



MITSUBISHI HEAVY DUTY แอร์ติดผนัง รุ่น Kaze Series - Fixed Speed (CYV) ขนาด 9,200 - 25,300 BTU
SEER (อัตราส่วนประสิทธิภาพพลังงานตามฤดูกาล)
ขนาดเครื่องปรับอากาศ HxWxD (mm)
30 กก.
ขายแล้ว 0
MITSUBISHI HEAVY DUTY แอร์ติดผนัง รุ่น Kaze Series - Fixed Speed (CYV) ขนาด 9,200 - 25,300 BTU
SEER (อัตราส่วนประสิทธิภาพพลังงานตามฤดูกาล)
ขนาดเครื่องปรับอากาศ HxWxD (mm)
30 กก.
วิธีคิดขนาด BTU แอร์ให้เหมาะสมกับขนาดของห้อง รวมถึงการติดตั้งที่สัมพันธ์กับรูปทรงของห้อง และวิธีการดูฉลากไฟเบอร์ 5 การเลือกแอร์/เครื่องปรับอากาศ\ให้เหมาะกับบ้าน ไม่ได้ดูแค่ดีไซน์หรือราคาเท่านั้น แต่ “ค่า BTU” คือหัวใจสำคัญที่ส่งผลทั้งความเย็น ประสิทธิภาพ และค่าไฟในระยะยาว หากเลือกไม่เหมาะ อาจทำให้สิ้นเปลืองพลังงานโดยไม่จำเป็น วิธีการคำนวณ BTU แอร์ให้เหมาะกับขนาดห้อง BTU (British Thermal Unit) คือหน่วยวัดความสามารถในการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ ซึ่งในการเลือกซื้อแอร์ต้องพิจารณาขนาด BTU แอร์ให้เหมาะสมกับขนาดห้อง หากขนาด BTU แอร์ต่ำเกินไปจะส่งผลให้แอร์ทำงานหนักและห้องไม่เย็น แต่หากขนาด BTU แอร์สูงเกินไปจะส่งผลให้ตัดการทำงานบ่อยและเปลืองไฟ สูตรการคำนวณขนาดแอร์เบื้องต้น คือ BTU = พื้นที่ห้อง (ตร.ม.) × ค่าคงที่ โดยค่าคงที่จะขึ้นอยู่กับลักษณะห้อง เช่น ห้องนอน ห้องใช้งานปกติ มีค่าคงที่ 700–900 BTU/ตร.ม. ห้องที่ผนังปะทะแสงแดดทั้งวันมากกว่า 2 ด้าน ห้องที่มีการคายความร้อนสูง อย่างห้องครัว ห้องทำงาน ห้องออกกำลังกาย มีค่าคงที่ 900–1,200 BTU/ตร.ม. ตัวอย่างการคำนวณ BTU แอร์ ห้องนอนขนาด 4 × 5 เมตร = 20 ตร.ม., ค่าคงที่ 800 BTU/ตร.ม. จะได้ 20 × 800 = 16000 ดังนั้น ห้องนอน 20 ตร.ม. ควรเลือกแอร์ขนาดประมาณ 16000 BTU นั่นเอง ตารางเปรียบเทียบขนาดห้องกับ BTU แอร์ ตารางเปรียบเทียบขนาดห้องกับ BTU แอร์ คำนวณจากสูตร: BTU = พื้นที่ห้อง (ตร.ม.) × ค่าคงที่ ประเภทห้อง ขนาดห้อง (ตร.ม.) ค่าคงที่ (BTU/ตร.ม.) BTU ที่แนะนำ ระดับความร้อน ห้องนอนขนาดเล็ก / ห้องทั่วไป 10 – 12 ตร.ม. 700 – 900 9,000 – 10,800 BTU ปกติ ห้องนอนขนาดกลาง 15 – 20 ตร.ม. 700 – 900 12,000 – 18,000 BTU ปกติ ห้องนอนขนาดใหญ่ 25 – 30 ตร.ม. 700 – 900 18,000 – 27,000 BTU ปกติ ห้องครัว / ห้องทำงาน 10 – 15 ตร.ม. 900 – 1,200 9,000 – 18,000 BTU ร้อนสูง ห้องออกกำลังกาย / ห้องรับแดดมากกว่า 2 ด้าน 15 – 20 ตร.ม. 900 – 1,200 13,500 – 24,000 BTU ร้อนสูง ห้องนั่งเล่น / ห้องโถงขนาดกลาง 25 – 35 ตร.ม. 900 – 1,200 22,500 – 42,000 BTU ร้อนสูง หมายเหตุ: ค่า BTU ที่คำนวณได้เป็นค่าเบื้องต้น ปัจจัยอื่นที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม ได้แก่ ทิศทางแดด, จำนวนคนในห้อง, จำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้า และความสูงฝ้าเพดาน สนใจ แอร์/เครื่องปรับอากาศ คลิก\ สามารถคำนวณขนาด BTU\ เครื่องปรับอากาศได้ด้วยตัวเอง อย่าลืมว่านอกจากขนาดห้องโล่งๆ แล้ว ยังมีปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณาขนาดแอร์ที่เหมาะสมร่วมด้วย ได้แก่ ทิศทางแดด (ห้องทิศตะวันตกจะร้อนกว่า) จำนวนคนใช้งานในห้อง จำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้า ความสูงฝ้าเพดาน เพราะมีผลต่ออุณหภูมิภายในห้อง ติดตั้งแอร์ให้สัมพันธ์กับรูปทรงห้อง การเลือกขนาด BTU ให้เหมาะสมอย่างเดียวไม่พอ “ตำแหน่งติดตั้งแอร์” ก็มีผลต่อการกระจายความเย็นอย่างมาก หลักการติดตั้งที่ควรรู้ คือ ควรติดตั้งแอร์ในตำแหน่งที่ทำให้ลมเย็นกระจายตัวได้ดี และไม่ติดแอร์ในมุมอับหรือมีเฟอร์นิเจอร์สูงขวางทิศทางลม ที่สำคัญไม่ควรติดตั้งแอร์บนผนังที่รับแสงแดดจัดทั้งวันหรือติดใกล้หน้าต่างที่แสงแดดส่องถึงหรือใกล้เตาทำอาหาร เพราะจะทำให้แอร์ทำงานหนักตลอดและไม่สามารถทำความเย็นได้ตามที่ต้องการ รูปทรงของห้องมีผลต่อการทำความเย็นของแอร์ด้วยเช่นกัน ห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ให้ติดแอร์ที่ผนังด้านแคบ หันแอร์ไปตามทางยาวของห้อง เพื่อกระจายลมได้ทั่วถึง การติดแอร์ห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ผนังด้านแคบ ภาพ: การติดแอร์ห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ผนังด้านแคบ ห้องแคบยาว ลักษณะการติดตั้งแอร์เหมือนกันกับห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่อาจต้องเพิ่มขนาด BTU แอร์มากกว่าปกติหรือใช้พัดลมช่วย ห้องทรงตัวแอล (L) ด้วยลักษณะห้องที่มีมุมหัก ทำให้ลมเย็นจากแอร์ตัวเดียวกระจายได้ไม่ทั่วถึง ควรติดตั้งแอร์ 2 เครื่อง โดยวางตำแหน่งที่ผนังด้านหัวและท้ายห้อง ให้ลมเป่าหันเข้าหากันบริเวณมุมฉาก เพื่อช่วยกระจายความเย็นให้ครอบคลุมทั้งพื้นที่เช่น ห้องที่ต้องใช้แอร์ขนาด 24,000 BTU ให้ใช้แอร์ขนาด 12,000 BTU 2 เครื่อง ห้องโถงใหญ่มีเพดานสูง ควรใช้ขนาด BTU แอร์มากกว่าปกติหรือเลือกใช้แอร์แบบแขวน แอร์ท่อลม แอร์ฝังฝ้า แอร์ 4 ทิศทาง หากใช้แอร์ติดผนังต้องติดต่ำลงมาใกล้พื้นที่ใช้งาน หรือใช้แอร์ตั้งพื้นจะช่วยทำความเย็นในบริเวณที่ใช้งานจริงๆ ห้องโถงใหญ่เพดานสูงที่ติดแอร์แบบฝังฝ้า ภาพ: ห้องโถงใหญ่เพดานสูงที่ติดแอร์แบบฝังฝ้า วิธีดูฉลากไฟเบอร์ 5 ให้คุ้มค่าไฟ ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นมาตรฐานจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่ช่วยให้ผู้บริโภคเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานได้ง่ายขึ้น แอร์รุ่นใดที่มีฉลากเบอร์ 5 ติดอยู่ แปลว่าแอร์รุ่นนั้นประหยัดไฟ นอกจากนี้ที่ฉลากประหยัดไฟยังมีดาว 1 - 5 ดวง ดาวยิ่งเยอะจะยิ่งประหยัดไฟมากขึ้น และสำหรับแอร์ระบบอินเวอร์เตอร์จะมีอีกค่าที่ต้องดูคือค่า SEER หรือค่าประสิทธิภาพพลังงานตามฤดูกาล โดยค่า SEER ยิ่งสูงประสิทธิภาพการประหยัดไฟยิ่งดี ฉลากไฟเบอร์ 5 ภาพ: สิ่งที่บ่งบอกในฉลากไฟเบอร์ 5 สนใจ แอร์/เครื่องปรับอากาศ คลิก\ สรุปแล้ว การเลือกแอร์ให้เหมาะกับบ้าน ไม่ใช่แค่เลือกขนาดหรือราคา เพราะการเลือกแอร์อย่างถูกต้อง จะต้องคำนวณ BTU แอร์ให้เหมาะกับพื้นที่ พร้อมคำนึงถึงรูปทรงห้องและตำแหน่งติดตั้ง รวมถึงเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เพื่อให้ได้ทั้ง “ความเย็นสบาย” และ “ความคุ้มค่าในระยะยาว” ทั้งนี้การใช้แอร์หรือเครื่องปรับอากาศ เป็นการแก้ปัญหาบ้านร้อนที่ปลายเหตุรวมถึงต้องรับมือเรื่องค่าไฟ แต่ถ้าเราทำบ้านให้เย็นขึ้นได้ภาระค่าไฟจะลดลง หากเจ้าของบ้านต้องการลงลึกในภาพรวมเรื่อง "บ้านร้อน" ทั้งสาเหตุและแนวทางแก้ไข สามารถตามอ่านได้ที่: รวมสาเหตุบ้านร้อน วิธีทำบ้านเย็น+แก้ปัญหาบ้านร้อน ประหยัดไฟ \ อ่านเพิ่มเติม: มิเตอร์ไฟที่บ้าน ติดแอร์ได้กี่ตัว: วิธีคำนวณเบื้องต้น\ อ่านเพิ่มเติม: เปิดแอร์หน้าหนาว มีข้อดีและข้อเสียอย่างไร?\ อ่านเพิ่มเติม: เช็กด่วน!! ติดตั้งแอร์ผิดตำแหน่ง เสี่ยงค่าไฟพุ่ง แถมกระทบสุขภาพ\ อ่านเพิ่มเติม: ถามตอบเรื่องเครื่องปรับอากาศ ฉบับแอร์บ้าน\ เลือกซื้อแอร์/เครื่องปรับอากาศ กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้บริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
วิธีคิดขนาด BTU แอร์ให้เหมาะสมกับขนาดของห้อง รวมถึงการติดตั้งที่สัมพันธ์กับรูปทรงของห้อง และวิธีการดูฉลากไฟเบอร์ 5 การเลือกแอร์/เครื่องปรับอากาศ\ให้เหมาะกับบ้าน ไม่ได้ดูแค่ดีไซน์หรือราคาเท่านั้น แต่ “ค่า BTU” คือหัวใจสำคัญที่ส่งผลทั้งความเย็น ประสิทธิภาพ และค่าไฟในระยะยาว หากเลือกไม่เหมาะ อาจทำให้สิ้นเปลืองพลังงานโดยไม่จำเป็น วิธีการคำนวณ BTU แอร์ให้เหมาะกับขนาดห้อง BTU (British Thermal Unit) คือหน่วยวัดความสามารถในการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ ซึ่งในการเลือกซื้อแอร์ต้องพิจารณาขนาด BTU แอร์ให้เหมาะสมกับขนาดห้อง หากขนาด BTU แอร์ต่ำเกินไปจะส่งผลให้แอร์ทำงานหนักและห้องไม่เย็น แต่หากขนาด BTU แอร์สูงเกินไปจะส่งผลให้ตัดการทำงานบ่อยและเปลืองไฟ สูตรการคำนวณขนาดแอร์เบื้องต้น คือ BTU = พื้นที่ห้อง (ตร.ม.) × ค่าคงที่ โดยค่าคงที่จะขึ้นอยู่กับลักษณะห้อง เช่น ห้องนอน ห้องใช้งานปกติ มีค่าคงที่ 700–900 BTU/ตร.ม. ห้องที่ผนังปะทะแสงแดดทั้งวันมากกว่า 2 ด้าน ห้องที่มีการคายความร้อนสูง อย่างห้องครัว ห้องทำงาน ห้องออกกำลังกาย มีค่าคงที่ 900–1,200 BTU/ตร.ม. ตัวอย่างการคำนวณ BTU แอร์ ห้องนอนขนาด 4 × 5 เมตร = 20 ตร.ม., ค่าคงที่ 800 BTU/ตร.ม. จะได้ 20 × 800 = 16000 ดังนั้น ห้องนอน 20 ตร.ม. ควรเลือกแอร์ขนาดประมาณ 16000 BTU นั่นเอง ตารางเปรียบเทียบขนาดห้องกับ BTU แอร์ ตารางเปรียบเทียบขนาดห้องกับ BTU แอร์ คำนวณจากสูตร: BTU = พื้นที่ห้อง (ตร.ม.) × ค่าคงที่ ประเภทห้อง ขนาดห้อง (ตร.ม.) ค่าคงที่ (BTU/ตร.ม.) BTU ที่แนะนำ ระดับความร้อน ห้องนอนขนาดเล็ก / ห้องทั่วไป 10 – 12 ตร.ม. 700 – 900 9,000 – 10,800 BTU ปกติ ห้องนอนขนาดกลาง 15 – 20 ตร.ม. 700 – 900 12,000 – 18,000 BTU ปกติ ห้องนอนขนาดใหญ่ 25 – 30 ตร.ม. 700 – 900 18,000 – 27,000 BTU ปกติ ห้องครัว / ห้องทำงาน 10 – 15 ตร.ม. 900 – 1,200 9,000 – 18,000 BTU ร้อนสูง ห้องออกกำลังกาย / ห้องรับแดดมากกว่า 2 ด้าน 15 – 20 ตร.ม. 900 – 1,200 13,500 – 24,000 BTU ร้อนสูง ห้องนั่งเล่น / ห้องโถงขนาดกลาง 25 – 35 ตร.ม. 900 – 1,200 22,500 – 42,000 BTU ร้อนสูง หมายเหตุ: ค่า BTU ที่คำนวณได้เป็นค่าเบื้องต้น ปัจจัยอื่นที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม ได้แก่ ทิศทางแดด, จำนวนคนในห้อง, จำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้า และความสูงฝ้าเพดาน สนใจ แอร์/เครื่องปรับอากาศ คลิก\ สามารถคำนวณขนาด BTU\ เครื่องปรับอากาศได้ด้วยตัวเอง อย่าลืมว่านอกจากขนาดห้องโล่งๆ แล้ว ยังมีปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณาขนาดแอร์ที่เหมาะสมร่วมด้วย ได้แก่ ทิศทางแดด (ห้องทิศตะวันตกจะร้อนกว่า) จำนวนคนใช้งานในห้อง จำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้า ความสูงฝ้าเพดาน เพราะมีผลต่ออุณหภูมิภายในห้อง ติดตั้งแอร์ให้สัมพันธ์กับรูปทรงห้อง การเลือกขนาด BTU ให้เหมาะสมอย่างเดียวไม่พอ “ตำแหน่งติดตั้งแอร์” ก็มีผลต่อการกระจายความเย็นอย่างมาก หลักการติดตั้งที่ควรรู้ คือ ควรติดตั้งแอร์ในตำแหน่งที่ทำให้ลมเย็นกระจายตัวได้ดี และไม่ติดแอร์ในมุมอับหรือมีเฟอร์นิเจอร์สูงขวางทิศทางลม ที่สำคัญไม่ควรติดตั้งแอร์บนผนังที่รับแสงแดดจัดทั้งวันหรือติดใกล้หน้าต่างที่แสงแดดส่องถึงหรือใกล้เตาทำอาหาร เพราะจะทำให้แอร์ทำงานหนักตลอดและไม่สามารถทำความเย็นได้ตามที่ต้องการ รูปทรงของห้องมีผลต่อการทำความเย็นของแอร์ด้วยเช่นกัน ห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ให้ติดแอร์ที่ผนังด้านแคบ หันแอร์ไปตามทางยาวของห้อง เพื่อกระจายลมได้ทั่วถึง การติดแอร์ห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ผนังด้านแคบ ภาพ: การติดแอร์ห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ผนังด้านแคบ ห้องแคบยาว ลักษณะการติดตั้งแอร์เหมือนกันกับห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่อาจต้องเพิ่มขนาด BTU แอร์มากกว่าปกติหรือใช้พัดลมช่วย ห้องทรงตัวแอล (L) ด้วยลักษณะห้องที่มีมุมหัก ทำให้ลมเย็นจากแอร์ตัวเดียวกระจายได้ไม่ทั่วถึง ควรติดตั้งแอร์ 2 เครื่อง โดยวางตำแหน่งที่ผนังด้านหัวและท้ายห้อง ให้ลมเป่าหันเข้าหากันบริเวณมุมฉาก เพื่อช่วยกระจายความเย็นให้ครอบคลุมทั้งพื้นที่เช่น ห้องที่ต้องใช้แอร์ขนาด 24,000 BTU ให้ใช้แอร์ขนาด 12,000 BTU 2 เครื่อง ห้องโถงใหญ่มีเพดานสูง ควรใช้ขนาด BTU แอร์มากกว่าปกติหรือเลือกใช้แอร์แบบแขวน แอร์ท่อลม แอร์ฝังฝ้า แอร์ 4 ทิศทาง หากใช้แอร์ติดผนังต้องติดต่ำลงมาใกล้พื้นที่ใช้งาน หรือใช้แอร์ตั้งพื้นจะช่วยทำความเย็นในบริเวณที่ใช้งานจริงๆ ห้องโถงใหญ่เพดานสูงที่ติดแอร์แบบฝังฝ้า ภาพ: ห้องโถงใหญ่เพดานสูงที่ติดแอร์แบบฝังฝ้า วิธีดูฉลากไฟเบอร์ 5 ให้คุ้มค่าไฟ ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นมาตรฐานจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่ช่วยให้ผู้บริโภคเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานได้ง่ายขึ้น แอร์รุ่นใดที่มีฉลากเบอร์ 5 ติดอยู่ แปลว่าแอร์รุ่นนั้นประหยัดไฟ นอกจากนี้ที่ฉลากประหยัดไฟยังมีดาว 1 - 5 ดวง ดาวยิ่งเยอะจะยิ่งประหยัดไฟมากขึ้น และสำหรับแอร์ระบบอินเวอร์เตอร์จะมีอีกค่าที่ต้องดูคือค่า SEER หรือค่าประสิทธิภาพพลังงานตามฤดูกาล โดยค่า SEER ยิ่งสูงประสิทธิภาพการประหยัดไฟยิ่งดี ฉลากไฟเบอร์ 5 ภาพ: สิ่งที่บ่งบอกในฉลากไฟเบอร์ 5 สนใจ แอร์/เครื่องปรับอากาศ คลิก\ สรุปแล้ว การเลือกแอร์ให้เหมาะกับบ้าน ไม่ใช่แค่เลือกขนาดหรือราคา เพราะการเลือกแอร์อย่างถูกต้อง จะต้องคำนวณ BTU แอร์ให้เหมาะกับพื้นที่ พร้อมคำนึงถึงรูปทรงห้องและตำแหน่งติดตั้ง รวมถึงเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เพื่อให้ได้ทั้ง “ความเย็นสบาย” และ “ความคุ้มค่าในระยะยาว” ทั้งนี้การใช้แอร์หรือเครื่องปรับอากาศ เป็นการแก้ปัญหาบ้านร้อนที่ปลายเหตุรวมถึงต้องรับมือเรื่องค่าไฟ แต่ถ้าเราทำบ้านให้เย็นขึ้นได้ภาระค่าไฟจะลดลง หากเจ้าของบ้านต้องการลงลึกในภาพรวมเรื่อง "บ้านร้อน" ทั้งสาเหตุและแนวทางแก้ไข สามารถตามอ่านได้ที่: รวมสาเหตุบ้านร้อน วิธีทำบ้านเย็น+แก้ปัญหาบ้านร้อน ประหยัดไฟ \ อ่านเพิ่มเติม: มิเตอร์ไฟที่บ้าน ติดแอร์ได้กี่ตัว: วิธีคำนวณเบื้องต้น\ อ่านเพิ่มเติม: เปิดแอร์หน้าหนาว มีข้อดีและข้อเสียอย่างไร?\ อ่านเพิ่มเติม: เช็กด่วน!! ติดตั้งแอร์ผิดตำแหน่ง เสี่ยงค่าไฟพุ่ง แถมกระทบสุขภาพ\ อ่านเพิ่มเติม: ถามตอบเรื่องเครื่องปรับอากาศ ฉบับแอร์บ้าน\ เลือกซื้อแอร์/เครื่องปรับอากาศ กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้บริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
วิธีคิดขนาด BTU แอร์ให้เหมาะสมกับขนาดของห้อง รวมถึงการติดตั้งที่สัมพันธ์กับรูปทรงของห้อง และวิธีการดูฉลากไฟเบอร์ 5 การเลือกแอร์/เครื่องปรับอากาศ\ให้เหมาะกับบ้าน ไม่ได้ดูแค่ดีไซน์หรือราคาเท่านั้น แต่ “ค่า BTU” คือหัวใจสำคัญที่ส่งผลทั้งความเย็น ประสิทธิภาพ และค่าไฟในระยะยาว หากเลือกไม่เหมาะ อาจทำให้สิ้นเปลืองพลังงานโดยไม่จำเป็น วิธีการคำนวณ BTU แอร์ให้เหมาะกับขนาดห้อง BTU (British Thermal Unit) คือหน่วยวัดความสามารถในการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ ซึ่งในการเลือกซื้อแอร์ต้องพิจารณาขนาด BTU แอร์ให้เหมาะสมกับขนาดห้อง หากขนาด BTU แอร์ต่ำเกินไปจะส่งผลให้แอร์ทำงานหนักและห้องไม่เย็น แต่หากขนาด BTU แอร์สูงเกินไปจะส่งผลให้ตัดการทำงานบ่อยและเปลืองไฟ สูตรการคำนวณขนาดแอร์เบื้องต้น คือ BTU = พื้นที่ห้อง (ตร.ม.) × ค่าคงที่ โดยค่าคงที่จะขึ้นอยู่กับลักษณะห้อง เช่น ห้องนอน ห้องใช้งานปกติ มีค่าคงที่ 700–900 BTU/ตร.ม. ห้องที่ผนังปะทะแสงแดดทั้งวันมากกว่า 2 ด้าน ห้องที่มีการคายความร้อนสูง อย่างห้องครัว ห้องทำงาน ห้องออกกำลังกาย มีค่าคงที่ 900–1,200 BTU/ตร.ม. ตัวอย่างการคำนวณ BTU แอร์ ห้องนอนขนาด 4 × 5 เมตร = 20 ตร.ม., ค่าคงที่ 800 BTU/ตร.ม. จะได้ 20 × 800 = 16000 ดังนั้น ห้องนอน 20 ตร.ม. ควรเลือกแอร์ขนาดประมาณ 16000 BTU นั่นเอง ตารางเปรียบเทียบขนาดห้องกับ BTU แอร์ ตารางเปรียบเทียบขนาดห้องกับ BTU แอร์ คำนวณจากสูตร: BTU = พื้นที่ห้อง (ตร.ม.) × ค่าคงที่ ประเภทห้อง ขนาดห้อง (ตร.ม.) ค่าคงที่ (BTU/ตร.ม.) BTU ที่แนะนำ ระดับความร้อน ห้องนอนขนาดเล็ก / ห้องทั่วไป 10 – 12 ตร.ม. 700 – 900 9,000 – 10,800 BTU ปกติ ห้องนอนขนาดกลาง 15 – 20 ตร.ม. 700 – 900 12,000 – 18,000 BTU ปกติ ห้องนอนขนาดใหญ่ 25 – 30 ตร.ม. 700 – 900 18,000 – 27,000 BTU ปกติ ห้องครัว / ห้องทำงาน 10 – 15 ตร.ม. 900 – 1,200 9,000 – 18,000 BTU ร้อนสูง ห้องออกกำลังกาย / ห้องรับแดดมากกว่า 2 ด้าน 15 – 20 ตร.ม. 900 – 1,200 13,500 – 24,000 BTU ร้อนสูง ห้องนั่งเล่น / ห้องโถงขนาดกลาง 25 – 35 ตร.ม. 900 – 1,200 22,500 – 42,000 BTU ร้อนสูง หมายเหตุ: ค่า BTU ที่คำนวณได้เป็นค่าเบื้องต้น ปัจจัยอื่นที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม ได้แก่ ทิศทางแดด, จำนวนคนในห้อง, จำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้า และความสูงฝ้าเพดาน สนใจ แอร์/เครื่องปรับอากาศ คลิก\ สามารถคำนวณขนาด BTU\ เครื่องปรับอากาศได้ด้วยตัวเอง อย่าลืมว่านอกจากขนาดห้องโล่งๆ แล้ว ยังมีปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณาขนาดแอร์ที่เหมาะสมร่วมด้วย ได้แก่ ทิศทางแดด (ห้องทิศตะวันตกจะร้อนกว่า) จำนวนคนใช้งานในห้อง จำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้า ความสูงฝ้าเพดาน เพราะมีผลต่ออุณหภูมิภายในห้อง ติดตั้งแอร์ให้สัมพันธ์กับรูปทรงห้อง การเลือกขนาด BTU ให้เหมาะสมอย่างเดียวไม่พอ “ตำแหน่งติดตั้งแอร์” ก็มีผลต่อการกระจายความเย็นอย่างมาก หลักการติดตั้งที่ควรรู้ คือ ควรติดตั้งแอร์ในตำแหน่งที่ทำให้ลมเย็นกระจายตัวได้ดี และไม่ติดแอร์ในมุมอับหรือมีเฟอร์นิเจอร์สูงขวางทิศทางลม ที่สำคัญไม่ควรติดตั้งแอร์บนผนังที่รับแสงแดดจัดทั้งวันหรือติดใกล้หน้าต่างที่แสงแดดส่องถึงหรือใกล้เตาทำอาหาร เพราะจะทำให้แอร์ทำงานหนักตลอดและไม่สามารถทำความเย็นได้ตามที่ต้องการ รูปทรงของห้องมีผลต่อการทำความเย็นของแอร์ด้วยเช่นกัน ห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ให้ติดแอร์ที่ผนังด้านแคบ หันแอร์ไปตามทางยาวของห้อง เพื่อกระจายลมได้ทั่วถึง การติดแอร์ห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ผนังด้านแคบ ภาพ: การติดแอร์ห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ผนังด้านแคบ ห้องแคบยาว ลักษณะการติดตั้งแอร์เหมือนกันกับห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่อาจต้องเพิ่มขนาด BTU แอร์มากกว่าปกติหรือใช้พัดลมช่วย ห้องทรงตัวแอล (L) ด้วยลักษณะห้องที่มีมุมหัก ทำให้ลมเย็นจากแอร์ตัวเดียวกระจายได้ไม่ทั่วถึง ควรติดตั้งแอร์ 2 เครื่อง โดยวางตำแหน่งที่ผนังด้านหัวและท้ายห้อง ให้ลมเป่าหันเข้าหากันบริเวณมุมฉาก เพื่อช่วยกระจายความเย็นให้ครอบคลุมทั้งพื้นที่เช่น ห้องที่ต้องใช้แอร์ขนาด 24,000 BTU ให้ใช้แอร์ขนาด 12,000 BTU 2 เครื่อง ห้องโถงใหญ่มีเพดานสูง ควรใช้ขนาด BTU แอร์มากกว่าปกติหรือเลือกใช้แอร์แบบแขวน แอร์ท่อลม แอร์ฝังฝ้า แอร์ 4 ทิศทาง หากใช้แอร์ติดผนังต้องติดต่ำลงมาใกล้พื้นที่ใช้งาน หรือใช้แอร์ตั้งพื้นจะช่วยทำความเย็นในบริเวณที่ใช้งานจริงๆ ห้องโถงใหญ่เพดานสูงที่ติดแอร์แบบฝังฝ้า ภาพ: ห้องโถงใหญ่เพดานสูงที่ติดแอร์แบบฝังฝ้า วิธีดูฉลากไฟเบอร์ 5 ให้คุ้มค่าไฟ ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นมาตรฐานจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่ช่วยให้ผู้บริโภคเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานได้ง่ายขึ้น แอร์รุ่นใดที่มีฉลากเบอร์ 5 ติดอยู่ แปลว่าแอร์รุ่นนั้นประหยัดไฟ นอกจากนี้ที่ฉลากประหยัดไฟยังมีดาว 1 - 5 ดวง ดาวยิ่งเยอะจะยิ่งประหยัดไฟมากขึ้น และสำหรับแอร์ระบบอินเวอร์เตอร์จะมีอีกค่าที่ต้องดูคือค่า SEER หรือค่าประสิทธิภาพพลังงานตามฤดูกาล โดยค่า SEER ยิ่งสูงประสิทธิภาพการประหยัดไฟยิ่งดี ฉลากไฟเบอร์ 5 ภาพ: สิ่งที่บ่งบอกในฉลากไฟเบอร์ 5 สนใจ แอร์/เครื่องปรับอากาศ คลิก\ สรุปแล้ว การเลือกแอร์ให้เหมาะกับบ้าน ไม่ใช่แค่เลือกขนาดหรือราคา เพราะการเลือกแอร์อย่างถูกต้อง จะต้องคำนวณ BTU แอร์ให้เหมาะกับพื้นที่ พร้อมคำนึงถึงรูปทรงห้องและตำแหน่งติดตั้ง รวมถึงเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เพื่อให้ได้ทั้ง “ความเย็นสบาย” และ “ความคุ้มค่าในระยะยาว” ทั้งนี้การใช้แอร์หรือเครื่องปรับอากาศ เป็นการแก้ปัญหาบ้านร้อนที่ปลายเหตุรวมถึงต้องรับมือเรื่องค่าไฟ แต่ถ้าเราทำบ้านให้เย็นขึ้นได้ภาระค่าไฟจะลดลง หากเจ้าของบ้านต้องการลงลึกในภาพรวมเรื่อง "บ้านร้อน" ทั้งสาเหตุและแนวทางแก้ไข สามารถตามอ่านได้ที่: รวมสาเหตุบ้านร้อน วิธีทำบ้านเย็น+แก้ปัญหาบ้านร้อน ประหยัดไฟ \ อ่านเพิ่มเติม: มิเตอร์ไฟที่บ้าน ติดแอร์ได้กี่ตัว: วิธีคำนวณเบื้องต้น\ อ่านเพิ่มเติม: เปิดแอร์หน้าหนาว มีข้อดีและข้อเสียอย่างไร?\ อ่านเพิ่มเติม: เช็กด่วน!! ติดตั้งแอร์ผิดตำแหน่ง เสี่ยงค่าไฟพุ่ง แถมกระทบสุขภาพ\ อ่านเพิ่มเติม: ถามตอบเรื่องเครื่องปรับอากาศ ฉบับแอร์บ้าน\ เลือกซื้อแอร์/เครื่องปรับอากาศ กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้บริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล