ต่อเติมหลังคาโรงจอดรถและกันสาด เป็นส่วนที่ได้รับความนิยมอย่างมากเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยและปกป้องรถยนต์รวมถึงตัวบ้านจากแดดและฝน การต่อเติมให้ได้ทั้งความสวยงาม แข็งแรง และปลอดภัยนั้น ต้องพิจารณาตั้งแต่เรื่องงานโครงสร้าง การลงเสาเข็มและการตั้งเสารับหลังคา การเลือกประเภทของวัสดุมุงหลังคา ทั้งแบบทึบแสงหรือแบบโปร่งแสง ไปจนถึงการจัดการกับพื้นโรงรถให้เหมาะสมกับสภาพการทรุดตัวของหน้าดิน เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานและคุ้มค่าที่สุด
วัสดุมุงหลังคามีกี่ประเภท ควรเลือกอย่างไร
- กลุ่มวัสดุทึบแสง: เช่น เมทัลชีท ไวนิล และ uPVC เน้นการกันแดดและฝนได้ 100% ดูแลรักษาง่าย ช่วยให้พื้นที่ใต้หลังคาร่มเย็น แต่อาจทำให้พื้นที่ดูมืดและทึบลง
- กลุ่มวัสดุโปร่งแสง: อะคริลิก (Shinkolite), โพลีคาร์บอเนต, ไฟเบอร์กลาส และกระจกลามิเนต ข้อดีคือช่วยให้พื้นที่ดูโปร่งโล่ง สว่าง สบายตา สไตล์ทันสมัย โดยยังคงได้รับแสงธรรมชาติ แต่ก็อาจมีแสงแดดและความร้อนส่งผ่านเข้ามาได้มากกว่าแบบทึบแสง
เลือกแผ่นหลังคาแบบ “ลอน” หรือแบบ “เรียบ” ดี
- หลังคาลอน: ช่วยเรื่องการระบายน้ำได้ดี ติดตั้งง่าย และประหยัดค่าใช้จ่ายกว่า แต่อาจมีช่องว่างปลายลอนให้สัตว์เล็กเข้าไปได้
- หลังคาแผ่นเรียบ: ให้ลุคโมเดิร์น ทันสมัย งานเนี๊ยบเรียบร้อยและไม่มีช่องว่างกวนใจ แต่จะมีราคาสูงกว่าเนื่องจากต้องใช้วัสดุที่หนาขึ้นและใช้ช่างเฉพาะทางในการติดตั้ง
รูปแบบของกันสาดและหลังคาโรงรถมีแบบไหนบ้าง
- แบบติดตาย (Fixed): มีความแข็งแรงทนทานสูง เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการการปกป้องตลอดเวลา เช่น โรงจอดรถ หรือเหนือประตูหน้าต่าง
- กันสาดพับเก็บได้ (ม่านผ้าใบ): เปิด-ปิดรับแสงได้ตามต้องการด้วยมือหมุนหรือระบบมอเตอร์ เหมาะสำหรับระเบียงหรือหน้าต่าง
- ม่านม้วนแนวดิ่ง (ผ้าใบชักรอก): ช่วยบังแดดฝนที่สาดมาด้านข้าง และเพิ่มความเป็นส่วนตัว
ต่อเติมหลังคาโรงรถจำเป็นต้องมี “เสารับ” หรือไม่
- ยื่นไม่เกิน 2 เมตร: แนะนำให้วิศวกรประเมินว่าโครงสร้างบ้านเดิมแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักได้ ก็ไม่จำเป็นต้องมีเสารับ โดยสามารถใช้ค้ำยันด้านล่าง หรือใช้แท่งเหล็กดึง (Tension Rod) จากด้านบนเพื่อช่วยรับน้ำหนักวัสดุหลังคาน้ำหนักเบาได้
- ยื่นเกิน 2 เมตร หรือวัสดุมีน้ำหนักมาก: ต้องมีเสารองรับ และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ควรแยกโครงสร้างเสาและหลังคาใหม่ออกจากตัวบ้านเดิม ไม่แนะนำให้ฝากน้ำหนักไว้กับบ้านเด็ดขาด เพื่อป้องกันปัญหาบ้านทรุดตัวไม่เท่ากันจนโครงสร้างฉีกขาดและแตกร้าว หรือหากจำเป็นต้องเชื่อมกัน ต้องทำจุดเชื่อมต่อแบบขยับได้ (จุดหมุน) เพื่อป้องกันปัญหาบ้านร้าวหรือโครงสร้างฉีกขาดเมื่อพื้นทรุดตัวไม่เท่ากัน
ทำพื้นโรงรถใหม่ ต้องลงเสาเข็มไหม และใช้วัสดุอะไรดี
การทำพื้นต้องพิจารณาจาก “อัตราการทรุดตัวของหน้าดิน” เป็นหลัก:
- หากดินทรุดตัวช้า (<10 ซม./ปี): สามารถ หล่อพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก (Slab on Ground) หรือลงเสาเข็มสั้นแบบปูพรมเพื่อชะลอการทรุดตัวได้ จากนั้นตกแต่งผิวหน้าด้วย คอนกรีตพิมพ์ลาย (Stamped Concrete) หรือปูกระเบื้องพอร์ซเลนที่มีความแข็งแกร่งรับน้ำหนักรถได้
- หากดินทรุดตัวเร็ว (>10 ซม./ปี): ไม่ควรหล่อพื้นคอนกรีตใหม่ เพราะจะเกิดการแตกร้าวอีกอย่างรวดเร็ว แนะนำให้แก้ปัญหาด้วยการปรับหน้าดินทรายแล้วใช้ บล็อกปูพื้น เพราะบล็อกปูพื้นสามารถรับน้ำหนักได้ดี และ หากพื้นทรุดตัวในอนาคต ก็สามารถรื้อบล็อกออกมาปรับระดับหน้าดินแล้วปูใหม่ได้ทันที ซึ่งประหยัด ดูแลรักษาง่ายและคุ้มค่าในระยะยาวมากกว่า
ประเภทของเสาเข็มที่เหมาะกับงานต่อเติม
- เสาเข็มสั้น: นิยมใช้เพื่อช่วยชะลอการทรุดตัวของโครงสร้างส่วนต่อเติมให้ช้าลง
- เสาเข็มเหล็กแบบหมุน (Screw Pile): เป็นทางเลือกที่เหมาะมากสำหรับงานต่อเติมในพื้นที่อยู่อาศัย (เช่น เสาเข็มแบบหมุนความลึก 2 เมตร) เพราะมีข้อดีคือ มีเสียงเบา ไม่เกิดแรงสั่นสะเทือน และไม่ก่อให้เกิดความรำคาญแก่เพื่อนบ้าน
ใช้หลังคาโปร่งแสงอย่างไรไม่ให้บ้านร้อน
แม้จะเป็นหลังคาใส ก็สามารถลดความร้อนได้ด้วย 4 วิธีนี้:
- เลือกรุ่นที่ป้องกันความร้อนพิเศษ (Heat-shield/Heat cut): แทนที่จะใช้รุ่นใสปกติ ให้เลือกรุ่นที่เคลือบสารกันรังสี อินฟราเรดและรังสี UV เช่น แผ่นอะคริลิก Shinkolite รุ่น Heat Cut/รุ่นไพรม์ หรือ แผ่นโปร่งแสงไฟเบอร์กลาสรุ่นฮีทชิลด์ ซึ่งจะสกัดกั้นความร้อนได้สูงถึง 50-70%
- ติดตั้งระแนงไม้หรือไม้เทียมตีเว้นร่องไว้ใต้แผ่นหลังคา: เพื่อเป็นตัวช่วยกรองแสงแดดให้ลดลง เกิดมิติของเงาที่สวยงาม และช่วยลดความร้อน
- มุงหลังคาแบบผสมผสาน (ทึบแสงสลับโปร่งแสง): โดยใช้หลังคาลอนเดียวกันแต่นำแบบทึบมาสลับกับแบบใส เพื่อให้แสงผ่านลงมาได้แค่บางส่วน
- ปลูกต้นไม้ใหญ่หรือทำระแนงให้ไม้เลื้อยปกคลุม: เพื่อสร้างร่มเงาบังแดดด้านบนหลังคาโปร่งแสงในบางส่วน
เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียระหว่างหลังคาไวนิลและเมทัลชีท
ระหว่าง หลังคาไวนิล (Vinyl) และ หลังคาเมทัลชีท (Metal Sheet) ซึ่งเป็นวัสดุมุงหลังคาแบบทึบแสงที่ได้รับความนิยมสูงในการต่อเติมโรงรถและกันสาด
1. หลังคาเมทัลชีท (Metal Sheet)
หลังคาเมทัลชีท หรือ แผ่นเหล็กรีดลอน เป็นวัสดุที่ตอบโจทย์เรื่องความคุ้มค่าและรูปทรงที่ทันสมัย
ข้อดีหลังคาเมทัลชีท:
- รอยต่อน้อย หมดปัญหารั่วซึม: สามารถสั่งตัดความยาวแผ่นได้ตามต้องการ ทำให้สามารถทำหลังคากว้างๆ หรือยาวต่อเนื่องได้โดยมีรอยต่อน้อยมาก จึงช่วยลดปัญหาน้ำรั่วซึมได้ดีเยี่ยม
- น้ำหนักเบา ประหยัดโครงสร้าง: เป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบา ทำให้ไม่ต้องใช้โครงสร้างรองรับที่ใหญ่และซับซ้อน ช่วยประหยัดค่าโครงสร้างได้มาก
- ติดตั้งง่าย ดัดโค้งได้: สามารถนำมาดัดโค้งได้ง่าย มีสีสันและความหนาให้เลือกหลากหลาย (ตั้งแต่ 0.23 - 0.47 มม.)
- ราคาถูก: เป็นหนึ่งในวัสดุที่มีราคาประหยัดที่สุดและหาช่างติดตั้งได้ง่าย (ราคาติดตั้งเริ่มต้นประมาณ 2,350 บาท/ตร.ม.)
- ความสวยงามสไตล์ลอฟต์: หากชอบความดิบเท่สไตล์โมเดิร์นลอฟต์ การเปลือยฝ้าโชว์ท้องวัสดุเมทัลชีทจะเข้ากับโครงสร้างเหล็กสีดำได้เป็นอย่างดี
ข้อเสียหลังคาเมทัลชีท:
- เสียงดังมากเวลาฝนตก: เนื่องจากแผ่นเหล็กมีความบาง เมื่อฝนตกกระทบจะเกิดการสั่นสะเทือน ทำให้เกิดเสียงดังป๊องแป๊งรบกวนมาก
- สะสมและนำความร้อน: ตัวแผ่นเหล็กนำความร้อนได้ดี ทำให้พื้นที่ใต้หลังคาร้อนอบอ้าวในช่วงเวลากลางวัน
- วิธีแก้ไขข้อเสีย: สามารถแก้ไขได้โดยการติดตั้งฉนวนกันความร้อนเพิ่ม (เช่น พ่นโฟม PU, ใช้แผ่นที่มีฉนวนโฟมสำเร็จรูปในตัว หรือปูฉนวนใยแก้ว) ซึ่งจะช่วยลดทั้งความร้อนและซับเสียงฝนตกให้เบาลงได้มาก
2. หลังคาไวนิล (Vinyl)
หลังคาไวนิล (หรือพลาสวูด/พีวีซีโฟม) เป็นพลาสติกที่มีลักษณะเนื้อวัสดุเป็นโพรงอากาศเล็กๆ มีความหนามากกว่าวัสดุอื่น (ประมาณ 5-7 มม.) แต่มีน้ำหนักเบา
ข้อดีหลังคาไวนิล:
- กันความร้อนได้ดีเยี่ยม: ตัววัสดุมีความเป็นฉนวนในตัว สามารถกันรังสี UV และป้องกันความร้อนได้ดีเยี่ยม ทำให้พื้นที่ด้านล่างเย็นสบาย
- เงียบ ซับเสียงฝนตกได้ดี: ด้วยความหนาและเนื้อวัสดุที่เป็นโฟม จึงช่วยซับเสียงได้ดีมาก เวลาฝนตกเสียงจะไม่ดังรบกวนเหมือนเมทัลชีท
- ติดตั้งง่ายและงานเนี้ยบ: แผ่นไวนิลถูกออกแบบมาให้มีระบบลิ้นเข้าล็อกต่อกันได้เลย ทำให้ติดตั้งง่าย
- สวยงามโดยไม่ต้องตีฝ้า: ท้องวัสดุมีความเรียบเนียน สวยงามดูเป็นระเบียบ จึงสามารถโชว์ท้องวัสดุได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องเสียเงินตีฝ้าเพดานปิดทับ
- ทนทานต่อสภาพอากาศ: มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ทนทานต่อแดดและฝนได้ดี
ข้อเสียหลังคาไวนิล:
- สีหมองและซีดจาง: เมื่อใช้งานไปนานๆ สีของแผ่นไวนิลอาจจะหมองลงหรือเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศและอายุการใช้งาน
- ตัวเลือกสีน้อย: ปัจจุบันในท้องตลาดยังมีเฉดสีให้เลือกค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับวัสดุประเภทอื่น
- ราคาสูงกว่าเมทัลชีท: มีต้นทุนวัสดุและค่าติดตั้งที่สูงกว่าเมทัลชีทพอสมควร (ตัวอย่างราคาติดตั้งมักเริ่มต้นที่ประมาณ 3,300 - 4,200 บาท/ตร.ม)
เปรียบเทียบแผ่นโปร่งแสงอะคริลิกและโพลีคาร์บอเนต
การเปรียบเทียบวัสดุมุงหลังคาโปร่งแสงระหว่าง แผ่นอะคริลิก (Acrylic) และ แผ่นโพลีคาร์บอเนต (Polycarbonate) มีรายละเอียดเชิงลึกทั้งในด้านคุณสมบัติ ข้อดี และข้อควรระวัง ดังนี้
1. แผ่นโปร่งแสงอะคริลิก (Acrylic)
เป็นวัสดุที่โดดเด่นเรื่องความเรียบหรูและใสสะอาด นิยมติดตั้งเป็นหลังคาแผ่นเรียบเพื่อความสวยงามสไตล์โมเดิร์น
ข้อดีแผ่นโปร่งแสงอะคริลิก:
- ความใสและเงางาม: มีความใสเทียบเท่ากับกระจกแต่มีน้ำหนักที่เบากว่ามาก และมีผิวเงาคล้ายกระจก ทำให้ได้ลุคที่ทันสมัยและดูโปร่งโล่ง
- ความทนทาน: เนื้อวัสดุมีความเหนียว สามารถดัดโค้งได้ มีคุณสมบัติเด่นคือใช้งานไปนานๆ จะ ไม่กรอบ ไม่แตกลายงา และไม่เป็นฝ้า
- คุณสมบัติกันความร้อนชั้นเยี่ยม: มีการผลิตรุ่นที่เน้นการกันความร้อนโดยเฉพาะ เช่น รุ่น Heat Cut (หนา 6 มม.) ที่สามารถช่วยกันรังสีอินฟราเรดได้ 48-59% และรุ่น Prime (หนา 10 มม.) ที่สกัดกั้นรังสีอินฟราเรดได้สูงถึง 69-75% ซึ่งช่วยลดอุณหภูมิความร้อนใต้หลังคาลงได้ถึง 5-6 องศาเซลเซียส
ข้อเสียและข้อควรระวังแผ่นโปร่งแสงอะคริลิก:
- ราคาสูง: เป็นวัสดุที่มีราคาค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับหลังคาโปร่งแสงประเภทอื่นๆ
- ข้อจำกัดในการติดตั้ง: จำเป็นต้องใช้ช่างที่มีความเชี่ยวชาญ เพราะต้องติดตั้งตามมาตรฐานและระยะโครงสร้างที่บริษัทผู้ผลิตกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด รวมถึงต้องระมัดระวังรอยขีดข่วนจากของมีคมในขั้นตอนการติดตั้งด้วย

2. แผ่นโปร่งแสงโพลีคาร์บอเนต (Polycarbonate)
เป็นวัสดุพลาสติกยอดนิยมที่มีความยืดหยุ่นสูง มีให้เลือกหลากหลายทั้งแบบโปร่งใส โปร่งแสง และทึบแสง
ข้อดีแผ่นโปร่งแสงโพลีคาร์บอเนต:
- น้ำหนักเบา ยืดหยุ่น ดัดโค้งง่าย: แผ่นวัสดุมีน้ำหนักเบา มีความยืดหยุ่นสูงมาก จึงสามารถนำไปขึ้นรูปหรือดัดโค้งตามรูปทรงที่ต้องการได้อย่างอิสระ
- ตัวเลือกหลากหลาย: มีเฉดสี รูปลอน และรูปแบบความหนาให้เลือกเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นแบบลอนลูกฟูก (หนา 6-10 มม.) หรือแผ่นเรียบตัน/โพลีชีทตัน (หนา 2-10 มม.) ซึ่งแบบแผ่นตันจะมีเนื้อวัสดุที่ดูใสกว่าไฟเบอร์กลาส
ข้อเสียและข้อควรระวังแผ่นโปร่งแสงโพลีคาร์บอเนต:
- เกิดตะไคร่และคราบสกปรกง่าย: โดยเฉพาะรุ่นที่เป็นลอนลูกฟูก (มีช่องอากาศตรงกลาง) หรือแผ่นลอนบริเวณที่มีการซ้อนทับกัน มักจะเป็นจุดสะสมของความชื้นและน้ำ ทำให้อาจเกิดตะไคร่หรือคราบสกปรกที่ดูไม่สวยงาม
- ปัญหาความขุ่นมัวและสีซีด: เมื่อใช้งานไปเป็นเวลานาน พื้นผิวของแผ่นอาจเกิดความขุ่นมัวและสีซีดจางไปตามกาลเวลา จึงจำเป็นต้องเลือกรุ่นที่มีการเคลือบสารป้องกันรังสี UV
- เสียงดัง: ด้วยคุณสมบัติที่แผ่นมีความแข็งและบาง ทำให้เกิดเสียงดังรบกวนพอสมควรเมื่อเวลาฝนตกกระทบ
หากเลือกใช้หลังคา “เมทัลชีท” เพราะสวยและติดตั้งง่าย แต่กังวลเรื่องเสียงดังเวลาฝนตก มีวิธีแก้ไขอย่างไรให้เงียบขึ้น
ความบางของแผ่นเมทัลชีทเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนและเกิดเสียงดังเมื่อฝนตกกระทบ การแก้ปัญหาคือการเพิ่มความหนาและติดวัสดุดูดซับเสียง ซึ่งทำได้หลายวิธี:
- พ่นฉนวนโฟม PU ไว้ใต้แผ่นหลังคาเมทัลชีท ช่วยลดเสียงและกันความร้อนได้ดี
- เลือกใช้แผ่นเมทัลชีทแบบสำเร็จรูปที่มีการบุฉนวนโฟมมาในตัว (เช่น EPS Foam หรือ PU) ตั้งแต่ก่อนติดตั้ง
- ปูฉนวนใยแก้ว (หนาประมาณ 5 ซม.) รองไว้บนแปหลังคาก่อนทำการมุงทับด้วยเมทัลชีท ฉนวนที่แนบติดแผ่นจะช่วยลดเสียงการกระพือได้
- สำหรับหลังคาที่ติดตั้งไปแล้ว สามารถทำระบบฝ้าเพดานกันเสียงปิดทับใต้แป โดยสอดไส้วัสดุอะคูสติก (ฉนวนใยแก้ว) ไว้ตรงกลางระหว่างแผ่นฝ้า ซึ่งจะช่วยซับเสียงได้ดี
บริการติดตั้งมีเงื่อนไขและมาตรฐานอย่างไร
- พื้นที่ขั้นต่ำ: บริการติดตั้งหลังคาโรงรถมาตรฐาน (เช่น เมทัลชีท, ไวนิล, Shinkolite) มักกำหนดพื้นที่ขั้นต่ำในการรับงานที่ 15 ตารางเมตร
- การรับประกัน: หากติดตั้งผ่านผู้ให้บริการที่ได้มาตรฐาน เช่น SCG Home Experience จะมีการ รับประกันการรั่วซึม 2 ปี และโครงสร้าง 1 ปี หรือหากเป็นกันสาดพับได้ระบบมอเตอร์ (โดย สาดส่องแสง) จะรับประกันโครงสร้าง 1 ปี และมอเตอร์ 2 ปี
- ค่าสำรวจหน้างาน: ปกติจะอยู่ที่ 1,000 บาท (หรือบางช่วงเวลามีโปรโมชันพิเศษ) ซึ่งค่าสำรวจนี้สามารถนำไปหักเป็นส่วนลดค่าติดตั้งได้หากตกลงใช้บริการ
สั่งซื้อบริการต่อเติมโรงจอดรถ และกันสาด กับ SCG Home Online เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ
SCG Home Online เป็น E-Commerce Online Shopping จาก SCG (บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย โดย SCG Home Online เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อคนรักบ้าน ที่ดำเนินการโดยบริษัท SCG Distribution จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ
วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว
- กดเลือกบริการที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM
- ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการนัดหมายบริการ
- ติดตามสถานะการสำรวจและติดตั้ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือจองบริการได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome