
ไม่แปลกใจว่าทำไมหลาย ๆ บ้านมักจะนิยมติดตั้ง เครื่องทำน้ำอุ่น ก็เพราะการได้อาบน้ำอุ่น นี่มันช่างผ่อนคลายสบายตัวซะเหลือเกิน… รู้ตัวอีกทีกลับไปอาบน้ำอุณหภูมิปกติไม่ได้แล้ว ! แทบจะเรียกได้ว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าสามัญประจำบ้านเลยก็ว่าได้ แต่การเลือกเครื่องทำน้ำอุ่นก็ใช่ว่าจะเลือกกันได้มั่ว ๆ หากเลือกไม่ดีหรือไม่เหมาะสมกับบ้าน ก็อาจจะเกิดไฟรั่วหรือไฟฟ้าลัดวงจรได้ ดังนั้น อ่านก่อนให้ชัวร์ 7 ข้อไม่มั่วเลือกเครื่องทำน้ำอุ่นอย่างไรให้ปลอดภัย !

ภาพ: อาบน้ำอุ่นอย่างสบายใจ และรู้สึกปลอดภัย
สิ่งสำคัญอันกับแรกที่ต้องดูเลยคือการเลือกกำลังไฟของเครื่องทำน้ำอุ่นให้เหมาะกับขนาดมิเตอร์ไฟฟ้าในบ้านของเรา เช่น
*ไม่ควรเลือกเครื่องทำน้ำอุ่นที่มีกำลังไฟเกินขนาดมิเตอร์ไฟฟ้าในบ้านเพราะอาจจะเกิดไฟฟ้าลัดวงจรซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งานและยังส่งผลเสียต่อเครื่องทำน้ำอุ่นได้อีกด้วย

ภาพ: การดูมิเตอร์ไฟฟ้าในบ้านและกำลังไฟของเครื่องทำน้ำอุ่นที่สัมพันธ์กัน
ระบบทำความร้อนของเครื่องทำน้ำอุ่น แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
1. แบบขดลวดทองแดง เป็นระบบแบบผ่านร้อน น้ำจะผ่านเข้าในเครื่องและไหลผ่านท่อทองแดง หรือขดลวดที่มีความร้อน ข้อดี คือน้ำร้อนเร็วและไม่มีปัญหาการรั่วซึมของท่อ แต่อุณหภูมิจะไม่คงที่
2. แบบหม้อต้มทองแดง เป็นเครื่องทำน้ำอุ่นแบบรุ่นเก่า จะมีทองแดงรูปทรงกระบอกอยู่ภายในเครื่อง ทำให้น้ำร้อนเร็วทันใจ แถมยังได้ความร้อนคงที่ อายุการใช้งานยาวนาน แต่หากใช้ไปนาน ๆอาจจะเกิดการรั่วซึมได้และไม่สามารถถอดทำความสะอาดได้
3. แบบหม้อต้มพลาสติก เป็นเครื่องทำน้ำอุ่นที่พัฒนามาจากหม้อต้มทองแดง ราคาจะถูกกว่าหม้อต้มทองแดง ไม่มีปัญหาในการรั่วซึม แถมยังช่วยลดการอุดตันของท่ออีกด้วย ทั้งนี้ ความคงทนในการใช้งานจะขึ้นอยู่กับประเภทและคุณภาพของพลาสติกที่ใช้ในแต่ละยี่ห้อ
ทั้ง 3 ประเภท มีข้อดีข้อคำนึงที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้งานของแต่ละบ้านว่าให้ความสำคัญในเรื่องไหนมากกว่า ปัจจุบันระบบทำความร้อนที่หาซื้อง่ายและนิยมใช้จะเป็นแบบหม้อต้ม ซึ่งมี 2 แบบคือ แบบหม้อต้มทองแดงและแบบหม้อต้มพลาสติก

*ภาพ: ระบบทำความร้อนของหม้อต้มทองแดงและหม้อต้มพลาสติก *
เพื่อความปลอดภัยขณะใช้งาน เราควรเลือกเครื่องทำน้ำอุ่นที่มีระบบตัดไฟอัตโนมัติ ELCB / ELB ซึ่งช่วยตัดไฟทันทีหากเกิดไฟรั่ว หรือระบบ ELSD ที่จะช่วยตัดและต่อไฟอัตโนมัติ สังเกตุได้ง่าย ๆ โดยจะเขียนติดไว้บนตัวเครื่องทำน้ำอุ่นให้เห็นชันเจน และมักจะมาพร้อมกับปุ่ม TEST ทั้งนี้ควรกดปุ่ม TEST ไฟอย่างน้อยเดือนละครั้ง

ภาพ: เครื่องทำน้ำอุ่นที่มีระบบตัดไฟ เพื่อความปลอดภัยขณะใช้งาน
ส่วนใหญ่แล้วเครื่องทำน้ำอุ่นจะสามารถปรับอุณหภูมิที่ 35-45 องศาเซลเซียส โดยแผงควบคุมจะมี 2 ระบบ ให้เลือกคือ
1) ระบบ Manual ใช้งานโดยการหมุนหรือกด เปิด-ปิด เพื่อปรับระดับความร้อน ใช้งานง่าย แต่ไม่สามารถบอกอุณหภูมิของน้ำได้
2) ระบบ Digital ใช้แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม มีหน้าจอแสดงผล ใช้งานง่ายและรักษาระดับอุณหภูมิของน้ำให้คงที่ได้

ภาพ: แผงควบคุมเครื่องทำน้ำอุ่น 2 ระบบ ได้แก่ ระบบ Manual และ ระบบ Digital
ปัจจุบันเครื่องทำน้ำอุ่นแต่ละรุ่นจะมี ฝักบัว รูปแบบต่าง ๆ ให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นฝักบัวแบบธรรมดา ฝักบัวแบบปรับระดับได้ ฝักบัวแบบปรับรูปแบบน้ำได้ หรือมีเรนชาวเวอร์ ซึ่งจะมีราคาและกำลังไฟที่เหมาะสมสัมพันธ์กัน จึงควรเลือกให้เหมาะกับกำลังไฟ (ในข้อ 1) และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอาบน้ำของเรา

*ภาพ: ฝักบัวแบบปรับระดับรูปแบบน้ำได้ *

ภาพ: เครื่องทำน้ำอุ่นที่ใช้ เรนชาวเวอร์ (Rain Shower)
การเลือกสีและดีไซน์ที่สวยงามก็เป็นอีกส่วนหนึ่งในการตัดสินใจซื้อเช่นกัน และปัจจุบันเครื่องทำน้ำอุ่นก็มีหลากหลายโทนสีและดีไซน์เฉพาะของแต่ละยี่ห้อ ก่อนอื่นให้ดูว่าห้องน้ำของเรามีสไตล์เป็นแบบไหน แล้วจึงเลือกเครื่องทำน้ำอุ่นให้เข้ากับสไตล์การตกแต่งห้องน้ำ เพราะ"เครื่องทำน้ำอุ่น" นับเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งที่ส่งผลต่อภาพรวมของห้องน้ำเลยทีเดียว

ภาพ: เครื่องทำน้ำอุ่นมีหลากหลายรูปแบบให้เลือกตามสไตล์การตกแต่งห้องน้ำ
เครื่องทำน้ำอุ่นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ค่อนข้างกินไฟ หากคุณต้องการประหยัดไฟในบ้าน ควรเลือกเครื่องทำน้ำอุ่นที่ติดฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เพราะนั่นหมายความว่าต้องผ่านการทดสอบจาก สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (สฟอ.) ด้านพลังงานและด้านปริมาตรมาเรียบร้อยแล้ว

ภาพ: ฉลากประหยัดไฟเบอร์ห้าเครื่องหมายที่แสดงถึงการผ่านการทดสอบจาก สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (สฟอ.) ด้านพลังงานและด้านปริมาตร
นอกจาก 7 ข้อควรรู้ก่อนเลือกเครื่องทำน้ำอุ่นที่เล่ามานั้น การติดตั้งและการใช้งานเครื่องทำน้ำอุ่นอย่างถูกวิธีก็สำคัญไม่แพ้กัน เพื่อความปลอดภัยและเพื่อรักษาอายุการใช้งานให้ยาวนานอย่างคุ้มค่า ควรเลือกใช้บริการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นโดยช่างหรือผู้เชี่ยวชาญที่ได้มาตรฐานเช่นกัน
สนใจ เครื่องทำน้ำอุ่นและเครื่องทำความร้อน คลิก