มค่าและจบในที่เดียว ซึ่งโดยทั่วไปจะมีการสำรวจหน้างาน มีอุปกรณ์ติดตั้งมาตรฐานครบชุด และที่สำคัญคือการรับประกันงานติดตั้ง ที่ช่วยให้เจ้าชองบ้านวางใจได้ในระยะยาวหากเกิดปัญหาจากการใช้งาน
ค่าติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ราคาประมาณเท่าไหร่?
ราคาติดตั้ง EV Charger สำหรับบ้านพักอาศัย โดยประมาณคร่าวๆ อาจจะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลักๆ ดังนี้
ค่าแรงติดตั้งอย่างเดียว: เริ่มต้นประมาณ 3,000 – 7,000 บาท (ไม่รวมวัสดุอุปกรณ์ เช่น สายไฟ, ท่อร้อยสาย และเบรกเกอร์)
ค่าติดตั้งแบบเหมาแพ็กเกจ (รวมอุปกรณ์): เริ่มต้นที่ 9,000 – 15,000 บาท สำหรับระยะเดินสายมาตรฐานไม่เกิน 15 เมตร
ทั้งนี้ ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามปัจจัยหน้างาน เช่น ระยะทางจากตู้ไฟหลักถึงจุดติดตั้ง, การต้องขุดดินฝังท่อ หรือการอัปเกรดมิเตอร์ไฟฟ้าและแผงวงจรหลัก (MDB) เพื่อให้รองรับกำลังไฟของเครื่องชาร์จรุ่นนั้นๆ
ถามตอบ EV Charger เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (พร้อมติดตั้ง) SIEMENS รุ่น Versicharge
คลิกดู VDO
VIDEO
>
วิธีสั่งซื้อเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมบริการช่างติดตั้ง EV Charger ง่ายเพียง 3 ขั้นตอน
กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM
ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ
ติดตามสถานะการจัดส่ง หรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome
ซื้อเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าพร้อมบริการช่างติดตั้ง EV Charger ที่ SCGHOME.COM
เลือกซื้อเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าพร้อมบริการช่างติดตั้ง EV Charger รุ่นต่างๆ สินค้าคุณภาพดีจากแบรนด์ดัง ได้มาตรฐาน ที่ SCGHOME.COM มีให้เลือกหลากหลาย พร้อมโปรโมชันส่วนลดตลอดปี จัดส่งทั่วไทย มั่นใจของแท้ คุณภาพดี ช้อปออนไลน์ 24 ชั่วโมง ปลอดภัยแน่นอน
ขอใบเสนอราคา เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า