แอร์ติดผนัง หรือ เครื่องปรับอากาศติดผนัง (Wall Type Air Conditioner) คือตัวเลือกอันดับ 1 สำหรับบ้าน คอนโด และออฟฟิศในประเทศไทย ด้วยความกะทัดรัด ติดตั้งง่าย และมีให้เลือกทั้งระบบ อินเวอร์เตอร์ (Inverter) และ ธรรมดา (Fixed Speed) ในทุกขนาด ตั้งแต่ 9,000 BTU จนถึง 36,000 BTU SCG HOME รวบรวมแอร์ติดผนังจากแบรนด์ชั้นนำอย่าง Carrier, Mitsubishi Heavy Duty, Hisense, Sinclair พร้อมโปรโมชันราคาพิเศษ ส่วนลดสูงสุด 52% และบริการติดตั้งโดยช่างมืออาชีพ ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วไทย
| ยี่ห้อ | จุดเด่น | ช่วงราคา (บาท) |
|---|---|---|
| Carrier | Copper Series ทนทาน, COPPER 10/11 Inverter ประหยัดไฟ | 10,150 – 44,200 |
| Mitsubishi Heavy Duty | เงียบ เย็นนิ่ง Inverter ระดับ Premium | 13,340 – 38,000 |
| Hisense | GoldenFin ป้องกันสนิม ราคาคุ้มค่า | 9,200 – 16,700 |
| Sinclair | Gold Plus Inverter ราคาประหยัด | 8,200 – 16,300 |
| Xiaomi-Mijia | Smart Inverter เชื่อมต่อ App ประหยัดไฟเบอร์ 5 ระดับ 3 ดาว | 14,250 |
ขนาด BTU ที่เหมาะสมคือหัวใจของการเลือกแอร์ การเลือก BTU น้อยเกินไปทำให้แอร์ทำงานหนักและค่าไฟพุ่ง ส่วนการเลือก BTU มากเกินทำให้คอมเพรสเซอร์ตัดบ่อยและสิ้นเปลือง
ตารางเปรียบเทียบขนาด BTU จากพื้นที่ห้อง
| ขนาดห้อง (ตร.ม.) | BTU ที่แนะนำ | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|
| ไม่เกิน 12 ตร.ม. | 9,000–9,500 BTU | ห้องนอนเล็ก คอนโด |
| 12–18 ตร.ม. | 12,000–13,000 BTU | ห้องนอนใหญ่ ห้องนั่งเล่น |
| 18–24 ตร.ม. | 18,000 BTU | ห้องนั่งเล่น ห้องประชุม |
| 24–30 ตร.ม. | 24,000 BTU | ห้องโถง สตูดิโอ |
| มากกว่า 30 ตร.ม. | 30,000–36,000 BTU | พื้นที่เปิดโล่ง ร้านค้า |
แอร์ติดผนังระบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter)
แอร์ติดผนังระบบธรรมดา (Fixed Speed)
ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 จาก กฟผ. คือมาตรฐานสูงสุดด้านการประหยัดพลังงานในไทย แอร์ที่ได้รับฉลากเบอร์ 5 สามารถช่วยประหยัดค่าไฟได้หลายพันบาทต่อปี ทุกรุ่นในร้าน SCG HOME ได้รับการคัดเลือกให้มีฉลากประหยัดไฟในระดับสูง
การติดตั้งแอร์ผิดตำแหน่งทำให้ประสิทธิภาพลดลงและสิ้นเปลืองไฟโดยไม่จำเป็น ควรยึดหลักดังนี้
ตำแหน่งที่แนะนำ:
ตำแหน่งที่ควรหลีกเลี่ยง:
| ประเภท | ข้อดี | ข้อเสีย | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| แอร์ติดผนัง (Wall Type) ยอดนิยม | ติดตั้งง่าย ราคาไม่แพง ดูแลง่าย | ลมออกทางเดียว | ห้องนอน คอนโด |
| แอร์ฝังฝ้า (Cassette Type) | กระจายลม 4 ทิศ เหมาะห้องใหญ่ | ต้นทุนสูง ต้องมีฝ้าเพดาน | ห้องประชุม โถง |
| แอร์ตู้ตั้งพื้น (Floor Standing) | ความจุสูง ไม่ต้องเจาะผนัง | กินพื้นที่มาก | ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า |
SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้บริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ
วิธีคิดขนาด BTU แอร์ให้เหมาะสมกับขนาดของห้อง รวมถึงการติดตั้งที่สัมพันธ์กับรูปทรงของห้อง และวิธีการดูฉลากไฟเบอร์ 5 การเลือกแอร์/เครื่องปรับอากาศ\ให้เหมาะกับบ้าน ไม่ได้ดูแค่ดีไซน์หรือราคาเท่านั้น แต่ “ค่า BTU” คือหัวใจสำคัญที่ส่งผลทั้งความเย็น ประสิทธิภาพ และค่าไฟในระยะยาว หากเลือกไม่เหมาะ อาจทำให้สิ้นเปลืองพลังงานโดยไม่จำเป็น วิธีการคำนวณ BTU แอร์ให้เหมาะกับขนาดห้อง BTU (British Thermal Unit) คือหน่วยวัดความสามารถในการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ ซึ่งในการเลือกซื้อแอร์ต้องพิจารณาขนาด BTU แอร์ให้เหมาะสมกับขนาดห้อง หากขนาด BTU แอร์ต่ำเกินไปจะส่งผลให้แอร์ทำงานหนักและห้องไม่เย็น แต่หากขนาด BTU แอร์สูงเกินไปจะส่งผลให้ตัดการทำงานบ่อยและเปลืองไฟ สูตรการคำนวณขนาดแอร์เบื้องต้น คือ BTU = พื้นที่ห้อง (ตร.ม.) × ค่าคงที่ โดยค่าคงที่จะขึ้นอยู่กับลักษณะห้อง เช่น ห้องนอน ห้องใช้งานปกติ มีค่าคงที่ 700–900 BTU/ตร.ม. ห้องที่ผนังปะทะแสงแดดทั้งวันมากกว่า 2 ด้าน ห้องที่มีการคายความร้อนสูง อย่างห้องครัว ห้องทำงาน ห้องออกกำลังกาย มีค่าคงที่ 900–1,200 BTU/ตร.ม. ตัวอย่างการคำนวณ BTU แอร์ ห้องนอนขนาด 4 × 5 เมตร = 20 ตร.ม., ค่าคงที่ 800 BTU/ตร.ม. จะได้ 20 × 800 = 16000 ดังนั้น ห้องนอน 20 ตร.ม. ควรเลือกแอร์ขนาดประมาณ 16000 BTU นั่นเอง ตารางเปรียบเทียบขนาดห้องกับ BTU แอร์ ตารางเปรียบเทียบขนาดห้องกับ BTU แอร์ คำนวณจากสูตร: BTU = พื้นที่ห้อง (ตร.ม.) × ค่าคงที่ ประเภทห้อง ขนาดห้อง (ตร.ม.) ค่าคงที่ (BTU/ตร.ม.) BTU ที่แนะนำ ระดับความร้อน ห้องนอนขนาดเล็ก / ห้องทั่วไป 10 – 12 ตร.ม. 700 – 900 9,000 – 10,800 BTU ปกติ ห้องนอนขนาดกลาง 15 – 20 ตร.ม. 700 – 900 12,000 – 18,000 BTU ปกติ ห้องนอนขนาดใหญ่ 25 – 30 ตร.ม. 700 – 900 18,000 – 27,000 BTU ปกติ ห้องครัว / ห้องทำงาน 10 – 15 ตร.ม. 900 – 1,200 9,000 – 18,000 BTU ร้อนสูง ห้องออกกำลังกาย / ห้องรับแดดมากกว่า 2 ด้าน 15 – 20 ตร.ม. 900 – 1,200 13,500 – 24,000 BTU ร้อนสูง ห้องนั่งเล่น / ห้องโถงขนาดกลาง 25 – 35 ตร.ม. 900 – 1,200 22,500 – 42,000 BTU ร้อนสูง หมายเหตุ: ค่า BTU ที่คำนวณได้เป็นค่าเบื้องต้น ปัจจัยอื่นที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม ได้แก่ ทิศทางแดด, จำนวนคนในห้อง, จำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้า และความสูงฝ้าเพดาน สนใจ แอร์/เครื่องปรับอากาศ คลิก\ สามารถคำนวณขนาด BTU\ เครื่องปรับอากาศได้ด้วยตัวเอง อย่าลืมว่านอกจากขนาดห้องโล่งๆ แล้ว ยังมีปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณาขนาดแอร์ที่เหมาะสมร่วมด้วย ได้แก่ ทิศทางแดด (ห้องทิศตะวันตกจะร้อนกว่า) จำนวนคนใช้งานในห้อง จำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้า ความสูงฝ้าเพดาน เพราะมีผลต่ออุณหภูมิภายในห้อง ติดตั้งแอร์ให้สัมพันธ์กับรูปทรงห้อง การเลือกขนาด BTU ให้เหมาะสมอย่างเดียวไม่พอ “ตำแหน่งติดตั้งแอร์” ก็มีผลต่อการกระจายความเย็นอย่างมาก หลักการติดตั้งที่ควรรู้ คือ ควรติดตั้งแอร์ในตำแหน่งที่ทำให้ลมเย็นกระจายตัวได้ดี และไม่ติดแอร์ในมุมอับหรือมีเฟอร์นิเจอร์สูงขวางทิศทางลม ที่สำคัญไม่ควรติดตั้งแอร์บนผนังที่รับแสงแดดจัดทั้งวันหรือติดใกล้หน้าต่างที่แสงแดดส่องถึงหรือใกล้เตาทำอาหาร เพราะจะทำให้แอร์ทำงานหนักตลอดและไม่สามารถทำความเย็นได้ตามที่ต้องการ รูปทรงของห้องมีผลต่อการทำความเย็นของแอร์ด้วยเช่นกัน ห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ให้ติดแอร์ที่ผนังด้านแคบ หันแอร์ไปตามทางยาวของห้อง เพื่อกระจายลมได้ทั่วถึง การติดแอร์ห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ผนังด้านแคบ ภาพ: การติดแอร์ห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ผนังด้านแคบ ห้องแคบยาว ลักษณะการติดตั้งแอร์เหมือนกันกับห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่อาจต้องเพิ่มขนาด BTU แอร์มากกว่าปกติหรือใช้พัดลมช่วย ห้องทรงตัวแอล (L) ด้วยลักษณะห้องที่มีมุมหัก ทำให้ลมเย็นจากแอร์ตัวเดียวกระจายได้ไม่ทั่วถึง ควรติดตั้งแอร์ 2 เครื่อง โดยวางตำแหน่งที่ผนังด้านหัวและท้ายห้อง ให้ลมเป่าหันเข้าหากันบริเวณมุมฉาก เพื่อช่วยกระจายความเย็นให้ครอบคลุมทั้งพื้นที่เช่น ห้องที่ต้องใช้แอร์ขนาด 24,000 BTU ให้ใช้แอร์ขนาด 12,000 BTU 2 เครื่อง ห้องโถงใหญ่มีเพดานสูง ควรใช้ขนาด BTU แอร์มากกว่าปกติหรือเลือกใช้แอร์แบบแขวน แอร์ท่อลม แอร์ฝังฝ้า แอร์ 4 ทิศทาง หากใช้แอร์ติดผนังต้องติดต่ำลงมาใกล้พื้นที่ใช้งาน หรือใช้แอร์ตั้งพื้นจะช่วยทำความเย็นในบริเวณที่ใช้งานจริงๆ ห้องโถงใหญ่เพดานสูงที่ติดแอร์แบบฝังฝ้า ภาพ: ห้องโถงใหญ่เพดานสูงที่ติดแอร์แบบฝังฝ้า วิธีดูฉลากไฟเบอร์ 5 ให้คุ้มค่าไฟ ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นมาตรฐานจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่ช่วยให้ผู้บริโภคเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานได้ง่ายขึ้น แอร์รุ่นใดที่มีฉลากเบอร์ 5 ติดอยู่ แปลว่าแอร์รุ่นนั้นประหยัดไฟ นอกจากนี้ที่ฉลากประหยัดไฟยังมีดาว 1 - 5 ดวง ดาวยิ่งเยอะจะยิ่งประหยัดไฟมากขึ้น และสำหรับแอร์ระบบอินเวอร์เตอร์จะมีอีกค่าที่ต้องดูคือค่า SEER หรือค่าประสิทธิภาพพลังงานตามฤดูกาล โดยค่า SEER ยิ่งสูงประสิทธิภาพการประหยัดไฟยิ่งดี ฉลากไฟเบอร์ 5 ภาพ: สิ่งที่บ่งบอกในฉลากไฟเบอร์ 5 สนใจ แอร์/เครื่องปรับอากาศ คลิก\ สรุปแล้ว การเลือกแอร์ให้เหมาะกับบ้าน ไม่ใช่แค่เลือกขนาดหรือราคา เพราะการเลือกแอร์อย่างถูกต้อง จะต้องคำนวณ BTU