ระแนงอลูมิเนียมตกแต่งลายไม้พรีเมียมเหมือนธรรมชาติ สีสวยทน ไม่ลอกล่อน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ตอบโจทย์งานระแนงตกแต่งหลากหลายสไตล์ และหลาย application มันใจคุณภาพดังต่อไปนี่
4.5 กก.
อลูมเนียม
ขายแล้ว 0
ระแนงอลูมิเนียมตกแต่งลายไม้พรีเมียมเหมือนธรรมชาติ สีสวยทน ไม่ลอกล่อน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ตอบโจทย์งานระแนงตกแต่งหลากหลายสไตล์ และหลาย application มันใจคุณภาพดังต่อไปนี่
4.5 กก.
อลูมเนียม
ตีระแนงบังตาแนวตั้งหรือแนวนอน เลือกแบบไหนดี? รู้จักหลักการเลือกแนวระแนงจากทิศแดด มุมมอง การรับลม และความเป็นส่วนตัว พร้อมข้อควรระวังก่อนติดตั้ง ประเด็นสำคัญ การตีระแนงแนวตั้งหรือแนวนอนไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาจากทิศทางของบ้าน ตำแหน่งที่ติดตั้ง ลักษณะของแสงแดด และระดับความเป็นส่วนตัวที่ต้องการด้วย ดูทิศแดด ทิศตะวันออกรับแดดช่วงเช้า ควรตีระแนงแนวนอน ทิศตะวันตกรับแดดช่วงบ่ายที่ร้อนจัด ควรตีระแนงแนวนอนแบบเฉียงลง ทิศเหนือ/ทิศใต้ ควรตีระแนงแนวตั้ง หากต้องการเพิ่มการรับลมด้วยให้ตีระแนงแนวตั้งแบบเฉียง หากต้องการความเป็นส่วนตัวมาก ควรตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน มุมมองจากด้านบน-ด้านล่างที่คนส่วนใหญ่มักหลงลืม เช่น การตีระแนงแนวนอนเฉียงลงที่ห้องชั้นบน อาจถูกมองเห็นได้เมื่อมองขึ้นไปจากด้านล่าง อีกเรื่องคือ หากแสงภายในบ้านสว่างกว่าแสงภายนอกบ้านจะทำให้คนภายนอกมองเห็นด้านในได้ โดยเฉพาะการตีระแนงแนวตั้ง ดังนั้นอาจตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน หรือเลือกตีระแนงร่วมกับวิธีอื่นเช่น กระจกฝ้า ม่านมู่ลี่ สำหรับห้องที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงอย่างห้องนอน ห้องน้ำ ระแนงบังตา\ เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว เพิ่มความสวยงาม และสร้างเอกลักษณ์ให้กับบ้าน ซึ่งหากออกแบบและติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม ยังช่วยกรองแสงแดด และลดความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตีระแนงแนวตั้งหรือแนวนอนไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาจากทิศทางของบ้าน ตำแหน่งที่ติดตั้ง ลักษณะของแสงแดด และระดับความเป็นส่วนตัวที่ต้องการ 1) ดู “ทิศแดด” ก่อนตีระแนง สิ่งแรกที่ควรพิจารณา คือ บริเวณที่ต้องการติดตั้งระแนงหันไปทางทิศใด เพราะแต่ละทิศได้รับแสงแดดในมุมและช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ทิศตะวันออก: รับแดดช่วงเช้า แสงแดดช่วงเช้าก่อน 9 โมง เป็นแสงแดดอ่อนที่เราควรได้รับ การตีระแนงแนวนอนจะช่วยกรองแสงแดดในยามเช้า มีแสงลอดเข้าบ้านแบบพอดี (ขึ้นอยู่กับระยะห่างของระแนง) ช่วยให้บ้านดูโปร่งสบาย ไม่อึดอัด การตีระแนงแนวนอน ภาพ: การตีระแนงแนวนอน ทิศตะวันตก: รับแดดช่วงบ่ายที่ร้อนจัด แสงแดดในช่วงเที่ยงจนถึงบ่ายสามโมงมีความร้อน แรง และเป็นแสงในมุมสูง การตีระแนงแนวนอนแบบเฉียงลงจะช่วยลดปริมาณแสงและความร้อนลงได้ หลังจากนั้นเมื่อกำลังของแสงแดดเริ่มอ่อนลงและส่องในมุมต่ำ แสงจะผ่านเข้ามาในบ้านได้เล็กน้อย ไม่มืดจนเกินไป การตีระแนงแนวนอนแบบเฉียงลง ภาพ: การตีระแนงแนวนอนแบบเฉียงลง ทิศเหนือและทิศใต้: พิจารณาจากตำแหน่งและมุมแดด การเดินทางของดวงอาทิตย์ในประเทศไทยจะมีทิศทางอ้อมทางทิศใต้ประมาณ 8 เดือน และอ้อมทางทิศเหนือประมาณ 4 เดือน โดยแสงจะเข้าแบบเฉียงตามทิศทางขึ้นลงในแนวตะวันออก-ตะวันตก จึงควรตีระแนงแนวตั้งโดยพิจารณาตำแหน่งช่องเปิดและมุมที่ต้องการบังแดดร่วมด้วย เพื่อปรับมุมระแนงให้รับกับมุมแดด รวมถึงช่วยดักลมเข้าบ้านได้ ทั้งนี้ อาจเลือกใช้ระแนงบังตาแบบปรับมุมได้ก็ได้เช่นกัน การตีระแนงแนวตั้ง และการตีระแนงแนวตั้งแบบเฉียง ภาพ: การตีระแนงแนวตั้ง และการตีระแนงแนวตั้งแบบเฉียง 2) ความเป็นส่วนตัว การตีระแนงเพื่อช่วยพรางสายตาจากภายนอก ได้แก่ บ้านอยู่ติดถนน ต้องการลดการมองเห็นจากภายนอก ต้องการต่อระแนงเหนือรั้วเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว หน้าต่างห้องนอนอยู่ใกล้บ้านข้างเคียง บ้านอยู่ใกล้อาคารสูงหรือคอนโด ต้องการให้พื้นที่นั่งเล่นยังเปิดรับลม แต่ไม่ถูกมองเห็นจากภายนอก กรณีเหล่านี้ต้องคิดกลับกันว่า “คนภายนอกมองเข้ามาจากมุมไหน” แล้วจึงออกแบบแนวและองศาของระแนงให้บังแนวสายตานั้น หากต้องการความเป็นส่วนตัวสูงควรตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน เพื่อเพิ่มมุมบังสายตาทำให้มองผ่านเข้าไปได้ยากขึ้น แต่อาจทำให้ลมผ่านเข้ามาได้น้อยลง และทำให้รู้สึกถูกปิดมากขึ้น จึงควรเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน ไม่จำเป็นต้องทำให้ทึบที่สุดเสมอไป การตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน ภาพ: การตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน 3) มุมมองจากด้านบนและด้านล่าง อีกประเด็นที่มักมองข้ามหรือลืมคิด คือ ระแนงอาจบังสายตาได้ดีจากมุมหนึ่ง แต่ไม่ได้บังได้ทุกมุม ตัวอย่างเช่น บ้านที่มีหน้าต่างอยู่ชั้นบนและอยู่ใกล้อพาร์ตเมนต์หรือคอนโด หากต้องการป้องกันการมองจากอาคารที่อยู่ ระดับเดียวกันหรือสูงกว่า การตีระแนงแนวนอนแบบเฉียงลง สามารถช่วยบังแนวสายตาจากด้านบนหรือระดับเดียวกันได้ดี แต่หากมีคนมองขึ้นมาจากด้านล่าง จะทำให้สามารถมองผ่านระแนงเข้าไปได้ ดังนั้น ก่อนเลือกแบบระแนง อาจลองยืนในตำแหน่งที่คาดว่าจะมีคนมองเข้ามา แล้วดูว่าแนวสายตาจริงอยู่ในระดับที่มองเห็นได้หรือไม่ 4) ช่วงเวลาและความสว่างของแสง การตีระแนงเพื่อพรางสายตาไม่ได้หมายความว่าจะสามารถป้องกันการมองเห็นได้ตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะระแนงที่มีช่องว่างระหว่างแผ่น หากแสงภายในบ้านสว่างกว่าแสงภายนอกบ้านจะทำให้คนภายนอกมองเห็นด้านในได้ดี กล่าวคือ ช่วงกลางวัน ระแนงช่วยลดการมองเห็นจากภายนอกได้ดี แต่ช่วงกลางคืนหากเปิดไฟภายในบ้าน คนที่อยู่ภายนอกอาจมองผ่านช่องระแนงเข้ามาเห็นภายในบ้านได้ โดยเฉพาะการตีระแนงแนวตั้งจะเห็นได้ชัด หากต้องการพรางสายตาได้ดีขึ้นควรตีระแนงแนวตั้งแบบเฉียงหรือแนวนอนแบบเฉียงลง แต่หากพื้นที่นั้นต้องการความเป็นส่วนตัวสูง เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ หรือพื้นที่แต่งตัว ควรตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน หรืออาจตีระแนงร่วมกับวิธีอื่น เช่น ม่าน มู่ลี่ หรือกระจกฝ้า ไม่ควรพึ่งระแนงบังตาเพียงอย่างเดียว แล้วควรเลือกตีระแนงแนวตั้งหรือแนวนอน? ไม่มีคำตอบว่าแบบใดดีกว่ากัน เพราะระแนงแต่ละแบบเหมาะกับโจทย์ที่ต่างกัน หากเพิ่มจำนวนระแนงหรือทำระยะห่างให้แคบลงก็จะช่วยบังแดดและบังสายตาได้มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็อาจทำให้ลมผ่านน้อยลงและพื้นที่ดูทึบขึ้น ในทางกลับกัน หากเว้นระยะระแนงกว้างก็จะดูโปร่งและรับลมได้ดี แต่ประสิทธิภาพในการบังแดดและพรางสายตาก็จะลดลง ดังนั้นจึงควรพิจารณา 3 เรื่องไปพร้อมกัน ได้แก่ กันแดด รับลม ความเป็นส่วนตัว เพื่อกำหนดรูปแบบของระแนงบังตา ไม่ว่าจะแนวตั้งหรือแนวนอน ระยะห่างระหว่างระแนง และองศาการเอียง ให้เหมาะกับพื้นที่นั้น ๆ เมื่อวางองค์ประกอบเหล่านี้ให้สัมพันธ์กัน ระแนงบังตาก็จะทำหน้าที่ได้มากกว่าการเป็นเพียงของตกแต่งบ้าน แต่ช่วยสร้างทั้งความสบายและคุณภาพการอยู่อาศัยให้กับบ้านได้ด้วย ไม้ระแนง\ บริการติดระแนงไม้เทียม ระแนงบังตา\ > - อ่านเพิ่มเติม: เทียบกันชัดๆ ระแนงบังตา ไฟเบอร์ซีเมนต์ vs WPC vs ไวนิล เลือกแบบไหนให้เหมาะกับบ้าน?\ > - อ่านเพิ่มเติม: รั้วระแนงไม้ ระแนงบังตา เลือกตีระแนงแบบไหนดี?\ เลือกซื้อสินค้าและบริการพร้อมติดตั้ง กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้บริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความนี้จัดทำโดย หน่วยงาน SCG Home Online ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแล E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนการให้คำปรึกษา ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในเรื่องการเลือกใช้วัสดุต่างๆ เพื่อการทำบ้าน รวมถึงโซลูชั่นเรื่องบ้านต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้าน และเรื่องวัสดุก่อสร้าง สงวนลิขสิทธ์การคัดลอก เผยแพร่ และทำซ้ำ
ตีระแนงบังตาแนวตั้งหรือแนวนอน เลือกแบบไหนดี? รู้จักหลักการเลือกแนวระแนงจากทิศแดด มุมมอง การรับลม และความเป็นส่วนตัว พร้อมข้อควรระวังก่อนติดตั้ง ประเด็นสำคัญ การตีระแนงแนวตั้งหรือแนวนอนไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาจากทิศทางของบ้าน ตำแหน่งที่ติดตั้ง ลักษณะของแสงแดด และระดับความเป็นส่วนตัวที่ต้องการด้วย ดูทิศแดด ทิศตะวันออกรับแดดช่วงเช้า ควรตีระแนงแนวนอน ทิศตะวันตกรับแดดช่วงบ่ายที่ร้อนจัด ควรตีระแนงแนวนอนแบบเฉียงลง ทิศเหนือ/ทิศใต้ ควรตีระแนงแนวตั้ง หากต้องการเพิ่มการรับลมด้วยให้ตีระแนงแนวตั้งแบบเฉียง หากต้องการความเป็นส่วนตัวมาก ควรตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน มุมมองจากด้านบน-ด้านล่างที่คนส่วนใหญ่มักหลงลืม เช่น การตีระแนงแนวนอนเฉียงลงที่ห้องชั้นบน อาจถูกมองเห็นได้เมื่อมองขึ้นไปจากด้านล่าง อีกเรื่องคือ หากแสงภายในบ้านสว่างกว่าแสงภายนอกบ้านจะทำให้คนภายนอกมองเห็นด้านในได้ โดยเฉพาะการตีระแนงแนวตั้ง ดังนั้นอาจตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน หรือเลือกตีระแนงร่วมกับวิธีอื่นเช่น กระจกฝ้า ม่านมู่ลี่ สำหรับห้องที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงอย่างห้องนอน ห้องน้ำ ระแนงบังตา\ เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว เพิ่มความสวยงาม และสร้างเอกลักษณ์ให้กับบ้าน ซึ่งหากออกแบบและติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม ยังช่วยกรองแสงแดด และลดความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตีระแนงแนวตั้งหรือแนวนอนไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาจากทิศทางของบ้าน ตำแหน่งที่ติดตั้ง ลักษณะของแสงแดด และระดับความเป็นส่วนตัวที่ต้องการ 1) ดู “ทิศแดด” ก่อนตีระแนง สิ่งแรกที่ควรพิจารณา คือ บริเวณที่ต้องการติดตั้งระแนงหันไปทางทิศใด เพราะแต่ละทิศได้รับแสงแดดในมุมและช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ทิศตะวันออก: รับแดดช่วงเช้า แสงแดดช่วงเช้าก่อน 9 โมง เป็นแสงแดดอ่อนที่เราควรได้รับ การตีระแนงแนวนอนจะช่วยกรองแสงแดดในยามเช้า มีแสงลอดเข้าบ้านแบบพอดี (ขึ้นอยู่กับระยะห่างของระแนง) ช่วยให้บ้านดูโปร่งสบาย ไม่อึดอัด การตีระแนงแนวนอน ภาพ: การตีระแนงแนวนอน ทิศตะวันตก: รับแดดช่วงบ่ายที่ร้อนจัด แสงแดดในช่วงเที่ยงจนถึงบ่ายสามโมงมีความร้อน แรง และเป็นแสงในมุมสูง การตีระแนงแนวนอนแบบเฉียงลงจะช่วยลดปริมาณแสงและความร้อนลงได้ หลังจากนั้นเมื่อกำลังของแสงแดดเริ่มอ่อนลงและส่องในมุมต่ำ แสงจะผ่านเข้ามาในบ้านได้เล็กน้อย ไม่มืดจนเกินไป การตีระแนงแนวนอนแบบเฉียงลง ภาพ: การตีระแนงแนวนอนแบบเฉียงลง ทิศเหนือและทิศใต้: พิจารณาจากตำแหน่งและมุมแดด การเดินทางของดวงอาทิตย์ในประเทศไทยจะมีทิศทางอ้อมทางทิศใต้ประมาณ 8 เดือน และอ้อมทางทิศเหนือประมาณ 4 เดือน โดยแสงจะเข้าแบบเฉียงตามทิศทางขึ้นลงในแนวตะวันออก-ตะวันตก จึงควรตีระแนงแนวตั้งโดยพิจารณาตำแหน่งช่องเปิดและมุมที่ต้องการบังแดดร่วมด้วย เพื่อปรับมุมระแนงให้รับกับมุมแดด รวมถึงช่วยดักลมเข้าบ้านได้ ทั้งนี้ อาจเลือกใช้ระแนงบังตาแบบปรับมุมได้ก็ได้เช่นกัน การตีระแนงแนวตั้ง และการตีระแนงแนวตั้งแบบเฉียง ภาพ: การตีระแนงแนวตั้ง และการตีระแนงแนวตั้งแบบเฉียง 2) ความเป็นส่วนตัว การตีระแนงเพื่อช่วยพรางสายตาจากภายนอก ได้แก่ บ้านอยู่ติดถนน ต้องการลดการมองเห็นจากภายนอก ต้องการต่อระแนงเหนือรั้วเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว หน้าต่างห้องนอนอยู่ใกล้บ้านข้างเคียง บ้านอยู่ใกล้อาคารสูงหรือคอนโด ต้องการให้พื้นที่นั่งเล่นยังเปิดรับลม แต่ไม่ถูกมองเห็นจากภายนอก กรณีเหล่านี้ต้องคิดกลับกันว่า “คนภายนอกมองเข้ามาจากมุมไหน” แล้วจึงออกแบบแนวและองศาของระแนงให้บังแนวสายตานั้น หากต้องการความเป็นส่วนตัวสูงควรตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน เพื่อเพิ่มมุมบังสายตาทำให้มองผ่านเข้าไปได้ยากขึ้น แต่อาจทำให้ลมผ่านเข้ามาได้น้อยลง และทำให้รู้สึกถูกปิดมากขึ้น จึงควรเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน ไม่จำเป็นต้องทำให้ทึบที่สุดเสมอไป การตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน ภาพ: การตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน 3) มุมมองจากด้านบนและด้านล่าง อีกประเด็นที่มักมองข้ามหรือลืมคิด คือ ระแนงอาจบังสายตาได้ดีจากมุมหนึ่ง แต่ไม่ได้บังได้ทุกมุม ตัวอย่างเช่น บ้านที่มีหน้าต่างอยู่ชั้นบนและอยู่ใกล้อพาร์ตเมนต์หรือคอนโด หากต้องการป้องกันการมองจากอาคารที่อยู่ ระดับเดียวกันหรือสูงกว่า การตีระแนงแนวนอนแบบเฉียงลง สามารถช่วยบังแนวสายตาจากด้านบนหรือระดับเดียวกันได้ดี แต่หากมีคนมองขึ้นมาจากด้านล่าง จะทำให้สามารถมองผ่านระแนงเข้าไปได้ ดังนั้น ก่อนเลือกแบบระแนง อาจลองยืนในตำแหน่งที่คาดว่าจะมีคนมองเข้ามา แล้วดูว่าแนวสายตาจริงอยู่ในระดับที่มองเห็นได้หรือไม่ 4) ช่วงเวลาและความสว่างของแสง การตีระแนงเพื่อพรางสายตาไม่ได้หมายความว่าจะสามารถป้องกันการมองเห็นได้ตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะระแนงที่มีช่องว่างระหว่างแผ่น หากแสงภายในบ้านสว่างกว่าแสงภายนอกบ้านจะทำให้คนภายนอกมองเห็นด้านในได้ดี กล่าวคือ ช่วงกลางวัน ระแนงช่วยลดการมองเห็นจากภายนอกได้ดี แต่ช่วงกลางคืนหากเปิดไฟภายในบ้าน คนที่อยู่ภายนอกอาจมองผ่านช่องระแนงเข้ามาเห็นภายในบ้านได้ โดยเฉพาะการตีระแนงแนวตั้งจะเห็นได้ชัด หากต้องการพรางสายตาได้ดีขึ้นควรตีระแนงแนวตั้งแบบเฉียงหรือแนวนอนแบบเฉียงลง แต่หากพื้นที่นั้นต้องการความเป็นส่วนตัวสูง เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ หรือพื้นที่แต่งตัว ควรตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน หรืออาจตีระแนงร่วมกับวิธีอื่น เช่น ม่าน มู่ลี่ หรือกระจกฝ้า ไม่ควรพึ่งระแนงบังตาเพียงอย่างเดียว แล้วควรเลือกตีระแนงแนวตั้งหรือแนวนอน? ไม่มีคำตอบว่าแบบใดดีกว่ากัน เพราะระแนงแต่ละแบบเหมาะกับโจทย์ที่ต่างกัน หากเพิ่มจำนวนระแนงหรือทำระยะห่างให้แคบลงก็จะช่วยบังแดดและบังสายตาได้มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็อาจทำให้ลมผ่านน้อยลงและพื้นที่ดูทึบขึ้น ในทางกลับกัน หากเว้นระยะระแนงกว้างก็จะดูโปร่งและรับลมได้ดี แต่ประสิทธิภาพในการบังแดดและพรางสายตาก็จะลดลง ดังนั้นจึงควรพิจารณา 3 เรื่องไปพร้อมกัน ได้แก่ กันแดด รับลม ความเป็นส่วนตัว เพื่อกำหนดรูปแบบของระแนงบังตา ไม่ว่าจะแนวตั้งหรือแนวนอน ระยะห่างระหว่างระแนง และองศาการเอียง ให้เหมาะกับพื้นที่นั้น ๆ เมื่อวางองค์ประกอบเหล่านี้ให้สัมพันธ์กัน ระแนงบังตาก็จะทำหน้าที่ได้มากกว่าการเป็นเพียงของตกแต่งบ้าน แต่ช่วยสร้างทั้งความสบายและคุณภาพการอยู่อาศัยให้กับบ้านได้ด้วย ไม้ระแนง\ บริการติดระแนงไม้เทียม ระแนงบังตา\ > - อ่านเพิ่มเติม: เทียบกันชัดๆ ระแนงบังตา ไฟเบอร์ซีเมนต์ vs WPC vs ไวนิล เลือกแบบไหนให้เหมาะกับบ้าน?\ > - อ่านเพิ่มเติม: รั้วระแนงไม้ ระแนงบังตา เลือกตีระแนงแบบไหนดี?\ เลือกซื้อสินค้าและบริการพร้อมติดตั้ง กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้บริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความนี้จัดทำโดย หน่วยงาน SCG Home Online ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแล E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนการให้คำปรึกษา ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในเรื่องการเลือกใช้วัสดุต่างๆ เพื่อการทำบ้าน รวมถึงโซลูชั่นเรื่องบ้านต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้าน และเรื่องวัสดุก่อสร้าง สงวนลิขสิทธ์การคัดลอก เผยแพร่ และทำซ้ำ
ตีระแนงบังตาแนวตั้งหรือแนวนอน เลือกแบบไหนดี? รู้จักหลักการเลือกแนวระแนงจากทิศแดด มุมมอง การรับลม และความเป็นส่วนตัว พร้อมข้อควรระวังก่อนติดตั้ง ประเด็นสำคัญ การตีระแนงแนวตั้งหรือแนวนอนไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาจากทิศทางของบ้าน ตำแหน่งที่ติดตั้ง ลักษณะของแสงแดด และระดับความเป็นส่วนตัวที่ต้องการด้วย ดูทิศแดด ทิศตะวันออกรับแดดช่วงเช้า ควรตีระแนงแนวนอน ทิศตะวันตกรับแดดช่วงบ่ายที่ร้อนจัด ควรตีระแนงแนวนอนแบบเฉียงลง ทิศเหนือ/ทิศใต้ ควรตีระแนงแนวตั้ง หากต้องการเพิ่มการรับลมด้วยให้ตีระแนงแนวตั้งแบบเฉียง หากต้องการความเป็นส่วนตัวมาก ควรตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน มุมมองจากด้านบน-ด้านล่างที่คนส่วนใหญ่มักหลงลืม เช่น การตีระแนงแนวนอนเฉียงลงที่ห้องชั้นบน อาจถูกมองเห็นได้เมื่อมองขึ้นไปจากด้านล่าง อีกเรื่องคือ หากแสงภายในบ้านสว่างกว่าแสงภายนอกบ้านจะทำให้คนภายนอกมองเห็นด้านในได้ โดยเฉพาะการตีระแนงแนวตั้ง ดังนั้นอาจตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน หรือเลือกตีระแนงร่วมกับวิธีอื่นเช่น กระจกฝ้า ม่านมู่ลี่ สำหรับห้องที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงอย่างห้องนอน ห้องน้ำ ระแนงบังตา\ เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว เพิ่มความสวยงาม และสร้างเอกลักษณ์ให้กับบ้าน ซึ่งหากออกแบบและติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม ยังช่วยกรองแสงแดด และลดความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตีระแนงแนวตั้งหรือแนวนอนไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาจากทิศทางของบ้าน ตำแหน่งที่ติดตั้ง ลักษณะของแสงแดด และระดับความเป็นส่วนตัวที่ต้องการ 1) ดู “ทิศแดด” ก่อนตีระแนง สิ่งแรกที่ควรพิจารณา คือ บริเวณที่ต้องการติดตั้งระแนงหันไปทางทิศใด เพราะแต่ละทิศได้รับแสงแดดในมุมและช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ทิศตะวันออก: รับแดดช่วงเช้า แสงแดดช่วงเช้าก่อน 9 โมง เป็นแสงแดดอ่อนที่เราควรได้รับ การตีระแนงแนวนอนจะช่วยกรองแสงแดดในยามเช้า มีแสงลอดเข้าบ้านแบบพอดี (ขึ้นอยู่กับระยะห่างของระแนง) ช่วยให้บ้านดูโปร่งสบาย ไม่อึดอัด การตีระแนงแนวนอน ภาพ: การตีระแนงแนวนอน ทิศตะวันตก: รับแดดช่วงบ่ายที่ร้อนจัด แสงแดดในช่วงเที่ยงจนถึงบ่ายสามโมงมีความร้อน แรง และเป็นแสงในมุมสูง การตีระแนงแนวนอนแบบเฉียงลงจะช่วยลดปริมาณแสงและความร้อนลงได้ หลังจากนั้นเมื่อกำลังของแสงแดดเริ่มอ่อนลงและส่องในมุมต่ำ แสงจะผ่านเข้ามาในบ้านได้เล็กน้อย ไม่มืดจนเกินไป การตีระแนงแนวนอนแบบเฉียงลง ภาพ: การตีระแนงแนวนอนแบบเฉียงลง ทิศเหนือและทิศใต้: พิจารณาจากตำแหน่งและมุมแดด การเดินทางของดวงอาทิตย์ในประเทศไทยจะมีทิศทางอ้อมทางทิศใต้ประมาณ 8 เดือน และอ้อมทางทิศเหนือประมาณ 4 เดือน โดยแสงจะเข้าแบบเฉียงตามทิศทางขึ้นลงในแนวตะวันออก-ตะวันตก จึงควรตีระแนงแนวตั้งโดยพิจารณาตำแหน่งช่องเปิดและมุมที่ต้องการบังแดดร่วมด้วย เพื่อปรับมุมระแนงให้รับกับมุมแดด รวมถึงช่วยดักลมเข้าบ้านได้ ทั้งนี้ อาจเลือกใช้ระแนงบังตาแบบปรับมุมได้ก็ได้เช่นกัน การตีระแนงแนวตั้ง และการตีระแนงแนวตั้งแบบเฉียง ภาพ: การตีระแนงแนวตั้ง และการตีระแนงแนวตั้งแบบเฉียง 2) ความเป็นส่วนตัว การตีระแนงเพื่อช่วยพรางสายตาจากภายนอก ได้แก่ บ้านอยู่ติดถนน ต้องการลดการมองเห็นจากภายนอก ต้องการต่อระแนงเหนือรั้วเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว หน้าต่างห้องนอนอยู่ใกล้บ้านข้างเคียง บ้านอยู่ใกล้อาคารสูงหรือคอนโด ต้องการให้พื้นที่นั่งเล่นยังเปิดรับลม แต่ไม่ถูกมองเห็นจากภายนอก กรณีเหล่านี้ต้องคิดกลับกันว่า “คนภายนอกมองเข้ามาจากมุมไหน” แล้วจึงออกแบบแนวและองศาของระแนงให้บังแนวสายตานั้น หากต้องการความเป็นส่วนตัวสูงควรตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน เพื่อเพิ่มมุมบังสายตาทำให้มองผ่านเข้าไปได้ยากขึ้น แต่อาจทำให้ลมผ่านเข้ามาได้น้อยลง และทำให้รู้สึกถูกปิดมากขึ้น จึงควรเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน ไม่จำเป็นต้องทำให้ทึบที่สุดเสมอไป การตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน ภาพ: การตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน 3) มุมมองจากด้านบนและด้านล่าง อีกประเด็นที่มักมองข้ามหรือลืมคิด คือ ระแนงอาจบังสายตาได้ดีจากมุมหนึ่ง แต่ไม่ได้บังได้ทุกมุม ตัวอย่างเช่น บ้านที่มีหน้าต่างอยู่ชั้นบนและอยู่ใกล้อพาร์ตเมนต์หรือคอนโด หากต้องการป้องกันการมองจากอาคารที่อยู่ ระดับเดียวกันหรือสูงกว่า การตีระแนงแนวนอนแบบเฉียงลง สามารถช่วยบังแนวสายตาจากด้านบนหรือระดับเดียวกันได้ดี แต่หากมีคนมองขึ้นมาจากด้านล่าง จะทำให้สามารถมองผ่านระแนงเข้าไปได้ ดังนั้น ก่อนเลือกแบบระแนง อาจลองยืนในตำแหน่งที่คาดว่าจะมีคนมองเข้ามา แล้วดูว่าแนวสายตาจริงอยู่ในระดับที่มองเห็นได้หรือไม่ 4) ช่วงเวลาและความสว่างของแสง การตีระแนงเพื่อพรางสายตาไม่ได้หมายความว่าจะสามารถป้องกันการมองเห็นได้ตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะระแนงที่มีช่องว่างระหว่างแผ่น หากแสงภายในบ้านสว่างกว่าแสงภายนอกบ้านจะทำให้คนภายนอกมองเห็นด้านในได้ดี กล่าวคือ ช่วงกลางวัน ระแนงช่วยลดการมองเห็นจากภายนอกได้ดี แต่ช่วงกลางคืนหากเปิดไฟภายในบ้าน คนที่อยู่ภายนอกอาจมองผ่านช่องระแนงเข้ามาเห็นภายในบ้านได้ โดยเฉพาะการตีระแนงแนวตั้งจะเห็นได้ชัด หากต้องการพรางสายตาได้ดีขึ้นควรตีระแนงแนวตั้งแบบเฉียงหรือแนวนอนแบบเฉียงลง แต่หากพื้นที่นั้นต้องการความเป็นส่วนตัวสูง เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ หรือพื้นที่แต่งตัว ควรตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน หรืออาจตีระแนงร่วมกับวิธีอื่น เช่น ม่าน มู่ลี่ หรือกระจกฝ้า ไม่ควรพึ่งระแนงบังตาเพียงอย่างเดียว แล้วควรเลือกตีระแนงแนวตั้งหรือแนวนอน? ไม่มีคำตอบว่าแบบใดดีกว่ากัน เพราะระแนงแต่ละแบบเหมาะกับโจทย์ที่ต่างกัน หากเพิ่มจำนวนระแนงหรือทำระยะห่างให้แคบลงก็จะช่วยบังแดดและบังสายตาได้มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็อาจทำให้ลมผ่านน้อยลงและพื้นที่ดูทึบขึ้น ในทางกลับกัน หากเว้นระยะระแนงกว้างก็จะดูโปร่งและรับลมได้ดี แต่ประสิทธิภาพในการบังแดดและพรางสายตาก็จะลดลง ดังนั้นจึงควรพิจารณา 3 เรื่องไปพร้อมกัน ได้แก่ กันแดด รับลม ความเป็นส่วนตัว เพื่อกำหนดรูปแบบของระแนงบังตา ไม่ว่าจะแนวตั้งหรือแนวนอน ระยะห่างระหว่างระแนง และองศาการเอียง ให้เหมาะกับพื้นที่นั้น ๆ เมื่อวางองค์ประกอบเหล่านี้ให้สัมพันธ์กัน ระแนงบังตาก็จะทำหน้าที่ได้มากกว่าการเป็นเพียงของตกแต่งบ้าน แต่ช่วยสร้างทั้งความสบายและคุณภาพการอยู่อาศัยให้กับบ้านได้ด้วย ไม้ระแนง\ บริการติดระแนงไม้เทียม ระแนงบังตา\ > - อ่านเพิ่มเติม: เทียบกันชัดๆ ระแนงบังตา ไฟเบอร์ซีเมนต์ vs WPC vs ไวนิล เลือกแบบไหนให้เหมาะกับบ้าน?\ > - อ่านเพิ่มเติม: รั้วระแนงไม้ ระแนงบังตา เลือกตีระแนงแบบไหนดี?\ เลือกซื้อสินค้าและบริการพร้อมติดตั้ง กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้บริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความนี้จัดทำโดย หน่วยงาน SCG Home Online ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแล E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนการให้คำปรึกษา ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในเรื่องการเลือกใช้วัสดุต่างๆ เพื่อการทำบ้าน รวมถึงโซลูชั่นเรื่องบ้านต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้าน และเรื่องวัสดุก่อสร้าง สงวนลิขสิทธ์การคัดลอก เผยแพร่ และทำซ้ำ