
เมทัลชีท วัสดุหลังคาอีกประเภทที่เป็นตัวเลือกของนักออกแบบและเจ้าของบ้านในยุคปัจจุบัน นิยมใช้กับบ้านสไตล์โมเดิร์น รวมถึงส่วนต่อเติมต่าง ๆ ทำไมหลังคาเมทัลชีทจึงเป็นที่นิยม และมีอะไรที่ควรรู้ก่อนเลือกใช้ เรารวมคำถามคำตอบที่พบบ่อยของหลังคาเมทัลชีทมาไว้ตรงนี้แล้ว
1) หลังคาเมทัลชีทคืออะไร และประกอบด้วยวัสดุอะไรบ้าง?
2) หลังคาเมทัลชีทในท้องตลาดแบ่งออกเป็นกี่ประเภท?
3) หลังคาเมทัลชีทแบบมีฉนวนในตัวมีกี่แบบ และวัสดุคืออะไร?
4) หลังคาเมทัลชีทมีรูปลอนให้เลือกกี่แบบ มีความหนา และมีขนาดเท่าใด?
5) หลังคาเมทัลชีทร้อนจริงหรือไม่?
6) หลังคาเมทัลชีทมีเสียงดังเวลาฝนตกจริงหรือไม่?
7) หลังคาเมทัลชีทเป็นสนิมง่ายหรือไม่?
8) หลังคาเมทัลชีมมีอายุการใช้งานนานเท่าใด และต้องบำรุงรักษาอย่างไร?
9) หลังคาเมทัลชีทปลอดภัยต่อโครงสร้างหรือไม่?
10) หลังคาเมทัลชีทมีอุปกรณ์ประกอบอะไรบ้าง?
หลังคาเมทัลชีท คือ แผ่นโลหะรีดขึ้นรูปที่ออกแบบมาใช้เป็นวัสดุมุงหลังคา และเคลือบผิวหลายชั้นเพื่อยืดอายุการใช้งาน และเพิ่มความต้านทานต่อการกัดกร่อนจากความชื้นและไอเกลือ ดังนี้
ชั้นที่ 1 : เหล็กฐาน (Base Metal) เช่น เหล็กกล้า (Steel)
ชั้นที่ 2 : เคลือบกันสนิม เช่น อะลูซิงค์ (Al-Zinc Alloy) หรือสังกะสี (Zinc)
ชั้นที่ 3 : เคลือบสี (Coating Layer) เพื่อเพิ่มความทนทานต่อสภาพอากาศและความสวยงาม
ในเชิงวิศวกรรมและการใช้งาน หลังคาเมทัลชีทสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้
เป็นแผ่นโลหะรีดขึ้นรูปเพียงชั้นเดียว ไม่มีฉนวนในตัว
ภาพ: เมทัลชีทแบบทั่วไป (Single Skin Metal Sheet)
เป็นเมทัลชีทแผ่นเดียว แต่เพิ่มฉนวนยึดติดด้านหลัง ฉนวนที่ใช้มักเป็น PE Foam, PU Foam หรือใยแก้ว
ภาพ: เมทัลชีทแบบติดฉนวนด้านหลังแผ่น (Insulated Metal Sheet)
เป็นแผ่นเมทัลชีทที่มีฉนวนอยู่ระหว่างแผ่นโลหะ 2 ด้าน ผลิตจากโรงงานเป็นชิ้นเดียว
โดยทั่วไปวัสดุฉนวนที่ใช้บุแผ่นเมทัลชีทในท้องตลาดมี 4 แบบ เป็นวัสดุแตกต่างกัน ดังนี้
ลักษณะเป็นแผ่นบางและเหนียว ปิดผิวด้วยแผ่นฟอยล์ มีขนาดความหนาที่ 3, 5 และ 10 มม. เป็นที่นิยมเพราะราคาที่ไม่สูงมาก
เป็นการพ่นฉนวนใต้แผ่นหลังคาจากโรงงาน สามารถเลือกความหนาได้ตั้งแต่ 15, 25 และ 50 มม. โดยมีวัสดุปิดผิวใต้ฉนวนซึ่งเลือกได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นแผ่นฟอยล์ หรือแผ่นอะลูซิงก์ทั้งแบบเคลือบสีและไม่เคลือบสี บางครั้งเรียกว่า เมทัลชีทแซนวิช เริ่มเป็นที่นิยมเพราะทนทาน กันร้อน กันชื้น กันเสียงได้ดี และมีราคาย่อมเยา
ลักษณะเป็นโฟมสีขาว ด้านล่างติดแผ่นฟอยล์หรืออะลูซิงก์ มีขนาดความหนา 1-4 นิ้ว กันความร้อนและเก็บความเย็นได้ดี น้ำหนักเบา ช่วยป้องกันการกระแทกได้เป็นอย่างดี
ติดตั้งมาใต้แผ่นเมทัลชีทจากโรงงาน ช่วยลดได้ทั้งความร้อนและเสียงรบกวนได้ดี ทั้งยังปลอดภัยเพราะไม่ลามไฟ
หลังคาเมทัลชีทบุฉนวนผลิตจากโรงงานจึงมีมาตรฐาน พร้อมใช้งาน และลดร้อนได้ทันที โดยควรพิจารณาจากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ และมีรับประกันอายุการใช้งาน อย่างเช่น เมทัลชีทบุฉนวน PE ที่ไม่ได้มาตรฐานจะมีอายุการใช้งานน้อย หลุดล่อนได้ง่ายเมื่อกาวหมดสภาพ
ภาพ: เมทัลชีทบุฉนวน PE โฟม (Polyethylene Foam)
ภาพ: เมทัลชีทบุฉนวน PU โฟม (Polyurethane Foam)
ภาพ: เมทัลชีทบุฉนวน PE โฟมไม่ได้มาตรฐาน หลุดล่อนง่าย อายุการใช้งานน้อย
ปัจจุบันมีรูปลอนให้เลือกมากมาย ได้แก่ ลอนมาตรฐาน 3 สันลอน - 5 สันลอน ลอนหลังเต่า ลอนผนัง ลอนดอกเหมย ลอนซากุระ ลอนสเปน ลอนเมอริเดียน ลอนคลิปล็อก ฯลฯ
ภาพ: แผ่นเมทัลชีทลอนมาตรฐาน 5 สันลอน
ภาพ: แผ่นเมทัลชีทลอนคลิปล็อก
ภาพ: แผ่นเมทัลชีทลอนผนัง
ภาพ: แผ่นเมทัลชีทลอนสเปน
ความหนายิ่งมากขึ้นจะช่วยเพิ่มความแข็งแรง ลดการสั่นสะเทือน/การดีดลั่นของแผ่น และลดเสียงฝนตก ความหนาโดยทั่วไป (ไม่นับชั้นเคลือบสี) แบ่งเป็น 4 กลุ่ม
ความกว้างของแผ่นเมทัลชีท 760 – 1,000 มม. (ขึ้นอยู่กับลอน) ส่วนความยาวแผ่นมีทั้งแบบความยาวมาตรฐานและแบบที่สามารถสั่งผลิตตามความยาวจริงของหลังคา (Cut-to-Length) เพื่อลดรอยต่อของแผ่น ช่วยลดความเสี่ยงการรั่วซึมในระยะยาว
โลหะเป็นวัสดุที่นำความร้อนได้ดีทำให้หลังคาเมทัลชีทรับและถ่ายเทความร้อนรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องมีระบบป้องกันความร้อนที่เหมาะสม ได้แก่
เสียงที่เกิดจากฝนกระทบหลังคาเมทัลชีทเป็นผลจากการสั่นสะเทือนของแผ่นโลหะ ซึ่งจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนาของแผ่นเมทัลชีท ระยะห่างของแป และฉนวนกันความร้อน การเลือกใช้เมทัลชีทที่มีฉนวนกันความร้อนนอกจากช่วยป้องกันความร้อนแล้ว จึงช่วยลดระดับเสียงฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ดังนี้
อายุการใช้งานของหลังคาเมทัลชีทโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 20–40 ปี ขึ้นอยู่กับความหนาของแผ่นโลหะ ระบบการเคลือบผิว สภาพแวดล้อม การบำรุงรักษา หากมีการตรวจสอบสภาพหลังคาเป็นระยะ เช่น ตรวจสกรู จุดรั่วซึม และคราบสนิม จะช่วยยืดอายุการใช้งานได้มากขึ้น
การดูแลอย่างสม่ำเสมอช่วยลดความเสี่ยงของการรั่วซึม การเกิดสนิม และการกัดกร่อนในระยะยาวได้ ได้แก่ ทำความสะอาดฝุ่นและเศษใบไม้ ตรวจสอบสกรูและรอยต่อ ซ่อมแซมสีเคลือบในจุดที่ชำรุด
ภาพ: การปล่อยให้เศษใบไม้ตกค้างเป็นเวลานาน นอกจากน้ำขังแล้ว ยังเสี่ยงต่อการเกิดสนิมด้วย
หลังคาเมทัลชีทมีน้ำหนักเบากว่าวัสดุมุงหลังคาหลายประเภท จึงช่วยลดภาระน้ำหนักบรรทุกคงที่ (Dead Load) ของอาคาร หากออกแบบโครงสร้างและติดตั้งตามมาตรฐานของแต่ละรุ่น (ตามคำแนะนำข้อมูลสินค้า) จะมีความปลอดภัยสูง และสามารถรองรับแรงลมและแรงฝนได้อย่างเหมาะสม
ภาพ: หลังคาเมทัลชีทมีน้ำหนักเบา จึงช่วยลดภาระโครงสร้าง
หลังคาเมทัลชีทต้องอาศัยอุปกรณ์ประกอบอื่นๆด้วยเพื่อให้หลังคามีความแข็งแรง ป้องกันน้ำรั่วซึม และใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
ใช้สำหรับยึดแผ่นหลังคาเข้ากับแป วัสดุเป็นลวดเหล็กผ่านการบวนการชุบแข็งและเคลือบกันสนิม สกรูเฉพาะหลังคาเมทัลชีทจะมีส่วนหัวสกรูและปลายที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการเจาะแผ่นเมทัลชีท แบบปลายสว่านสำหรับแปเหล็กและแบบปลายแหลมสำหรับแปไม้ สกรูยึดหลังคาเมทัลชีทจะมีแหวนยาง EPDM เพื่อช่วยป้องกันน้ำรั่วซึมบริเวณจุดเจาะ
ภาพ: สกรูยึดหลังคาเมทัลชีทแบบปลายสว่านสำหรับแปเหล็ก
ภาพ: สกรูยึดหลังคาเมทัลชีทแบบปลายแหลมสำหรับแปไม้
ได้แก่ ครอบสันหลังคา ครอบข้าง ครอบมุม และแฟลชชิ่งตามรอยต่อผนังหรือปล่อง ช่วยปิดรอยต่อ เพิ่มความเรียบร้อย และป้องกันน้ำฝนหรือฝุ่นเข้าสู่โครงสร้าง
ภาพ: ครอบสันหลังคา และแฟลชชิ่งตามรอยต่อผนัง
เช่น เทปปิดรอยต่อ ซิลิโคนกันรั่ว แผ่นสะท้อนความร้อน แผ่นปิดปลายหลังคา ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบหลังคาโดยรวม
ภาพ: เทปปิดรอยต่อ/บริเวณจุดเสี่ยง/สันหลังคาก่อนครอบสันหลังคา
หลังคาเมทัลชีทในท้องตลาดมีความหลากหลายทั้งรูปลอน ความหนา และระบบฉนวน หากเลือกใช้วัสดุที่ได้มาตรฐาน ออกแบบระบบหลังคาอย่างถูกต้อง และติดตั้งตามหลักวิศวกรรม จะสามารถตอบโจทย์ทั้งด้านโครงสร้าง ความทนทาน การใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าในระยะยาว
สนใจ หลังคา เมทัลชีท เอสซีจี คลิก
SCGHOME.COM มีบริการติดตั้งหลังคาบ้านโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและจองสำรวจได้ ที่นี่
อ่านเพิ่มเติม: หลังคาเมทัลชีท SCG: FAQ รวมคำถามยอดฮิต! ข้อดี-ข้อเสีย ที่ควรรู้ก่อนติดตั้ง
อ่านเพิ่มเติม: 6 วิธีลดร้อนให้หลังคาเมทัลชีท: บ้านเย็นขึ้นทันตา ไม่ต้องกลัวแดดเผา