แอร์ให้เหมาะกับพื้นที่ พร้อมคำนึงถึงรูปทรงห้องและตำแหน่งติดตั้ง รวมถึงเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เพื่อให้ได้ทั้ง “ความเย็นสบาย” และ “ความคุ้มค่าในระยะยาว” ทั้งนี้การใช้แอร์หรือเครื่องปรับอากาศ เป็นการแก้ปัญหาบ้านร้อนที่ปลายเหตุรวมถึงต้องรับมือเรื่องค่าไฟ แต่ถ้าเราทำบ้านให้เย็นขึ้นได้ภาระค่าไฟจะลดลง หากเจ้าของบ้านต้องการลงลึกในภาพรวมเรื่อง "บ้านร้อน" ทั้งสาเหตุและแนวทางแก้ไข สามารถตามอ่านได้ที่: รวมสาเหตุบ้านร้อน วิธีทำบ้านเย็น+แก้ปัญหาบ้านร้อน ประหยัดไฟ \ อ่านเพิ่มเติม: มิเตอร์ไฟที่บ้าน ติดแอร์ได้กี่ตัว: วิธีคำนวณเบื้องต้น\ อ่านเพิ่มเติม: เปิดแอร์หน้าหนาว มีข้อดีและข้อเสียอย่างไร?\ อ่านเพิ่มเติม: เช็กด่วน!! ติดตั้งแอร์ผิดตำแหน่ง เสี่ยงค่าไฟพุ่ง แถมกระทบสุขภาพ\ อ่านเพิ่มเติม: ถามตอบเรื่องเครื่องปรับอากาศ ฉบับแอร์บ้าน\ เลือกซื้อแอร์/เครื่องปรับอากาศ กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้บริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
วิธีคิดขนาด BTU แอร์ให้เหมาะสมกับขนาดของห้อง รวมถึงการติดตั้งที่สัมพันธ์กับรูปทรงของห้อง และวิธีการดูฉลากไฟเบอร์ 5 การเลือกแอร์/เครื่องปรับอากาศ\ให้เหมาะกับบ้าน ไม่ได้ดูแค่ดีไซน์หรือราคาเท่านั้น แต่ “ค่า BTU” คือหัวใจสำคัญที่ส่งผลทั้งความเย็น ประสิทธิภาพ และค่าไฟในระยะยาว หากเลือกไม่เหมาะ อาจทำให้สิ้นเปลืองพลังงานโดยไม่จำเป็น วิธีการคำนวณ BTU แอร์ให้เหมาะกับขนาดห้อง BTU (British Thermal Unit) คือหน่วยวัดความสามารถในการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ ซึ่งในการเลือกซื้อแอร์ต้องพิจารณาขนาด BTU แอร์ให้เหมาะสมกับขนาดห้อง หากขนาด BTU แอร์ต่ำเกินไปจะส่งผลให้แอร์ทำงานหนักและห้องไม่เย็น แต่หากขนาด BTU แอร์สูงเกินไปจะส่งผลให้ตัดการทำงานบ่อยและเปลืองไฟ สูตรการคำนวณขนาดแอร์เบื้องต้น คือ BTU = พื้นที่ห้อง (ตร.ม.) × ค่าคงที่ โดยค่าคงที่จะขึ้นอยู่กับลักษณะห้อง เช่น ห้องนอน ห้องใช้งานปกติ มีค่าคงที่ 700–900 BTU/ตร.ม. ห้องที่ผนังปะทะแสงแดดทั้งวันมากกว่า 2 ด้าน ห้องที่มีการคายความร้อนสูง อย่างห้องครัว ห้องทำงาน ห้องออกกำลังกาย มีค่าคงที่ 900–1,200 BTU/ตร.ม. ตัวอย่างการคำนวณ BTU แอร์ ห้องนอนขนาด 4 × 5 เมตร = 20 ตร.ม., ค่าคงที่ 800 BTU/ตร.ม. จะได้ 20 × 800 = 16000 ดังนั้น ห้องนอน 20 ตร.ม. ควรเลือกแอร์ขนาดประมาณ 16000 BTU นั่นเอง ตารางเปรียบเทียบขนาดห้องกับ BTU แอร์ ตารางเปรียบเทียบขนาดห้องกับ BTU แอร์ คำนวณจากสูตร: BTU = พื้นที่ห้อง (ตร.ม.) × ค่าคงที่ ประเภทห้อง ขนาดห้อง (ตร.ม.) ค่าคงที่ (BTU/ตร.ม.) BTU ที่แนะนำ ระดับความร้อน ห้องนอนขนาดเล็ก / ห้องทั่วไป 10 – 12 ตร.ม. 700 – 900 9,000 – 10,800 BTU ปกติ ห้องนอนขนาดกลาง 15 – 20 ตร.ม. 700 – 900 12,000 – 18,000 BTU ปกติ ห้องนอนขนาดใหญ่ 25 – 30 ตร.ม. 700 – 900 18,000 – 27,000 BTU ปกติ ห้องครัว / ห้องทำงาน 10 – 15 ตร.ม. 900 – 1,200 9,000 – 18,000 BTU ร้อนสูง ห้องออกกำลังกาย / ห้องรับแดดมากกว่า 2 ด้าน 15 – 20 ตร.ม. 900 – 1,200 13,500 – 24,000 BTU ร้อนสูง ห้องนั่งเล่น / ห้องโถงขนาดกลาง 25 – 35 ตร.ม. 900 – 1,200 22,500 – 42,000 BTU ร้อนสูง หมายเหตุ: ค่า BTU ที่คำนวณได้เป็นค่าเบื้องต้น ปัจจัยอื่นที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม ได้แก่ ทิศทางแดด, จำนวนคนในห้อง, จำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้า และความสูงฝ้าเพดาน สนใจ แอร์/เครื่องปรับอากาศ คลิก\ สามารถคำนวณขนาด BTU\ เครื่องปรับอากาศได้ด้วยตัวเอง อย่าลืมว่านอกจากขนาดห้องโล่งๆ แล้ว ยังมีปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณาขนาดแอร์ที่เหมาะสมร่วมด้วย ได้แก่ ทิศทางแดด (ห้องทิศตะวันตกจะร้อนกว่า) จำนวนคนใช้งานในห้อง จำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้า ความสูงฝ้าเพดาน เพราะมีผลต่ออุณหภูมิภายในห้อง ติดตั้งแอร์ให้สัมพันธ์กับรูปทรงห้อง การเลือกขนาด BTU ให้เหมาะสมอย่างเดียวไม่พอ “ตำแหน่งติดตั้งแอร์” ก็มีผลต่อการกระจายความเย็นอย่างมาก หลักการติดตั้งที่ควรรู้ คือ ควรติดตั้งแอร์ในตำแหน่งที่ทำให้ลมเย็นกระจายตัวได้ดี และไม่ติดแอร์ในมุมอับหรือมีเฟอร์นิเจอร์สูงขวางทิศทางลม ที่สำคัญไม่ควรติดตั้งแอร์บนผนังที่รับแสงแดดจัดทั้งวันหรือติดใกล้หน้าต่างที่แสงแดดส่องถึงหรือใกล้เตาทำอาหาร เพราะจะทำให้แอร์ทำงานหนักตลอดและไม่สามารถทำความเย็นได้ตามที่ต้องการ รูปทรงของห้องมีผลต่อการทำความเย็นของแอร์ด้วยเช่นกัน ห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ให้ติดแอร์ที่ผนังด้านแคบ หันแอร์ไปตามทางยาวของห้อง เพื่อกระจายลมได้ทั่วถึง การติดแอร์ห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ผนังด้านแคบ ภาพ: การติดแอร์ห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ผนังด้านแคบ ห้องแคบยาว ลักษณะการติดตั้งแอร์เหมือนกันกับห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่อาจต้องเพิ่มขนาด BTU แอร์มากกว่าปกติหรือใช้พัดลมช่วย ห้องทรงตัวแอล (L) ด้วยลักษณะห้องที่มีมุมหัก ทำให้ลมเย็นจากแอร์ตัวเดียวกระจายได้ไม่ทั่วถึง ควรติดตั้งแอร์ 2 เครื่อง โดยวางตำแหน่งที่ผนังด้านหัวและท้ายห้อง ให้ลมเป่าหันเข้าหากันบริเวณมุมฉาก เพื่อช่วยกระจายความเย็นให้ครอบคลุมทั้งพื้นที่เช่น ห้องที่ต้องใช้แอร์ขนาด 24,000 BTU ให้ใช้แอร์ขนาด 12,000 BTU 2 เครื่อง ห้องโถงใหญ่มีเพดานสูง ควรใช้ขนาด BTU แอร์มากกว่าปกติหรือเลือกใช้แอร์แบบแขวน แอร์ท่อลม แอร์ฝังฝ้า แอร์ 4 ทิศทาง หากใช้แอร์ติดผนังต้องติดต่ำลงมาใกล้พื้นที่ใช้งาน หรือใช้แอร์ตั้งพื้นจะช่วยทำความเย็นในบริเวณที่ใช้งานจริงๆ ห้องโถงใหญ่เพดานสูงที่ติดแอร์แบบฝังฝ้า ภาพ: ห้องโถงใหญ่เพดานสูงที่ติดแอร์แบบฝังฝ้า วิธีดูฉลากไฟเบอร์ 5 ให้คุ้มค่าไฟ ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นมาตรฐานจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่ช่วยให้ผู้บริโภคเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานได้ง่ายขึ้น แอร์รุ่นใดที่มีฉลากเบอร์ 5 ติดอยู่ แปลว่าแอร์รุ่นนั้นประหยัดไฟ นอกจากนี้ที่ฉลากประหยัดไฟยังมีดาว 1 - 5 ดวง ดาวยิ่งเยอะจะยิ่งประหยัดไฟมากขึ้น และสำหรับแอร์ระบบอินเวอร์เตอร์จะมีอีกค่าที่ต้องดูคือค่า SEER หรือค่าประสิทธิภาพพลังงานตามฤดูกาล โดยค่า SEER ยิ่งสูงประสิทธิภาพการประหยัดไฟยิ่งดี ฉลากไฟเบอร์ 5 ภาพ: สิ่งที่บ่งบอกในฉลากไฟเบอร์ 5 สนใจ แอร์/เครื่องปรับอากาศ คลิก\ สรุปแล้ว การเลือกแอร์ให้เหมาะกับบ้าน ไม่ใช่แค่เลือกขนาดหรือราคา เพราะการเลือกแอร์อย่างถูกต้อง จะต้องคำนวณ BTU แอร์ให้เหมาะกับพื้นที่ พร้อมคำนึงถึงรูปทรงห้องและตำแหน่งติดตั้ง รวมถึงเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เพื่อให้ได้ทั้ง “ความเย็นสบาย” และ “ความคุ้มค่าในระยะยาว” ทั้งนี้การใช้แอร์หรือเครื่องปรับอากาศ เป็นการแก้ปัญหาบ้านร้อนที่ปลายเหตุรวมถึงต้องรับมือเรื่องค่าไฟ แต่ถ้าเราทำบ้านให้เย็นขึ้นได้ภาระค่าไฟจะลดลง หากเจ้าของบ้านต้องการลงลึกในภาพรวมเรื่อง "บ้านร้อน" ทั้งสาเหตุและแนวทางแก้ไข สามารถตามอ่านได้ที่: รวมสาเหตุบ้านร้อน วิธีทำบ้านเย็น+แก้ปัญหาบ้านร้อน ประหยัดไฟ \ อ่านเพิ่มเติม: มิเตอร์ไฟที่บ้าน ติดแอร์ได้กี่ตัว: วิธีคำนวณเบื้องต้น\ อ่านเพิ่มเติม: เปิดแอร์หน้าหนาว มีข้อดีและข้อเสียอย่างไร?\ อ่านเพิ่มเติม: เช็กด่วน!! ติดตั้งแอร์ผิดตำแหน่ง เสี่ยงค่าไฟพุ่ง แถมกระทบสุขภาพ\ อ่านเพิ่มเติม: ถามตอบเรื่องเครื่องปรับอากาศ ฉบับแอร์บ้าน\ เลือกซื้อแอร์/เครื่องปรับอากาศ กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้บริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
วิธีคิดขนาด BTU แอร์ให้เหมาะสมกับขนาดของห้อง รวมถึงการติดตั้งที่สัมพันธ์กับรูปทรงของห้อง และวิธีการดูฉลากไฟเบอร์ 5 การเลือกแอร์/เครื่องปรับอากาศ\ให้เหมาะกับบ้าน ไม่ได้ดูแค่ดีไซน์หรือราคาเท่านั้น แต่ “ค่า BTU” คือหัวใจสำคัญที่ส่งผลทั้งความเย็น ประสิทธิภาพ และค่าไฟในระยะยาว หากเลือกไม่เหมาะ อาจทำให้สิ้นเปลืองพลังงานโดยไม่จำเป็น วิธีการคำนวณ BTU แอร์ให้เหมาะกับขนาดห้อง BTU (British Thermal Unit) คือหน่วยวัดความสามารถในการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ ซึ่งในการเลือกซื้อแอร์ต้องพิจารณาขนาด BTU แอร์ให้เหมาะสมกับขนาดห้อง หากขนาด BTU แอร์ต่ำเกินไปจะส่งผลให้แอร์ทำงานหนักและห้องไม่เย็น แต่หากขนาด BTU แอร์สูงเกินไปจะส่งผลให้ตัดการทำงานบ่อยและเปลืองไฟ สูตรการคำนวณขนาดแอร์เบื้องต้น คือ BTU = พื้นที่ห้อง (ตร.ม.) × ค่าคงที่ โดยค่าคงที่จะขึ้นอยู่กับลักษณะห้อง เช่น ห้องนอน ห้องใช้งานปกติ มีค่าคงที่ 700–900 BTU/ตร.ม. ห้องที่ผนังปะทะแสงแดดทั้งวันมากกว่า 2 ด้าน ห้องที่มีการคายความร้อนสูง อย่างห้องครัว ห้องทำงาน ห้องออกกำลังกาย มีค่าคงที่ 900–1,200 BTU/ตร.ม. ตัวอย่างการคำนวณ BTU แอร์ ห้องนอนขนาด 4 × 5 เมตร = 20 ตร.ม., ค่าคงที่ 800 BTU/ตร.ม. จะได้ 20 × 800 = 16000 ดังนั้น ห้องนอน 20 ตร.ม. ควรเลือกแอร์ขนาดประมาณ 16000 BTU นั่นเอง ตารางเปรียบเทียบขนาดห้องกับ BTU แอร์ ตารางเปรียบเทียบขนาดห้องกับ BTU แอร์ คำนวณจากสูตร: BTU = พื้นที่ห้อง (ตร.ม.) × ค่าคงที่ ประเภทห้อง ขนาดห้อง (ตร.ม.) ค่าคงที่ (BTU/ตร.ม.) BTU ที่แนะนำ ระดับความร้อน ห้องนอนขนาดเล็ก / ห้องทั่วไป 10 – 12 ตร.ม. 700 – 900 9,000 – 10,800 BTU ปกติ ห้องนอนขนาดกลาง 15 – 20 ตร.ม. 700 – 900 12,000 – 18,000 BTU ปกติ ห้องนอนขนาดใหญ่ 25 – 30 ตร.ม. 700 – 900 18,000 – 27,000 BTU ปกติ ห้องครัว / ห้องทำงาน 10 – 15 ตร.ม. 900 – 1,200 9,000 – 18,000 BTU ร้อนสูง ห้องออกกำลังกาย / ห้องรับแดดมากกว่า 2 ด้าน 15 – 20 ตร.ม. 900 – 1,200 13,500 – 24,000 BTU ร้อนสูง ห้องนั่งเล่น / ห้องโถงขนาดกลาง 25 – 35 ตร.ม. 900 – 1,200 22,500 – 42,000 BTU ร้อนสูง หมายเหตุ: ค่า BTU ที่คำนวณได้เป็นค่าเบื้องต้น ปัจจัยอื่นที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม ได้แก่ ทิศทางแดด, จำนวนคนในห้อง, จำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้า และความสูงฝ้าเพดาน สนใจ แอร์/เครื่องปรับอากาศ คลิก\ สามารถคำนวณขนาด BTU\ เครื่องปรับอากาศได้ด้วยตัวเอง อย่าลืมว่านอกจากขนาดห้องโล่งๆ แล้ว ยังมีปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณาขนาดแอร์ที่เหมาะสมร่วมด้วย ได้แก่ ทิศทางแดด (ห้องทิศตะวันตกจะร้อนกว่า) จำนวนคนใช้งานในห้อง จำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้า ความสูงฝ้าเพดาน เพราะมีผลต่ออุณหภูมิภายในห้อง ติดตั้งแอร์ให้สัมพันธ์กับรูปทรงห้อง การเลือกขนาด BTU ให้เหมาะสมอย่างเดียวไม่พอ “ตำแหน่งติดตั้งแอร์” ก็มีผลต่อการกระจายความเย็นอย่างมาก หลักการติดตั้งที่ควรรู้ คือ ควรติดตั้งแอร์ในตำแหน่งที่ทำให้ลมเย็นกระจายตัวได้ดี และไม่ติดแอร์ในมุมอับหรือมีเฟอร์นิเจอร์สูงขวางทิศทางลม ที่สำคัญไม่ควรติดตั้งแอร์บนผนังที่รับแสงแดดจัดทั้งวันหรือติดใกล้หน้าต่างที่แสงแดดส่องถึงหรือใกล้เตาทำอาหาร เพราะจะทำให้แอร์ทำงานหนักตลอดและไม่สามารถทำความเย็นได้ตามที่ต้องการ รูปทรงของห้องมีผลต่อการทำความเย็นของแอร์ด้วยเช่นกัน ห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ให้ติดแอร์ที่ผนังด้านแคบ หันแอร์ไปตามทางยาวของห้อง เพื่อกระจายลมได้ทั่วถึง การติดแอร์ห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ผนังด้านแคบ ภาพ: การติดแอร์ห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ผนังด้านแคบ ห้องแคบยาว ลักษณะการติดตั้งแอร์เหมือนกันกับห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่อาจต้องเพิ่มขนาด BTU แอร์มากกว่าปกติหรือใช้พัดลมช่วย ห้องทรงตัวแอล (L) ด้วยลักษณะห้องที่มีมุมหัก ทำให้ลมเย็นจากแอร์ตัวเดียวกระจายได้ไม่ทั่วถึง ควรติดตั้งแอร์ 2 เครื่อง โดยวางตำแหน่งที่ผนังด้านหัวและท้ายห้อง ให้ลมเป่าหันเข้าหากันบริเวณมุมฉาก เพื่อช่วยกระจายความเย็นให้ครอบคลุมทั้งพื้นที่เช่น ห้องที่ต้องใช้แอร์ขนาด 24,000 BTU ให้ใช้แอร์ขนาด 12,000 BTU 2 เครื่อง ห้องโถงใหญ่มีเพดานสูง ควรใช้ขนาด BTU แอร์มากกว่าปกติหรือเลือกใช้แอร์แบบแขวน แอร์ท่อลม แอร์ฝังฝ้า แอร์ 4 ทิศทาง หากใช้แอร์ติดผนังต้องติดต่ำลงมาใกล้พื้นที่ใช้งาน หรือใช้แอร์ตั้งพื้นจะช่วยทำความเย็นในบริเวณที่ใช้งานจริงๆ ห้องโถงใหญ่เพดานสูงที่ติดแอร์แบบฝังฝ้า ภาพ: ห้องโถงใหญ่เพดานสูงที่ติดแอร์แบบฝังฝ้า วิธีดูฉลากไฟเบอร์ 5 ให้คุ้มค่าไฟ ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นมาตรฐานจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่ช่วยให้ผู้บริโภคเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานได้ง่ายขึ้น แอร์รุ่นใดที่มีฉลากเบอร์ 5 ติดอยู่ แปลว่าแอร์รุ่นนั้นประหยัดไฟ นอกจากนี้ที่ฉลากประหยัดไฟยังมีดาว 1 - 5 ดวง ดาวยิ่งเยอะจะยิ่งประหยัดไฟมากขึ้น และสำหรับแอร์ระบบอินเวอร์เตอร์จะมีอีกค่าที่ต้องดูคือค่า SEER หรือค่าประสิทธิภาพพลังงานตามฤดูกาล โดยค่า SEER ยิ่งสูงประสิทธิภาพการประหยัดไฟยิ่งดี ฉลากไฟเบอร์ 5 ภาพ: สิ่งที่บ่งบอกในฉลากไฟเบอร์ 5 สนใจ แอร์/เครื่องปรับอากาศ คลิก\ สรุปแล้ว การเลือกแอร์ให้เหมาะกับบ้าน ไม่ใช่แค่เลือกขนาดหรือราคา เพราะการเลือกแอร์อย่างถูกต้อง จะต้องคำนวณ BTU แอร์ให้เหมาะกับพื้นที่ พร้อมคำนึงถึงรูปทรงห้องและตำแหน่งติดตั้ง รวมถึงเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เพื่อให้ได้ทั้ง “ความเย็นสบาย” และ “ความคุ้มค่าในระยะยาว” ทั้งนี้การใช้แอร์หรือเครื่องปรับอากาศ เป็นการแก้ปัญหาบ้านร้อนที่ปลายเหตุรวมถึงต้องรับมือเรื่องค่าไฟ แต่ถ้าเราทำบ้านให้เย็นขึ้นได้ภาระค่าไฟจะลดลง หากเจ้าของบ้านต้องการลงลึกในภาพรวมเรื่อง "บ้านร้อน" ทั้งสาเหตุและแนวทางแก้ไข สามารถตามอ่านได้ที่: รวมสาเหตุบ้านร้อน วิธีทำบ้านเย็น+แก้ปัญหาบ้านร้อน ประหยัดไฟ \ อ่านเพิ่มเติม: มิเตอร์ไฟที่บ้าน ติดแอร์ได้กี่ตัว: วิธีคำนวณเบื้องต้น\ อ่านเพิ่มเติม: เปิดแอร์หน้าหนาว มีข้อดีและข้อเสียอย่างไร?\ อ่านเพิ่มเติม: เช็กด่วน!! ติดตั้งแอร์ผิดตำแหน่ง เสี่ยงค่าไฟพุ่ง แถมกระทบสุขภาพ\ อ่านเพิ่มเติม: ถามตอบเรื่องเครื่องปรับอากาศ ฉบับแอร์บ้าน\ เลือกซื้อแอร์/เครื่องปรับอากาศ กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้บริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล