
เครื่องกำจัดเศษอาหาร หรือที่เรียกว่า เครื่องย่อยเศษอาหาร (Food Waste Disposer) รักษ์โลกจริงไหม… ก่อนอื่นต้องมาทำความรู้จักก่อนว่า “เศษอาหาร” ที่เรารับประทานไม่หมดในแต่ละครั้งหรือเศษอาหารเหลือทิ้ง จัดอยู่ในประเภทขยะอินทรีย์ ซึ่งเป็นขยะมูลฝอยที่สามารถย่อยสลายเองได้ ยกตัวอย่างเช่น ขยะเศษอาหาร เศษเนื้อสัตว์ เศษผักและผลไม้ ฯลฯ แต่ถึงแม้จะสามารถย่อยสลายเองได้ กระบวนการย่อยสลายเองนั้นก็ยังต้องใช้เวลาและก่อให้เกิดก๊าซมีเทนเป็นจำนวนมาก และก๊าซมีเทนก็เป็นส่วนหนึ่งของก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้โลกร้อนขึ้นนั่นเอง แถมยังมากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 25 เท่าเลยทีเดียว หลาย ๆ ประเทศเริ่มมีมาตรการในการจัดการขยะเศษอาหารอย่างจริงจัง โดยเริ่มต้นจากที่บ้าน ไปสู่ร้านอาหารและเข้าสู่กระบวนการของหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบจัดการขยะ
ภาพ: เศษอาหารเหลือทิ้งต่อมื้ออาหารจำนวนมาก
ดังนั้น หนึ่งวิธีที่จะช่วยส่งเสริมให้ขยะเศษอาหารถูกจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น คือ การเปลี่ยนขยะเศษอาหารให้กลายเป็นปุ๋ยในชั่วข้ามคืนด้วย “เครื่องย่อยเศษอาหาร” หรือ “เครื่องกำจัดเศษอาหาร” นั่นเอง
เครื่องย่อยเศษอาหาร เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดเศษอาหารหรือย่อยเศษอาหารโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นเศษอาหาร ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ฯลฯ ก็สามารถย่อยสลายให้มีขนาดเล็กลง แห้ง ไม่ส่งกลิ่นเหม็น และกลายเป็นปุ๋ยออร์แกนิกได้โดยใช้เวลาไม่นาน สูงสุดเพียง 24 ชั่วโมง (ระยะเวลาในการทำงานของตัวเครื่องจะขึ้นอยู่กับระบบและคุณสมบัติของเครื่องย่อยเศษอาหารแต่ละประเภท) หลังจากนั้นก็สามารถนำเศษอาหารหรือปุ๋ยออร์แกนิกที่ย่อยเสร็จแล้วไปปรุงดินหรือปลูกต้นไม้ต่อได้
ภาพ: เทเศษอาหารลงในเครื่องกำจัดเศษอาหารให้ได้ปุ๋ยและนำไปปลูกต้นไม้ต่อได้
เครื่องย่อยเศษอาหารในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่

เครื่องย่อยเศษอาหารทั้ง 2 ประเภท มีส่วนที่เหมือนและแตกต่างกัน อีกทั้งประเภทเดียวกันแต่คนละยี่ห้อก็ยังมีฟังก์ชันที่ไม่เหมือนกันซะทีเดียว จึงควรศึกษาคู่มือการใช้งานอย่างละเอียดก่อนเริ่มใช้งาน
เป็นเครื่องย่อยเศษอาหารที่ต้องเติมจุลินทรีย์ซึ่งจะมีมาให้ลงไปในเครื่องก่อนเสมอ จากนั้นเทน้ำเปล่าสะอาดตามลงไป (ตามคู่มือ) และเริ่มกดปุ่มใช้งานหรือใส่เศษอาหาร โดยที่เราจะเติมจุลินทรีย์ในครั้งแรงเพียงครั้งเดียวเท่านั้น และอาศัยหลักการเชื้อต่อเชื้อ ทุกครั้งที่เครื่องย่อยเศษอาหารจนกลายเป็นปุ๋ยเรียบร้อยแล้ว ให้เหลือปุ๋ยไว้อย่างน้อยครึ่งถังเสมอ เพื่อเอาไว้ต่อเชื้อจุลินทรีย์ในการย่อยสลายเศษอาหารครั้งต่อไป
ตัวเครื่องจะใช้ระยะเวลาในการย่อย 24 ชม. และเมื่อทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้วในแต่ละครั้งจะกลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ 100% ที่มีความเข้มข้นสูง โดยจะมีค่า NPK ครบตามมาตรฐาน แต่สัดส่วนของธาตุแต่ละตัวจะต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภทของอาหารที่ใส่ลงไป
ข้อดี
ข้อเสีย

ภาพ: ตัวอย่างเครื่องย่อยเศษอาหารที่ใช้ระบบที่ย่อยด้วยจุลินทรีย์ธรรมชาติ

ภาพ: ตัวอย่างการใส่จุลินทรีย์ที่แถมมาให้ก่อนเริ่มใช้งานจากยี่ห้อ HASS
ขอบคุณรูปภาพตัวอย่างจากยี่ห้อ HASS
หลักการทำงานจะเริ่มจากการอบแห้ง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่จะช่วยกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ของอาหารก่อน จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการบดเศษอาหารให้เล็กลงเป็นเศษคล้ายผงเมื่อนำไปผสมดินจะทำให้ปล่อยธาตุอาหารได้ง่ายขึ้น เมื่อเครื่องบดเศษอาหารเสร็จเรียบร้อย ตัวเครื่องจะค่อยๆ ระบายความร้อนและลดความชื้นในเศษอาหาร ขั้นตอนสุดท้ายตัวเครื่องจะฆ่าเชื้อต่าง ๆ ที่ปนมาในเศษอาหารด้วยแสง UV เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการย่อย โดยใช้เวลาประมาณ 6-10 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับประเภทอาหาร ปริมาณอาหาร และความชื้นของอาหาร เหมาะกับบ้านครอบครัวขนาดเล็ก 3-4 คน หรือบ้านที่มีพื้นที่จำกัด เพราะตัวเครื่องมีขนาดเล็กกะทัดรัดกว่าแบบเครื่องย่อยจุลินทรีย์

ภาพ: ตัวอย่างเครื่องย่อยเศษอาหารที่ใช้ระบบการอบแห้งและบดละเอียด
ขอบคุณรูปภาพตัวอย่างจากยี่ห้อ Raakdin
ข้อดี
ข้อเสีย
เครื่องย่อยทั้ง 2 ประเภทจะบอกชนิดของเศษอาหารที่ย่อยได้หรือไม่ได้ไว้ตามคู่มือ ควรทำตามอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ตัวเครื่องทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภาพ: เศษอาหารที่ใส่ได้และไม่ได้จากยี่ห้อ Hass

ภาพ: เศษอาหารที่ใส่ได้และไม่ได้จากยี่ห้อ Raakdin
ขอบคุณรูปภาพตัวอย่างจากยี่ห้อ Raakdin
สรุปการใช้งาน ที่เหมือนกันของเครื่องย่อยเศษอาหารทั้ง 2 ประเภท คือ ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน ไม่ต้องเปลี่ยนไส้กรองทุก 3 เดือน ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติม ลงทุนครั้งเดียวจบ แต่มีรายละเอียดที่แตกต่างกันเล็กน้อยในขั้นตอนแรก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชอบและความสะดวกของแต่ละบ้าน รวมถึงจำนวนสมาชิกคนในบ้านก็เป็นปัจจัยในการตัดสินใจซื้อที่สำคัญเช่นกัน แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญของเครื่องย่อยเศษอาหารทั้ง 2 ประเภทนี้ คือ เป็นไอเทมที่ช่วยลดขยะให้กับโลกได้จริงและยังสามารถนำเศษอาหารที่ไม่ใช้แล้วไปใช้ประโยชน์สูงสุดด้วยการย่อยให้กลายเป็นปุ๋ยเพื่อนำปลูกต้นไม้ต่อได้ อย่างไรก็ดี ควรศึกษาข้อมูลการใช้งานเครื่องย่อยเศษอาหารแต่ละยี่ห้ออย่างละเอียดก่อนใส่เศษอาหารลงไป เพื่อคงประสิทธิภาพของปุ๋ยที่จะได้รับและคงประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องย่อยเศษอาหารด้วย
อ่านเพิ่มเติม: 12 คำถาม “HASS เครื่องย่อยเศษอาหารให้เป็นปุ๋ยออร์แกนิก”
ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล