
รูปทรงหลังคามีให้เลือกมากมาย นอกจากจะเลือกให้ตรงกับความชอบ เหมาะกับสไตล์บ้านเราแล้ว การทำความรู้จักกับลักษณะเฉพาะและข้อดีข้อด้อยของรูปทรงหลังคาก็ถือว่าสำคัญมากในการตัดสินใจเลือกแบบหลังคาบ้าน
หลังคา เป็นส่วนประกอบหนึ่งของบ้าน การจะเลือกแบบหลังคาบ้านให้สวยและลงตัวกับการใช้สอยได้นั้น ต้องเข้าใจว่ารูปทรงหลังคาบ้านแบบต่างๆล้วนมีรูปร่างหน้าตา คุณสมบัติในการกันแดดกันฝนแตกต่างกันไป ซึ่งจะส่งผลต่อการออกแบบให้เหมาะสมกับตัวบ้าน ทั้งในแง่ฟังก์ชันใช้สอย ความสวยงาม และความเข้ากันกับภาพรวมของบ้านทั้งหลัง ก่อนที่เราจะตัดสินใจเลือกแบบหลังคาบ้านของเราเองนั้น เรามาทำความรู้จักกับลักษณะ ข้อดี ข้อเสีย ของรูปทรงหลังคาบ้านแบบต่างๆ ก่อนว่ามีอะไรบ้าง
สนใจบริการติดตั้งหลังคา สำหรับบ้านสร้างใหม่ แบบครบวงจร คลิก
หลังคาทรงจั่ว (Gable Roof) ถือเป็นแบบหลังคาบ้านที่มีรูปทรงเรียบง่าย ที่ผืนหลังคาด้านซ้ายและด้านขวาเอียงขึ้นมาบรรจบกันที่สันบนสุดตรงกลาง ปัจจุบันนิยมทั้งแบบที่มีชายคายื่นยาวทั้งส่วนปลายหลังคาและด้านหน้าจั่วเพื่อกันแดดฝน และแบบที่ไม่มีชายคาให้ดูเรียบเท่โมเดิร์นทันสมัย ซึ่งอาจเลือกใช้คู่กับการออกแบบระแนงหรือกันสาดเพิ่มเติมตามจุดที่แดดส่องหรือฝนสาดเพื่อให้เข้ากับบ้านเมืองไทย
ข้อดีของหลังคาจั่วคือ ก่อสร้างง่ายเพราะช่างมีความชำนาญ ช่วยกันแดดกันฝนได้ดี อีกทั้งหากเจาะช่องระบายอากาศบริเวณหน้าจั่วร่วมด้วยก็จะช่วยระบายความร้อนบริเวณโถงหลังคาได้ แต่มีข้อเสียคือมีโอกาสที่ฝนจะสาดเข้ามาที่ผนังอาคารบริเวณหน้าจั่วได้
ปัจจุบันเราสามารถพบเห็นหลังคาหน้าจั่วในแบบหลังคาบ้านหลากหลายสไตล์ทั้งบ้านสไตล์ร่วมสมัย และบ้านสไตล์โมเดิร์น รวมถึงบ้านสไตล์อื่นๆ ได้ ขึ้นอยู่กับการออกแบบ
ภาพ: บ้านหลังคาทรงจั่วที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป
ภาพ: บ้านสไตล์โมเดิร์นที่เรียบเท่โดยใช้หลังคาทรงจั่วแบบที่ไม่มีชายคา
ภาพ: บ้านที่ใช้หลังคาทรงจั่วแบบที่ไม่มีชายคา โดยให้ดูเหมือนหลังคาต่อเนื่องกับผนังเป็นผืนเดียวกัน
ภาพ: หลังคาทรงจั่วที่ยาวจรดพื้นดินลักษณะคล้ายกระท่อม
หลังคาปั้นหยา (Hip Roof) อีกรูปทรงหลังคา ซึ่งถือว่าเป็นแบบหลังคาบ้านที่ดูเรียบง่ายเช่นกัน มีผืนหลังคาทั้งสี่ด้านลาดเอียงขึ้นไปชนกันจรดสันหลังคา สามารถออกแบบให้มีระยะชายคาเล็กน้อยหรือระยะชายคาที่ยื่นยาวได้
มีข้อดีคือหากเป็นหลังคาที่มีระยะชายคายื่นยาวจะกันแดดกันฝนได้ทุกด้าน อีกทั้งทนต่อการปะทะจากแรงลมได้ดี แต่มีข้อเสียคือ เมื่อไม่มีหน้าจั่วที่จะช่วยเรื่องการระบายความร้อน ซึ่งสามารถปรับได้โดยการเลือกใช้ฝ้าชายคาแบบที่มีรูระบายอากาศ หรือการทำหลังคาสองชั้น ให้ช่วยระบายความร้อนได้ หลังคารูปทรงปั้นหยานี้ พบได้กับบ้านหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น สไตล์ร่วมสมัย สไตล์โมเดิร์น สไตล์ไทยประยุกต์ เป็นต้น
ภาพ: หลังคาปั้นหยากับองค์ประกอบที่ประณีตของบ้านสไตล์ไทยร่วมสมัย
ภาพ: หลังคาปั้นหยาสองชั้นกับบ้านที่มีกลิ่นอายความเป็นไทย
ภาพ: หลังคาปั้นหยากับบ้านสไตล์โมเดิร์น
สนใจบริการติดตั้งหลังคา สำหรับบ้านสร้างใหม่ แบบครบวงจร คลิก
หลังคาทรงมนิลา (Manila Roof บ้างก็เรียกว่า Dutch Gable Roof) เป็นหลังคาที่เอารูปแบบของหลังคาทรงจั่วกับทรงปั้นหยามาผสมกัน ส่วนใหญ่จะนิยมใช้ก้บแบบที่หลังคาบ้านมีชายคายื่นยาวเพื่อให้กันแดดกันฝนได้ทุกทาง
มีข้อดีคือ ส่วนที่เป็นหลังคาทรงปั้นหยาจะช่วยป้องกันแดดฝนได้ทั้งสี่ด้าน ส่วนที่เป็นทรงจั่วเมื่อติดตั้งเกล็ดหรือช่องระแนงระบายอากาศด้วยจะช่วยลดความร้อนให้บ้านเย็นลงได้ จึงเป็นรูปทรงหลังคาที่เหมาะกับบ้านเมืองร้อนฝนตกชุกอย่างเมืองไทยมาก
หลังคาทรงนี้จะเหมาะกับบ้านสไตล์ไทยประยุกต์ ที่ดูประณีตสวยงาม มีเอกลักษณ์ของความเป็นไทย รวมถึงสไตล์โคโลเนียล ที่เป็นการผสมระหว่างวัฒนธรรมไทยและศิลปะตะวันตกอย่างลงตัว โดยนิยมเลือกใช้กระเบื้องหลังคาหางว่าว ที่เมื่อมุงเสร็จจะเห็นเป็นสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดเรียงตัวต่อเนื่องกันอย่างเป็นระเบียบในแนวเส้นทแยงมุม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่อยู่คู่กับบ้านเรือนไทยมานาน
ภาพ: ตัวอย่างแบบหลังคาบ้านหลังคาทรงมนิลาที่นิยมใช้กับบ้านที่มีกลิ่นอายความเป็นไทย
หลังคาทรงจั่วตัด (Jerkinhead Roof) เป็นแบบหลังคาบ้านในลักษณะของหลังคาทรงจั่วที่ดูเหมือนมีการฝานตัดเอาส่วนมุมแหลมด้านบนสุดออกและทำมีผืนหลังคาคาเล็ก ๆ ลาดเอียงลงมา ให้ความรู้สึกมนมากกว่าหลังคาทรงจั่วปกติ ดูเป็นหลังคาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นิยมแบบที่มีชายคาเพื่อให้ดูมีมิติยื่นออกมาจากผนัง
ข้อดีของหลังคาทรงนี้คือสามารถกันแดดกันฝนได้ในลักษณะเดียวกับหลังคาจั่ว โดยผืนหลังคาส่วนมุมตัดหน้าจั่วนี้จะช่วยกันแดดและฝนสาดเข้าช่องหน้าต่าง หรือเกล็ดระบายอากาศบริเวณหน้าจั่วได้
สามารถพบเห็นได้ในบ้านสไตล์ร่วมสมัย หรือบ้านสไตล์อื่นๆ ตามลักษณะการออกแบบ
ภาพ: หลังคาบ้านทรงจั่วตัด ที่ดูมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
หลังคาเพิงแหงน (Lean-to Roof) เป็นแบบหลังคาบ้านที่เรียบลาดเอียงเพียงด้านเดียว ดูเรียบง่ายเท่ทันสมัย นิยมทำแบบที่มีชายคาเพื่อช่วยในการบังแดดฝน
มีข้อดีคือ มีรอยต่อน้อย ไม่มีผืนหลัคาซับซ้อน จึงก่อสร้างง่ายรวดเร็ว อีกทั้งประหยัดโครงสร้างหลังคา ประหยัดเวลาและค่าแรง แต่เรื่องกันแดดกันฝนนั้น จะบังแดดกันฝนได้เพียงด้านเดียวคือฝั่งที่หลังคาลาดเอียงลงมา โดยเราสามารถออกแบบระแนง ทำกันสาด หรือลูกเล่นอื่นเพิ่มเติมในด้านอื่นๆ ได้
ในอดีตนิยมใช้หลังคาทรงนี้กับงานก่อสร้างแบบชั่วคราวหรืองานต่อเติมแบบเล็กๆ ง่ายๆ เช่น โรงจอดรถ หรือครัวส่วนต่อเติม แต่ปัจจุบันหลังคาทรงนี้เป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะเส้นสายที่ดูเรียบเท่นี้ จึงตอบโจทย์บ้านสไตล์โมเดิร์นได้อย่างดี นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปใช้กับบ้านสไตล์อื่นๆ ได้อีก เช่น บ้านสไตล์เนเชอรัล โดยอาศัยการเลือกวัสดุและองค์ประกอบอื่นๆ ให้สอดคล้องกัน
ภาพ: บ้านสไตล์โมเดิร์นกับหลังคาทรงเพิงแหงน
ภาพ: บ้านที่เรียบง่าย เลือกใช้หลังคาทรงเพิงแหงนสองด้าน ที่เชิดด้านที่สูงกว่าเข้าหากัน ดูราวกับเป็นหลังคาจั่วที่ถูกแบ่งครึ่งและแยกออกจากกัน
ภาพ: หลังคาทรงเพิงแหงนกับบ้านที่ตกแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติอย่างไม้และหิน
หลังคาปีกผีเสื้อ (Butterfly Roof) หลังคาที่เกิดจากหลังคาทรงเพิงแหงนสองด้านลาดเอียงลงมาประกบกันเหมือนปีกผีเสื้อที่กางออก (คล้ายทรงจั่วคว่ำแต่ลาดชันไม่มาก) เป็นแบบหลังคาบ้านที่นิยมออกแบบให้มีชายคา
สิ่งที่ต้องระวังเมื่อจะเลือกใช้หลังคาทรงนี้คือ มีโอกาสที่น้ำฝนจะรั่วซึมแล้วไหลเข้าสู่ตัวบ้านได้ง่ายกว่าหลังคารูปทรงอื่น เพราะด้วยลักษณะที่หลังคาทั้งสองด้านลาดเอียงมาเจอกันตรงกลาง ปริมาณน้ำฝนทั้งหมดที่หลังคารองรับมาได้จะไหลมารวมกันที่ส่วนนี้ทั้งหมด ดังนั้นต้องเตรียมรางระบายน้ำขนาดที่เหมาะสมกับการปริมาณน้ำฝน (ที่รับน้ำพร้อมกันจากหลังคาทั้งสองฝั่ง) และมีระบบระบายน้ำที่ดี
หลังคาทรงนี้ดูเรียบเท่แต่ก็มีลูกเล่นที่แตกต่าง เหมาะกับบ้านสไตล์โมเดิร์น หรือบ้านสไตล์เนเชอรัล ขึ่นอยู่กับองค์ประกอบส่วนอื่นๆ ที่ใช้ในการออกแบบบ้าน
ภาพ: หลังคาทรงปีกผีเสื้อกับบ้านสไตล์โมเดิร์นและบ้านสไตล์เนเชอรัล
สนใจบริการติดตั้งหลังคา สำหรับบ้านสร้างใหม่ แบบครบวงจร คลิก
หลังคาเรียบ (Flat Roof) หากเรามองจากภายนอก หลังคารูปทรงนี้จะดูเรียบตรงเหมือนกัน แต่อันที่จริงแล้วจะมีสองแบบตามลักษณะการก่อสร้าง แบบแรกคือหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็ก (Flat Slab Roof) หรือหลังคาดาดฟ้าที่เกิดจากการหล่อคอนกรีตเป็นแผ่นพื้นเรียบแบนเป็นผืนเดียวกัน สามารถหล่อให้เอียงหรือมีรูปทรงต่าง ๆ ได้ตามการออกแบบ แบบที่สองคือหลังคา Parapet เป็นรูปแบบหลังคาที่มีผนังล้อมรอบเพื่อปิดบังหลังคามุงที่ซ่อนไว้ (หลังคาซ่อน) หรือเป็นพื้นดาดฟ้าที่มีผนังกันตกโดยรอบขอบอาคาร
ข้อดีของหลังคาที่มีพื้นดาดฟ้าคือ สามารถออกแบบเป็นสวนดาดฟ้าสำหรับนั่งเล่น พักผ่อน ทั้งยังช่วยลดความร้อนจากแสงแดดโดยไม่ให้ส่องตกกระทบพื้นคอนกรีตโดยตรง ส่วนข้อควรคำนึงคือคอนกรีตจะดูดซับความร้อนไว้ในเนื้อวัสดุและแผ่เข้าสู่ภายในบ้าน และหากมีรอยร้าวบนพื้น น้ำฝนจะค่อยๆ ซึมสะสมในเนื้อคอนกรีตจนเกิดการรั่วซึมในอนาคตได้ จึงต้องติดตั้งฉนวนกันความร้อนเพิ่มเติม รวมถึงทำระบบกันซึมและปรับระดับพื้นให้มีความลาดเอียงไปยังทางระบายน้ำที่ดี ส่วนหลังคา Parapet ที่มีหลังคามุงซ่อนอยู่ควรคำนึงถึงความชันหลังคาให้เหมาะสมเป็นไปตามสัดส่วนที่ออกแบบไว้ ไม่ชันจนทำให้ผนังโดยรอบสูงเกินไป และอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญคือการทำระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ
หลังคาเรียบทุกแบบนี้ เหมาะกับบ้านที่เรียบง่ายสไตล์โมเดิร์น
ภาพ: หลังคารูปทรงเรียบแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก ของร้านกาแฟเล็ก PENGUIN GHETTO เจ้าของร้านคือกลุ่มสถาปนิกรุ่นใหม่ไฟแรงนาม NOTDS
ขอบคุณภาพ: คุณอรุณ ภูริทัต
ภาพ: หลังคาอาคารรูปทรงเรียบในลักษณะหลังคา Parapet ของ 28th Street Apartment ที่ทำหน้าที่เป็นที่นั่งเล่นพักผ่อนในตัว
ขอบคุณภาพ: คุณต่อพงษ์ เอื้อประยูรวงศ์
ภาพ: หลังคาทรงเรียบแบน ไม่ว่าจะเป็นหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กหรือหลังคา Parapet เมื่อมองจากภายนอกจะดูไม่แตกต่างกันเท่าไรนัก
หลังคาทรงโค้ง (Curved Roof) เป็นหลังคาที่โดดเด่นโค้งมนดึงดูดความสนใจจากในระยะไกล นิยมออกแบบในลักษณะที่มีชายคา ทั้งแบบยื่นในระยะสั้นและแบบยื่นยาว
แบบหลังคาบ้านทรงโค้งนิยมก่อสร้างด้วยโครงสร้างเปลือกบาง ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้วัสดุประเภทเมทัลชีทหรืออะลูมิเนียมขึ้นรูป มีน้ำหนักเบารอยต่อน้อย จึงมีข้อดีคือสร้างผิวโค้งได้หลากหลายรูปแบบรูปทรง และไม่ค่อยรั่วซึมเท่าไรนัก แต่ต้องอาศัยการออกแบบคำนวณโครงสร้างรองรับจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เป็นหลังคาที่ปกคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ได้อย่างน่าสนใจและปลอดภัย
เข้ากับบ้านได้หลากหลายสไตล์ขึ้นอยู่กับการออกแบบ
ภาพ: หลังคาทรงโค้งกับบ้านรูปแบบต่างๆ
หลังคาทรงหลายเหลี่ยม ดูผ่านๆ จะคล้ายคลึงกับหลังคาปั้นหยา แต่หลังคาปั้นหยาจะเกิดจากผืนหลังคาสี่ด้านที่ลาดเอียงขึ้นไปเจอกันด้านบนสุด ส่วนหลังคาหลายเหลี่ยมนี้ จะมีที่นิยมทั้งแบบหกเหลี่ยม (Hexagonal Roof) จะเป็นผืนหลังคาหกผืนลาดเอียงขึ้นไปเจอกันด้านบนเป็นสุด และแบบแปดเหลี่ยม (Octagonal Roof) จะเป็นผืนหลังคาแปดผืนลาดเอียงขึ้นไปเจอกันด้านบนเป็นสุด
มีข้อดีคือ สามารถบังแดดฝนให้กับผนังอาคารได้ทุกด้าน แต่มีข้อควรคำนึงคือการเตรียมโครงสร้างที่เหมาะสม มีการคำนวณเพื่อให้รองรับหลังคาหลายเหลี่ยมนี้ได้ทั้งหมด
ส่วนใหญ่จะใช้กับศาลาหรือเป็นส่วนประกอบหนึ่งของบ้านโดยเฉพาะส่วนที่เป็นโถงสูงอย่างห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก ห้องอาหาร สามารถเข้ากับบ้านได้หลายสไตล์ เช่น สไตล์เนเชอรัล สไตล์คลาสสิก
ภาพ: ตัวอย่างหลังคารูปทรงหลายเหลี่ยมสองชั้นที่มีสเปซโถงหลังคาสูงคู่กับหลังคาทรงอื่น
หลังคาทรงโดม (Dome Roof) มีลักษณะโค้งมนคล้ายผลส้มผ่าครึ่งคว่ำ ดูประณีตอ่อนช้อยสวยงาม สำหรับบ้านพักอาศัยสามารถใช้วัสดุขึ้นรูปสำเร็จ เช่น คอนกรีตเสริมใยแก้ว (GRC) เป็นโครง และปิดผิวด้วยวัสดุตกแต่งอย่างกระเบื้องโมเสก แผ่นโลหะ หรือทาสีทับตามต้องการ
ข้อควรคำนึงคือรายละเอียดป้องกันการรั่วซึมบริเวณรอยต่อระหว่างวัสดุสำเร็จของตัวโดมกับงานโครงสร้างรองรับ และเลือกใช้ช่างฝีมืองานปูนปั้นในการตกแต่งหลังคาโดมตามที่ได้ออกแบบไว้
หลังคาทรงนี้เหมาะกับบ้านสไตล์คลาสสิก ที่อาจเลือกใช้หลังคาทรงโดมเป็นบางส่วนของหลังคาบ้านเพื่อดึงดูดความสนใจ
ภาพ: บ้านที่ใช้หลังคารูปทรงโดมเป็นองค์ประกอบคู่กับหลังคารูปทรงปั้นหยาและหลังคาทรงหลายเหลี่ยม
หลังคารูปทรงอิสระ (Free Form Roof) จะเป็นแบบหลังคาบ้านที่มีความเฉพาะตัวโดดเด่นเรื่องรูปทรงที่แตกต่างตามการออกแบบของนักออกแบบเพื่อให้เข้ากับสไตล์บ้าน และตอบความต้องการของเจ้าของบ้านแต่ละคน ที่จะหลุดจากกรอบเดิมๆ จำพวกเหลี่ยมหรือรูปทรงเรขาคณิตปกติ เช่น รูปทรงหลายเหลี่ยมมาผสมผสานกัน รูปทรงที่โค้งงอนเหมือนคลื่นที่ไม่สมมาตร
มีข้อควรคำนึงคือ อาจต้องอาศัยการออกแบบคำนวณจากคอมพิวเตอร์ ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการเลือกงานโครงสร้าง เลือกวัสดุที่ความยืดหยุ่น รองรับรูปทรงหลังคาที่ท้าทายได้ เช่น แผ่นหลังคายางมะตอย (Asphalt Shingle) หรือแผ่นโลหะรีดลอน (Metal Sheet) และต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญงานก่อสร้างในลักษณะนี้เป็นอย่างมาก
หลังคารูปทรงอิสระนี้สามารถออกแบบให้สอดคล้องกับบ้านสไตล์ล้ำๆ เช่น อาว็อง-การ์ด (Avant-garde) เป็นต้น
ภาพ: ตัวอย่างหลังคารูปทรงอิสระ บ้านคุณสมประสงค์ สหวัฒน์ และคุณบัวชมพู ฟอร์ด
ขอบคุณภาพ: jeedwonder
ภาพ: หลังคารูปทรงอิสระกับงานสถาปัตยกรรมแบบต่างๆ
การที่เจ้าของบ้านได้ทำความเข้าใจลักษณะ ข้อดี ข้อเสีย ของหลังคาบ้านแบบต่างๆ ก็สามารถพิจารณาเลือกแบบหลังคาบ้าน ให้เหมาะกับการใช้งาน รูปลักษณ์ของตัวบ้านได้อย่างลงตัวทั้งแง่ความสวยงาม การใช้สอย และเมื่อเราได้รูปทรงหลังคาที่ถูกใจแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการออกแบบโครงสร้างที่รองรับให้แข็งแรง เหมาะสม สัมพันธ์กัน เพื่อให้ได้บ้านสวยๆ ที่อยู่คู่กับเราไปนานๆ
อ่านเพิ่มเติม: เลือกกระเบื้องหลังคาบ้านแบบไหนดี ให้ดูที่ “สไตล์บ้าน”
อ่านเพิ่มเติม: ความแตกต่างระหว่าง โครงหลังคาเหล็ก กับ โครงหลังคาสำเร็จรูป
สนใจบริการติดตั้งหลังคา สำหรับบ้านสร้างใหม่ แบบครบวงจร คลิก
การเลือก แบบหลังคาบ้าน ให้เหมาะกับ บ้านสร้างใหม่ นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะ รูปทรงหลังคา ไม่ได้มีผลเพียงแค่ความสวยงาม แต่ยังส่งผลต่อการระบายความร้อนและการป้องกันแดดฝน บทความนี้สรุปข้อมูลของหลังคา 11 รูปทรงยอดนิยมให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เริ่มตั้งแต่ หลังคาทรงจั่ว และ หลังคาทรงปั้นหยา ที่คนไทยคุ้นเคยเพราะระบายอากาศและกันฝนได้ดี เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น หรือหากชื่นชอบความทันสมัย หลังคาทรงเพิงแหงน และ หลังคาเรียบ (Flat Roof) ก็เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ บ้านสไตล์โมเดิร์น ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีทางเลือกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่าง ทรงมนิลา ทรงปีกผีเสื้อ หรือทรงอิสระ ซึ่งสิ่งสำคัญคือการศึกษา ข้อดีข้อเสีย ของแต่ละแบบ ทั้งในเรื่องการ กันความร้อน การรองรับน้ำฝน และความยากง่ายในการดูแลรักษา เพื่อให้คุณได้หลังคาที่สวยงาม แข็งแรง และคุ้มค่ากับการลงทุนที่สุด
โดยทีมงานมืออาชีพแบบครบวงจร พร้อมรับข้อเสนอ โปรโมชันพิเศษสำหรับสินค้า บริการต่างๆ ได้ที่ SCGHOME.COM หรือ SCGHOME APP
ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล