
แนวทางการป้องกันเสียงเล็ดลอดไปรบกวนเพื่อนบ้านหากต้องทำห้องซ้อมดนตรีในทาวน์เฮ้าส์ทาวโฮม
การทำห้องซ้อมดนตรีในทาวน์โฮมต้องมั่นใจว่าเสียงจะไม่ไปรบกวนบ้านข้างๆ โดยเสียงจะส่งผ่านตัวกลาง 2 อย่าง คือ การส่งผ่านเสียงทางอากาศ กับ การส่งผ่านเสียงทางโครงสร้าง มีสิ่งที่ต้องพิจารณาเพื่อเป็นแนวทางการป้องกันเสียง ดังนี้
นอกจากการป้องกันเสียงแล้ว อย่าลืมคำนึงถึงคุณภาพเสียงในห้องด้วยการลดเสียงก้องเสียงสะท้อนเพื่อให้ได้ยินเสียงที่ไพเราะมีประสิทธิภาพอย่างการติดตั้งแผ่นซับเสียงที่ผนังด้วย
ด้วยทาวน์โฮมเป็นลักษณะของอาคารที่ติดกันหลายคูหา ทำให้เวลาทำกิจกรรมต่างๆ ในบ้านอาจมีเสียงที่ส่งถึงกันได้ ยิ่งหากต้องการปรับเปลี่ยนเป็นห้องซ้อมดนตรีด้วยแล้ว ต้องหาวิธีในการป้องกันเสียงได้เป็นอย่างดี เพื่อไม่ให้รบกวนเพื่อนบ้าน ทั้งนี้โดยหลักการแล้ว เสียงจะส่งผ่านตัวกลาง 2 อย่าง คือ การส่งผ่านเสียงทางอากาศ กับ การส่งผ่านเสียงทางโครงสร้าง
๐ การส่งผ่านเสียงทางอากาศ (Airborne Sound Transmission) โดยเสียงจะเดินทางผ่านอากาศ รวมถึงช่องว่างตามรอยต่อต่างๆ ได้แก่ รอยต่อประตูหน้าต่าง ช่องว่างระหว่างประตูกับพื้น ช่องว่างของปลั๊กไฟ/สวิตช์ไฟที่อยู่ตรงกับห้องอีกฝั่ง ช่องว่างของผนังส่วนเหนือฝ้าที่ก่อไม่ชนถึงท้องคาน
๐ การส่งผ่านเสียงทางโครงสร้าง/ของแข็ง (Structure-Borne Sound Transmission) โดยการสั่นสะเทือนของโครงสร้างหรือส่วนประกอบอาคาร เช่น เวลาปิดประตูแรงๆ จนเกิดแรงสั่นสะเทือนผ่านวงกบต่อเนื่องไปยังผนัง พื้น/คาน/เสา หรือเวลาที่ห้องด้านข้างเปิดเพลงเสียงดังจนเรารู้สึกถึงการสั่นสะเทือนที่กระทบผ่านส่วนต่างๆ ของอาคาร
ภาพ: การเดินทางของเสียงทางอากาศ และทางโครงสร้าง/ของแข็ง
อย่างไรก็ตาม ทาวน์โฮมสามารถทำห้องซ้อมดนตรีได้ หากมั่นใจว่าเสียงจะไม่ไปรบกวนเพื่อนบ้าน โดยอาจปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบห้องซ้อมดนตรี หรือ บริการติดตั้งแผ่นกันเสียง ห้องกันเสียง SCG Cylence Zoundblock ในเบื้องต้นอาจพิจารณาเรื่องต่างๆ เพื่อหาแนวทางป้องกันเสียง ดังนี้
ควรอยู่ชั้นล่าง นอกจากขนย้ายอุปกรณ์เครื่องดนตรีได้สะดวกแล้ว ยังควบคุมเสียงได้ง่ายกว่าชั้นบนจากแรงสั่นสะเทือนที่อาจมาจากพื้นชั้น 2 หรือชั้น 3 รวมถึงห้องชั้นบนของทาวน์เฮ้าส์ทาวน์โฮมหรือตึกแถวมักก่อผนังส่วนเหนือฝ้าไม่ชนถึงท้องคานเกิดเป็นช่องว่างทำให้เสียงผ่านไปได้ หากมีความจำเป็นต้องทำห้องซ้อมดนตรีชั้นบนสุด แนะนำให้ก่ออิฐหรือใช้ผนังเบาปิดช่องว่างระหว่างผนังกับใต้ท้องคานให้เรียบร้อย
ภาพ: การก่อผนังเพิ่มให้ชนท้องคาน (ส่วนสีส้ม) เพื่อป้องกันเสียงรบกวน
ระดับเสียงของ “ห้องซ้อมดนตรี” ขึ้นอยู่กับประเภทเครื่องดนตรีและความดังที่เล่น แต่โดยทั่วไปจะอยู่ในช่วงค่อนข้างสูง อย่างห้องซ้อมดนตรีทั่วไป (กลอง + กีตาร์ + เบส) ประมาณ 90–110 dB หากเป็นกลองชุดใหญ่หรือห้องซ้อมที่มีแอมป์ดังๆ อาจสูงถึง 110–120 dB เมื่อเทียบกับเสียงพูดคุยปกติอยู่ที่ประมาณ 60 dB ดังนั้นหากต้องการป้องกันเสียงทะลุออกไปรบกวนเพื่อนบ้าน จึงต้องทำผนังซ้อนขึ้นมาอีกชั้นแล้วใส่ฉนวนกันเสียงเข้าไปกึ่งกลาง ยกตัวอย่างเช่น
ผนังก่ออิฐมอญครึ่งแผ่น ฉาบปูน 2 ด้าน หนา 10 ซม. โดยมีฉนวนกันเสียง(วัสดุอะคูสติก เอสซีจี รุ่น Cylence Zoundblock S050) ติดตั้งกับโครงคร่าวสำเร็จ C74, U76 ปิดผิวด้านในด้วยผนังสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี หนา 8 มม. ทำให้มีค่าการป้องกันเสียง STC62
ผนังก่ออิฐมวลเบา ฉาบปูน 2 ด้าน หนา 10 ซม. โดยมีฉนวนกันเสียง(วัสดุอะคูสติก เอสซีจี รุ่น Cylence Zoundblock S050) ติดตั้งกับโครงคร่าวสำเร็จ C74, U76 ปิดผิวด้านในด้วยผนังสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี หนา 8 มม. ทำให้มีค่าการป้องกันเสียง STC63
STC คือค่าที่แสดงสมรรถนะของการยอมให้เสียงจากอากาศผ่านไปได้มากน้อยแค่ไหนที่ระบบผนัง พื้น หรือฝ้าเพดาน ยิ่งมีค่า STC สูงยิ่งสามารถกันเสียงได้ดี
ภาพ: (ซ้าย) ผนังเดิมเป็นอิฐมอญกรุฉนวนกันเสียงและปิดผิวด้วยสมาร์ทบอร์ด ค่า STC62, (ขวา) ผนังเดิมเป็นอิฐมวลเบากรุฉนวนกันเสียงและปิดผิวด้วยสมาร์ทบอร์ด ค่า STC63
ภาพ: โครงเบาที่ใส่ฉนวนกันเสียง(วัสดุอะคูสติก เอสซีจี รุ่น Cylence Zoundblock S050) เตรียมปิดด้วยแผ่นสมาร์ทบอร์ด
สนใจ วัสดุอะคูสติก เอสซีจี รุ่น Cylence Zoundblock คลิก
ยกตัวอย่าง หากห้องซ้อมดนตรีในทาวน์โฮมมีระดับเสียง 100 dB (ในห้อง) ต้องการให้เหลือแค่ 40 dB (ข้างบ้าน) แปลว่าต้องลดเสียงให้ได้ 60 dB ดังนั้นควรทำระบบผนังที่มีค่า STC มากกว่า 60 นอกจากนั้นแล้ว สิ่งที่ต้องพึ่งระวังอีกคือเรื่องของช่องเปิดประตูหน้าต่าง รวมถึงแรงสั่นสะเทือนที่พื้นด้วย
ช่องเปิดอย่างประตูและหน้าต่างเป็นจุดที่เสียงรั่วได้ง่ายที่สุด จึงต้องออกแบบให้ “แน่นและหนัก” เพื่อลดการเล็ดลอดของเสียง หากต้องการประสิทธิภาพสูงสุด การก่ออิฐปิดทึบจะช่วยกันเสียงได้ดีที่สุด รองลงมาคือการทำผนังซ้อนด้านในโดยเว้นช่องอากาศและใส่ฉนวนกันเสียง แต่หากยังต้องการแสงจากภายนอก อาจเปลี่ยนเป็นหน้าต่างกระจกติดตาย ที่เป็นกระจกกันเสียง ได้แก่ กระจก 2 ชั้น (Double Glazing) ลดเสียงได้ประมาณ 25–35 dB หรือ กระจก 3 ชั้น (Double Glazing) ลดเสียงได้ประมาณ 30–40 dB หรือ กระจกลามิเนตกันเสียง (Acoustic Laminated Glass) ช่วยลด “แรงสั่น” ของเสียงโดยเฉพาะ สุดท้าย การซีลรอยต่อทุกจุดเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะแม้มีช่องเล็กเพียงเล็กน้อยก็ทำให้เสียงหลุดออกมาได้
สำคัญมากคือแรงสั่นสะเทือนจากกลอง ที่ส่งผลไปที่พื้นและต่อเนื่องไปยังบ้านข้างๆ ได้ แนะนำให้ทำ “พื้นลอย (Floating Floor)” คือพื้นที่ไม่ได้ยึดติดแข็งกับพื้นเดิมของอาคาร แต่จะมี “ชั้นวัสดุยืดหยุ่น” คั่นอยู่ตรงกลาง เพื่อตัดแรงสั่นสะเทือน (Vibration) ไม่ให้วิ่งไปยังผนังหรือบ้านข้างๆ มีโครงสร้างเรียงชั้นกัน ดังนี้
ทั้งนี้ทั้งนั้นการคาดหวังว่าจะป้องกันเสียงได้ 100% เป็นไปได้ยาก เนื่องจากลักษณะบ้านที่ติดกันและใช้ผนังร่วมกัน ดังนั้นหากไม่มั่นใจแนวทางการออกแบบตกแต่งห้องซ้อมดนตรีว่าอาจมีเสียงเล็ดลอดไปรบกวนเพื่อนบ้าน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และอย่าลืมว่าห้องซ้อมดนตรีที่ดีนอกจากการป้องกันเสียงแล้ว อย่าลืมคำนึงถึงคุณภาพเสียงในห้องด้วยการลดเสียงก้องเสียงสะท้อนเพื่อให้ได้ยินเสียงที่ไพเราะมีประสิทธิภาพอย่างการติดตั้งแผ่นซับเสียงที่ผนังด้วย
สนใจ วัสดุอะคูสติก เอสซีจี รุ่น Cylence Zoundblock คลิก
สนใจ แผ่นซับเสียง เอสซีจี รุ่น Cylence Zandera คลิก
อ่านเพิ่มเติม: แก้ปัญหาเสียงก้อง: ต้องติดแผ่นซับเสียงในห้องแค่ไหน? คำนวณอย่างไรให้ได้ผล
อ่านเพิ่มเติม: FAQ รวมถาม-ตอบ “วัสดุลดเสียงรบกวนในบ้าน”
ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล