
รวมถามตอบ การรีโนเวตบ้าน เพื่อทราบถึงหลักการ การดำเนินการ และการเตรียมตัวเรื่องต่าง ๆ ให้พร้อมก่อนปรับปรุงบ้าน
1) รีโนเวตบ้านต่างจากการทุบบ้านหลังเดิมเพื่อสร้างใหม่อย่างไร?
2) รีโนเวตบ้านควรเริ่มต้นจากอะไร มีขั้นตอนอย่างไร?
3) เตรียมงบประมาณเท่าไหร่ในการรีโนเวตบ้าน?
4) ใช้เวลานานแค่ไหนในการรีโนเวตบ้าน?
5) รีโนเวตบ้านเก่าต้องขออนุญาตหรือไม่?
6) จะรู้ได้อย่างไรว่าบ้านเก่าของเราสามารถรีโนเวตได้หรือไม่?
7) ควรเลือกผู้รับเหมาหรือบริษัทรีโนเวตบ้านแบบไหนดี?
8) รีโนเวตบ้านเก่าให้ดูดีขึ้น ใช้งานได้จริงทำอย่างไรได้บ้าง?
9) ถ้าอยากรีโนเวตบ้านแต่ยังอยู่ในบ้านได้ไหม?
10) จะควบคุมไม่ให้งบรีโนเวตบานปลายได้อย่างไร?
การรีโนเวตเป็นการปรับปรุงบ้านเดิม เช่น ซ่อมแซม ต่อเติม เปลี่ยนวัสดุ หรือปรับฟังก์ชันการใช้งาน เหมาะกับบ้านที่โครงสร้างยังแข็งแรง แต่ต้องการปรับฟังก์ชันหรือความสวยงาม ส่วนการรื้อบ้านเดิมแล้วสร้างใหม่ทั้งหมด เหมาะกับบ้านที่ทรุดโทรมหนัก หรือเจ้าของบ้านต้องการเปลี่ยนรูปแบบ
คือการปรับปรุงบ้านเดิมให้ดีขึ้น หรือใช้งานได้ตอบโจทย์มากขึ้น โดยยังคงโครงสร้างหลักของบ้านเอาไว้ เช่น เสา คาน ผนังบางส่วน ตามสภาพที่ตรวจสอบแล้วว่ายังแข็งแรงปลอดภัย
ข้อดี
ข้อจำกัด
คือการรื้อทั้งหมดแล้วสร้างใหม่ ซึ่งเริ่มออกแบบและก่อสร้างทุกอย่างตั้งแต่ศูนย์
ข้อดี
ข้อจำกัด
ภาพ: ตัวอย่างการรีโนเวตบ้าน
การรีโนเวตบ้านให้ได้ดั่งใจควรเป็นไปตามลำดับขั้นตอนเพื่อให้ดำเนินการได้อย่างราบรื่นและควบคุมงบประมาณให้ได้มากที่สุด โดยมีขั้นตอนในภาพรวมดังนี้
สำรวจสภาพบ้านทั้งภายนอกภายในว่าบ้านมีปัญหาอะไรบ้าง เช่น หลังคารั่ว ผนังร้าว ระบบน้ำไฟเก่า โดยอาจปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่างสถาปนิกหรือวิศวกรให้ช่วยประเมินโครงสร้างของบ้านร่วมด้วย
จัดรายการหมวดงาน เช่น โครงสร้าง พื้น ผนัง ฝ้า ประตู หน้าต่าง ระบบไฟ–น้ำ เฟอร์นิเจอร์ แยกให้ชัดเจนว่าอะไร “จำเป็นต้องซ่อมแซม” กับอะไร “อยากปรับให้สวยขึ้น” เพื่อวางงบประมาณได้อย่างเหมาะสม หากงบจำกัดให้จัดลำดับความสำคัญของงานที่จำเป็นต้องซ่อมแซมก่อนเพื่อความปลอดภัยหรือมีผลต่อการอยู่อาศัย เช่น โครงสร้าง งานระบบ
เป็นขั้นตอนที่เจ้าของบ้านมีส่วนร่วมได้มากที่สุด เพราะเป็นการกำหนดสิ่งที่เราต้องการ เช่น การเพิ่มพื้นที่ใช้งาน การกำหนด/ปรับเปลี่ยนกิจกรรม สไตล์แต่งบ้านที่ชอบ อาจหาภาพที่ชื่นชอบเพื่อสื่อสารกับผู้ออกแบบหรือผู้รับเหมาได้เข้าใจ
สิ่งสำคัญในการรีโนเวตบ้านคือต้องคำนึงถึงโครงสร้างเป็นหลัก การต่อเติมหรือทุบผนังต้องแน่ใจว่าไม่กระทบกระเทือนต่อโครงสร้างเดิม เช่น ผนังนั้นเป็นผนังรับน้ำหนักหรือไม่ การต่อเติมเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้โครงสร้างเดิมหรือไม่ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือวิศวกรเพื่อความปลอดภัย รวมถึงตรวจสอบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการรีโนเวตไปจนถึงงานต่อเติม (ถ้ามี)
หาผู้รับเหมาที่ไว้ใจได้มีผู้แนะนำบอกต่อ หากไม่มี ควรตรวจสอบผลงานเก่า รีวิว หรือลองคุยเพื่อสื่อสารความเข้าใจ และควรขอใบเสนอราคา (BOQ) แบบละเอียดเพื่อพิจารณาก่อนเซ็นสัญญา ผู้รับเหมาที่ดีจะช่วยประหยัดทั้งเวลาและงบประมาณได้
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าของบ้าน เช่น จัดเก็บของให้เป็นระเบียบ ทิ้งสิ่งของที่ไม่จำเป็น ขนย้ายของ เตรียมพื้นที่เก็บเฟอร์นิเจอร์ หรือที่อยู่อาศัยชั่วคราวในกรณีที่ปรับปรุงซ่อมแซมใหญ่ไม่สามารถอยู่บ้านได้ วางลำดับทำงานในแต่ละส่วน เพื่อให้รีโนเวตเป็นไปอย่างราบรื่น
ภาพ: ตัวอย่างการกำหนดตำแหน่งเสา-คานให้ชัดเจน เพื่อสรุปงานที่ต้องซ่อมแซมแก้ไขได้ตรงกัน
งบประมาณในการรีโนเวตบ้าน “ไม่มีกำหนดตายตัว” เพราะขึ้นอยู่กับขนาดบ้าน วัสดุ ขอบเขตงาน และสภาพเดิม เช่น รีโนเวตเล็กน้อยอย่างทาสี เปลี่ยนวัสดุปูพื้น อาจเริ่มต้นด้วยหลักหมื่น แต่ถ้ารีโนเวตทั้งหลังหรือปรับโครงสร้างอาจใช้หลักแสน–หลักล้าน ที่สำคัญควรเผื่องบอย่างน้อย 10–15% สำหรับค่าใช้จ่ายที่คาดไม่ถึงไว้ด้วย
เหมาะกับงานปรับปรุงให้สวยงามไม่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างและระบบ ได้แก่ ทาสี ปูพื้น เปลี่ยนโคมไฟ เปลี่ยนประตู ปรับปรุงห้องน้ำเฉพาะอุปกรณ์ (ไม่ทุบพื้น)
เป็นงานที่เริ่มเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานและแก้ระบบมากขึ้น ได้แก่ เปลี่ยนผังห้อง กั้นผนังใหม่ ปรับเปลี่ยนระบบไฟฟ้า/ประปาบางจุด ปรับปรุงห้องน้ำใหม่ทั้งหมด ทุบ/ก่อผนังบางจุด งานบิลต์-อินบางส่วน
เหมาะกับบ้านเก่า 10–30 ปีที่ต้องการ “ยกเครื่องใหม่” เช่น เปลี่ยนระบบไฟฟ้า/ประปาทั้งหลัง ปรับโครงสร้างบางส่วน เปลี่ยนหลังคา ปรับผังบ้านใหม่ ตกแต่งใหม่ทั้งหลังพร้อมบิลต์-อิน
สำหรับงานปรับปรุงต่อเติมเล็ก ๆ เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว จะใช้เวลาประมาณ 2–6 สัปดาห์ แต่หากรีโนเวตบ้านทั้งหลังอาจใช้เวลา 3–6 เดือน หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของงานและผู้รับเหมา ตลอดจนข้อจำกัดอื่น ๆ เช่น บางหมู่บ้านไม่อนุญาตให้ทำงานก่อสร้างในวันหยุด
การปรับปรุงต่อเติมบ้านจำเป็นต้องขออนุญาตก่อสร้างให้ถูกต้องเช่นเดียวกับการสร้างบ้านใหม่ หากมีการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยหรือกระทบกับโครงสร้างเดิม ต้องขออนุญาตตามข้อกำหนดของกฎหมาย พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
เป็นการปรับปรุงพื้นที่ภายในบ้านเล็กน้อย เช่น ปรับปรุงห้องครัวเดิม ปรับปรุงห้องน้ำเดิม หรือเป็นการดัดแปลง เพิ่มเติม ที่ไม่ส่งผลต่อโครงสร้างบ้าน ดังนี้
หากเป็นการซ่อมแซมปรับปรุงที่นอกเหนือหรือเกินกว่าที่กล่าวไว้ข้างต้น เจ้าของบ้านจะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาต พร้อมเอกสารประกอบการพิจารณาไปที่สำนักงานเขต เทศบาลตำบล หรือหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจพิจารณาภายใน 30 วัน
จริงแล้วควรให้วิศวกรหรือสถาปนิกตรวจสอบโครงสร้าง เช่น เสา คาน พื้น เพื่อประเมินว่ายังแข็งแรงพอจะรีโนเวตต่อหรือควรรื้อสร้างใหม่ แต่หากพิจารณาด้วยตนเองต้องคำนึง 4 ข้อสำคัญ ดังนี้
มีอาการผิดปกติหรือไม่ เช่น เสา/คานมีรอยร้าวลึก พื้นทรุด ผนังบวม/แอ่น หากมีควรให้วิศวกรตรวจสอบ
บ้านอายุ 20–30 ปีขึ้นไป มักต้องตรวจระบบไฟ/น้ำใหม่ บ้านไม้หรือบ้านก่ออิฐรุ่นเก่า อาจต้องเสริมโครงสร้างก่อนทำงานตกแต่ง
ถ้าสายไฟเก่ามาก/ท่อประปาเป็นสนิม/แรงดันน้ำมีปัญหา ต้องเปลี่ยนใหม่ก่อนเข้ารีโนเวต
บางกรณีงบประมาณในการรีโนเวต “ใกล้เคียงกับการสร้างบ้านใหม่” เช่น โครงสร้างผุพังมาก ต้องรื้อแทบทั้งหมด ผังบ้านเดิมไม่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยเลย
ก่อนเลือกว่าจะใช้ผู้รับเหมารายย่อยหรือบริษัทรับเหมา/รีโนเวตบ้านแบบครบวงจร การเลือกให้เหมาะกับ “งาน + งบ + ความสบายใจ” เป็นเรื่องสำคัญ มีข้อแนะนำในการพิจารณา ดังนี้
ถ้าเป็นงานรีโนเวตเล็กๆ เช่น ทาสี ติดตั้งพื้น/ผ้าม่าน/สุขภัณฑ์ ผู้รับเหมารายย่อยได้ แต่ถ้าเป็นการรีโนเวตใหญ่ อย่างมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ต่อเติมบ้าน เพิ่มพื้นที่ บริษัทที่มีทีมครบ (สถาปนิก, วิศวกร, ผู้รับเหมาช่างหลายสาขา) เหมาะสมกว่า
ดูผลงานเก่า (Portfolio) ใกล้เคียงกับที่ต้องการ สไตล์ และคุณภาพผลงาน อาจดูรีวิวจากลูกค้าเก่าด้วยว่ามีปัญหาใดหรือไม่ และอาจตรวจสอบใบอนุญาต/การรับประกันผลงาน/คุณสมบัติต่าง ๆ (ถ้ามี)
ถามให้ชัดเจนถึงขอบเขตงาน, รายการวัสดุ, ระยะเวลาทำงาน, ราคา, งวดการจ่ายเงิน, การประกันผลงาน และงานที่เสร็จเรียบร้อยแล้วจะเป็นอย่างไร หลีกเลี่ยงงานที่พูดปากเปล่า ควรมีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรเพราะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลังได้
อย่าเลือกแค่ “ราคาถูกสุด” เพราะอาจหมายถึงการใช้วัสดุคุณภาพต่ำ หรือการทำงานที่ไม่ได้มาตรฐาน เสี่ยงต่อปัญหาที่อาจตามมา ควรเปรียบต้นทุนระยะยาว (วัสดุ + งาน + การซ่อมบำรุง) ถ้าบริษัทมีคุณภาพดี อาจคุ้มค่าในระยะยาวกว่าแม้ค่าบริการจะสูงกว่าเล็กน้อย
การรีโนเวตบ้านเก่าให้ดูดีขึ้นแบบจับต้องได้ไม่จำเป็นต้องทุบทั้งหลังเสมอไป มักเป็นการปรับภาพรวมบางจุดให้บ้านดูโปร่ง สะอาด และใช้งานได้ดีขึ้น ซึ่งทำให้บ้านเก่าดูใหม่แบบทันตาเห็น
ทาสีหรือเลือกใช้วัสดุโทนสีสว่าง เช่น ขาว ครีม เทาอ่อน เบจ หรือเลือกสีโทนเอิร์ธโทนแนวโมเดิร์นมินิมอลก็ทำให้บ้านดูกว้าง โปร่ง และสมัยใหม่
ภาพ: เลือกใช้ผนังโทนสีขาว และตกแต่งหัวเตียงด้วยวอลเปเปอร์สีพาสเทล
บ้านเก่ามักมีผนังแบ่งห้องเยอะทำให้ดูอึดอัด อาจเปิดพื้นที่นั่งเล่นกับพื้นที่รับประทานอาหารให้เชื่อมต่อกัน เอาผนังบางส่วนออกหรือขยายช่องเปิดให้ใหญ่ขึ้น ใช้ประตูกระจกแทนผนังทึบ บ้านจะดูสว่างโปร่งขึ้นทันที
ภาพ: ทุบผนังภายในบางส่วนเพื่อให้พื้นที่นั่งเล่นกับพื้นที่รับประทานอาหารเชื่อมต่อกัน
เปลี่ยนให้บานใหญ่ขึ้น บ้านดูทันสมัยและสว่าง เลือกใช้วัสดุยอดนิยมอย่างไวนิลสีขาวหรือสีดำ, อลูมิเนียมอบดำ ใช้กระจกเขียวตัดแสงหรือใสเพื่อให้บ้านดูโปร่งและไม่ทึบ
ไฟช่วยเปลี่ยนบรรยากาศได้มากที่สุดแบบไม่ต้องทุบ แสงที่ดีจะช่วยให้บ้านดูแพงขึ้นทันที เช่น เลือกใช้ไฟโทนสี Warm White ใช้แสงไฟแบบ Indirect Light อย่างไฟหลืบซ่อนในฝ้าเพดาน/ผนัง
2 ห้องนี้ช่วยบ่งบอกอายุบ้านมากที่สุด ห้องครัวใช้ดีไซน์เรียบเส้นตรง โทนขาว ดำ เทา ห้องน้ำปรับด้วยกระเบื้องลายเรียบ และเพิ่มพื้นที่กระจกใหญ่ เปลี่ยนสุขภัณฑ์ดีไซน์ใหม่
บ้านเก่าอายุเกิน 15 ปีมักมีปัญหาระบบประปา-ระบายน้ำ รวมถึงระบบไฟฟ้า-สายไฟที่เริ่มเสื่อมสภาพ ควรตรวจสอบและซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่เพื่อให้ใช้งานได้ในระยะยาว
ภาพ: ตัวอย่างงานรีโนเวต เปลี่ยนหน้าต่าง เพิ่มช่องแสงธรรมชาติ เปลี่ยนโคมไฟ ราวบันไดและพื้นไม้ ทำให้บ้านดูทันสมัยขึ้น
เจ้าของบ้านสามารถอยู่อาศัยในบ้านได้หากเป็นงานตกแต่งเล็กน้อยหรือทำทีละส่วน ได้แก่ ทาสี ปูพื้นใหม่บางจุด ทำบิลต์-อินใหม่ รีโนเวตห้องน้ำทีละห้อง ปรับปรุงเฉพาะพื้นที่ (เช่น ห้องครัว, ห้องนอน) แต่ถ้าเป็นงานใหญ่อย่างงานทุบผนัง ปรับโครงสร้าง เดินระบบไฟฟ้า/ประปาใหม่ทั้งบ้าน งานก่อสร้างหนักที่มีฝุ่น เสียง สั่นสะเทือน แนะนำให้หาที่พักชั่วคราว
ต้องวางแผนและตรวจงานให้เป็นระบบ ไม่ปล่อยให้ผู้รับเหมาหรือสถานการณ์ลากเราไปไกลกว่างบประมาณที่ตั้งไว้ ดังนี้
ทำรายการงานแบบละเอียดตั้งแต่ต้น ยิ่งละเอียดจะยิ่งคุมงบง่าย เช่น ทำพื้นบริเวณไหนบ้าง ใช้วัสดุอะไร ราคาเท่าไหร่, ต้องการงาน Built-in กี่จุด, เปลี่ยนหน้าต่าง/ประตูที่ตำแหน่งไหนบ้าง
เคล็ดลับช่วยให้บ้านดูดีขึ้นโดยไม่ต้องทุ่มเงินทั้งหลัง คือใช้หลัก 3 ระดับราคา (1)วัสดุหลักที่ต้องใช้เลือกของคุณภาพได้ตามงบ (2)วัสดุที่มองเห็นน้อยไม่จำเป็นต้องแพง (3)งานโชว์ เช่น ผนังหลังทีวี เลือกพรีเมียมเฉพาะจุด
ในสัญญาควรระบุรายการงาน/รายการวัสดุครบ ราคารวม เงื่อนไขเปลี่ยนแปลงงาน วันที่ต้องเสร็จ ตารางจ่ายเงินตามความคืบหน้า (งวดงาน) หากมีงานเพิ่มเติมต้องทำใบเสนอราคาใหม่ก่อนทุกครั้ง
กันงบเผื่อ 10–15% ไว้สำหรับเรื่องไม่คาดคิด เช่น โครงสร้างชำรุด ท่อประปาแตกรั่วซึม การเผื่อเงินส่วนนี้ไว้ทำให้ไม่เครียดเมื่อเจอปัญหา
การเปลี่ยนดีไซน์หรือวัสดุหลังเริ่มงานคือสาเหตุใหญ่ของงบที่สูงขึ้นจนเกินที่กำหนดไว้ หากจำเป็นต้องเปลี่ยนจริง ๆ ให้ขอราคาใหม่ก่อนเสมอ ไม่ควรตกลงแบบปากเปล่า
ภาพ: สภาพโครงสร้างเสาคานใต้พื้นทรุดซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่มองไม่เห็น จึงไม่คาดคิดในการเตรียมค่าใช้จ่าย
SCGHOME.COM มีบริการออกแบบก่อสร้างโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและจองสำรวจได้ ที่นี่
อ่านเพิ่มเติม: รีวิวปรับปรุงบ้านไม้เก่า กับ 5 เรื่องที่ต้องเตรียมความพร้อม
อ่านเพิ่มเติม: สร้างบ้านใหม่/รีโนเวตบ้าน เจ้าของบ้านซื้ออะไรเองได้