




ไม้ระแนงหน้า 3 นิ้ว ลายเสี้ยน สีโคซี่บีช ใช้ทำฝ้าชายคา, รั้วระแนงบังตา หรือตกแต่งได้อเนกประสงค์
ไม้ระแนงหน้า 3 นิ้ว ลายเสี้ยน สีโคซี่บีช ใช้ทำฝ้าชายคา, รั้วระแนงบังตา หรือตกแต่งได้อเนกประสงค์
2.7 กก.
ไฟเบอร์ซีเมนต์
ใช้ทดแทนไม้ ผิวสัมผัสมีทั้งลายเรียบและลายไม้ลึก ได้อารมณ์เหมือนเนื้อไม้จริง มีความทนทานสูง เหมาะสำหรับงานตกแต่งงานฝ้าภายใน และภายนอก อีกทั้งช่วยลดความร้อนใต้หลังคา
•ติดตั้งตามคู่มือการติดตั้ง และมีสีเก็บงานรอยตัด รอยกระเทาะ หรือรอยหัวสกรู โดยใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานจากบริษัทผู้ผลิตเท่านั้น •คู่มือการติดตั้งสินค้า มีการปรับปรุงอยู่เสมอ ผู้ออกแบบ ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง และผู้ติดตั้ง ต้องตรวจสอบว่าคู่มือการติดตั้งสินค้าที่ใช้เป็นฉบับล่าสุด •ห้ามรับประทาน หรือนำเข้าปาก และไม่ควรสูดดมฝุ่นที่เกิดจากการตัด เจียร เจาะ หรือขัด ผลิตภัณฑ์
ขายแล้ว 420



ไม้ระแนงหน้า 3 นิ้ว ลายเสี้ยน สีโคซี่บีช ใช้ทำฝ้าชายคา, รั้วระแนงบังตา หรือตกแต่งได้อเนกประสงค์
ไม้ระแนงหน้า 3 นิ้ว ลายเสี้ยน สีโคซี่บีช ใช้ทำฝ้าชายคา, รั้วระแนงบังตา หรือตกแต่งได้อเนกประสงค์
2.7 กก.
ไฟเบอร์ซีเมนต์
ใช้ทดแทนไม้ ผิวสัมผัสมีทั้งลายเรียบและลายไม้ลึก ได้อารมณ์เหมือนเนื้อไม้จริง มีความทนทานสูง เหมาะสำหรับงานตกแต่งงานฝ้าภายใน และภายนอก อีกทั้งช่วยลดความร้อนใต้หลังคา
•ติดตั้งตามคู่มือการติดตั้ง และมีสีเก็บงานรอยตัด รอยกระเทาะ หรือรอยหัวสกรู โดยใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานจากบริษัทผู้ผลิตเท่านั้น •คู่มือการติดตั้งสินค้า มีการปรับปรุงอยู่เสมอ ผู้ออกแบบ ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง และผู้ติดตั้ง ต้องตรวจสอบว่าคู่มือการติดตั้งสินค้าที่ใช้เป็นฉบับล่าสุด •ห้ามรับประทาน หรือนำเข้าปาก และไม่ควรสูดดมฝุ่นที่เกิดจากการตัด เจียร เจาะ หรือขัด ผลิตภัณฑ์
ต่อเติมรั้วให้สูงขึ้นต้องรู้อะไรบ้าง? ชวนเช็กกฎหมาย แนวเขตกรรมสิทธิ์ รั้วทึบ-รั้วโปร่ง โครงสร้างเดิม และวัสดุน้ำหนักเบาก่อนต่อเติม ประเด็นสำคัญ ต่อเติมรั้วสูงได้เท่าไร ต้องเช็กกฎหมายควยคุมอาคารที่เกี่ยวข้องก่อน และควรตรวจสอบข้อกำหนดของหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ รวมถึงข้อบังคับของโครงการในกรณีที่เป็นบ้านจัดสรรด้วย นอกจากนี้ต้องพิจารณาว่ารั้วอยู่ในแนวเขตที่ดินของเราหรือไม่ การเลือกรูปแบบรั้ว ควรพิจารณาจากความเป็นส่วนตัว การระบายอากาศ แรงลม และภาพรวมของบ้าน อย่างรั้วทึบช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้มาก ส่วนรั้วโปร่งสามารถระบายอากาศได้ดีกว่า การต่อเติมรั้วสูงขึ้นต้องพิจารณาว่า โครงสร้างเดิมสามารถรับน้ำหนักของส่วนต่อเติมและแรงลมที่เพิ่มขึ้นได้หรือไม่ ควรยึดส่วนต่อเติมเข้ากับแนวโครงสร้างหลักของรั้วเดิม การเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักไม่มากสามารถช่วยลดภาระที่เพิ่มขึ้นกับโครงสร้างได้ เช่น ไวนิล ไฟเบอร์ซีเมนต์ อะลูมิเนียม บ้านที่อยู่อาศัยมานาน เมื่อสภาพแวดล้อมรอบบ้านเปลี่ยนไป ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยก็อาจเปลี่ยนตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น ถนนหน้าบ้านที่มีการปรับระดับสูงขึ้น บ้านข้างเคียงที่ต่อเติมอาคารเข้ามาใกล้แนวรั้ว หรือพื้นที่ใช้งานของเพื่อนบ้านที่ทำให้มองเห็นเข้ามาภายในบ้านได้ง่ายขึ้น หนึ่งในวิธีที่มักนึกถึงคือ การต่อเติมรั้วให้สูงขึ้น แต่ก่อนจะเลือกวัสดุหรือเริ่มติดตั้ง ไม่ควรมองเพียงเรื่องความสวยงาม เพราะการเพิ่มความสูงของรั้วมีทั้งเรื่อง กฎหมาย ความเป็นเจ้าของรั้ว โครงสร้าง และน้ำหนักของวัสดุ ที่ต้องพิจารณาไปพร้อมกัน 1. ต่อเติมรั้วสูงได้เท่าไร ต้องเช็กกฎหมายก่อน สิ่งแรกที่ควรตรวจสอบคือ ตำแหน่งของรั้วและแนวเขตที่ดิน เพราะข้อกำหนดเกี่ยวกับความสูงของรั้วอาจแตกต่างกันตามบริบทของพื้นที่ กรณีรั้วติดถนนสาธารณะ กฎกระทรวง ฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) ข้อ 47 กำหนดว่า รั้วหรือกําแพงที่สร้างขึ้นติดต่อหรือห่างจากถนนสาธารณะน้อยกว่าความสูงของรั้ว ให้ก่อสร้างได้สูงไม่เกิน 3 เมตร เหนือระดับทางเท้าหรือถนนสาธารณะ ดังนั้น หากเป็นบ้านที่อยู่ติดถนนแล้วต้องการเพิ่มความสูงของรั้ว ควรตรวจสอบระดับถนนหรือทางเท้า รวมถึงข้อกำหนดของหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ก่อนดำเนินการ ตลอดจนข้อบังคับของโครงการในกรณีที่เป็นบ้านจัดสรรด้วย เช่น ข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานครเรื่องควบคุมอาคาร พ.ศ. 2544 ข้อ 50 กำหนดว่า อาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้ถนนสาธารณะที่มีความกว้างน้อยกว่า 6 เมตร ให้ร่นแนวอาคารห่างจากกึ่งกลางถนนสาธารณะอย่างน้อย 3 เมตร มิให้มีส่วนของอาคารล้ำเข้ามาในแนวร่นดังกล่าว ยกเว้นรั้วหรือกำแพงกั้นแนวเขตที่สูงไม่เกิน 2 เมตร หมายความว่า รั้วในกรุงเทพฯ ที่สร้างติดถนนสาธารณะที่มีความกว้างถนนสาธารณะน้อยกว่า 6 เมตร ต้องมีความสูงไม่เกิน 2 เมตร รั้วสูงจากระดับถนนสาธารณะหรือทางเท้าได้ไม่เกิน 3 เมตร ภาพ: รั้วสูงจากระดับถนนสาธารณะหรือทางเท้าได้ไม่เกิน 3 เมตร กรณีเป็นรั้วระหว่างเรากับเพื่อนบ้าน ยังไม่มีข้อกำหนดเรื่องความสูงรั้ว แต่รั้วที่ต่อเติมความสูงขึ้นมาไม่ควรสร้างความเดือดร้อนแก่เพื่อนบ้านข้างเคียง เช่น ไม่บดบังทัศนวิสัย ไม่บังแดดหรือบังลม ซึ่งอาจเป็นเหตุให้เพื่อนบ้านฟ้องร้องเราตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ นอกจากนี้แล้ว ก่อนการต่อเติมรั้วต้องรู้ก่อนว่า “รั้วเป็นของใคร” สำหรับบ้านในโครงการจัดสรร รั้วกั้นระหว่างบ้านอาจมีข้อกำหนดเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์และการใช้งาน เช่น กรณีรั้วที่จัดทำขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ หรือรั้วกั้นระหว่างบ้านที่มีแนวเขตร่วมกัน จึงควรตรวจสอบกับนิติบุคคลหมู่บ้านหรือเอกสารของโครงการก่อนดัดแปลง ส่วนบ้านทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในโครงการจัดสรร ควรตรวจสอบว่า รั้วอยู่ในเขตที่ดินของใคร และเป็นกรรมสิทธิ์ของใคร หากรั้วเป็นของเพื่อนบ้านหรือเป็นรั้วที่มีกรรมสิทธิ์ร่วม การต่อเติมโดยไม่ได้รับความยินยอมอาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาได้ ดังนั้น หากไม่แน่ใจเรื่องกรรมสิทธิ์ ควรตรวจสอบแนวเขตที่ดินให้แน่ใจก่อนดำเนินการ 2. รั้วทึบหรือรั้วโปร่ง แบบไหนเหมาะกับบ้าน เมื่อผ่านเรื่องข้อกฎหมายแล้ว ขั้นต่อมาคือการเลือกรูปแบบรั้ว โดยควรพิจารณาจากความเป็นส่วนตัว การระบายอากาศ แรงลม และภาพรวมของบ้าน รั้วทึบ เพิ่มความเป็นส่วนตัวได้มาก เหมาะกับบ้านที่ต้องการบดบังสายตาจากภายนอก เช่น บ้านที่อยู่ติดถนน หรือบ้านที่มีพื้นที่ใช้งานอยู่ใกล้แนวรั้ว ข้อดี ช่วยบดบังสายตาได้ดี เพิ่มความเป็นส่วนตัว ลดการมองเห็นพื้นที่ภายในบ้านจากภายนอก ข้อควรพิจารณา ลมผ่านได้น้อยกว่ารั้วโปร่ง เมื่อทำรั้วสูงและทึบ พื้นที่รับแรงลมจะเพิ่มขึ้น ต้องคำนึงถึงโครงสร้างรั้วเดิม รั้วโปร่ง ระบายอากาศได้ดี รั้วโปร่งหรือรั้วระแนงช่วยให้ลมสามารถไหลผ่านได้ และทำให้พื้นที่บริเวณรั้วดูไม่อึดอัด ข้อดี ระบายอากาศได้ดี ลดแรงปะทะของลมเมื่อเทียบกับแผงทึบ บ้านดูโปร่งและไม่ปิดทึบจนเกินไป ข้อควรพิจารณา บังสายตาได้ไม่เต็มที่ ต้องออกแบบระยะห่างของช่องให้เหมาะกับระดับความเป็นส่วนตัวที่ต้องการ อีกทางเลือกคือ รั้วกึ่งทึบกึ่งโปร่ง เช่น ทำส่วนล่างเป็นแผงทึบสำหรับบังสายตา แล้วออกแบบส่วนบนเป็นระแนง วิธีนี้ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัวในจุดที่จำเป็น ขณะเดียวกันยังเปิดช่องให้อากาศถ่ายเทได้ รั้วทึบเป็นส่วนตัวแต่ไม่ได้รับลม รั้วโปร่งความเป็นส่วนตัวลดลงแต่ลมผ่านได้ ภาพ: รั้วทึบเป็นส่วนตัวแต่ไม่ได้รับลม รั้วโปร่งความเป็นส่วนตัวลดลงแต่ลมผ่านได้ 3. โครงสร้างและการติดตั้ง ต้องยึดกับส่วนที่รับน้ำหนัก การต่อเติมรั้วสูงขึ้นไม่ใช่เพียงการนำแผ่นวัสดุมาติดตั้งบนรั้วเดิม แต่ต้องพิจารณาว่า โครงสร้างเดิมสามารถรับน้ำหนักของส่วนต่อเติมและแรงลมที่เพิ่มขึ้นได้หรือไม่ โดยหลักการติดตั้ง ควรยึดส่วนต่อเติมเข้ากับแนวโครงสร้างหลักของรั้วเดิม ไม่ควรยึดกับเพียงผิววัสดุตกแต่งที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรับน้ำหนัก ได้แก่ ยึดเข้ากับ หัวเสาและคานทับหลัง ยึดเข้ากับ แนวเสารั้ว เพื่อช่วยถ่ายน้ำหนักลงสู่โครงสร้าง ทั้งนี้ วิธีการยึดที่เหมาะสมต้องพิจารณาจากโครงสร้างจริงของรั้วแต่ละบ้าน ทั้งขนาดและระยะห่างของเสา ชนิดวัสดุ สภาพรั้ว รวมถึงฐานรากเดิม หลักการติดตั้งส่วนต่อเติมรั้วควรยึดเข้ากับแนวโครงสร้างหลักของรั้วเดิม ภาพ: หลักการติดตั้งส่วนต่อเติมรั้วควรยึดเข้ากับแนวโครงสร้างหลักของรั้วเดิม 4. เลือกวัสดุน้ำหนักเบา ลดภาระโครงสร้างเดิม เมื่อเป็นการต่อเติมจากรั้วเดิม การเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักไม่มากสามารถช่วยลดภาระที่เพิ่มขึ้นกับโครงสร้างได้ เช่น ไวนิล ไฟเบอร์ซีเมนต์ อะลูมิเนียม ตัวอย่างงานตกแต่งต่อเติมรั้วด้วยวัสดุที่มีน้ำหนักไม่มาก ภาพ: ตัวอย่างงานตกแต่งต่อเติมรั้วด้วยวัสดุที่มีน้ำหนักไม่มาก รั้วไวนิล เป็นวัสดุต่อเติมรั้วที่ได้รับความนิยม เพราะติดตั้งง่าย สะดวก มีรูปแบบให้เลือกหลากหลาย มีสีในตัว มักมาเป็นชุดระบบระแนงที่มีอุปกรณ์มาให้พร้อม เหมาะกับการนำมาทำแผงบังสายตาหรือรั้วที่ต้องการความเป็นส่วนตัว มีน้ำหนักเบา ดูแลรักษาง่าย ตัวอย่างการต่อเติมรั้วระแนงไม้ไวนิล ภาพ: ตัวอย่างการต่อเติมรั้วระแนงไม้ไวนิล รั้วไฟเบอร์ซีเมนต์ มีทั้งแบบแผ่นและระแนง สามารถนำมาออกแบบเป็นผนังบังสายตาหรือส่วนตกแต่งรั้วได้หลากหลาย ทนทานต่อสภาพอากาศ ไม่บิดงอ ไม่เป็นอาหารปลวก ตัวอย่างการต่อเติมรั้วระแนงไม้ไฟเบอร์ซีเมนต์ ภาพ: ตัวอย่างการต่อเติมรั้วระแนงไม้ไฟเบอร์ซีเมนต์ รั้วอะลูมิเนียม ระแนงลวดลายไม้ที่มีให้เลือกหลายเฉดสี สวยเนี้ยบเหมือนไม้จริง เหมาะกับงานต่อเติมที่ต้องการดีไซน์ให้เข้ากับตัวบ้าน มีน้ำหนักเบา สีสวยทน ไม่เป็นสนิม อายุการใช้งานยาวนาน ตัวอย่างการต่อเติมรั้วระแนงไม้อะลูมิเนียม ภาพ: ตัวอย่างการต่อเติมรั้วระแนงไม้อะลูมิเนียม อย่างไรก็ตาม แม้จะเลือกใช้วัสดุน้ำหนักเบา ก็ไม่ได้หมายความว่าสามารถติดตั้งกับรั้วเดิมได้ทันที เพราะเมื่อเพิ่มความสูง พื้นที่รับแรงลมก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย การออกแบบจึงควรพิจารณาทั้งน้ำหนักวัสดุ วิธีการยึด และแรงลมที่กระทำต่อโครงสร้างร่วมกัน สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ สภาพของรั้วเดิม โดยเฉพาะบ้านที่ก่อสร้างและใช้งานมานานหลายปี ควรตรวจสอบว่ามีปัญหารั้วทรุด เสาหรือคานแตกร้าว หากพบว่ารั้วเริ่มมีสัญญาณความเสียหาย ไม่ควรรีบต่อเติมเพิ่มความสูงรั้ว เพราะส่วนต่อเติมจะเพิ่มทั้งน้ำหนักและแรงลมที่กระทำต่อรั้ว ในกรณีที่ไม่แน่ใจว่ารั้วเดิมสามารถรองรับส่วนต่อเติมได้หรือไม่ ควรปรึกษา วิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้าง เพื่อประเมินสภาพรั้วและเลือกวิธีต่อเติมที่เหมาะสม ไม้ระแนง\ บริการติดระแนงไม้เทียม ระแนงบังตา\ > - อ่านเพิ่มเติม: เลือกแบบรั้วบ้านสวย ๆ ด้วยวัสดุอะไรให้เหมาะกับแบบบ้าน\ > - อ่านเพิ่มเติม: รั้วก่ออิฐบล็อกกับรั้วคอนกรีตสำเร็จรูป\ เลือกซื้อสินค้าและบริการพร้อมติดตั้ง กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้บริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความนี้จัดทำโดย หน่วยงาน SCG Home Online ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแล E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนการให้คำปรึกษา ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในเรื่องการเลือกใช้วัสดุต่างๆ เพื่อการทำบ้าน รวมถึงโซลูชั่นเรื่องบ้านต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้าน และเรื่องวัสดุก่อสร้าง สงวนลิขสิทธ์การคัดลอก เผยแพร่ และทำซ้ำ
ตีระแนงบังตาแนวตั้งหรือแนวนอน เลือกแบบไหนดี? รู้จักหลักการเลือกแนวระแนงจากทิศแดด มุมมอง การรับลม และความเป็นส่วนตัว พร้อมข้อควรระวังก่อนติดตั้ง ประเด็นสำคัญ การตีระแนงแนวตั้งหรือแนวนอนไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาจากทิศทางของบ้าน ตำแหน่งที่ติดตั้ง ลักษณะของแสงแดด และระดับความเป็นส่วนตัวที่ต้องการด้วย ดูทิศแดด ทิศตะวันออกรับแดดช่วงเช้า ควรตีระแนงแนวนอน ทิศตะวันตกรับแดดช่วงบ่ายที่ร้อนจัด ควรตีระแนงแนวนอนแบบเฉียงลง ทิศเหนือ/ทิศใต้ ควรตีระแนงแนวตั้ง หากต้องการเพิ่มการรับลมด้วยให้ตีระแนงแนวตั้งแบบเฉียง หากต้องการความเป็นส่วนตัวมาก ควรตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน มุมมองจากด้านบน-ด้านล่างที่คนส่วนใหญ่มักหลงลืม เช่น การตีระแนงแนวนอนเฉียงลงที่ห้องชั้นบน อาจถูกมองเห็นได้เมื่อมองขึ้นไปจากด้านล่าง อีกเรื่องคือ หากแสงภายในบ้านสว่างกว่าแสงภายนอกบ้านจะทำให้คนภายนอกมองเห็นด้านในได้ โดยเฉพาะการตีระแนงแนวตั้ง ดังนั้นอาจตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน หรือเลือกตีระแนงร่วมกับวิธีอื่นเช่น กระจกฝ้า ม่านมู่ลี่ สำหรับห้องที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงอย่างห้องนอน ห้องน้ำ ระแนงบังตา\ เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว เพิ่มความสวยงาม และสร้างเอกลักษณ์ให้กับบ้าน ซึ่งหากออกแบบและติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม ยังช่วยกรองแสงแดด และลดความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตีระแนงแนวตั้งหรือแนวนอนไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาจากทิศทางของบ้าน ตำแหน่งที่ติดตั้ง ลักษณะของแสงแดด และระดับความเป็นส่วนตัวที่ต้องการ 1) ดู “ทิศแดด” ก่อนตีระแนง สิ่งแรกที่ควรพิจารณา คือ บริเวณที่ต้องการติดตั้งระแนงหันไปทางทิศใด เพราะแต่ละทิศได้รับแสงแดดในมุมและช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ทิศตะวันออก: รับแดดช่วงเช้า แสงแดดช่วงเช้าก่อน 9 โมง เป็นแสงแดดอ่อนที่เราควรได้รับ การตีระแนงแนวนอนจะช่วยกรองแสงแดดในยามเช้า มีแสงลอดเข้าบ้านแบบพอดี (ขึ้นอยู่กับระยะห่างของระแนง) ช่วยให้บ้านดูโปร่งสบาย ไม่อึดอัด การตีระแนงแนวนอน ภาพ: การตีระแนงแนวนอน ทิศตะวันตก: รับแดดช่วงบ่ายที่ร้อนจัด แสงแดดในช่วงเที่ยงจนถึงบ่ายสามโมงมีความร้อน แรง และเป็นแสงในมุมสูง การตีระแนงแนวนอนแบบเฉียงลงจะช่วยลดปริมาณแสงและความร้อนลงได้ หลังจากนั้นเมื่อกำลังของแสงแดดเริ่มอ่อนลงและส่องในมุมต่ำ แสงจะผ่านเข้ามาในบ้านได้เล็กน้อย ไม่มืดจนเกินไป การตีระแนงแนวนอนแบบเฉียงลง ภาพ: การตีระแนงแนวนอนแบบเฉียงลง ทิศเหนือและทิศใต้: พิจารณาจากตำแหน่งและมุมแดด การเดินทางของดวงอาทิตย์ในประเทศไทยจะมีทิศทางอ้อมทางทิศใต้ประมาณ 8 เดือน และอ้อมทางทิศเหนือประมาณ 4 เดือน โดยแสงจะเข้าแบบเฉียงตามทิศทางขึ้นลงในแนวตะวันออก-ตะวันตก จึงควรตีระแนงแนวตั้งโดยพิจารณาตำแหน่งช่องเปิดและมุมที่ต้องการบังแดดร่วมด้วย เพื่อปรับมุมระแนงให้รับกับมุมแดด รวมถึงช่วยดักลมเข้าบ้านได้ ทั้งนี้ อาจเลือกใช้ระแนงบังตาแบบปรับมุมได้ก็ได้เช่นกัน การตีระแนงแนวตั้ง และการตีระแนงแนวตั้งแบบเฉียง ภาพ: การตีระแนงแนวตั้ง และการตีระแนงแนวตั้งแบบเฉียง 2) ความเป็นส่วนตัว การตีระแนงเพื่อช่วยพรางสายตาจากภายนอก ได้แก่ บ้านอยู่ติดถนน ต้องการลดการมองเห็นจากภายนอก ต้องการต่อระแนงเหนือรั้วเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว หน้าต่างห้องนอนอยู่ใกล้บ้านข้างเคียง บ้านอยู่ใกล้อาคารสูงหรือคอนโด ต้องการให้พื้นที่นั่งเล่นยังเปิดรับลม แต่ไม่ถูกมองเห็นจากภายนอก กรณีเหล่านี้ต้องคิดกลับกันว่า “คนภายนอกมองเข้ามาจากมุมไหน” แล้วจึงออกแบบแนวและองศาของระแนงให้บังแนวสายตานั้น หากต้องการความเป็นส่วนตัวสูงควรตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน เพื่อเพิ่มมุมบังสายตาทำให้มองผ่านเข้าไปได้ยากขึ้น แต่อาจทำให้ลมผ่านเข้ามาได้น้อยลง และทำให้รู้สึกถูกปิดมากขึ้น จึงควรเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน ไม่จำเป็นต้องทำให้ทึบที่สุดเสมอไป การตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน ภาพ: การตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน 3) มุมมองจากด้านบนและด้านล่าง อีกประเด็นที่มักมองข้ามหรือลืมคิด คือ ระแนงอาจบังสายตาได้ดีจากมุมหนึ่ง แต่ไม่ได้บังได้ทุกมุม ตัวอย่างเช่น บ้านที่มีหน้าต่างอยู่ชั้นบนและอยู่ใกล้อพาร์ตเมนต์หรือคอนโด หากต้องการป้องกันการมองจากอาคารที่อยู่ ระดับเดียวกันหรือสูงกว่า การตีระแนงแนวนอนแบบเฉียงลง สามารถช่วยบังแนวสายตาจากด้านบนหรือระดับเดียวกันได้ดี แต่หากมีคนมองขึ้นมาจากด้านล่าง จะทำให้สามารถมองผ่านระแนงเข้าไปได้ ดังนั้น ก่อนเลือกแบบระแนง อาจลองยืนในตำแหน่งที่คาดว่าจะมีคนมองเข้ามา แล้วดูว่าแนวสายตาจริงอยู่ในระดับที่มองเห็นได้หรือไม่ 4) ช่วงเวลาและความสว่างของแสง การตีระแนงเพื่อพรางสายตาไม่ได้หมายความว่าจะสามารถป้องกันการมองเห็นได้ตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะระแนงที่มีช่องว่างระหว่างแผ่น หากแสงภายในบ้านสว่างกว่าแสงภายนอกบ้านจะทำให้คนภายนอกมองเห็นด้านในได้ดี กล่าวคือ ช่วงกลางวัน ระแนงช่วยลดการมองเห็นจากภายนอกได้ดี แต่ช่วงกลางคืนหากเปิดไฟภายในบ้าน คนที่อยู่ภายนอกอาจมองผ่านช่องระแนงเข้ามาเห็นภายในบ้านได้ โดยเฉพาะการตีระแนงแนวตั้งจะเห็นได้ชัด หากต้องการพรางสายตาได้ดีขึ้นควรตีระแนงแนวตั้งแบบเฉียงหรือแนวนอนแบบเฉียงลง แต่หากพื้นที่นั้นต้องการความเป็นส่วนตัวสูง เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ หรือพื้นที่แต่งตัว ควรตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน หรืออาจตีระแนงร่วมกับวิธีอื่น เช่น ม่าน มู่ลี่ หรือกระจกฝ้า ไม่ควรพึ่งระแนงบังตาเพียงอย่างเดียว แล้วควรเลือกตีระแนงแนวตั้งหรือแนวนอน? ไม่มีคำตอบว่าแบบใดดีกว่ากัน เพราะระแนงแต่ละแบบเหมาะกับโจทย์ที่ต่างกัน หากเพิ่มจำนวนระแนงหรือทำระยะห่างให้แคบลงก็จะช่วยบังแดดและบังสายตาได้มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็อาจทำให้ลมผ่านน้อยลงและพื้นที่ดูทึบขึ้น ในทางกลับกัน หากเว้นระยะระแนงกว้างก็จะดูโปร่งและรับลมได้ดี แต่ประสิทธิภาพในการบังแดดและพรางสายตาก็จะลดลง ดังนั้นจึงควรพิจารณา 3 เรื่องไปพร้อมกัน ได้แก่ กันแดด รับลม ความเป็นส่วนตัว เพื่อกำหนดรูปแบบของระแนงบังตา ไม่ว่าจะแนวตั้งหรือแนวนอน ระยะห่างระหว่างระแนง และองศาการเอียง ให้เหมาะกับพื้นที่นั้น ๆ เมื่อวางองค์ประกอบเหล่านี้ให้สัมพันธ์กัน ระแนงบังตาก็จะทำหน้าที่ได้มากกว่าการเป็นเพียงของตกแต่งบ้าน แต่ช่วยสร้างทั้งความสบายและคุณภาพการอยู่อาศัยให้กับบ้านได้ด้วย ไม้ระแนง\ บริการติดระแนงไม้เทียม ระแนงบังตา\ > - อ่านเพิ่มเติม: เทียบกันชัดๆ ระแนงบังตา ไฟเบอร์ซีเมนต์ vs WPC vs ไวนิล เลือกแบบไหนให้เหมาะกับบ้าน?\ > - อ่านเพิ่มเติม: รั้วระแนงไม้ ระแนงบังตา เลือกตีระแนงแบบไหนดี?\ เลือกซื้อสินค้าและบริการพร้อมติดตั้ง กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้บริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความนี้จัดทำโดย หน่วยงาน SCG Home Online ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแล E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนการให้คำปรึกษา ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในเรื่องการเลือกใช้วัสดุต่างๆ เพื่อการทำบ้าน รวมถึงโซลูชั่นเรื่องบ้านต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้าน และเรื่องวัสดุก่อสร้าง สงวนลิขสิทธ์การคัดลอก เผยแพร่ และทำซ้ำ
ต่อเติมรั้วให้สูงขึ้นต้องรู้อะไรบ้าง? ชวนเช็กกฎหมาย แนวเขตกรรมสิทธิ์ รั้วทึบ-รั้วโปร่ง โครงสร้างเดิม และวัสดุน้ำหนักเบาก่อนต่อเติม ประเด็นสำคัญ ต่อเติมรั้วสูงได้เท่าไร ต้องเช็กกฎหมายควยคุมอาคารที่เกี่ยวข้องก่อน และควรตรวจสอบข้อกำหนดของหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ รวมถึงข้อบังคับของโครงการในกรณีที่เป็นบ้านจัดสรรด้วย นอกจากนี้ต้องพิจารณาว่ารั้วอยู่ในแนวเขตที่ดินของเราหรือไม่ การเลือกรูปแบบรั้ว ควรพิจารณาจากความเป็นส่วนตัว การระบายอากาศ แรงลม และภาพรวมของบ้าน อย่างรั้วทึบช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้มาก ส่วนรั้วโปร่งสามารถระบายอากาศได้ดีกว่า การต่อเติมรั้วสูงขึ้นต้องพิจารณาว่า โครงสร้างเดิมสามารถรับน้ำหนักของส่วนต่อเติมและแรงลมที่เพิ่มขึ้นได้หรือไม่ ควรยึดส่วนต่อเติมเข้ากับแนวโครงสร้างหลักของรั้วเดิม การเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักไม่มากสามารถช่วยลดภาระที่เพิ่มขึ้นกับโครงสร้างได้ เช่น ไวนิล ไฟเบอร์ซีเมนต์ อะลูมิเนียม บ้านที่อยู่อาศัยมานาน เมื่อสภาพแวดล้อมรอบบ้านเปลี่ยนไป ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยก็อาจเปลี่ยนตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น ถนนหน้าบ้านที่มีการปรับระดับสูงขึ้น บ้านข้างเคียงที่ต่อเติมอาคารเข้ามาใกล้แนวรั้ว หรือพื้นที่ใช้งานของเพื่อนบ้านที่ทำให้มองเห็นเข้ามาภายในบ้านได้ง่ายขึ้น หนึ่งในวิธีที่มักนึกถึงคือ การต่อเติมรั้วให้สูงขึ้น แต่ก่อนจะเลือกวัสดุหรือเริ่มติดตั้ง ไม่ควรมองเพียงเรื่องความสวยงาม เพราะการเพิ่มความสูงของรั้วมีทั้งเรื่อง กฎหมาย ความเป็นเจ้าของรั้ว โครงสร้าง และน้ำหนักของวัสดุ ที่ต้องพิจารณาไปพร้อมกัน 1. ต่อเติมรั้วสูงได้เท่าไร ต้องเช็กกฎหมายก่อน สิ่งแรกที่ควรตรวจสอบคือ ตำแหน่งของรั้วและแนวเขตที่ดิน เพราะข้อกำหนดเกี่ยวกับความสูงของรั้วอาจแตกต่างกันตามบริบทของพื้นที่ กรณีรั้วติดถนนสาธารณะ กฎกระทรวง ฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) ข้อ 47 กำหนดว่า รั้วหรือกําแพงที่สร้างขึ้นติดต่อหรือห่างจากถนนสาธารณะน้อยกว่าความสูงของรั้ว ให้ก่อสร้างได้สูงไม่เกิน 3 เมตร เหนือระดับทางเท้าหรือถนนสาธารณะ ดังนั้น หากเป็นบ้านที่อยู่ติดถนนแล้วต้องการเพิ่มความสูงของรั้ว ควรตรวจสอบระดับถนนหรือทางเท้า รวมถึงข้อกำหนดของหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ก่อนดำเนินการ ตลอดจนข้อบังคับของโครงการในกรณีที่เป็นบ้านจัดสรรด้วย เช่น ข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานครเรื่องควบคุมอาคาร พ.ศ. 2544 ข้อ 50 กำหนดว่า อาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้ถนนสาธารณะที่มีความกว้างน้อยกว่า 6 เมตร ให้ร่นแนวอาคารห่างจากกึ่งกลางถนนสาธารณะอย่างน้อย 3 เมตร มิให้มีส่วนของอาคารล้ำเข้ามาในแนวร่นดังกล่าว ยกเว้นรั้วหรือกำแพงกั้นแนวเขตที่สูงไม่เกิน 2 เมตร หมายความว่า รั้วในกรุงเทพฯ ที่สร้างติดถนนสาธารณะที่มีความกว้างถนนสาธารณะน้อยกว่า 6 เมตร ต้องมีความสูงไม่เกิน 2 เมตร รั้วสูงจากระดับถนนสาธารณะหรือทางเท้าได้ไม่เกิน 3 เมตร ภาพ: รั้วสูงจากระดับถนนสาธารณะหรือทางเท้าได้ไม่เกิน 3 เมตร กรณีเป็นรั้วระหว่างเรากับเพื่อนบ้าน ยังไม่มีข้อกำหนดเรื่องความสูงรั้ว แต่รั้วที่ต่อเติมความสูงขึ้นมาไม่ควรสร้างความเดือดร้อนแก่เพื่อนบ้านข้างเคียง เช่น ไม่บดบังทัศนวิสัย ไม่บังแดดหรือบังลม ซึ่งอาจเป็นเหตุให้เพื่อนบ้านฟ้องร้องเราตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ นอกจากนี้แล้ว ก่อนการต่อเติมรั้วต้องรู้ก่อนว่า “รั้วเป็นของใคร” สำหรับบ้านในโครงการจัดสรร รั้วกั้นระหว่างบ้านอาจมีข้อกำหนดเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์และการใช้งาน เช่น กรณีรั้วที่จัดทำขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ หรือรั้วกั้นระหว่างบ้านที่มีแนวเขตร่วมกัน จึงควรตรวจสอบกับนิติบุคคลหมู่บ้านหรือเอกสารของโครงการก่อนดัดแปลง ส่วนบ้านทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในโครงการจัดสรร ควรตรวจสอบว่า รั้วอยู่ในเขตที่ดินของใคร และเป็นกรรมสิทธิ์ของใคร หากรั้วเป็นของเพื่อนบ้านหรือเป็นรั้วที่มีกรรมสิทธิ์ร่วม การต่อเติมโดยไม่ได้รับความยินยอมอาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาได้ ดังนั้น หากไม่แน่ใจเรื่องกรรมสิทธิ์ ควรตรวจสอบแนวเขตที่ดินให้แน่ใจก่อนดำเนินการ 2. รั้วทึบหรือรั้วโปร่ง แบบไหนเหมาะกับบ้าน เมื่อผ่านเรื่องข้อกฎหมายแล้ว ขั้นต่อมาคือการเลือกรูปแบบรั้ว โดยควรพิจารณาจากความเป็นส่วนตัว การระบายอากาศ แรงลม และภาพรวมของบ้าน รั้วทึบ เพิ่มความเป็นส่วนตัวได้มาก เหมาะกับบ้านที่ต้องการบดบังสายตาจากภายนอก เช่น บ้านที่อยู่ติดถนน หรือบ้านที่มีพื้นที่ใช้งานอยู่ใกล้แนวรั้ว ข้อดี ช่วยบดบังสายตาได้ดี เพิ่มความเป็นส่วนตัว ลดการมองเห็นพื้นที่ภายในบ้านจากภายนอก ข้อควรพิจารณา ลมผ่านได้น้อยกว่ารั้วโปร่ง เมื่อทำรั้วสูงและทึบ พื้นที่รับแรงลมจะเพิ่มขึ้น ต้องคำนึงถึงโครงสร้างรั้วเดิม รั้วโปร่ง ระบายอากาศได้ดี รั้วโปร่งหรือรั้วระแนงช่วยให้ลมสามารถไหลผ่านได้ และทำให้พื้นที่บริเวณรั้วดูไม่อึดอัด ข้อดี ระบายอากาศได้ดี ลดแรงปะทะของลมเมื่อเทียบกับแผงทึบ บ้านดูโปร่งและไม่ปิดทึบจนเกินไป ข้อควรพิจารณา บังสายตาได้ไม่เต็มที่ ต้องออกแบบระยะห่างของช่องให้เหมาะกับระดับความเป็นส่วนตัวที่ต้องการ อีกทางเลือกคือ รั้วกึ่งทึบกึ่งโปร่ง เช่น ทำส่วนล่างเป็นแผงทึบสำหรับบังสายตา แล้วออกแบบส่วนบนเป็นระแนง วิธีนี้ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัวในจุดที่จำเป็น ขณะเดียวกันยังเปิดช่องให้อากาศถ่ายเทได้ รั้วทึบเป็นส่วนตัวแต่ไม่ได้รับลม รั้วโปร่งความเป็นส่วนตัวลดลงแต่ลมผ่านได้ ภาพ: รั้วทึบเป็นส่วนตัวแต่ไม่ได้รับลม รั้วโปร่งความเป็นส่วนตัวลดลงแต่ลมผ่านได้ 3. โครงสร้างและการติดตั้ง ต้องยึดกับส่วนที่รับน้ำหนัก การต่อเติมรั้วสูงขึ้นไม่ใช่เพียงการนำแผ่นวัสดุมาติดตั้งบนรั้วเดิม แต่ต้องพิจารณาว่า โครงสร้างเดิมสามารถรับน้ำหนักของส่วนต่อเติมและแรงลมที่เพิ่มขึ้นได้หรือไม่ โดยหลักการติดตั้ง ควรยึดส่วนต่อเติมเข้ากับแนวโครงสร้างหลักของรั้วเดิม ไม่ควรยึดกับเพียงผิววัสดุตกแต่งที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรับน้ำหนัก ได้แก่ ยึดเข้ากับ หัวเสาและคานทับหลัง ยึดเข้ากับ แนวเสารั้ว เพื่อช่วยถ่ายน้ำหนักลงสู่โครงสร้าง ทั้งนี้ วิธีการยึดที่เหมาะสมต้องพิจารณาจากโครงสร้างจริงของรั้วแต่ละบ้าน ทั้งขนาดและระยะห่างของเสา ชนิดวัสดุ สภาพรั้ว รวมถึงฐานรากเดิม หลักการติดตั้งส่วนต่อเติมรั้วควรยึดเข้ากับแนวโครงสร้างหลักของรั้วเดิม ภาพ: หลักการติดตั้งส่วนต่อเติมรั้วควรยึดเข้ากับแนวโครงสร้างหลักของรั้วเดิม 4. เลือกวัสดุน้ำหนักเบา ลดภาระโครงสร้างเดิม เมื่อเป็นการต่อเติมจากรั้วเดิม การเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักไม่มากสามารถช่วยลดภาระที่เพิ่มขึ้นกับโครงสร้างได้ เช่น ไวนิล ไฟเบอร์ซีเมนต์ อะลูมิเนียม ตัวอย่างงานตกแต่งต่อเติมรั้วด้วยวัสดุที่มีน้ำหนักไม่มาก ภาพ: ตัวอย่างงานตกแต่งต่อเติมรั้วด้วยวัสดุที่มีน้ำหนักไม่มาก รั้วไวนิล เป็นวัสดุต่อเติมรั้วที่ได้รับความนิยม เพราะติดตั้งง่าย สะดวก มีรูปแบบให้เลือกหลากหลาย มีสีในตัว มักมาเป็นชุดระบบระแนงที่มีอุปกรณ์มาให้พร้อม เหมาะกับการนำมาทำแผงบังสายตาหรือรั้วที่ต้องการความเป็นส่วนตัว มีน้ำหนักเบา ดูแลรักษาง่าย ตัวอย่างการต่อเติมรั้วระแนงไม้ไวนิล ภาพ: ตัวอย่างการต่อเติมรั้วระแนงไม้ไวนิล รั้วไฟเบอร์ซีเมนต์ มีทั้งแบบแผ่นและระแนง สามารถนำมาออกแบบเป็นผนังบังสายตาหรือส่วนตกแต่งรั้วได้หลากหลาย ทนทานต่อสภาพอากาศ ไม่บิดงอ ไม่เป็นอาหารปลวก ตัวอย่างการต่อเติมรั้วระแนงไม้ไฟเบอร์ซีเมนต์ ภาพ: ตัวอย่างการต่อเติมรั้วระแนงไม้ไฟเบอร์ซีเมนต์ รั้วอะลูมิเนียม ระแนงลวดลายไม้ที่มีให้เลือกหลายเฉดสี สวยเนี้ยบเหมือนไม้จริง เหมาะกับงานต่อเติมที่ต้องการดีไซน์ให้เข้ากับตัวบ้าน มีน้ำหนักเบา สีสวยทน ไม่เป็นสนิม อายุการใช้งานยาวนาน ตัวอย่างการต่อเติมรั้วระแนงไม้อะลูมิเนียม ภาพ: ตัวอย่างการต่อเติมรั้วระแนงไม้อะลูมิเนียม อย่างไรก็ตาม แม้จะเลือกใช้วัสดุน้ำหนักเบา ก็ไม่ได้หมายความว่าสามารถติดตั้งกับรั้วเดิมได้ทันที เพราะเมื่อเพิ่มความสูง พื้นที่รับแรงลมก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย การออกแบบจึงควรพิจารณาทั้งน้ำหนักวัสดุ วิธีการยึด และแรงลมที่กระทำต่อโครงสร้างร่วมกัน สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ สภาพของรั้วเดิม โดยเฉพาะบ้านที่ก่อสร้างและใช้งานมานานหลายปี ควรตรวจสอบว่ามีปัญหารั้วทรุด เสาหรือคานแตกร้าว หากพบว่ารั้วเริ่มมีสัญญาณความเสียหาย ไม่ควรรีบต่อเติมเพิ่มความสูงรั้ว เพราะส่วนต่อเติมจะเพิ่มทั้งน้ำหนักและแรงลมที่กระทำต่อรั้ว ในกรณีที่ไม่แน่ใจว่ารั้วเดิมสามารถรองรับส่วนต่อเติมได้หรือไม่ ควรปรึกษา วิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้าง เพื่อประเมินสภาพรั้วและเลือกวิธีต่อเติมที่เหมาะสม ไม้ระแนง\ บริการติดระแนงไม้เทียม ระแนงบังตา\ > - อ่านเพิ่มเติม: เลือกแบบรั้วบ้านสวย ๆ ด้วยวัสดุอะไรให้เหมาะกับแบบบ้าน\ > - อ่านเพิ่มเติม: รั้วก่ออิฐบล็อกกับรั้วคอนกรีตสำเร็จรูป\ เลือกซื้อสินค้าและบริการพร้อมติดตั้ง กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้บริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความนี้จัดทำโดย หน่วยงาน SCG Home Online ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแล E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนการให้คำปรึกษา ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในเรื่องการเลือกใช้วัสดุต่างๆ เพื่อการทำบ้าน รวมถึงโซลูชั่นเรื่องบ้านต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้าน และเรื่องวัสดุก่อสร้าง สงวนลิขสิทธ์การคัดลอก เผยแพร่ และทำซ้ำ
ตีระแนงบังตาแนวตั้งหรือแนวนอน เลือกแบบไหนดี? รู้จักหลักการเลือกแนวระแนงจากทิศแดด มุมมอง การรับลม และความเป็นส่วนตัว พร้อมข้อควรระวังก่อนติดตั้ง ประเด็นสำคัญ การตีระแนงแนวตั้งหรือแนวนอนไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาจากทิศทางของบ้าน ตำแหน่งที่ติดตั้ง ลักษณะของแสงแดด และระดับความเป็นส่วนตัวที่ต้องการด้วย ดูทิศแดด ทิศตะวันออกรับแดดช่วงเช้า ควรตีระแนงแนวนอน ทิศตะวันตกรับแดดช่วงบ่ายที่ร้อนจัด ควรตีระแนงแนวนอนแบบเฉียงลง ทิศเหนือ/ทิศใต้ ควรตีระแนงแนวตั้ง หากต้องการเพิ่มการรับลมด้วยให้ตีระแนงแนวตั้งแบบเฉียง หากต้องการความเป็นส่วนตัวมาก ควรตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน มุมมองจากด้านบน-ด้านล่างที่คนส่วนใหญ่มักหลงลืม เช่น การตีระแนงแนวนอนเฉียงลงที่ห้องชั้นบน อาจถูกมองเห็นได้เมื่อมองขึ้นไปจากด้านล่าง อีกเรื่องคือ หากแสงภายในบ้านสว่างกว่าแสงภายนอกบ้านจะทำให้คนภายนอกมองเห็นด้านในได้ โดยเฉพาะการตีระแนงแนวตั้ง ดังนั้นอาจตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน หรือเลือกตีระแนงร่วมกับวิธีอื่นเช่น กระจกฝ้า ม่านมู่ลี่ สำหรับห้องที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงอย่างห้องนอน ห้องน้ำ ระแนงบังตา\ เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว เพิ่มความสวยงาม และสร้างเอกลักษณ์ให้กับบ้าน ซึ่งหากออกแบบและติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม ยังช่วยกรองแสงแดด และลดความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตีระแนงแนวตั้งหรือแนวนอนไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาจากทิศทางของบ้าน ตำแหน่งที่ติดตั้ง ลักษณะของแสงแดด และระดับความเป็นส่วนตัวที่ต้องการ 1) ดู “ทิศแดด” ก่อนตีระแนง สิ่งแรกที่ควรพิจารณา คือ บริเวณที่ต้องการติดตั้งระแนงหันไปทางทิศใด เพราะแต่ละทิศได้รับแสงแดดในมุมและช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ทิศตะวันออก: รับแดดช่วงเช้า แสงแดดช่วงเช้าก่อน 9 โมง เป็นแสงแดดอ่อนที่เราควรได้รับ การตีระแนงแนวนอนจะช่วยกรองแสงแดดในยามเช้า มีแสงลอดเข้าบ้านแบบพอดี (ขึ้นอยู่กับระยะห่างของระแนง) ช่วยให้บ้านดูโปร่งสบาย ไม่อึดอัด การตีระแนงแนวนอน ภาพ: การตีระแนงแนวนอน ทิศตะวันตก: รับแดดช่วงบ่ายที่ร้อนจัด แสงแดดในช่วงเที่ยงจนถึงบ่ายสามโมงมีความร้อน แรง และเป็นแสงในมุมสูง การตีระแนงแนวนอนแบบเฉียงลงจะช่วยลดปริมาณแสงและความร้อนลงได้ หลังจากนั้นเมื่อกำลังของแสงแดดเริ่มอ่อนลงและส่องในมุมต่ำ แสงจะผ่านเข้ามาในบ้านได้เล็กน้อย ไม่มืดจนเกินไป การตีระแนงแนวนอนแบบเฉียงลง ภาพ: การตีระแนงแนวนอนแบบเฉียงลง ทิศเหนือและทิศใต้: พิจารณาจากตำแหน่งและมุมแดด การเดินทางของดวงอาทิตย์ในประเทศไทยจะมีทิศทางอ้อมทางทิศใต้ประมาณ 8 เดือน และอ้อมทางทิศเหนือประมาณ 4 เดือน โดยแสงจะเข้าแบบเฉียงตามทิศทางขึ้นลงในแนวตะวันออก-ตะวันตก จึงควรตีระแนงแนวตั้งโดยพิจารณาตำแหน่งช่องเปิดและมุมที่ต้องการบังแดดร่วมด้วย เพื่อปรับมุมระแนงให้รับกับมุมแดด รวมถึงช่วยดักลมเข้าบ้านได้ ทั้งนี้ อาจเลือกใช้ระแนงบังตาแบบปรับมุมได้ก็ได้เช่นกัน การตีระแนงแนวตั้ง และการตีระแนงแนวตั้งแบบเฉียง ภาพ: การตีระแนงแนวตั้ง และการตีระแนงแนวตั้งแบบเฉียง 2) ความเป็นส่วนตัว การตีระแนงเพื่อช่วยพรางสายตาจากภายนอก ได้แก่ บ้านอยู่ติดถนน ต้องการลดการมองเห็นจากภายนอก ต้องการต่อระแนงเหนือรั้วเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว หน้าต่างห้องนอนอยู่ใกล้บ้านข้างเคียง บ้านอยู่ใกล้อาคารสูงหรือคอนโด ต้องการให้พื้นที่นั่งเล่นยังเปิดรับลม แต่ไม่ถูกมองเห็นจากภายนอก กรณีเหล่านี้ต้องคิดกลับกันว่า “คนภายนอกมองเข้ามาจากมุมไหน” แล้วจึงออกแบบแนวและองศาของระแนงให้บังแนวสายตานั้น หากต้องการความเป็นส่วนตัวสูงควรตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน เพื่อเพิ่มมุมบังสายตาทำให้มองผ่านเข้าไปได้ยากขึ้น แต่อาจทำให้ลมผ่านเข้ามาได้น้อยลง และทำให้รู้สึกถูกปิดมากขึ้น จึงควรเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน ไม่จำเป็นต้องทำให้ทึบที่สุดเสมอไป การตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน ภาพ: การตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน 3) มุมมองจากด้านบนและด้านล่าง อีกประเด็นที่มักมองข้ามหรือลืมคิด คือ ระแนงอาจบังสายตาได้ดีจากมุมหนึ่ง แต่ไม่ได้บังได้ทุกมุม ตัวอย่างเช่น บ้านที่มีหน้าต่างอยู่ชั้นบนและอยู่ใกล้อพาร์ตเมนต์หรือคอนโด หากต้องการป้องกันการมองจากอาคารที่อยู่ ระดับเดียวกันหรือสูงกว่า การตีระแนงแนวนอนแบบเฉียงลง สามารถช่วยบังแนวสายตาจากด้านบนหรือระดับเดียวกันได้ดี แต่หากมีคนมองขึ้นมาจากด้านล่าง จะทำให้สามารถมองผ่านระแนงเข้าไปได้ ดังนั้น ก่อนเลือกแบบระแนง อาจลองยืนในตำแหน่งที่คาดว่าจะมีคนมองเข้ามา แล้วดูว่าแนวสายตาจริงอยู่ในระดับที่มองเห็นได้หรือไม่ 4) ช่วงเวลาและความสว่างของแสง การตีระแนงเพื่อพรางสายตาไม่ได้หมายความว่าจะสามารถป้องกันการมองเห็นได้ตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะระแนงที่มีช่องว่างระหว่างแผ่น หากแสงภายในบ้านสว่างกว่าแสงภายนอกบ้านจะทำให้คนภายนอกมองเห็นด้านในได้ดี กล่าวคือ ช่วงกลางวัน ระแนงช่วยลดการมองเห็นจากภายนอกได้ดี แต่ช่วงกลางคืนหากเปิดไฟภายในบ้าน คนที่อยู่ภายนอกอาจมองผ่านช่องระแนงเข้ามาเห็นภายในบ้านได้ โดยเฉพาะการตีระแนงแนวตั้งจะเห็นได้ชัด หากต้องการพรางสายตาได้ดีขึ้นควรตีระแนงแนวตั้งแบบเฉียงหรือแนวนอนแบบเฉียงลง แต่หากพื้นที่นั้นต้องการความเป็นส่วนตัวสูง เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ หรือพื้นที่แต่งตัว ควรตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน หรืออาจตีระแนงร่วมกับวิธีอื่น เช่น ม่าน มู่ลี่ หรือกระจกฝ้า ไม่ควรพึ่งระแนงบังตาเพียงอย่างเดียว แล้วควรเลือกตีระแนงแนวตั้งหรือแนวนอน? ไม่มีคำตอบว่าแบบใดดีกว่ากัน เพราะระแนงแต่ละแบบเหมาะกับโจทย์ที่ต่างกัน หากเพิ่มจำนวนระแนงหรือทำระยะห่างให้แคบลงก็จะช่วยบังแดดและบังสายตาได้มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็อาจทำให้ลมผ่านน้อยลงและพื้นที่ดูทึบขึ้น ในทางกลับกัน หากเว้นระยะระแนงกว้างก็จะดูโปร่งและรับลมได้ดี แต่ประสิทธิภาพในการบังแดดและพรางสายตาก็จะลดลง ดังนั้นจึงควรพิจารณา 3 เรื่องไปพร้อมกัน ได้แก่ กันแดด รับลม ความเป็นส่วนตัว เพื่อกำหนดรูปแบบของระแนงบังตา ไม่ว่าจะแนวตั้งหรือแนวนอน ระยะห่างระหว่างระแนง และองศาการเอียง ให้เหมาะกับพื้นที่นั้น ๆ เมื่อวางองค์ประกอบเหล่านี้ให้สัมพันธ์กัน ระแนงบังตาก็จะทำหน้าที่ได้มากกว่าการเป็นเพียงของตกแต่งบ้าน แต่ช่วยสร้างทั้งความสบายและคุณภาพการอยู่อาศัยให้กับบ้านได้ด้วย ไม้ระแนง\ บริการติดระแนงไม้เทียม ระแนงบังตา\ > - อ่านเพิ่มเติม: เทียบกันชัดๆ ระแนงบังตา ไฟเบอร์ซีเมนต์ vs WPC vs ไวนิล เลือกแบบไหนให้เหมาะกับบ้าน?\ > - อ่านเพิ่มเติม: รั้วระแนงไม้ ระแนงบังตา เลือกตีระแนงแบบไหนดี?\ เลือกซื้อสินค้าและบริการพร้อมติดตั้ง กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้บริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความนี้จัดทำโดย หน่วยงาน SCG Home Online ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแล E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนการให้คำปรึกษา ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในเรื่องการเลือกใช้วัสดุต่างๆ เพื่อการทำบ้าน รวมถึงโซลูชั่นเรื่องบ้านต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้าน และเรื่องวัสดุก่อสร้าง สงวนลิขสิทธ์การคัดลอก เผยแพร่ และทำซ้ำ
ต่อเติมรั้วให้สูงขึ้นต้องรู้อะไรบ้าง? ชวนเช็กกฎหมาย แนวเขตกรรมสิทธิ์ รั้วทึบ-รั้วโปร่ง โครงสร้างเดิม และวัสดุน้ำหนักเบาก่อนต่อเติม ประเด็นสำคัญ ต่อเติมรั้วสูงได้เท่าไร ต้องเช็กกฎหมายควยคุมอาคารที่เกี่ยวข้องก่อน และควรตรวจสอบข้อกำหนดของหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ รวมถึงข้อบังคับของโครงการในกรณีที่เป็นบ้านจัดสรรด้วย นอกจากนี้ต้องพิจารณาว่ารั้วอยู่ในแนวเขตที่ดินของเราหรือไม่ การเลือกรูปแบบรั้ว ควรพิจารณาจากความเป็นส่วนตัว การระบายอากาศ แรงลม และภาพรวมของบ้าน อย่างรั้วทึบช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้มาก ส่วนรั้วโปร่งสามารถระบายอากาศได้ดีกว่า การต่อเติมรั้วสูงขึ้นต้องพิจารณาว่า โครงสร้างเดิมสามารถรับน้ำหนักของส่วนต่อเติมและแรงลมที่เพิ่มขึ้นได้หรือไม่ ควรยึดส่วนต่อเติมเข้ากับแนวโครงสร้างหลักของรั้วเดิม การเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักไม่มากสามารถช่วยลดภาระที่เพิ่มขึ้นกับโครงสร้างได้ เช่น ไวนิล ไฟเบอร์ซีเมนต์ อะลูมิเนียม บ้านที่อยู่อาศัยมานาน เมื่อสภาพแวดล้อมรอบบ้านเปลี่ยนไป ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยก็อาจเปลี่ยนตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น ถนนหน้าบ้านที่มีการปรับระดับสูงขึ้น บ้านข้างเคียงที่ต่อเติมอาคารเข้ามาใกล้แนวรั้ว หรือพื้นที่ใช้งานของเพื่อนบ้านที่ทำให้มองเห็นเข้ามาภายในบ้านได้ง่ายขึ้น หนึ่งในวิธีที่มักนึกถึงคือ การต่อเติมรั้วให้สูงขึ้น แต่ก่อนจะเลือกวัสดุหรือเริ่มติดตั้ง ไม่ควรมองเพียงเรื่องความสวยงาม เพราะการเพิ่มความสูงของรั้วมีทั้งเรื่อง กฎหมาย ความเป็นเจ้าของรั้ว โครงสร้าง และน้ำหนักของวัสดุ ที่ต้องพิจารณาไปพร้อมกัน 1. ต่อเติมรั้วสูงได้เท่าไร ต้องเช็กกฎหมายก่อน สิ่งแรกที่ควรตรวจสอบคือ ตำแหน่งของรั้วและแนวเขตที่ดิน เพราะข้อกำหนดเกี่ยวกับความสูงของรั้วอาจแตกต่างกันตามบริบทของพื้นที่ กรณีรั้วติดถนนสาธารณะ กฎกระทรวง ฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) ข้อ 47 กำหนดว่า รั้วหรือกําแพงที่สร้างขึ้นติดต่อหรือห่างจากถนนสาธารณะน้อยกว่าความสูงของรั้ว ให้ก่อสร้างได้สูงไม่เกิน 3 เมตร เหนือระดับทางเท้าหรือถนนสาธารณะ ดังนั้น หากเป็นบ้านที่อยู่ติดถนนแล้วต้องการเพิ่มความสูงของรั้ว ควรตรวจสอบระดับถนนหรือทางเท้า รวมถึงข้อกำหนดของหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ก่อนดำเนินการ ตลอดจนข้อบังคับของโครงการในกรณีที่เป็นบ้านจัดสรรด้วย เช่น ข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานครเรื่องควบคุมอาคาร พ.ศ. 2544 ข้อ 50 กำหนดว่า อาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้ถนนสาธารณะที่มีความกว้างน้อยกว่า 6 เมตร ให้ร่นแนวอาคารห่างจากกึ่งกลางถนนสาธารณะอย่างน้อย 3 เมตร มิให้มีส่วนของอาคารล้ำเข้ามาในแนวร่นดังกล่าว ยกเว้นรั้วหรือกำแพงกั้นแนวเขตที่สูงไม่เกิน 2 เมตร หมายความว่า รั้วในกรุงเทพฯ ที่สร้างติดถนนสาธารณะที่มีความกว้างถนนสาธารณะน้อยกว่า 6 เมตร ต้องมีความสูงไม่เกิน 2 เมตร รั้วสูงจากระดับถนนสาธารณะหรือทางเท้าได้ไม่เกิน 3 เมตร ภาพ: รั้วสูงจากระดับถนนสาธารณะหรือทางเท้าได้ไม่เกิน 3 เมตร กรณีเป็นรั้วระหว่างเรากับเพื่อนบ้าน ยังไม่มีข้อกำหนดเรื่องความสูงรั้ว แต่รั้วที่ต่อเติมความสูงขึ้นมาไม่ควรสร้างความเดือดร้อนแก่เพื่อนบ้านข้างเคียง เช่น ไม่บดบังทัศนวิสัย ไม่บังแดดหรือบังลม ซึ่งอาจเป็นเหตุให้เพื่อนบ้านฟ้องร้องเราตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ นอกจากนี้แล้ว ก่อนการต่อเติมรั้วต้องรู้ก่อนว่า “รั้วเป็นของใคร” สำหรับบ้านในโครงการจัดสรร รั้วกั้นระหว่างบ้านอาจมีข้อกำหนดเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์และการใช้งาน เช่น กรณีรั้วที่จัดทำขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ หรือรั้วกั้นระหว่างบ้านที่มีแนวเขตร่วมกัน จึงควรตรวจสอบกับนิติบุคคลหมู่บ้านหรือเอกสารของโครงการก่อนดัดแปลง ส่วนบ้านทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในโครงการจัดสรร ควรตรวจสอบว่า รั้วอยู่ในเขตที่ดินของใคร และเป็นกรรมสิทธิ์ของใคร หากรั้วเป็นของเพื่อนบ้านหรือเป็นรั้วที่มีกรรมสิทธิ์ร่วม การต่อเติมโดยไม่ได้รับความยินยอมอาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาได้ ดังนั้น หากไม่แน่ใจเรื่องกรรมสิทธิ์ ควรตรวจสอบแนวเขตที่ดินให้แน่ใจก่อนดำเนินการ 2. รั้วทึบหรือรั้วโปร่ง แบบไหนเหมาะกับบ้าน เมื่อผ่านเรื่องข้อกฎหมายแล้ว ขั้นต่อมาคือการเลือกรูปแบบรั้ว โดยควรพิจารณาจากความเป็นส่วนตัว การระบายอากาศ แรงลม และภาพรวมของบ้าน รั้วทึบ เพิ่มความเป็นส่วนตัวได้มาก เหมาะกับบ้านที่ต้องการบดบังสายตาจากภายนอก เช่น บ้านที่อยู่ติดถนน หรือบ้านที่มีพื้นที่ใช้งานอยู่ใกล้แนวรั้ว ข้อดี ช่วยบดบังสายตาได้ดี เพิ่มความเป็นส่วนตัว ลดการมองเห็นพื้นที่ภายในบ้านจากภายนอก ข้อควรพิจารณา ลมผ่านได้น้อยกว่ารั้วโปร่ง เมื่อทำรั้วสูงและทึบ พื้นที่รับแรงลมจะเพิ่มขึ้น ต้องคำนึงถึงโครงสร้างรั้วเดิม รั้วโปร่ง ระบายอากาศได้ดี รั้วโปร่งหรือรั้วระแนงช่วยให้ลมสามารถไหลผ่านได้ และทำให้พื้นที่บริเวณรั้วดูไม่อึดอัด ข้อดี ระบายอากาศได้ดี ลดแรงปะทะของลมเมื่อเทียบกับแผงทึบ บ้านดูโปร่งและไม่ปิดทึบจนเกินไป ข้อควรพิจารณา บังสายตาได้ไม่เต็มที่ ต้องออกแบบระยะห่างของช่องให้เหมาะกับระดับความเป็นส่วนตัวที่ต้องการ อีกทางเลือกคือ รั้วกึ่งทึบกึ่งโปร่ง เช่น ทำส่วนล่างเป็นแผงทึบสำหรับบังสายตา แล้วออกแบบส่วนบนเป็นระแนง วิธีนี้ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัวในจุดที่จำเป็น ขณะเดียวกันยังเปิดช่องให้อากาศถ่ายเทได้ รั้วทึบเป็นส่วนตัวแต่ไม่ได้รับลม รั้วโปร่งความเป็นส่วนตัวลดลงแต่ลมผ่านได้ ภาพ: รั้วทึบเป็นส่วนตัวแต่ไม่ได้รับลม รั้วโปร่งความเป็นส่วนตัวลดลงแต่ลมผ่านได้ 3. โครงสร้างและการติดตั้ง ต้องยึดกับส่วนที่รับน้ำหนัก การต่อเติมรั้วสูงขึ้นไม่ใช่เพียงการนำแผ่นวัสดุมาติดตั้งบนรั้วเดิม แต่ต้องพิจารณาว่า โครงสร้างเดิมสามารถรับน้ำหนักของส่วนต่อเติมและแรงลมที่เพิ่มขึ้นได้หรือไม่ โดยหลักการติดตั้ง ควรยึดส่วนต่อเติมเข้ากับแนวโครงสร้างหลักของรั้วเดิม ไม่ควรยึดกับเพียงผิววัสดุตกแต่งที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรับน้ำหนัก ได้แก่ ยึดเข้ากับ หัวเสาและคานทับหลัง ยึดเข้ากับ แนวเสารั้ว เพื่อช่วยถ่ายน้ำหนักลงสู่โครงสร้าง ทั้งนี้ วิธีการยึดที่เหมาะสมต้องพิจารณาจากโครงสร้างจริงของรั้วแต่ละบ้าน ทั้งขนาดและระยะห่างของเสา ชนิดวัสดุ สภาพรั้ว รวมถึงฐานรากเดิม หลักการติดตั้งส่วนต่อเติมรั้วควรยึดเข้ากับแนวโครงสร้างหลักของรั้วเดิม ภาพ: หลักการติดตั้งส่วนต่อเติมรั้วควรยึดเข้ากับแนวโครงสร้างหลักของรั้วเดิม 4. เลือกวัสดุน้ำหนักเบา ลดภาระโครงสร้างเดิม เมื่อเป็นการต่อเติมจากรั้วเดิม การเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักไม่มากสามารถช่วยลดภาระที่เพิ่มขึ้นกับโครงสร้างได้ เช่น ไวนิล ไฟเบอร์ซีเมนต์ อะลูมิเนียม ตัวอย่างงานตกแต่งต่อเติมรั้วด้วยวัสดุที่มีน้ำหนักไม่มาก ภาพ: ตัวอย่างงานตกแต่งต่อเติมรั้วด้วยวัสดุที่มีน้ำหนักไม่มาก รั้วไวนิล เป็นวัสดุต่อเติมรั้วที่ได้รับความนิยม เพราะติดตั้งง่าย สะดวก มีรูปแบบให้เลือกหลากหลาย มีสีในตัว มักมาเป็นชุดระบบระแนงที่มีอุปกรณ์มาให้พร้อม เหมาะกับการนำมาทำแผงบังสายตาหรือรั้วที่ต้องการความเป็นส่วนตัว มีน้ำหนักเบา ดูแลรักษาง่าย ตัวอย่างการต่อเติมรั้วระแนงไม้ไวนิล ภาพ: ตัวอย่างการต่อเติมรั้วระแนงไม้ไวนิล รั้วไฟเบอร์ซีเมนต์ มีทั้งแบบแผ่นและระแนง สามารถนำมาออกแบบเป็นผนังบังสายตาหรือส่วนตกแต่งรั้วได้หลากหลาย ทนทานต่อสภาพอากาศ ไม่บิดงอ ไม่เป็นอาหารปลวก ตัวอย่างการต่อเติมรั้วระแนงไม้ไฟเบอร์ซีเมนต์ ภาพ: ตัวอย่างการต่อเติมรั้วระแนงไม้ไฟเบอร์ซีเมนต์ รั้วอะลูมิเนียม ระแนงลวดลายไม้ที่มีให้เลือกหลายเฉดสี สวยเนี้ยบเหมือนไม้จริง เหมาะกับงานต่อเติมที่ต้องการดีไซน์ให้เข้ากับตัวบ้าน มีน้ำหนักเบา สีสวยทน ไม่เป็นสนิม อายุการใช้งานยาวนาน ตัวอย่างการต่อเติมรั้วระแนงไม้อะลูมิเนียม ภาพ: ตัวอย่างการต่อเติมรั้วระแนงไม้อะลูมิเนียม อย่างไรก็ตาม แม้จะเลือกใช้วัสดุน้ำหนักเบา ก็ไม่ได้หมายความว่าสามารถติดตั้งกับรั้วเดิมได้ทันที เพราะเมื่อเพิ่มความสูง พื้นที่รับแรงลมก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย การออกแบบจึงควรพิจารณาทั้งน้ำหนักวัสดุ วิธีการยึด และแรงลมที่กระทำต่อโครงสร้างร่วมกัน สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ สภาพของรั้วเดิม โดยเฉพาะบ้านที่ก่อสร้างและใช้งานมานานหลายปี ควรตรวจสอบว่ามีปัญหารั้วทรุด เสาหรือคานแตกร้าว หากพบว่ารั้วเริ่มมีสัญญาณความเสียหาย ไม่ควรรีบต่อเติมเพิ่มความสูงรั้ว เพราะส่วนต่อเติมจะเพิ่มทั้งน้ำหนักและแรงลมที่กระทำต่อรั้ว ในกรณีที่ไม่แน่ใจว่ารั้วเดิมสามารถรองรับส่วนต่อเติมได้หรือไม่ ควรปรึกษา วิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้าง เพื่อประเมินสภาพรั้วและเลือกวิธีต่อเติมที่เหมาะสม ไม้ระแนง\ บริการติดระแนงไม้เทียม ระแนงบังตา\ > - อ่านเพิ่มเติม: เลือกแบบรั้วบ้านสวย ๆ ด้วยวัสดุอะไรให้เหมาะกับแบบบ้าน\ > - อ่านเพิ่มเติม: รั้วก่ออิฐบล็อกกับรั้วคอนกรีตสำเร็จรูป\ เลือกซื้อสินค้าและบริการพร้อมติดตั้ง กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้บริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความนี้จัดทำโดย หน่วยงาน SCG Home Online ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแล E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนการให้คำปรึกษา ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในเรื่องการเลือกใช้วัสดุต่างๆ เพื่อการทำบ้าน รวมถึงโซลูชั่นเรื่องบ้านต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้าน และเรื่องวัสดุก่อสร้าง สงวนลิขสิทธ์การคัดลอก เผยแพร่ และทำซ้ำ
ตีระแนงบังตาแนวตั้งหรือแนวนอน เลือกแบบไหนดี? รู้จักหลักการเลือกแนวระแนงจากทิศแดด มุมมอง การรับลม และความเป็นส่วนตัว พร้อมข้อควรระวังก่อนติดตั้ง ประเด็นสำคัญ การตีระแนงแนวตั้งหรือแนวนอนไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาจากทิศทางของบ้าน ตำแหน่งที่ติดตั้ง ลักษณะของแสงแดด และระดับความเป็นส่วนตัวที่ต้องการด้วย ดูทิศแดด ทิศตะวันออกรับแดดช่วงเช้า ควรตีระแนงแนวนอน ทิศตะวันตกรับแดดช่วงบ่ายที่ร้อนจัด ควรตีระแนงแนวนอนแบบเฉียงลง ทิศเหนือ/ทิศใต้ ควรตีระแนงแนวตั้ง หากต้องการเพิ่มการรับลมด้วยให้ตีระแนงแนวตั้งแบบเฉียง หากต้องการความเป็นส่วนตัวมาก ควรตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน มุมมองจากด้านบน-ด้านล่างที่คนส่วนใหญ่มักหลงลืม เช่น การตีระแนงแนวนอนเฉียงลงที่ห้องชั้นบน อาจถูกมองเห็นได้เมื่อมองขึ้นไปจากด้านล่าง อีกเรื่องคือ หากแสงภายในบ้านสว่างกว่าแสงภายนอกบ้านจะทำให้คนภายนอกมองเห็นด้านในได้ โดยเฉพาะการตีระแนงแนวตั้ง ดังนั้นอาจตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน หรือเลือกตีระแนงร่วมกับวิธีอื่นเช่น กระจกฝ้า ม่านมู่ลี่ สำหรับห้องที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงอย่างห้องนอน ห้องน้ำ ระแนงบังตา\ เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว เพิ่มความสวยงาม และสร้างเอกลักษณ์ให้กับบ้าน ซึ่งหากออกแบบและติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม ยังช่วยกรองแสงแดด และลดความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตีระแนงแนวตั้งหรือแนวนอนไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาจากทิศทางของบ้าน ตำแหน่งที่ติดตั้ง ลักษณะของแสงแดด และระดับความเป็นส่วนตัวที่ต้องการ 1) ดู “ทิศแดด” ก่อนตีระแนง สิ่งแรกที่ควรพิจารณา คือ บริเวณที่ต้องการติดตั้งระแนงหันไปทางทิศใด เพราะแต่ละทิศได้รับแสงแดดในมุมและช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ทิศตะวันออก: รับแดดช่วงเช้า แสงแดดช่วงเช้าก่อน 9 โมง เป็นแสงแดดอ่อนที่เราควรได้รับ การตีระแนงแนวนอนจะช่วยกรองแสงแดดในยามเช้า มีแสงลอดเข้าบ้านแบบพอดี (ขึ้นอยู่กับระยะห่างของระแนง) ช่วยให้บ้านดูโปร่งสบาย ไม่อึดอัด การตีระแนงแนวนอน ภาพ: การตีระแนงแนวนอน ทิศตะวันตก: รับแดดช่วงบ่ายที่ร้อนจัด แสงแดดในช่วงเที่ยงจนถึงบ่ายสามโมงมีความร้อน แรง และเป็นแสงในมุมสูง การตีระแนงแนวนอนแบบเฉียงลงจะช่วยลดปริมาณแสงและความร้อนลงได้ หลังจากนั้นเมื่อกำลังของแสงแดดเริ่มอ่อนลงและส่องในมุมต่ำ แสงจะผ่านเข้ามาในบ้านได้เล็กน้อย ไม่มืดจนเกินไป การตีระแนงแนวนอนแบบเฉียงลง ภาพ: การตีระแนงแนวนอนแบบเฉียงลง ทิศเหนือและทิศใต้: พิจารณาจากตำแหน่งและมุมแดด การเดินทางของดวงอาทิตย์ในประเทศไทยจะมีทิศทางอ้อมทางทิศใต้ประมาณ 8 เดือน และอ้อมทางทิศเหนือประมาณ 4 เดือน โดยแสงจะเข้าแบบเฉียงตามทิศทางขึ้นลงในแนวตะวันออก-ตะวันตก จึงควรตีระแนงแนวตั้งโดยพิจารณาตำแหน่งช่องเปิดและมุมที่ต้องการบังแดดร่วมด้วย เพื่อปรับมุมระแนงให้รับกับมุมแดด รวมถึงช่วยดักลมเข้าบ้านได้ ทั้งนี้ อาจเลือกใช้ระแนงบังตาแบบปรับมุมได้ก็ได้เช่นกัน การตีระแนงแนวตั้ง และการตีระแนงแนวตั้งแบบเฉียง ภาพ: การตีระแนงแนวตั้ง และการตีระแนงแนวตั้งแบบเฉียง 2) ความเป็นส่วนตัว การตีระแนงเพื่อช่วยพรางสายตาจากภายนอก ได้แก่ บ้านอยู่ติดถนน ต้องการลดการมองเห็นจากภายนอก ต้องการต่อระแนงเหนือรั้วเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว หน้าต่างห้องนอนอยู่ใกล้บ้านข้างเคียง บ้านอยู่ใกล้อาคารสูงหรือคอนโด ต้องการให้พื้นที่นั่งเล่นยังเปิดรับลม แต่ไม่ถูกมองเห็นจากภายนอก กรณีเหล่านี้ต้องคิดกลับกันว่า “คนภายนอกมองเข้ามาจากมุมไหน” แล้วจึงออกแบบแนวและองศาของระแนงให้บังแนวสายตานั้น หากต้องการความเป็นส่วนตัวสูงควรตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน เพื่อเพิ่มมุมบังสายตาทำให้มองผ่านเข้าไปได้ยากขึ้น แต่อาจทำให้ลมผ่านเข้ามาได้น้อยลง และทำให้รู้สึกถูกปิดมากขึ้น จึงควรเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน ไม่จำเป็นต้องทำให้ทึบที่สุดเสมอไป การตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน ภาพ: การตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน 3) มุมมองจากด้านบนและด้านล่าง อีกประเด็นที่มักมองข้ามหรือลืมคิด คือ ระแนงอาจบังสายตาได้ดีจากมุมหนึ่ง แต่ไม่ได้บังได้ทุกมุม ตัวอย่างเช่น บ้านที่มีหน้าต่างอยู่ชั้นบนและอยู่ใกล้อพาร์ตเมนต์หรือคอนโด หากต้องการป้องกันการมองจากอาคารที่อยู่ ระดับเดียวกันหรือสูงกว่า การตีระแนงแนวนอนแบบเฉียงลง สามารถช่วยบังแนวสายตาจากด้านบนหรือระดับเดียวกันได้ดี แต่หากมีคนมองขึ้นมาจากด้านล่าง จะทำให้สามารถมองผ่านระแนงเข้าไปได้ ดังนั้น ก่อนเลือกแบบระแนง อาจลองยืนในตำแหน่งที่คาดว่าจะมีคนมองเข้ามา แล้วดูว่าแนวสายตาจริงอยู่ในระดับที่มองเห็นได้หรือไม่ 4) ช่วงเวลาและความสว่างของแสง การตีระแนงเพื่อพรางสายตาไม่ได้หมายความว่าจะสามารถป้องกันการมองเห็นได้ตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะระแนงที่มีช่องว่างระหว่างแผ่น หากแสงภายในบ้านสว่างกว่าแสงภายนอกบ้านจะทำให้คนภายนอกมองเห็นด้านในได้ดี กล่าวคือ ช่วงกลางวัน ระแนงช่วยลดการมองเห็นจากภายนอกได้ดี แต่ช่วงกลางคืนหากเปิดไฟภายในบ้าน คนที่อยู่ภายนอกอาจมองผ่านช่องระแนงเข้ามาเห็นภายในบ้านได้ โดยเฉพาะการตีระแนงแนวตั้งจะเห็นได้ชัด หากต้องการพรางสายตาได้ดีขึ้นควรตีระแนงแนวตั้งแบบเฉียงหรือแนวนอนแบบเฉียงลง แต่หากพื้นที่นั้นต้องการความเป็นส่วนตัวสูง เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ หรือพื้นที่แต่งตัว ควรตีระแนงสลับหรือเหลื่อมกันทั้งสองด้าน หรืออาจตีระแนงร่วมกับวิธีอื่น เช่น ม่าน มู่ลี่ หรือกระจกฝ้า ไม่ควรพึ่งระแนงบังตาเพียงอย่างเดียว แล้วควรเลือกตีระแนงแนวตั้งหรือแนวนอน? ไม่มีคำตอบว่าแบบใดดีกว่ากัน เพราะระแนงแต่ละแบบเหมาะกับโจทย์ที่ต่างกัน หากเพิ่มจำนวนระแนงหรือทำระยะห่างให้แคบลงก็จะช่วยบังแดดและบังสายตาได้มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็อาจทำให้ลมผ่านน้อยลงและพื้นที่ดูทึบขึ้น ในทางกลับกัน หากเว้นระยะระแนงกว้างก็จะดูโปร่งและรับลมได้ดี แต่ประสิทธิภาพในการบังแดดและพรางสายตาก็จะลดลง ดังนั้นจึงควรพิจารณา 3 เรื่องไปพร้อมกัน ได้แก่ กันแดด รับลม ความเป็นส่วนตัว เพื่อกำหนดรูปแบบของระแนงบังตา ไม่ว่าจะแนวตั้งหรือแนวนอน ระยะห่างระหว่างระแนง และองศาการเอียง ให้เหมาะกับพื้นที่นั้น ๆ เมื่อวางองค์ประกอบเหล่านี้ให้สัมพันธ์กัน ระแนงบังตาก็จะทำหน้าที่ได้มากกว่าการเป็นเพียงของตกแต่งบ้าน แต่ช่วยสร้างทั้งความสบายและคุณภาพการอยู่อาศัยให้กับบ้านได้ด้วย ไม้ระแนง\ บริการติดระแนงไม้เทียม ระแนงบังตา\ > - อ่านเพิ่มเติม: เทียบกันชัดๆ ระแนงบังตา ไฟเบอร์ซีเมนต์ vs WPC vs ไวนิล เลือกแบบไหนให้เหมาะกับบ้าน?\ > - อ่านเพิ่มเติม: รั้วระแนงไม้ ระแนงบังตา เลือกตีระแนงแบบไหนดี?\ เลือกซื้อสินค้าและบริการพร้อมติดตั้ง กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้บริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความนี้จัดทำโดย หน่วยงาน SCG Home Online ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแล E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนการให้คำปรึกษา ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในเรื่องการเลือกใช้วัสดุต่างๆ เพื่อการทำบ้าน รวมถึงโซลูชั่นเรื่องบ้านต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้าน และเรื่องวัสดุก่อสร้าง สงวนลิขสิทธ์การคัดลอก เผยแพร่ และทำซ้ำ