

พื้นสมาร์ทบอร์ด รุ่นขอบเรียบ ความหนา 16-20 มม. ปลอดภัย ไม่มีใยหิน เหมาะสำหรับงานพื้นทั้งภายในและภายนอก แข็งแรงทนทานและยังสามารถรับน้ำหนักได้ดี
พื้นสมาร์ทบอร์ด SCG
มีความแข็งแรง ทนทาน ใช้งานได้ดีกับงานประเภทอาคารที่ต้องการความรวดเร็วในการก่อสร้าง เช่น โรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร หรืองานปรับปรุง ต่อเติม ที่กังวลเรื่องน้ำหนัก และการทรุดตัวของพื้นดิน นอกจากนี้ สมาร์ทบอร์ด เอสซีจี สามารถตกแต่งปิดผิวได้ด้วยวัสดุหลายชนิด เช่น พื้นลามิเนต กระเบื้องเซรามิค เป็นต้น
ข้อมูลคุณสมบัติของสมาร์ทบอร์ด SCG (SCG Smartboard)
สมาร์ทบอร์ด SCG เป็นแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ที่ทำจากวัสดุปลอดภัย ไม่มีใยหิน มีคุณสมบัติเหนียวทนด้วยการผสานโครงสร้างระหว่างปูนซีเมนต์ ปอร์ตแลนด์ เอสซีจี ซิลิกา และเส้นใยเซลลูโลสพิเศษ ผ่านกระบวนการอบไอน้ำที่อุณหภูมิและแรงดันสูง จึงมั่นใจในคุณภาพที่ได้มาตรฐานของเอสซีจีทุกแผ่น สามารถนำไปใช้เป็นฝ้า ผนัง พื้น ทั้งภายใน และภายนอก รวมทั้งเป็นแผ่นรองวัสดุปิดผิวได้อย่างมั่นใจ อีกทั้งเหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีซูเปอร์โมเลกุล และ เทคโนโลยี Firm & Flex
เหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีซูเปอร์โมเลกุล และ เทคโนโลยี Firm & Flex
69.6 กก.
ไฟเบอร์ซีเมนต์
การใช้งาน 0.35 แผ่นต่อตารางเมตร
มอก. 1427-2561
ขายแล้ว 502
รับส่วนลดพิเศษ วัสดุก่อสร้าง ช่วยฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม


พื้นสมาร์ทบอร์ด รุ่นขอบเรียบ ความหนา 16-20 มม. ปลอดภัย ไม่มีใยหิน เหมาะสำหรับงานพื้นทั้งภายในและภายนอก แข็งแรงทนทานและยังสามารถรับน้ำหนักได้ดี
พื้นสมาร์ทบอร์ด SCG
มีความแข็งแรง ทนทาน ใช้งานได้ดีกับงานประเภทอาคารที่ต้องการความรวดเร็วในการก่อสร้าง เช่น โรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร หรืองานปรับปรุง ต่อเติม ที่กังวลเรื่องน้ำหนัก และการทรุดตัวของพื้นดิน นอกจากนี้ สมาร์ทบอร์ด เอสซีจี สามารถตกแต่งปิดผิวได้ด้วยวัสดุหลายชนิด เช่น พื้นลามิเนต กระเบื้องเซรามิค เป็นต้น
ข้อมูลคุณสมบัติของสมาร์ทบอร์ด SCG (SCG Smartboard)
สมาร์ทบอร์ด SCG เป็นแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ที่ทำจากวัสดุปลอดภัย ไม่มีใยหิน มีคุณสมบัติเหนียวทนด้วยการผสานโครงสร้างระหว่างปูนซีเมนต์ ปอร์ตแลนด์ เอสซีจี ซิลิกา และเส้นใยเซลลูโลสพิเศษ ผ่านกระบวนการอบไอน้ำที่อุณหภูมิและแรงดันสูง จึงมั่นใจในคุณภาพที่ได้มาตรฐานของเอสซีจีทุกแผ่น สามารถนำไปใช้เป็นฝ้า ผนัง พื้น ทั้งภายใน และภายนอก รวมทั้งเป็นแผ่นรองวัสดุปิดผิวได้อย่างมั่นใจ อีกทั้งเหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีซูเปอร์โมเลกุล และ เทคโนโลยี Firm & Flex
เหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีซูเปอร์โมเลกุล และ เทคโนโลยี Firm & Flex
69.6 กก.
ไฟเบอร์ซีเมนต์
การใช้งาน 0.35 แผ่นต่อตารางเมตร
มอก. 1427-2561
พื้นสมาร์ทบอร์ด (Smartboard Flooring)
เลือกความหนาพื้นสมาร์ทบอร์ดให้เหมาะกับการใช้งาน
หมายเหตุ:
การประยุกต์ใช้งานพื้นสมาร์ทบอร์ด
สาเหตุ ผลกระทบ และแนวทางการแก้ไขปัญหาฝนตกน้ำท่วมเข้าบ้านที่เกิดจากระดับถนนภายนอกสูงกว่าระดับพื้นในบ้าน ประเด็นสำคัญ บ้านที่มีอายุเกินกว่า 30 ปี มักพบปัญหาระดับถนนภายนอกปรับสูงขึ้น ส่งผลให้พื้นรอบบ้านต่ำกว่าถนน รวมถึงพื้นในบ้านด้วย กลายเป็น “แอ่งกระทะ” ก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมเข้าตัวบ้าน น้ำผุดขึ้นมาจากรอยต่อพื้นกับผนัง กดชักโครกไม่ลง หากน้ำท่วมไม่มาก และต้องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน อาจทำคันกั้นน้ำหรือแผงกั้นน้ำไม่ให้เข้าบ้าน และใช้ปั๊มจุ่มช่วยสูบน้ำระบายออกสู่ท่อสาธารณะ ระดับน้ำท่วมยังไม่สูงมาก สามารถเพิ่มความสูงพื้นภายในบ้าน 10–12 ซม. โดยเทพื้นคอนกรีตใหม่ทับพื้นคอนกรีตเดิม ค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก งานก่อสร้างไม่ซับซ้อน แต่ต้องพิจารณาระดับพื้นบริเวณประตู ห้องน้ำ และระดับธรณีต่างๆ ด้วย หากจำเป็นต้องยกพื้นในบ้านสูงขึ้นเพื่อให้พ้นระดับน้ำท่วมถึง อาจเลือกใช้โครงสร้างที่มีน้ำหนักเบาโดยคำนึงถึง “ระดับความสูงภายในบ้าน” ที่จะลดลง รวมถึงระดับขอบหน้าต่าง ความสูงบันไดขั้นแรก ระดับวงกบประตู และการปรับแก้ประตูเดิม สำหรับบ้านที่ประสบปัญหารุนแรงและอยู่ต่ำกว่าถนนมาก การ “ดีดบ้าน” หรือการยกบ้านขึ้นทั้งหลัง อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า แต่ใช้งบประมาณค่อนข้างสูง และต้องให้วิศวกรโครงสร้างตรวจสอบความปลอดภัยก่อน บ้านหลังเดิมที่อยู่กันมานานไม่น้อยกว่า 30 ปี มักพบปัญหาระดับถนนภายนอกหรือถนนหน้าบ้านมีการปรับสูงขึ้นตามการพัฒนาของเมือง ส่งผลให้พื้นบริเวณรอบบ้านต่ำกว่าถนน รวมถึงพื้นในบ้านก็อาจต่ำกว่าถนนไปด้วย กลายเป็น “แอ่งกระทะ” โดยไม่รู้ตัว เมื่อฝนตกหนัก น้ำจากภายนอกจึงไหลเข้าสู่บ้าน เกิดปัญหาตามมา เช่น น้ำท่วมเข้าตัวบ้าน น้ำผุดขึ้นมาจากรอยต่อพื้นกับผนัง กดชักโครกไม่ลง น้ำระบายช้า น้ำขังนาน ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับระดับความสูงของน้ำ งบประมาณ และสภาพโครงสร้างเดิมของบ้าน โดยสามารถเรียงลำดับจาก “วิธีเฉพาะหน้า” ไปจนถึง “การแก้ปัญหาระยะยาว” ได้ดังนี้ 1) น้ำท่วมรอบบ้าน กั้นน้ำไม่ให้เข้าบ้าน และใช้ปั๊มจุ่มช่วยสูบน้ำ เป็นวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ทำได้เร็วที่สุด หากระดับน้ำท่วมไม่สูงมาก เจ้าของบ้านสามารถเริ่มจากการป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าตัวบ้านก่อน เช่น ทำคันกั้นน้ำหรือแผงกั้นบริเวณประตู ใช้กระสอบทรายหรือ Flood Barrier ใช้ปั๊มจุ่มช่วยสูบน้ำออกเป็นระยะๆ อย่างไรก็ตาม หลายบ้านพบว่าแม้กั้นน้ำภายนอกได้ แต่น้ำยัง “ผุด” ขึ้นมาจากพื้นภายในบ้านได้เช่นกัน เนื่องจากแรงดันน้ำใต้ดินและน้ำซึมผ่านรอยต่อโครงสร้าง ได้แก่ รอยต่อระหว่างพื้นกับผนัง รอยแตกร้าวของพื้นคอนกรีต แนวรอยต่อวัสดุต่างชนิด หากพบรอยแยก ควรใช้วัสดุประเภทซีลแลนต์กันน้ำ (Sealant) อีพ็อกซี่อุดรอยร้าว PU Sealant หรือวัสดุกันซึม เพื่อช่วยลดการแทรกซึมของน้ำเข้าสู่ตัวบ้าน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะโครงสร้างพื้นบ้านชั้นล่างด้วย บางกรณีเป็นพื้นสำเร็จรูปซึ่งจะมีรอยต่อระหว่างแผ่นพื้นอาจเป็นเหตุให้น้ำซึมผ่านขึ้นมาได้ง่ายกว่า นอกจากนี้ ควรอุดท่อระบายน้ำภายในห้องน้ำชั้นล่างชั่วคราวในช่วงน้ำท่วม เพราะน้ำอาจไหลย้อนกลับเข้ามาทางท่อได้ แม้วิธีนี้จะช่วยลดความเสียหายได้ดี แต่ถือเป็น “การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า” ที่เจ้าของบ้านต้องเตรียมรับมือซ้ำแทบทุกปี ผนังสมาร์ทบอร์ดทำคันกั้นน้ำ ภาพ: ใช้ผนังสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี กั้นบริเวณทางเข้าบ้านและใช้ปั๊มจุ่มช่วยดูดน้ำออก เพื่อให้ให้น้ำเข้าสู่ตัวบ้าน น้ำผุดตรงรอยต่อพื้นกับผนัง ภาพ: น้ำผุดหรือซึมออกมาตรงรอยต่อระหว่างพื้นกับผนังและเสาบ้าน สนใจ ซิลิโคนอเนกประสงค์ กาว อะครีลิก คลิก\ สนใจ ปั๊มจุ่ม/แช่ คลิก\ 2) ระดับน้ำท่วมยังไม่มาก เพิ่มความสูงพื้น 10–12 ซม. หากระดับน้ำเริ่มสูงขึ้นทุกปี แต่ยังไม่ถึงขั้นท่วมหนัก การยกระดับพื้นภายในบ้านเล็กน้อยอาจเป็นทางออกที่เหมาะสม ในกรณีที่พื้นเดิมเป็นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก (ค.ส.ล.) สามารถเทพื้นคอนกรีตใหม่ทับของเดิมได้ โดยยกสูงประมาณ 10–12 ซม.ซึ่งมักช่วยให้พ้นระดับน้ำขังทั่วไปได้พอสมควร ข้อดีของวิธีนี้ คือ ค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก งานก่อสร้างไม่ซับซ้อน กระทบโครงสร้างเดิมน้อย แต่ต้องพิจารณาเรื่องระดับพื้นบริเวณประตู ห้องน้ำ และระดับธรณีต่างๆ ให้เหมาะสมด้วย ยกระดับพื้นบ้าน หนีน้ำท่วม ภาพ: ยกระดับพื้นเล็กน้อย 10–12 ซม. 3) ยกระดับพื้น 30–40 ซม. ให้พ้นระดับน้ำท่วมถึง หากบ้านอยู่ต่ำกว่าถนนมาก การยกระดับพื้นเพียงเล็กน้อยอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องยกพื้นสูงขึ้นประมาณ 30–40 ซม. ให้ทำระบบพื้นยกระดับใหม่ทั้งหมด โดยใช้โครงสร้างเหล็ก ติดตั้งแผ่นพื้นไฟเบอร์ซีเมนต์ แล้วปูทับด้วยวัสดุปูพื้น เช่น กระเบื้อง พื้น SPC ฯลฯ อย่างไรก็ตาม วิธีนี้มีประเด็นสำคัญที่ต้องคำนึงถึง คือ “ระดับความสูงภายในบ้าน” ที่จะลดลง ตัวอย่างเช่น หากเดิมบ้านมีความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.50 เมตร เมื่อยกพื้นขึ้น 30 เซนติเมตร จะเหลือความสูงเพียงประมาณ 2.20 เมตร ซึ่งอาจทำให้รู้สึกอึดอัดและไม่สบายในการอยู่อาศัย นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณารายละเอียดอื่นร่วมด้วย ได้แก่ ระดับขอบหน้าต่าง ความสูงบันไดขั้นแรก ระดับวงกบประตู การปรับแก้ประตูเดิม ระดับห้องน้ำและพื้นที่เปียก ดังนั้น วิธีนี้ควรปรึกษาสถาปนิกและวิศวกรผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินก่อนดำเนินการ ยกระดับพื้นโดยใช้โครงสร้างเหล็ก ภาพ: ยกระดับพื้น 30–40 ซม. โดยใช้โครงสร้างเหล็ก ปูทับด้วยแผ่นพื้นสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี สนใจ พื้นสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี คลิก\ 4) การ “ดีดบ้าน” หรือยกบ้านทั้งหลัง สำหรับบ้านที่ประสบปัญหารุนแรงและอยู่ต่ำกว่าถนนมาก การ “ดีดบ้าน” หรือการยกบ้านขึ้นทั้งหลัง อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า หลักการคือ ยกระดับพื้นบ้านให้สูงกว่าระดับน้ำท่วม โดยยกทั้งหลังขึ้นด้วยระบบไฮดรอลิก แล้วปรับปรุงฐานรากและโครงสร้างด้านล่างใหม่ วิธีนี้เหมาะกับบ้านที่ต้องการรักษาโครงสร้างเดิมไว้ แต่ต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง และจำเป็นต้องให้วิศวกรโครงสร้างตรวจสอบความปลอดภัยอย่างละเอียดก่อนดำเนินงานทุกครั้ง การดีดบ้าน ภาพ: การดีดบ้านหรือยกบ้านทั้งหลัง แล้วปรับปรุงฐานรากและโครงสร้างด้านล่างใหม่ เพื่อให้ระดับพื้นบ้านสูงขึ้น อย่าลืมแก้ปัญหา “พื้นที่รอบบ้าน” ควบคู่กัน แม้จะยกระดับตัวบ้านแล้ว แต่หากพื้นที่รอบบ้านยังระบายน้ำไม่ได้ ปัญหาน้ำขังก็ยังเกิดขึ้นได้อยู่ อาจพิจารณาถมดินปรับระดับพื้นรอบบ้านพร้อมระบบระบายน้ำให้สูงขึ้น หรือหากยังมีข้อจำกัดอื่นๆ อาจทำพื้นที่ดักน้ำชั่วคราวหรือบ่อพักน้ำ จากนั้นใช้เครื่องสูบน้ำช่วยระบายออกสู่ท่อระบายน้ำสาธารณะ จะช่วยลดปริมาณน้ำสะสมรอบตัวบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น บ้านที่ยังใช้ “บ่อเกรอะ-บ่อซึม” อาจเจอปัญหาชักโครกกดไม่ลง อีกปัญหาที่พบได้บ่อยในช่วงฝนตกหนัก คือ “กดชักโครกไม่ลง” โดยเฉพาะบ้านเก่าที่ยังใช้ระบบบ่อเกรอะและบ่อซึมแบบเดิม เพราะเมื่อฝนตกหนัก น้ำในดินมีปริมาณมากบ่อซึมจะระบายน้ำได้ช้าลง หรืออาจเกิดน้ำย้อนกลับเข้าสู่บ่อเกรอะ ทำให้ระบบสุขาภิบาลทำงานผิดปกติ แนวทางแก้ไขระยะยาวนั้นแนะนำให้เปลี่ยนมาใช้ถังบำบัดสำเร็จรูปทดแทน สนใจ ถังบำบัดน้ำเสีย คลิก\ ปัญหาบ้านต่ำกว่าถนนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับบ้านเก่าจำนวนมาก โดยเฉพาะในเมืองที่มีการปรับปรุงถนนต่อเนื่องตลอดหลายปี แม้อาจจะดูเป็นปัญหาเล็กน้อยในช่วงแรก แต่หากปล่อยไว้นานอาจส่งผลทั้งต่อโครงสร้างบ้าน ระบบสุขาภิบาล และคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว การเลือกวิธีแก้ไขควรพิจารณาตามระดับความรุนแรงของปัญหา งบประมาณ และสภาพโครงสร้างเดิมของบ้าน เพื่อให้สามารถรับมือกับปัญหาน้ำท่วมได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืนในอนาคต บทความที่เกี่ยวข้อง: รีวิว ประตูกั้นน้ำท่วมชั่วคราวด้วยแผ่นสมาร์ทบอร์ด แก้ปัญหาน้ำเข้าบ้านได้อยู่หมัด FAQ รวมถาม-ตอบ ซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม เมื่อน้ำท่วมผ่านพ้นไป...ก็ได้เวลา “ตรวจบ้าน ซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม” พื้นไม้ปาร์เกต์หลุดล่อนหลังน้ำท่วม แก้ไขอย่างไร? ซ่อมหรือรื้อใหม่ เตรียมบ้านรับมือน้ำท่วมในอนาคต ป้องกันตั้งแต่รอบบ้านถึงภายในบ้าน ปั๊มจุ่ม-ปั๊มแช่: 5 ข้อพิจารณาก่อนเลือกใช้ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับงานและน้ำท่วม วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome ข้อมูลนี้จัดทำโดย หน่วยงาน SCG Home Online ซึ่งเป็นหน่วยงาน E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด มหาชน) แบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนการให้คำปรึกษา ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในเรื่องการเลือกใช้วัสดุต่าง ๆ เพื่อการทำบ้าน รวมถึงโซลูชั่นเรื่องบ้านต่าง ๆ โดยผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้าน และเรื่องวัสดุก่อสร้าง สงวนลิขสิทธ์การคัดลอก เผยแพร่ และทำซ้ำ
สาเหตุ ผลกระทบ และแนวทางการแก้ไขปัญหาฝนตกน้ำท่วมเข้าบ้านที่เกิดจากระดับถนนภายนอกสูงกว่าระดับพื้นในบ้าน ประเด็นสำคัญ บ้านที่มีอายุเกินกว่า 30 ปี มักพบปัญหาระดับถนนภายนอกปรับสูงขึ้น ส่งผลให้พื้นรอบบ้านต่ำกว่าถนน รวมถึงพื้นในบ้านด้วย กลายเป็น “แอ่งกระทะ” ก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมเข้าตัวบ้าน น้ำผุดขึ้นมาจากรอยต่อพื้นกับผนัง กดชักโครกไม่ลง หากน้ำท่วมไม่มาก และต้องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน อาจทำคันกั้นน้ำหรือแผงกั้นน้ำไม่ให้เข้าบ้าน และใช้ปั๊มจุ่มช่วยสูบน้ำระบายออกสู่ท่อสาธารณะ ระดับน้ำท่วมยังไม่สูงมาก สามารถเพิ่มความสูงพื้นภายในบ้าน 10–12 ซม. โดยเทพื้นคอนกรีตใหม่ทับพื้นคอนกรีตเดิม ค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก งานก่อสร้างไม่ซับซ้อน แต่ต้องพิจารณาระดับพื้นบริเวณประตู ห้องน้ำ และระดับธรณีต่างๆ ด้วย หากจำเป็นต้องยกพื้นในบ้านสูงขึ้นเพื่อให้พ้นระดับน้ำท่วมถึง อาจเลือกใช้โครงสร้างที่มีน้ำหนักเบาโดยคำนึงถึง “ระดับความสูงภายในบ้าน” ที่จะลดลง รวมถึงระดับขอบหน้าต่าง ความสูงบันไดขั้นแรก ระดับวงกบประตู และการปรับแก้ประตูเดิม สำหรับบ้านที่ประสบปัญหารุนแรงและอยู่ต่ำกว่าถนนมาก การ “ดีดบ้าน” หรือการยกบ้านขึ้นทั้งหลัง อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า แต่ใช้งบประมาณค่อนข้างสูง และต้องให้วิศวกรโครงสร้างตรวจสอบความปลอดภัยก่อน บ้านหลังเดิมที่อยู่กันมานานไม่น้อยกว่า 30 ปี มักพบปัญหาระดับถนนภายนอกหรือถนนหน้าบ้านมีการปรับสูงขึ้นตามการพัฒนาของเมือง ส่งผลให้พื้นบริเวณรอบบ้านต่ำกว่าถนน รวมถึงพื้นในบ้านก็อาจต่ำกว่าถนนไปด้วย กลายเป็น “แอ่งกระทะ” โดยไม่รู้ตัว เมื่อฝนตกหนัก น้ำจากภายนอกจึงไหลเข้าสู่บ้าน เกิดปัญหาตามมา เช่น น้ำท่วมเข้าตัวบ้าน น้ำผุดขึ้นมาจากรอยต่อพื้นกับผนัง กดชักโครกไม่ลง น้ำระบายช้า น้ำขังนาน ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับระดับความสูงของน้ำ งบประมาณ และสภาพโครงสร้างเดิมของบ้าน โดยสามารถเรียงลำดับจาก “วิธีเฉพาะหน้า” ไปจนถึง “การแก้ปัญหาระยะยาว” ได้ดังนี้ 1) น้ำท่วมรอบบ้าน กั้นน้ำไม่ให้เข้าบ้าน และใช้ปั๊มจุ่มช่วยสูบน้ำ เป็นวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ทำได้เร็วที่สุด หากระดับน้ำท่วมไม่สูงมาก เจ้าของบ้านสามารถเริ่มจากการป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าตัวบ้านก่อน เช่น ทำคันกั้นน้ำหรือแผงกั้นบริเวณประตู ใช้กระสอบทรายหรือ Flood Barrier ใช้ปั๊มจุ่มช่วยสูบน้ำออกเป็นระยะๆ อย่างไรก็ตาม หลายบ้านพบว่าแม้กั้นน้ำภายนอกได้ แต่น้ำยัง “ผุด” ขึ้นมาจากพื้นภายในบ้านได้เช่นกัน เนื่องจากแรงดันน้ำใต้ดินและน้ำซึมผ่านรอยต่อโครงสร้าง ได้แก่ รอยต่อระหว่างพื้นกับผนัง รอยแตกร้าวของพื้นคอนกรีต แนวรอยต่อวัสดุต่างชนิด หากพบรอยแยก ควรใช้วัสดุประเภทซีลแลนต์กันน้ำ (Sealant) อีพ็อกซี่อุดรอยร้าว PU Sealant หรือวัสดุกันซึม เพื่อช่วยลดการแทรกซึมของน้ำเข้าสู่ตัวบ้าน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะโครงสร้างพื้นบ้านชั้นล่างด้วย บางกรณีเป็นพื้นสำเร็จรูปซึ่งจะมีรอยต่อระหว่างแผ่นพื้นอาจเป็นเหตุให้น้ำซึมผ่านขึ้นมาได้ง่ายกว่า นอกจากนี้ ควรอุดท่อระบายน้ำภายในห้องน้ำชั้นล่างชั่วคราวในช่วงน้ำท่วม เพราะน้ำอาจไหลย้อนกลับเข้ามาทางท่อได้ แม้วิธีนี้จะช่วยลดความเสียหายได้ดี แต่ถือเป็น “การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า” ที่เจ้าของบ้านต้องเตรียมรับมือซ้ำแทบทุกปี ผนังสมาร์ทบอร์ดทำคันกั้นน้ำ ภาพ: ใช้ผนังสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี กั้นบริเวณทางเข้าบ้านและใช้ปั๊มจุ่มช่วยดูดน้ำออก เพื่อให้ให้น้ำเข้าสู่ตัวบ้าน น้ำผุดตรงรอยต่อพื้นกับผนัง ภาพ: น้ำผุดหรือซึมออกมาตรงรอยต่อระหว่างพื้นกับผนังและเสาบ้าน สนใจ ซิลิโคนอเนกประสงค์ กาว อะครีลิก คลิก\ สนใจ ปั๊มจุ่ม/แช่ คลิก\ 2) ระดับน้ำท่วมยังไม่มาก เพิ่มความสูงพื้น 10–12 ซม. หากระดับน้ำเริ่มสูงขึ้นทุกปี แต่ยังไม่ถึงขั้นท่วมหนัก การยกระดับพื้นภายในบ้านเล็กน้อยอาจเป็นทางออกที่เหมาะสม ในกรณีที่พื้นเดิมเป็นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก (ค.ส.ล.) สามารถเทพื้นคอนกรีตใหม่ทับของเดิมได้ โดยยกสูงประมาณ 10–12 ซม.ซึ่งมักช่วยให้พ้นระดับน้ำขังทั่วไปได้พอสมควร ข้อดีของวิธีนี้ คือ ค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก งานก่อสร้างไม่ซับซ้อน กระทบโครงสร้างเดิมน้อย แต่ต้องพิจารณาเรื่องระดับพื้นบริเวณประตู ห้องน้ำ และระดับธรณีต่างๆ ให้เหมาะสมด้วย ยกระดับพื้นบ้าน หนีน้ำท่วม ภาพ: ยกระดับพื้นเล็กน้อย 10–12 ซม. 3) ยกระดับพื้น 30–40 ซม. ให้พ้นระดับน้ำท่วมถึง หากบ้านอยู่ต่ำกว่าถนนมาก การยกระดับพื้นเพียงเล็กน้อยอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องยกพื้นสูงขึ้นประมาณ 30–40 ซม. ให้ทำระบบพื้นยกระดับใหม่ทั้งหมด โดยใช้โครงสร้างเหล็ก ติดตั้งแผ่นพื้นไฟเบอร์ซีเมนต์ แล้วปูทับด้วยวัสดุปูพื้น เช่น กระเบื้อง พื้น SPC ฯลฯ อย่างไรก็ตาม วิธีนี้มีประเด็นสำคัญที่ต้องคำนึงถึง คือ “ระดับความสูงภายในบ้าน” ที่จะลดลง ตัวอย่างเช่น หากเดิมบ้านมีความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.50 เมตร เมื่อยกพื้นขึ้น 30 เซนติเมตร จะเหลือความสูงเพียงประมาณ 2.20 เมตร ซึ่งอาจทำให้รู้สึกอึดอัดและไม่สบายในการอยู่อาศัย นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณารายละเอียดอื่นร่วมด้วย ได้แก่ ระดับขอบหน้าต่าง ความสูงบันไดขั้นแรก ระดับวงกบประตู การปรับแก้ประตูเดิม ระดับห้องน้ำและพื้นที่เปียก ดังนั้น วิธีนี้ควรปรึกษาสถาปนิกและวิศวกรผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินก่อนดำเนินการ ยกระดับพื้นโดยใช้โครงสร้างเหล็ก ภาพ: ยกระดับพื้น 30–40 ซม. โดยใช้โครงสร้างเหล็ก ปูทับด้วยแผ่นพื้นสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี สนใจ พื้นสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี คลิก\ 4) การ “ดีดบ้าน” หรือยกบ้านทั้งหลัง สำหรับบ้านที่ประสบปัญหารุนแรงและอยู่ต่ำกว่าถนนมาก การ “ดีดบ้าน” หรือการยกบ้านขึ้นทั้งหลัง อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า หลักการคือ ยกระดับพื้นบ้านให้สูงกว่าระดับน้ำท่วม โดยยกทั้งหลังขึ้นด้วยระบบไฮดรอลิก แล้วปรับปรุงฐานรากและโครงสร้างด้านล่างใหม่ วิธีนี้เหมาะกับบ้านที่ต้องการรักษาโครงสร้างเดิมไว้ แต่ต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง และจำเป็นต้องให้วิศวกรโครงสร้างตรวจสอบความปลอดภัยอย่างละเอียดก่อนดำเนินงานทุกครั้ง การดีดบ้าน ภาพ: การดีดบ้านหรือยกบ้านทั้งหลัง แล้วปรับปรุงฐานรากและโครงสร้างด้านล่างใหม่ เพื่อให้ระดับพื้นบ้านสูงขึ้น อย่าลืมแก้ปัญหา “พื้นที่รอบบ้าน” ควบคู่กัน แม้จะยกระดับตัวบ้านแล้ว แต่หากพื้นที่รอบบ้านยังระบายน้ำไม่ได้ ปัญหาน้ำขังก็ยังเกิดขึ้นได้อยู่ อาจพิจารณาถมดินปรับระดับพื้นรอบบ้านพร้อมระบบระบายน้ำให้สูงขึ้น หรือหากยังมีข้อจำกัดอื่นๆ อาจทำพื้นที่ดักน้ำชั่วคราวหรือบ่อพักน้ำ จากนั้นใช้เครื่องสูบน้ำช่วยระบายออกสู่ท่อระบายน้ำสาธารณะ จะช่วยลดปริมาณน้ำสะสมรอบตัวบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น บ้านที่ยังใช้ “บ่อเกรอะ-บ่อซึม” อาจเจอปัญหาชักโครกกดไม่ลง อีกปัญหาที่พบได้บ่อยในช่วงฝนตกหนัก คือ “กดชักโครกไม่ลง” โดยเฉพาะบ้านเก่าที่ยังใช้ระบบบ่อเกรอะและบ่อซึมแบบเดิม เพราะเมื่อฝนตกหนัก น้ำในดินมีปริมาณมากบ่อซึมจะระบายน้ำได้ช้าลง หรืออาจเกิดน้ำย้อนกลับเข้าสู่บ่อเกรอะ ทำให้ระบบสุขาภิบาลทำงานผิดปกติ แนวทางแก้ไขระยะยาวนั้นแนะนำให้เปลี่ยนมาใช้ถังบำบัดสำเร็จรูปทดแทน สนใจ ถังบำบัดน้ำเสีย คลิก\ ปัญหาบ้านต่ำกว่าถนนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับบ้านเก่าจำนวนมาก โดยเฉพาะในเมืองที่มีการปรับปรุงถนนต่อเนื่องตลอดหลายปี แม้อาจจะดูเป็นปัญหาเล็กน้อยในช่วงแรก แต่หากปล่อยไว้นานอาจส่งผลทั้งต่อโครงสร้างบ้าน ระบบสุขาภิบาล และคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว การเลือกวิธีแก้ไขควรพิจารณาตามระดับความรุนแรงของปัญหา งบประมาณ และสภาพโครงสร้างเดิมของบ้าน เพื่อให้สามารถรับมือกับปัญหาน้ำท่วมได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืนในอนาคต บทความที่เกี่ยวข้อง: รีวิว ประตูกั้นน้ำท่วมชั่วคราวด้วยแผ่นสมาร์ทบอร์ด แก้ปัญหาน้ำเข้าบ้านได้อยู่หมัด FAQ รวมถาม-ตอบ ซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม เมื่อน้ำท่วมผ่านพ้นไป...ก็ได้เวลา “ตรวจบ้าน ซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม” พื้นไม้ปาร์เกต์หลุดล่อนหลังน้ำท่วม แก้ไขอย่างไร? ซ่อมหรือรื้อใหม่ เตรียมบ้านรับมือน้ำท่วมในอนาคต ป้องกันตั้งแต่รอบบ้านถึงภายในบ้าน ปั๊มจุ่ม-ปั๊มแช่: 5 ข้อพิจารณาก่อนเลือกใช้ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับงานและน้ำท่วม วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome ข้อมูลนี้จัดทำโดย หน่วยงาน SCG Home Online ซึ่งเป็นหน่วยงาน E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด มหาชน) แบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนการให้คำปรึกษา ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในเรื่องการเลือกใช้วัสดุต่าง ๆ เพื่อการทำบ้าน รวมถึงโซลูชั่นเรื่องบ้านต่าง ๆ โดยผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้าน และเรื่องวัสดุก่อสร้าง สงวนลิขสิทธ์การคัดลอก เผยแพร่ และทำซ้ำ
สาเหตุ ผลกระทบ และแนวทางการแก้ไขปัญหาฝนตกน้ำท่วมเข้าบ้านที่เกิดจากระดับถนนภายนอกสูงกว่าระดับพื้นในบ้าน ประเด็นสำคัญ บ้านที่มีอายุเกินกว่า 30 ปี มักพบปัญหาระดับถนนภายนอกปรับสูงขึ้น ส่งผลให้พื้นรอบบ้านต่ำกว่าถนน รวมถึงพื้นในบ้านด้วย กลายเป็น “แอ่งกระทะ” ก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมเข้าตัวบ้าน น้ำผุดขึ้นมาจากรอยต่อพื้นกับผนัง กดชักโครกไม่ลง หากน้ำท่วมไม่มาก และต้องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน อาจทำคันกั้นน้ำหรือแผงกั้นน้ำไม่ให้เข้าบ้าน และใช้ปั๊มจุ่มช่วยสูบน้ำระบายออกสู่ท่อสาธารณะ ระดับน้ำท่วมยังไม่สูงมาก สามารถเพิ่มความสูงพื้นภายในบ้าน 10–12 ซม. โดยเทพื้นคอนกรีตใหม่ทับพื้นคอนกรีตเดิม ค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก งานก่อสร้างไม่ซับซ้อน แต่ต้องพิจารณาระดับพื้นบริเวณประตู ห้องน้ำ และระดับธรณีต่างๆ ด้วย หากจำเป็นต้องยกพื้นในบ้านสูงขึ้นเพื่อให้พ้นระดับน้ำท่วมถึง อาจเลือกใช้โครงสร้างที่มีน้ำหนักเบาโดยคำนึงถึง “ระดับความสูงภายในบ้าน” ที่จะลดลง รวมถึงระดับขอบหน้าต่าง ความสูงบันไดขั้นแรก ระดับวงกบประตู และการปรับแก้ประตูเดิม สำหรับบ้านที่ประสบปัญหารุนแรงและอยู่ต่ำกว่าถนนมาก การ “ดีดบ้าน” หรือการยกบ้านขึ้นทั้งหลัง อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า แต่ใช้งบประมาณค่อนข้างสูง และต้องให้วิศวกรโครงสร้างตรวจสอบความปลอดภัยก่อน บ้านหลังเดิมที่อยู่กันมานานไม่น้อยกว่า 30 ปี มักพบปัญหาระดับถนนภายนอกหรือถนนหน้าบ้านมีการปรับสูงขึ้นตามการพัฒนาของเมือง ส่งผลให้พื้นบริเวณรอบบ้านต่ำกว่าถนน รวมถึงพื้นในบ้านก็อาจต่ำกว่าถนนไปด้วย กลายเป็น “แอ่งกระทะ” โดยไม่รู้ตัว เมื่อฝนตกหนัก น้ำจากภายนอกจึงไหลเข้าสู่บ้าน เกิดปัญหาตามมา เช่น น้ำท่วมเข้าตัวบ้าน น้ำผุดขึ้นมาจากรอยต่อพื้นกับผนัง กดชักโครกไม่ลง น้ำระบายช้า น้ำขังนาน ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับระดับความสูงของน้ำ งบประมาณ และสภาพโครงสร้างเดิมของบ้าน โดยสามารถเรียงลำดับจาก “วิธีเฉพาะหน้า” ไปจนถึง “การแก้ปัญหาระยะยาว” ได้ดังนี้ 1) น้ำท่วมรอบบ้าน กั้นน้ำไม่ให้เข้าบ้าน และใช้ปั๊มจุ่มช่วยสูบน้ำ เป็นวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ทำได้เร็วที่สุด หากระดับน้ำท่วมไม่สูงมาก เจ้าของบ้านสามารถเริ่มจากการป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าตัวบ้านก่อน เช่น ทำคันกั้นน้ำหรือแผงกั้นบริเวณประตู ใช้กระสอบทรายหรือ Flood Barrier ใช้ปั๊มจุ่มช่วยสูบน้ำออกเป็นระยะๆ อย่างไรก็ตาม หลายบ้านพบว่าแม้กั้นน้ำภายนอกได้ แต่น้ำยัง “ผุด” ขึ้นมาจากพื้นภายในบ้านได้เช่นกัน เนื่องจากแรงดันน้ำใต้ดินและน้ำซึมผ่านรอยต่อโครงสร้าง ได้แก่ รอยต่อระหว่างพื้นกับผนัง รอยแตกร้าวของพื้นคอนกรีต แนวรอยต่อวัสดุต่างชนิด หากพบรอยแยก ควรใช้วัสดุประเภทซีลแลนต์กันน้ำ (Sealant) อีพ็อกซี่อุดรอยร้าว PU Sealant หรือวัสดุกันซึม เพื่อช่วยลดการแทรกซึมของน้ำเข้าสู่ตัวบ้าน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะโครงสร้างพื้นบ้านชั้นล่างด้วย บางกรณีเป็นพื้นสำเร็จรูปซึ่งจะมีรอยต่อระหว่างแผ่นพื้นอาจเป็นเหตุให้น้ำซึมผ่านขึ้นมาได้ง่ายกว่า นอกจากนี้ ควรอุดท่อระบายน้ำภายในห้องน้ำชั้นล่างชั่วคราวในช่วงน้ำท่วม เพราะน้ำอาจไหลย้อนกลับเข้ามาทางท่อได้ แม้วิธีนี้จะช่วยลดความเสียหายได้ดี แต่ถือเป็น “การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า” ที่เจ้าของบ้านต้องเตรียมรับมือซ้ำแทบทุกปี ผนังสมาร์ทบอร์ดทำคันกั้นน้ำ ภาพ: ใช้ผนังสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี กั้นบริเวณทางเข้าบ้านและใช้ปั๊มจุ่มช่วยดูดน้ำออก เพื่อให้ให้น้ำเข้าสู่ตัวบ้าน น้ำผุดตรงรอยต่อพื้นกับผนัง ภาพ: น้ำผุดหรือซึมออกมาตรงรอยต่อระหว่างพื้นกับผนังและเสาบ้าน สนใจ ซิลิโคนอเนกประสงค์ กาว อะครีลิก คลิก\ สนใจ ปั๊มจุ่ม/แช่ คลิก\ 2) ระดับน้ำท่วมยังไม่มาก เพิ่มความสูงพื้น 10–12 ซม. หากระดับน้ำเริ่มสูงขึ้นทุกปี แต่ยังไม่ถึงขั้นท่วมหนัก การยกระดับพื้นภายในบ้านเล็กน้อยอาจเป็นทางออกที่เหมาะสม ในกรณีที่พื้นเดิมเป็นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก (ค.ส.ล.) สามารถเทพื้นคอนกรีตใหม่ทับของเดิมได้ โดยยกสูงประมาณ 10–12 ซม.ซึ่งมักช่วยให้พ้นระดับน้ำขังทั่วไปได้พอสมควร ข้อดีของวิธีนี้ คือ ค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก งานก่อสร้างไม่ซับซ้อน กระทบโครงสร้างเดิมน้อย แต่ต้องพิจารณาเรื่องระดับพื้นบริเวณประตู ห้องน้ำ และระดับธรณีต่างๆ ให้เหมาะสมด้วย ยกระดับพื้นบ้าน หนีน้ำท่วม ภาพ: ยกระดับพื้นเล็กน้อย 10–12 ซม. 3) ยกระดับพื้น 30–40 ซม. ให้พ้นระดับน้ำท่วมถึง หากบ้านอยู่ต่ำกว่าถนนมาก การยกระดับพื้นเพียงเล็กน้อยอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องยกพื้นสูงขึ้นประมาณ 30–40 ซม. ให้ทำระบบพื้นยกระดับใหม่ทั้งหมด โดยใช้โครงสร้างเหล็ก ติดตั้งแผ่นพื้นไฟเบอร์ซีเมนต์ แล้วปูทับด้วยวัสดุปูพื้น เช่น กระเบื้อง พื้น SPC ฯลฯ อย่างไรก็ตาม วิธีนี้มีประเด็นสำคัญที่ต้องคำนึงถึง คือ “ระดับความสูงภายในบ้าน” ที่จะลดลง ตัวอย่างเช่น หากเดิมบ้านมีความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.50 เมตร เมื่อยกพื้นขึ้น 30 เซนติเมตร จะเหลือความสูงเพียงประมาณ 2.20 เมตร ซึ่งอาจทำให้รู้สึกอึดอัดและไม่สบายในการอยู่อาศัย นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณารายละเอียดอื่นร่วมด้วย ได้แก่ ระดับขอบหน้าต่าง ความสูงบันไดขั้นแรก ระดับวงกบประตู การปรับแก้ประตูเดิม ระดับห้องน้ำและพื้นที่เปียก ดังนั้น วิธีนี้ควรปรึกษาสถาปนิกและวิศวกรผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินก่อนดำเนินการ ยกระดับพื้นโดยใช้โครงสร้างเหล็ก ภาพ: ยกระดับพื้น 30–40 ซม. โดยใช้โครงสร้างเหล็ก ปูทับด้วยแผ่นพื้นสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี สนใจ พื้นสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี คลิก\ 4) การ “ดีดบ้าน” หรือยกบ้านทั้งหลัง สำหรับบ้านที่ประสบปัญหารุนแรงและอยู่ต่ำกว่าถนนมาก การ “ดีดบ้าน” หรือการยกบ้านขึ้นทั้งหลัง อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า หลักการคือ ยกระดับพื้นบ้านให้สูงกว่าระดับน้ำท่วม โดยยกทั้งหลังขึ้นด้วยระบบไฮดรอลิก แล้วปรับปรุงฐานรากและโครงสร้างด้านล่างใหม่ วิธีนี้เหมาะกับบ้านที่ต้องการรักษาโครงสร้างเดิมไว้ แต่ต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง และจำเป็นต้องให้วิศวกรโครงสร้างตรวจสอบความปลอดภัยอย่างละเอียดก่อนดำเนินงานทุกครั้ง การดีดบ้าน ภาพ: การดีดบ้านหรือยกบ้านทั้งหลัง แล้วปรับปรุงฐานรากและโครงสร้างด้านล่างใหม่ เพื่อให้ระดับพื้นบ้านสูงขึ้น อย่าลืมแก้ปัญหา “พื้นที่รอบบ้าน” ควบคู่กัน แม้จะยกระดับตัวบ้านแล้ว แต่หากพื้นที่รอบบ้านยังระบายน้ำไม่ได้ ปัญหาน้ำขังก็ยังเกิดขึ้นได้อยู่ อาจพิจารณาถมดินปรับระดับพื้นรอบบ้านพร้อมระบบระบายน้ำให้สูงขึ้น หรือหากยังมีข้อจำกัดอื่นๆ อาจทำพื้นที่ดักน้ำชั่วคราวหรือบ่อพักน้ำ จากนั้นใช้เครื่องสูบน้ำช่วยระบายออกสู่ท่อระบายน้ำสาธารณะ จะช่วยลดปริมาณน้ำสะสมรอบตัวบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น บ้านที่ยังใช้ “บ่อเกรอะ-บ่อซึม” อาจเจอปัญหาชักโครกกดไม่ลง อีกปัญหาที่พบได้บ่อยในช่วงฝนตกหนัก คือ “กดชักโครกไม่ลง” โดยเฉพาะบ้านเก่าที่ยังใช้ระบบบ่อเกรอะและบ่อซึมแบบเดิม เพราะเมื่อฝนตกหนัก น้ำในดินมีปริมาณมากบ่อซึมจะระบายน้ำได้ช้าลง หรืออาจเกิดน้ำย้อนกลับเข้าสู่บ่อเกรอะ ทำให้ระบบสุขาภิบาลทำงานผิดปกติ แนวทางแก้ไขระยะยาวนั้นแนะนำให้เปลี่ยนมาใช้ถังบำบัดสำเร็จรูปทดแทน สนใจ ถังบำบัดน้ำเสีย คลิก\ ปัญหาบ้านต่ำกว่าถนนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับบ้านเก่าจำนวนมาก โดยเฉพาะในเมืองที่มีการปรับปรุงถนนต่อเนื่องตลอดหลายปี แม้อาจจะดูเป็นปัญหาเล็กน้อยในช่วงแรก แต่หากปล่อยไว้นานอาจส่งผลทั้งต่อโครงสร้างบ้าน ระบบสุขาภิบาล และคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว การเลือกวิธีแก้ไขควรพิจารณาตามระดับความรุนแรงของปัญหา งบประมาณ และสภาพโครงสร้างเดิมของบ้าน เพื่อให้สามารถรับมือกับปัญหาน้ำท่วมได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืนในอนาคต บทความที่เกี่ยวข้อง: รีวิว ประตูกั้นน้ำท่วมชั่วคราวด้วยแผ่นสมาร์ทบอร์ด แก้ปัญหาน้ำเข้าบ้านได้อยู่หมัด FAQ รวมถาม-ตอบ ซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม เมื่อน้ำท่วมผ่านพ้นไป...ก็ได้เวลา “ตรวจบ้าน ซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม” พื้นไม้ปาร์เกต์หลุดล่อนหลังน้ำท่วม แก้ไขอย่างไร? ซ่อมหรือรื้อใหม่ เตรียมบ้านรับมือน้ำท่วมในอนาคต ป้องกันตั้งแต่รอบบ้านถึงภายในบ้าน ปั๊มจุ่ม-ปั๊มแช่: 5 ข้อพิจารณาก่อนเลือกใช้ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับงานและน้ำท่วม วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome ข้อมูลนี้จัดทำโดย หน่วยงาน SCG Home Online ซึ่งเป็นหน่วยงาน E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด มหาชน) แบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนการให้คำปรึกษา ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในเรื่องการเลือกใช้วัสดุต่าง ๆ เพื่อการทำบ้าน รวมถึงโซลูชั่นเรื่องบ้านต่าง ๆ โดยผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้าน และเรื่องวัสดุก่อสร้าง สงวนลิขสิทธ์การคัดลอก เผยแพร่ และทำซ้ำ