
บ้านของเรา นอกจากจะถูกออกแบบก่อสร้างและตกแต่งในแบบที่เราชอบแล้ว การทำบ้านให้สะอาด สบายตา รวมถึงการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ทำให้อยู่อาศัยแล้วมีสุขภาพดีทั้งกายและใจ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กันเลย ซึ่งเรามี 7 วิธีที่สามารถทำได้ง่ายๆ มาฝากกัน
การสร้างสภาวะอากาศให้เหมาะสม อยู่อาศัยได้อย่างสบายกายภายในบ้านนั้น สามารถเริ่มได้ตั้งแต่การป้องกันความร้อนจากภายนอกที่จะผ่านเข้ามาภายในบ้าน ไม่ให้อากาศในบ้านอับชื้นจนเกินไป รวมถึงให้มีการระบายไหลเวียนถ่ายเทอากาศที่ดี
1.1 เลือกใช้วัสดุที่สะสมความร้อนน้อย เช่น เลือกใช้วัสดุหลังคาที่อมความร้อนน้อย เลือกใช้อิฐมวล เบาก่อผนัง ทาสีสะท้อนความร้อนที่ผนังภายนอกและหลังคาดาดฟ้า
ภาพ: ตัวอย่างการเลือกใช้อิฐมวลเบา Q-CON ก่อผนังที่สะสมความร้อนน้อยกว่าอิฐมอญ
1.2 ติดตั้งฉนวนกันความร้อน เพื่อช่วยลดความร้อนที่จะผ่านเข้ามาภายในบ้านตามส่วนต่างๆ เช่น การติดตั้งฉนวนบริเวณหลังคา ฝ้าชายคา รวมถึงผนังบ้าน เป็นต้น
ภาพ: ตัวอย่างการติดตั้งฉนวนกันความร้อนเหนือฝ้าเพดาน เพื่อช่วยลดความร้อนก่อนผ่านเข้าสู่ภายในบ้าน
สนใจฉนวนกันความร้อน STAYCOOL พร้อมบริการติดตั้ง คลิก
1.3 ทำสวนแนวตั้ง การปลูกต้นไม้ภายในบ้าน ก็เป็นหนึ่งในวิธีช่วยสร้างอากาศสดชื่นในบ้าน นอกจากการเลือกไม้กระถาง ก็สามารถเลือกทำสวนแนวตั้งที่สามารถติดตั้งเองได้ง่ายๆ ที่สำคัญควรเลือกต้นไม้ประเภทที่เหมาะกับปลูกภายในบ้าน ช่วยดูดซับสารพิษ และช่วยฟอกอากาศให้บริสุทธิ์
ภาพ: ทำสวนแนวตั้ง แนวทางหนึ่งที่ช่วยสร้างอากาศดีภายในบ้าน
1.4 ติดตั้ง Active AIRflow™ System นวัตกรรมเร่งการถ่ายเทอากาศ ระบายความร้อนออกจากตัวบ้านและโถงหลังคา เพิ่มการหมุนเวียนอากาศในบ้านแบบอัตโนมัติ ลดการสะสมเชื้อโรคและความอับชื้นภายในบ้าน รวมถึงลดความเสี่ยงในการเกิดอาการภูมิแพ้ ผ่านอุปกรณ์ที่ติดตั้งตามจุดต่างๆ ในบ้าน ควบคุมการทำงานผ่านกล่องประมวลผลอัจฉริยะ (Smart Control Box) แสดงผลผ่านแอพพลิเคชัน “SmartLiving” ที่ควบคุมได้จากสมาร์ทโฟน
ระบบนี้เป็นหลักการที่อาศัยอากาศภายนอกให้ไหลเวียนเข้าสู่ตัวบ้านผ่าน “ช่องระบายอากาศติดผนัง” (Intake Air Grille) และดึงความร้อนจากภายในตัวบ้านขึ้นสู่โถงใต้หลังคาด้วย “ระบบระบายอากาศฝ้าเพดาน” (Ceiling Ventilator) และระบายออกสู่นอกตัวบ้านผ่าน “ระบบระบายความร้อนในโถงหลังคา” (Solar Roof Tile Ventilator) ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ จะทำให้บ้านมีอากาศถ่ายเทตลอดเวลา ไม่อบอ้าวอับชื้น แม้จะปิดบ้านไว้ทั้งวันก็ตาม อีกทั้งช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าจากการใช้เครื่องปรับอากาศ
ภาพ: ระบบเร่งการระบายความร้อนและเพิ่มการหมุนเวียนของอากาศภายในบ้าน
สนใจติดตั้งระบบระบายอากาศ Active Airflow คลิก
1.5 วางเฟอร์นิเจอร์ไม่ขวางทางลม โดยจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้อยู่ในตำแหน่งเหมาะสม นอกจากจะไม่กีดขวางทางเดินแล้ว ยังไม่กีดขวางทางลม เพื่อให้ลมสามารถพัดผ่านได้สะดวก ระบายอากาศในห้องได้อย่างดี
ภาพ: ตัวอย่างห้องที่ลมสามารถพัดผ่าน ช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดี
อากาศบริสุทธิ์ในบ้านสร้างได้ ด้วยการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ หมั่นล้างแอร์และดูดฝุ่นเป็นประจำ
2.1 ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ ซึ่งเป็นตัวช่วยฟอกกรองฝุ่น กรองกลิ่น สารก่อภูมิแพ้ต่างๆ ทำให้อากาศภายในบ้านสะอาด สดชื่น ปลอดภัย สามารถอาศัยได้อย่างสบายใจและมีสุขภาพดี
ภาพ: ตัวอย่างการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศภายในบ้านเพื่อสุขภาพที่ดีของสมาชิกในบ้าน
ขอบคุณภาพล่าง: www.scmp.com
การหมั่นล้างแอร์เป็นประจำอย่าน้อยปีละ 2 ครั้ง จะช่วยให้อากาศในห้องสะอาดสดชื่น นอกจากนี้ แนะนำให้ดูดไรฝุ่น สปาฆ่าเชื้อตามที่นอน ปลอกหมอน ผ้าม่าน มุ้งลวด ขอบประตูหน้าต่าง รวมถึงอบโอโซนภายในห้อง ให้มีอากาศที่บริสุทธิ์เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง
ภาพ: การล้างแอร์ ดูดฝุ่น สปา หรืออบโอโซน แนะนำให้เลือกช่างที่มีความชำนาญเพื่องานคุณภาพ
ไม่มืดหรือสว่างจนเกินไป โดยการให้แสงธรรมชาติส่องผ่านเข้ามาได้นั้นต้องไม่ร้อน มีติดตั้งโคมไฟตามจุดต่างๆ เผื่อว่าหากบางจุดที่แสงธรรมชาติส่องไม่ถึงหรือมืดเกินไปก็เลือกเปิดไฟให้มีแสงสว่างเพียงพอได้
ภาพ: ตัวอย่างห้องที่แสงสว่างจากธรรมชาติส่องผ่านได้ และเปิดไฟให้มีแสงสว่างเพียงพอ
เมื่อจัดบ้านเป็นระเบียบเรียบร้อย ของอยู่ถูกที่ทางแล้ว นอกจากจะทำให้เราหยิบจับใช้สอยของต่างๆ ได้อย่างสะดวกแล้ว ยังดูแลทำความสะอาดง่าย ที่สำคัญ อย่าลืมหมั่นจัดเก็บของ เคลียร์ของที่ไม่ใช้โดยทิ้งหรือบริจาคของอย่างสม่ำเสมอ
ภาพ: ควรหมั่นจัดเก็บบ้านให้เป็นที่เป็นทางและเป็นระเบียบอยู่สม่ำเสมอ
วัสดุตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ในบ้าน ควรเลือกที่ปลอดภัย ไร้สารตกค้าง พื้นผิวทำความสะอาดง่าย ไม่กักเก็บสิ่งสกปรก เช่น เลือกใช้กระเบื้องและสุขภัณฑ์ไฮยีน (Hygiene) ที่ช่วยลดคราบและทำความสะอาดง่าย, สีทาบ้านที่ลดปริมาณสารระเหยอินทรีย์ (VOCs) หรือสารเคมีให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ
ภาพ: ตัวอย่างการเลือกใช้วัสดุที่สะอาดปลอดภัยต่อทุกคนในบ้าน และทำความสะอาดง่าย
เลี่ยงปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้เกิดสัตว์รบกวน หรือเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค เช่น รก ขยะเศษอาหาร โพรงใต้บ้าน และแหล่งเพาะยุง ที่เราควรหลีกเลี่ยง หรือลดให้น้อยที่สุด
6.1 จัดบ้านให้ไม่รก เพราะความรกจะทำให้เราดูแลทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึงทุกซอกมุม ดูไม่สวยงามสบายตาแล้ว ยังเป็นแหล่งสะสมฝุ่นและเพาะเชื้อโรคอีกด้วย
ภาพ: ตัวอย่างห้องที่รกเป็นแหล่งสะสมฝุ่นและเพาะเชื้อโรค
6.2 ทิ้งขยะ/เศษอาหารให้มิดชิดเรียบร้อย ไม่ให้มีแมลงมาตอม หรือสัตว์มาคุ้ยเขี่ย ที่อาจทำให้พื้นที่สกปรกเลอะเทอะเน่าเหม็น
ภาพ: ตัวอย่างการทิ้งเศษอาหารแบบไม่มิดชิด ซึ่งอาจนำมาซึ่งเชื้อโรคต่างๆ ได้
6.3 ปิดโพรงใต้บ้านให้เรียบร้อยดูดี เพราะโพรงใต้บ้าน นอกจากจะดูไม่สวยงามเท่าไรนักแล้ว ยังอาจเป็นแหล่งซ่อนตัวของสัตว์ตัวเล็กๆ ทั้งที่ไม่อันตรายและที่สามารถทำอันตรายกับเราได้ จึงแนะนำให้ปิดโพรงให้เรียบร้อยเพื่อความปลอดภัยของคนในบ้าน
ภาพ: ตัวอย่างโพรงใต้บ้านที่อาจทำให้สัตว์ตัวเล็กๆ เข้าไปหลบซ่อนตัวได้
6.4 กำจัดแหล่งเพาะยุง เพราะยุงเป็นตัวนำโรคมาสู่คนได้ เราจึงควรป้องกันโดยการกำจัดแหล่งเพาะยุงทั้งหมด เพื่อลดโรคจากยุง
ภาพ: ตัวอย่างน้ำขังในโอ่งที่เป็นแหล่งเพาะยุงได้
เราควรควบคุมเสียงต่างๆ ทั้งจากภายในและภายนอกให้เหมาะสม เพื่อให้สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ภายในบ้านได้ดี และไม่รบกวนเพื่อนบ้านข้างเคียง
7.1 กันเสียงรบกวนจากภายนอก สำหรับห้องหรือพื้นที่ที่ต้องการความเงียบหรือใช้สมาธิ เช่น ห้องทำงาน ห้องอ่านหนังสือ แต่มีปัญหาเสียงจากภายนอกรบกวน เราควรทำผนังกันเสียงเพิ่มเติม รวมถึงปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด
ภาพ: สำหรับห้องที่ต้องการความสงบ ควรทำผนังให้กันเสียงรบกวนจากภายนอก
7.2 ใช้วัสดุซับเสียง สำหรับห้องที่ต้องมีการใช้เสียงหรือมีเสียงดัง ควรติดตั้งวัสดุกันเสียงและดูดซับเสียงเพื่อลดเสียงก้อง สร้างคุณภาพเสียงที่ดี ทั้งยังไม่รบกวนการทำกิจกรรมอื่นของสมาชิกในบ้านตลอดจนเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน
ภาพ: สำหรับห้องที่ต้องใช้เสียง ควรทำห้องให้ซับเสียงและดูดซับเสียง เพื่อป้องกันเสียงรบกวนเพื่อนบ้าน
สำหรับใครที่กำลังค้นหา วิธีทำบ้านให้สะอาด และต้องการเปลี่ยนที่อยู่อาศัยให้เป็น บ้านสุขภาพดี ปลอดภัย สามารถเริ่มต้นทำได้ง่ายๆ ผ่าน 7 แนวทางสำคัญ เริ่มจากการออกแบบให้บ้านมี การระบายอากาศที่ดี และ ลดความร้อนในบ้าน ด้วยการใช้วัสดุกันความร้อนหรือระบบ Active AIRflow ควบคู่ไปกับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ไม่ให้บังทิศทางลม ต่อมาคือการสร้างอากาศบริสุทธิ์ด้วยการติดตั้ง เครื่องฟอกอากาศ พร้อมหมั่น ล้างแอร์ และ กำจัดไรฝุ่น อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ควรดูแลให้บ้านมี แสงสว่างที่เหมาะสม รวมถึงต้อง จัดบ้านให้เป็นระเบียบ เพื่อให้ง่ายต่อการดูแลรักษา ในด้านการตกแต่งควรเลือกใช้ วัสดุที่ปลอดภัย ทำความสะอาดง่าย และมีสารระเหย (VOCs) ต่ำ สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือต้อง กำจัดแหล่งเพาะเชื้อโรค ทิ้งขยะให้มิดชิด ปิดโพรงใต้บ้าน และทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงเพื่อป้องกันสัตว์รบกวน สุดท้ายคือการ กันเสียงรบกวน จากภายนอกด้วยผนังซับเสียงเพื่อเพิ่มความสงบในการพักผ่อน เทคนิคทั้งหมดนี้คือคำตอบสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาบ้านร้อน อับชื้น และมีฝุ่นเยอะ ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยให้สมาชิกในครอบครัวมีสุขภาวะที่ดีและน่าอยู่มากยิ่งขึ้น
ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล