
อิฐมวลเบา คือวัสดุก่อสร้างที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการสร้างบ้านยุคปัจจุบัน เนื่องจากมีน้ำหนักเบากว่าอิฐมอญถึง 2–3 เท่า กันความร้อนได้ดีกว่า 4–8 เท่า และก่อผนังได้เร็วกว่าถึง 3 เท่า ทำให้ประหยัดทั้งเวลาและค่าโครงสร้าง สำหรับใครที่กำลังสับสนว่า อิฐมวลเบา VS อิฐมอญ เลือกอะไรดีกว่ากัน บทความนี้จะพาเจาะลึกคุณสมบัติ ข้อดีข้อเสีย ราคา และเทคนิคการเลือกใช้ให้เหมาะกับบ้านของคุณ
อิฐมอญผลิตจากดินเหนียว ทราย ขี้เถ้าแกลบ และน้ำ โดยผ่านกระบวนการเผา ขนาดโดยประมาณ ยาว 14-16 ซม. หนา 2.5-3 ซม. ส่วนความกว้าง (ซึ่งจะกลายมาเป็นความหนาของผนังเมื่อนำมาก่อ) อยู่ที่ 6-6.5 ซม. ข้อดีเด่นๆ ของอิฐมอญคือ หาซื้อได้ง่ายตามร้านวัสดุก่อสร้างทั่วไป ราคาถูก และช่างส่วนใหญ่มีความชำนาญในการก่อ นอกจากนี้ผนังที่ก่อด้วยอิฐมอญยังสามารถปล่อยเปลือยแบบอิฐโชว์แนวซึ่งเป็นที่นิยมกันสำหรับการตกแต่งสไตล์ลอฟต์ได้อีกด้วย
ภาพ: แสดงระยะขนาดของอิฐมอญที่วางขายในท้องตลาด
ภาพ: ผนังก่ออิฐมอญโชว์แนว ที่นิยมในการตกแต่งสไตล์ลอฟต์
ภาพ: ผนังก่ออิฐมอญฉาบปูน โดยกระเทาะผิวปูนบางส่วนออกเพื่อโชว์แนวอิฐ
ในเรื่องคุณสมบัติของวัสดุ ผนังอิฐมอญสามารถทนไฟได้ 2 ชม. สามารถเจาะแขวนของบนผนังได้ด้วยวัสดุที่หาได้ทั่วไปอย่างพุกพลาสติกและสกรู โดยแต่ละจุดสามารถรับน้ำหนักได้ 30 กก./1 ตร.ซม. ทั้งนี้ ข้อคำนึงในการใช้อิฐมอญก็คือ ผนังอิฐมอญจะอมความร้อนมากกว่าผนังอิฐมวลเบา และถึงแม้วัสดุจะมีราคาถูกกว่า แต่ด้วยขนาดที่เล็ก (ประมาณ 120-140 ก้อน/ตร.ม.) ใน 1 วันอาจก่อได้เพียง 5-10 ตารางเมตร เท่านั้น
ภาพ: การก่อผนังอิฐมอญ
ภาพ: ตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับผนังอิฐมอญ ซึ่งหาซื้อได้ง่ายตามวัสดุก่อสร้างทั่วไป
สนใจสินค้าพร้อมบริการติดตั้ง บริการออกแบบ ให้คำปรึกษา คลิก
อิฐมวลเบาผลิตจาก ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ อะลูมิเนียมที่ใช้ก่อฟองอากาศ ยิปซัม ปูนขาว และทรายละเอียด โดยผ่านการอบไอน้ำด้วยอุณหภูมิและแรงดันสูง เกิดเป็นฟองอากาศในเนื้ออิฐ โดยฟองอากาศที่ว่านี้เป็นแบบปิด (Closed Cell) เนื้ออิฐจึงยังคงความแข็งแรง และไม่ดูดซึมน้ำง่ายแบบฟองน้ำ จึงสามารถใช้ก่อผนังบ้านได้ทุกส่วนทั้งภายในและภายนอก โดยฟองอากาศนี้ทำให้อิฐมวลเบามีน้ำหนักเบากว่าอิฐมอญประมาณ 2 เท่า ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องโครงสร้างได้ นอกจากนี้ ฟองอากาศยังทำให้อิฐมวลเบากันความร้อนได้ดีกว่าอิฐมอญอีกด้วย
ภาพ: จำลองลักษณะฟองอากาศแบบปิด (Closed Cell) ในเนื้ออิฐมวลเบาที่ได้มาตรฐาน ซึ่งทำให้อิฐมีน้ำหนักเบาได้โดยยังคงความแข็งแรง และไม่ดูดซึมน้ำง่ายจนเกินไป
อิฐมวลเบาผลิตจากโรงงาน จึงได้มาตรฐานทั้งเรื่องขนาด ส่วนผสม และกระบวนการผลิต สามารถก่อได้ดิ่งได้ฉากง่าย ขนาดกว้าง x ยาว โดยมาตรฐานของอิฐมวลเบา คือ 20 x 60 ซม. ส่วนความหนา (ซึ่งจะกลายมาเป็นความหนาของผนังเมื่อนำมาก่อ) มีให้เลือก คือ 7.5 ซม., 10 ซม., 12.5 ซม., 15 ซม., 17,5 ซม. และ 20 ซม. อิฐมวลเบามีขนาดใหญ่ การก่อผนัง 1 ตารางเมตร ใช้ประมาณ 9 ก้อน ดังนั้น ในวันเดียวจะก่อได้ 15-25 ตารางเมตร ซึ่งเร็วกว่าอิฐมอญประมาณ 3 เท่า
ภาพ: แสดงระยะขนาดของอิฐมวลเบา
ภาพ: ตัวอย่างผนังภายนอกที่ก่อด้วยอิฐมวลเบา
อีกปัจจัยที่ทำให้อิฐมวลเบาก่อผนังได้เร็วก็คือ เสาเอ็นและคานเอ็น ปกติผนังอิฐมอญจะต้องมีเสาเอ็นทุกระยะความยาว 2.5 ม. และคานเอ็นทุกระยะความสูง 1.5 ม. ในขณะที่ผนังอิฐมวลเบาจะมีระยะห่างระหว่างเสาเอ็นมากกว่าผนังอิฐมอญ ทำให้เสียเวลาในการหล่อค.ส.ล. เพื่อทำเสาเอ็นและคานเอ็นน้อยกว่า ยกตัวอย่างเช่น อิฐมวลเบา Q-CON หนา 7.5 ซม. สามารถก่อผนังภายในสูง 2.5 ม. ยาว 2.9 ม. ได้โดยไม่ต้องมีเสาเอ็น คานเอ็น (แต่ผนังขนาดเดียวกันนี้ หากใช้อิฐมอญ จะต้องมีเสาเอ็นและคานเอ็นด้วย) นอกจากนี้อิฐมวลเบาบางยี่ห้อจะมีคานทับหลังสำเร็จรูป ใช้แทนการหล่อคานทับหลังที่หน้างาน ทำให้ช่วยลดเวลาและต้นทุนค่าแรงได้มาก
ภาพ: (ซ้ายบนและล่าง) แสดงคานเอ็นบนผนังอิฐมอญ เปรียบเทียบกับผนังอิฐมวลเบา และ (ขวา) ตัวอย่างการใช้คานทับหลังสำเร็จรูปของอิฐมวลเบา Q-CON
ในเรื่องคุณสมบัติของวัสดุ ผนังอิฐมวลเบาสามารถทนไฟได้นานถึง 4 ชม. (นานกว่าอิฐมอญ) ส่วนการเจาะแขวนของนั้น แนะนำให้ใช้พุกแบบโลหะ โดยแต่ละจุดสามารถรับน้ำหนักได้สูงสุด 35 กก./1 ตร.ซม. ทั้งนี้ ข้อคำนึงในการใช้อิฐมวลเบาคือ อิฐมวลเบามีราคาสูงกว่าอิฐมอญ และตัวอิฐมวลเบาเองรวมถึงวัสดุอุปกรณ์เฉพาะที่เกี่ยวข้อง เช่น เกรียงหวี ปูนก่อ ปูนฉาบ พุกโลหะสำหรับเจาะยึด อาจมีขายไม่แพร่หลายในบางพื้นที่ ทำให้ต้องวางแผนเรื่องการจัดหาซื้อให้ดี นอกจากนี้ช่างที่ชำนาญในการก่ออิฐมวลเบาก็มักหาได้ยากกว่าช่างก่ออิฐมอญเช่นกัน
ภาพ: การใช้เกรียงหวี ซึ่งเป็นอุปกรณ์เฉพาะสำหรับก่ออิฐมวลเบา
ภาพ: ตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับผนังก่ออิฐมวลเบา ซึ่งในบางพื้นที่อาจมีจำหน่ายไม่แพร่หลายนัก
หลังจากที่ได้อ่านรายละเอียด ข้อดี ข้อควรคำนึง ของอิฐมอญและอิฐมวลเบาแล้ว สำหรับเจ้าของบ้านที่ยังคงลังเลใจว่าจะเลือกอิฐชนิดไหนมาสร้างบ้านดี อาจลองหันไปดูความต้องการและปัจจัยต่างๆ ที่สอดคล้อง เช่น ดูความหนาอิฐซึ่งจะส่งผลต่อความหนาผนังที่ต้องการ หรือดูจากปัจจัยอื่นๆ ดังต่อไปนี้
ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเลือกอิฐมอญหรืออิฐมวลเบาอย่าลืมข้อสำคัญคือ เลือกซื้อวัสดุที่ได้คุณภาพจากร้านที่น่าเชื่อถือ และใช้อุปกรณ์อย่างถูกต้องเหมาะสม รวมถึงใช้บริการช่างที่มีความชำนาญ เพื่อให้ได้บ้านที่มีผนังแข็งแรงสวยงามไปยาวนาน
| หัวข้อเปรียบเทียบ | 🧱 อิฐมวลเบา | 🔶 อิฐมอญ |
|---|---|---|
| วัตถุดิบ | ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ปูนขาว ทรายละเอียด ยิปซัม และผงอลูมิเนียม ผ่านการอบไอน้ำแรงดันสูง | ดินเหนียว ทราย ขี้เถ้าแกลบ และน้ำ ผ่านกระบวนการเผา |
| ขนาดมาตรฐาน | กว้าง × ยาว: 20 × 60 ซม. ความหนา: 7.5 / 10 / 12.5 / 15 / 17.5 / 20 ซม. |
ยาว 14–16 ซม. × กว้าง 6–6.5 ซม. × หนา 2.5–3 ซม. |
| น้ำหนัก | ⚖️ เบากว่าอิฐมอญ ~2 เท่า ช่วยลดภาระโครงสร้างอาคาร |
หนักกว่าอิฐมวลเบา เพิ่มภาระโครงสร้าง |
| การกันความร้อน | ✅ ดีกว่าอิฐมอญ ฟองอากาศปิด (Closed Cell) ช่วยกั้นความร้อน |
❌ อมความร้อนมากกว่า ผนังร้อนกว่าในเวลากลางวัน |
| ความทนไฟ | 🔥 ทนไฟได้ 4 ชั่วโมง | 🔥 ทนไฟได้ 2 ชั่วโมง |
| การรับน้ำหนักแขวน | สูงสุด 35 กก./ตร.ซม. (แนะนำพุกโลหะ) |
สูงสุด 30 กก./ตร.ซม. (ใช้พุกพลาสติกและสกรูทั่วไปได้) |
| ความเร็วในการก่อ | ⚡ 15–25 ตร.ม./วัน (~9 ก้อน/ตร.ม.) เร็วกว่า 3 เท่า |
5–10 ตร.ม./วัน (~120–140 ก้อน/ตร.ม.) |
| เสาเอ็น / คานเอ็น | ✅ ระยะห่างมากกว่า ใช้น้อยกว่า บางกรณีไม่ต้องทำเสาเอ็น |
❌ ต้องมีเสาเอ็นทุก 2.5 ม. คานเอ็นทุก 1.5 ม. |
| ราคาวัสดุ | 💰 สูงกว่าอิฐมอญ | 💰 ถูกกว่า |
| การหาซื้อ | ❌ อาจหาซื้อยากในบางพื้นที่ สามารถซื้อได้จากที่ SCG Home Online |
✅ หาซื้อง่าย |
| งานตกแต่งโชว์แนว | ❌ ไม่เหมาะกับการโชว์แนวอิฐ | ✅ โชว์แนวอิฐได้ นิยมในสไตล์ลอฟต์ |
| เหมาะกับงาน | บ้านประหยัดพลังงาน บ้านจัดสรร งานที่ต้องการความรวดเร็ว | งานโชว์แนว งานที่งบจำกัด งานที่ช่างท้องถิ่นดูแล |
ทั้งอิฐมอญและอิฐมวลเบาต่างมีข้อดีที่เหมาะกับการใช้งานแตกต่างกันออกไป อิฐมอญโดดเด่นเรื่องราคาถูก หาซื้อง่าย ช่างมีความชำนาญ และให้สไตล์อิฐโชว์แนวที่มีเอกลักษณ์ ขณะที่อิฐมวลเบาที่ได้มาตรฐานนั้นมีข้อได้เปรียบชัดเจนในด้านการกันความร้อน ทนไฟได้นานกว่า น้ำหนักเบาช่วยประหยัดค่าโครงสร้าง และก่อผนังได้เร็วกว่าถึง 3 เท่า ดังนั้น การเลือกอิฐที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับความต้องการและเงื่อนไขของแต่ละโครงการ ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณ รูปแบบบ้าน ระยะเวลาก่อสร้าง หรือความพร้อมของช่างในพื้นที่ โดยสิ่งสำคัญที่สุดไม่ว่าจะเลือกอิฐประเภทใด คือการเลือกซื้อวัสดุที่ได้คุณภาพมาตรฐาน ใช้อุปกรณ์ที่ถูกต้อง และให้ช่างผู้ชำนาญเป็นผู้ดำเนินการ เพื่อให้ได้บ้านที่แข็งแรง ปลอดภัย และอยู่อาศัยได้อย่างสบายในระยะยาว
สนใจสินค้าพร้อมบริการติดตั้ง บริการออกแบบ ให้คำปรึกษา คลิก
SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้บริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